Ras's Blog

Archive for March 2009

ฟอร์ด แอนด์ เฟรนด์ คอนเสิร์ตFord & Friend ConcertLet’s Sing Stone and 90 th’s Memory Love Song

คอนเสิร์ตฟอร์ดและเพื่อน หรือ ว่า เพื่อนๆ และฟอร์ดก็ไม่แน่ใจ ประโยคนี้ พี่ฟอร์ดพูดเองนะ เพราะเพื่อนเยอะเหลือเกิน เพื่อนร้องเพลงเยอะด้วย ตัวเองยังร้องน้อย แต่ถ้าให้ตัวเองร้องด้วยเยอะ สงสัย คอนเสิร์ตนี้จะเล่นกันข้ามคืน แค่นี้ก็ เล่นตั้งแต่ 19.30 – 1.00 น.แล้วจ้า เวลาดุยาวนาน แต่ตอนดู ดูเพลินมากๆ เลย เล่นที่ธันเดอร์โดม อากาศหนาวได้ใจมาก มีแอบสั่นเล็กน้อย ถึงแม้ คนจะไม่ค่อยเต็ม แต่อบอุ่น และ มันกับ คอนเสิร์ต ไม่สิ เจ้าของคอนเค้าบอกว่า นี่คือ ปาร์ตี้ ก็อาจจะใช่ เพราะศิลปินก็ปาร์ตี้กันสุดๆ อยากรู้จัง หลังเวทีดื่มเบียร์กันไปกี่ถังแล้ว คนดุเดินเข้าเดินออกซื้อเบียร์กันไม่หยุดเลย

เล่นที่ทันเดอร์โดม ที่เล่นของ The Master ที่ฟอร์ดเข้าไปช่วยเป็นโปรดิวเซอร์ให้ เลยมีแซวว่า จะให้มีการโหวตด้วย แต่เป็นโหวตออกจากวงการนะ พี่อู้ ธรรณธรพ์ มากับมุกนี้ ฟอร์ด เอ่ยขอบคุณ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มาให้กำลังใจกันล้นหลาม เหล่า The Master ก็มาด้วย นี่ถ้า รายการ The Master มีก่อนคอนนี้เริ่มนานๆ อาจมี เด็กๆ ขึ้นมาแจมด้วย เพราะเวทีนี่ก็มีเด็กจากอาร์เอสมาหลายคนทีเดียว

เริ่มเปิดด้วย เพลงสรรเสริญพระบารมี ในแบบเพลงประสานเสียง และฟอร์ด ออกมากับเพลง กระต่ายในจันทร์ แอนดี้ ออกมาร่วมแจม ต่อด้วย เพลง ขอเพียงเท่านั้นเอง ของฟอร์ด ร้องโดย แอนดี้ มีพี่โก้มาแจมด้วย (พี่โก้มาแจมหลายเพลงมาก เล่นเสร็จก็วิ่งเข้าไปหลังเวทีเลย วิ่งเข้าวิ่งออกหลายรอบมาก) แอนดี้พยายามบิ้วคนดูสุดชีวิต ชื่นชมในความพยายาม ต่อด้วยเพลงของตัวเอง กับเพลง นานแล้วนะ พี่โก้ ออกมาอีกรอบกับเพลง ภาวนา วู้ ร้องกันลั่นฮอล์เลย พี่ฟอร์ดออกมาแนะนำศิลปินท่านต่อไป (รู้สึกเหมือนฟอร์ดเป็นพิธีกรคอยเชื่อมตลอดคอนเลย) เป็นผู้หญิงเสียงดี คือ แป๋ว นภาดา เห็นหน้าแล้ว ก็ไม่รุ้หรอกนะว่าใคร แต่พอขึ้นร้องเพลงสิ "ต้นเหตุคือฉัน ที่ทำให้เธอปวดร้าว.." ในเพลง กลับมารักกัน เพลงประกอบละครช่อง 3 จำได้ว่าเป็นแอนทองประสมกับจอนนี่ แอนโฟเน่นะ สุดยอด เสียงดีจริงๆ ยิ่งคอนเฟิร์มถึงพลังเสียงกับเพลงของเจนนิเฟอร์ คิ้ม ในเพลง แค่เพียงเพราะรัก และ I will Survive (ลูกทุ่ง)

ออกมาสร้างความสนุกสนานสุดๆ กับ อนัน อันวา ที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว เต้นเก่งมาก มาในเพลงตัวเอง ตั้งแต่สมัยยังน่ารัก น่าหยิกอยู่ กับเพลง ดิงดอง กับ ตะลึง ท่าเต้นเหมือนเดิมเด๊ะ ได้มาเห็นพัฒนาการในการเต้นในเพลง ส่ายตูด ของขันที เต้นเก่งทีเดียว ท่าชัด ประมาณแนวชินเลย มาสนุกกันต่อกับ ส้ม อมรา สาวสุดแสบ สุดซ่า ในเพลง ซ่า อมรมณ์ และ Playgirl จากนั้นก็เรียกเป้ Mild มาแจมด้วย กับเพลง รักเธอ ทำจังหวะให้ร่วมสมัยมากขึ้น เสียงดีทั้งคู่ กลายเป็นเพลงสนุกเลย ต่อด้วย เพลงจาก Mild หวานเย็น, Unlovable เปิดตัว หนึ่ง จักรวาล มาช่วยเล่นเปียโนเสริมให้เกือบตลอดคอนเสิร์ต สุดท้าย ฟอร์ดก็ได้ร้องเพลงอีกครั้ง กับเพลงฝรั่ง  A la la la long 

