Ras's Blog

Archive for August 2013

มีโอกาสได้กลับมาคอนเสิร์ตการกุศลของครอบครัวสุโกศลอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานหลายปี ครั้งนี้ ภายใต้ธีม New York New York จัดเต็มกันทุกอย่าง ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ในเสื้อยืด New York เทพีเสรีภาพ แม้กระทั่งสวมหัวแท็กซี่ป้ายเหลือง อาหารการกินเต็มอิ่มมมมมมม มีเกมให้เล่น มีของแจก จนรู้สึกว่า น่าจะต้องหยอดเงินช่วยทำบุญด้วยแล้ว ว่าแล้ว พี่สาวก็ลุกไปหยอด 555 

ความอบอุ่นของครอบครัวสุโกศล ดูคล้ายมาดูงานคนกันเอง ที่ร้องเพลงได้ดีมากบ้าง น้อยบ้าง ว่ากันไป แต่จุดหลักคือ มาร่วมกันทำบุญ เพลงส่วนใหญ่ที่ร้องก็ตามธีมเลย อังกฤษล้วนๆๆๆ ยกเว้นเพลงปิดที่เป็นเพลงประจำตัวของคุณกมลา ไม่ร้องคงไม่ได้

เริ่มต้นกันด้วยเพลง Hello, Hello โดย ธานี,วรพัฒน์,ฉัตรชาวิทย์ และ ฟีลิกซ์ นักร้องผู้ชาย 4 คนที่จะออกมาร้องเรื่อยๆ เสียงก็ใช้ได้กันนะ ร่วมด้วยกับคุณกมลา
 ต่อด้วย เพลง New York, New York and The Rockettes โดย คุณกมลา และ New York, New York จากภาพยนต์เรื่อง On The Town 1949 โดย วรพัฒน์ และ ฟีลิกซ์
มาฟังเพลง Manhattan โดยคุณมาริสา กับ คุณดลชัยกันต่อ ตามด้วยเพลง Fifth Avenue คล้ายๆ จะเป็นเพลงบรรเลงที่ให้นักแสดงออกมาแสดงวิถีชีวิตชาวนิวยอร์ค ตามด้วยเพลง Broadway โดย ธานี

พระเอกของงาน น้อย วงพรู มาในเพลง 42nd Street เพลงที่เล่าถึงถนนสายนี้ ที่เต็มไปด้วยละครบรอดเวย์ ไม่ว่าจะเพลงไหน ท่าเต้นก็ยังคงเป็นแบบเดิมนะคะ จากนั้น เพลงประกอบละครเวทีก็มากันเป็นแถว จากเรื่อง Chicago เพลง Nowadays, Hot Honey Rag และ All That Jazz โดย คุณกมลา และ คุณมาริสา  เรื่อง The Phantom of The Opera ในเพลง The Phantom of The Opera และMusic of The Night โดยธานี และ ฟีลิกซ์ แปลกๆ ดี เพิ่งได้ฟังแบบผู้ชายกะผู้ชาย เพลงเหมาะกับคู่ชายหญิงมากกว่าจริงๆ  ยังไม่หมด จากเรื่อง West Side Story เพลง I want to Be in America โดย ดรุณี และ นาตาลี พร้อมทั้ง 3 สาวคอรัส

We Are Young โดย นักร้อง 4 หนุ่ม 

จากนั้นช่วงครอบครัวสุขโกศลอีกครั้ง ในเพลง Everybody Needs A Best Friends โดยคุณย่าและคุณหลานนาตาลี จากนั้นหลานคนสุดท้อง คนที่ 7 ลูกของน้อย ก็มาโชว์เป่าปาก น่ารักมากกกก มาในมาด ดาร์ค เวเดอร์ แบบขำๆ นะ เสียงยังออกมาไม่ค่อยเต็ม ลมซะเยอะ แต่ก็เก่งล่ะ จากนั้น ร้องรวมในเพลง You’re Got A Friend

มีแฟชั่นโชว์ให้ชมด้วย ร่วมกับการร้องเพลง It Had To Be You โดย น้อย วงพรู และ  The Way You Look Tonight โดย ดลชัย

