Ras's Blog

Posts Tagged ‘Babymime

แวบมาดูผลงานของ Baby Mime ทีมที่เราเห็นตั้งแต่แรกๆ เล่นงานเทศกาลละครแบบฟรีๆ จนกระทั่งเริ่มมีพื้นที่ปิดให้คนดูเสียตังค์ ร่วมเล่นกับงานละครใบ้นานาชาติ มีโชว์เป็นของตนเอง แม้จะไม่ได้ดูทุกครั้ง แต่ก็คอยให้กำลังใจเรื่อยๆ นะคะ Babymime SHOW
ครั้งนี้กับงานแสดงชุด The Teacher แด่คุณครูด้วยดวงใจ ทีม 3 คน พี่เกลือ พี่งิ่งและ พี่ทา ยังคงเต็มที่ รายละเอียดงานแสดง เอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ การมีเสียงอืออาประกอบ 555 เหรอ ก็ปกติละครใบ้มักไม่ค่อยได้ยินเสียงเลย ได้ยินก็จากทีมนี้นั่นแหละ ธีมนี้ใกล้ตัว เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ผู้ใหญ่ดูพร้อมเด็ก เด็กดูพร้อมผู้ใหญ่ ได้อารมณ์ที่หลากหลายมากค่ะ
เป็นเรื่องปกติที่จะมักได้ยินเสียงเด็กๆ ถาม หรือ โต้ตอบ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของละครใบ้ที่อยากให้เด็กได้มีส่วนร่วม คุณไม่ต้องนั่งเงียบกริบ ผู้ใหญ่ก็คอยช่วยอธิบายได้ แต่ก็ไม่ต้องให้ได้ยินทั้งห้องนะคะ ทำให้ได้เห็นการเข้าใจเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันไป บางครั้ง เรื่องยังไม่จบ ที่เราเข้าใจในขณะนั้นก็อาจไม่ใช่ จนดูจบ อาจยังต้องถกเถียงกันต่อไป แต่ไม่มีใครผิดใครถูกจ้า
23130878_1700399326639890_1702562972450023349_n
กับเวลา 45 นาทีเต็ม เรื่องสั้นๆ หัวใจหลักคือคำว่าครู เปิดกันด้วย
ผิดเป็นครู (แสดง 3 คน) ฝึกทหารจ้า แล้วให้แต่ละคนทำตามคนแรก ทำผิดเหรอ โดนฆ้อนทุบหัว พร้อม ปาเจรา จริยา โหนตุ
อาวุธครู สารพัดอาวุธของคุณครูที่มีไว้จัดระเบียบเด็กๆ เราก็ต้องตั้งใจดูให้รู้ว่า อาวุธเหล่านั้นคืออะไร
ครูช่าง เมื่อเป็นครูโรงเรียนช่าง ก็ต้องจัดการกับนักเรียนช่างผู้แต่งตัวและพกสารพัดอาวุธ ตอนนี้ก็เช่นกัน มาเดากันว่าแต่ละอย่างที่เด็กแต่งตัวมา หรือ พกมาคืออะไรบ้าง
ครูอนุบาล ผู้ปกครองมักมารับเด็กช้า ก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนเด็ก หาทางเล่นหรือปลอบเด็กอย่างเต็มที่ และสุดท้ายเมื่อพ่อแม่มารับ เด็กก็วิ่งไปหาพ่อแม่อย่างรวดเร็ว แอบซึ้งตรงเด็กวิ่งกลับมากอดอีกครั้งก่อนไป
ครูใหญ่ ในที่นี้คือ ครูใหญ่ของนักเรียนแพทย์ ชอบแนวคิดนี้ ดูจะน่ากลัว นักเรียนแพทย์เจอครูใหญ่หลอกบ้าง แกล้งบ้าง ลากไส้ออกมาให้ดูกันเลย แต่สุดท้ายก็คอยช่วยจนเรียนรู้ได้สำเร็จ
ครู = เรือจ้าง เล่าเรื่องของ ครูในฐานะเรือที่พาข้ามฟาก คอยแนะให้เด็กเรียนรู้หนังสือ เป็นระดับขั้นไป จนถึงขั้นเติบใหญ่ ชี้แนะให้มองโลกกว้างบ้าง อย่ามุกมุ่นแต่กับตำราเพียงอย่างเดียว สุดท้าย ครูก็จากไป เด็กคนนั้นก็ขันอาสามาเป็นเรือจ้างต่อแทน ปิดท้ายด้วยทั้ง 3 คนในฐานะเรือจ้าง แสงสวย มุมดี นี่แหละที่อยากเก็บไว้ แต่ไม่ทัน
ภาพรวมทั้งหมด ขำเล็กๆ ยิ้มมุมปาก ตัวเองไม่ได้ขำ แต่ขำเด็กก็มี ซึ้งก็มีนะ ชุดดำล้วน เสริมด้วยเสื้อกั๊กที่เป็นสีประจำตัว ถือติดมือมาพอให้รู้ แต่ทั้งโชว์คือชุดดำจ้า ตามสถานการณ์การไว้อาลัย งานนี้ปิดเสียงมือถือ งดเล่นสื่อโซเชียลใดๆ แต่ให้ถ่ายรูปได้แฮะ เราก็ตั้งใจดู เลยไม่ได้คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเท่าไหร่ แต่ใจจริงก็อยากได้ช็อตสุดท้ายเก็บไว้ เรียบง่าย แต่เพลิดเพลิน เห็นผู้ปกครองพาลูกเล็กมาดูกัน ส่วนเราขอเป็นพาแม่วัย 70 กว่ามาชม ที่สำคัญแม่เลี้ยง 555
ครั้งนี้ตั้งใจมาชม นิทรรศการ พระราชาในดวงใจด้วย มาแล้วก็อยากดูละครใบ้ ของ Baby Mime ซึ่งเป็นหนึ่งในละครของเทศกาลละครกรุงเทพด้วย ก็จัดสรรเวลาให้ได้ครบทุกกิจกรรมที่ตัองการ
วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 รอบ 18.00 น. เล่น 2 รอบ 18.00 และ 20.00 น. มีฝากโปรโมทด้วย แล้วใครจะมาทันละคะ จบก็ 19.10 ละ ก็ขอให้เต็มละกัน
ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาวและแม่
บัตรราคา 450 บาท
22886301_10155906199997002_8906290654084533247_n