เปิดตัว บี พีระพัฒน์กับเพลง ความจริงในใจ เรียกเสียงกรี๊ดกันแบบถล่มทลาย ประสานเสียงช่วยกันร้อง โดยไม่ต้องเรียกร้องเลย ต่อด้วย เธอกับดาว เพลงของจุ๊บ วุฒินันท์ และปิดด้วย พูดตรงๆ ฟอร์ดออกมาเล่นดนตรีแจม จริงๆ ตอนแรกตั้งใจจะร้องแจม แต่ไม่ไหว เสียงสูงเหลือเกิน บอกปีให้รักษาสุขภาด้วย ร้องเพลงทรมานเสียงเหลือเกิน บีเคยทำอัลบั้มที่สโตน แต่ยังไม่เสร็จ ค่ายปิดตัวซะก่อน ในนาม RRR&B ต่อด้วย น้อย วงพรู กับเพลงทุกสิ่ง และ เหนื่อยใจ แม้จะเป็นเพลงช้า แต่ก็สามารถโชว์ step ได้อีกเช่นเคย ซึ้งซะช่วงนี้ จากน้อย หน่มเสียงดี จะต่อด้วยใครละที่ไม่ทำให้ดับ มาแล้ว พบรัดเกล้า ในเพลง ลมหายใจ และ เพลงตราบใด ร้องร่วมกับฟอร์ด รัดเกล้าอยุ่ในชุดขาว สวยเชียว ตอนร้องเพลงลมหายใจมีนักเป่าแซ็ก มาเป่าให้ด้วย แต่เสียงไม่ออก รัดเกล้าช่วยเอาไมค์จ่อให้ ฟอร์ดออกมาเฉลยว่า คนนั้นนะ แฟน ไม่ใช่สิ สามีรัดเกล้านะคร้าบ กรี๋ดดดด จริงหรอ

กรพิมท์ออกมาเมดเล่ห์เพลง หลับทั้งน้ำตา และ ผันร้ายสักคืนได้ไหม ต่อด้วยอู่ ธรรณธรณ์ กับเพลง หัวใจกระดาษ และ ที่แล้วให้แล้วไป สุดยอดในน้ำเสียง สูง ทรงพลังจริงๆ มาสนุกกันต่อกับ หน่มุตุล อพาร์ทเม้นคุณป้า ในเพลง คืนนั้น ร่วมแจมโดย แป๋ว นภาดา และ sinamon ทำออกมาเป็นเพลงสนุกเลย ต่อด้วยเพลงฮิตของตัวเอง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ และเพลง What’s up เห็นชื่อคงไม่รุ้ แต่ถ้าบอกว่าร้องว่า Ei Yeah Ah Yeahhhhh What’s going on ทุกคนต้องอ๋อ เสียดาย รู้สึกคนจะยังไม่ตื่นเท่าไหร่ แต่เพลงนี้ สนุกดี ตุลร้องออกมาเต็มที่มากๆ

มาสนุกกันต่อ กับเพลงฟังสบายๆ สองหน่ม สุเมธ แอนด์เดอะปั๋ง มาปล่อยมุขน่ารักๆ เรียกเสียงฮา ปลุกให้ตื่น ในเพลง แจกัน ไม่เสียใจที่รักเธอ She เธอคือคนที่ฉันรัก ในเวอร์ชั่นแม่ชี เนื้อร้องโดนมากๆ คิดได้ไง จำได้ว่า เบิร์ดกับฮาร์ทเคยเล่นมาก่อน จากนั้น ตัวพ่อแห่งความลามกก็มา เปิร์ดกับฮาร์ทครับผม กึ๋มกันมาเชียว แต่เสียงร้องและมุขก็ยังไม่ตก มุขอาจจลื่นไหลกว่าเดิมอีกมั้ง อิอิ ร้องเพลงสลับปล่อยมุขกับเพลง ไม่ลืม ซูซาน โจนส์ ฝน และลืม

นักร้องเดี่ยวออกมาเล่นเปียโน ตัวใหญ่ๆ ผมยาว ก็เดากันไป "อย่าให้เขารับรุ้ ว่าฉันเคยเป็นใคร" กรี๊ดดดดดดดค่ะ อย่าให้เขารู้ มิคกี้ตัวจริง เสียงจริง ต่อด้วยอย่ามองฉันเป็นคนอื่น และครึ่งใจ มาร่วมคอนเสิร์ตในฐานะเพื่อนรักกับฟอร์ด เสียงยังแน่นเหมือนเดิม ยิ่งกว่าเดิมตามขนาดตัวด้วยมั้ง เหอ เหอ

ช่วงต่อไปเป็นช่วงของศิลปินค่ายสโตน คนแรก คือ หนุ่ม คงกะพัน กับเพลง จากนี้และตลอดไป ดังอยู่เพลงเดียว ศิลปินคนที่สอง หนุ่มไม่คิดว่าจะดังได้ ดูเหมือนคุณหมอมากกว่า แต่ผมคิดผิดครับ เพลงของเขาออกมา แล้วดังมาก นั่นคือ ฟอร์ด แซวพอหอมปากหอมคอ มาร้องเพลงให้กำลังใจกันต่อกับเพลง ฟ้ายังฟ้าอยู่ ของสไมค์ บัฟ หนึ่งในเพื่อนๆ ผุ้ร่วมงาน หนุ่มเสียงดีแฮะ อัลบั้มที่ทำร่วมกันแท่ง น่าจะได้ร้องบ้าง (อาจจะมีแต่ไม่รู้) ต่อด้วย ลำดวน กับเพลง เคยรักเธอรึเปล่ายังจำไม่ได้ และ แค่มีเธอ ร้องคู่กับฟอร์ด ฟังแล้วก็นั่งคิด เอ เพลงนี้มันนานขนาดนั้นเลยเหรอ โอเค ไม่ต่ำกว่า 5 ปีล่ะ เพราะตั้งแต่สมัยเรียนนิ ต่อด้วยจุ๊บ วุฒินันท์ เพิ่งรู้ว่า ออกอัลบั้นมาตั้ง 5 อัลบั้นแหน่ะ เจ้าตัวก็บอก หลายๆ คนคิดว่า ผมมีอัลบั้มเดียว กับเพลง รักฉันบ้างรึเปล่า เพลงจากอัลบั้มแรก และเพลงไม่บังเอิญ เพลงของโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงให้ หลายๆ คนเรียกพี่ ยกเว้นเบิร์ดกับฮาร์ท แต่หน้าเขายังดูเด็กอยู่เลย ใสได้อีกนะคะ ฟังจากงานนี้ รู้สึกว่า เสียงดีกว่างานอารมณ์ดี้นะ

