Ras's Blog

Archive for June 2009

คอนเสิร์ตครั้งกับศิลปินวง 2 คน หนุ่ม ป๊อบ และ วิน บัดนี้หุ่นของทั้งคู่ ได้แตกต่างกันอีกครั้งแล้ว หลังจากที่วินทำน้ำหนักตามป๊อบมาติดๆ ดีใจด้วยนะสำหรับวิน ป๊อบเองก็ผอมลงมา เห็นชัดจ้า แต่ยังได้อีก

จัดแสดงที่ Centre Point @ Central World บัตรราคา 900 บาท ได้แถวแรก อยู่แถว o นะจากทางเดินเลย จำไว้ได้เลยแถวนี้ ที่ดี

เปิดคอนเสิร์ตก็เอาเพลงฮิตมาก่อนเลย กับเพลง คนที่ไม่เข้าตา คาดหวังว่าคนจะช่วยร้องด้วย แต่นะ เพิ่งเริ่ม คนเลยยังออกสตาร์ทไม่ทันมั้ง แต่ก็พยายามช่วยร้องอยู่นะ ตามมาด้วยเพลงที่แสดงถึงตัวตนที่เป็นตัวสำรองอยู่ตลอดเวลาในคอนเสิร์ตต่างๆ เพิ่งจะได้มาเป็นตัวจริงก็ครั้งนี้แหละ กับเพลง ตัวสำรอง มารำลึกถึงเวทีแรกของหนุ่มป๊อบ กับเวที First Stage Show ที่สร้างนักร้องหลักล้าน อย่าง ตั๊กแตน ชลดา, นักร้องส่งนอก อย่างไอซ์ ศรัณยู และCalories Blah Blah ยังคงอยู่ที่เดิม 555 กับเพลงที่ร้องบนเวที คิดถึง ของ ซิลลี่ฟูล ร้องซะเพราะและหวานเลย ต่อด้วยเพลงแรกที่เขียนขี้เพื่อโปรเจค First Stage ในเพลง ยังเหมือนเดิม จากนั้นก็ว่างๆ ไง มีที่ว่างในโปรเจคของพี่หนึ่ง ณรงวิทย์ ก็เลยได้รับเชิญให้ไปร้องเพลง North Star เค้าคงเห็นว่า Calories Blah Blah ต้องการดาวนำทางสำหรับความรักเป็นอย่างยิ่ง 555

มาซึ้งกับเพลงย้อนยุคกันบ้าง ที่วันนั้นร้องไม่จบ วันนี้ก็เลยอยากร้องเพลงที่ร้องวันนั้นไม่จบให้จบในวันนี้ เล่นวันนั้น วันนี้จนตัวเองก็ยังงงเองเลยล่ะ กับเพลง เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ขอบคุณพี่โก้ และเจอนิเฟอร์ ซิ้ม สำหรับเพลงนี้ด้วย  อยากรู้แต่ไม่อยากถาม เพลงที่เปิดตลาดให้กับผม ได้เป็นที่รู้จักในอีกกลุ่มคนหนึ่ง ได้ไปเล่นในสถานที่อีกแบบหนึ่ง

เล่นในที่อบอุ่น ก็สามารถเล่นกันแบบอบอุ่นได้ เดินลงมาให้คนดูขอเพลงกันแบบสดๆ เล่นได้ก็ร้อง เล่นพอได้ก็มั่วไป เล่นไม่ได้ ก็ขออภัยไว้ก่อน มีทั้งเพลง เงียบๆ คนเดียว (คนขอเปิดต้นฉบับให้ฟังกันเลยทีเดียว) Nobody แถมด้วย Sorry Sorry ของ Super Junior อีกนิดนึง โดเรมอน (บอกว่าเหมือนโดเรมอนตัวใหญ่ โอ๊ย โอ๊ย อีกแล้ว ป๊อบบอก อย่าเข้าใจผิดนะครั้บ เรื่องนี่ ผมเล่นอย่างเดียวไม่ได้ร้องเพลงประกอบละครด้วย 555 เป็นเบน นักร้องนะถูกแล้ว ริอาจมาเป็นเป้เลยเหรอ ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ( ร้องซะเพราะเชียว) จังซี่มันต้องถอน รู้สึกว่าจะไม่ได้ร้องนะ แต่มีร้อง จี่หอยด้วย  ปิดท้ายด้วย ปาฏิหารย์ เพระมากกกกกก คนขอเพลงได้อมยิ้มเป็นของตอบแทนด้วยนะ อดได้อ่ะ

ถามเพื่อเข้าเพลง เป็นโสดทำไม ปรับเสียงซะเหมือนเลย เหอ เหอ ต่อด้วยเพลงมีจังหวะอย่าง ยาพิษ,บางกอก ก่อนปล่อยให้วินได้ร้องเพลงบ้างในเพลง กระถางดอกไม้ เห็นว่าเล่นรอบแรกตอนบ่ายวันเสาร์ยังมีเขินๆ อยู่ พอมารอบสุดท้ายวันอาทิตย์ ใส่ใหญ่ เดินไปเดินมาเต็มที่เลย จากนั้นก็แสดงขลุ่ยให้ได้ฟังกัน ในเพลงเดือนเพ็ญ โดยป็อบออกมาร้อง เพิ่มความไพเราะให้กับบทเพลง ต่อด้วยชุดซึ้งอีกชุดหนึ่ง เกลียดเธอไม่ลง อย่าไปไหนอีกนะ คนที่ถูกลืม  ฟังกันเพลินเลยจ้า

แขกรับเชิญได้แก่ หนุ่มโอ๊คสมิธ ออกมาร่วมแจมกันในเพลง ซื้อกุหลาบให้ตัวเอง ออกมาหล่อเชียว มีการบลัฟกันเล็กน้อย ออกมาหล่อนักใช่ไหม โอ๊คทำท่าอะไร ป็อบเดินไปบังซะงั้น ทำเลียนแบบ บางครั้งทำให้แรงกว่าด้วย น่ารักดี เพื่อนกันเนอะ กันกันแรงดี อ้อย กล้วย หามาให้กินกันเต็มเลย โอ๊คบอก มีงานกี่งานยกเลิกหมดเพื่อป๊อบเลย ป๊อบถาม ยอดรวมงานที่ยกเลิกเท่าไหร่ สองแสน โอ๊คตอบ ป๊อบบอกคำเดียวว่า โง่ว่ะ 555 ยังมีแซวกันเรื่องเปิดคลินิก เปิดแล้วปุ๊ป เห็นหล่อขึ้นทุกวันเพราะนั่งขัดหน้าตลอด ก่อนจะให้โอ๊คร้องเพลงใหม่ของตัวเองในเพลง คนเหงาเค้ารู้กัน มาปิดท้ายช่วงเพลงซึ้งในเพลง ปาฏิหารย์ที่รอคอย เพลที่เศร้าที่สุดตั้งแต่เคยร้องมาเลย คิดดู ขอแค่สักวันเดียวที่จะเรียนรู้เรื่องรัก จะเจ็บก็ยอมเนี่ย อืม ถ้าเป็นเราจะเอาไหมเนี่ย

มาถึงช่วงที่เราพยายามจะทำให้ได้ ฝึกซ้อมเต้นกันมาตลอด ก็พยายามแล้ว ทั้งเป็ก ทั้งไอซ์ช่วยกันสอน ผมก็ยังทำไม่ได้ คือให้เต้นก็เต้นได้ ให้ร้องก็ร้องได้ แต่ให้ทำสองอย่างพร้อมกัน ผมทำไม่ได้ มาดูกัน ลุยกันเลย รักแท้ยังไง ฝากเลี้ยง ฮัก ห้ามทิ้ง 555 ก็พยายามเก็บท่าหลักๆ มาใช้นั่นแหละ น่ารักดี

