Ras's Blog

Posts Tagged ‘International Dance Festival

Giselle

 

ห่างหายจากการชมบัลเล่ต์มาได้พักใหญ่ ฤกษ์งามยามดีได้มาชมบัลเล่ต์คลาสสิคเรื่อง Giselle เป็นบัลเล่ต์แค่ 2 แอค จึงตกลงที่จะมาดู เพราะเคยเจอโอเปร่า 4 แอค ยาวกว่า 4 ชั่วโมง เบรกอีกเบรกละ 20 นาที เลยแอบเข็ด

 

Giselle เล่าถึงความรักของหญิงสาวคนหนึ่ง ณ หมู่บ้านชนบท ได้พบรักกับชายหนุ่ม เต้นจีบกัน ขณะที่ก็มีชายอีกคนที่แอบรักตนเองอยู่ และคอยขวางอยู่ และได้รู้ว่า ชายผู้นั้นเป็นใครมาจากไหน ด้วยเห็นดาบ (แค่เห็นดาบก็รู้กันเลย) วันหนึ่ง มีงานเฉลิมฉลองในหมู่บ้าน ผู้สูงศักดิ์มาร่วมงานด้วย จึงได้รู้ว่า ชายที่ตนรักมีพันธะอยู่แล้วกับหญิงสูงศักดิ์ จึงเสียใจจนตรอมใจตาย เสียใจจนแทบเป็นบ้า ช่วงนี้การแสดงดีนะ ทั้งเต้นทั้งแสดงอารมณ์

 

ช่วงต่อมา ชายที่แอบรักก็มาทำความเคารพศพของหญิงสาว ณ ป่าแห่งนั้นก็มีวิญญาณสาวที่แค้นผู้ชาย คอยร่ายเวทมนตร์ให้ผู้ชายทุกคนที่เจอต้องเต้นจนตัวตาย ชายคนที่แอบรักผู้หญิง เป็นหนึ่งในผู้เคราะห์ร้าย เหล่าวิญญาณสาวนับสิบคน ที่มีผู้นำอยู่ 1 ตน และผู้ช่วยอีก 2 ตน ช่วยกันปลุกหญิงสาวให้มาเป็นเช่นเดียวกับตน แต่เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาก้ได้พบกับชายคนรักของตนแต่ก็มีแต่ความรักให้ ไม่ได้มีความแค้นแต่อย่างใด จึงพยายามช่วยชายคนรัก จากเหล่าวิญญาน แต่ก็ถูกปฏิเสธ เต้นๆๆๆๆ จนหมดแรง แต่หญิงสาวก็คอยให้พลัง คอยให้กำลังใจอยู่ตลอด จนเช้า มีแสง เหล่าวิญญานจึงถอยออกไป เหลือแต่ชายคนรัก อยู่คนเดียว อย่างโดดเดี่ยว

 

ท่าทางในการเต้นบัลเลต์ช่วงแรกก็น่ารักๆ ดี ใช้ท่าทางในการสื่อสารกันด้วย โดยเฉพาะท่าประกบมือเพื่อบอกถึงความสัมพันธ์ว่า เป็นอะไรกัน ส่วนครึ่งหลังสุดประทับใจกับกองทัพวิญญานสาวววในชุดขาว กับฉากป่ามืดๆ มัวๆ ท่าเต้นแอบเพี้ยนนิดๆ ที่ดูแล้วเข้ากับเนื้อเรื่อง จะว่าไปก็เป็นท่าพื้นฐานนั่นแหละ แต่จับมาถูกจังหวะ และทำมือให้ต่างไป ก็เลยกลายเป็นเก๋ได้เลย

 

คนเต็มหอเลย น่าดีใจจริงๆ แต่มีการแสดงเพียงรอบเดียวนะ ครึ่งแรก 1 ชั่วโมง พัก 25 นาที แล้วก็แสดงต่ออีก 30 นาที เบรกนานเพราะผู้หญิงทุกคนต้องแต่งตัวแต่งหน้าใหม่หมดเลย แต่งหน้าได้ออกแนวผีดิบเล็กๆ

 

สถานที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หอใหญ่

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556  เวลา 19.30 น.

ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว ที่ไปด้วยกัน แต่มีญาติๆ นั่งอยู่แถว 2 อีกร่วม 8 คน และ เพื่อนพี่อยู่ฝั่งขวาอีก 2 คน

บัตร 500++ ค่าภาษี อิอิ

 

 

 

กลับมาอีกครั้งกับงาน Bangkok”s 12th International festival  Dance and Music ครั้งนี้เราเลือกดูมากขึ้น มาจบที่เรื่อง Cinderella โดยคณะบัลเล่ต์จากรัสเซียที่ออกแบบท่าเต้นร่วมสมัย ประมาณ มีอา ไมเคิล มีท่าแปลกๆ เก๋ๆ ผสมกับความสามารถของนักแสดง ที่ผ่่ายหญิงถูกเหวี่ยงให้ลอยตัว ทรงตัวได้อย่างสวยงามอยู่ตลอดเวลา

 

เนื้อเรื่องก็เป็นอย่างที่รู้ๆ กัน แ่ต่ในเรื่อง มี shot ของ คนรับใช้เป็นฝูงๆ เลย ไม่แน่ใจว่า ตีความว่ายังไง แต่ก็อลังการดี แถมนางฟ้ากับตัวหัวหน้าคนใช้ก็เต้นแบบกึ่งหุ่นยนต์ด้วย เก๋ซะ ซินเดอเรลล่า คนนี้ ดูเจ้าอารมณ์และเอาแต่ใจนะ มีุทุบพื้นปังๆ แสดงความไม่พอใจด้วย ฉากเต้นรำกลุ่มมาเป็นแถวเลย แต่ก็เอื้อนะ ทั้งในวัง นอกวัง ในฝัน เต็มไปหมด

 

ฉากงานเต้นรำ มีเต้นทั้งแบบฉบับและให้แต่ละตัวละครได้โชว์ความสามารถ โดยเฉพาะพระเอก กระโดดลอยตัวไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ มาในชุดสีเขียว มิน่า ชุดซินเดอริลล่าก็เขียว ดูแปลกตามั่กๆ สังเกตได้ว่า เวลาเต้นกันของพระนาง มักจะอยู่แค่ 2 คน สงสัยกลัวพื้นที่เต้นไม่พอ ก็แน่ละ จากมุมซ้ายมุมขวา จากหน้าไปหลัง ที่จะพอได้อย่างไร ฉากพาตัวมาที่งานก็มาด้วยม้าไม้ ซึ่งซินเดอเรลล่ามาเห็นตอนที่แม่บ้านเดินลากผ่านหน้าไป

 

งานนี้เจ้าชายเดินทางออกตามหาหญิงในฝันด้วยตนเอง หลังจากได้หลักฐานเป็นรองเท้าแก้วสีเขียว ที่ซินเดอเรลล่่าขว้างทิ้งไว้ให้ (ย้ำว่าขว้างนะ เพราะนักบัลเล่ต์จะมาใส่รองเท้าส้นสูงเต้นได้ไง) อ้อ ช่วงเที่ยงคืน ตอนหมดเวลาก็เก๋ดีนะ เพิ่มเข็มนาฬิกาเข้ามา แล้วให้ตัวเอกมีปฏิกริยากับการตีบอกเวลา พร้อมๆ ไปกับตัวโจ๊กที่เป็นคนลากนาฬิกาออกมาด้วย  ขณะที่ออกตามหา ก็มีนอนกลางดินด้วย และมีผู้ติดตามเป็นบุรุษชุดแดง ที่คล้ายๆ กับเป็นตัวโจ๊กของเรื่องนี้ มีการเต้นแทงโก้ ใส่ส้นสุงเต้นกันหมดเลย เหอ เหอ

 

สุดท้ายก็เดินทางมาถึงบ้านนางเอกจนได้ เดินเข้ามา พบกัน เหมือนจะวิ่งเข้าไปหา แต่แล้วก็ส่ายหน้า คิดว่าไม่ใช่ เฮ้ย เป็นไปได้ยังไง จำกันไม่ได้ซะงั้น แต่พอมีรองเท้ามาแสดงกลับพุ่งเข้าหา เอ่อ พี่คะ ตกลงพี่รักที่ตัวตน หรือ รองเท้าคะ เหอ เหอ จากนั้นก็โชว์เต้นแสดงความสามารถกันอีกซักรอบ คราวนี้นางเอก มาในชุดโทนฟ้า พระเอกเสื้อม่วงขาวกางเกงเขียวอ่ะ แต่เก่งนะ ทั้งคู่เลย