ต่อด้วย วงเด็ก New School กับเพลง ฟ้าจ๋าฟ้า, อยากมี และรักแต่เธอ (ไม่แน่ใจชื่อเพลง 2 เพลงหลังนะ) มีโชว์เต้นเล้กๆ ด้วย เพลงเร็วทั้งนั้น สนุกกันต่อกับ ผุ้ชายในฝัน ของ XL step นักร้องนำไม่มา ได้โปรดิวเซอร์มาร้องให้ เลยได้ฟังเพลงเดียว แต่มี VTR มาด้วย ให้รุ้ว่า อยากมานะ แต่มาไม่ได้ เสียดายจัง มาสนุกกับนักร้องคอรัสที่มีคุณภาพในเพลง One Night Only นำโดย พี่บี๋ คณาคำ อคิรดี  สุดยอดคร้าบ ปิดท้ายด้วยฟอร์กับเพลงรักเธอ ด้วยเสียงของเขา และการเป่าแซ็กของเขาเอง ร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ ที่ออกมาร่วมแจม

ไม่พอ พ่อหน่ม แอนดี้ เมามากแล้ว ออกมาเรียกร้องให้คนดูส่งเสียงกรี๋ดกันต่อ จะได้เล่นต่อ คนดูเหลืออยู่ร้อยกว่า คน ก็เอาด้วย เค้าก็บอก เหลือเท่าไหร่ ก็เล่นให้กับคนที่อยู่ เลยได้ฟังอีก 2 เพลง กับเพลง หยุดตรงนี้ที่เธอ และ กระต่ายในจันทร์ ปิดท้ายอีกรอบ ครั้งนี้ทุกคนวิ่งไปรวมตัวกันหน้าเวที

แอนดี้โชว์กางเกงในเต็มที่ เนื่องจากกางเกงขาด พี่ฟอร์ดบอกแล้วว่า ห้ามหันหลังเด็ดขาด แอนดี้รับปากซะดิบดี แล้วก็ หันให้เต็มๆ เลื้อยๆ โชว์เป้าซะงั้น เหอ เหอ เมาจริงๆ ถาดเสื้อโชว์อีกด้วย ส่วนอนัน อันวา กับ นายคริส New School มีปะชันเต้นกันเล็กๆ น่าดูทีเดียว ศิลปินที่เหลือที่ออกมาไม่มาก แต่เชื่อว่า ยังมีอยุ่หลังเวที แต่ออกมาไม่ไหวแล้ว เพราะเมาเกิน พี่บี ก็เมานะ เซเชียว

สมาชิก ตนเอง พี่สาวทั้งสอง และรุ่นน้องอีกหนึ่ง เป็นคอนเสิร์ตที่คุ้มค่าตั๋วมากๆ 800 บาทนะจ๊ธ จริงๆ จะย้ายที่นั่งก็ได้ แต่พอนัง่แล้วรากงอก เลยอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ ประทับใจมากๆ อีกหนึ่งคอนเสิร์ต

