Ras's Blog

Archive for May 2009

แม่นาคพระโขนง ตำนานความรัก เรื่องเล่า ที่ทุกคนต้องเคยได้ยิน ได้รับการสร้างมาเป็นหนัง, ละคร นับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นำมาแสดงในรูปแบบของละครเวที ไม่ใช่แค่ของ exact เท่านั้น ยังมีอีกเจ้าหนึ่ง ทำไล่ๆ กันเลย เพื่ออะไรละเนี่ย แต่เราก็จะดูทั้งสองแบบ แล้วจะมาเล่าให้ฟัง
 
โปรเจคนี้ เป็นงานของคุณบอย ถกลเกียรติ หลังจากเปิดตัวแม่นาค เป็น นัท มีเรีย เมื่อต้นปี ก็มีหลายกระแสว่า ฝรั่งจัง แต่ภาพรวมเมื่อย้อมผมดำแล้ว ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ แล้วพ่อมากจะเป็นใครล่ะ บางคนยังคิดว่า จะเป็นบี้หรือเปล่า เหอ เหอ ไม่ใช่หรอก เป็นดิวเหรอ เออ ก้อมีโอกาศ แต่ไม่หรอก สุดท้ายมาเป็นนายอาร์ เดอะสตาร์ กระแสความไม่ชอบแรงมาก น่าสงสารเหมือนกัน ตัวแสดงเป็นใคร ก็ได้ รอดูอย่างเดียวว่า เมื่อไปนั่งชมแล้วเราจะเชื่อหรือไม่ แต่อย่างหนึ่งที่เชื่อมือคือ บรรยากาศ และภาพรวมจะต้องได้อารมณ์แน่ๆ
 
แม่นาคฉบับนี้ได้รับการให้เหตุผล และที่มาที่ไป รวมทั้งอารมณ์ของผู้คนรอบข้างที่มีต่อแม่นาคมากขึ้น โดยเปิดให้เห็นว่า พ่อมากและแม่นาครักกัน และหวานต่อกันเพียงใด โดยมีเพื่อนๆ ชาย และไม่ชายแท้ ของพ่อมาก มาแสดงความหมั่นไส้เล็กๆ ขณะที่ให้ชาวบ้าน แสดงการรังเกียจเพราะ เป็นการหนีตามกันมา ไม่ได้ทำตามประเพณี ผิดผี โดยมี แม่ปริก หมอตำแยคอยกลั่นแกล้ง ในคืนวันลอยกระทง ณ บางพระโขนง แต่ทั้งคู่ก็ต้องจากกันเพราะ พ่อมากต้องไปเกณฑ์ทหาร โดยที่สัญญาว่าจะ กลับมากอดแม่นาคตราบสิ้นลมหายใน ในเพลง อ้อมกอด แม้แต่วันที่แม่นาคจะคลอด ก็ยังไม่เต็มใจมา ต้องให้สร้อยไปตามมา อ้อนวอนกันสุดๆ  สุดท้าย แม่นาคทนความทรมานไม่ไหว ร้องโอดโอย เป็นทำนองด้วย สุดท้ายแม่นาคต้องตายไปทั้งกลม หมอคง หมอคุณไสยรู้ว่ามีคนตายทั้งกลม ก็ต้องการเด็กจึงมาปลุกและจะนำตัวเด็กไป แต่แม่นาคไม่ยอม ต่อสู้จนหมอคงพลาดท่า โดนควักตา และเป็นมูลเหตุให้แม่นาคฟื้น และรอคอยพ่อมาก พยายามจะให้เพื่อนๆ พ่อมากตามพ่อมากให้ที รวมทั้งบอกชาวบ้านด้วย ทำให้ชาวบ้านต่างพากันกลัว กลายเป็นข่าวลือถึงความน่ากลัวของผีแม่นาค เพื่อนพ่อมาก ทั้งเตี้ย และ โอ่งต่างเล่าถึงเหตุการณ์ที่พบเจอ ในช่วง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ (ชอบช่วงนี้นะ ร้องกันเป็นหมู่ แล้วค่อยๆ ให้เล่าทีละคน สนุกดี) โดยเฉพาะยอดต้องการพิสูจน์เลยไปที่บ้าน ก็ได้เจอจังๆ
 