 

ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว ทั้ง 2 คน นั่งชั้น 1 ด้านซ้าย เห็นชัดเขียว

 

งานนี้มีการแสดงจากหลากหลายประเทศมาให้ชมกัน แสดงตามที่ต่างๆ ทั้งศูนย์วัฒนธรรม สวนเบญจสิริข้างเอมโพเรี่ยม และที่โรงหนัง SF CTW มีทั้งงานให้ดูฟรี และ งานเสียตังค์ ตัวสถานที่ก็บ่งบอกแล้วนะว่างานไหนเสีย งานไหนไม่เสีย 

ครั้งนี้ เรามาดูการแสดงจากประเทศสวิสแลนด์ที่พี่สาวโฆษณาชวนเชื่อว่า ต้องมาดู เป็นการแสดงที่ไม่ควรพลาด ที่บ้านเลยมาดูกันหมด สุดท้ายเจ้าตัวป่วยไม่สามารถมาดูได้ จ๋อยไปเลย 555 เล่นที่ CTW เค้าทำเวทีในโรงหนังโรงที่ 15 เลย

Mummenschanz คือ การแสดงอะไร ขอบอกเลยว่า ตอนมาดูก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่การแสดงประกอบกับอุปกรณ์ต่างๆ มาดูแล้ว อืม ก็ใช้ ใช้อุปกรณ์ในการเล่น เป็นละครใบ้จ้า มีอุปกรณ์เป็นตัวช่วยในการดำเนินเรื่อง ไม่ต้องเห็นตัวนักแสดงกันเลย ใช้แสง สีช่วย ฉากหลังเป็นสีดำทั้งหมด เพื่อเน้นตัวอุปกรณ์ให้เด่นขึ้นมา

พลาสติกกลมๆ เป่าลม ใหญ่ๆ ออกมา เคลื่อนไหว กลิ้งไปมา มีการจับจีบทำเป็นหน้าตาต่างๆ ด้วย ทำเป็นหน้ายิ้ม หน้า โกรธ หน้าตัวตลก ลักษณะนี้ออกมาหลายครั้ง ทั้งลูกใหญ่ ลูกเล็ก สุดท้ายแล้ว จากลูกใหญ่สุดค่อยๆแฟบลงจนแบนติดพื้นเลย เห็นได้ว่ามีคนช่วยดึงอยู่ ฉากปิดไม่มิด (ไม่ได้เห็นเอง เพื่อนเห็น แต่รู้วิธีอยู่)

การแสดงจากกล่องกระดาษที่ออกมาเรียกร้องให้คนดูช่วยกันปรบมือต่างจังหวะ แล้วก็เต้นโชว์

มีโชว์กระดาษลอยได้ เคลื่อนไหวไปมาน่าดู จับจีบเป็นหน้าตาต่างๆ บ้าง มีแสดงเป็นกองไฟ สวยดี เสียงปะทุของไฟ ฟังดูเหมือนนะ โชว์สั้นๆ ออกมาเป็นยุง บินหรือเดินแนวข้างๆ ดูสวยดี แต่น่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้นะ

การแสดงของดอกไม้ที่ดักจับแมลง จำชื่อดอกไม้ไม่ได้ ใช่ต้นหม้อข้าวหม้อแกงรึเปล่า ที่มีกะเปาะใหญ่ๆ แล้วอ้าปาก ตวัดดักสัตว์เข้าไปไว้ในปากนะ แบบนั้นเลย ลิ้นใหญ่มาก เห็นเหยื่อก็แลบลิ้นแผลบแผลบ ประมาณอยากกิน พอกินแล้ว ไม่อร่อย ก็พ่นออกมาด้วย เหอ เหอ น่ารักดี