 
วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พารถไปจอดบนถนนทองหล่อ ไม่ได้ไปเที่ยวจ้า แต่ไปดูละครใบ้ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์
งานนี้ ขอบอกใครชอบดูละครใบ้ หรือ คิดอยากจะสัมผัสกับการแสดงรูปแบบอื่นๆ บ้าง น่าจะไปดูนะ ครั้งนี้ไม่ได้ดู ก็ลองดูครั้งหน้า เชื่อว่ากลุ่มนี้จะมีผลงานต่อเนื่อง
การกลับมาครั้งนี้ มีอะไรปรับปรุงจากครั้งที่เคยทำละครมหาลัยพอสมควร เรื่องทางเข้า ที่ไม่มีประตูกลางให้เข้าแล้ว เรื่องที่นั่ง ที่มีการทำเป็นขั้นบันได เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี เห็นชัดเจน จำได้เมื่อครั้งยังนั่งเก้าอี้เรียบเสมอ นั่งแถวหลังๆ ชะเง้อน่าดูเลย
เข้าเรื่องที่ต้องการจะมาเล่าให้ฟังละ เห็นหัวข้อก็คงพอเดาได้ มาดูละครใบ้ของกลุ่มละครBabymime นักแสดงผีมือดี ได้รู้จักครั้งแรกจากงานเทศกาลละครใบ้กรุงเทพ ที่ เอ ยู เอ มาดูครั้งนี้รับรุ้ได้ว่า เค้าพัฒนาผีมือ และมีความชัดเจนในการแสดงและเนื้อเรื่องมากขึ้นจริงๆ เรื่องส่วนใหญ่เข้าใจง่าย และเรียกรอยยิ้มได้ แม้บางเรื่อง บางช่วงอาจจะงงไปนิด แต่รวมๆ แล้วใช้ได้เลยนะ
การแสดงแบ่งเป็นเรื่องย่อยๆ 8 เรื่อง บอกหัวข้อเรื่องด้วยหญิงสาว คอนเซปคล้ายกับนักแสดงละครใบ้ คณะดังจากญี่ปุ่นไปนิดนะ ลอกแบบกันมาเลยก็ว่าได้ แต่ก็เข้าใจ ถ้าไม่ใช้รูปแบบนี้ ก็ไม่รุ้ว่าจะทำยังไงให้น่าสนใจ ขอพูดถึง การแสดงของหญิงสาวที่มาบอกหัวข้อเรื่อง ดูมีความพยายามนะ แต่ขอคิดเรื่องให้แน่นๆ สำหรับบางหัวข้ออีกนิดละกัน แล้วก็ ไหนๆ จะละครใบ้แล้วก็อย่าพูดสิจ๊ะ แต่ตอนที่ถามว่า “อย่าถามนะคะว่าหมายถึงอะไร เพราะดิฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” อันนี้โดน เป็นการชูป้ายบอกชื่อเรื่อง Sonata D’ amour in A mime Op.2 by Nging, Glur
มาดูเรื่องย่อของแต่ละช่วงกัน
Open Scene by Jum
เปิดฉากด้วย การแสดงเปิดม่าน การแสดงความสามารถอันหลากหลายของสาวใหญ่ใจเพชร ไม่ว่าจะร้อง เล่น เต้นรำ ผู้ชมจะได้เริ่มอุ่นเครื่องไปพร้อมกัน ก่อนที่จะได้สัมผัสกับโชว์เต็มรูปแบบของเบบี้ไมม์
ช่วงนี้เป็นการแสดงความสามารถของเหล่านักแสดง ด้วยการโชว์ลีลายิมนาสติก กระโดดข้ามกันไปมา การตีลังการ การเล่นชักเย่อ การให้คนดูมีส่วนร่วมขึ้นไปเล่นด้วย ทำทีเป็นคล้องเชือกไว้ที่คนดู บังคับให้คนดูต้องเดินตามขึ้นไป ดีนะที่น้องเค้าเล่นด้วย ชุดนี้น่ารักดี เรียกเสียงได้เยอะมาก
Forever love by Babymime เล่าถึงความรักของผู้ชายคนหนึ่ง ที่แอบรักแฟนเพื่อน มาเป้นเวลานาน แม้ตอนที่เพื่อนจะแต่งงานกับฝ่ายหญิงไปแล้ว แต่สุดท้าย ฝ่ายชากก็จากไป ฝ่ายหยิงมีลูกแล้วก้จากไป ทิ้งลูกไว้ให้ผู้ชายเลี้ยง จนโตเป็นสาวแล้วก็มีแฟน แล้วก็จากไป ดูน่ารักดี คนที่เล่นเป็นผู้หญิงเล่นได้น่ารักมาก ให้ความรู้สึกเหมือนชิซูกะเลย ช่วงที่จากไปให้เดาคือตายจากไปนะ คงไม่ได้หนีไปไหนหรอก มันโหดร้ายเกินไป จนตอนที่ทิ้งลูกไว้ให้ผู้ชาย ก็ดูเศร้าเชียว เห็นพัฒนาการ การเลี้ยงจากเด็ก เด็กเล็ก จนโตเป็นสาว ชัดมากกับการแสดงชุดนี้
Sun and Moon by Nging การแสดงถึง พระจันทร์กับพระอาทิตย์ที่ไม่มีวันบรรจบกัน ไม่มีวันได้เจอกัน เมื่อคนหนึ่งจาก อีกคนหนึ่งก็มา จนกระทั่งเกิด ราหูอมจันทร์ จันทรุปราคา หรือ สุริยปราคาตามหลักวิทยาศาสตร์นะแหละ แต่ตอนที่ ราหูอมจันทร์ก็น่ารักดี อมพระจันทร์ แกล้งพระจันทร์ได้ แกล้งพระจันทร์ดี ตอนอมพระอาทิตย์ ตัวเองก็ร้อนไปด้วย เกือบๆ จะเป็นนิยายรักของพระอาทิตย์กับพระจันทร์ แสดงคนเดียว ใช้เวลาสักพักถึงจะเรื่มจับได้ว่า การแสดงหมายถึงอะไร จังหวะนี้กำลังเป็นอะไร เก๋ดี ดูอาร์ทเชียว
Fanclub by Niging, Ta สุดยอด การแสดงขุดนี้ สุดยอด แสดงความบ้าคลั่ง ความคลั่งไคล้ของแฟนคลับ และการรับมือมือกับแฟนคลับของศิลปินได้เป็นอย่างดี ตอนเป็นศิลปิน เก็กกันได้ใจมาก พอกลับมาเป็นแฟนคลับก็คลั่งได้น่าหมั่นไส้มากๆ มีช่วงชีวิตของศิลปินที่ไม่มีความส่วนตัว จนแฟนสาวขอเลิก มีอ่านข่าว เล่าถึงข่าวซุบซุบด้วย แปลได้นะ ว่าข่าวใคร แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว ซื้อเลย การแสดงชุดนี้
Bomb by Glur การกู้ระเบิด เป็นการเล่นกับเวลา และ ความคิดนึกย้อนของชายที่กำลังจะต้องกู้ระเบิด ให้ได้รู้ว่า เค้ากำลังคิดถึงอะไรบ้างขณะกำลังปฏิบัติภาระกิจ ทั้งการฝึกซ้อมที่รวดเร็ว เข้มแข็ง แต่ตอนปฏิบัติจริง ต้องรอบคอบ ทั้ความรู้สึกต่อคนที่รัก และตัดสินใจลงมือทำขั้นตอนสุดท้าย พร้อมกับภาพของสุดที่รัก เค้าเรียก ทำหน้าที่เพื่อคนรักได้มีชีวิตรอดอย่างปลอดภัยนั่นเอง เน้นอารมณ์ ไม่มีฮานะอันนี้
Sonata D’ amour in A mime Op’2 by Niging, Glur อันนี้ดูเพลินๆ ดี กับการเล่นดนตรีของสองนักดนตรี มือเปียโนกับมือไวโอลิน การเล่นประชัน การจินตนาการระหว่างการเล่น ว่าคิดถึงอะไร มีแกล้งกันเล็กๆ ระหว่างการเล่นด้วย แข่งกันเด่นบ้าง แต่สุดท้าย ก็เล่นกันได้ด้วยดี ฟังเพลิน แต่ชื่อเนี่ย ยาวจริงๆ หมายถึงอะไร ไม่รู้หรอก
Mother’s Day by Ta ชุดนี้ซึ้ง เรื่องของลุงคนขับแท็กซี่ที่เลี้ยงเด็กที่ถูกท้งไว้ในรถของตัวเองจนโต วันแม่เด็กอย่างให้อยู่เพื่อมอบดอกมะลิให้ แต่ลุงปฏิเสธ เพราะเขิน วันเดียวกันนั้นเอง เค้าถูกขโมยรถแท็กซี่เครื่องมือทำมาหากิน แต่ก็รีบไปรับลูก แล้วทะเลาะกันรุนแรง เด็กหนีไป ลุงออกตามหาด้วยความบากบั่น ในที่สุดก้ได้เจอ และทำความเข้าใจกัน มีฉากที่ลุงให้กินข้าว ทั้งที่ตัวเองก็หิว แล้วกินเศษข้าวที่เหลือ โหย ซึ้งจ๊ะ
ไกรทอง โดย เบบี้ไมม์ สนุกดี ดูเพลิน มีมุกฮา มีเทคนิค Backlight เล่นฉากใต้น้ำ จริงๆ ตามเรื่องน่าจะเป็นใต้แม่น้ำ แต่กลายเป็นใต้ทะเลไปซะงั้น มีทั้งแมงกระพรุน ทั้งจระเข้ อืม ข้อมุลผิดไปหน่อยนะ ชอบที่สุดคือ เมียชาละวัน ที่ใช้หุ่น แล้วให้บรรดานักแสดงทำให้รู้สึกถึงความมีตัวตน จับมือขึ้นมาแล้วตบ ตบ ตบ ตบ ตบ ทั้งไกรทอง ทั้งชาละวัน ทั้งฝ่ายหญิง น่ารักดี เรื่องนี้ผู้ใหญ่ดีได้ เด็กดูดี
สมาชิกร่วมกระบวนการได้แต่ ครอบครัวของข้าพเจ้า ในบัตรราคา 300 บาทเท่านั้นกับเวลา 2 ชั่วโมงเต็มๆ
ละครพูดอีกหนึ่งเรื่องของ exact ที่คาดว่า น่าจะมีคนไปดูเยอะพอสมควร สำหรับละครพูดคงหวังอะไรไม่ได้มาก แต่สำหรับเรื่องนี้ 13 รอบ น่าจะเป็น 13 รอบที่คนให้ความสนใจ ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น ใกล้ตัว นักแสดง นก สินจัย และ กบ ทรงสิทธิ์ ที่นักแสดงในเรื่องยกให้เป็นเทพไปแล้ว คือ เทพนก และเทพทรง (เหมี่ยว ปวันรัตน์ตั้งให้) เพราะทั้งสองคนแสดงอารมร์กันได้ตลอด ทุกรอบ เค้นอารมณ์กันได้จริง