ทุกคนต้องค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ย่องตามแบบฉบับผีไทยๆ ด่านแรก การก้าวขึ้นบันได ขึ้นไป ขึ้นไป เสียงเอี๊ยดอ๊าดของกระดานไม้ก็ดังตามจังหวะการเดิน จนขึ้นมาครบทุกคนแล้ว เสียงนั่นก็ยังอยู่ ต่อมา โอ่ง เพื่อนของพ่อมาก ก้อหันไปเจอ เปลเด็ก ไกวเอง ขาสั่นๆๆๆๆๆ จนขาแข็ง ก้าวไม่ออก จังหวะ ท่าทาง ชัดมาก แล้วก็ให้ทุกคนดู แต่ไม่มีใครเห็นอะไร จนครั้งที่ 2 หรือ สาม ค่อยๆ สะกิดให้เห็นทีละคน สะกิดต่อๆ กัน จนมาถึงยอด หันมาปุ๊ปเปลก็หยุดไกว แต่สักพักก็แกว่งใหม่ ยอดบอกว่า ก็หน้าต่างไม่ได้ปิด ทำใจกล้าไปปิด แล้วเปลก็หยุดไกว หยุดไป 2 วินาที แล้วก็ไกวต่อ คราวนี้ เริ่มกระเจิง วิ่งลงบันไดกันมา (บ้านทำเป็น 2 ชั้นแบบไทยๆ แล้วขึ้นๆ ลงๆ ได้) อยู่ๆ แม่นาคก็พุ่งลงมาจากข้างบนหนึ่งช็อต แล้วทุกคนก็วิ่งกันกระเจิง เหลือแต่ยอดที่ยังพึมพำว่า ผีไม่มีจริง แม่นาคเดินมาหา พร้อมบอกว่า ช่วยตามพี่มากมาหาฉันที……….
 
มากกลับมาแล้วตรงกลับบ้านมาหาแม่นาค แม่นาคแสนดีใจ วิ่งเข้าไปสวมกอด แต่ทนไม่ไหว เพราะพ่อมากใส่พระที่ตนเป็นคนให้ไว้ จนต้องตวาดให้ถอดออก ก่อนจะเข้าไปสวมกอดเต็มที่ พ่อมากทักว่าทำไมบ้านโทรม แม่นาคก็เปลี่ยนให้ทุกอย่างดูใหม่ได้ โดยใช้แสง และ อุปกรณ์ประกอบฉากช่วยให้ดูเรียบร้อย ก่อนจะชวนกันขึ้นไปบนบ้าน และจบกันที่บนเตียง ที่กอดกันนัวเนีย ก่อนแม่นาคจะหันมาให้เห็นใบหน้าที่เละเทะ
 
พ่อมากไปที่ตลาด และได้ฟังแม่ปริกและชาวบ้านพูดถึงแม่นาค เล่าถึงเรื่องราวในคืนนั้น  ที่แสดงให้เห็นความเกลียดชังที่แม่ปริกมีต่อแม่นาคอย่างสุดหัวใจ ก็ไม่เชื่อ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงจงเกลียดจงชังแม่นาคขนาดนั้น และให้ดูว่า ยอดกลายเป็นบ้า เพราะโดนผีแม่นาคหลอกนั่นเอง บอกให้พ่อมากไปพิสูจน์โดยการสวมสร้อยพระแล้วจะเห็นทุกอย่างเอง ซึ่ง ก็ได้เห็นจริง เห็นแบบไม่รู้ตัวด้วย เพราะแม่นาคทำสาก ย้ำว่า สาก ไม่ใช่มะนาวหล่น แล้วยื่นแขนลงมาเก็บ พ่อมากหนีทันที ฉากนี้ให้แม่นาคหันหลังตำน้ำพริกดูหลอนๆ รู้ว่าไม่ใช่นัทแน่ๆ แล้วให้แม่นาคโผล่มาขวางหน้าพ่อมากไว้ (ถ้าใช้ตัวจริงคงวิ่งไม่ทัน) แล้วก็วิ่งหนีกันกระเจิงออกมาข้างล่างเวที พ่อมากวอนให้แม่นาคปล่อยตัวไปในเพลง จงปล่อยพี่ไป แต่แม่นาคไม่ยอม ในเพลง อย่าหนีฉันเลย และติดตามพ่อมากไปทุกที่
 
ทุกคนต่างวิ่งไปที่วัด ผีแม่นาคไม่อาจเข้าวัดได้ แต่ยืนยันว่าไม่ยอมปล่อยพี่มากแน่ๆ และขอร้องให้กลับมาหา แต่ก็ไม่ได้ไป พ่อมากหลับที่วัด โดยสร้อยคอยดูและ และเผยความในใจว่ารักพ่อมาก ผ่านเพลง รู้ทั้งรู้
 
จากนั้นก็มาเบรกอารมณ์ กับ วิธีหนีผี โดย เตี้ย และ โอ่ง ใช้จังหวะการร้องเร็วๆ ด้วย ว่าคิด คิด คิด ว่าจะทำยังไง มีทั้งแกล้งตาย ปีนขึ้นต้นไม้ สุดท้าย เตี้ยเฉลยให้หลบในโอ่ง ซึ่ง มีโอ่งเยอะมาก และก็มีคนอยู่ในโอ่งเกือบครบ โผล่กันไปมา เหมือนเล่นเกมทุบหัวจระเข้เลย เหลืออยู่หนึ่งโอ่ง คิดอยู่ว่า เป็นแม่นาค หรือ ยอด ปรากฏว่าถูกทั้งคู่จ้า มือยืดยาวได้ใช้อีกครั้ง โดยให้เตี้ยลากขึ้นมาโดยเข้าใจว่าเป็นยอด จะพากลับบ้าน แม่นาครู้สึกผิด มาขอโทษยอดที่ทำให้กลายเป็นคนไม่สมประกอบในเพลง ฉันขอโทษ แล้วก็สะกดจิตไปในตัว ให้ไปด้วยกัน
 