มาให้กำลังใจคนอกหักกันในเพลง ฤดูอกหัก และร่วมกันร้องเพลง ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ ก่อนจะมาปิดท้ายกันอีกครั้งในเพลง คนที่ไม่เข้าตา พร้อมกับเดินขึ้นไปแจกลูกอมกันอีกรอบหนึ่ง ปิดท้ายกันด้วยสบายใจที่ได้มานั่งฟังเพลงเพราะๆ ในบรรยากาศแบบกันเอง กันเอง

ช่วงขอเพลงของวันอาทติย์ มีเพลงที่ว่าง หมีแพนด้า บอกรัก Nobody โอ๊ย โอ๊ย อุ้ยคำ ร้องร่วมกับคุณแม่ของป๊อปด้วย แม่โดนแซวตลอดคร้าบงานนี้ ปิดท้ายด้วยเล่นของสูง ก็มันส์ดีนะวันนี้ได้นั่งติดทางเดินเลย กะขอเพลงเต็มที่แต่ ไม่ได้ขอ แถมเวลาแจกลูกอม คนข้างซ้าย ข้างขวาก็ได้กันหมดเลย แต่เราไม่ได้ แง… ส่วนแขกรับเชิญ เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง หนุ่มว่านนั่นเอง บอกว่า แขกรับเชิญงานนี้นี่มี 2 เหตุผลคือ สนิท และ ถูก โดยป็อบบอกว่าจ่าย 600 บาท แต่เดี่ยวจะเพิ่มให้เป็นการส่วนตัวอีก 200 เพราะฉะนั้น ว่านรับไป 800 บาทเต็มๆ 555 ร่วมกันร้องเพลง ต้องโทษดาว ก่อนจะร้องเพลง อยู่บำรุง ให้หลายๆ คนเสียวสันหลังเล่น ป๊อบยังออกมาเล่นต่อว่า อยากร้องเพลง วิชาชีวะ อภิสิทธิ์ วิชาชีวะ เอาล่ะครับ ตัวใครตัวมัน

รอบบ่ายเริ่ม บ่ายสองครึ่ง จบห้าโมงเย็น รอบค่ำวันอาทิตย์เริ่ม อีก 15 นาที 6 โมง จบสามทุ่มครึ่งได้ ก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งจ้า

Advertisements
คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ของโปเตโต้ แต่ครั้งแรกที่ อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 52 วันแห่งคอนเสิร์ต ทั้งเสียตังค์และฟรี ที่แน่ๆ ก็มี calories Blah Blah, Music Chill Out และ ดงบังชิงกิ และอื่นๆ ที่ไม่รู้ แฟนๆ ของโบเตโต้มากันแน่น บัตรยืนเต็ม บัตรนั่งก็เต็ม มองจากข้างบนเป็นภาพที่สวยมากๆ ครั้งนี้เรานั่งชั่น 4 เป็นอัฒจรรย์ที่ทำขึ้นชั่วคราว มุมดีใช้ได้เลยจ้า

ผ้าผืนใหญ่ปิดตัวเวทีไว้ เพื่อให้นักดนตรีได้เล่นกับเงา บรรเลงเพลงด้วยกีตาร์กับเงาขนาดยักษ์ ดูแล้วก็เท่ห์ดีนะ บรรเลงเพลง YES OR NO SIX C.E., พันธนาการ SIX C.E.เปิดตัวกันแบบอลังการงานดนตรีเลย จากนั้นก็มาลุยกันยาว แบบไม่ต้องพูดให้เสียเวลา สวัสดีคร้าบ คำเดียวพอ กับเพลง มีอะไรจะเล่าให้ฟัง, รอ, ห้ามใจไม่ไหว, ปากดี จากนั้นก็แนะนำเพลงใหม่ ฉันรักเธอ ร้องให้คนดูได้ฟัง หลังจาที่คนดูร่วมร้องกันมาตลอด ร้องกันแบบ เสียงดังฟังชัดด้วยนะ ไม่มีคาราโอเกะก็ดูจะไม่มีผล

การแต่งกายง่ายๆ สบายๆ เสื้อยืด กางเกงยินส์ก็พอแล้ว เสื้อสีดำลายไฟสี่แสด ของหนุ่มปั๊บ ก็ดูจะเข้ากับ ความมันส์ในแบบ Potato  มาซึ้งกันต่อกับเพลง กล้าพอไหม และ พระจันทร์ดวงเก่า

ก่อนจะเปิดฉากความมันส์กับแบบไม่ต้องฉุดรั้งกันไว้เลยในเพลง Nightlife ร่วมแจมกับ Sweet Mullet ในเพลง หลอมละลาย ฝากเลี้ยง ยื้อ ดนตรีแน่น สะใจมาก เสียงร้องก็สู้กันเต็มที่ พี่เต๋า Sweet Mullet ,ใตผมรวบ สวมเสื้อวอร์ม จำไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้เพลงและเสียงร้องก็คงยังจำไม่ได้ต่อไป

เปียโนเพราะๆ บรรเลงเบาๆ กล่อมอารมณ์คนดูให้เบาบางลงในเพลง ทนพิษบาดแผลไม่ไหว (นักเปียโนจากวง Klear) เพราะดีนะ ร้องแบบเบาๆ ซึ้งๆ กับเปียโนไปได้ครึ่งเพลง ก็กลับมาเล่นแบบเต็มวงอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็มาซึ้งกันต่อด้วยเพลงช้าๆ ดังๆ ทั้งหลายเป็นชุดใหญ่ ดังต่อไปนี้
 – ไม่ให้เธอไป 
 – อารมณ์สีเทา 
 – ลืมตาในน้ำ 
 – ภาษากาย 
 – นี่แหละความเสียใจ 
 – คำตอบของหัวใจ 
 – สามเวลา
 

ช่วงต่อไปเป็นช่วง วิน Potato มือกีตาร์โชว์ดนตรี และโชว์เสียงร้องกันบ้างในเพลง สิ่งที่ใจต้องการ และ Sassy Girl เสียงก็ไม่เลวเลยนะ พี่วิน น่ารักดี ผมสั้นขึ้น ประคอ เวลาสะบัดมันดูไม่สะใจเท่าไหร่อ่ะ อิอิ

เร่งจังหวะขึ้นมาอีกนิดกับเพลงสนุกๆ อย่าง ขอบใจ, พรุ่งนี้จะไปกับเธอ เพลง Cover ของโบ สุนิตา  จากนั้นก็คุยกับคนดูต่อ ขอเสียงผู้หญิง ขอเสียงผู้ชาย แล้วบอกว่า แฟนๆ ของโปเตโต้สวยทุกคน บอกผู้ชายว่า โชคดีมากนะที่คุณได้อยู่ท่ามๆ กลางสาวสวยเหล่านี้ ขอมอบเพลงนี้ให้ทุกคน รักเธอไปทุกวัน มีผู้หญิงในเงามาร้องด้วย สงสัยจังว่าเป็นใคร เสียงไม่ดีหรอก เหอ หอ เหอ ใช่ เสียงไม่ดี แต่มั่นใจค่ะ ออกมาสวย ออกมาเป็นนางแบบ พอต้องการแบบนี้ ใช่เลย โปเตโต้เลยต้องเชิญ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้านมา 555 เธอมันส์มาก เล่นไป 200 เลยมั้งนะ นึกถึงตุ้ยตุ๋ยยังไงก็ไม่รู้ แนวเดียวกัน ออกมาร้องเพลงต่อด้วยนะ ในเพลง อื้อหือ หล่อจัง ของพุ่มพวง ไปเกาะแขนปัป รูดเสากับมือกีตาร์อีกคนที่บอกว่าเป็นเพื่อนกัน (แต่ก่อนเป็นเพื่อนกัน เป็นแฟนกันมาก่อน) และก็วินด้วย สนุกดีช่วงนี้ ปับบอก ตั้งใจเชิญมาเลย เพราะคิดว่า ต้องได้รอยยิ้ม ต้องได้บรรยากาศที่ดี เปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างมาก สำเร็จจ้า คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ของโปเตโต้ แต่ครั้งแรกที่ อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 52 วันแห่งคอนเสิร์ต ทั้งเสียตังค์และฟรี ที่แน่ๆ ก็มี calories Blah Blah, Music Chill Out และ ดงบังชิงกิ และอื่นๆ ที่ไม่รู้ แฟนๆ ของโบเตโต้มากันแน่น บัตรยืนเต็ม บัตรนั่งก็เต็ม มองจากข้างบนเป็นภาพที่สวยมากๆ ครั้งนี้เรานั่งชั่น 4 เป็นอัฒจรรย์ที่ทำขึ้นชั่วคราว มุมดีใช้ได้เลยจ้า