13 ฉาก ต่างวัย ต่างวาระ ดูไป ก็เหมือนกับการนับถอยหลัง ฉากที่เท่าไหร่แล้วนะ เหลืออีกกี่ฉาก
ฉาก 1 เมื่ออายุ 16 ปี กับวันแรกที่เจอกัน แอบทำตัวเด็ก เล่นมุขจีบหญิง เด็กมัธยมทั้งคุ่หนีโรงเรียนมาเที่ยวแล้วก็มาเจอกัน พระเอกใช้มุก เอ๊ะ เราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่าครับ (ใช้ตลอดทั้งเรื่องเลย) สุดท้าย นางเอกฝากเบอร์ไว้ให้พระเอกด้วย

ฉาก 2 เมื่ออายุ 18 ปี เรียนมหาลัยเดียวกับ กลับมาเจอกันอีกครั้ง จำกันได้ เอมโกรธ เพราะนึกว่าเต้ไม่ยอมโทรหา ฟอร์มว่าไม่ได้รอโทรศัพท์ แต่ก็รอ เต้บอกว่า โทร แต่โทรไปแล้ว เป็นสน. ทองหล่อ ทุกที ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือ พ่อของเอมนั่นเอง รับแล้วไม่ให้คุยกะลูกสาว

ฉาก 3 เมื่ออายุ 22 ปี เอมกับเต้ คุยกัน แต่ไม่ได้เป็นแฟนกัน เพราะเต้จีบแล้วแต่ไม่ติด เพราะทำตามเงื่อนไขไม่ได้ ฝ่ายเอมเป็นแฟนกับพี่ก้อง แต่โดนบอกเลิก เลยกินเหล้าเมา แล้วมาเจอกับเต้ คุยกัน ทำให้รุ้ว่า ทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิท มีซื้อของให้กันด้วย รู้ปัญหาของกันและกัน เต้แก้นิสัยเสียของเอม ให้เป็นข้อเสียน้อยลง สุดท้ายก็บอกว่า รักเอม

ฉาก 4 เมื่ออายุ 25 ปี งานแต่งงานของทั้งคุ่ เกือบไม่ได้แต่งเพราะ เอมอยากยกเลิก เนื่องจาตัวเองไม่พร้อม และผันไว้มากว่างานแต่งต้องเป็นอย่างไร แต่สำหรับเต้ งานแต่งขอมีเอมคนเดียวก็พอแล้ว

ฉาก 5 เมื่ออายุ 27 ปี ลูกาสาวยังละอ่อน เต้กลับบ้านดึกดื่น ปัญหาความสัมพันธ์ของสามีภรรยา ที่ต่างมองมุมของตัวเอง เต้มีความต้องการ แต่เอมเหนื่อย เวลาที่เอมต้องการ เต้ไม่อยู่

ฉาก 6 เมื่ออายุ 31 ปี ใบเตย ลูกสาว เริ่มโตแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งคุ่มาถึงจุดแตกหัก แยกบ้านกัน เค้นอารมณ์กันมาก เมื่อลูกสาว บอกให้คุณพ่อไปดุการแสดง แต่เต้ไปไม่ได้ เลยให้ลูกเต้นให้ดู แต่แม่เอมขัดให้ไปเตรียมตัวไปบ้านคุณยายกัน แล้ว ทั้งสองก็ทะเลาะกันอีก คราวนี้เรื่องเวลา คนหนึ่งจะให้ลูกเรียนพิเศษเสาร์อาทิตย์ด้วย แต่เต้ไม่ยอม เพ่ราะเวลานั้นเป็นวันของเขา เมื่อลูกลงมา ก็เต้นให้ดูในเพลง

