Ras's Blog

Archive for October 2008

ฤกษ์งามยามดี ครั้งนี้โชคดีบัตรวิ่งเข้ามาหาแต่เช้าเลย Hang Out ประจำเดือน ตุลาคม วันพฤหัสที่ 16 ตุลาคม  ณ ร้านHub 5 ศิลปินร่วมสนุก ไอซ์ กับ Bhudda Bless ตามคอนเซปจ้า
พิธีกรได้แก่ ดีเจเอก กะ ดีเจแพง ขวัญข้าว (โดนแซวเรื่องฟลุ้คตามเคย)
เข้ามานั่งชิวๆ กันในผับ ดื่มคอกเทลแก้วใบน้อย พอให้เลือดสูบฉีด ทานเพลินๆ กับของว่างวงเหล้า ข้าวเกรียบ ถั่ว ยำ อิ่มไปอีกหนึ่งมื้อ
เปิดตัวออกมากับ นายไอซ์ กับผมสั้น สั้น ตามคอนเวป อัลบั้มใหม่ อัลบั้มที่ 3 กับเพลง I see U แดนซ์กระจาย แต่รู้นะว่าลิปซิงค์นะ คุณลิปซิงค์เก่ง แต่ก็รู้ละ เพราะเสียงแน่นเกินไปนิด ท่าเต้น แข็งแรง ดูแมนดี แดนเซอร์ สาว สาว ออกมาสะบัดกันสุดฤทธิ์ ทักทายกับแฟนๆ ที่มาดูไอซ์ รึเปล่า ไม่เป็นไร เหมาว่ามาดูไอซ์ด้วย ต่อด้วยเพลง อย่าเล่นตัว พยายามชวนให้เต้นให้ได้ เพราะนั่นคือ ภาระกิจที่ได้รับมอบหมายมา แต่ขุนขึ้นเป็นบางกลุ่ม กับ กลุ่มม้ง ด้านหน้าเวที ที่กรี๊ดตลอด ช่วยสุดฤทธิ์ และเด็กศิลปากร ที่มากันเป็นแก็งค์ 8 คนได้มั๋ง มันส์ดีกลุ่มนั้น ส่วนที่เหลือ ไอซ์เรียกเป็นไทใหญ่ เพลงเร็วขอให้ช่วยกันเต้นหน่อยนะ ไว้เพลงช้าค่อยกินกันต่อ อิอิ
จากนั้นก็ยืมเพลงน้องชายฝาแฝดมาร้อง เพลงจังหวะหัวใจ เต้นเก่งมาก ดูดี ร้องดีกว่าตัวจริงอีก หุหุ มีแอบเล่นมุข ว่าหน้าเหมือนโดมด้วย นั่นเป็นพี่ชายฝาแฝด จบเพลงชวนคุยกันสนุกสนาน เป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ชั้นดี มีมุก มีหยอด จังหวะจะโคนดีมาก เล่นมุขภาษา พูดภาษาอังกฤษ ปน ไทย ปน ท้องถิ่น มั่วไปหมด ฟังจนงง ในที่สุดก็บอก จะร้องเพลงให้ฟัง ก็ฟังไปแล้วกัน อ้าว จบไม่ลงครับ เอ แต่อันนี้พูดตอนเข้าเพลงไหนละเนี่ย ไม่ใช่เพลงต่อไปที่จะบอก เพราะเพลงต่อไปคือ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ บอกว่า เพลงนี้ประสบการณ์ตรงของไอซ์เลย ร้องแล้วอิน เศร้า ตอนจบมีร้องเพียวๆ โชว์เสียงกันเต็มๆ ส่วนเพลงต่อไปก็ส่งเข้าด้วย เพลงของไอซ์มีเพลงที่ขึ้นด้วยคนเยอะมาก ทั้ง คนมันรัก คนใจง่าย คนดีดีทำไมไม่รัก … แล้วคนร้องนี่ คนรึเปล่า เอ แล้วก็ได้ตุ๊กตาควายจากแฟนคลับ เออนะ จะน่าสงสารดีมะ กับเพลง คนน่าสงสาร
