Ras's Blog

Archive for the ‘Travel’ Category

ทริปดำน้ำกับญาติๆ ญาติบ้าง ดองบ้าง งงๆ กันไป หลากหลายรุ่น ไปกับเรือสุดหรูเกือบใหม่สุดของไทย เรือ ฐาปนา Catamaran นักดำน้ำ 20 ชีวิต ทีม Wahoo 6 คน อายุ ตั้งแต่ 14 – 70+ หลากหลายแท้ ไม่ต่ำกว่า 3 gen ล่ะค่ะ
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0378
ห่างหายจากการดำน้ำจริงๆจังๆมาหลายปี มีโอกาสได้กลับมาดำอีกครั้ง และยังหาญกล้าไม่ไปรีเฟรซ เพราะคิดว่า dive เล็กๆที่จอร์แดนเมื่อ 2 ปีก่อนน่าจะยังพอไหว 555 ไม่ใช่หรอก คือ รู้ว่า ไดฟ์แรกๆ เค้าก็ต้องให้ง่ายเพื่อดูสถานการณ์จริงก่อนอยู่แล้ว เป็นครั้งที่สองที่ไปกับญาติๆ ห่างหายกว่า 20 ปี แต่เป็นญาติๆ ทีมใหม่ มีซ้ำเดิม แค่พี่มอดและพี่ปั้มเท่านั้น
เราพักห้องหมายเลข 5 แอร์เย็นมากในวันแรก และเย็นน้อยลงในวันถัดๆ ไป แว่วว่า เจ้าหน้าที่มาอุดรูแอร์บางส่วน เรือค่อนข้างใหญ่ หน้าตาดูดีมาก ห้องพักส่วนตัว มีห้องน้ำในตัวด้วย สมัยฐาปนา 1 ห้องหรูแค่ไหน ก็ยังต้องอาบน้ำรวม แถมมีอ่างจากุชชี่ให้แช่เล่นยามเรือจอด อาหารอลังการงานสร้างประดุจเชฟจากโรงแรม ตกแต่งกันสุดๆ
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0114
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0124
มาแบบ live aboard คือ ดำน้ำไป นอนบนเรือไป ก็ต้องมีโปรแกรมดำน้ำไม่ต่ำกว่าวันละ 3 ไดฟ์เป็นธรรมดา จัดเต็มแบบดำ 5 วันด้วย จะดำครบไหมนะ สุดท้ายครบเจ้าค่ะ แต่เสียดายฉลามวาฬไม่มาหาเราที่นี่ การขึ้นลงดำน้ำก็ใช้ platform ไม่ต้องกระโดดลงไป สบายจริงๆ ขากลับขึ้นมา ถ้าขึ้นใกล้เรือก็ว่ายเข้ามา ถ้าขึ้นไกลก็จะมีเรือดิงกี้มาคอยรับ
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0085
From P Pom_๑๗๐๔๒๕_0124
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0131
ว่ากันด้วยการดำน้ำ แบ่งนักดำน้ำเป็น 4 กลุ่ม เราอยู่กลุ่ม C 4 คน ตนเอง พี่สาว ป๊อง และ ฝน ทีมจาก Wahoo พี่น้อย พี่ป้อม คริส เอก ผึ้งและคิ้มเป็นฝ่ายสนับสนุนคอยช่วยปิดท้าย ช่วยดูแลมือใหม่ทั้งหลาย ทริปนี้ 20 คน มือใหม่ก็ 10 คนจ้า
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0017

by พี่หมี ฐาปนา
Day1 Dive Leader พี่น้อย
Dive 1 – West of Eden ปล่อยลมแล้วไม่ลงซะงั้น พระเอกงานนี้คือเต่าจ้า ชัดๆ ใกล้ๆ กำลังกินปะการังอยู่เลย น่าตีจริงๆ
Dive 2 – เกาะบอน, อันดามันเหนือ ยังคงลงไม่ได้ต่อไป อาจเป็นเพราะชุดใหม่ เลยมุดหัวลงเอง พระเอกแมนต้าเรย์ออกมายลโฉมให้ดูกันแบบเต็มอิ่ม รอบแรก บินวูบผ่านไป แล้วก็มีรอบต่อมาบินช้าๆ เข้ามาด้านข้าง สง่างามจริงๆ บริเวณนี้คือ จุดทำความสะอาดของแมนต้าเค้า มาให้ปลาทั้งหลายช่วยทำความสะอาดให้ สรุป นักดำน้ำมาดูแมนต้าเรย์อาบน้ำจ้า 555 ก็ฟินอ่ะ
Dive 3 – ตาชัย พินาเคิล คาดหวังสัตว์ใหญ่ แต่ไม่มา มีกระแสน้ำแรง เกาะทุ่นลง-ขี้น
Dive 4 – ตาชัย Reef (Night Dive) ยืมไฟฉายมิ้นมา ไฟแรงใช้ได้เลย ได้เจอปลานกแก้วพ่นวุ้นหุ้มตัวด้วย ไปกวนกุ้งทั้งแบบใสๆ และแบบปกติไม่ให้นอน เจอไฟฉายเค้าไป หลับก็ให้รู้ไป
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0077

by พี่หมี ฐาปนา
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0070

by พี่หมี ฐาปนา
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0029by dowrai
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0012
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0061
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0191

by พี่ปั้ม
Day 2 Dive Leader คริส
Dive 5 – ริชชิริว หวังเจอฉลามวาฬ แต่เงียบกริบ ปะการังอ่อน และ แฟนซี สวยงาม งานนี้เกาะเชือกลง ออกจาก platform ปุ๊ป ลง ลง ลง ลง ลง ลง คำสั่งมารัวๆ
Dive 6 – ตอรินลา ใกล้เกาะสุรินทร์ เจอปลากระเบนจุดฟ้า ตัวย่อมๆ ปักเป้าหลากหลาย พองตัวก็เจอนะงานนี้ ปลาไหลก็เจอเยอะอยู่
Dive 7 – ตาชัย พินาเคิล ลงรอบแรกไป อยู๋แค่แถวเกาะใหญ่ แต่จริงๆ มีเกาะเล็กๆ เลยไปอีก ซีแฟนสวยมากกกกกกตั้งแต่ยังละอ่อนจนใหญ่ เค้าว่า เลยไปอีกยิ่งมีเด็ดๆ แต่ไปไม่ถึง นูดี้เพียบเลย เห็นด้วยตัวเองบ้างแล้ว กุ้งมังกรตัวใหญ่ๆ น่ากินแท้ๆ 555 Rockfish ก็เพียบนะ
Dive 8 – ตาชัย Reef (Night Dive) ปูๆๆๆ
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0002

by พี่หมี ฐาปนา
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0008

by พี่หมี ฐาปนา
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0091
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0029

by พี่หมี ฐาปนา
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0280
Day 3 Dive leader พี่ป้อม
Dive 9 – เกาะบอน มารอแมนต้าเรย์ แต่วันนี้ไม่มา ปลาฝูงใหญ่เพียบ
Dive 10 – Breakfast Ben/ Three trees วิวสวย เป็นไดฟ์ที่ลงลึกแบบไม่รู้ตัวกันบ่อยมาก ต้องคอยเล็งกันดีๆ
Dive 11 – South of Eden ว่ากันว่า ที่นี่ไม่ค่อยมีคนมา ค่อนข้างสงบ ปะการังกำลังฟื้นตัว ปะการังจาน แผ่น ปุ่ม เขากวาง มาเป็นหย่อมๆ พื้นตัวได้เต็มที่ต้องงามมาก
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0081

by พี่หมี ฐาปนา
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0246

by พี่ปั้ม
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0248
by พี่ปั้ม
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0095
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0413
Day 4 Dive Leader เอก
Dive 12 – หินม่วง สมชื่อจ้า ปะการังอ่อนสีม่วงฟื้นตัวแล้ว
Dive 13 – เกาะ 5 ใหญ่ เป้าหมายคือ เข้าถ้ำ ลอดช่องระหว่างถ้ำ และ ถ่ายรูปตามช่อง แต่เรายื่นหน้าน้อยไปหน่อย ไปชมเชือกมหัศจรรย์ด้วย ก็เป็นเชือกเส้นใหญ่เต็มไปด้วยปะการังสีเหลืองสวยงาม
Dive 14 – เกาะ 5 ลูก 4 (Night Dive) Ghost Pipe Fish 2 ตัว นอนรออยู่เลยจ้า นักดำน้ำรุมกันซะ ก็รอคิวไปดูกัน เจอไฟส่งซะน่าสงสารเลย เจอ Star Gazer ด้วย ว่ากันว่า โอกาสเจอที่นี่ค่อนข้างน้อย ปลาต่างตาวจริงๆ นูดี้ตัวใหญ่ๆ เห็นด้วยตัวเองแล้ว 555 อะตอม ทีมงานของฐานปนามาสะกิดพร้อมชูดาวหมอนให้ดู มีกุ้งจักรพรรดิอยู่จ้า ตัวเล็กมากกกกก แต่เค้าถ่ายรูปไม่ได้อ่ะ กล้องไม่ทำงาน
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0125
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0411

by พี่ปั้ม
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0138
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0166
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0169
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0172

by เอก Dive Leader
18143057_10154571697853951_367109101_n

by พี่ปั้ม Ghost Pipe Fish รออยู่ ณ จุดดำน้ำเลยจ้า
18142891_10154571697833951_344591150_n