ใครหนอ รักเราเท่าชีวัน ใครหนอ ใครกัน ให้เราขี่คอ ลูกสาวให้พ่อแม่ช่วยร้องด้วยในท่อน คุณพ่อ คุณแม่ ฟังแล้วอึ้งไปทั้งคู่ ไม่สิ อึ้งกันไปทั้งโรงละคร เด็กน่ารักมาก โดยเฉพาะตอนที่ใบเตยกำลังจะไป แล้วอยากให้คุณพ่อไปด้วย น้องใบเตยคะ น้องเล่นเก่งมาก เล่นเอาพี่ซึมไปเลย

ฉาก 7 เมื่อายุ 37 มาเจอกันที่ร้านอาหาร ต่างคนต่างพาคนของตัวเองมา เอมแต่งงานใหม่กับพี่ก้อง แฟนสมัยมหาลัย ส่วนเต้ก็ควงสาวๆ ไปเรื่อย ต่างประชดประชันกันไปมา เอมว่าอะไรไม่ดีไม่ควรกิน เต้สั่งหมด แล้วตามไปทะเลาะกันต่อข้างนอก พอกลับเข้ามา พี่ก้องก็บอกว่า สุขสันต์ครบรอบ 2 ปี เล่นเอาเต้ซึมเลย เพราะเต้มักจะลืม และวันที่ครบรอบ 2 ปีของเต้กับเอม เป็นวันที่เต้เกือบจะข่มขืนเอมด้วยซ้ำไป

ฉาก 8 เมื่ออายุ 42 ปี ใบเตยมีปัญหา ท้องกับรุ่นพี่ ที่ติวพิเศษให้ แม่เป็นคนพามา แต่วันที่ไปมีอะไรกัน คือวันที่ไปอยู่กับพ่อ แล้วโกหกพ่อ ว่าไปอ่านหนังสือบ้านเพื่อน พ่อผู้ให้อิสระลูก กับ แม่ผู้เคร่งครัด แต่สุดท้ายลูกก็ยังพลาด

แม่จะให้ใบเตยทำแท้ง แต่ใบเตยไม่ยอม จะไปคุยกับแฟน ถ้าแฟนไม่รับ ก็จะเลี้ยงลูกคนเดียว ไม่สิ พ่อจะช่วยใบเตยเลี้ยงใช่ไหมคะ แล้วพ่อเต้ก็จะพาลูกไปคุยกับผุ้ชาย ใบเตยบอกว่า แต่ใบเตยอยากให้แม่ไปด้วย และครั้งนี้ พ่อ แม่ ใบเตย ไปด้วยกัน ไปช่วยกันแก้ปัญหา

ฉาก 9 เมื่ออายุ 45 ปี เปิดมาเป็นงานแต่งงาน นึกว่าเป็นงานแต่ใบเตย เปล่า เป็นงานแต่งงานของโป้ง เพื่อนคู่ซี้ คู่เที่ยวของเต้ ที่บอกว่า นึกอยากแต่งก็แต่งไม่คิดมาก เพราะเห็นว่าคิดมากก็ไม่ช่วยอะไร กระทบเอมไปเต็มๆ ขณะที่เก๋ เพื่อนของเอมที่ชอบโป้ง ตามตื้อมาเรื่อยๆ มาตั้งนาน ก็บอกว่า ขอเป็นชู้ เป็นน้อย เป็น… ก็ได้ มีเก๋กับโป้ง มาช่วยสร้างสีสัน ผ่อนคลายเนื้อเรื่องจริงๆ และตอนนี้ก็พบว่า เอมหย่ากับพี่ก้องแล้ว เพราะโดนทำร้ายร่างกาย

ฉาก 10 เมื่ออายุ 50 ปี เอมเข้าโรงพยาบาล เต้รู้ข่าวรีบไปเยี่ยม และชวนไปเที่ยวต่างประเทสด้วยกัน ตามความฝันของเอม เอมบอกว่า อยากไปนะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปได้เปล่า เป็นฉากที่เห็นว่าเต้ยังคงรักและห่วงใยเอม และเอมก้ดูผ่อนปรนตัวเองมากขึ้น ก่อนจะเฉลยให้รุว่า เอมเป็นโรคร้าย ต้องรักษาตัว เต้รูเข้าก็เศร้าแต่ก็เป็นกำลังใจให้ เพื่อให้เอมไปเที่ยว และไปทำตามที่ฝันไว้

ฉาก 11 เมื่ออายุ 51 ปี งานศพ งานศพใคร หลายๆคน คิดว่า ของเอม แต่เราคิดว่าไม่ใช่ และก้ไม่ใช่จริงๆ เป็นงานศพเต้ ที่ประสบอุบัติเหตุ หักรถหลบ ให้เอมรอด แต่ตัวเองก็ตายในที่สุด เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจาก ทั้งคู่ไปที่ยวกันมาแล้ว เต้เป็นผุ้ชายที่เห็นแก่ตัวจริงๆ ไม่ยอมตายก่อนคนที่ตัวเองรัก เพราะทนไม่ได้ ในที่สุดก็ได้ตายก่อนจริงๆ 

ภาพที่ทั้งสองคนไปเที่ยวตามที่ต่างๆ รอบๆ โลกก็ขึ้นมา ทั้งโรงยังคงเงียบสนิท ยังอินอยุ่ แล้วเสียงปรบมือค่อยเริ่มขึ้นให้กับนักแสดงทุกคน นกสินจัย ตลอด 11 ฉาก กบ ทรงสิทธิ์ 10 ฉ่าก (ถ้ามาครบตอนหลังก้ต้องเป็นวิญญาณแล้วหล่ะ)

ประทับใจ น้ำตาไหล ได้ยินเสียงฟืดฟาดกันทั้งโรงเลย 

เห็นว่า หาข้อมูลกันให้สนุกเลย สำหรับเหตุการณ์และคำพูดในช่วงต่างๆ ดูแล้ว ไม่ขัดเขินเลยค่ะ เพราะดุระยะไกล อิอิ