สนุกกันต่อ กับเพลง คนใจง่าย คนหน้าเจ้าชู้ และคนมันรัก แล้วเชิญให้ศิลปินถ่ายรูปร่วมกันก่อน ไอซ์บอก ไม่กล้าถ่ายรูปกับ Bhudda Bless เลย ออกมา แดง เหลือง เขียว แอ็คท่ากันสุดๆ ไอซ์กับชุดขาว เลยดูจีดไปเลย โถๆๆๆ แต่ว่า พี่เอกให้ไอซ์ไปเล่นตลกได้เลยนะ ฮาดี บอกว่า จำๆ เค้ามา ยกตัวอย่างโดย พี่เจ หืม ยังไงเนี่ย เจ ตลกหรอก
Bhudda Bless Bhudda Bless FIRE FIRE FIRE สุดยอดครับเพลงนี้ ดนตรีสดๆ ร้องกันเต็มๆ มันส์ได้ใจ ตามติดกับ ชิงหมาเกิด โยกจนตัวเคล็ดกํนทีเดียว  พักคุย มีการถามว่า มาร้องเพลงกันบ้างไหม ผมเหนือยแล้ว ให้พวกคุณร้อง อ้าว อ้าว อ้าว มีแซวเรื่องอกหัก กับสีเขียว แล้วบอกว่า แฟนเป็นผู้ชาย เข้าเพลง สวยจัง(เทยนี่หว่า) โยกกันเพลิน แต่เพลงไม่คุ้นเท่าไหร่นะ ต่อด้วยปักตะไคร้ บอกว่าเพลงดังมีน้อย ต้องอาศัยเพลงคนอื่น ว่าแล้ว ก็ร้อง ไม่ต้องรับสาย ถ้าเธอไม่รัก อยู่กับเขา …. มีเพลง Tattoo Color อีกเกือบประโยคด้วย ไม่ถึงประโยคเพราะลืมเนื้อ หุหุ ต่อด้วยเพลงช้า แอบซึ้งบ้างกับเพลงจ้น จน ความสุขมันอยุ่ที่ไหน… เนื้อหาโดนทีเดียว จบแล้วก็บอกว่า พวกเราออกอัลบั้มที่ 2 กันแล้วนะครับ ตอนนี้ทราบแล้วก็ช่วยซื้อกันด้วย แต่พวกผมได้มีโอกาศไปเล่นที่พันธ์ทิพย์ยังถามเขาเลยว่าแผ่นผมขายดีไหม บอกว่า ไม่ โห ขนาดของปลอมยังขายไม่ไม่ค่อยได้เลย แล้วของจริงจะเหลืออะไร ออกแล้วนะครับ อัลบั้มที่ 2 ออกแล้ว ปิดท้ายกันด้วย บูม บู้ม บูม เพลงจากก้านคอคลับ 2 ไอ้เราก็ตะโกนแทบตาย จาฟังลำยอง ดันว่า ลำไย เลยตะโกนลำไยซะเลย แต่ไม่ได้ฟังตอนที่ตะโกนนะ ได้ดีเจเอกช่วยถามให้ว่า ตกลงจะไม่ร้องลำยองหรอ ก็เลยได้ฟัง เย้!!! เมามากแล้วยังงี้ไม่ไหว ฉันว่าเธอไปพักก่อน เหมาะ เหมาะมากที่จะร้องตามผับ จากนั้นดีเจเอกก็ออกมาแนะนำศิลปินอีกรอบประหนึ่ง ออกอัลบั้มแรกกันทีเดียว แล้วโปรโมทให้เสร็จว่า ต่อไปจะมีคอนเสิร์ตโฟร์ มด มิน่า มีแซวตัวเองว่า มาดูบุดดาเบลส หรือ โฟร์ มด หุหุ เอานะ อย่าน้อยใจ แค่ตอนไอซ์ออกมา คนรุมกรี๊ด รุมจับมือ แต่บุดดาเบลส ถอยหลังไปกันหมด ออกมายืนข้างหน้าแทบตายก็ไม่มีใครมาจับมือ ขนาดพูดขอน้ำกันซึ่งๆ หน้า กว่าจะมีใครนึกได้ว่าต้องให้ก็ รอไปก่อน 555 เกิดเป็นบุดดาเบลสก็งี้แหละ