ปรับอารมณ์กันหน่อยเพื่อรับเพลงรักแท้ดูแลไม่ได้ ต่อด้วย แชร์ ที่ปับไปเดินรอบอินดอร์ ระหว่างชั้น 2 กับชั้น 3 จนจบเพลงเกือบไม่ครบรอบแนะ คนดูกระหน่ำกันลงไป เดินขึ้นไปเพียบ ช้ำหมดแน่ๆ 555 โดนดึงไปทางนู้นทีทางนี้ที แต่ก็ใกล้ชิดดีนะ ชอบ ชอบ ต่อด้วยเพลง มีอะไรจะเล่าให้ฟัง อีกครั้ง

เริ่มสนุกกันต่อ กับเพลง เบียด, เพียงพอ, กำแนง และที่เดิม ช่วงหลังๆ นี้ ไม่รู้ว่า วีทีอาร์เป็นอะไรสัณญาณภาพไม่ขึ้น ดีนะแก้ปัญหาทัน จนได้เปิดวีทีอาร์ ที่มาของคอนเสิร์ตจนได้ อาจจะมีเปลี่ยนคิวก็ได้ อิอิ ที่เดิมเป็นเพลงปิด ที่รู้ว่าไม่ใช่เพลงสุดท้ายแน่ ออกมาเล้ย ไม่ต้องให้เรียกกันนาน จบกันด้วย ขอบคุณทีรักกัน มีฉากซึ้งๆ ให้หนุ่มปับต้องเสียน้ำตา เชิญพี่ป๋อม มือกลองคนเดิมออกมาร่วมเล่นด้วย จากกันด้วยดีก็ดีอย่างนี้แหละเนอะ มารวมกันใหม่ได้ แอบสงสารกายเล็กน้อยที่เพลงสุดท้ายไม่ได้เล่น เอ หรือ กายจะชอบใจก็ไม่รู้ จากนั้นก็แจกปิ๊ด แจกไม้กลอง แจกนู่นี่ อุปกรณ์ที่ใช่ในคอนเสิร์ตทั้งหลายตามปกติจ้า

จบด้วยความประทับใจ เริ่มคอนเสิร์ตเวลาประมาณ 19.15 น. นับว่าไม่เลทเลย
ขอขอบคุณผู้มีอุปการะคุณสำหรับบัตรคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วยจ้า

การแสดงร่วมสมัยจากกลุ่มศิลปินชาวฝรั่งเศส ในงานเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศส เป็นการแสดงเดี่ยวภายใต้กรอบสี่เหลี่ยม และกล่องสี่เหลี่ยมที่พร้องจะลดระดับลงมาทุกเมื่อ เป็นการแสดงทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความแข็งแรง การสื่อสารที่แปลความกันเอง ใครเข้าใจว่าไงก็ได้ ถามว่าเข้าใจไหม อืม ไม่ค่อยแน่ใจ รู้แค่ว่า ตัวแสดงน่าจะสมมุติตัวเองเป็นหุ่นยนต์ หรือ บุคคล ที่อยู่ภายใต้การกดดัน 

การเคลื่อนไหวที่ดูคล้ายหุ่นยนต์ การลดระดับของผนังด้านบนและด้านข้างจนพอดีความสูง จนนักแสดงสามารถกลับหัวกลับหางได้ ลดมาอีก ลดมาอีก แสดงการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ เท่าที่ทำได้ สุดท้าย ก็บีบจะไม่เหลือพื้นที่ใดๆ จบการแสดง

เข้าใจว่าไงล่ะ นี่คือ ภาพที่เห็น

Tags:

Fm One เอาอีกแล้ว ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาดูคอนเสิร์ตที่ของคลื่นนี้ ในแต่ะละครั้งก็จะลุ้นว่า ที่นั่งจะเป็นอย่างไร บางงาน บอกมาเลย ว่าไม่มีเลขที่นั่งนะ ตามสบาย โอเค ได้ รับทราบ บางงานบอกว่า “ใครโทรมาเล่นเกมหน้าไมค์จะมีหมายเลขที่นั่งให้ ได้เข้าใจ” บอกกันก่อน ไม่มีปัญหา บางงาน บอกว่า ไปร่วมงาน แต่ไม่ได้บอกว่า มีบัตรนั่งหรือบัตรยืนด้วย ไปรู้เอาหน้างาน ก็งงกันเล็กน้อย แต่ได้ เชื่อว่า ทีมงานน่าจะจัดการได้ดี เหอ เหอ เหอ งานนี้ ที่นั่งเหลือเต็มเลย ไม่รู้แจกบัตรที่นั่งยังไง บอกว่าให้มารับบัตรตอนบ่าย 3 โมง โอเช เรามาสาย ได้บัตรยืนไม่แปลก แต่เดี๋ยวนะ เราโทรเล่นเกมหน้าไมค์นะ ทำไมถึงเป็นบัตรยืน แต่ไม่เป็นไร พอเข้าไป โอ้โห ที่นั่งเหลือเพียบ เอาไงล่ะ เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่ เค้าก็ยังดูสับสนกันอยู่ว่าจะให้นั่งไม่ให้นั่ง ในที่สุดคนนึงก็บอกว่า ให้นั่งไปเลยค่ะ เราก็เลยเดินไปนั่งทันที เลยได้ที่นั่งแถวหน้าๆ แถวที่ 3 จากเวที ณ โรงละครอักษรา เป็นครั้งแรกทื่ดูคอนเสิร์ตแล้วต้องเงยหน้าดู อีกไม่กี่วินาทีก็มีคนเดินมานั่งข้างๆ พร้อมกับถามว่า เค้าให้นั่งได้ใช่ไหม เราก็บอกว่า เค้าบอกอย่างนั้น คนที่เดินมานั่งบอกว่า เค้าเพิ่งโดนไล่จากที่นั่งมา เนี่ยเค้ามารับบัตรตั้งแต่ บ่าย 3 โมงสิบ เค้ายังได้บัตรยืนเลย ได้ยินเช่นนั้น เราก็เลยรู้สึกดีที่ ไม่ได้รีบมาแต่ไก่โห่ กว่าจะจัดการเรื่องที่นั่งก็ ร่วมชั่วโมง ครั้งหน้าทางคลื่น ทางผู้จัดเค้าจะจัดการได้ไหมเนี่ย ครั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ เอาล่ะ เป็นกำลังใจให้ละกัน เพราะยังไง ตัวคอนเสิร์ต ตัวศิลปิน ตัวคอนเซป ก็สนุก

The man of Smile ไม่ใช่ The Man of Smell อย่างที่ คัตโตะเล่นมุขนะจ๊ะ เป็นการรวมตัวของศิลปินทั้งหมด 4 คน กับอีกหนึ่งวง ก้อง การุณ ชิน ชินวุฒิ เอ็ม อรรถพล แสตมป์ และลิปตา ก้อคนละแนว คนละสไตล์ แต่ก็ได้ใจนะ