by พี่ปั้ม Star Gazer
Day 5 Dive leader พี่น้อย
Dive 15 – ปิดะนอก พีพี ฝูงปลาข้างเหลืองเพียบบบบบบบ ลอยวนอยู่แถวนั้น สนุกสนาน พี่หมี ฐาปนารออยู่แถวนั้น ได้รูปหลายรูปเลย ดีใจ ^^ พี่น้อยบอกมีฝูงบาราคูด้าขนาดกลางด้วย แต่เราไม่เห็นอะ TT เจอปักเป้าเพียบ หลายหน้าตา ทั้งแบบหน้าหมา ลายจุด
Dive 16 – King Cruiser ดูซากเรือจม แน่นอน ปลาสิงโตเพียบ ปะการังอ่อนก็มาเต็ม นูดี้กำลัง Sex on the reef ด้วย
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0014

by พี่หมี ฐาปนา
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0023

by พี่หมี ฐาปนา
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0163
From P Mee+_๑๗๐๔๒๕_0011

by พี่หมี ฐาปนา
ได้เจอตัวใหญ่บ้าง แม้จะไม่ค่อยครบ ปะการังสวยงาม ฟื้นตัวจากยุคก่อนได้พอควร ปลาน้อยใหญ่เพียบ ปลาไหลหลากหลายแบบ มอเรย์เยอะอยู่ ปลาปักเป้าแบบต่างๆ เสียดายเราไม่เจอฉลามเสือดาว อันดามันเหนือ อันดามันใต้ ยังคงความสวยงามไว้ได้อยู่ ครั้งนี้น่าจะครั้งที่ 3 ในรอบ 20 ปีที่ดำน้ำมา
ล่องเรือฐาปนา cat_๑๗๐๔๒๕_0049

by พี่กั้ง
ระหว่างทางเห็นซากวาฬด้วย คาดกันว่าเป็นซากวาฬบรูด้าจ้า ยืนมองกันจนลอยไปไกลตาเลย เสียดาย หวังว่าจะแก่ตายนะ
กิจกรรมบนเรือก็หลากหลายมาก ดูหนัง ฟังเพลง มีคาราโอเกะด้วยนะ แต่ไม่ได้ใช้บริการ พกเกมบอร์ด ไพ่การ์ดมาเล่นกัน พี่ใหญ่พยายามชวนตั้งวง แต่ไม่ค่อยเห็นใครร่วมด้วยนะ มาช่วงสงกรานต์เรามีรดน้ำดำหัวน้าปุ๋ย ผู้อาวุโสสุด เสื้อทีมสปอนเซอร์จากพี่แป๊ะ (แต่ไม่ยักมีรูปรวมตอนเสื้อทีมแฮะ) แช่จากุชี่ปาร์ตี้โฟม เล่นเกมชิงของรางวัลเล็กๆน้อยๆ จาก Wahoo ผสมกับเงินสนับสนุนจากพี่แป๊ะ และเล่นบิงโก เงินรางวัลจาก น้าปุ๋ย พี่แป๊ะ พี่ปั้ม และพี่ป้อม สนุกสนานกันไป เราโชคดีนะ ได้เลือกของรางวัลทุกรอบ แต่ก็โดนดึงรางวัลไปหมด และคนที่ได้รางวัลใหญ่ก็เป็น 1 ในของที่เราแย่งกันไปมา ไม่แน่ใจว่าใครเป็นเจ้าของคนแรก ผึ้ง คิ้ม เราจำได้นะ หึหึ
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0153

by พี่ปั้ม
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0002

by พี่ปั้ม
ได้ลงไปตามเกาะบ้าง มีให้ลงเกาะที่มีหินรูปเรือใบ แต่คนเยอะมาก เราเลยไม่ได้ลง มองไปนี่ เกาะจะแตกเอา เรือก็เยอะมาก เราเลือกไปลงตอนที่อยู่หมู่เกาะ 5 แถว พีพี คนน้อยหน่อย แต่ก็นักดำน้ำทั้งนั้นที่มากัน
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0093