กระดาษทิชชู่ คุณคิดว่า คุณจะเล่นอะไรกับกระดาษทิชชู่ได้บ้าง ………

เค้าเอากระดาษมาแขวน แทนส่วนต่างๆ ของใบหน้า ทั้งตา จมูก ปาก และผม พอชักออกมาก็ดูคล้ายกับ น้ำตาไหล ผมยาว และ แลบลิ้นบ้าน เป็นเรื่องของหนุ่ม กระดาษสีฟ้า และผู้สาว กระดาษสีชมพู ที่ฝ่ายชายมาหลงรัก แกล้งดึงผมของฝ่ายหญิงจนเกือบหมด พยายามง้องอน ขอความรัก ด้วยการมอบส่วนของตัวเอง ทั้งส่วนตาที่เหมือนน้ำตาจะไหลจนหมดลูกตาไปเลย ก็ดึงกันไปมา จนกระดาษเกือบหมดล่ะ

แต่งชุดดำออกมา พร้อมกับเทปขาวหนึ่งม้วน ทำอะไรดี อันนี้ง่าย เข้าใจคิด ก็เอามาแต่งตัว แต่งหน้านะสิ ใช้เทปพันทั่วร่างเป็นชุดสูท มีกาง มีเนคไท ได้หมด ส่วนหน้าตาก็ใช้เทปพันเอา มีให้คนดูช่วยพันด้วย คนดูพันไม่ถูกใจ เลิก เลิก ให้คนอื่นพันให้ สุดท้ายให้เด็กพันให้ น่ารักดี โชว์ชุดนี้ เกมซ่าท้ากึ๋นน่ามีเอามานำเสนอได้ เอาไปออกเลย แต่ต้องคิดชุดให้เจ่งๆ นะ

คนออกมาพร้อมกับหน้าปลอมที่ทำด้วยเส้นสี ออกมาดัดเป็นรูปร่างต่างๆ กันไป คนหนึ่งทำเป็นผู้ใหญ่ อีกคนทำเป็นเด็ก ตอนแรกผู้ใหญ่ดุเด็ก เด็กทำหน้าจ๋อย ตอนหลังเปลี่ยนเป็นเด็กแลบลิ้นใส่ และอื่นๆ มีเป็นผู้หญิงผู้ชายที่เหมือนจะเป็นมนุษยน์ต่างดาว มาแข่งกันทำหน้าตาประหลาด สนุกดี บางชุดใช้เป็นดินโปะหน้าปั้นเป็นหน้าต่างๆ ตอนแรกให้คนนึงปั้นแนวสวย อีกคนออกตลก ประมาณทำอย่างอีกคนไม่ได้ เลยออกมาดูเละๆ หน่อย ตอนหลังถึงเริ่มประชันกันจริงๆ แปลงเป็นรูปสัตว์ต่างๆ อิริยาบทท่าทางก็เปลี่ยนไปด้วย แปะไปแปะมาเละครับ สุดท้ายสองหน้ามาชนกันติดกัน จบไปโดยปริยาย

ตัวแสดงอยู่ในท่อกลมๆ คล้ายท่อแอร์สูงใหญ่ออกมาเล่นกับลูกโป่งยักษ์ลักษณะคล้ายตัวอะไรกำลังเด้งลูกบอลอยู่ แล้วมีการเด้งหาคนดูให้คนดูผลักกลับมาให้ พอคนดูส่งไม่ดี มีการทำท่าค้อน ไม่พอใจได้ด้วย ไม่มีสีหน้าสีตาให้เห็นนะ แต่ท่าทางชัดเลย แนวท่อก็มีหลายอันอยู่ แบบมาเป็นคู่ก้อมี ออกแนวคล้ายหุ่นยนต์ก็น่ารัก เดินไปมา ทำขาสั้น ขายาว ที่เป็นเส้นเดียวสีขาว มาเป็นรูปร่างต่างๆ คล้ายลาดการ์ตูน วิ่งไปมา เป็นคนกะงู คนโดนงูกัด กลายเป็นงูกะงู สู้กันไปมา แล้วมารวมเป็นเส้นอีก ดูน่าสนใจทีเดียว

ใช้เวลาในการแสดงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เป็นการแสดงที่น่าสนใจ ให้ไอเดีย ละให้เราจินตนาการให้ทันด้วย เพราะบางครั้งก็มองไม่ออกว่า คืออะไร หรือ ต้องการจะสื่ออะไรเหมือนกัน มีเว็บเค้าให้ดู คือ http://www.mummenschanz.com มีตัวอย่างการแสดงด้วย สนใจไปดูได้นะ ชอบ อ้อ ที่เล่ามาทั้งหมดใช้นักแสดง 4 คนเท่านั้น เล่นให้ตายไปเลย