สามหนุ่ม  งิ่ง ธา และ เกลือ สามหนุ่มแห่งเบบี้ไมม์ กลับมาอีกครั้งกับโชว์เต็มๆ ของพวกเขา แสดงที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ที่ที่เหมาะกับการดูละครใบ้มากๆ เพราะใกล้ชิด เสียดายพลาดช่วงแรกไปบ้าง แต่ก็พอเดาได้ว่า เค้าเล่นอะไรกัน เพราะเมื่อมาถึง เค้ากำลังเล่นกลปัญญาอ่อนอยู่ นั่นคือ กลนิ้วหาย แขนหาย เป่าลมแล้วนิ้วออกมา อะไรประมาณนั้น ก็ผลัดกันเล่น ดูสิ ว่าใครจะทำสำเร็จ คือว่า มันคล้ายกับที่ดูกามาโจแบทมากเลยอ่ะ แต่เอาเถอะ มันคงไม่พ้นเล่นแนวนี้ แต่ที่ชอบที่เค้าเอามาขยายต่อคือ การเล่นเชือกชักเย่อ ก็ตามระเบียบ เล่นยื้อกันไปมา พออีกผ่ายท่าจะแ้พ้ ปรากฏดึงเท่าไหร่ก็มาไม่ถึงซะที ไปวนซะรอบห้องเลย เกี่ยวเอาคนดูขึ้นไปด้วย แล้วก็ให้คนดูเล่นด้วย ให้ทำท่าตามพร้อมส่งเสียงด้วย ท่าตอนแรกก็ยังง่าย ตอนหลังชักยาก จนนักแสดงด้วยกันเองยังไม่ยอมทำ จากนั้นก็ขอให้คนดูมาร่วมเล่นด้วย คนดู เป็นผู้หญิงหุ่นบอบบาง แน่นอน คนดูชนะจ้า