ชิว ชิว กัน 8 คน 2 แกงค์ บังเอิญได้บัตรแบบไม่รู้ตัว เล่นเกมส์ไปตั้งนานแล้ว ไม่ได้ แต่โทรมาว่าจะให้ก็รับสิครับ แถมยังบอกว่า จะเอาอีกก็ได้ ก็เอาสิครับ กาลเลยเอวังฉะนี้แล แก็งค์หนึ่ง พีสาว เม พี่อ้ม อีกแก็งค์ เป็นเดอะแก็งค์จากเพื่อนบอร์ดกรีนเวฟ (มากันยังไงเนี่ย นี่งานบานาน่านะ หุหุ)
Advertisements
สามพี่น้องตระกูลศรีณรงค์ กับ เป้ ป่าน ปุย ได้รับการผลักดันจากบอย ถกลเกียรติ ถือกำเนิดวงดนตรีแนวคลาสสิค กับคอนเซปต์ Songs without words แต่เอ จากไม่มีเนื้อ ก็มาใส้เนื้อเพลงทีละเพลงสองเพลงนะ สงสัยจังว่าจะครบอัลบั้มไหม อิอิ กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรก ในนาม vie trio ณ รัชดาลัยเธียเตอร์ เพียงหนึ่งรอบ ในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม ที่การจราจรสุดแสนจะหฤโหด เล่นเอาคนดูนั่งไม่ติด ลุ้นว่าจะไปกันทันหรือไม่ เพราะรู้ว่า เล่นที่นี่ ค่อนข้างตรงเวลา และก็ทัน แต่เสียค่าแท็กซี่ไปสามร้อยกว่าบาทแหนะ อ้อมโลก กว่าจะได้ขึ้นทางด่วน อ้อมโลกบนทางด่วน แล้วมาติดต่อตรงทางปกติ เล่าอุปสรรคกันมานาน เข้าคอนเสิร์ตกันสักที
 
เปิดตัวสามพี่น้อง โพสต์ท่ามกลางไฟสปอร์ตไลท์ กับเพลง Miracle โชว์ลีลากันเต็มที่ ท่ามกลางดนตรีแบ็คอัพและวงดุริยางค์เยาวชนไทยที่สามพี่น้องเคยอยู่ ปัจจุบันปุยก้ยังเป็นหัวหน้าวงอยู่ด้วย (มีเวลาซ้อมหรอ) มียกตัวป่านขึ้นทั้งเชลโล่ด้วย ลุยต่อกับเพลง Soul of Siam มีแดนเซอร์ออกมาสร้างบรรยากาศด้วย แต่งกายแบบไทยๆ ประยุกต์ ป่านอยู่ไหนมักจะมีเก้าอี้อยู่ด้วยเพื่อความสะดวกในการเล่น แต่ถ้าช่วงมันส์ก็ยืนเล่นนะ กับเพลงนี้นั่งบนเวทีเล็กๆ ให้แดนเซอร์ดันไปดันมาย้ายตำแหน่ง อย่างว่านะ ย้ายเองก้ไม่ได้ แล้วก็ลงจากเวที ให้นางรำไทยหน้าขาวขึ้นมารำแสดงศิลปะแบบไทยๆ แทน จากนั้นก็ทักทายผุ้ชมเข้าสู่คอนเสิร์ต บอกชื่อเต็มๆ ยาวเชียวจำไม่ได่หรอก ให้เป้เป็นคนดำเนินตลอดรายการ ได้ยินเสียงสองสาวน้อยมาก พูดเข้าเพลงมาดบัตเตอร์ฟลายที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเพลงรักนี้ที่รอยคอย