เปิดตัวกันด้วย ก้อง การุณ กับเพลงสาบาน (ก็มีเป็นของตัวเองอยู่เพลงเดียวนิ) เป็นคอนเสิร์ตแรก คอยบอกว่าตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา เสียงยังไม่ค่อยแข็งแรงนะ ฟังแล้วรู้สึกได้ โดยเฉพาะเวลาร้องเพลงของคนอื่น อย่าง ไม่ต้องมีคำบรรยาย ของต้าร์ Mr.Team และ รักเธอไปทุกวัน ของโปเตโต้ ต่อด้วย หนุ่ม ชิน กรี๊ด น่ารักที่สุด ยังเต้นได้ใจ พยายามเอนเตอร์เทน แม้มุขจะแป็กแค่ไหน ก็ยิ้มสู้ กับเพลงคืนที่หนึ่ง, หัวใจไม่ใช่กระดาษ, Too Fast Too Furious, และสุดท้าย Thai Girls ของวงแคลช รักกันจริงๆ เลย กับวงแคลชเนี่ย มีแฟนคลับมานั่งแถวหน้าๆ ชูป้าย ช่วยร้อง ช่วยกรี๊ดกันตลอดเวลา เสียงดี แน่น เพราะได้ใจเหมือนเดิมนะจ๊ะ ดูเป็นหนุ่มขึ้นเวลาอยู่บนเวที เชื่อว่า พอลงจากเวทีก็ยังเป็นเด็กจอมซนอยู่เหมือนเดิม อิอิ  ตามติดกับพี่ใหญ่จากแกรมมี่ คือ หนุ่มเอ็ม อรรถพล กับหุ่นที่ดูฟิต ฟิตเสื้อผ้า ขึ้น เจ้าตัวก็ยอมรับ พร้อมบอกว่า ก็แฟนคลับเอาชนมมาให้ ก้อไม่ให้เสียน้ำใจก็เลยต้องกิน อ้างงงงงงงไปได้  แต่นะ มีคนเอาดอกไม้ให้ก้อง การุณ มอบลูกโป่งดอกไม้ให้ชิน เอ็ม ได้ขนมนะ ก็น่าอยู่หรอก ขนมาทั้งเพลงดังในอดีตและปัจจุบัน กับเพลง คนใกล้ตัว, ไม่มีใครแทนใครได้, เรื่องบนเตียง ของ บอย พีซเมกเกอร์, เธอคือใคร ของอีทีซี เห็นว่าเป็นเพื่อนกันนะ สุดท้ายปิดท้ายตัวอิจฉา มีการออกมาถ่ายรูปรวมประหนึ่งว่าจบคอนเสิร์ตแล้ว พอถ่ายรูป เงียบ ประหนึ่งว่า กลัวเสียงจะเข้ากล้อง ชินแซวว่า นี่ถ่ายภาพนิ่งนะครับ ไม่ใช่ภาพวิดีโอ เอ็มกับก้องอวยกันเองด้วย เพราะก้องเคยมาเล่นมิวสิควิดีโอเพลง อย่าร้อนตัวให้กับเอ็ม ชินยืนอยู่ตรงกลางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน เหอ เหอ เหอ

ออกมาแล้ว ศิลปินที่รอคอยและตั้งใจมาดู ก่อนหน้านี้ก็ตั้งใจจ้า แต่ยังไม่เท่า สองศิลปินที่เหลือ แสตมป์ออกมาพร้อมกับอินโทรเพลง ความคิด แต่ว่า แสตมป์นะเหรอจะยอมร้องความคิดอย่างง่ายดาย ใช่ ร้องเป็นเพลงโรงเรียนของหนูซะงั้น ครั้งนี้ร้องยาวด้วยนะ คนดุก็ช่วยร้อง 555 บ่งบอก ก่อนจะมาร้อง ความคิด ให้ได้ซึ้งกันจริงๆ ยังขำได้อีก ร้องจบ ก็ดื่มน้ำ ไม่หยุด ก็ตบมือเชียร์ หมดแก้ว หมดแก้ว เอ้ยไม่ใช่ หมดขวด หมดจริงๆ ด้วยแหละ เก่งจัง ดื่มไม่หยุดเลย ต่อด้วยทฤษภีสีชมพู ปกติจะร้องเพลงนี้ไปเล่นกีตาร์ไป แต่ครั้งนี้ไม่ได้เล่นกีตาร์ เลยเอาดอกไม้ลูกโป่งที่มีคนเอามาให้มาถือเล่นแทน นับว่าช่วยชีวิตผมไว้ทีเดียว แสตมป์สารภาพ ตามด้วยคนที่คุณก็รู้ว่าใคร, เพลงประกอบภาพยนตร์ ฝัน หวาน อาย จูบ และ กันและกัน สลับท่อนกันไปมา เป็นเพลงที่เค้าเขียนเองทั้งหมด จากนั้นคัตโตะ แห่งลิปตาก็ออกมาแจมด้วย ในเพลง เผลอ ยังมีท่าทีที่ 11 รด อยู่เหมือนเดิมนะ อิอิ จากนั้นก็ลุยเพลงของตัวเอง ดังต่อไปนี้ อ่อนแอ, ปฏิเสธอย่างไร, ลมหายใจของเมื่อวาน และไม่รู้เมื่อไหร่ บางช่วงลงไปเล่นกับคนดูให้คนดูช่วยร้อง มีเล่นมุขจนปรับอารมณ์กลับมาร้องเพลงช้า ซึ้ง แทบไม่ทัน มีการโฆษณาคอนเสิร์ตตัวเองด้วย บอกว่า หาญกล้ามาที่จัดคอนวันนี้ ตรงกับคอนของพี่เบิร์ด ธงไชย วันเดียวกัน แต่ราคาถูกกว่านะครับ ช่วยกันไปด้วยดู แล้วจะร้องเพลงพี่เบิร์ดให้ฟัง เป็นการโปรโมท ช่างกล้า จัดไป เพลงป๋ามาเป็นตับ Oh ละหนอ my love, คู่กัด, พริกขี้หนู สนุกดีจริงๆ ร้องเสร็จ หอบเชียว 555 แต่ก็ยังกลับมาร้องเพลงต่อได้อย่างเต็มที่ พลังเหลือเฟือจริงนะ สุดท้ายกับเพลง ฝืน ว้าว สุดยอด ชอบคัตโตะมากๆ เลย ชอบด้วยเวลาที่อยู่กับแสตมป์ สนุกดี

ผู้ร่วมขบวนการ ตัวเอง พี่สาว ตูน และแฟนตูน

บัตร โทรศัพท์เล่นเกมหน้าไมค์ ในช่วง Systema Show กับ FM One 103.5 จ้า 

ปีนี้เทศกาลฝรั่งเศสจัดยิ่งใหญ่ หลากหลายกิจกรรมมาก และเป็นปีแรกที่ได้มีส่วนร่วมชมการแสดงหลายการแสดง การแสดงในคืนนี้ที่ได้ไปชม คือ โลกมหัสจรรย์ โดยนักแสดงตลกดูโอ

การแสดงนี้ ดูง่าย น่ารัก เล่นกับสิ่งที่ง่ายๆ เปิดด้วยกล่องของขวัญ 2 กล่องตั้งอยู่บนเวที แล้วนักแสดงก็ออกมา 2 คน 2 บุคคลิก คนหนึ่งมุทะลุ คล้ายจะเป็นตัวรอง อีกคนดูเป็นคนช่างจัดการ มันแสดงก่อนเสมอ แต่แล้ว ตัวรองก็มักจะมีความสามารถอะไรให้ได้แปลกใจอยู่บ่อยครั้ง

สมมุติตัวเองอยู่บนบอลลูนที่ลอยไปมา มีการแกล้งกัน เป่าลมใส่กันแล้วก็ทำเหมือนกับว่า ลอยไป แล้วก็บังคับกลับมา ผ่านหอไอเฟล (แอบเอาหอไอเฟล ออกมาวาง) ผ่านเทพีเสรีภาพ (นี่ก็หยิบออกมาเอง วางเห็นๆ แล้วให้อีกคนทำเป็นเห็นก่อน ตัวเองค่อยสะดุ้งเห็นตาม เข้าใจเล่นจังหวะ) แล้วก็จะฉลองกัน ดื่มไวน์ มีแก้วมาเสร็จ ตัวรองเปิดขวดไวน์ปรากฏจุกไวน์พ่งชนลูกโป่งของอีกคนแตก ทำทีว่าร่วงลงมาจากฟ้า เนียนดี แต่ตกมาแล้วดันมาจ้องหน้ากันเนี่ยดิ หุหุ แล้วก็เหมือนจะรู้ตัว อีกคนเลยแสร้งมองขึ้นบน อีกคนมองลงล่าง เรียกให้ช่วย คนอยู่บนไม่ช่วย อีกคนเจ็บใจ เลยไม่สนแล้ว แอบเข้าไปในบอลลูนด้วยซะเลย น่ารักดี เรียบง่าย บอลลูนก็ลูกโป่งนั่นแหละ ส่วนตัวตะกร้าก็กล่องลังธรรมดา ตกแต่งด้วยธงชาติ แน่นอน มีธงชาติไทยด้วย