งานนี้มีช่้วงคั่นเพื่อบอกชื่อตอนด้วยนะ เป็นนักร้องในผับ บอกว่าตัวเองอายุ 16 คนดู หัวเราะ เค้าก็บอก นั่นสิคะ หนูยังไม่เชื่อตัวเองเลย แล้วก็เริ่มร้อง ตั้งแต่ จีน มาไทย ไปอังกฤษ หลากหลายมาก เพื่อเข้าสู่ตอน องครักษ์ The Bodyguard

นำแสดงโดย  งิ่ง และ ธา

กับบทบาทของเจ้าพ่อกับผู้คุ้มกันหรือองครักษ์ตามท้องเรื่อง มาดเท่ห์มาก องครักษ์เก๊กเข้มตลอด แต่ก็มีแอบส่งยิ้มลับหลังอยู่เรื่อยๆ ทั้งยังคอยรักษาภาพพจน์ของเจ้านาย และปกป้องเจ้านายยิ่งชีพ ไปแลกเปลี่ยนของกัน ให้เห็นว่า องครักษ์พกปืนเยอะขนาดไหน แม้ตอนที่หลีหญิงแล้วหญิงตบใส่ก็เข้ามาป้องกัน แต่เจ้านายก็ห้าม สุดท้าย โดนหญิงเล่นงานเป็นชุด เลยทำเฉยซะงั้น ตอนหลังมีเรื่องกัน องครักษ์ก็เอาตัวเข้าปกป้อง กระโดดขวางแล้วขวางอีก (จริงๆ นะ เพราะเจ้านายวิ่งไป วิ่งมา) แล้วก็รับกระสุนแทนตลอด ไม่ตายซะที จนตอนหลังนอนนิ่ง เจ้านายถึงกับเศร้า ควักซิการ์จะสูบ ไม่มีไฟแช็คอีก สุดท้ายองครักษ์ก็ลุกขึ้นมาจุดไฟให้ เรื่องจึงเฉลยว่า องครักษ์ไม่ตาย เพราะใส่เสื้อกันกระสุด 555

นักพยากรณ์….อากาศ ออกมาพยากรณ์อากาศได้น่ารักมาก ทั้งภาคกลางจะมีความรักตกเป็นหย่อมๆ ภาคเหนือให้ระวังลมแห่งความคิดถึง เอ่อ อันนี้ประมาณนะ จำไม่ได้ว่าเค้าพูดว่าอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ introduction อันนี้ เดิ้นมากค่ะ เข้าสู่ ฤดูเปลี่ยน (season change)

นำแสดงโดย เกลือ

เล่าเรื่องราวของชายแก่คนหนึ่ง มีชีวิตประจำวันอย่างไร เริ่มจากอ่านหนังสือตอนเช้า แต่งตัวออกจากบ้าน แวะรดน้ำต้นไม้ ทักทายนักวิ่งที่วิ่งออกกำลังที่หน้าบ้าน เล่นกับหมา เล่นหมากกับเพื่อน แล้วก็กลับบ้าน เป็นเช่นนี้ผ่านฤดูต่างๆๆๆๆๆๆ สุดท้ายได้เห็นปฏิกริยาของสิ่งที่เค้าพบเจอตลอดชีวิตว่าชะเง้อหาเค้า และรับรู้ได้ว่า ชายผู้นั้นเสียชีวิตแล้ว แอบซึ้งปนเศร้า ชีวิตเป็นเช่นนี้แล

หญิงแก่ ออกมาเดินมอบดอกไม้ พร้อมพูดประโยควลีเด็ดบ้างไม่เด็ดบ้าง มีโดนหลายอันนะ นำเข้าสู่เรื่อง ยาม

นำแสดงโดย งิ่ง ธา และ เกลือ

เรื่องราวของยาม ณ ที่ต่างๆ ผลัดกันเป็น โดยใช้หมวกเป็นสัญลักษณ์  ทั้งยามโบกรถ เจ้าของรถทั้งรวย ให้ทิปหนัก หรือ ไม่ให้ทิปก็มี ยามในห้าง คอยตรวจทรัพย์สิน ตรวจละเอียด จนตอนคืนกลายเป็นกองขยะ เพราะกรีดกระเป๋าซะเละ ยามเจอแฟนทะเลาะกัน เข้าช่วยผู้หญิง ชกผู้ชาย ปรากฏผู้หญิงเล่นงานยามซะอ่วม ยามที่ไดัรับของฝากจากผู้คน และอื่นๆ ก็สนุกดี แต่ยาวไปนิดมะ ช่วงหลังๆ เริ่มเลี่ยง ไม่ยอมเป็นยามแล้ว เลี่ยงกันนานมาก