by พี่ปั้ม
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0240

by พี่ปั้ม
From P Pum_๑๗๐๔๒๕_0222

by พี่ปั้ม
มาดำน้ำอยู่บนเรือ ทำให้ได้มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น ซ้ำสัญญานโทรศัพท์ก็ไม่มี ถ้าไม่นอนพัก ดูหนัง นั่งชิว ก็ต้องคุยกันล่ะ เพลินๆ กับชีวิตสุดหรูบนเรือฐาปนา Caุtamaran เรือที่หรูที่สุดลำนึงของประเทศไทย อิ่มอร่อย นอนสบาย พื้นที่กว้างขวาง เจ้าของเรือน่ารัก ได้ภาพสวยๆ อยากนอนก็นอน 555
วันที่ 11 เมษายน – 17 เมษายน 2560 บินไป-กลับ ดำน้ำ 5 วันเต็ม 12 – 16 เมษายน
ผู้รวมขบวนการ น้าปุ๋ย พี่แป๊ะ พี่น้อง ป๊อง ปั๊น ฝน พัด วิน ส้ม พี่วี พี่มุก พี่ปั้ม พี่วรางค์ ปอง นุ่น พี่ป้อม พี่มอด ปิ่นโต พี่กั้ง กบ
สถานที่ อันดามันเหนือ-ใต้ ประเทศไทย
ค่าใช้จ่าย
ค่าทริปเรือฐาปนา ช่วงสงกรานต์ กับ Wahoo Centre พร้อม ทีม 6 คน คนละ 36,200 บาท
ค่าตั๋วเครื่องบิน การบินไทย กทม – ภูเก็ต 3,110 บาท
ค่าเช่าอุปกรณ์ครบชุด 2500 บาท
17974250_10154550688013951_1435592206_n
ได้ฤกษ์ปั่นจักรยานหลังจากห่างหายมานานหลายเดือน คราวนี้เราไปปั่นไกลถึงสวนรถไฟ ออกจากบ้านร่วมบ่ายสี่นัดหมายกับเพื่อนพี่กั้งเอาไว้ประมาณห้าโมงเย็น ไปถึงก็ใกล้เวลาแต่กว่าจะหาที่จอดรถได้ก็เกือบครึ่งชั่วโมง คนมากันเยอะมากกกกกก
แบกจักรยานมาจากบ้านคุณชายวิคเตอร์กับน้องนินจาขึ้นรถฮอนด้าแจสมาแน่นน่าดู ไม่ได้พับจักรยานมาซะนานต้องมารื้อฟื้นกันใหม่นิดหนึ่ง
สวนรถไฟ_๑๗๐๔๑๙_0041
งานนี้พี่โจอี้มาด้วยต้องมาเช่าจักรยานต่างหากค่าเช่าคันละ 20 บาท ปั่นได้ประมาณ 1 ชั่วโมงเพราะร้านปิดตอนหกโมงครึ่ง ตอนแรกก็รอรอเพื่อนพี่กั้งอยู่ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ สุดท้ายเข้าไปปั่นกันก่อนแล้วกันนะเวลาจะหมดแล้ว
ทางปั่นจักรยานใหม่เอี่ยมแล้วว่าเพิ่งเปิดใช้เมื่อต้นเดือนนี้เอง ถือว่าเราโชคดีมากได้มปรเดิมใช้บริการ มาปั่นที่นี่เน้นปั่นชิวนะ อย่าเอาระยะหรือว่าเอาความเร็ว มือสมัครเล่นเยอะมาก เด็กน้อยก็เยอะ ปั่นสามล้อกันเลย ไม่ค่อยชิดซ้ายกันด้วย ต้องกดกริ่งขอทางกันเป็นระยะๆถึงจะได้วิ่งทางขวา แต่ก็มีนะมีคนปั่นเอาระยะความเร็วอยู่เหมือนกันก็ต้องอดทนกันนิดนึง
สวนรถไฟ_๑๗๐๔๑๙_0029
หนึ่งรอบสวนประมาณสองจุดแปดกิโล ปั่นรอบแรกมองดูรอบรอบดูทิศทางก่อน ปั่นรอบสองก็เริ่มแอบทะลุตรงกลางบ้าง จริงๆเค้าห้ามไม่ให้ปั่นข้างในแล้วให้จูงจักรยานเอาได้ เราลุยเข้าไปตรงกลางเพื่อที่จะไปหาต้นชมพูพันธุ์ทิพย์และสนามหญ้ากว้าง ตอนนี้กำลังบานสะพรั่ง ต้นราชพฤกษ์ และต้นอื่นก็สวยไม่แพ้กัน
สวนรถไฟ_๑๗๐๔๑๙_0004
มีช่างภาพมือสมัครเล่นมืออาชีพน้อยใหญ่มาถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน นางแบบนายแบบเพียบ แต่งตัวกันมาเต็มก็มี ชิวชิวก็มี ออกกำลังกายไปถ่ายรูปไปก็เยอะ เราก็เป็นหนึ่งในนั้น
สวนรถไฟ_๑๗๐๔๑๙_0016
จังหวะนี้กระจัดกระจายกันไป ตามอัธยาศัยแต่ละคนเลย จบรอบสองแบบมึน เราก็ไปเก็บรอบนอกอีกหนึ่งครั้ง วันนี้น่าจะปั่นได้ซักเจ็ดโลถึงแปดโล เห็นโทรศัพท์มีคนโทรเข้ามารู้เลยว่าถึงเวลากลับแล้วสิ ปรากฏพี่สาวกำลังปั่นรอบสุดท้ายก็หล่อแล้วกลับออกไปพร้อมกันส่วนสมาชิกที่เช่าจักรยานก็เอาจักรยานไปคืนเรียบร้อย
17974116_10154550687828951_945867458_n
18035754_10154550687938951_45911983_n
สวนรถไฟ_๑๗๐๔๑๙_0027
ชอบนะ สวนรถไฟ แต่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่ค่อยพอ ถ้ามาแล้วหาที่จอดไม่ได้ คงเซ็งแย่ ค่าที่จอด คันละ 20 บาทตลอดรายการ
วันนี้เราทานข้าวกันแถวสวนเลยชื่อร้านครัวตาน้อย เดินเข้าสวนห้องแอร์ก่อนนะวันนี้ร้อนมากจริงๆ อิ่มอาหารพอใช้ได้ ขับรถกลับบ้านกันดีกว่า ถึงบ้านเริ่มสองทุ่มเป็นอันจบทริป
วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2560
ผู้ร่วมขบวนการ คุณชายวิคเตอร์น้องนินจาและจักรยานเช่าอีกสองคัน
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0177
เราคิดจะไปเกาะกูดกันมาหลายปีมากกก ตั้งแต่ยังมีเพียงไม่กี่รีสอร์ท ตอนนี้ แทบจะรอบเกาะแล้ว ได้ฤกษ์ไปเพราะที่พักของคนรู้จักของพี่สาว ดูแล้วน่ารักมาก มีเพียง 8 ห้องเท่านั้น พอไปแล้วก็รู้ว่า นี่คือ ที่พักที่ Eco มาก อยู่บนป่าชายเลนจริง อดีตก็เป็นบ้านเก่าของชาวประมงในเกาะนั้น
วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560
ออกเดินทางด้วยรถตู้เช่า ขับโดย เกรท ตอนเช้า 6 โมง มุ่งสู่ท่าเรือแหลมศอก จ.ตราด ปกติใช้เวลา 5 ชั่วโมงแต่วันนี้เป็นวันหยุดยาวจ้า รถติด ก็บวกๆ กันไป เราถึงท่าเรือเที่ยงครึ่งได้ แวะทานข้าวเช้าไปครึ่งชั่วโมงได้ตรงร้านก๋วยเตี๋ยวหลังจากลงทางมอเตอร์เวย์ สั่งอาหารจากร้านตรงจุดขายตั๋วของ เรือเกาะกูดเอ็กเพรซ ระหว่างนั้นเค้าก็พยายามต้อนนักท่องเที่ยวไปทยอยขึ้นรถสองแถวเพื่อพาไปขึ้นเรือ เกือบบ่ายโมงเลยตัดสินใจส่งไปชุดนึงก่อน เพื่อจองที่นั่งด้วย แล้วค่อยหิ้วข้าวกล่องตามไป แต่พอไปถึงปรากฏทีมที่ส่งไปก่อนนั่งรออยู่บนท่าเรือ 555 แล้วก็ลงเรือไปพร้อมกัน ลงไปนั่งชั้นล่าง หามุมทานข้าว นั่งหลับไป ใช้เวลา 1.15 ชั่วโมง เดินออกจากท่าไปถามหารถที่จะไปบ้านมะกอก แนะนำว่า บอกชื่อที่พักให้เต็มนะคะ กันพลาด เราได้หมายเลข 19 ขึ้นรถไป โยกเยกเล็กน้อย ทางคดเคี้ยวใช้ได้ นั่งไปสัก 15-20 นาที ถึงที่พัก เดินตามทางเข้าไปอีกสักนิดก็ถึง
25600210_๑๗๐๒๒๘_0003
บ้านมะกอก น่ารักมากกกกกก อยู่บนป่าโกงกาง ริมแม่น้ำเค็มๆ ลมสบายๆ ที่นั่งเล่นเพียบ พักผ่อนกันตามอัธยาศัย บ่ายสี่โมงก็มาเจอกัน เตรียมตัวพายเรือบ้าง นั่งเรือบ้าง ออกไปตรงชายทะเล พี่กั้ง กบ พี่แอ้ พายเรือออกไปกัน ก็สัก 10 นาทีได้มั้ง แต่ก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้นหรอก พายไปสักรอบสองรอบก็ชิน น้ำใสมากกก ทะเลสวยมากกก ต้นหาดเป็นที่พักของกัปตันฮุก คุณป้าอยากเข้าไปสำรวจ เราก็เลยว่ายน้ำข้าม (5 เมตร) ไปเป็นเพื่อน ไปนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกกันเพลินๆ แล้วค่อยว่ายกลับไปลอยน้ำตุ๊บป่องตุ๊บป่องเล่นกัน มองเข้าไปที่ชายฝั่ง เห็นพี่กั้งกะเกดอยู่ พยายามตะโกนเรียก สุดท้ายก็ได้ยิน เลยเดินออกมาหา ส่วนคุณป้าเดินกลับไปละ 6.30 เรือที่นัดไว้ก็มารับ ส่วนเราก็พายเรือกลับจ้า อาบน้ำ กินข้าว อิ่มเอม อาหารสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนไปเล่นน้ำแล้ว งานนี้เราไม่ได้เหมาเป็นแพคเกจนะ ซื้อตั๋วเรือ ซื้ออาหารต่างหากเลย มี Happy hour สำหรับเครื่องดื่ม Cocktail และ Mocktail ด้วย ก็จัดกันไป
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0003
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0009
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0012
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0034
เปิดวงสอนการเล่นการ์ดโมโนโปลี วลีเด็ดจากคุณแม่คือ หงุดหงิดแล้วนะ คือ โดนเก็บเงินบ่อยมากๆ แต่หลังจากนั้น ก็ชนะนะคะ หมายความว่าไงคะ คุณแม่ (ผู้อยู่เบื้องหลังคือพี่สาว คอยกำกับการเล่นอยู่)
นอนกันโดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศได้สบายมากกก มีห้องน้ำ แบบตักน้ำจากโอ่งตรงนอกชานให้อาบด้วย แต่คงจะรู้สึกหวิวไปนิดนึง ไว้อาบตอนใส่ชุดว่ายน้ำอยู่เนี่ย ใช้ได้เลยนะ
วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
ตื่นมา 8 โมงได้ ออกไปนั่งทานข้าวริมคลอง รับลมเย็นๆ เผลอแป็บๆ คุณแม่ๆ ไปพายเรือคยัคเล่นกันละ สนุกสนานกันไป มีฝรั่งมาร่วมแจมถ่ายภาพ ได้ภาพสวยงามมาก พี่แอ้ขอรูปในทันที เค้าถึงกับอึ้งว่า มันมีอุปกรณ์จุ๊บภาพแแบบนี้ด้วยเหรอ 10 โมงก็ออกไปกับเรือพาไปดำน้ำ ลมแรงแต่เช้า คลื่นก็แรง พาไปแถวเกาะรัง ใกล้เกาะช้าง ร่วมชั่วโมง ออกอาการเมาเรือกันเป็นแถว ซ้ำน้ำยังขุ่น ลงไปก็มองไม่เห็น เลยหันกลับมาเกาะกูด เล็งหาจุดดำน้ำให้หนึ่งจุด ก็ไม่ค่อยมีอะไรหรอก แต่ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศจากบนเรือ
เที่ยงก็พาไปทานข้าวกล่องพลาสติก พร้อมผลไม้บนหาดทรายขาว เดินเล่น ย่อยอาหารกันไป ก่อนพาไปฝั่งตรงข้ามเพื่อดำน้ำ ชม ช้าง ม้า วัว ใต้น้ำ ปะการังขึ้นบนตัวช้างแล้วจ้า แว่วว่า เอามาจากวัด มาปล่อยไว้ในน้ำได้หลายปีแล้ว กลายเป็นแหล่งดำน้ำไป บ่าย 2 กว่า ๆ ก็กลับมาถึงที่พัก เราเล่นน้ำกันต่อเลย ตรงท่าน้ำนั่นแหละ ใช้ชูชีพ ใช้นูดเดิ้ล อุปกรณ์ของทางที่พัก ว่ายข้ามน้ำไปบริเวณป่าโกงกางฝั่งตรงข้าม กระโดดถ่ายรูปกับท่าน้ำ มีสมาชิกร่วมแจมกันอยู่ 4 คน คุณป้า พี่แอ้ พี่สาว และตนเอง ส่วนคนอื่นๆ กลับเข้าห้องไปอาบน้ำกันแล้ว คือ เค้าก็คงไม่รู้ด้วยแหละว่า เราอยู่เล่นน้ำกัน เพราะขึ้นมาก็รั้งท้ายแล้ว
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0134
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0096
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0120
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0151
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0160
25600210_๑๗๐๒๒๘_0125
ตอนเย็น นั่งเล่นการ์ดเกมเศรษฐีกันอีกครั้ง สมาชิกเพิ่มเติม และขาดหายไปบ้าง ไม่ได้ไปเล่นน้ำแล้ว คาดว่ายังเหนื่อย และอาจจะขึ้เกียจกลับมาอาบน้ำอีกรอบ แต่ก็แวบไปพายเรือคยัคกับเพื่อน วนไปท้ายคลอง ตรงที่ทานข้าวของอีกรีสอร์ทนึง แล้วก็ต้องพายกลับไปกับพี่สาวอีกครั้งด้วย แอบเมื่อยเหมือนกัน แต่ตอนเย็นพายง่ายกว่า น้ำนิ่งมากกก แทบไม่มีคลื่นเลย
25600210_๑๗๐๒๒๘_0119
25600210_๑๗๐๒๒๘_0090
มื้อเย็น สั่งอาหารจานเดียว แบบเส้นฝรั่งบ้าง เส้นไทยบ้าง ปนๆ กันไป นั่งดื่มไวน์กันอีกด้วย รับลม ชมจันทร์กันไป มีเรือพานักท่องเที่ยงเข้ามาทางคลองนี้เยอะอยู่ คาดว่าจะมาดูหิ่งห้อย แต่ที่พักบอกว่า ไม่มีหรอกค่าช่วงนี้
วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
25600210_๑๗๐๒๒๘_0133
ตื่นมาทานข้าว เตรียมตัวกลับกัน เก็บข้าวเก็บของ ออกมาชำระเงินทั้งหมด เสร็จทุกอย่างก่อน 9 โมง รถมารอแล้ว ให้ไปขึ้นเรือได้เลย ทั้งที่จริงๆ นัดไว้ 9.15 นะ ไปถึงก็ต้อนเข้าเรือเลย มีเรือจอดรออยู่ 2 ลำ ถ้าเต็มแล้วก็จะออกเลย ไม่ต้องรอ 10 โมง ถึงฝั่งเร็วกว่าที่คิดคือ 11 โมงได้ เรียกรถตู้มารับ แล้วตรงไปจันทบุรีเลย ตั้งใจไปทานก๋วยเตี๋ยวกั้ง ตามรีวิว ได้ทาน แต่รอนานมากกกก ราคาชามละ 100 บาท พิเศษ 200 และ 300 ก็มี กั้งก็เป็นตัวๆ เลย ไหว้พระนอนในวัดไผ่ล้อม และ ชมโบสถ์คริสต์ โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล บ่าย 3 ก็พุ่งกลับกรุงเทพกันเลย ถึงกทม แวะทานข้าวต้มแถวบ้านเพื่อนตอนทุ่มกว่าๆ เกดคงนึกในใจ ไม่น่าเอารถไปเลย ไม่งั้นได้เข้าบ้านแล้ว
กล้องกบ_๑๗๐๒๒๘_0196
พักผ่อน พักกาย พักใจ กับ เกาะกูด เพลินกว่าที่คิด สบายๆ นั่งๆ นอนๆ พูดคุยกัน ได้ใช้เวลาร่วมกัน ตามสไตล์เที่ยวทะเล คุณป้าติดใจบอกจะพาหลานมาอีกรอบ
ค่าใช้จ่าย คนละ ประมาณ 6600 บาท
ค่ารถตู้ 1800*3 ค่าน้ำมัน+ทางด่วน ประมาณ 2000 บาท ทิป 600
ค่าที่พัก 19980 บาท ทิป 300
ค่าเรือ ไป-กลับ 700 บาท
ค่าอาหาร ประมาณ 10,000 บาท
Photo by Dowrai, พี่แอ้ และ ตนเองชิวๆ ณ บ้านมะกอก เกาะกูด จังหวัดตราด 11 – 13 ก.พ. 60
วันนี้เราปั่นไปชม หลังคาแดง ณ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ในงานเปิดบ้านหลังคาแดง จัดโดย รฦกธนบุรี ๒๕๐+ มีนิทรรศการณ์ภาพถ่ายของธนบุรีตามหัวข้อต่างๆ มีภาพเชื้อพระวงศ์เมื่อครั้งเสด็จมายังฝั่งธน บอกเล่าที่มาของสะพานตระกูลเจริญ เจริญรัตน์ 31, เจริญพาศน์ 33 ตัวเลขท้ายคือ อายุของร.6 เมื่อครั้งเสด็จมาเปิดสะพานดังกล่าว โทนเดียวกันกับวังปารุส แต่พี่สาวว่า วิจิตรไม่เท่า มีหัวข้อเสวนา และพาชมย่านชุมชนในช่วงบ่ายด้วย แต่เราไม่ได้ร่วมเพราะเห็นแจ้งใน FB ไว้ว่า เต็มแล้ว
เดินชมไปมา ถ่ายรูปบ้าง แอบฟังกลุ่มบรรยายบ้าง เจอตุ๋มด้วย เห็นว่าได้ฟังบรรยายช่วงบ่ายที่พาเดินชมต้นไม้ ชมตึกในสถาบัน เป็นกลุ่มพิเศษไป
16835860_10154394020448951_5694341040769240352_o