ต่อมา ชวนมาเล่นร่อนเครื่องบินกระดาษกัน ร่อนได้สวยมากๆ ต้องมีท่า 1 2 3 ด้วย แล้วให้ตัวรองทำตาม แต่ยังไงก็ยังทำไม่ได้ เพราะยังทำท่าไม่ครบ แค่ 1 และ 2 เอง พอทำครบก็ร่อนได้อย่างสวยงาม มีร่อนมาหาผู้ชม ให้ช่วยกันร่อนกลับ แล้วมีเทคนิคว่าต้องเป่าตรงหัวด้วยนะ เพื่ออะไรละเนี่ย ร่อนซะจนอยากเล่นเลย ฝึกร่อนกันไป ต่อมา ตัวชงก็มีที่ร่อนสีแดงใหม่มาเล่น คราวนี้ร่อนแล้วเป็นวงกลมเลย เก่งมาก สวยดี อิอิ ก็ใช้เทคนิคช่วยนั่นแหละ ตอนหลังก็เผยว่า ผูกเอ็น แล้วก็หมุนโชว์ โดยผูกไว้กับหมวก ตัวรองเห็นก้อยากเล่นบ้าง พยายามจะแย่งแต่ไม่ได้ สุดท้ายหายไปหลังเวทีกลับมาพร้อมกับของตัวเอง แต่แทนที่จะเป็นเครื่องบินร่อนกระดาษ กลับเป็นรองเท้าของตัวเอง ใช่รองเท้า ต้องบอกว่ารองเท้าอีกแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ก็ทำรองเท้าหลุด แล้วก็ให้รองเท้ากลายเป็นเรือขนส่งขนาดใหญ่ซะเลย ถ่ายรูปด้วย 555

ต่อมาก็ยังเล่นกับเครื่องร่อนต่อแต่คราวนี้ผูกไว้กับด้ามยาวให้ควงหมุน เล่น บังคับทิศทางได้สวยงาม หลากหลายมากขึ้น สวยดีจริงๆ แล้วก็มีเล่นหมุนให้ชนลูกโป่งแตก เจ้าตัวรองถือโอกาสฟ้องว่าที่เจ็บมือก็เพราะอย่างนี้แหละ แล้วมีให้เจาะกระดาษ วนผ่านวงไฟด้วย แต่แล้ว ก้อเกิดโศกนาฏกรรมเมื่อเครื่องร่อนไหม้ เจ้าตัวนำ เสียอกเสียใจ เจ้าตัวรองออกมาพร้อมกับเครื่องร่อนขนาดใหญ่และเพลงที่บาดอารมณ์ บอกถึงการลาจากของเจ้าเครื่องร่อน สวยมากเลย ฉากนี้ ร่อนกลางอากาศ เหนือคนดูด้วย สวยจริงๆ

ต่อมาก็มาเล่นกันแบบกายกรรม ให้ตัวติดกับยางอีลาสติคที่ทำเหมือนเป็นสายคาดกางเกงของทั้งคู่ เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้พื้นที่จำกัด พยายามที่จะไปที่เครื่องควบคุม แต่ก็ไปไม่ถึง โดนดึงไว้ เด้งไปมาอยู่ น่าสนุกมากๆ สุดท้าย ก็เหวี่ยงหน้า เหวี่ยงหลัง มีแอ็คชั่น แย่งน้ำ แย่งเก้าอี้กันบ้าง ต่อมาทำตัวเหมือนม้า ขี่รอบๆ แล้วมีกระโดดข้ามเก้าอี้โชว์ซะอีก สนุกดี เป็นการแสดงที่ใช้พลังงานมาก น่าเหนื่อย แต่อยากเล่นจังเลยอ่ะ สุดท้ายก็สามารถวิ่งไปแตะเครื่องควบคุมได้ แล้วก็บินขึ้นสุงได้ในที่สุด

ตอนช่วงจบ มีที่ร่อนกระดาษสีเหลืองร่อนลงมาเต็มเลย แต่เราชวด ไม่ได้สักอัน อยากได้ อยากได้ แต่ไม่เหลือจริงๆ ทุกคนดูแล้วอิน ก็คว้ากันมาหมด แล้วก็ลองขว้างกันโดยถ้วนหน้า ขว้างไปแล้วก็รีบถามไปเก็บ บางคนออกมาลองขว้างข้างหน้า ดูแล้วขว้างยากเหมือนกัน ส่วนใหญ่หัวทิ่มกันหมด ไม่มีใครร่อนได้สวยเหมือนที่แสดงเลย หรือเพราะยังไม่ได้ทำท่า 1 2 และ 3 อิอิ

ชอบ สนุก น่ารัก กับการแสดงของสองหนุ่มไม่น้อยแล้ว กับเวลา ชั่วโมง 15 นาที

แสดงที่โรงละครอักษรา เล็กกว่าที่คิด แต่ก็กะทัดรัดดีแล้วสำหรับละครหุ่น น่าจะประมาณเดียวกับหอประชุมเล็ก ธรรมศาสตร์ เล็กกว่านิดหน่อย โรงละครอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร King power ตกแต่งด้วยรูปปั้นนูนรูปยักษ์ เทวดา เต็มไปหมด ด้านหน้าทางเข้า มีหุ่นกระบอกแสดงอยู่ด้วย

บัตรราคา 800 บาท แถวแรกของ 800 เลย ตอนที่ซื้อ ที่นั่งยังโล่งสุด ผุ้ร่วมขบวนการ ครอบครัว

งานนี้เจอนักแสดงหลายคนเลย ทั้ง พี่พล เจอตอน Land Ends ด้วย พี่อ้อม สุนิสาก็มา น่ารักเชียว พี่นุ่น รุ้งทอง พี่อืมมอยู่สายละครเวทีนะ แล้วก็ผู้กำกับ อิทธิสุนทร ก็มา คนนี้นั่งแถวหน้าเรา ส่วนพี่อ้อมนั่งข้างหลัง หุหุ ตาไว

More info from Thaiticketmajor

สำหรับการแสดงชุดนี้ Mister B และ Mister P สองตัวละครร่วมถ่ายทอดอารมณ์ขันผสานสุนทรียะผ่านท่วงท่าอันเรียบง่ายและเรื่องราวสุดแสนธรรมดา โดยอาศัยหลากศาสตร์ศิลป์ที่ผสมผสานอย่างละเมียด อาทิ ละครใบ้ ตัวตลกหน้าขาว เทคนิคการเล่นอุปกรณ์ และเสียงดนตรีประกอบ ทั้งนี้ ตัวละครแรก นิสัยมุทะลุ ตรงไปตรงมา แต่แฝงความเปราะบาง ในขณะที่ตัวละครอีกตัวช่างบงการ รู้เท่าทันชีวิต และเปราะบางไม่แพ้ตัวละครแรก ด้วยอุปกรณ์น้อยนิด เพียงแค่กระดาษและเชือกสามม้วน ไม่มีฉากเลิศเลอ ไม่มีแม้แต่บทพูดใด ๆแต่รับรองได้ว่าคุณจะเสพอารมณ์ขันเคล้าอารมณ์ศิลป์จากสองตัวละครได้อย่างเต็มอิ่ม