เวอร์ชันไทยๆ ของ vie trio โชว์แบบโอเปร่าเต็มรูปแบบ มีใบหม่อน นักร้องโอเปร่าออกมาร้องด้วย เสียงดีเชียว จะปรบมือให้ต้งแต่ตอนออก แต่เงียบแฮะ ไม่เป็นไร ตอนจบเพลงค่อยปรบก็ได้ แล้วต่อด้วยการเล่น รักนี้ที่รอคอยจาก vie trio อืม พอฟังเทียบแล้วชอบแบบดนตรีมากกว่าแฮะ อิอิ
 
บรรเลงต่อกับเพลงที่คุ้นหูสุดๆ อย่าง Cannon ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเพลง young blood ที่ กาย G Junior มาร้องแร็บให้ น่าตาน่ารักเชียว คล่องภาษาอังกฤษสุดๆ ภาษาไทยก็ใช้ได้นะ เวลาร้องเพลง แต่เวลาพูดยังแอบไม่ชัดอยู่เยอะ ข่าวว่าเพื่อนสนิทชิน ชินวุฒิ ฟังสดๆ ก้ได้อารมณ์ดี เคยฟังแล้ว แต่ตอนนั้นเป้เป็นคนแร็พเอง ดูแอบเหนื่อยนิ เพราะทั้งร้องทั้งเล่น (หรือร้องไม่ไหวก้ไม่รู้) พอเป็นกายร้องแล้ว ใช้ได้เลย จากนั้นก็ให้กาย โปรโมทอัลบั้มตัวเอง ร้องเพลง กอดตัวเอง จากวง In to the Moon น่าจะเป็นวงดนตรีเล่นเอง แล้วตัวเองเป็นนักร้องนำนะ ก็ถือว่าแหวกแนวไปจากเพื่อนๆ G Junior ก็ดีจ้า
 
ต่อด้วยการดวลกีตาร์ กับ ไวโอลิน โดย น็อต Retrospect กับ เป้ vie tiro สุดยอดมากๆ ดูบิ้วกันสุดๆ น้อต ลีลาเล้นกีตาร์ พลิ้วมาก กระโดดไปมาสุดๆ เป้เลยเอามั้ง ทั้งสไลด์ ทั้งกระโดด ไม่ยอมแพ้ทั้งดนตรี และลีลา ปล่อยให้ประชันกันไปสักพักให้ได้อารมณ์แล้วค่อยเข้าเพลง Immortal แบบเต็มวง สุดยอดจริงๆ ลายกีตาร์ไปล้อกับดนตรีชิ้นต่างๆ ฟังแล้วว่าเพราะ ฟังสด ยิ่งสุดๆ
 
จากความมันส์กับดนตรีร้อค ไปสู่เพลงโรแมนติกตลอดการ กับเพลงงานแต่งงาน สร้างบรรยากาศได้น่ารักมาก จำลองงานแต่งงาน การเดินเข้าสู่โบสถ์ นำโดยเด็กๆ เรียงวัยกันไปเลยตั้งแต่รุ่นเล็ก จนรุ่นโตหน่อย ก่อนจะมาเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว มีการโยนดอกไม้ให้กับผู้ร่วมงานด้วย จำลองงานแต่งจริงๆ มีให้เต้นรำร่วมกันด้วย ทั้งเป้ และปุย ก็ไปร่วมเต้นกับเจ้าบ่าว และเจ้าสาว ส่วนป่านก็เล่นดนตรีไป ขืนลุกมาเต้นด้วยคงสนุกนิ พูดถึงงานแต่งแล้วก็นำเข้าสู่เพลง Rain Instrument เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับรุจที่มากันเต็มที่ เปิดป้ายไฟ สว่างไสวกันไปหมด แน่นอน รุจออกมาหน้าหล่อกับเพลง ผู้ชายกลางสายฝน แทบจะต้องอุดหูเพราะเสียงกรี๊ดกันทีเดียว ไฟช่วงนี้สวยนะ แบ่งเป็นสองโซนเล่นกับลวดลายไฟหมุนวนไป แบ่งเป็นโซนของ vie trio กับ รุจ ก่อนที่จะกลายเป็น 4 วง ให้ไปประจำตำแหน่งแล้วให้รุจเดินวนไปมาเป็นเลข 8 ใช้blocking นี้กับแขกรับเชิญทั้งรุจ อาร์และแก้มเลย  ร้องจบ รุจก็ขอบคุณที่ vie trio เชิญมาเป็นแขกรับเชิญ แต่เป้ว่า นี่แขกรับเชิญหรือ ดูป้ายไฟสิ รุจ: ป้ายไฟนะ ทำให้รุจโดนกัด (กรี๋ด)  ว่าแล้วก็ขอสมัครเป็นนักร้องประจำวง vie trio จะรับไหมครับ น้องปุยบอกรับ ว่าแล้ว รุจก็ขอให้ปุยช่วยบอกพี่ของปุยด้วยว่า วันนี้สวยจัง ปุยก้อรับคำ แล้วก็บอกว่า พี่เป้ พี่รุจบอกว่า พี่สวยจัง แป่วววววววว ไมใช่พี่หมายถึงป่าน  แล้วก็หันไปหาป่าน ขอเบอร์ไว้ติดต่อ เพื่อนัดหมายเวลาซ้อม ป่านบอกว่า ไม่ได้ค่ะ แม่สอนว่า ไม่ให้เบอร์ผุ้ชาย รุจบอก แต่แม่พี่บอกว่า ถ้าจะจีบผู้หญิงก็ต้องตื้อ ต้องด้านเข้าไว้ ไม่เป้นไรป่านไม่ให้เบอร์พี่ พี่ให้เบอร์ป่านก็ได้ จดนะ แล้วก็บอก 081 อะนะ จดกันใหญ่ ไม่ได้ ไม่ได้ นี่เป็นเบอร์ส่วนตัว ผมจะให้ป่านครับ ไม่ใช่ให้คนดู และแล้ว เป้ก็บอกว่า ไม่ต้อง ให้เบอร์ไว้กับพี่ เดี๋ยวพี่คุยเอง ซะงั้น อิอิ พร้อมเสริมว่า รุจ หมดเวลาแล้ว รุจงอนเลยจะเดินเข้าเวที เป้เลยบอกว่า ไม่ใช้พี่จะบอกว่า หมดเวลาแก้ตัว เข้าเพลงพอดี
 
สามพี่น้องออกมาอีกครั้งกับ หางสีแดง ผ้าคล้องคอสีแดง และเนคไทสีแดง (เป็นคอนเสิร์ตที่เปลี่ยนชุดบ่อยที่เดียว อย่างน้อยก็คนละ 4 ชุดละ) มาแนวลูกทุ่งเลยครับ สนุกดี ตามกันมาติดๆ กับเพลง โดเรมี ผุ้ชายในฝัน เป็นคาราโอเกะให้คนดุร่วมร้อง จนเป็นเพลงจี่หอยให้อาร์ออกมาแจม ร้องอย่างเมามันส์ ร้องไป เข้าหาป่านไป เป้มาคอยแยก สวมบทพี่หวงน้อง (แต่ชีวิตจริงไม่มั้ง) สนุกกันต่อกับเพลงเพียงพอ มาพักเบรกให้ได้หายใจกันบ้าง พูดคุยขายตัวเอง ให้เอาตัวเองเป็นนักร้องนำแทนรุจ แต่ป่านเลือกรุจ อาร์ขาย โม้ตัวเองอยุ่ตั้งนาน ผม ที่หนึ่ง เดอะสตาร์ 3 นะครับ รุจนะที่ 2 เดอะสตาร์ 4 ผมเล่นละคร ออกอัลบั้ม ออกคอนเสิร์ตแล้ว แต่ก็ยังจ๋อย สาวไม่เลือก ก่อนจะมาร้องเพลงแทนใจ ยังคงมันส์ได้ใจ แต่นิดนึงนะ อาร์ต้องมีจุดสตาร์ตของตัวเอง ร้องจบต้องไปยืนจุดนั้นก่อนจะกระโดดร้องหมุนออกมาใหม่ แล้วก็หมุนๆๆ กระโดดกลับไปยืนโยกที่จุดเดิม ช่วงนี้เป็นอีกช่วงที่สนุกดี
 