หน้างาน มีสารพัดเครื่องดื่มแจก ทั้งเบียร์ ทั้งชาเขียว ทั้งไอติม ไม่บอกก็คงรู้ว่า เรากินอะไรนะ หุหุ ของที่ระลึกก็น่ารักดีเป็นลวดลายของตัวแสดงต่างๆ บางอันน่าซื้อ เช่นเส้นลวดสีๆ ที่ดัดเป็นรูปต่างๆ แต่เกรงว่าจะเล่นอย่างเขาไม่ได้เลย ดูเฉยๆ ดีกว่า มีเป็นแถบไว้ติดเสื้อด้วยนะ ปักสวยทีเดียว ถุงผ้าก็น่ารัก ที่พูดมาทั้งหมด ไม่ได้ซื้อสักอย่าง ดูอย่างเดียวจ้า

ผู้ร่วมขบวการ ครอบครัว ยกเว้นพี่สาวที่ป่วย เพื่อนเรา เพื่อนพี่ และน้องเพื่อน 555
ขอแสดงความเสียใจกับคนที่พลาด และ อาจจะสนใจการแสดงนี้แต่พลาดด้วยนะ

อีกอย่าง การแสดงนี้มี 2 รอบ คือรอบที่เราดู กับรอบวันที่ 12 มี.ค. ที่มีการนัดชุมนุมพอดี แสนจะสงสารการแสดงที่มีช่วงนี้จริงๆ หวังว่าจะมีคนมาดูเค้านะ อุตส่าห์ตั้งใจจัด ตั้งใจแสดง มีงานนึงพี่เราไปดูมา มีคนดูแค่ 40 คนเอง จากที่ควรจะเป็นร่วม 300 คนอ่ะ แต่เค้าก็เล่นกันเต็มที่เลย

อีกหนึ่งงาน กับ International Dance Festival กับบัลเล่ห์ที่แสดงโดยชาวจีน ดูแปลกไปอีกแบบ แต่งกายแบบยุโรป ผิวขาว ตาดำ ผมดำ เต้นได้แข็งแรง และอ่อนช้อยได้ในขณะเดียวกั

ตัวเรื่องก็พอเข้าใจนะ ผู้ชายคนหนึ่ง รักกับผู้หญิง กำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน แต่กลับได้พบกับนางไม้ ตอนแรกก็นึกว่าตัวเองฝัน แต่นางไม้ก็ยังคงออกมาให้เห็นเป็นระยะๆๆ จนในที่สุดก็ติดตามนางไม้ไป หนีงานแต่งงานไปเลย ขณะเดียวกัน หมอดูยิปซีก็เข้ามาทำนายดวง บอกว่า หญิงสาวจะไม่ได้แต่งงานกับชายหนุ่ม หากแต่แต่งกับเพื่อนของชายหนุ่ม ซึ่งหลงรักหญิงสาวอยู่ ซึ่งก็เป็นจริงตามคำทำนาย แต่ให้บทบาทกับตัวหมอดูยิปซี คล้ายกับเป็นผู้ชักจุงให้ชายหนุ่มติดตามนางไม้ แล้วทิ้งแฟนสาวของตัวเองที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ ตัวแม่หมอเองด้วยซ้ำที่บอกให้เพื่อนชายหนุ่มบอกหญิงสาวว่า ไม่เจอ ทั้งๆ ที่ก็เห็นหมวกหล่นอยู่ จึงหยุดการตามหา ซ้ำแม่หมอหรอแม่มดดี ก็ยังให้ผ้าสีชมพูกับชายหนุ่มไว้จับนางไม้ พอจับได้คล้องด้วยผ้า ปีกก็หลุด แล้วก็เสียชีวิต พอชายหนุ่มกลับเข้าไปในเมือง ก็มีงานแต่งงานของเพื่อนตนกับอดีตแฟนสาว