กลับมากับเพลงจากละครเวทีอีกครั้ง จากเรื่อง Les Miserables ในเพลง I Dreamed A Dream โดยคุณมาริสา On My Own โดย 3 สาวคอรัส พันทิพย์ ณัฐิกา และ แก้วกานต์ ขออภัยด้วยถ้าสะกดผิด ปิดด้วยเพลง Do You Hear The People Sing ร้องรวมโดยหนุ่มๆ 4 คนร่วมกับคุณดลชัย 

Everyday I Have The Blues, Ol’ Man River โดยคุณกมลา 

Girl on Fire โดยนาตาลี มาโชว์ลีลาตีกลอง ร้องหลักๆ โดย สามสาวคอรัส จริงๆ หวังจะเห็นลีลาการตีกลองมากกว่านี้ แล้วตอนร้องปิดท่อนสุดท้าย หยุดตีแล้วมาร้องค่าาาา แต่ตามจังหวะก็คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะ แค่หวังว่า ร้องไปตีไป โชว์ลีลาด้วยสิคะ ^^

Defying Gravity จากเรื่อง Wicked โดยคุณมาริสา โชว์พลังมากกก เสียดายที่ยังไม่เคยดูเรื่องนี้ ไม่งั้นน่าจะอินกว่านี้ Wicked คือเรื่องราว The Wizard of OZ ในอีกภาค ที่จริงๆ แล้ว แม่มดเป็นคนดี 

โชว์จากพนักงาน ในเพลง Psy’s Gungnum Style ร้องโดย วรพัฒน์ อืมมม หุ่นใกล้เคียงเชียวค่ะ 

โชว์เต้นล้วนๆ จากทีม Dancer ในชุด Musical Chairs คือว่า แอบเชยไปนิดไหมคะ แต่ภาพรวมก็เซ็กซี่ดี

มาอีกครั้งกับเพลงจากละครเวที Jesus Christ Superstar เริ่มที่เพลง Could We Start Again, I Don’t Know How To Love Him โดยคุณมาริสา และ Jesus Christ Superstar โดยคุณน้อย และกลุ่มคอรัส สาวมสาว และ สี่หนุ่ม ร่วมด้วยการเล่นกีตาร์ของสุกี้  ปิดท้ายเพลงจบด้วย New York New York อีกครั้งงงง แต่แน่นอน ยังต้องมีอีกหนึ่งเพลงค่ะ กับ Live and Learn โดยคุณกมลา 

คราวนี้ลูกๆ หลานๆ ช่วยร้องกันหลายเพลงร่วมด้วยกับนักร้องทั้งหลายที่มาช่วยเสริม ดูคุณกมลาจะเหนื่อยมากขึ้นนะคะ ปีนี้ เป็นกำลังใจให้ทำกิจกรรมดีๆ เพื่อการกุศลค่ะ
ดนตรีควบคุมโดยคุณปิติ เกยุรพันธ์ และแน่นอน คุณรัดเกล้าก็มาให้กำลังใจ อยากทักจริงๆ เจอ 2 วันติดเนี่ย

สถานที่ โรงแรมสุโกศล
วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2556
เวลา 20.00 น. มีปาร์ตี้อาหารก่อนหน้าด้วยนะคะ

ผู้ร่วมขบวนการ พี่กุ้ง และ แม่
บัตร ขอบคุณ True Visions จ้า


ละครใบ้กรุงเทพ หรือ Pantomime Bangkok ครั้งที่ 14 เปิดฉากอีกครั้งที่หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต เหมือนจะเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีผู้ปกครองพาน้องๆ มาดูกันเยอะขึ้น เมื่อเทียบจากแรกๆ ที่เราเคยดู จะว่าดีก็ดี ที่น้องๆ ได้มาชมการแสดง แต่ว่า บางครั้งน้องอาจจะเด็กเกินไปสำหรับการแสดงในโรงปิดเช่นนี้ ผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิดนะคะ 

 