นักแสดงหญิงมาคั่นอีกครั้ง ดยสวมหน้ากาก ออกมาวิ่งไปวิ่งมา แล้วก็มาหยิบป้ายผ้าในกล่องมากาง  นำเรื่องเข้าสู่ จักรยาน Father and son

นำแสดง โดย งิ่ง และ ธา

พ่อสอนลูกขี่จักรยาน ล้มแล้วล้มอีก พ่อก็พยายามช่วย ทั้งช่วยเข็น ช่วยดัน ก็ยังไม่สำเร็จ แล้วก็มีคนที่ขี่จักรยานเก่งๆ มาโชว์ออฟ ลูกไม่ยอมให้พ่อช่วยและหัดด้วยตัวเอง สุดท้ายก็หัดได้ เย้

แม่นางเดินทางปราบมารทั่วราชอาณาจักรด้วยการเล่นจะเข้ แบกจะเข้มาเลย หนักนะ แล้วก็มาดีดเพลงจีนเล่นแล้วจะไล่มารได้ แต่เล่นแล้วเล่นอีกมารก็ยังอยู่ เลยจัดการพาตัวเองหนีมารไป พร้อมทิ้งท้ายไว้ว่า ที่ใดมีมาร ที่นั่นก็ยังมีมารอยู่  นำเข้าสู่เรื่อง โปเยโปโลเย The Chinese Ghost Story by Babymime นำแสดง งิ่ง ธา และ เกลือ

เรื่องราวของจอหงวนหนุ่มยากจน เดินทางรอนแรมมายังเืมืองๆ หนึ่ง เจอะผู้คนมากมาย ทั้งคนขี่ม้า คนลากรถ ร้านอาหารข้างทาง ด้วยความหิวจึงตรงเข้าไป แต่ไม่มีตังค์ จึงอดกิน แล้วก็ได้เจอกับท่านจอมยุทธ์ ที่ดูเหมือนจะทักว่า จอหงวนจะเจอเรื่องไม่ดี ให้ยันต์ไว้ติดตัว ตอนนี้เองได้เห็นผีืมือในการบินของท่านจอมยุทธ์ คิดได้ไงเนี่ย ทำท่าเหินขึ้นฟ้า ใช้มืออีกข้างกระพือเสื้อ เจ๋งจริงๆๆๆ ฝนตกหนัก บรรยากาศมืดครึ้ม เหมือนผู้คนในเมืองจะรู้ว่ากำลังจะมีเหตุร้าย ต่างวิ่งหลบหลีก (ตัวละครเดิมๆ ออกมาวิ่งไปวิ่งมา) ชายหนุ่มวิ่งไปหลบฝนในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีผืสาวอยู่ ผีสาวเห็นแล้วคิดจะนำไปเป็นเหยื่อ จึงออกมาแสดงตน แต่แล้วต่างก็หลงรักกัน ง่ายๆ อย่างนั้นแล ผีสาวจึงตัดใจไม่ยอมพาชายหนุ่มไป อีกทั้งเจอจอมยุทธ์มาเข้าต่อสู้ด้วย ลีลาสู้กันก็พลิ้ว แต่รอก่อน รอจนตอนที่ไปสู้กับปีศาจสาวที่เป็นคนบังคับให้ผีสาวคอยหาเหยื่อเถอะ บินกันให้ว่อนเลย ทั้งผ้า ทั้งคน