พ่อมาก กับสร้อย ปรับความเข้าใจกันว่า เป็นได้แค่ พี่กับน้องเท่านั้น แล้วก็กอดกัน ทำให้แม่นาคเข้าใจผิด ปะทะอารมณ์กับสร้อยในเพลงเพื่อนทรยศ พยายามจะบีบคอสร้อย พ่อมากมาห้าม แต่แม่นาคไม่ยอม ตอนนี้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้แล้ว ชาวบ้านมาเห็นเข้า ต่างพึมพำ แม้แต่คนดีเช่น สร้อยก็ยังโดนแม่นาคฆ่าตาย ในเพลง ช่างน่าสงสาร พ่อมาก ปะทะอารมณ์กับ แม่นาคอีกครั้ง เมื่อเห็นถึงความโหดร้ายของแม่นาค ในเพลง เมียพี่ตายแล้ว และ ต่างคนต่างไป แม้จะรักแต่ก็ไม่อาจห้ามไม่ให้ชาวบ้านหาคนมาหยุดแม่นาค ในเพลง ตามหมอผีมากำจัด
ได้มาเป็น อาจารย์คง กับเพลง ถึงเวลาทวงแค้น โดยปลุกผีพรายให้มากัดกินแม่นาค พ่อมากพยายามจะออกมาช่วยแต่ก็โดนดึงไว้ ยอดมาช่วยแม่นาคแต่ก็โดนอาจารย์คงทำร้าย ไม่ให้เข้ามาขวาง และการต่อสู้ ระหว่างคน คน ผี ผี กับเรื่องราวที่ อาจารย์คงเป็นคนปลุกแม่นาคก็เปิดเผยในเพลง พิธีปราบผี พ่อมากแย่งกะโหลกดำมาได้และทำลาย ทำให้อาจารย์คงไม่สามารถควบคุมผีพรายได้ จึงโดนผีพรายทำร้าย พาตัวไปลงนรกด้วยกัน ขณะที่แม่นาคก้ออ่อนแรงลง และได้อ้อมกอดครั้งสุดท้าย และสำนึกถึงการกระทำของตนที่ผ่านมา สารภาพความผิดที่ได้กระทำ แต่อยากให้คนเข้าใจ และนึกถึงแม่นาค ในแง่มุมของคนที่มีความรัก ที่ยึดมั่น ในเพลง ยามนึกถึงเรื่องของฉัน พร้อมกับฉากเผาศพ และแม่นาคก็เดินหายเข้าไปในกองควัน จบด้วยความเศร้า และ สงบ ไม่ต้องพึ่งมนตร์ ของขลังใดๆ
 
ที่นั่งในเรื่องนี้ ได้นั่งติดทางเดิน เป็นช่องให้คนเดินผ่านได้ เพราะฉะนั้น ช่วงชาวบ้านวิ่งหนี หรือผีพรายเดินไปเดินมา จะใกล้ชิดมาก เหอ เหอ
วันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2552 เวลา 14.00 น.
ผู้ร่วมขบวนการ ที่บ้าน พร้อมกับพี่ปุ้ม
สถานที่แสดง รัชดาลัยเธียเตอร์ (ถ้าไม่มีที่นี่ ป่านนี่โปรเจ็คนี้ของ Exact ก้คงยังไม่ได้เล่น เพราะมีคนขอไว้ว่า อย่าเล่นที่ศูนย์วัฒนธรรมเลย)
Advertisements
 
คอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นการจับนักร้องดังหลายๆ คนมารวมตัวกัน มาปะทะกัน มาคู่กัน มาสู้กันในหลายๆ แบบ โดยมี 4 คู่หลักๆ คือ บอย ตรัย ปะทะ etc (โห รุมกันนะเนี่ย แต่น้ำหนักรวมกันอาจใกล้เคียงกัน อิอิ, บี พีระพัฒน์ สู้กับ เบน (ดูรูปร่างสิ, ก้อง – นิโคล มาแบบพระเอกกับนางเอก สบายๆ ชิวๆ, มันส์กันสุดขั้วกับคู่ติสและน่ารัก ปาล์มมี่ กับ ป็อด ปิดท้ายด้วย บุรินทร์ และทาทา)
บึ่งไปถึงไปเทค บางนา ใช้เวลาแค่ 40 นาที เกือบจะออกทางด่วนผิดทาง แต่ก็มาได้ด้วยดี บรรยากาศหน้างาน ดูไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะสถานที่ดูเป็นโรงแสดงสินค้ายาวๆ บูธที่มาจัด ก็เล็กๆ งานนี้สิงห์เป็นสปอนเซอร์ เลยเอาเบียร์ เอาน้ำเข้าได้สบาย
 