by Dowrai
ออกจากบ้านตั้งแต่ 8.15 น. ขบวน 3 คัน น้องกาแฟ คุณชายวิคเตอร์ และน้องนินจา ก็ปั่นๆ ตรงไปแถวท่าดินแดงก่อนเลย เข้านู่นออกนี่ ฆ่าเวลา แล้วไปนั่งทานข้าวเช้า เป็นก๋วยจั๊บท่าดินแดง ชมศาลเจ้าฝั่งตรงข้าม ใกล้ๆ 9.30 น. ก็ปั่นตรงไปยังสถาบันเพื่อเจอกับอีก 3 สมาชิกที่เดินทางด้วยรถยนต์ ป๊ะกันก็แยกย้ายกันเดินตามอัธยาศัย ขึ้นๆ ลงๆ ถอดรองเท้าใส่รองเท้า เดินชมกันทุกซอกทุกมุม ดูบูธที่มาเปิด เอาของชุมชนมาขาย และแนะนำชมรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม
16836692_10154394019773951_5566231866056193751_o

by Thanwa ถ้าคนตรงกลางหันมานะ
แยกย้ายกันตอนเกือบ 11 โมง แต่กว่าเราจะออกจากที่นี่ได้ก็ 11 กว่าๆๆๆๆๆ แล้ว ปั่นไปบ้านหวั่งหลี โดนดักด้วยตุ๊กๆเรียงเป็นตับ กว่าจะได้ไปต่อ สดท้ายเห็นแค่โซนด้านหน้าที่กำลังปรับปรุงอยู่ เป็นเรือนแถว ยามมายืนกดดันให้ออกจากพื้นที่ บอกขอถ่ายรูป 2-3 รูปนะคะ อยู่ไป เกือบ 10 นาทีได้ ขอโทษค่ะที่รบกวน ลุยต่อ หาทางไปชมจิตรกรรมผนังวัดทองธรรมชาติ ตามคำแนะนำของตุ๋ม แต่วันนี้ปิดจ้า คนดูแลไม่อยู่ เลยได้เข้าชมแค่วิหาร คุยกับหลวงพ่อ ดูน้องหมามาพันแข้งพันขาคอยเฝ้า ภายในวิหารเป็นศิปละยุคร. 3 ยังไม่ได้บูรณะ พระพุทธรูปเรียงเป็น 10 เลย
16903157_10154394022303951_2385415914807051395_o
16835837_10154394022728951_6874930054372367127_o
16819286_10154394023373951_4225315883051710396_o

by Thanwa
16904816_10154394023898951_6860907194267540890_o

by dowrai
จริงๆ อยากไปวัดทองนพคุณด้วย แต่สายแล้ว โอกาสหน้าค่อยมาแก้มือ เลยไปหาข้าวกลางวันกินแถวท่าดินแดงอีกครั้ง ร้านขายห่านวันนี้ เวลานี้ คนน้อยดี ก็จัดกันไป กลับบ้านๆๆๆๆๆๆๆ ถึงบ้านร่วม บ่ายโมงกว่า เกือบ 2 ได้นะ ได้ช่วยบอกทางนักท่องเที่ยวด้วย บอกว่า ไม่ใช่ทางนี้นะ ต้องไปอีกฝั่งของแม่น้ำ 555
16904769_10154394030323951_5676610944931034272_o
ไม่ได้ปั่นซะนาน วันนี้แม้จะไม่ได้ปั่นไกลมาก แต่ก็แอบเมื่อยเหมือนกันแฮะ
ผู้ร่วมขบวน น้องกาแฟ คุณชายวิคเตอร์ น้องนินจา ผู้มาร่วมแจม แม่ พี่สาว และ คุณป้า
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0108
แก็งค์ย่อยหนีเที่ยว แก็งค์นี้แตกจากแก็งค์ใหญ่ แถมด้วยพี่สาวน้องสาวสามีมากันเต็ม รวบรวมสมาชิกได้ 9 คน ครอบครัวนุช ครอบครัวกบ ครอบครัวตุ๋ย และสองหมี เราจะไปชมความสวยงามของดอกพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล ซึ่งตั้งอยู่บนรอยต่อของจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และ เลย ว่ากันว่า เราอยู่ในส่วนพิษณุโลกนะ
วันแรก ตื่นกันแต่เช้า ออกเดินทางร่วม 7.30 น. เพราะพี่สั้นใจดีทำข้าวเช้าให้ทาน เลยนั่งทานกันทุกคนเลย อิ่มท้องค่อยเดินทางด้วยรถตู้ พี่คนขับ (จริงๆ ก็น้องนะ) ตะลุยไปโลด แวะห้องน้ำเรื่อยๆ จอดทานข้าวกลางวันก่อนถึงนครสวรรค์ปะ แล้วเพื่อนอยากแวะซื้อขนมโมจิ บอกแวะปัํมไหนก็ได้ ปรากฏคนขับพาขับไปจนถึงร้านเลยจ้า อ้อมกันไป เสียเวลาไปร่วม 2 ชั่วโมงได้ กว่าจะถึงตัวเมืองพิษณุโลกร่วมบ่ายสาม แวะไหว้พระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เดินรอบวัดไหว้ครบทุกทิศ 4 โมงก็ออกเดินทางสู่หมู่บ้านร่องกล้า ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง ต้องผ่านอุทยานภูหินร่องกล้าก่อน แผนที่วางไว้ว่าจะแวะที่นี่สักที่สองที่เป็นอันล่มไป เสียดาย อดเห็นต้นดอกกระดาษเป็นๆ กับวิวริมผาเลย เอ้า ไปให้ถึงที่พักก่อนนะ ขับวนๆ หลงๆ ในหมู่บ้าน อีกหลายรอบกว่าจะเจอ ภูลมโลเอเดน ในหมู่บ้านร่องกล้า จ.พิษณุโลก คือ ที่พัก คืนนี้ของเรา เก็บข้าวเก็บของแล้วก็ไปหาข้าวมื้อค่ำกินกันเถอะจ้า ก๋วยเตี๋ยวคนละชาม บวกกับข้าวอีก 4-5 อย่าง อิ่มยัง
ที่พักที่นี่ ไม่ใช่ที่เลือกแรก ตอนโทรจอง ได้ยินแต่คำว่าเต็มๆๆๆๆๆ เพราะฉะนั้นที่ไหนว่างก็เอาหมดจ้า สภาพโดยรวมก็ถือว่าปกติของบ้านแบบชาวบ้าน แต่ห้องน้ำบอกว่า มี 2 ห้อง จริงๆ คือ 1 ห้อง อีกห้องเป็นห้องรวม ที่สำคัญ น้ำอุ่นเสียไปห้องหนึ่งตอนกลางคืน และตอนเช้าอีกห้องก็เสียด้วย เราคือผู้ คือ ผู้โชคดี อาบห้องไหน ห้องนั้นน้ำอุ่นใช้ไม่ได้ ผิวเต่งตึงเลยทีเดียว
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0001