ลืมไป ทั้งสามคนผลักกันโซโล่ด้วย ของคนอื่นไม่รู้เพลงอะไร แต่ถึงคิวปุยเนี่ย Four season ช่วง spring แล้วทั้งสามคนก็ออกมาร่วมบรรเลง เพลงใบไม้ที่มีเนื้อร้องแล้ว เขียนโดย นิ่ม สีฟ้า ร้องโดยแก้ม เดอะสตาร์ เป็นเพลงในอัลบั้มของแก้มด้วย เข้าใจขายกันจริงๆ แอบเศร้า ตามสไตล์พี่นิ่ม แล้วก็ต่อกับเพลง ไม่สวยก็เลือกได้ เพลงเร็ว เต้นใช้ได้ทีเดียว แก้มขอบคุณมากที่เชิญให้มาเป็นแขกรับเชิญ และให้แก้มได้ร้องเพลงนี้ แก้มดีใจมากๆ ที่ได้ยืนอยุ่บนเวทีเดียวกับทั้งสามคน ตอนที่อยู่ เดอะสตาร์แก้มอืดอัดมาก มีแต่คนขาวๆ ไฟเลยอัดให้แก้ม แก้มเลยยิ่งดำ แต่พอมายืนอยุ่กับสามพี่น้อง ใกล้เคียงกัน สีแทนเหมือนกัน ทุกคนบอกแบบนี้แหละสวยแล้ว ทั้งป่าน ทั้งปุย ทั้งแก้ม แล้วก้อเป้ด้วย อ้าว งานเข้า ว่าแล้ว ปุยก็บอกว่ามี คนขอให้แก้มร้องเพลงฝรั่ง แก้มบอก โห ขนาดพูดยังทองแดง แล้วร้องเพลงผรั่งจะยังไงละเนี่ย แต่ไม่เป็นไร แก้มจัดให้ แก้มจะบอกว่าแก้มจะไม่ไปไหนทั้งนั้น and I’m telling u I aint going  ประมาณนี้แหละ โชว์พลังเสียงกันน่าดู เล่นเอาคนดูปรบมมือกันยาวมาก ขอบคุณแล้ว ขอบคุณอีก จนเดินเข้าเวทีไปแล้วยังไม่เลิก เป้ต้องกวักมือให้ออกมาอีกรอบ ขโมยซีนกันเห็นๆ กลับเข้าไปอีกครั้ง เป้ถึงกับส่ายหัว แก้ม เดอะสตาร์ คนดูก้เลยตะโกน รักเป้ รัก vie trio แล้วก้ปรบมือให้ด้วย ก็เลยเล่นต่อ หายน้อยใจแล้ว อิอิ มามันกันต่อกับเพลงคลาสสิคที่คุ้นหูสุด ใครที่เล่นเปียโนต้องเล่นเพลงนี้ได้ แล้วก็เล่นเพลง Confession ทำนอง จาก Symphony หมายเลข 5 เพลง happy Night ทำนองจาก Eine Kleine NachtMusik โดย W.A. Mozart น่าจะมีเพลง Hungary Dance ด้วยนะ เพราะแดนเซอร์ออกมาเต้นแนวนั้นนิ ช่วงเมดเล่ยห์จบไป สามพี่น้องกล่าวขอบคุณทุกคน ทุกฝ่าย จนถึงพระพี่น้องที่ทรงอุปถัมภ์นักดนตรีคลาสสิคอย่างพวกเราให้ความฝันเป็นจริง พูดกันไป แอบมีน้ำตาคลอด้วย ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณกันสุด พร้อมกันบรรเลงเพลง แสงหนึ่งเป็นเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ต ฟังแล้วอิ่มกับเสียงดนตรีจริงๆ
 