ตัวเนื้อเรื่องน่าสนใจ ไม่จบแบบเทพนิยาย และรู้สึกสมควรกับความเสียใจที่ชายหนุ่มควรได้รับ โลเลดีนัก อิอิ ลีลาของนักเต้นพลิ้วไหวมาก ใช้คนเยอะ ตามแบบฉบับบัลเล่ห์ ล้นเวทีเลยมั้ง ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ดูได้ เพลินๆ

หลังจบการแสดง ได้เจอนักแสดงหญิงด้วย ขาววววววววววววววววววววววจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ครั้งนี้ไปถึงสาย โดนไล่ให้นั่งชั่น 3 เลย แงงงงงง แต่วิวก็ดีนะ เห็นเวทีชัดมากๆๆๆ พระเทพเสด็จด้วย อีกอย่าง เพิ่งรู้นั่งรถใต้ดินขึ้นมา มีรถจากศูนย์วัฒนธรรมจอดให้บริการด้วย ที่เคยมาไม่เห็นเคยมี แต่ก็ดีนะ รถใหม่ดี จากสยามนิรมิตรก็มี
ผู้ร่วมขบวนการ พี่ๆ และตัวเอง

ข้อมูลจาก Thaiticketmajor
ลา ซิลฟิด (La Sylphide) บัลเลต์ 2 องก์ ฉบับของ ออกุสต์ บูร์นงวิลล์ (August Bournonville)
แสดงโดย: คณะซี่ยงไฮ้ บัลเลต์ (Shanghai Ballet)
ออกแบบท่าเต้น: ฌอง ปอล กราวิเยร์ (Jean Paul Gravier)
ผู้ประพันธ์: บารอนแฮร์มัน เซเวอริน โลเวนโฮลด์ (Baron Herman Severin Lovenskjold)
นำเสนอโดย: เครือเจริญโภคภัณฑ์

ลา ซิลฟิด เป็นบัลเลต์เรื่องเยี่ยมที่สุดจากยุคบัลเลต์โรแมนติก ในช่วงศตวรรษที่ 19 และเป็นการแสดงชุดที่สองของคณะเซี่ยงไฮ้ บัลเลต์ ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติครั้งนี้ ลา ซิลฟิด ชุดนี้เป็นการนำบัลเลต์ฉบับดั้งเดิมของออกุสต์ บูร์นงวิลล์ มาทำใหม่เมื่อ พ.ศ. 2545 โดยมีฌอง ปอล กราวิเยร์ ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบท่าเต้น ฌอง ปอล เคยได้รับรางวัล National Order of Arts and Letters award จากฝรั่งเศส และยังเป็นอดีตผู้กำกับของคณะบัลเลต์ เนชันนัล ดู ริน (Ballet National du Rhin) อีกด้วย

คณะเซี่ยงไฮ้ บัลเลต์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะคณะบัลเลต์ที่มีพลังของภูมิภาคแถบนี้ ได้รับการยกย่องในฐานะที่ช่วยยกระดับรูปแบบของบัลเลต์คลาสสิก พวกเขามีผลงานการแสดงบัลเลต์คลาสสิกในรูปแบบที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีผลงานจำนวนมากที่มีส่วนผสมผสานจากวัฒนธรรมจีน เช่น บัลเลต์ชุด A Sigh of Love, The Butterfly Lovers

บัลเลต์โรแมนติกเรื่องลา ซิลฟิด มีเค้าโครงจากเทพนิยายของ ชาร์ลส์ โนดิเยร์ (Charles Nodier) เป็นเรื่องราวของ เจมส์ หนุ่มน้อยชาวสก็อต ผู้ตกหลุมรักกับซิลฟิดที่ไม่มีตัวตน จนถึงขั้นทอดทิ้งเอฟฟี เจ้าสาวของเขากลางงานแต่งงานเพื่อติดตามซิลฟิด เขาทำท่าราวกับว่าซิลฟิดมีชีวิตจริงๆ เจมส์ใช้ผ้าคลุมวิเศษจับเธอไว้ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาแตะที่บ่าของเธอ ซิลฟิดก็เสียชีวิตในอ้อมแขนของเขา เจมส์ถูกทิ้งให้รำพึงรำพันอย่างเดียวดายในการสูญเสียความรักที่เลื่อนลอยและความหมายของรักที่แท้จริงของเขา