คณะ “BP ZOOM”
การแสดงดูโอ้แนวตลกล้อเลียนซึ่งเขียนบทโดย Philippe Martz และ Bernie Collins เปิดแสดงตั้งแต่ปี 2535 ความโดดเด่นอยู่ที่การรับมือกับหลากสถานการณ์ของตัวละครซึ่งก่อให้เกิดอารมณ์ขันชนิดเหนือความคาดหมาย อันที่จริง นักแสดงทั้งสองน่าจะรู้จักกันตั้งแต่ครั้งเรียนร่วมโรงเรียนฌาคซ์ เลอก๊อค (L’ècole Jacques Lecoq) แต่ชะตากลับลิขิตให้ทั้งคู่มารู้จักกันในฐานะนักแสดงที่โรงละครแห่งหนึ่ง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มของการสานอุดมการณ์ร่วม นั่นคือ “การถ่ายทอดอารมณ์ขันผ่านตัวตลก”

Tags:

ไม่คิดว่าจะได้ไปดูคอนเสิร์ตนี้ เพราะติดงาน แต่กลายเป็นว่า มีน้องโทรมาถามว่า สนใจรึเปล่า พอดีเพื่อนไปไม่ได้ แล้วงานที่คิดว่า จะเสร็จช้า ก็น่าจะเสร็จเร็ว (ณ เวลานั้นอะนะ แต่จริงๆ บึ่งรถสุดชีวิต สายไป เกือบชั่วโมง ไม่เคยไปดูคอนเสิร์ตสายขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ครั้งแรก ครั้งแรก)

หลังจากเหยียบจากบางเลน นครปฐม ท่ามกลางฟ้าฝนกระหน่ำอย่างแรง ก็มาถึง ธันเดอร์โดม ณ เมืองทองธานีเวลา 2 ทุ่มเศษ มีคนสายเหมือนกันแฮะ ไปถึง เจอคนคุ้นหน้าคุ้นตา เพิ่งมาถึงเหมือนกัน เหอ เหอ เหอ

เฉลียง 3 ฝ่าย คนจะไทย ใครจะทน จัดขึ้น ณ วันเสาร์ที่ 13 มิ.ย. เวลา 19.00 น. ตรงกับงาน Jazz Festival ที่หัวหิน วันเดียวกันพี่จุ้ย หนึ่งในสมาชิกเฉลียงก็มีคอนของตัวเองที่เกษตรด้วย ชนกันเข้าไป

งานนี้พลาดไปเยอะ เห็นว่ามีโชว์เต้น Nobody จากพี่ๆ เฉลียงด้วย คิดดู พี่ดี้ พี่แต๋ง พี่เจี๊ยบ งานนี้พี่เจี๊ยบป่วย แต่ก็เต็มที่ อย่างที่รู้ งานนี้เป็นมหรสพ ชวนมาฟังคนคุยกัน 3 คน ในหัวข้อต่างๆ ทั้งเรื่องใกล้ตัว ในวงการบันเทิง วงการการเมือง วงการกทม และอีกๆหลายๆ วงการ พี่ๆ เค้าบอกว่า เราต้องทำให้รู้ว่าเราเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพราะฉะนั้น ก็พูดถึงทุกคนเลย ไม่ต้องเว้น อิอิ (แล้วจะขาย วีซีดีหรือดีวีดีได้ไหมเนี่ย)

เวทีใช้ภาพโปรเจคเตอร์เป็นหลัก ปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเพลง ตามหัวข้อที่พูด มีวงบรรเลงออเคสต้าด้วย เพราะดี เข้าไปถึง กำลังพูดถึงวัฒนธรรมที่เข้ามาเมืองไทย และการขายวัฒนธรรมของเกาหลี ที่ไทยพยายามจะเอาอย่าง แต่ยังทำไม่ได้ ว่าแต่ พี่ดี้พูดถึงบริษัทตัวองด้วยรึเปล่าเนี่ย อิอิ แต่นะ ยุคก่อนก็เหมือนกันแหละ เพียงแต่เป็นวัมนธรรมฝรั่ง ดูสิ Elevis งี้ สี่เต่าทองงี้ ก็พอกัน ระหว่างนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา พี่เจี๊ยบก็หยิบมารับ แล้วก็บอกว่า คุยไม่ได้กำบังเล่นคอนเสิร์ตอยู่ ให้โทรกลับมาใหม่ตอน 5 ทุ่ม พี่แต๋งกับพี่ดี้ก็ถามว่าใคร พี่เจี๊ยบตอบ ประภาพรรณ ไม่รู้จักหรอก เค้ามาขายสมาชิกฟิตเนส ก้สงสารเค้าก็เลยฟัง เลยคุยด้วย ซะงั้น มีให้โทรกลับมาใหม่ด้วยนะ และแล้วก็โทรมาอีก เข้าเครื่องดี้แต่ขอคุยกะเจี๊ยบ คราวนี้บอกว่า ย้ายบริษัทแล้ว มาขายเครื่องกรองน้ำแทน แต๋งทำท่าสนใจ ขอคุยด้วย แล้วก็บอกว่า พี่สนใจ ว่าแต่ น้องรู้จักหมอนดักไรฝุ่นไหม มันดีมากเลยนะ …. แล้วประภาพรรณก็วางสายไป 🙂 เคยได้ยินว่ามีคนใช้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่เคยใช้ซะที ว่าแต่ บอกไปเลยว่า ไม่ ง่ายกว่ามะ 

จากนั้นบรรเลงค้างคาวกินกล้วย เป็นช่วงเบรกให้ได้พัก ก่อนจะมาร้องเพลง เที่ยวละไม ให้ได้ฟังกัน แล้วก็เล่าถึงการเดินทางด้วยรถไฟ ในประเทศไทย จงภูมิใจว่าในเอเชีย ไทยเป็นประเทศแรกที่มีรางรถไฟ กะ ฉึก กะ ฉัก กะ ฉึก กะ ฉัก ขณะที่ปัจจุบันดูความแตกต่างของไทย กับ ญี่ปุ่นที่เค้ามี ชินกันเซน พี่ดี้บอกว่า เราก็มี แต่ของเราเป็น ชิงกันเซ็นต์ เหอ เหอ เหอ เค้าบอกว่า ไทยกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ ถ้าหากรถแล่นด้วยความเร็วสูง ไทยยอมรับไม่ได้ ด้วยความเร็วปัจจุบัน เวลาเกิดอุบัติเหตุ มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตน้อย พอรับได้ แต่ถ้าเร็วๆ เดี่ยวจะเสียหายเยอะ เจ๊ยบถาม แล้วของญี่ปุ่นที่ว่าเร็วเนี่ยเค้าเคยมีอุบัติเหตุไหม ไม่มี …

ชอบเรื่อง ความเชื่อมากๆ พูดถึง รถคันนี้สีแดง รถคันนี้สีเหลือง เป็นวิธีการแก้ด้วงที่ดีมากๆ พี่ดี้เลยแนะว่า ถ้ามีใครทักว่าเราจะต้องเจออะไรก็ให้แก้ด้วย …. สวมเสื้อยืดสีขาว พิมพ์คำว่า นี่ไม่ใช่กู เป็นการหลอกผี หลอกเคราะห์กรรมได้ 555 เด็ดกว่า คือ เสื้อ นี่ไม่ใช่เพื่อนกู อ้างถึง พี่จิก ประภาสด้วย ให้พี่เค้าใส่ตัวนี้ เหอ เหอ หรือใช้ใส่ในกรณี โดนจับได้ว่ามีกิ๊ก แล้วบอกว่า นี่ไม่ใช่กิ๊กกู ก็ว่ากันไปเรื่องความเชื่อ กับ วิธีแก้

ทีมงาน ออกมาเสิร์ฟน้ำเพิ่มเติม พร้อมกับ แสดงท่า คอหล่น เห็นชัดๆ ว่ามา 2 คน แล้วให้อีกคนทำตัวหล่น ชัดไปนะ แต่ก็โอเคในไอเดีย แม้ว่าเคยเห็นของจริงที่ใช้ความสามารถส่วนตัวทำได้จริง เป็นมุกเล็กให้ได้ยิ้มกัน