เริ่มคอนเสิร์ตราวสองทุ่มครึ่ง เปิดตัวด้วย… แขกรับเชิญ เชื่อเค้าเลย แต่ก็น่ารักดี เจอกับคู่ โย่ง – ก้อย และผองเพื่อน มาในเพลง เพราะ (ฉัน) มีเพียงเธอ, ไปด้วยกันรึเปล่า, ปิดด้วยไม่ต่างกัน เพลงจากอัลบั้มใหม่ของทั้งคู่ บอกว่า เป็นแฟนกันมาตั้งนาน ก็เลยอยากทำงานร่วมกัน คนหนึ่งก็นักร้องนำวงอาร์มแชร์ (เพิ่งเห็นหน้าเต็มๆ ก็ครั้งนี้แหละ น่ารักดีเหมือนกัน) อีกคนก็นักร้องนำวง Saturday Seiko มาในชุดแดง กระโดดโลดเต้นสุดชีวิต
 
ต่อด้วย … แขกรับเชิญอีกแล้ว (ช่วงต่อช่วงนี้ ไม่ค่อยเนียน เสียว่าเปลี่ยนนักดนตรีนาน ถึงขั้นเปิดวีทีอาร์เดิม อีกครั้งเลย อย่างน้อย น่าจะทำวีทีอาร์ใหม่) เป็น MR. Z กรี๊ดดดดดดดดดด (ที่กร๊ดเพราะลุ้นว่า ใครจะมาร้องเพลงล่ะเนี่ย) มาแล้ว มากับการควงสะโพก ใช่แล้ว พี่โป้ โยคี Playboy นั่นเอง กับเพลง พรหมลิขิต และ อยากหลับตา โห ไม่ได้ฟังเพลงนี้มานานมาก สดๆ ซะด้วย ดีใจจัง ปิดท้ายด้วยเพลงของYokee Playboy เอง ในเพลง คืนนี้ขอหอม มีคนถามว่า มีเวอร์ชั่นผู้หญิงไหม อืม มีนะ แต่ใครละ จำไม่ได้
 
พบกับ ในที่สุด ศิลปินของคอนเสิร์ตนี้ก็ได้ออกมาแล้ว บอย ตรัย มากับรูปร่างที่สมบูรณ์ แต่งตัวเต็มยศ ในเพลง จะได้เจออีกไหม ที่ร้องว่า ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร… ไม่เคยจำชื่อเพลงนี้ได้สักที และ ผูกพัน ประกอบ ยังไงก็รัก (เธอใช่ไหม ที่หัวใจของฉันผูกพัน… นี่ยังไง โลกที่ไม่มีเธอแล้ว ) ตามติดด้วย etc กับเพลงฮิตๆ ทั้งหลาย สิ่งมีชิวิตที่เรียกว่าหัวใจ และนางฟ้า เรียกให้คนดูช่วยกันขยับตัวหน่อย ก่อนจะมาร้องเพลงซึ้งๆ ใน เปลี่ยน และ เธอคือใคร จากนั้น บอย และ etc ซึ่งจริงๆ ก็นักร้องนำคนเดียวคือ หนึ่ง นั่นแหละมาร้องเพลงสลับท่อนกันไปมา ในเพลง กลับมาได้หรือเปล่า และ อย่าถาม งานนี้ มือเบส วง etc มีขโมยซีนเล็กน้อย มีคนวิ่งมามอบดอกไม้ให้ ขณะที่นักร้องไม่ได้ 555 แต่ มือเบสเค้าก็ น่ารักจริงๆ ล่ะ อิอิ หนึ่งเป็นคนร้องเพลงดีนะ แต่พอมาร้องเพลงของบอย แล้วรู้สึกว่า ด้อยไปนิด อาจจะไม่ได้ซ้อมเต็มที่ (มั้ง) แต่ etc ก้เล่นได้มันส์มากๆ คอนเสิร์ตของเค้าเองน่าสนุกมากๆ จากนั้น หนึ่งก็พูดคั่นให้จัดเวที หลังจากตอนแรก บอยออกมาพูดคั่นก่อนหน้านี้ พร้อมกับบอกว่า เค้าให้พบมาพูดคั่นเวลา แล้วเราจะคุยอะไรกันดีครับ เออนะ บอย ก็ยังคงเป็นบอย
 