เรย์มอนดา บัลเลต์ 2 องก์ รอบปฐมทัศน์โลก เนื่องในโอกาสระลึกถึงการครบรอบของนูเรเยฟ 

ผู้ออกแบบท่าเต้น : เอเลนา เชอร์นิโชวา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และผู้ออกแบบท่าเต้นหลักแห่งเวียนนา สตัตส์โอเปรา และผู้ออกแบบท่าเต้นหลักของ คณะอเมริกัน บัลเลต์ เธียเตอร์
โดย คณะรัสเซียน บาชคีร์ สเตต บัลเลต์ เธียเตอร์

บัลเลต์เรื่อง “เรย์มอนดา” เปิดแสดงครั้งแรกในเดือนมกราคม พ.ศ.2431 ที่โรงละครมาริอินสกี ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเป็นผลงานการออกแบบท่า เต้นชิ้นสุดท้ายของนักออกแบบท่าเต้นผู้โด่งดัง มาเรียส เปติปา สำหรับเรย์มอนดาฉบับของคณะรัสเซียน บาชคีร์ สเตต บัลเลต์ สร้างจากเค้าโครงเรื่องของลิเดีย ปาชโควา และออกแบบท่าเต้นโดยเอเลนา เชอร์นิโชวา ผู้เป็นผู้ออกแบบท่าเต้นหลักของคณะมาริอินสกี เรื่องราวเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศสในช่วงยุคกลาง เรย์มอนดาซึ่ง เป็นหลานสาวของเคาน์เตสถูกหมั้นหมายให้แต่งงานกับอัศวินฌอน เดอ เบรียนเน ในความฝัน เรย์มอนดาถูกอับเดรักมัน ชีคผู้ร่ำรวยไล่ล่าและข่มขู่ ต่อมาในงาน เลี้ยง เรย์มอนดาได้พบกับอับเดรักมันผู้ต้องการลักพาตัวเธอ ฌอน เดอ เบรียนเนได้ท้าประลองอับเดรักมันซึ่งปรากฏว่าอับเดรักมันตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังเป็น ฝ่ายพ่ายแพ้ การแสดงบัลเลต์ชุดนี้มีดนตรีประกอบจากซิมโฟนีออร์เคสตราเต็มวง นักบัลเลต์ผู้รับบทเรย์มอนดา คือ เยฟเกเนีย ออบราซต์โซวา นักเต้นเดี่ยวตัว หลักของคณะมาริอินสกี

ต้องขอขอบคุณข้อมูลจากไทยทิคเก็ตเมจอร์ แต่ว่า รู้เรื่องนี้หลังจากดูจบแล้วอ่ะค่ะ วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551 รอบทุ่มครึ่ง ณ ศูนย์วัฒนธรรมกับงาน Bangkok’s 10th The International Festival of Dance and Music เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้ชมการแสดงลักษณะนี้ อืม .. ดูแล้วยกระดับจิตใจไหมเนี่ย อิอิ

การแสดง ลีลา ของบัลเล่ห์คณะนี้ประทับใจมากๆ ยิ่งให้เทียบกับที่เคยดูแล้วขอบอกว่า สวยมาก ลีลาตัวนำหญิง อ่อนช้อยดีเหลือเกิน บัลเล่ห์นี่มีเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะจริงๆ ดูผู้ชายไม่เท่าไหร่ ดูผู้หญิงนี่สิสุดยอด เวลาเดินก็ตองเดินปลายเท้า ชึบ ชึบ ชึบ ชึบ ชึบ เดินถี่ๆ ไป เดินถี่ๆ มา แล้วก็ท่ายกขาตัวโค้ง ซึ่งเป็นท่าประจำของบัลเล่ห์ แล้วก็ให้ผู้ชายหมุนไปรอบๆ นี่สุดยอด สวยจริงๆ ครั้งนี้มียกตังขึ้นด้วย เหมือนอยู่กลางอากาศเลย สวยมากๆ

จังหวะการเต้นทั่วไป ก็เป็นแบบคลาสสิค อ่อนหวาน นุ่มนวล อ่อนช้อย แต่พอมีตัวร้ายก็ออกแนวดุดันขึ้น ซึ่งก็แปลกดี แถมยังมีการเต้นจากนานาชาติมาปรับเข้าใส่ด้วย ทั้งแนวแขก และสเปน มาได้ไงก็ไม่รู้ เจ้าชายแขกนะก็เข้าใจแต่พอมามีสเปนเลยแอบงง