ที่พัก ณ บ้านภูลมโล
นั่งๆ นอนๆ กินผลไม้ สตอเบอรี่ที่ซื้อกันมา ดูซีรีส์ญี่ปุ่นที่พี่ธงแนะนำ เป็นเชฟอาหารฝรั่งเศสในยุคปัจจุบันที่ย้อนเวลาไปในอดีต แล้วก็ไปทำอาหารสไตล์ฝรั่งในยุคโบราณ น่าสนใจ น่าสนใจ เหมือนดูเชพกะทะเหล็กเลย 555
มีห้องนอน 2 ห้อง แต่กำแพงทะลุถึงกันนาจา เสียงใครกรน ใครคุย ใครเมา(จากนอกห้อง) ก็รับกันไปเต็มๆ ได้นอนหลับสนิทกันบ้างไหมมมมมมมม
วันที่สอง
นัดรถไว้ตีห้าครึ่ง เป็นรถขนหมู นั่งหน้ารถ 4 คน ไปเป็นหมูให้ขนอีก 5 คน ทายสิใครบ้าง เจ๊ตา หญิง พี่ธง ตุ๋ย และตัวเรา รับลมเย็น มองฟ้า มองดาวกันไป ดูชิวมาก ก่อนขากลับจะได้เห็นความจริงว่า เราเจอฝุ่นแดงกันแค่ไหน 555 ข้างหน้าเค้ามองเห็นตั้งแต่ขาไปละ
ไปถึงภูลมโล รถจอดกันเรียงราย เราถือว่ากลุ่มแรกๆ อยู่นะ แล้วก็มีคนโบกไฟฉายทำนองให้เดินขึ้นไป ก็เลยเดินๆ ขึ้น ขึ้น ขี้น เอ้อ จะขึ้นถึงไหน พี่ธงถามข้างหน่อยสิ ว่า ขึ้นไปไหนกัน ข้างหน้าบอก ข้างบนสวย เป็นจุดชมวิว ขึ้นไปเลย เชียร์ซะอีก มารู้ตอนหลังว่าเค้าเป็นลีดเดอร์ของสักกลุ่ม คงนึกว่าเราเป็นสมาชิกมั้ง ฉายไฟให้ใหญ่เลย เหอๆๆ อาศัยใบบุญค่ะ ไม่งั้น จะขึ้นถึงไหนก็ไม่รู้ อยู่ตรงนั้นกัน 4 คน พี่ธง ตุ๋ย พี่กั้งและตัวเรา ยังคุยกันว่า สงสัยพวกนั้นคงไม่ได้ตามขึ้นมาแล้วมั้ง เดินกันแทบไม่ได้หยุด เห็นแสงเรืองๆ ระหว่าทางบ้าง ถึงจุดชมวิวจนได้ สวยงามตามท้องเรื่องแบบไร้หมอก มีชะง่อนหินให้เป็นแบบถ่ายรูป พร้อมป้ายจุดสูงสุดภูลมโล
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0043
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0098
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0063
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0060
เราแบกอาหารเช้าขึ้นมากันด้วย ก็จะกินเพื่อลดน้ำหนักแล้วล่ะ แล้วก็ลองโทรหา อยู่ๆ ก็เห็นสัญญาณโทรศัพท์ คือ ที่อยู่ด้วยกันเนี่ย ดีแทคหมดเลย ไร้สัญญาณกันโดยถ้วนทั่วเป็นปกติ น้ำบอก อยู่แถวดงกล้วย เลยทางบันไดแล้ว ตุ๋ยเลยเชียร์ว่า ขึ้นมาต่อเลย อีกไม่ไกล สุดท้ายก็ขึ้นกันหมดทุกคน เก่งมากค่า ได้ถ่ายรูปป้าย รูปวิวแบบโล่งๆ ด้วย น้ำบอกถ้าไม่มีเสียงโทรศัพท์มาคงจะลงกันแล้ว เพราะเพิ่งตัดสินใจว่าจะลงกันด้วยเสียงข้างมาก มีนุชค้านอยู่เบาๆ เราใช้เวลาบนนี้ร่วม 2 ชั่วโมง คนขับแอบบ่น ปกติคงอยู่กันแค่ไม่ถึงชั่วโมง ฟ้าเปิดแล้วก็ไปกันต่อเลย มาภูลมโลมีเดินขึ้นเขาด้วยนะ เผื่อใครไม่รู้ ตอนเดินลงก็ชิวๆ กันไป เห็นลานโล่งแล้ว เหลือรถอยู่ไม่กี่คัน จริงๆ อยู่แค่ลานนี้ก็ฟินแล้วล่ะ มุมกว้างๆ ที่คุ้นตาในพันธ์ทิพย์
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0036

จุดทานข้าวเช้า และ นั่งรอเพื่อน
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0041

ภูลมโลก็มีเดินขึ้นเขานะ เบาๆๆ
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%87_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0003
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0035

ป้าย ฟ้าสางที่ภูลมโล บริเวณลานจอดรถ
ได้แวะแปลงดอกพญาเสือโคร่งแค่แปลงเดียวเอง ก็สวยแหละ แต่ยังไม่ฟูเต็ม หรือ เหี่ยวไปแล้วบ้าง แถบเป็นสันเขาและโดนแสงมองด้วยตาแล้วสวย แต่พอพยายามเจาะดอกไม้ดูไม่งามเท่าที่คิด ลุงคนขับไม่ยอมพาไปแปลงอื่นแล้ว คงจะพยายามทำรอบ เจรจาไม่สำเร็จ พาไปแวะจุดชมวิวอีกที่นึงแล้วก็พากลับ สรุป อยู่กับดอกพญาเสือโคร่งประมาณ 40 นาทีเองมั้ง พอกลับมาเห็นรูปคนที่เค้าไปกัน ดอกฟูเต็มเลย อิจฉากันสุดๆ เอ้าน่ะ เท่าที่ได้
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0034
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0032
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0029
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0022
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0091
ขากลับ แก็งค์ขนหมูก็โดนย้อมสีกันจ้า เลยได้อภิสิทธิให้อาบน้ำได้ทุกคน พี่ธงโดนย้อมผมเป็นสีเดียวกะเจ๊ตาเลย เราแวะทานข้าวเป็นโจ๊กยามเช้ากับหมูปิ้งไม่มีข้าวเหนียว ร่วม 11 โมงก็ออกเดินทาง พี่คนขับบอกว่ากลับเพชรบูรณ์ก็ใกล้ แต่เราว่า อ้อมกว่านะ แม้จะได้แวะเที่ยวได้หลายที่ก็เถอะ (ถ้าค้างอีกคืนก็ควรกลับทางนี้อยู่) แวะจุดชมวิวภูทับเบิก ผักขายเต็มไปหมด เราซื้อกำหล่ำปลีกลับไป คนชมว่า กรอบมากเลย กอดอกไม้กระดาษก็เพียบ
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0003

ทำสีผมด้วยวิธีธรรมชาติค่า
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%99_0010