เปิดฉากกันด้วยเจ้าภาพ กลุ่ม Babymime มาพร้อมกับ Guri Guir Girl กับเพื่อนสาวเล่นแอคคอเดียนคู่ใจ กับป้าย Panotomime Bangkok ครั้งที่ 14 เปิดมาก็เล่นกับคนดูเลย ถือป้ายยยใหญ่ระคนดูมาตลอดทางงงงง

 

แนะนำกลุ่มการแสดง Cru Cru Cirque โดย Babymime ที่ทำตัวแข็งๆ มาถือป้ายแนะนำ การแสดงละครใบ้โดยกลุ่มนี้เป็นการผสมผสานความสามารถพิเศษแนวกายกรรมในละครสัตว์ เริ่มกันด้วยการโยนหมวก ใส่หมวกกันก่อน แบบเท่ห์ ก่อนจะทำเป็นแบบหลุดๆ แล้วก็กลับมาเท่ใหม่ แต่เก่งจริงๆ นะ จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นลูกบอลขนาดลูกเทนนิส ทำเป็นเหมือนไก่ออกไข่ด้วย โยนลูกบอลสลับกัน 3 ลูก มีโยนๆ ไป แล้วสลับกันมารับแทนด้วย จังหวะดีมากกกกกก ยังมาเล่นแบบนี้ด้วย ในตอนที่ใช้ลูกฟิตบอล สามารถจริงๆ  มีโยนลูกบอลเล่นแล้วแกล้งโยนลงไปในคนดูให้คนดูช่วยส่งกลับ ยังส่งกลับไปอีก แกล้งคงดูซะงั้น  มีสไลด์กะลูกบอลด้วย เกือบห่ล่นเวทีแน่ะ

 

แนะนำ นักแสดงละครใบ้ Ko Jae Kyong ในชุดการแสดง Hair โดย Babymime หนึ่งคนทำตัวเป็นตุ๊กตากมาถือป้าย ให้อีกสองคนจัดท่าทาง แต่คอยจะเอียงซ้ายเอียงขวาอยู่เรื่อย จนในที่สุดก็ทุบเข้าที่ัหัวเพื่อเป็นการปักหมุด ป้ายหล่นมาเป็นชื่อชุดการแสดง

 

การแสดงนี้ เล่าอย่างไรดี เอาเป็นว่า เกี่ยวกับเส้นผมนั่นแหละ ฝันถึง ใช้ชีวิตประจำวันแล้วเหมือนจะเกี่ยวพันกับผม มีผมออกมาตลอด เหมือนจะกินผมด้วยนะ จนสุดท้ายเหมือนสะดุ้งตื่นขึ้น แล้วก็โดนผมพันนนนนนนนนนจนตาย ขอสารภาพว่า ชุดนี้แอบง่วงงงง

 

แนะนำ Kazuki Yano นักแสดงขาประจำของละครใบ้กรุงเทพ คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะเล่นหนังด้วย โดย Guri Guri Girl

 

BTS เมื่อซามูไรมาใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรกกกกกก กับมาดดุ เข้ม ชักดาบขู่ ยามเครื่องหยอดเหรียญไม่ตอบสนองอย่างที่ต้องการ จนมีคนช่วยบอกให้ว่าต้องกดสถานที่ก่อน ค่อยหยอดเหรียญ “ขอบคุณคับ” หรือ ตอนที่ใส่บัตรที่เครื่องผ่านทาง แต่ไปไม่ได้เพราะที่กั้นไม่เปิด จะชักมีดขู่อีกตามเคย คนช่วยบอกว่าให้มาอีกทาง ก็ “ขอบคุณคับ” แล้วก็เดินมาอีกทาง แต่นานแล้วไง เลยโดนหนีบเต็มๆ

 