วันอาทิตย์ที่ 8 มี.ค. 52 รอบบ่ายสอง สมาชิกคือ ครอบครัว และเพื่อนส้ม

การแสดงครั้งนี้ ถ้าได้ยินเอง คงจะฟังแล้ว ผ่านไป แต่ไม่ใช่สำหรับพี่สาวที่แสนจะรอบรู้ มาโฆษราเชิญชวนว่า ควรดู เป็นละครเวทีที่ดีมาก เล่นมาแล้วหลายที่ นิวยอร์คก็เล่นมาแล้ว เป็นละครที่สร้างสรรค์เพื่อสังคมด้วย หัวข้อเกี่ยวกับ Vagina แล้ว คืออะไร ช่องคลอดค่ะ ช่องคลอด ละครที่พูดถึง ช่องคลอด จะออกมาเป็นยังไง ลองมาอ่านดู
 
คำเตือน เรื่องราวต่อไปนี้ อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรอ่าน แต่ถ้าอยากอ่านก็อ่านเถอะ อิอิ
 
เป็นการนำเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Vagina มาร้อยเรียงต่อกัน มาเล่าสู่กันฟังผ่านนักแสดง ทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ Tha Vaginas Monologues/โยนีรำพัน
 
เปิดมาก็เป็นบทนำโดย 3 สาวทั้งไทยและเทศ มากล่าวถึงคำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้พูดถึง Vagina ทั้งสุภาพ คำแสลง และ อื่นๆ
ขน/Hair (คนไทย) เล่าเรื่องเกี่ยวกับขน ความไม่ชอบขนของผุ้ชายคนหนึ่ง กับความชอบขนของผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อแฟนหนุ่มต้องการให้แฟนสาวโกนขนออก แต่ฝ่ายหญิงรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อไม่มี สุดท้ายขอความมั่นใจจากฝ่ายชายว่า ถ้าโกนแล้ว จะไม่ไปมีหญิงอื่นอีก แต่ไม่ว่ายังไงก็มีผู้หญิงอื่นอยู่ดี เพราะฉะนั้น อย่าเอาเรื่องขนมาเป็นข้ออ้างเลย
 
น้ำท่วม/The Flood เรื่องเล่าจากหญิงชรา ที่มาพูดถึงประสบการณ์ตัวเอง ด้วยความเขินอาย แต่เมื่อเล่าแล้วก้เล่าไม่หยุด ตบท้ายว่า เมื่อได้พูดถึง เมื่อได้เล่า ก็รู้สึกสบายใจขึ้น บ่งบอกว่า มีปัญหาอะไร พูดคุยออกมา จะได้เข้าใจ และอาจหาทางแก้ปัญหานั้นๆ ได้
 
ห้องปฏิบัติการช่องคลอด/The Vagina Workshop(คนไทย) พูดถึงการให้ความสนใจ การมอง การรู้จักกับ vagina ให้รับรู้ถึงการมีอยู่จริง และไม่รู้จักมันแต่จากจินตนาการของตัวเอง อืม… แล้วจะมองไหมละ จะส่องดูไหมละ Vagina เนี่ย
 
เพราะเขาชอบจ้องมองมัน/Because he liked to look at it  บอกเล่าถึงชายคนหนึ่ง ที่ชอบมอง Vagina ของผู้หญิงคนหนึ่ง จนทำให้ผุ้หญิงคนนั้น จากที่ไม่เคยชอบของตัวเอง กลายเป็นชอบตามที่ฝ่ายชายบอกเล่า ถึงความชอบมองของเขา
 
พวกเขากระชากความเป็นหญิงให้ออกจากร่างที่เป็นชายของฉัน…หรือก็ได้แค่พยายาม/They Beat the girl out of the boy…or so they tired  ให้เพศที่ 3 สองคน ชาวไทย ออกมาชอกเล่าประสบการณ์ที่โดนดุถูก โดนกลั่นแกล้ง การไม่ได้รับการยอมรับ สุดท้ายจนแปลงเพศแล้ว ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่
 
จิ๋มที่เกรี้ยวกราดของฉัน/My Angry Vagina ชอบชื่อเรื่องนี้นะ อ่านแล้วสะดุดดี คนเขียนก็ดี นักแสดงต้องใช้พลังอย่างมากที่จะบอกเล่าถึงความโกรธของ Vagina ที่โดนทำนู่น ทำนี่ อยู่เรื่อย มีใครถามบ้างไหมว่า Vagina ชอบหรือไม่ พอใจหรือไม่
 
อวัยวะเพศของฉันเคยเป็นหมุ่บ้านของฉัน/My Vaigna was My Village เรื่องนี้พูดถึงการถูกทารุณทางเพศ ในช่วงสงคราม เล่าถึงการถูกกระทำย่ำนยีของผุ้หญิงคนหนึ่ง ทั้งการรุมโทรม การถูกทำร้ายร่างกาย และอวัยวะเพศ แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่ถูกกระทำ และความพยายามที่จะมีชีวิตอยุ่ต่อไป ดูแล้ว ซึมเลย
 
เบรกกันสักนิดกับเรื่อง ปิ๋มป๊มน้อยของหนูที่สามารถ/The Little Coochi Snorcher That Could พูดถึงความทรงจำ เรื่องราวของเด็กหญิงคนนึง ที่มีอุบัติเหตุกับปิ๋มปิ๊มน้อยในวัยต่างๆ จนถึงวันหนึ่ง ที่เกือบโดนข่มขืน และอีกช่วงชีวิตหนึ่งที่รู้ตัวว่าเป็นเลสเบี้ยน และรู้จักวิธีการหาความสุขด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งผู้ชาย
 