พบกับ บี พีระพัฒน์ เปิดมากับเพลง ความจริงในใจ และพูดตรงๆ ซึ่งเพลงพูดตรงๆ ก็ให้คนดูช่วยร้องด้วย ประหยัดแรงไปได้เยอะสินะ เพลงนี้ร้องยากส์จริงๆ ฟังเสียงพี่บีดูแห้งๆ ชอบกล  เปิดตัวเบน กับเพลง คนข้างล่าง และ โอ๊ย โอ๊ย เรียกกระแสได้ดีทีเดียว กรี๊ดกันถล่มทลาย โดยเฉพาะ ตอนที่เบนหยุดร้อง แล้วบอกให้ทุกคนช่วยกันร้อง โอ๊ย โอ๊ย ใหม่ พร้อมกันให้ได้อารมณ์ ตามใบหน้าของเค้าด้วย อิอิ เบนบอกว่า ผมคิดออกอยู่เรื่องเดียวว่า พี่แจ้คิดอะไรตอนที่แต่งเพลงนี้ ช่วยกันสนองเจตนารมณ์หน่อยเถอะครับ ผมไม่ได้ทะลึ่งนะ แต่เพลงนี้มันต้อง…. โอ๊ย โอ๊ย เบน อย่างฮาเลย ทะเล้นซะ เล่นเอาพี่บีบอกว่า จับผมมาคู่กับเบนเนี่ย ผมแย่เลย เพราะแค่มองหน้าก็หัวเราะกันแล้ว เบนบอก อีกอย่างเพราะเราเป็นเด็กชลบุรีเหมือนกัน เรียนอัสสัมชันศรีราชาเหมือนกันด้วย คิดว่า จับคู่นี้ก็ดีแล้ว ถึงไซส์จะต่าง แต่เสียงสู้กันได้ โดยเฉพาะ จะได้สนองความต้องการอยากร้องเพลงยากของพี่บีด้วย ก่อนจะบอกว่าเพลงอะไร มารุ้เพลงซึ้งที่เค้าร้องร่วมกันก่อนละกัน เป็นเพลงของศิลปินในค่ายเบเกอรี่ ที่ทั้งสองคนอยากร่วมงานด้วย แต่ไม่มีโอกาศแล้ว ในเพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ …. ซึ้งมาก อินจริงๆ ส่วนเพลงยาก ก็คือ เพลง Bohemien Raphsody by Queen มีทั้งช้า มีจังหวะ ร้องยากส์มาก ฟังแล้วอลังการงานสร้างมากๆ เบนดุจะโชว์ได้เหนือกว่าปีนิดนึง พลังเยอะเหลือเกิน มีการบอกด้วยว่า ถ้าผิด ผมขอใหม่นะ เบนบอก ก้ออย่าให้ผิดสิครับ อีกอย่าง เพลงนี้สนองความต้องการของผม (พี่บี) เบนแทรกขึ้นมา แต่ไม่ใช่ของผมนะครับ 555 ทำได้ดีทั้งคู่ ฟังแล้วขนลุกเลย เสียงประสาน และดนตรี ก็สุดยอด ปรบมือให้ หนึ่ง จักรวาล ผุ้ควบคุมวง Slot Machine สุดยอดคร้าบ
 
มาพักเบรกกับเพลงสบายๆ ของคู่พระเอก นางเอก ใสๆ กันบ้าง ก้องมาหล่อสุดๆ ในเพลง ลึกสุดใจ กับ เติมใจให้กัน นิโคล มาในเพลง น้ำตาหยดไหน และ ต่อไปนี้นะ ก่อนจะร้องคู่กันในเพลง Loving u และ ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ แต่ช่วงนี้ ดูดร็อปไปนิด ยิ่งต่อจากบีเบน ยิ่งรู้สึก เพระคู่นั้นทำไว้ยิ่งใหญ่มาก ขนาด ก้องกับนิโคลยังพูดถึงเพลง Bohemien Raphsody เลย
 
มาบิ้วกันต่อ กับปาล์มมี่ ชุดกระโปรงพอง เท้าเปล่า มันส์มากๆ ในเพลง อู้ และ Feel Good ร้องได้สุดยอด เล่นกับนักดนตรีอีก น่ารักจริงๆ น้องเอ๋ย ยิ่งป็อดออกมาร่วมแจมในเพลงอยากจะร้องดังๆ กับ ติ๋ม ลุกกันทั้งฮอล์ล ต่อกันแบบซึ้งๆ ในเพลงเรื่องจริง  และ เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม เพลงคู่อีกครั้ง กับเพลงภาษาอังกฤษ เพลง Lucky เนื้อเพลงประมาณ Lucky I fall in love with my bestfriend… ทั้งคู่น่ารักมากๆ รู้สึกช่วงเวลานี้สั้นจัง อยากให้มีต่ออีก มีคนดูตะโกนเอาอีกด้วยล่ะ (คิดเหมือนกันเลย)
 
สุดท้าย กับบุรินทร์และ ทาทา เปิดเพลงด้วย รบกวนมารักกัน ให้หนุ่มมาดเท่ห์ แต่มีภรรยาแล้ว มาร้อง ก่อนแจมกันในเพลง ลมหายใจ ทาทา เดี่ยวกับเพลงเธอทั้งนั้น บอกว่า จริงๆ ชอบเพลงหยุด แต่เพลงนี้มีความหลัง เคยมีผู้ชายร้องให้ แต่มันไม่หยุดจริงๆ ที่ทาทา มันทิ้งไป เลยไม่อยากร้อง กลับมาร้องคู่กันอีกครั้งแบบเมดเล่ เต้น มันส์กันเลย ในเพลง September มั้ง ในเนื้อเพลงมีเต็มไปหมดนิ, หยุด, I believe, hormone, Dhoom Dhoom Majale เต้นกันให้ขาดใจ ปลุกกันให้ตื่นครับพี่น้อง เพราะจะตีหนึ่งแล้ว ปิดท้าย กับทั้ง 4 คู่ ในเพลง Celebration
 
แสดงวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. 52 ผู้ร่วมขบวนกันได้แก่ สามพี่น้อง
สถานที่แสดง ไบเทคบางนา โห ไม่เคยดูคอนเสิร์ตที่นี่มาก่อนเลย ไปไงเนี่ย การจัดที่นั่งใช้ได้เลย โซนหลังจัดแบบอัฒจรรย์ ความแข็งแรง ใช้ได้ ไม่มีบังกันเลย ยกทุกชั้น ตอนแรกนึกว่าจะสามแถว-ห้าแถวยกทีซะอีก ให้ผ่านจ้า
ราคาบัตร ดูบัตร 800 ค่ะ ดูเยอะ ก็ต้องจ่ายแต่น้อย ความจุ ใกล้เคียงกับสยามพารากอนเลย
 

ไปเที่ยวกันเถอะเพื่อนๆ คำนี้เกิดขึ้นในวงสนทนาเมื่อเจอกัน กินข้าว ร่วมกัน ต่อมอยากเที่ยวก็เริ่มทำงาน และเป็นที่น่าดีใจ เมื่อได้ไปกันแบบครบจำนวนคน ครบทีม ถึงแม้อยากจะชวน พี่ หรือ น้อง หรือ เพื่อนคนไหนเพิ่มก็มิสามารถ รถเต็ม แต่ถ้าตามไปเองก็ได้นะ มีที่พักให้ (ไงล่ะ ใจดีมะ)

มุ่งหน้าสู่จุดแรก กับ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เดินทางกันขาวนานมาก ออกจากกรุงเทพฯ 7 โมงกว่า (เอ แต่นัดกันหกโมงเช้านะ) เข้าตัวเมืองกาญจน์ก็สิบโมงกว่าๆ แวะกินข้าวกินข้าวสายกันริมถนน (ไม่ระบุร้าน เนื่องจาก ผู้จัดทริปจะตามมาทีหลัง เพื่อนๆ เลย สับสนกับชีวิตเล็กน้อย ว่าจะไปไหน ยังไง อะไรต่อไป) เข้าเขตขื่อน ก็ตะลุยกันต่อไป ต้องข้ามแพยานยนตร์ ข้ามแม่น้ำถึง 2 เที่ยว ใช้เวลา 10 กว่านาทีหนึ่งรอบ อีกรอบ 40 นาทีได้ แถมมีย้อนกลับมารับผู้โดยสารเพิ่มอีก เชื่อเขาเลย จากนั้นก็ต้องลุยกับทางดินแดงต่อ ใครจะเอารถไป มั่นใจในสมรรถภาพรถด้วยนะ กว่าจะถึง ก็มุ่งตรงไปกินข้าวก่อนเลย อร่อยมากๆ อร่อยจริงๆ ไม่ใช่เพราะหิว โดยเฉพาะ ไข่เจียวหมูสับ ฟู กรอบ หนา และนุ่มในสุดๆ ท้องอิ่มแล้ว ผองเพื่อนก็พร้อมไปเดินเล่น

น้ำตกที่นี่เดินง่าย ทางการทำทางขึ้นลงไว้อย่างดี แถมค่อนข้างใกล้ และสวยมาก รถขับไปถึงก้อยู่ชั้น 4 แล้ว ระหว่างกลางพอดี กับน้ำตกทั้งหมด 7 ชั้น มีภาพประกอบให้ดูด้วยว่า แต่ละชั้นเป็นยังไง ให้ได้ตัดสินใจก่อนเดินขึ้นหรือลง เราเดินกันแค่ ชั้น 4 และ 3 เพราะมีแผนไปเล่นเครื่องเล่นที่พักที่ Lake Heaven ด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังถ่ายรูปเล่นกันอีกเยอะทีเดียว ขากลับเราเลือกอีกเส้นทาง ขับเป็นกลมให้รู้กันไปว่า ถ้าขับเข้าทางถนนอย่างเดียวจะเป็นยังไง อืม ก็นะ ดินแดง

ถึงแล้วจ้า Lake Heaven ไปลุยกันเลย เครื่องเล่นฟรีทั้งหลาย ทั้งที่กระโดดดึ๋งๆ กลางน้ำ ทั้งพายเรือคยัค และว่ายน้ำต๋อมแต๋มยามเย็น ผ่อนคลายใช้ได้เลย วันนี้มีแผนเซอร์ไพร์สวันเกิดเพื่อนด้วย ช่วยกันสุดๆ คนเกิดวันนั้นจริงๆ แล้วคนเดียว แต่ไหนๆ ก็รวมตัวกันครบแล้ว ก็เลยแถมให้อีก 2 คนที่เกิดเดือนเดียวกัน ตอนแรกตั้งใจจะไม่ให้รู้ทั้งหมด แต่ไม่ไหว ให้รู้ไปเลยดีกว่า แล้วช่วยกันรุมคนเดียว จากนั้นค่อยเซอร์ไพร์สตลบหลังว่า เป็นเซอร์ไพรส์ของตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน เค้ก 1 ก้อน กับ สามสาว