Subway ตอนแรกนึกว่าหมายถึงรถไฟใต้ดิน แต่จริงๆแล้ว เป็นร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อลูกค้ามาสั่งแฮมเบอร์เกอร์ ซามูไรหนุ่มใหญ่ก็ใช้ดาบฟันขนมปังง ฟันเนื้ออออ เท่ซะ แต่ปัญหาเริ่มมีเมื่อลูกค้าจะเอา Ketchup แต่หมด ก็บอกลูกค้าให้รอ แล้วหันหลังให้ พร้อม กับ ให้ Ketchup ด้วยเลือดดด หนักกว่า เมื่อลูกค้าขอ Tomato Juice  ก็จัดให้ เลือดดดดดดดด จนเกือบหมดตัว แล้วลูกค้าก็จากไป โดยไม่ได้จ่ายตังค์ ซามูไรหนุ่มใหญ่ ก็ครางว่า หก สิบ เก้า บาท คุ้มไหมเนีย ปางตายยยย

 

สาว Guri Guri Girl มาแนะนำ กลุ่ม Babymime ในชุด Giant

 

การตีความคำว่า ยักษ์ในรูปแบบของ Babymime ลองนึกกันดูสิคะ พูดถึงยักษ์ นึกถึงยักษ์อะไรบ้างง

 

เริ่มกันที่ยักษ์วัดแจ้งวัดโพธิ์ก่อนเลย เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศและต้องเจอกับพฤติกรรมเฉพาะตัวของแต่ละประเทศ ทั้งจีน เมกา และญี่ปุ่น จินตนาการเอานะคะ ว่าเจอแบบไหนบ้าง ขากถุย, แอ๊คท่าใส่, สุดท้ายญี่ปุ่นมาแล้วไม่เจอยักษ์เพราะยักษ์ทนไม่ไหวหนีไปแล้ว ก็ร้องด้วยความตกใจ เดินซอยเท้าถี่ๆ น่ารักเชียว หรือยักษ์ในรูปแบบของครอบครัว ที่ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กดู ตามใจ จนในที่สุดเด้กก็กลายเป็นยักษ์  ยักษ์ในตะเกียง ขอพรให้ สิ่งนั้นใหญ่ขี้น ชอบใจ เลยขอให้ใหญ่ขึ้นอีก แต่ใหญ่เกินไป เลยขอให้เล็กลง แต่หายไปเลย พรครบ 3 ข้อแล้วจ้า ยักษ์ในแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ที่หักมุมที่ว่า หลังจากทำให้ยักษ์ตายแล้ว ก็กลายเป็นยักษ์ซะเอง เหล่านักยกน้ำหนักทั้งหลาย ในท่าทางต่างๆ  ปิดท้าย ด้วย นางยักษ์ในพระอภัยมณี ที่ร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดจากการเป่าปี่ของพระอภัยมณ๊ และท่าทางของนางเงือกที่ดูจะภูมิใจที่พระอภัยมณีเลือกตน นางเงือกเซ็กซี่มากกกก นางยักษํ์ร้องคาราโอเกะด้วยนะ จัดเต็มมาก ตั้งแต่ เพลงที่ถามว่าทำไมถึงทิ้งกันไป, and  I am telling you I am not goning, I will always love you

 

Guru Guru Girl ออกมาแจ้งว่า พัก 15 นาทีค่ะ

 

สองตำนานละครใบ้ญี่ปุ่น ขาประจำประเทศไทยอีกหนึ่งคู่ Kanikama สองนักแสดง โคะจิมะยะ มันสุเกะ และ ฮอนดะ ไอยะ มานำเสนอ การฮาราคีรี ในแบบต่างๆ อย่างมีอารมณ์ขัน เริ่มตั้งแต่ ดั้งเดิม ที่จะให้คนทำฮาราคีรีคว้านท้องตัวเอง แล้วมีอีกคนคอยตัดคอ, ฮาราคีรีแบบขำๆ คือ ไม่ตั้งใจจะทำฮาราคีรีจริงๆ สุดท้ายก็ยื้อดาบกันไปมาจนจบ, มือใหม่ คนที่จะต้องทำฮาราคีรีทำไม่เป็น อีกคนคอยสอน แต่ใจไม่ถึงพอ ไม่ทำซะที จนคนที่จะตัดคอจะตัดคอให้เลยแต่สุดท้ายก็พลาดตัวเองตายเอง เลยทำฮาราคีรีซะเองงงง