จอมหงวนฝึกวิทยายุทธกับท่านจอมยุทธเพื่อไปช่วยผีสาวผู้เป็นที่รัก ขั้นตอนการฝึกก็เป็นอย่างที่รุ้ๆ กัน ค่อยๆ จนเป็น เหินได้ด้วยนะ ลีลาเหิน เหินกันใหญ่ พร้อมแล้ว ออกไปเผชิญศึก ที่ขำสุดๆ ก็คือ ท่านจอมยุทธกับปีศาจเป็นคนเดียวกัน ตอนสู้กัน เปลี่ยนชุดกันน่าดู เก่งจริงๆ เสียววิกหลุด  ตอนหลังท่าจอมยุทธหายไป เหลือแต่ปีศาจสาวสุ้กับจอมหงวนและผีสาว ใช้บันไดช่วยสร้างมิติ ความสูงที่แตกต่าง ทำสโลว์ให้เคลื่อนย้ายที่คล้ายปีศาจสาวหลบได้ตลอด ยกบันไดเมื่อยไหมนะ จนเกือบจะใช้บันไดทุ่มอยู่แล้ว สุดท้ายโดนปราบไหมไม่รู้ หนีหายไปมากกว่า เพราะลากเอาผีสาวไปด้วย โดนขังไว้ จอมหงวนกับท่านจอมยุทธตามไปช่วย เล่นแสงสีได้ดีนะ เหมือนดูละครเวทีเรื่องหนึ่งเลย เบบี้ไมม์เด่นเรื่องการใช้เวทีและเทคนิคมากๆ   ช่วยออกมาได้ เป็นการปลดวิญญาณให้ได้ไปสุ่สุขคติ แล้วก็ต้องแยกจากกันไป

ประทับใจเรื่องนี้มากกกก ถือเป็นเรื่องเอก เรื่องเด่นเลย ลีลาการตุ่อสู้ วิธีการสร้างภาพ การใช้เวที ใช้แสง เจ่งจริงๆๆๆๆๆๆ

ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว และเพื่อน

วันอาิทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2554 รอบ 14.00 น. งานนี้ตั้งใจพาแม่มาดู แล้วไปทานข้าวฉลองวันเกิดกัน แต่แม่หนีไปจีนซะงั้น แต่ก็ดี กลับมาดูมีความสุขเชียว ผลคือ ลูกสาวทั้งสาม วิ่งมาราธอน ดูโชว์ เพราะไปดูคอนจุดประกาย ตอน เอ๊ดดี้ ออโตบาห์น ต่อตอน 5 โมงเย้น เหอ เหอ