ดอกกระดาษที่เคยเห็นตอนเด็กๆ
เราแวะสักการะพระธาตุที่วัดผาซ่อนแก้ว เคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมมาก่อน ก่อนจะขยับขยายมาเป็นวัด ก็ต้องมีอุตสาหะมาก ถึงมาสร้างอยู่กลางภูเขาเช่นนี้ รูปแบบวัด น่าสนใจ ทั้งเรียบง่าย และ วิจิตรแบบอินเดียสีสัน (พี่สาวบอก เหมือนศิลปะสเปน) พระพูทธเจ้าสีขาว 5 องค์ขนาดใหญ่นั่งซ้อนกัน ขณะที่ที่เก็บพระธาตุกระจก กระเบื้อง พลอย สีสันเต็มเจดีย์เลย
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
แวะทานข้าวมื้อกลางวัน บ่ายแก่ๆ เป็นขนมจีน อาหารขึ้นชื่อของเมืองเพชร ราคาขนมจีนก็แพงสมอยู๋บนภูเขาจริงๆ ไม่กี่ก้อน หลักร้อยนาจา นั่งรถกันยาวๆ ยังไม่ผ่านเพชรบูรณ์สักที จังหวัดเค้ายาวอะเนอะ แวะซื้อของฝากที่ไร่กำนัลจุล ของฝากหลากหลายมาก ตื่นตาตื่นใจในการชิม ไม่ได้ซื้อสักอย่างเลย 555 นั่งกันยาวๆ แวะปั๊มเข้าห้องน้ำ แล้วเลยทานก๋วยเตี๋ยวง่ายๆ ตรงนั้นเลย ก่อนดิ่งตรงเข้ากทม. ถึงบ้าน ร่วมสี่ทุ่มได้ เป็นการเดินทางที่ยาวนาน ถ้าเพิ่มอีกสักวัน เพื่อเที่ยวแถวเพชรบูรณ์ หรือ ภูหินร่องกล้าได้ น่าจะชิวกว่านี้ แต่ถ้ามาเพื่อภูลมโลอย่างเดียว แบบนี้พอได้นะ
ค่ารถตู้ วันละ 1800 บาท 2 วัน ให้ไป 4 พันบาท
ค่าน้ำมันรถตู้ กทม ไปทางพิษณุโลก – ภูลมโล – กลับทางเพชรบูรณ์ กทม
ค่ารถขนหมูขึ้นภูลมโล 1000 บาท ให้ทิปไป 200 บาท ค่าเสียเวลา
ค่าที่พักหลังละ 3000 บาทต่อคืน จ่ายจริง 2500 บาท ต่อรองเรื่องน้ำร้อนไม่มีให้ใช้
ค่าอาหาร ค่าเสบียง 5551 บาท
งบคนละ 2 พันบาท เฉลี่ยใช้จริง 1855 บาท
เครดิตภาพ ยกให้ทุกคนนะ มาจากหลายกล้องมาก ดึงๆ มา ไม่ได้จำ ขออภัย
ทริปครอบครัวช่วงปลายปีกลับมาอีกครั้ง 28 ธ.ค. 59 – 1 ม.ค. 60 4 สาว ลุยกันไปยาวๆ ผลัดกันขับไปเรื่อยๆ มือ 1 มือ 2 มือ 3 ขับตามข้อจำกัดของแต่ละคน พี่คนโต (ไม่ขับกลางคืน) พี่คนกลาง (ง่วงไม่ขับนะ) น้องคนเล็กๆ (เนียนไปเรื่อย เลยโดนขับกลางคืนตลอดเลย กลางวันนิดๆ หน่อยๆ)
เยือน 3 เมืองเก่า อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เมืองมรดกโลกของสยามประเทศ
วันที่ 1
สุโขทัย เรียนในตำรากันมานาน เพิ่งมีโอกาสได้เยือนก็ตอนนี้เอง สัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองในอดีต มีความสง่างาม มีความสงบร่มเย็นจนถึงปัจจุบัน วันแรกเราขับไปถึงสุโขทัยด้วยเวลา 8 ชั่วโมง รวมทานข้าวกลางวันที่สิงห์บุรี ร้านกุ้งเผาทองชุบ ที่อยู่ใกล้กับถนนใหญ่ และ แวะเข้าห้องน้ำเป็นระยะ ขับเลยที่พักมาถึงอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยก่อนเลยแวะเที่ยวก่อน ช่วงนี้ไม่ต้องชำระค่าเข้าอุทยาน เพราะอุทยานถวายเป็นพระราชกุศลให้ร.9 พี่สาวอยากปั่นจักรยานมาก เลยขอไปเช่ามาปั่น โดนไป 30 บาท ราคานี้ จริงๆ น่าจะได้ทั้งวันนะ แต่เรามาเย็นแล้ว ปั่นกันชิวดี มีพื้นที่ให้ได้ปั่นพอสมควร แต่นัดหมายแม่กับพี่อีกคนไว้ที่วัดมหาธาตุเลยต้องจอดไปเดินวนถ่ายรูปกันก่อน ก็ร่วมชั่วโมง จนเริ่มเปิดแสงยามค่ำคืนนั่นแหละ ได้บรรยากาศดีจริงๆ แต่ยังอยากปั่นต่อ เลยขอปั่นอีกสักรอบ 2 รอบ ก่อนไปเจอกันที่ร้านจักรยาน แต่ก็เจอกันระหว่างทางด้วย ได้ความว่า หลง ยังหาทางออกไม่ได้ 555 มื้อเย็นเดินไปทานร้านครัวสุโขทัย ตรงข้ามกับที่พักเลย บรรยากาศดูดีเลย
15697314_10154211835207444_294482631035577421_n-1
15726522_10154212004677444_9214689497476853904_n

แม่แอคท่าซ้อนจักรยานก่อนจะไปซ้อนจริงที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
15747641_10154211844417444_4311579575264201310_n
15747816_10154211844632444_6761205308897696578_n
พัก Le Charme de สุโขทัย 3 คืน
วันที่สอง
มีเหตุเกิดเล็กน้อย มีแมวมาฉี่ใส่รองเท้าเราที่วางไว้นอกห้อง เลยต้องนั่งซักและเป่ารองเท้า กว่าจะได้ออกเดินทางร่วม 8.30 น. เราไปเยือน อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ต้องใช้เวลาขับไปอีกชั่วโมงกว่าๆ อุทยานไม่อนุญาตให้เอารถส่วนตัวเข้าได้ มี 3 ทางเลือก คือ เดิน ปั่นจักรยาน หรือ นั่งรถราง ทำได้ทั้ง 3 วิธี แต่ปั่นจักรยานดูจะประหยัดแรง และไปได้ตามใจกว่า อากาศก็ร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่มากคลุมเราอยู่ คิดว่า ต่อให้วันที่อากาศร้อนปกติก็น่าจะพอทน แต่วันที่เราไปอากาศสบายด้วยเลยยิ่งฟินเข้าไปอีก
เราเช่าจักรยาน 3 คน เลือกคันที่ซ้อนได้หนึ่งคัน เพราะแม่ยังไม่กล้าปั่นเอง คนเสนอคือพี่สาว ไหงคนปั่นให้ซ้อนกลายเป็นเราล่ะเนี่ย เอ้า ลุยก็ลุย เกร็งทั้งคนปั่นคนซ้อน สักพักก็เริ่มชิน แต่ก็พยายามลุ้นให้แม่หัดปั่นเป็นระยะๆ แต่ยังไม่สำเร็จ
เราไปเยือน วัดนางพญา – มีลายปูนปั้นที่สมบูรณ์อยู่ ขึ้นไปบนเจดีย์แต่พระประฐานไม่อยู่แล้ว เชื่อว่า กราบไหว้วิญญาณที่ยังอยู่, วัดช้างล้อม – มีช้างอยู่ 39 ตัว ค่อนข้างสมบูรณ์นะ, วัดเจดีย์เจ็ดแถว เจดีย์กว่า 33 เจดีย์รายล้อมอยู่ ใครหามุมเก่งๆ น่าจะได้มุมดีๆ เยอะ วัดนี้ เด็กๆมาทัศนศึกษากันด้วย เราดูจบเด็กก็เดินเข้ามาพอดี ถือว่า จังหวะเรายังดี, วัดสวนแก้ว, วัดเขาพนมเพลิง ต้องขึ้นบันไดไป มีทางเดินเชื่อมต่อไปยังวัดสุวรรณคีรีได้ด้วย ระหว่างทางมีนกปากห่างทำรังอยู่เพียบ เดินฝ่าดงขี้นก จมูกแทบพังกันเลย แล้วลงอีกทางได้เป็นทางลาด แล้วค่อยเดินกลับไปเอาจักรยาน มีแม่นั่งรออยู่แถวนั้น เห็นบันไดแม่ก็ไม่ขึ้นแล้ว ปั่นวนไปอีกรอบสองรอบ เข้าวัดหลักเมือง และ วัดหน้าวัง ถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า พบแล้วว่ามีวัง แต่ยังไม่ได้ขุดต่อ ต้องรอกันต่อไป เพราะทีมขุดขอปิดจ็อบงานปัจจุบันก่อน
my-sukotai_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%98_0082

วัดนางพญา
15747804_10154215165282444_7025401536491940529_n

วัดช้างล้อม
15697998_10154215166467444_6928793309621389034_n
15726351_10154215165182444_2584843027556496806_n
มื้อกลางวัน เราทานก๋วยเตี๋ยวกันตรงอุทยานนั่นแหละ แล้วไปต่อที่ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก No.61 และ 42 ไม่ต้องไปตาม google map นะ ให้ขับเข้าไปต่อในอุทยานเลย อ้อ มีศูนย์ข้อมูลอยู่นะ แวะได้ จะเห็นภาพรวมของที่นี่ด้วย ศูนย์ศึกษาเค้าก็ทำดีนะ เป็นที่โล่งมีหลังคาคลุม เข้าไปอ่านได้ความรู้เยอะทีเดียว เลือกอ่านนะ แสดงรูปแบบภาพบนเครื่องสังคโลก บอกความหมายของภาพต่างๆ ด้วย เม้ามอยกับลุงร้านขายของตรงข้ามศูนย์อย่างสนุกสนาน ลุงเล่าชีวิตวัยเด็ก ดักสัตว์ วิธีล่อสัตว์ ตั้งแต่ด้วยเสียงคน จนมาอัดเทปเสียง แล้วเราก็ถามกันว่า บางทีเสียงที่อัดอาจจะเตือนเพื่อนว่า อย่าเข้ามาก็ได้นะ
15781571_10154215167537444_3618452851572874158_n
ไปแวะวัดพระศรีมหาธาตุเชลียงด้วย จริงๆ แล้วควรไปชมวัดก่อน แล้วค่อยไปศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก เพราะเราต้องการจะไปดูทองศรีสัชนาลัยต่อด้วย ตัววัดมีทั้งวัดใหม่และวัดเก่าอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีพื้นที่วัดค่อนข้างกว้าง เดินขม ปีนชมกันบางส่วน
15698188_10154215167407444_7362257028484567646_n