จังหวะดนตรีมีหลากหลาย สลับการเต้นไปมา มีโชว์ความสามารถกันหลายหลาย ทั้งแบบกลุ่ม นิยมมากกับการจัดแถวเรียง8 คุ่ แล้วก็จับเป็นวงกลมเนี่ย เป็นลายบังคับของบัลเล่ห์เลยมั้ง หุหุ ชุดก็หลากหลาย สวยๆ ทั้งนั้น ฉากมีฉากเดียว เป็นแนวปราสาทเงิน ดูสง่าดี แบบออกมาเป็นคุ่ก็หลายคู่อยู่ นางเอกเดี่ยวก็เยอะ ออกมาสลับทุกครั้งเลยละมั้ง ผู้ชายงานนี้ก็ได้โชว์กลุ่มด้วยนะ ดีใจด้วย เพราะไม่ค่อยเห็น ก็แสดงความพร้อมเพรียง ท่าแบบบัลเล่ห์ กระโดดเอียงข้างแล้วก็ตีเท้าเร็วๆ นะ นึกออกมะ พยายามบรรยายแล้ว แต่ยากส์จัง พระเอกที่เป็นคู่หมายก็หล่อเชียว สูงใหญ่ เวลาเต้นคู่กัน รับกันได้สบาย ยกตัวพริ้วมากๆ ชอบตอนที่ทั้งคู่เต้นแสดงความรักต่อกัน ดูแล้วหวานมากๆ ยิ่งเปรียบเทียบตอนที่นางเอกต้องเต้นกับตัวร้าย (ที่หลงรักนางเอก)ด้วยแล้ว ยิ่งเห็นถึงความแตกต่างของลีลา อืม เต้นบัลเล่ห์ก็บอกอารมณ์ได้นะ เพราะฉะนั้น หาท่าเต้นให้เข้ากับเนื้อเรื่อง หรือหาเนื้อเรื่องใส่เข้าไปหน่อยได้ไหม เพราะช่วงหลังที่เรื่องคลี่คลายแล้ว คล้ายๆ จะมีการเฉลิมฉลองใช่มะ ก็ให้แต่ละชุด แต่ละคนมาโชว์กันอีกรอบ ดีนะ ตัวร้ายไม่ลุกจากความตายมาโชว์ด้วย อิอิ

ขอแอบแซวคุณแม่นางเอก กะ อืม พ่อบ้านแล้วกัน ออกมายืนสง่ากันอย่างเดียว อดเต้นเลยงานนี้ ชุดไม่ค่อยอำนวยละสิ คุณแม่นุ่งชุดยาวกรอมเท้า สวยนะ ส่วนพ่อบ้านก็อารมณ์ขุนนางฝรั่งเศสนะ แบบนั้นเลย

งานนี้พระราชินีเสด็จด้วย ก็น่าอยู่ เป็นการแสดงที่สวยมากๆ แต่อยากรู้เหมือนกันว่า NutCraker จะเป็นไง บัลเล่ห์สององค์เหมือนกัน คณะเดียวกันเนี่ยแหละ แต่ของอย่างนี้เสพบ่อยก็ไม่ไหวนะ ถึงอย่างไร เรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกดีกับการดูบัลเล่ห์ละ

งานนี้ผู้นำขบวนคือท่านพี่คนรอง มาพร้อมกับครอบครัวจ้า บัตรราคาถูกสุด นั่งชั้น 3 ราคา 600 บาท ไม่ได้นั่งตั้งนาน ขึ้นมาแล้วหยุดที่ชั้น 2 เฉยเลย หึหึ พอขึ้นมาแล้วก็ยังไม่ถึงอยู่ดี ไปลองเปิดประตู อ้าว ไม่ได้แหะ ต้องขึ้นอีกชั้นหนึ่ง มีคนหลงเหมือนกันเลย ก็คนนั้นแหละเป็นคนเปิดประตูแล้วไม่ได้ เราก็เลยวิ่งขึ้นไปอีก



Categories