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พารถไปจอดบนถนนทองหล่อ ไม่ได้ไปเที่ยวจ้า แต่ไปดูละครใบ้ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์
งานนี้ ขอบอกใครชอบดูละครใบ้ หรือ คิดอยากจะสัมผัสกับการแสดงรูปแบบอื่นๆ บ้าง น่าจะไปดูนะ ครั้งนี้ไม่ได้ดู ก็ลองดูครั้งหน้า เชื่อว่ากลุ่มนี้จะมีผลงานต่อเนื่อง
การกลับมาครั้งนี้ มีอะไรปรับปรุงจากครั้งที่เคยทำละครมหาลัยพอสมควร เรื่องทางเข้า ที่ไม่มีประตูกลางให้เข้าแล้ว เรื่องที่นั่ง ที่มีการทำเป็นขั้นบันได เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี เห็นชัดเจน จำได้เมื่อครั้งยังนั่งเก้าอี้เรียบเสมอ นั่งแถวหลังๆ ชะเง้อน่าดูเลย
เข้าเรื่องที่ต้องการจะมาเล่าให้ฟังละ เห็นหัวข้อก็คงพอเดาได้ มาดูละครใบ้ของกลุ่มละครBabymime นักแสดงผีมือดี ได้รู้จักครั้งแรกจากงานเทศกาลละครใบ้กรุงเทพ ที่ เอ ยู เอ มาดูครั้งนี้รับรุ้ได้ว่า เค้าพัฒนาผีมือ และมีความชัดเจนในการแสดงและเนื้อเรื่องมากขึ้นจริงๆ เรื่องส่วนใหญ่เข้าใจง่าย และเรียกรอยยิ้มได้ แม้บางเรื่อง บางช่วงอาจจะงงไปนิด แต่รวมๆ แล้วใช้ได้เลยนะ
การแสดงแบ่งเป็นเรื่องย่อยๆ 8 เรื่อง บอกหัวข้อเรื่องด้วยหญิงสาว คอนเซปคล้ายกับนักแสดงละครใบ้ คณะดังจากญี่ปุ่นไปนิดนะ ลอกแบบกันมาเลยก็ว่าได้ แต่ก็เข้าใจ ถ้าไม่ใช้รูปแบบนี้ ก็ไม่รุ้ว่าจะทำยังไงให้น่าสนใจ ขอพูดถึง การแสดงของหญิงสาวที่มาบอกหัวข้อเรื่อง ดูมีความพยายามนะ แต่ขอคิดเรื่องให้แน่นๆ สำหรับบางหัวข้ออีกนิดละกัน แล้วก็ ไหนๆ จะละครใบ้แล้วก็อย่าพูดสิจ๊ะ แต่ตอนที่ถามว่า “อย่าถามนะคะว่าหมายถึงอะไร เพราะดิฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” อันนี้โดน เป็นการชูป้ายบอกชื่อเรื่อง Sonata D’ amour in A mime Op.2 by Nging, Glur
มาดูเรื่องย่อของแต่ละช่วงกัน
Open Scene by Jum
เปิดฉากด้วย การแสดงเปิดม่าน การแสดงความสามารถอันหลากหลายของสาวใหญ่ใจเพชร ไม่ว่าจะร้อง เล่น เต้นรำ ผู้ชมจะได้เริ่มอุ่นเครื่องไปพร้อมกัน ก่อนที่จะได้สัมผัสกับโชว์เต็มรูปแบบของเบบี้ไมม์
ช่วงนี้เป็นการแสดงความสามารถของเหล่านักแสดง ด้วยการโชว์ลีลายิมนาสติก กระโดดข้ามกันไปมา การตีลังการ การเล่นชักเย่อ การให้คนดูมีส่วนร่วมขึ้นไปเล่นด้วย ทำทีเป็นคล้องเชือกไว้ที่คนดู บังคับให้คนดูต้องเดินตามขึ้นไป ดีนะที่น้องเค้าเล่นด้วย ชุดนี้น่ารักดี เรียกเสียงได้เยอะมาก
Forever love by Babymime เล่าถึงความรักของผู้ชายคนหนึ่ง ที่แอบรักแฟนเพื่อน มาเป้นเวลานาน แม้ตอนที่เพื่อนจะแต่งงานกับฝ่ายหญิงไปแล้ว แต่สุดท้าย ฝ่ายชากก็จากไป ฝ่ายหยิงมีลูกแล้วก้จากไป ทิ้งลูกไว้ให้ผู้ชายเลี้ยง จนโตเป็นสาวแล้วก็มีแฟน แล้วก็จากไป ดูน่ารักดี คนที่เล่นเป็นผู้หญิงเล่นได้น่ารักมาก ให้ความรู้สึกเหมือนชิซูกะเลย ช่วงที่จากไปให้เดาคือตายจากไปนะ คงไม่ได้หนีไปไหนหรอก มันโหดร้ายเกินไป จนตอนที่ทิ้งลูกไว้ให้ผู้ชาย ก็ดูเศร้าเชียว เห็นพัฒนาการ การเลี้ยงจากเด็ก เด็กเล็ก จนโตเป็นสาว ชัดมากกับการแสดงชุดนี้