วัดพระศรีรัตมหาธาตุ เชลียง
เครื่องประดับของศรีสัชนาลัย รวมทั้งสีทองคำดูมีเอกลักษณ์มาก สีทองอ่อน เรามาเยี่ยมชมการผลิตเครื่องทองที่ร้านอรอนงค์ช่างทอง เข้าไปจ้องดูใกล้ๆ เลย กับพนักงานกว่า 20 คน รับหน้าที่ผลิตกันคนละแบบ บ้างเชื่อม บ้างแกะ บ้างสาน บ้างถัก เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจมาก และยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า แต่ละผลงานต้องใช้ความปราณีต สมมูลค่านั่นเอง แต่ เราก็ชมเฉยๆ ค่ะ คนที่มาซื้อก็มาซื้อกันไป เค้าก็เต็มใจให้เยี่ยมชม ไปชมผ้าทองคำ กับพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในตัวเมืองศรีสัชนาลัย สาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ แนะนำร้านอาหารป้าทรงแต่ปิด เลยต้องไปพึ่งร้านกุหลาบ สไตล์อาหารจีนแทน จากนั้นก็ขับรถกลับตัวเมืองสุโขทัย ท่ามกลางความมืดมิดของถนนสองเลน เจอรถบรรทุกอ้อยเป็นระยะๆ ปิดๆ เปิดๆ ไฟสูงอยู่เรื่อยๆ เป็นการขับรถตอนกลางคืนที่เกร็งกันทั้งรถเลย หมายเหตุ เราเป็นคนขับเอง มีใครคิดอยากจะเปลี่ยนมือบ้างไหม
15726408_10154215167467444_8509971541986626878_n
15697558_10154215167647444_3553145020225077825_n
วันที่สาม
ไปเปลี่ยนบรรยากาศชมวิถีชาวบ้านที่ อ.กงไกรลาศ ชาวบ้านจริงๆ นะ ถ้าใครชอบแนวนี้คงจะชอบ เดินชมสินค้าโอท็อป ซื้อจากบ้านชาวบ้านเลย เปิดประตูเข้าไปถามกันเลยทีเดียว ทั้งทองม้วน ขนมผิง ปลาร้า ปลาเค็ม น้ำปลา เราไปไหว้พระ เข้าห้องห้องน้ำกันที่วัดกงไกรลาศก่อน แล้วก็เดินไปชมชุมชนบนเกาะ อดีตที่ตั้งที่ว่าการอำเภอที่น้ำท่วมเป็นระยะๆ แล้วเดินออกไปทางสะพานเล็กๆ ผ่านย่านชุมชม ไปเส้นขายของ เดินแวะไปเรื่อยๆ เสียงถามตลอดว่า จะไปไหน (ช่วงนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว) นั่งซื้อขนม ทานน้ำดื่มบริการจากเจ้าของบ้าน มีห้องน้ำให้เข้า สบายไป แม่ชอบ แล้วพี่สาวก็เดินไปเอารถมารับคนเดียวเลย 555 ที่นี่จะมีงานคนเดินเดือนละครั้ง ใครอยากคึกคักก็ต้องมาช่วงนั้น ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นอาทิตย์แรกของเดือน
15823658_10154219013432444_1510812032548333905_n
แวะไหว้ศาลแม่ย่า เชื่อว่า นี่คือ แม่ของพ่อขุนรามคำแหง นามว่า นางเสือง ต่อด้วยไหว้พระวัดไทยชุมพล เป็นวัดในโรงเรียน หลวงพ่อให้พระมาเปิดวิหารให้ชม สีกำแพงภายในทำเป็นกริดๆ ด้วย ก็สวยดี ดูแปลกตา ขับกลับตัวเมืองสุโขทัย ทานข้างกลางวันที่ร้านเจ๊แฮ ร้านก๋วยเตี๋ยวอยุธยา รสชาดใช้ได้ ราคากรุงเทพ เส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวหนึบดี ฝั่งตรงข้ามก็มีร้านตาปุ้ย ว่ากันว่า ร้านเก่าแก่กว่า ใครสะดวกร้านไหน ฝั่งไหน ก็จัดไป
15781254_10154219013557444_3086413917649831248_n
15726250_10154219014362444_3948473174255105928_n

ภาพจิตรตกรรมฝาผนังในวัดไทยชุมพล
พร้อมลุยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแบบเต็มๆ คราวนี้เราไปรอบนอกกันก่อน มุ่งไปที่วัดศรีชุมที่มีองค์พระอวจนะ ว่ากันว่า ได้ยินเสียงพูดมาจากองค์พระ ภาพจำของท่องเที่ยวสุโขทัย ต้นมะม่วงแถวนี้ต้นใหญ่มากกกกกก มีเจดีย์ให้เดินขึ้นไปสักการะ มีวัดที่สร้างใหม่เคียงข้าง มีโบสถ์เล็กๆ เก็บพระพุทธรูปไว้เป็นจำนวนมาก เป็นช่องรอบฝาผนังเลย น่ารักดี ทางเข้าแคบๆ ออกมาเจอฝรั่งปั่นจักรยานเมียงมองอยู่ พี่สาวเลยแนะนำว่า ควรเข้ามาดูค่ะ วัดนี้ควรมาตอนเข้า เพื่อให้ได้ภาพเต็มๆ แบบไม่ย้อมเสียง แวะวัดสรศักดิ์ มีช้างล้อมอยู่รอบเจดีย์แบบค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ช้างไม่ได้ทรงเครื่องนะ
15727136_10154219016857444_7941291093750971043_n

วัดศรีชุม
15726819_10154219020282444_3699662021688239210_n
ไปหลบแดดในพิพิธภัณฑ์รามคำแหง เข้าตอนบ่าย 3 ปิดบ่าย 4 นะ มีข้อมูลน่าสนใจ บอกเล่าปางลีลา ปางเด่นของเมืองสุโขทัย มีคำอธิบายว่า ปางต่างๆ มีที่มาจากไหน จากข้อมูลปางที่สนใจ คือ ปางพระธรรม ยกมือสองข้าง นิ้วชี้นิ้วโป้งชนกัน ปางห้ามสมุทร (อภัย) ยกมือสองข้าง นิ้วโป้งหักลง ปางลีลา ยกมือข้างซ้าย เท้าขวายกเล็กน้อยปลายเท้าไปด้านหลัง ที่แปลกคือ ในข้อมูลนี้ บอกว่า ปางห้ามญาติที่เราเข้าใจ กลายเป็น ปางห้ามพยาธิ ที่มาคือ การห้ามโรคร้าย มือขวายกมือห้าม แม่มายืนท่องจำใหญ่เลย จากนั้นเราก็ทดสอบความจำกันเรื่อยๆ แต่ปางนี้เจอของจริง บางทีไม่ตรงกัน ยกมือซ้ายก็มี เลยงงๆ ด้านนอกอาคารมีงานปูนจัดแสดงอยู่
15740828_10154219023007444_8759181941771611903_n
กลับเข้าไปชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยรอบใน มุ่งสู่วัดสระศรี วัดกลางน้ำ แต่หลงไปวัดศรีสวายก่อน อยู่กลางน้ำเช่นกัน ที่วัดสระศรีเป็นศิลปะลพบุรี สักการะพ่อขุนรามคำแหง เย็นๆเริ่มเปิดไฟแล้ว เราก็ไปเดินชมนิทรรศการครบรอบ 25 ปี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย แสดงภาพถ่าย ภาพวาดฝีมือเด็กๆ จัดทำสวยดี และชมแสงสียามค่ำคืนอีกครั้ง
15740986_10154219023412444_1453259974896444369_n
15780977_10154219023557444_4506670599918002867_n
15726432_10154219023672444_6628740314808511470_n
เย็นนี้เราเลือกร้านจากหนังสือท่องเที่ยวสุโขทัย เป็นร้านอาหารในบ้าน ชื่อร้านลุงจ้อย คนท้องถิ่นดูมากินกันเยอะ เค้าติดป้ายว่า อย่าหวังในงานบริการ แต่เราว่าก็ใส่ใจดีออก อาหารอร่อยด้วย รสชาดจัดดี เมนูปลาเพียบ เราโดนเด็กหลอกด้วย มีเด็กเดินเข้ามาหา หัวปูดมาก เราก็ตกใจ ทั้งโต๊ะรีบหาน้ำแข็งให้ประคบใหญ่ เด็กก็รับไป แล้วก็เอาไปอมกิน สรุปคือ รู้ว่า ถ้าทำอย่างนี้จะได้น้ำแข็งกิน ผู้ปกครองบอกโดนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เสียรู้เด็ก 555
วันที่ 4
เดินทางออกจากสุโขทัย มุ่งสู่กำแพงเพชร เราไปอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เขตอรัญญิกก่อนเลย เงียบสงบ น่าเดินเล่น น่าปั่นจักรยานมาก แต่ค่าเข่าจักรยานจากป้าย ชั่วโมงละ 30 บาท รู้สึกว่า แพงไป เลยขับรถชมดีกว่า ที่นี่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แต่ละวัดก็ค่อนข้างใหญ่ ต้นไม้ก็เยอะ ไม้สักทั้งนั้น แวะเข้าศูนย์ข้อมูลเพื่อดูภาพรวมก่อน จากนั้นไปวัดอาวาสใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าสุด และชมวัดเด่นๆ คือ วัดช้างรอบ มีช้าง 68 เชือกล้อมรอบอยู่ ทรงเครื่องด้วย มีตัวที่ค่อนข้างสมบูรณ์, วัดสิงห์, วัดพระสี่อิริยาบท(วัดพระยืน) มีพระพุทธรูปสี่อิริยาบท เดิน นั่ง ยืน และนอน มีปางห้ามญาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่ นอกนั้นก็พอเดาได้ เดาจากฐานว่า ยาวแบบนี้ ต้องนอนแน่เลย 555, วัดพระนอน นี่ก็เป็นอีกที่ที่ไม่เห็นพระพุทธรูปแล้ว แต่ฐานแบบนอนชัดเจนมาก
15780830_10154222432917444_7420802232691420908_n