 

Guru Guru Girl ออกมาโชว์สั้นๆ ฝนก กางร่ม เดินไป กระโดดหลบน้ำไป ข้ามบ่อ เดินอ้อมบ้าง ก็น่ารักๆ  แนะนำการแสดงต่อไป Yamada Youshi  กับการแสดงถึงคนขี้เมากับลูกชาย ที่มีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอล ท่าทาง การแสดงชัดมากกกกก ดูเจ๋ง แต่แอบง่วงเล็กๆ ค่ะ ต้องขอโทษอีกครั้ง จับใจความได้ว่า เห็นพ่อเมามาตั้งแต่เด็ก ตัวเองไม่เคยสน มุ่งมั่นกับทางเบสบอล จนวันนึงในงานฉลองก็ได้ดื่มเหล้า และแล้วก็กลายเป็นคนขี้เหล้า เหอ เหอ เข้าใจว่าแบบนี้ แต่จริงๆ อาจเป็นแค่การนึกถึงพ่อก็ได้

 

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฏาคม 2556 เวลา 14.00 น.

สถานที่ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต

บัตรราคา 800 บาท

ผู้ร่วมขบวนการ ครอบครัว และ พี่ฟุ้ย ซึ่งควรจะมีเพื่อนมาด้วย แต่ลืม เลยได้เป็นบัตรราคา 1600 บาท

 

 

วันพุธที่ 3 กรกฏาคม เป็นวันแห่งความสุนทรีย์ทางดนตรีๆ จริง เริ่มกันด้วย การแสดงดนตรีคู่เปียโนกับไวโอลิน โดยนักเปียโนชาวบราซิล Paulo Zereu และ นักไวโอลินชาวไทย Paye Srinarong หรือ นายเป้ แห้ง Vie Trio เพื่อฉลองความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เริ่มการแสดง เวลาประมาณ 19.30 น. หลังจากการกล่าวสุนทรพจน์ตามประสางานทางการ ไล่รายชื่อเพลงตามนี้เลยค่ะ

Chiquinha Gnozaga (1847-1935)  “Gaucho” Tango Brasileiro

“Lua Branca”

HM King Bhumibol Adulyadij (1927) “Love in Spring” ลมหนาว

Flausino Valle (1894-1954)             “Ao pe da fogueira” (Preludio XV)

H. Villa-Lobos (1887-1959)             “Improviso no7” (Melodia)

Chico Buarque de Hollanda (1994)    “Valsinha”

HM King Bhumibol Adulyadej (1927)   “Love at Sundown” ยามเย็น

็H. Villa-Lobos (1887-1959)               Sonate-Fantaisie no1: Deseperance หรือ Desperate นั่นเอง เป็นเพลงช้า เศร้ามากกก จังหวะหยุด มีเสียงโทรศัพท์ใครก็ไม่รู้เช้ามาพอดี เรียกเสียงหัวเราะ เปลี่ยนอารมณ์กันในทัึนที

Aria From “Bachianas Brasileiras No5

นั่งฟังได้แค่ครึ่งโปรแกรมก็ได้เวลาที่จะต้องออกจากงานนี้แล้ว งานนี้เป็นงานฟรี แต่ขอให้่หยิบดอกไม้จากหน้าเวทีและช่วยบริจาคเข้าโครงการหลวงได้ ออกจากงานเวลา 20.00 น. เพื่อไปฟังคอนเสิร์ต วงออเคสต้าเล่นร่วมกับกีตาร์คลาสสิค ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมที่เราเสียตังค์ซื้อตั๋วชม

แอบเสียดาย ในโปรแกรมจะมีเล่นเพลง The Girl from Ipanema ด้วย อยากฟังจังว่า เวอร์ชัน เปียโนและไวโอลินจะเป็นอย่างไร

ฟังกันเพลิน เพราะดี นายเป้ก็พยายามชวนคุยด้วย เพื่อฆ่าเวลาบ้าง เอ้ย เพื่อให้ทราบเรื่องราวของเพลงบ้าง ที่มาบ้าง แซวคนดูบ้าง