Sun and Moon by Nging การแสดงถึง พระจันทร์กับพระอาทิตย์ที่ไม่มีวันบรรจบกัน ไม่มีวันได้เจอกัน เมื่อคนหนึ่งจาก อีกคนหนึ่งก็มา จนกระทั่งเกิด ราหูอมจันทร์ จันทรุปราคา หรือ สุริยปราคาตามหลักวิทยาศาสตร์นะแหละ แต่ตอนที่ ราหูอมจันทร์ก็น่ารักดี อมพระจันทร์ แกล้งพระจันทร์ได้ แกล้งพระจันทร์ดี ตอนอมพระอาทิตย์ ตัวเองก็ร้อนไปด้วย เกือบๆ จะเป็นนิยายรักของพระอาทิตย์กับพระจันทร์ แสดงคนเดียว ใช้เวลาสักพักถึงจะเรื่มจับได้ว่า การแสดงหมายถึงอะไร จังหวะนี้กำลังเป็นอะไร เก๋ดี ดูอาร์ทเชียว
Fanclub by Niging, Ta สุดยอด การแสดงขุดนี้ สุดยอด แสดงความบ้าคลั่ง ความคลั่งไคล้ของแฟนคลับ และการรับมือมือกับแฟนคลับของศิลปินได้เป็นอย่างดี ตอนเป็นศิลปิน เก็กกันได้ใจมาก พอกลับมาเป็นแฟนคลับก็คลั่งได้น่าหมั่นไส้มากๆ มีช่วงชีวิตของศิลปินที่ไม่มีความส่วนตัว จนแฟนสาวขอเลิก มีอ่านข่าว เล่าถึงข่าวซุบซุบด้วย แปลได้นะ ว่าข่าวใคร แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว ซื้อเลย การแสดงชุดนี้
Bomb by Glur การกู้ระเบิด เป็นการเล่นกับเวลา และ ความคิดนึกย้อนของชายที่กำลังจะต้องกู้ระเบิด ให้ได้รู้ว่า เค้ากำลังคิดถึงอะไรบ้างขณะกำลังปฏิบัติภาระกิจ ทั้งการฝึกซ้อมที่รวดเร็ว เข้มแข็ง แต่ตอนปฏิบัติจริง ต้องรอบคอบ ทั้ความรู้สึกต่อคนที่รัก และตัดสินใจลงมือทำขั้นตอนสุดท้าย พร้อมกับภาพของสุดที่รัก เค้าเรียก ทำหน้าที่เพื่อคนรักได้มีชีวิตรอดอย่างปลอดภัยนั่นเอง เน้นอารมณ์ ไม่มีฮานะอันนี้
Sonata D’ amour in A mime Op’2 by Niging, Glur อันนี้ดูเพลินๆ ดี กับการเล่นดนตรีของสองนักดนตรี มือเปียโนกับมือไวโอลิน การเล่นประชัน การจินตนาการระหว่างการเล่น ว่าคิดถึงอะไร มีแกล้งกันเล็กๆ ระหว่างการเล่นด้วย แข่งกันเด่นบ้าง แต่สุดท้าย ก็เล่นกันได้ด้วยดี ฟังเพลิน แต่ชื่อเนี่ย ยาวจริงๆ หมายถึงอะไร ไม่รู้หรอก
Mother’s Day by Ta ชุดนี้ซึ้ง เรื่องของลุงคนขับแท็กซี่ที่เลี้ยงเด็กที่ถูกท้งไว้ในรถของตัวเองจนโต วันแม่เด็กอย่างให้อยู่เพื่อมอบดอกมะลิให้ แต่ลุงปฏิเสธ เพราะเขิน วันเดียวกันนั้นเอง เค้าถูกขโมยรถแท็กซี่เครื่องมือทำมาหากิน แต่ก็รีบไปรับลูก แล้วทะเลาะกันรุนแรง เด็กหนีไป ลุงออกตามหาด้วยความบากบั่น ในที่สุดก้ได้เจอ และทำความเข้าใจกัน มีฉากที่ลุงให้กินข้าว ทั้งที่ตัวเองก็หิว แล้วกินเศษข้าวที่เหลือ โหย ซึ้งจ๊ะ
ไกรทอง โดย เบบี้ไมม์ สนุกดี ดูเพลิน มีมุกฮา มีเทคนิค Backlight เล่นฉากใต้น้ำ จริงๆ ตามเรื่องน่าจะเป็นใต้แม่น้ำ แต่กลายเป็นใต้ทะเลไปซะงั้น มีทั้งแมงกระพรุน ทั้งจระเข้ อืม ข้อมุลผิดไปหน่อยนะ ชอบที่สุดคือ เมียชาละวัน ที่ใช้หุ่น แล้วให้บรรดานักแสดงทำให้รู้สึกถึงความมีตัวตน จับมือขึ้นมาแล้วตบ ตบ ตบ ตบ ตบ ทั้งไกรทอง ทั้งชาละวัน ทั้งฝ่ายหญิง น่ารักดี เรื่องนี้ผู้ใหญ่ดีได้ เด็กดูดี
สมาชิกร่วมกระบวนการได้แต่ ครอบครัวของข้าพเจ้า ในบัตรราคา 300 บาทเท่านั้นกับเวลา 2 ชั่วโมงเต็มๆ


Categories