ที่นอน เรือนเราดูธรรมดาสุด เข้าใจว่า ดัดแปลงมา เพราะเรือนอื่นๆ ดูเป็นงานไม้ งานสาน แต่เรือนเราดูเหมือนจะสังกะสี มาดัดแปลงเป็นไม้ แต่เอานะ ก็ใช้ได้ บางคนออกมานอนหน้าห้อง ริมน้ำเลย ลมแรงดี เรารู้ตัว ขืนนอน ไม่สบายแน่ๆ เลยหลบเข้าห้อง หันซ้าย หันขวา มีกันอยุ่ 5 ชีวิต เออนะ พวกรู้ตัวทั้งนั้น อิอิ

รุ่งขึ้นไม่ได้ตั้งใจจะตื่นกันเข้าขนาดนี้ แต่เพื่อนนอกห้องนอนกันไม่ค่อยหลับเพราะต้องฟังเรื่องราวชีวิตจากแพลำข้างๆ ก็ขนาดเราอยู่ในห้องยังได้ยินเลย ถึงจะฟังไม่รู้เรื่องก็เถอะ ผลคือ มีการแก้แค้นกันเล็กๆ ตะโกนคุย ตะโกนเล่นกันซะงั้น แต่ก็ช่วงเวลาที่เห็นคนตื่นแล้วนั่นแหละ บ้าก็เล่นน้ำต่อ บ้างก็ไปกระโดดกันต่อ บ้างก้อกิน บ้างก็เสริมสวย ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางสู่สังขละบุรีกันต่อไป

ต้องมีการจัดรถกันเล็กน้อย ย้ายของขึ้นข้างบนให้หมด พร้อมรับคน 11 คน ขึ้นรถจ้า ลุยทางอันคดเคี้ยว ยาวนาน ถึงสังขละประมาณบ่าย 3 โมง ระหว่างทางแวะ วัดให้น้ำใด้ทำบุญ แล้วก็ต้องถวาบปัจจัยเพราะดันไปซ้ำให้ท่อน้ำเค้าจากซืมเล็กๆ เป็นแตกเลย น้ำพุ่งเชียว เหอ เหอ เหอ

ศิลปะแบบแปลกๆ ดูคล้ายพม่า และ มอญ ด้วยแหละ เป็นวัดตัวโตๆ สีสัน รูปทรงแปลกตา แวะไปชมเจดีย์สามองค์ ที่หลายๆ คนอาจจะจินตนาการถึงความใหญ่โต แต่ของจริงไม่ยิ่งใหญ่ หากแต่ประวัติศาสตร์ต่างหากที่ทำให้ยิ่งใหญ่ ฝนตกหนักเลยไม่ได้ลงไป เป็นการเที่ยวแบบผ่านหน้าต่าง กลับไปที่พัก ก่อนมุ่งไป ชื่นใจ เกสต์เฮาส์ แห่ลงข้อมูลของน้ำ ไปแวะดื่มกาแฟ นั่งชิวๆ (เพราะรอกาแฟนาน) ถ่ายรูปหมดไปเยอะเลย โดยเฉพาะ โหมดวิ้ง ของกล้องเจ ส่วนที่เล่นดูดสีกล้องนุชก็ที่ห้วยแม่ขมิ้นซะเยอะ ส่วนกล้องตุ๋ย แสดงผลงานความเป็นกล้องกึ่ง SLR ได้ดีมาก ภาพสวยทุกที่ คนถ่ายก็เก่งจ๊ะ

ไปเดินเล่นบนสะพานมอญ อายุ 20 กว่าปี ไม่แก่มาก แต่มีความขลัง และมีประโยชน์มากสำหรับขาวบ้าน ดูเป็นสะพานที่สูงมากๆ ใช้ไม้ไผ่สานต่อกัน เพื่อทำโครงสะพาน ขนาดคล้ายสะพานพุธแบบมีขาหยั่งพื้นจากแม่น้ำเลย มีมัคคุเทศน์ตัวน้อย คอยเข้ามาเจรจา ก่อนกลับบอกว่า ผมส่งพี่แค่นี้นะครั้บ ตามระเบียบก็ให้ค่าขนมไป เป็นคำพูดที่น่ารักดีนะ ส่งแค่นี้ วันนี้ยังไม่เดินไปตลาดเพราะว่าเย็นมากแล้ว กลับไปกินข้าวที่ที่พัก อร่อยมากๆ ปลากรอบจริงๆ ไม่เหลือแม้แต่วิญญาณปลาเลย น้ำ ตุ๊ก จัดการเกลี้ยง ก่อนไป พักผ่อน และ ดู the star รอบสุดท้าย เหลือสมาชิกแค่ กบ และ หญิง เมื่อเดอะสตาร์ตบ