มาฟังเพลงกันต่อ กับทำนองเพลงเข้าใจ ด้วยเนื้อหา ความฟีเวอร์ของเจ้าแพนด้าน้อยที่เพิ่งคลอด แต่งได้ประชดประชันมากๆ เล่าถึง บรรดาสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยเฉพาะเหล่าสัตว์ไทย ช้าง ลิง และอื่นๆ ว่า เราก็มีลูก ทำไมไม่ตั้งชื่อให้ลูกเราบ้าง เราทำงานกันหนักนะ ถึงจะได้ลูก ไม่ได้ให้มนุษย์มาช่วยผสมพันธ์ให้ซะหน่อย ไงล่ะ ฟังแล้ว จ๋อยไหม อิอิ

ต่อการนำเสนอข่าวของหลายๆ ช่อง ตั้งโต๊ะแล้วให้ 3 หนุ่มนั่ง เหมือนรายการคุยคุ้ยข่าว แต่เป็น รายการ คุย คุ้ย คุ้ย พูดถึง การนั่งเล่าข่าว กรอบทีวีที่ต้องมีช่องนู่นนี้นั่นๆ ขึ้นมาเต็มไปหมด เช่น ตัววิ่งหุ้น ราคาสินค้าในตลอด อุณหภูมิ จนพี่ๆ ทั้ง 3 คนต้องบีบตัวเองให้อยู่ในช่องเพื่อให้เห็นตัวเอง เออ ชอบนะ คิดได้ แล้วก็ต่อด้วยเรื่องการส่ง sms สุดฮิต ให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในการโหวตด้วย โดยการแจกเครื่องมือมาให้ช่วยกันโหวต ไม่ต้องเสียตังค์กะมือถือ แต่ก็แค่ตัวแทนนะ โหวตกับหัวข้อคำถามดังต่อไปนี้

1. คิดยังไงกับการเมืองไทย 1. หัวเราะ 555 2. ฮั่นแน่…เอ๊ะ (ประมาณว่า รู้ทันนะ) 3. เฮ้อZzzz 4 ทำเสียงหมาหอน ผลโหวต ข้อ 4
2. คิดว่าผุ้ที่ยืนสนับสนุนอยู่กับนักการเมือง หรือ เหล่ารัฐมนตรี ควรจะทำอะไรดี เพื่อให้ดูดีขึ้น อันนี้จำคำตอบไม่ได้ทั้งหมด มียืนนิ่งๆ เท่ห์ๆ หรือ ถักเน็ตติ้ง (เพื่อให้เห็นผลงานกันไปเลย) แล้วก้อ ถือป้ายแนะนำตัวไปเลย อิอิ แน่นอน ผลโหวตคือ ถือป้ายแนะตัว
3. โครงการโฮปเวล ควรจะทำเป็นอะไร 1.ที่ตากผ้า 2.ป้ายโฆษณา 3. มรดกโลก 4. รัฐบาลผู้เริ่มต้น จนถึงปัจจุบัน จนกว่าจะมีใครแก้ไขหรือหาทางออกให้กับโครงการนี้ได้ เชื่อว่า อาจต้องสร้างเสาเพิ่ม ผลโหวต ข้อ 4 อยู่แล้ว สุดยอดแล้ว ไอเดียนี้เนี่ยะ
4. หมอดูควรจะใช้ คำฮิตคำไหน แล้วจะรุ่งแน่  1. ฟันธง แบบหมอลักษณ์ 2. คอนเฟิร์ม 3.  

พอหมดช่วงนี้ พี่ดี้ออกมาประกาศตามหาเครื่องกดอีก 4 อันที่หายไป ขอให้คนที่ถือแสดงตนด้วย เอากลับไปก็ทำอะไรไม่ได้ 555 ถ้าได้ไม่ครบ ไม่ให้ออกจากฮอล์ลจริงๆ ด้วย มีขู่ ท่าจะแพง ก่อนจะร้องเพลงใหม่ เกี่ยวกับเมืองไทย ชื่อเพลงไร ไม่รู้อ่ะ

มีแขกรับเชิญ เป็นคนต่างวัยสุดๆ กับ Strawberry Cheesecake ออกมาก็น่ารักดี แต่คนดูท่าจะไม่รู้จัก ตัวน้องๆ เอง ก็ย้ำเรื่องอายุว่าไม่รู้จัก ลุงเหลียง เหอ เหอ อะนะ ก็เด็กๆ กันทั้งนั้น มากับเพลงกล้วยไข่ ก่อนลุงเหลียงทั้ง 3 คนจะออกมาพูดคุยด้วย กับภาษาของวัยรุ่น และก็ ท่าถ่ายรูปที่มักเห็นใน hi 5 space และก็ Facebook น่ารักดี เด็กๆ สอนให้พี่เฉลียงทำตาม งานนี้พี่ดี้หลบมุม เป็นผู้ดูอย่างเดียว ส่วนพี่เจี๋ยบกับพี่แต๋ง เต็มที่ โดยเฉพาะ ตอนที่ให้จับเข่า แล้วเอียงตัว พี่เจี๋ยบไปจับเข่าน้องเฉยเลย ก็นะ เค้าก็จับเข่าตะเองไง อิอิ ส่วนพี่แต๋ง ท่าแก้มป่อง ชนะเลิศเพราะป่องอยุ่แล้ว จบช่วงดดยให้สาวๆ ร้องเพลง หนูไม่รู้จักเอลวิส เพลงใหม่อีกหนึ่งเพลงจากพี่ดี้จ้า

นิทานหิ่งห้อยมาแล้วจ้า แต่แหม งานนี้ฟังคุยมาทั้งงานแล้ว ช่วงนี้เลยไม่ดูตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ก็ใช้ได้เลยนะ เป็นเรื่องของหนูน้อยหมวกแดง เดินทางไปเยี่ยมคุณย่าที่ตรอมใจเพราะคุณตาหายไปจากประเทศ เลยเตรียมตัวไปทำขนมให้คุณยาย ใช้ไม้เบสบอลเป็นที่นวดแป้ง เอาน้ำมัน เอาแก็สไปด้วย เดินทางผ่านดินแดง นั่งพักเจอ เสือเหลือง อีกาน้ำเงิน อาห้อย อาห้อย คิงคองสีแดง แล้วก็ได้เจอกับคุณตาโดยบังเอิญผ่านการถ่ายทอดทางดาวเทียม มาทางจอ ไปถึงบ้านคุณยายก็ไปพบกับคุณยายตัวปลอม เป็นหมาป่าสีน้ำเงิน โชคดีมีนายพรานมาช่วย แล้วเมืองไทยละ ใครจะเป็นนายพราน ยังไม่รู้ ยังไม่เจอ

ฟังเพลงใหม่ในทำนอง ลาวกระทบไม้ ในเพลง เกิดเป็นคนไทย และต่อด้วย ยังไงก็บ้านเรา ปิดท้ายจบด้วย เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ เรียกพี่เกี๊ยงขึ้นมาร้องด้วย น่ารักเชียว เกี๋ยงบอก รู้สึกดีใจที่ไม่ต้องขึ้นมาร่วมแสดง โดยเฉพาะท่าเต้น Nobody 555 เสียดายจัง ไม่ได้ดู

บัตรราคา 850 บาท ราคาเต็ม 1000 จ้า ได้ส่วนลดไง เพื่อนร่วมขบวนการคือ น้องใหม่

สมาคมฝรั่งเศสร่วมกับสถานทูตฝรั่งเศส รึเปล่า ไม่แน่ใจใครจัด แต่เป็นเทศกาลวัฒนรรมฝรั่งเศสที่มีประจำทุกปี จัดงานใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จำได้ครั้งแรกที่เคยดุ จัดที่สมาคมฝรั่งเศส สมัยยังเรียนอยุ่ ตอนนี้ จบมาหลายปีแล้ว การแสดงกว่า 5 การแสดงในรูปแบบต่างๆ ทั้งงานแสดงภาพ การแสดงกายกรรม ดนตรี ฮิบฮอพ การแสดงละครเวที