เพลงสุดท้ายที่ตั้งใจจะออก เป็นเพลงที่ยาวววววมากกกกก เล่นเอาต้องนั่งมองนาฬิกาไปด้วยเลย กลัวว่าอีกงานจะเริ่มแล้ว จบปุ๊บวิ่งออกทันทีเลย ไม่ได้ไม่อยากอยู่ต่อนะ แต่ต้องไปแล้ว

งานนี้มีเลี้ยง Cocktail ด้วย ออกมาเจอตั้งรออยู่แล้ว แต่กินไม่ได้ ต้องรอคอนจบก่อน เสียดายจัง TT

โชคดีที่ไปถึงอีกงานแล้วยังไม่เริ่ม นักดนตรี BSO ยังไม่ได้เข้าประจำที่ กว่าจะเริ่มจริงก็ 20.15 น. เต็มวงมากกก มีไวทยากรรับเชิญเป็นชาวต่างชาติ กับงานการแสดงดนตรีนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 2556 : The Stunning New Guitar Sensation Milos performs Rodrigo

เป็นการชมการแสดง BSO เต็มวงบรรเลงกันเต็มที่โดยไม่มีเสียงร้องในรอบหลายปี ไวทยากรเดินออกทุกครั้งที่เพลงจบ เป็นประเพณีเหรอนี่ กว่าพระเอกของงานจะออก Milos ออกมาเล่นเพลงคลาสสิค ที่มีคุ้นหูอยู่บ้าง การเล่นดูดีมากกก ความหล่อช่วยได้จริงๆ ฝีมือก็ดีนะ แน่นดี แล้วดูมีความพยายามในการไหว้มากกกก ไหว้ทั้งกีตาร์เลย มีเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ด้วย 1 เพลง ถึือโน๊ตออกมาด้วยเลย ในเพลง สายฝน ดีนะที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่ชื่นชอบในงานศิลปะ ต่างชาติเลยมีเพลงที่จะมาบรรเลงได้     แต่ว่า ตัวเอกของงานมาบรรเลงอยู่แค่ ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ก็ เบรก 15 นาที จากนั้น เป็นการเล่นเต็มวงของ BSO อีก 45 นาที

ลีลาของไวทยากรก็เป็นปกติ ไม่เร้าใจเหมือนคุณทฤษฏี 555

เริ่มการแสดงที่ 20.15 น. จบการแสดงเมื่อเวลา 22.00 น. Milos ออกมาแจกลายเซ็นต์ตามระเบียบ ขอชื่นชมการจัดคิวมากกก มีการจัดอย่างจริงๆจังๆ อย่าคิดแซงกันเชียว แถวยาวออกไปข้าง เรียงเดี่ยววววว คนถ่ายรูปกันให้พรึบ อืมมมม ดูดีจริงๆ ไม่น่าจะแมนนะ หุหุ

บัตรราคา 400 บาท ครึ่งแรก นั่งที่ตัวเอง เต็มทั้งแถว ครึ่งหลัง กระเถิบไปนั่งข้างหน้าอีกหนึ่งแถว เพื่อให้โล่งๆ นั่งไม่ต้องบีบแขน เห็นใจพี่ๆ ผู้ชายที่นั่งข้าง เก็บแขนกันน่าดู

อิ่มเอมกับดนตรีคลาสสิค ฟังแล้วจินตนาการกันได้ไกลถ้าจะจินตนาการอะนะ ชอบดูมืองกลอง มือเคาะ ดูตั้งใจกันมากกก ทั้งเพลงมีจังหวะให้เล่นอยู่ไม่กี่ที ในขณะที่เครื่องสายเล่นกันทั้งเพลง อ้อ พิณใหญ่อีก มีให้เล่นอยู่ไม่กี่เพลง เพลงละไม่ยาวเลย ความเป็นวงนี่ต้องกระจายโน็ตให้นักดนตรีด้วยเหมือนกันนะนี่

ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาวจ้า คนไหนก็น่าจะรู้นะ งานแบบนี้ ^^

Tags: , ,


Categories