ที่นี่ เรานอนกันที่ สามประสบ รีสอร์ท จัดว่าค่อนข้างหรูเลย เมื่อเทียบกับที่เราเคยพักกันมา เป็นบ้านหลัง มี ชั้น 2 ด้วย มีห้องแอร์ด้วย ไฮโซ เพราะกลัวร้อนไง ไม่งั้นก็ไปพักบ้านคืนละ 450 แล้ว อิอิ

เช้า เช้า เช้า ตื่น ตื่น ตื่น ไปตักบาตร กับชาวบ้าน หมู่บ้านชาวมอญ และนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เป็นบรรยากาศที่คึกคักที่เดียว พระสงฆ์และเณรเดินต่อคิวกันมาติดๆ ไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมอาหารชุดใหญ่จัง ไม่ได้ให้เป็นองค์ องค์ละชุดนะ ตักไม่ทันหรอก ก็ใส่ไป องค์ละ หนึ่ง บ้าง สอง บ้าง ตามโอกาส ก็ช่วยกันใส่นะ เดินผ่านหมุ่บ้าน 2 ข้างทาง บ้านยังกลมกลืนกันดี เป็นบ้านไม้ มีลายสานด้วย บ้านที่ดูใหม่ก็สร้างให้กลมกลืนด้วย เดินตลาดมีขนมหน้าตาคล้ายโรตี แต่แป้งกรอบ ใส่ถั่ว อร่อยดี อีกอย่างหน้าตาคล้ายหนมตาลสีขาว มีมะพร้าวโรย แต่รสชาดคล้ายถนมถ้วยฟูแฮะ ที่สำคัญชิ้นละบาทเอง

เดินกลับมาที่สะพาน ขึ้นเรือ ที่แพดอกบัว ไปชมวัดใต้น้ำ ที่จมเพราะการสร้างเชื่อน ต้องย้ายวัดขึ้นไปอยู่ข้างบน สภาพวัดก็ค่อนข้างโทรม แต่ก็ยังสวยอยู่ ระหว่างทาง ก็เห็นเจดีย์พุทธคยานจำลองด้วย สวยเชียว ทองอร่ามเลย ก่อนกลับไปที่พัก เก็บข้าว เก็บของ เดินทางไปวัดด้วยรถยนตร์ สวยดี ชื่อวัดอะไรล่ะเนี่ยะ ไปเดินรอบเจดีย์ด้วย ก่อนไปจบที่ร้านสมชายกาแฟ ที่พัก และร้านอาหารริมเขา ใครพักก็จะเห็นวิวเป็นเขา มีค่าส่งอาหารที่ห้องพักด้วย ครั้งละ 10 บาท เห็นใจคนเดินเสิร์ฟอาหารจัง

วันนี้เจอพี่ๆ กลุ่มหนึ่งทั้งวันเลย ตั้งแต่เช้า เป็นกลุ่มชายหนุ่ม 3 คน ถือกล้องถ่ายรูป เป็นเหยื่อชั้นดีให้สาวๆ ชอบถ่ายรูปอย่างพวกเรา พี่เค้ายังมีการบอกว่า ให้เค้าเป็นตากล้องให้ไหม สมพรปากคะ จากนั้นแวะไปไหนเจอตลอดเลย สะพานมอญตอนเช้า ตอนสายที่วัดใต้น้ำ กลับที่พักเก็บของก็ยังเจอ ปรากฏพักที่เดียวกัน ไปป๊ะกันต่อที่เจดีย์ จบท้ายที่ร้านกินข้าว เมืองมันเล็กอะนะ

ขากลับคุมเวลากันน่าดู เพราะยังมีภารกิจสำคํญอีกหนึ่ง คือ ชวนแฟนเพื่อน มาเซอร์ไพร์สวันกิดอีกรอบ เป็นอะไร ที่ซึ้งและฮากันพอสมควร เบนดูจะหงุดหงิดแล้ว ที่ดูเพื่อนๆ คุมแจ ก็แหม อิ่มกันแล้ว ก็อยากจะไปนู่นไปนี่ เพื่อนก็ไม่ยอมให้ไป จะดูรูปก็ไม่ให้ พอไม่ให้ดูก็จะดู (เพราะดันจะเปลี่ยนที่นั่ง) กว่าพี่แมวจะมาถึง ก็นะ แต่ก็จบ Happy

กับวันเวลาดีๆ ที่เรายังมีกันและกัน ทริปหน้าเจอกัน

ว่าแต่ ครั้งก่อนหน้านี้สักทริป 2 ทริป ก็ไปกาญจน์กันนิ ครั้งหน้า คงได้ไปทะเลกันซะทีนะ



Categories