มาเข้าสู่โหมดเครียดกันต่อ กับเรื่อง พูดสิ/say it  เข้ามาซ้ำอีก ยิ่งซึมเข้าไปใหญ่  (นักแสดงชาวไทย แต่ดูชื่อแล้วเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นมั้ง โซโนโกะ) เป็นอีกเหตุการหนึ่งที่ผุ้หญิงเป็นเหยื่อของสงคราม ถูกบังคมเอาตัวมาเพื่อแลกกับชีวิตของคนในครอบครัว ซึ่งสุดท้ายแล้ว ครอบครัวก็อาจจะไม่รอดเหมือนกัน เด็กสาวนับร้อยนับพันถูกนำตัวมาบำเรอทหารญี่ปุ่น ให้ต้องร่วมมีเพศสัมพันธ์กับเหล่าทหารไม่น้อยกว่า 30 คนต่อวัน ได้ทานเพียงข้าว ซุปเต้าหู้ และ ข้าว ไมเคยได้รับอนุญาตให้ทำอะไร ห้ามกรีดร้อง ห้ามเถียง ห้ามชำระร่างกาย แม้ตอนมีประจำเดือนก็ต้องทำ คนไหนขาดสารอาหาร หรือใกล้ตาย ก็เอาไปโยนทิ้ง เป็นการแสดงเพื่อเรียกร้องให้รับผิดชอบการกระทำ และเรียกร้องคำขอโทจากรัฐบาลญี่ปุ่น พูดสุ พูด พูดสิ (มีข่าวว่าจีนเรียกร้องให้ญี่ปุ่นออกมาขอโทษกับการกระทำที่รุนแรงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2)
 
ทวงสิทธิ์ความเป็นหี ออกมาพูด ออกมากระตุ้นให้คนดู พูดถึง Vagina ด้วยเสียงดัง ฟังชัด
 
ผุ้หญิงที่ชอบปรนเปรอความสุขให้แก่จิ๋ม/The Woman Who Loved to Make Vaginas Happy คนนี้ออกมาแนวฮา และเข้มดีมาก มาบอกเล่าว่าตัวเอง ชอบตัวให้ลูกค้าผุ้หญิงมีความสุข พร้อมทั้งบอกเสียงร้องของผุ้หญิงในแบบต่างๆ ว่าจะร้องออกมาอย่างไร เมื่อถึงจุดสุดยอด ทั้ง หญิงร็อค หญิงผู้ดี หญิงโอเปร่า …. ขำดี ออกมาลดความเครียด เพิ่มความขำให้กับงานนี้
 
ฉันอยู่ในห้องนั้น/I Was There In The Room พูดถึงอะไรละ พูดถึงการคลอด ให้หญิงสูงวัย 2 คนออกมาพูด จำเนื้อหาแน่ๆ ไม่ได้ รู้แต่ว่า มีคนนึงพยายามพูดภาษาไทย แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย เสียดาย เห็นถึงความพยายามนะ แต่ไม่น่าเลย
 
การล้างบาป/Baptized เรื่องนี้เป็นไงอ่ะ จำไม่ได้เลย นึกไม่ออก อย่าว่ากันนะ เรื่องมันเยอะไปหมด
 
ปิดการแสดง ตลอดช่วงการแสดงมีการออกมาพูดคั่นถึง ความจริง สถิติ และเรื่องต่างๆ ที่จะเล่าเกี่ยวกับ Vagina
 
เป็นบท เป็นเรื่องราวที่ตีแผ่ และบอกเล่าเรื่องราว ที่แน่นด้วยเนื้อหา ใครจะรับ ใครจะรู้ในส่วนไหน จะตีความกันไปอย่างไหร สุดแท้แต่
สิ่งหนึ่งที่ได้คือ การทารุณทางเพศ การไม่พูดถึงเรื่องเพศ ทำให้ปัญหาขยายเพิ่มมากขึ้น จริงๆ
 
ขอบคุณทีมงาน V-Day Productions ผุ้ร่วมแสดง สถานที่ ภัทรวดีเธียเตอร์ที่นำเรื่องนี้มาเผยให้เราได้ชมกัน คนดูกว่าค่อนเป็นต่างชาติ อาจเป็นเพื่อนๆ นักแสดงหรือเป็นผุ้ชมก็ไม่แน่ใจ แต่ดีใจแทนที่รอบนี้ คนดูเกือบเต็ม
 
ร่วมชมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 20.00 น. – 22.00 น. กับครอบครัว
 
 
 
 

การแสดงดนตรีแจ๊ส ณ หอเล้ก ศูนย์วัฒนธรรม วันเสาร์ที่ 28 ก.พ. ศิลปินได้แก่ Martin Taylor และ Alison Burns สองศิลปินที่ทำงานร่วมกัน หนึ่งเสียงกีตาร์อันพลิ้วไหว สองเสียงร้องที่ใสและกังวาน กับแนวเพลงฟังสบาย มาแสดงให้เราชมในครั้งนี้ถือเป็นการโปรโมทอัลบั้มใหม่ไปในตัว วางขายเมื่อ 2008 ไม่นานนี่เอง เอาเพลงในอัลบั้มมาร้องทั้งนั้น รู้ได้เพระดูรายชื่อจากซีดีที่พี่สาวซื้อ มีลายเซ้นด้วยนะ พี่เค้าไปต่อคิว ขอลายเซ็นต์มา

Martin Taylor เล่นกีตาร์ได้โดนใจมากๆ เสียงแน่น วิธีการเล่นหลากหลาย เล่นอยู่คนเดียวแต่เหมือนเล่นสัก 3 คน มือระรัว มีเทคนิคการเล่น และทำเสียงได้น่าฟัง มีช่วงที่ได้โชว์เพลงบรรเลงของตัวเองเต็มๆ ด้วย เลยได้เห็น ได้ฟัง กันเต็มอิ่ม นะ ตอนที่เล่นให้ร้อง ก็จะดูคนร้องไง ฟังแล้วเกิดแรงบันดาลใจให้ไปรื้อ ค้น กีตาร์ ตัวเก่ง มาปัดฝุ่น เปลี่ยนสาย ปรับสาย กว่าจะทำครบกระบวนการก็ได้เวลาเอาไปเก็บอีกรอบ อิอิ

Alison Burns แนะนำกันไป แนะนำกันมาทั้งคอนเสิร์ต จำชื่อไม่ได้ให้รู้กันไป เสียงใส เสียงกังวานมาก นักร้องท่านนี้ มีศักดิ์เป็นสะใค้นะจ๊ะ เป็นธุรกิจในครอบครัว สงสัย ตัวสามี คงนั่งฟังเพลงกันทั้งวัน เอ ไม่แน่ อาจจะเป็น sound engineer ก้ได้ อิอิ



Categories