ที่ดูจัดว่าเป็นการแสดงละครเวทีละมั้ง เนื้อเรื่อง ไม่รู้เรื่องอ่ะ จินตนาการล้วนๆ แต่ชื่นชม และประทับใจมากๆ

ทั้งการแสดง ลีลาของนักแสดงทุกคน ท่วงท่าในการแสดง การเต้น แนว มีอา ไมเคิล แห่ง you think you can dance เลย

เสียง ดนตรีประกอบ ลื่นไหล ฟังเพลิน

เทคนิคต่างๆ ที่เล่นกับเวที น่าสนใจมากๆ ทั้งการเลื่อนฉากไปมา เป็นแถบดำๆ เส้นใหญ่ เลื่อนผ่านไปแล้วนักแสดงก็มา เลื่อนผ่านไปแล้ว นักแสดงก็หายไป การหายตัวของนักแสดงอย่างรวดเร็ว เดาไม่ถูกเลยว่าไปทางไหน จากหุ่นกระดาษกลายเป็นคนซะงั้น จากคนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ อยู่ๆ อีกคนก็หายไป ทำได้ไง

การเล่นกับกระดาษเพียงหนึ่งแผ่น กลายเป็นกระดาษก้อนใหญ่ กลายเป็นรูปหัวคนสองคน เล่นกันไปมา กลายเป็นจระเข้ งาบกิน หายไป สุดยอด

การบังคับหุ่น ตัวโต ขนาดใหญ่มาก ใช้คนถึง 3 – 4 คน บังคับหุ่นชาย และหุ่นหญิงขาใหญ่ ตอนหลัง หุ่นชายดึงขาใหญ่ออก กลายเป็นกรรไกร หุ่นชายโดนตัดน้องชายกลายเป็นงู 555 น่ารักดี

นอกจากนี้ก็มีการบังคับหุ่นตั๊กแตนยักษ์ คิดว่าเป็นตํกแตนนะ แต่ไหงมาชักไยหญิงสาวกลายเป็นดักแด้ได้ก็ไม่รู้ ดูยังไงก็ไม่ใช่แมงมุม อันนี้ดูน่ากลัวดี รายละเอียดหุ่นเนียนดี นักแสดงหญิงก็เล่นกับตัวหุ่นดูเหมือนมีชีวิตเลย จนตอนหลังเปลี่ยนเป็นหุ่นชัก ก็ทำให้ดูหุ่นดูมีพลังในการผลักเคลื่อนตัวผู้หญิงได้ แอบน่ากลัวนิดๆ

การเล่นกับ อืม เรียกว่าอะไรดี เป็นพลาสติกเป่าลมขนาดใหญ่ เป็นทั้งฉาก และเป็นส่วนประกอบของการแสดง ทั้งให้คนอยู่ข้างไน บังคับกันยากน่าดูเลย

ชอบมากๆ กับการเล่นภาพ Silluette สะกดถูกไหมเนี่ย ดูเป็นขาวดำ ดูเป็นภาพตัดกระดาษบนเวทีมากๆ เรื่องระหว่างหญิงสาว และชายหนุ่ม

และอีกหลายการแสดงที่ประทับใจ แต่จำรายละเอียดไม่ได้

การแสดงครั้งนี้ เรื่อง Land Ends จะตีความกันยังไง โดยส่วนตัว น่าจะหมายถึง การไม่มีข้อจำกัด ทุกสิ่งทุกอ่างสามารถเคลื่อนไหว หายไปจากพื้นดิน และมาใหม่ได้โดยไม่มีที่สิ้นสุด เห็นชัดตอนที่ให้บ้านหลังน้อย หลายๆ หลัง ค่อยๆ เคลื่อนตัว แล้วหล่นหายไป หล่นหายไป เป็นการห่ล่นที่สวยมากๆ

อ้อ อีกตอนคือ เล่นคล้ายๆ จะเป็นม้วนกระดาษ หลายๆ ม้วย ที่ต้องหนีดวงไฟเล็กๆ ที่อยู่บนพื้น หนีไป หนีมา นึกว่า จะมีการไหม้ซะแล้ว กลายเป็นว่าหนีได้หมดเลย

เวทีเรื่องนี้ยกสูงมาก เพื่อให้คนสามารถลงไปใต้เวที หายไปในจุดใดๆ เวทีเป็นของทีมงานเอง

แสงเรื่องนี้ ต้องยืนปรบมือให้เลย สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทั้งแสดงธรรมชาติในเวลาต่างๆ ทั้งแสงขาวดำ ทั้งความนวลกระจ่างตา ทั้งมุม พื้นที่ อุปกรณ์ ฉากที่เล่นกับแสง

ฉากโล่ง มีเพียงกรอบดำกรอบใหญ่ และกรอบคั่นๆๆๆๆๆ อีกหลายช่วง

การแสดงครั้งนี้เป็นการแสดงเปิดให้กับเทศกาลฝรั่งเศส แต่เป็นการแสดงสุดท้ายสำหรับชุดนี้หลังจากเปิดการแสดงมากว่า 5 ปี ดีใจที่ได้มาชม

บัตรราคา 800 บาท ณ ศุนย์วัฒนธรรมไทย นั่งข้างล่างด้วย อิอิ
ผู้ร่วมขบวนการได้แก่ ครอบครัว และพี่ปุ้ม

 
ข้อมูลเพิ่มเติม

เทศกาล “La Fête” 2008 ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงของคณะ Montalvo Hervieu ในปีนี้ “La Fête” กลับมาอีกครั้งภายใต้ห้วงแห่งความฝันพร้อมเปิดม่านเทศกาลด้วยการ แสดงของคณะ Philippe Genty นำโดย ฟิลิปป์ ฌองตี นักแสดงอันดับต้นๆ ใน แวดวงละครเวทีซึ่ง เปิดแสดงมาแล้วใน 5 ทวีปภายในระยะเวลา 40 ปี และนำเสนอผลงานสู่สายตาผู้ชมในเกือบทุก ประเทศสำคัญๆ ทั่วโลก กระนั้น เขายังไม่เคยเปิดแสดงในประเทศไทย ปีนี้จึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่ “La Fête” จะพาท่านไปสัมผัสโลกอัศจรรย์ของศิลปินผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่นผู้นี้

“อวสานแห่งปฐพี” ผสานศาสตร์แห่งละคร นาฏยลีลา ดนตรี หุ่นกระบอก และมายากลอย่างลงตัว ทุก ฉากถ่ายทอดเรื่องราวเสมือนอยู่ในห้วงแห่งความฝันอันหวนให้คนึงถึงบทกวีของมากริตต์ กวีแนว เหนือจริง (surrealism) ชาวเบลเยี่ยม การแสดงไม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวแค่เพียงเรื่องเดียว แต่เป็น ร้อยเป็นพันเรื่อง เพราะผู้ชมแต่ละท่านต่างสรรค์สร้างเรื่องราวของตัวเองโดยการแสดงชุดนี้เริ่มแสดง ครั้งแรกเมื่อปี 2005 ณ โรงละคร Nevers แห่งแคว้น Bourgogne ในประเทศฝรั่งเศส และเปิดแสดง มาแล้วทั่วโลก และที่สำคัญ “La fin des terres” จะปรากฏสู่สายตาผู้ชมเป็นครั้งสุดท้ายใน เทศกาล “La Fête” ณ กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณฟิลิปป์ ฌองตี และแมรี่ อันเดอร์วู๊ด ล่วงหน้า ที่จะนำพาพวกเราสู่การเดินทางอันน่าอัศจรรย์ รวมทั้งขอความแสดงความยินดีกับนักแสดงและฝ่าย เทคนิคทุกท่านที่ทุ่มเทสรรค์สร้างผลงานชั้นเลิศให้ปรากฏสู่สายตาผู้ชม

Tags:


Categories