วัดช้างล้อม กำแพงเพชร
15726288_10154222450632444_2082305182402624049_n

วัดช้างล้อม กำแพงเพชร
15741219_10154222433037444_3090530394463366821_n

วัดพระสี่อิริยาบท กำแพงเพชร
กลางวัน ทานก๋วยเตี๋ยวเซี้ยะชากังราว เป็นก๋วยเตี๋ยวมีถั่วฝักยาวด้วย ใครผ่านเมืองนี้ก็ต้องแวะมาทาน บ่ายเข้าชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกำแพงเพชร ที่นี่เจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลอยู่ เพียงแค่เราเอ่ยปากถาม เค้าจะอธิบายให้เรายาว และคิดว่า ถ้าเราสบตาเค้า เค้าก็จะเข้ามาหาเราทันที เจ้าหน้าที่น่ารักมาก ฟังเพลินเลย สนุกดี เรียนรู้ว่า ชากังราว คือ ชื่อเมืองสมัยก่อนของกำแพงเพชร ก่อนที่จะย้ายเมืองข้ามมาอีกฝั่งกำแพง กลายเป็นกำแพงเพชรในปัจจุบัน เพิ่มเติมว่า มีพระพุทธรูปแบบกำแพงเพชรด้วยนะ หน้าผากกว้าง หน้าเรียว จมูกงุ้มเป็นรูปหยดน้ำ ตอนนี้มีของจำลอง ของจริงถูกยืม(ไม่คืน)อยู่ที่พิพิธภัณฑ์พระนคร จริงๆ เราว่า น่าจะให้เจ้าของถิ่นมีของประจำถิ่นตนเก็บไว้นะ แค่ย้ายพระพุทธรูปมาจากสถานที่จริงก็น่าจะพอแล้ว ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ตั้งไว้ที่เดิมเลยด้วยซ้ำ แต่ก็เข้าใจว่า คงเก็บรักษาลำบาก เดินไปชมพิพิธภัณฑ์เรือนไทยที่อยู่ข้างๆ เห็นความพยายามใส่ข้อมูลนะ แต่เพิ่งไปพิพิธภัณฑ์มาไง
15740853_10154222438182444_8328855951160327382_n
เพิ่มเติมว่า ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปั้นสัมฤทธิ์พระอิศวรองค์จริงความสูง 2 เมตร ยังสีทองแดง มีรอยโดนตัดแขนเนื่องจากโดนพ่อค้าชาวเยอรมันลักลอบไปแต่ได้คืน ร.5เ เลยทำองค์จำลองส่งไปตอบแทนทางการที่ช่วยติดตามให้ ถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์มิวนิค และทำองค์จำลองตั้งกลางแจ้งอยู่ที่ศาลพระอิศวร
15727035_10154222438517444_5964742735255424024_n
มุ่งไปดูว่า มีรถรางพาชมเมืองหรือไม่ แต่ช่วงปีใหม่หยุดทำการ แวะพักขาที่ร้านเฉาก๊วยชากังราว แล้วไปเดินต่อในอุทยานประวัติศาสตร์โซนกำแพงเมือง ซึ่งแบ่งเป็นสองฝั่ง คือ เมืองเก่ากว่า (ชากังราว หรือ นครชุม นั่นเอง) และ เมืองเก่า 555 วันนี้เราชมเมืองเก่ากันก่อน มีศาลหลักเมือง, วัดพระแก้ว และ วัดมหาธาตุอยู่บริเวณนี้ ต้นไม้ใหญ่อีกเช่นเคย ปูพื้นเป็นทางให้ชัดเจน และมีต้นไม้อยู๋กลางทางเดินเป็นระยะๆ ที่นี่ก็มีไฟติดอยู่ที่พื้นนะ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า เค้าจะเปิดช่วงเทศกาลไทยๆ เช่น เทศกาลกล้วย และ สงกรานต์เข้าที่พักที่บ้านดิน ที่พักเล็กๆ ริมน้ำ ดูวิวแม่น้ำชิวๆ
15726274_10154223166397444_5052314642244035904_n
15781670_10154222449892444_5379873214789860755_n
15823142_10154223166327444_7093435411057266926_n
ทานมื้อเย็นที่ริมแม่น้ำปิง บรรยากาศสงบ สบาย ไม่มีวี่แววแสงสี ความวุ่นวายของวันปีใหม่ ชอบมาก แวบไปดูวัดพระบรมธาตุเจดียราม นครชุม มีสวดมนต์ข้ามปี และมีโรงทานด้วย เราก็ไปรับน้ำดื่มมา วันนี้ฟ้าให้น้ำมนต์เล็กน้อย กลับที่พัก พี่สาวชวนแม่จิบไวน์ จิบเบียร์ต่อ แต่แม่พอแล้ว เปิดทีวีเห็นมีหนังเรื่องพรจากฟ้า ขอตัวกลับห้องไปนอนดูหนังเลย พี่สาวเลยนั่งดื่มไปดูหนังไป โยนมาให้เราช่วยสักแก้ว เราจิบได้นิดหน่อย แล้วก็ส่งคืน สรุปดื่มไปเลยจ้า คนเดียว ดูหนังแทนชมแม่น้ำกันไปคืนนี้
วันที่ 5
ตื่นเช้ามาทานข้าวเช้าเบาๆ ของที่พัก เบาจริงๆนะ คือ ขนมปัง กับ โอวัลติน แล้วไปไหว้วัดพระบรมธาตุเจดียราม นครชุมยามเช้า ต่อด้วยวัดสว่างอารมณ์ เดินไปยังบ้านนายห้างพะโป้ เจ้าของปางไม้ชื่อดัง เป็นคนกะเหรี่ยง บ้านต้นแบบเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย บรรยากาศดูขลังมาก ดูโบราณ ดูใกล้จะพัง แต่สวย คลาสสิคมาก จากนั้นแวะไปทานข้าวในชุมชมที่จัดถนนคนเดิน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ บรรยากาศน่าเดินยามมีงานนะ มื้อนี้ ก๋วยเตี๋ยวและหมูสะเต๊ะอีกเช่นเคย ออกเดินทางกลับกรุงเทพ แวะช็อปตลาดกล้วยไข่ริมถนน แผงยาวมากกกกก ซื้อกันมาเยอะเลย แจกและกินกันหมดด้วยความรวดเร็ว ทานข้าวกลางวันที่ร้านอาหารในนครสวรรค์ หน้าผาปลาทอดมัน อิ่มๆ ขับรถกลับกรุงเทพต่อมื้อเย็น กินมันทั้งวัน
%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%98_0320
ทริปขับรถเที่ยวกันเอง ว่าเผื่อเวลาแล้ว แต่ก็ยังเก็บได้ไม่หมด หลายคนถามว่า ทำไมเที่ยวสุโขทัยนานจัง ขับรถก็ 2 วันแล้วนะคะ เที่ยวจริงๆ ในสุโขทัยแค่ 2 วันเอง พวกอุทยานแห่งชาติยังไม่ได้ไปเที่ยวเลย
แนะนำให้ไปเที่ยวกันนะ สุโขทัย เมืองเก่า กำแพงเพชร เมืองผ่าน ที่มีดีกว่าที่คิดเยอะ
ผู้ร่วมทริป แม่ และ 3 ก
เครดิตภาพถ่าย โดยพี่กั้งและตนเอง
ปั่นๆ จักรยานกัน ทริปนี้พี่สาวก็คิดๆ ไว้ว่า อยากจะไปปั่นจักรยานเวลาไปเที่ยวที่สุโขทัยด้วย ก็ได้ทำดั่งตั้งใจจ้า เพราะ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ห้ามเอารถเข้าแล้ว ทางเที่ยวคือ เดิน จักรยาน และ รถราง พื้นที่เดินได้ แต่อาจจะเมื่อยบ้างเล็กน้อย ปั่นได้ ก็ช่วย save ขาได้มากขึ้น แค่ว่าต้องเดินย้อนมาเอาจักรยานกลับไปด้วย เวลาเดินเพลินๆ ยาวๆ
อากาศดี ร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่มากกกก ไปกี่โมงก็ปั่นได้ แค่ถ้าหน้าร้อนก็ตามอากาศแหละ เราโชคดี ช่วงที่ไป อากาศเย็นสบาย
แต่ตอนนำเสนอเรื่องปั่นจักรยาน แม่ไม่ตอบรับด้วย ให้ลองแล้ว แต่แม่ไม่ค่อยมั่นใจ พี่สาวเลยบอกให้แม่ซ้อน ไอ้เราก็นึกว่าให้ซ้อนเค้า ปรากฏให้ซ้อนเราซะงั้น เอ้า ว่าไงว่าตามกัน ก็ต้องลองกันสักพัก ได้อารมณ์ปั่นแบบใส่เกียร์หนักสุดนั่นเอง ค่าเช่าจักรยาน ปกติ วันละ 20 บาท แบบให้ซ้อน วันละ 30 บาท
ส่วนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนั้น อาศัยชิ่งแม่และพี่สาวไปปั่นกันเองจ้า ปั่นกันตอนบ่ายแก่ๆ แล้วก็นัดเจอกันที่วัดมหาธาตุ จริงๆ ปั่นได้แป๊บๆ เอง แต่ก็ชิวดีอยู่ พี่สาวอยากจะกลับมาปั่นอีกสักรอบ แต่ก็หมดเวลาละ รอบๆอุทยานมีร้านให้เช่าจักรยานหลายร้านเลย เราเช่าราคาวันละ 30 บาท
ตัวอุทยานประวัติศาสตร์ไม่ได้กว้างมาก เดินก็สบายอยู่ แต่ปั่นจักรยานก็ชิวดี แถมยังเป็นคล้ายๆ สวนสาธารณะด้วย มีคนมาเดินออกกำลังกายกันเพียบเลย
ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวสุโขทัย แนะนำปั่นจักรยานเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์จ้า
15697309_10154211835082444_2847819194332755560_n
15726522_10154212004677444_9214689497476853904_n
15726702_10154215164247444_5316801706379202869_n


Categories