ครั้งนี้นั่งเป็นชนชั้นสุงประมาณที่เดิมแต่แถวหน้าขึ้นมาอีกหน่อยจาก สามหน่มสามไมค์ บัตราคา 500 บาทในราคา 450 บาท คุ้ม อีกหนึ่งงาน สมาชิกครอบครัวครบคนพร้อมกับเพื่อนส้มที่มาแทนเพื่อนแจ็ค และมีญาติ ๆมาร่วมขบวนกันอีก 3 ครอบครัว แต่ไม่ได้นั่งด้วยกันนะ อิอิ อีก 2 ครอบครัวไปนั่งโซน 1500 มา 7 คน หมดไปเป้นหมื่นๆ ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อแพลง แต่ซื้อช้านิ อิอิ บอกแล้ว บอกแล้ว มันแต่ประชุมเพลิงกันอยู่ ส่วนอีกครอบครัวนั่งราคาเดียวกัน เป็นคนซื้อให้ มีเหตุให้ตื่นเต้นอีกเล็น้อย เพราะเค้าทำบัตรหายกัน ดีนะ สมัยนี้มีหลักฐานตรวจสอบกันง่าย เลยไปแจ้งความ แล้วไปรับบัตร ขอเบอร์โทรกับบัตรประชาชนก็รับได้เลย เป็นประสบการณืที่จะได้รู้ไว้ แต่เพื่อนบอกว่าไม่ต้องมีใบแจ้งความก็ได้ ตอนนั้นทำหายหน้างานเลย ก็เดินไปแจ้ง ณ ตอนนั้นเลย อย่างว่า ตอนนั้น จะไปเอาใบแจ้งความจากไหนละ
กลับมารวมตัวอีกครั้ง กับ กบ แท่ง มอส หรือ พี่เอก พี่ทศ และนายพี แห่งบ้านสามหนุ่มสามมุม ฤกษ์งามยามดีวันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. 51 รอบสุดท้าย รอบที่ 5 เสียงของหนุ่มๆ แหบแห้งกันเป็นทิวแถว แต่ความมันส์ยังคงอยุ่

เปิดตัวกันด้วยท่าโพสต์ แบบ สนามหนุ่มสามมุม ยุคแรก แต่วัยที่แตกต่างมากกกกกกกกกก 555 กับเพลง สามหนุ่มสามมุม คนละมุมเดียวกัน สารพันจะคิดไป เป็นอย่างนี้แหละคนเรา ต้องปรับจนเข้ากันไป (มั่วเนื้อเห็นๆ) คุยถึงความหลังและเล่าว่าใครทำอะไรกันไปบ้าง ลุยต่อกันด้วยเพลงอย่างน้อย นึกดิ พี่กบร้องเพลงอย่างน้อย อ่ะ หุหุ ยัง ยังน้อยไป งานนี้ เป็นงานสละโสดของกบ ทรงสิทธิ์ด้วย พร้อมกับคำถามว่า ทำไมถมที่นานจัง ว่าแล้วก็ทวนข่าว กบแต่งแน่ รอบ้านเสร็จ แต่ยังไม่ได้ปักเสาเข็ม กบแต่งแน่ ยังถมที่ไม่เสร็จ กี่ปี กี่ปีก็ยังถมที่ไม่เสร็จ อิอิ ส่วนมอสก็สารพัดข่าว ทั้งเป็นเอดส์ ตาย ทั้งแกล้งเด็ก แท่งก็ไม่น้อยหน้า ข่าวน้อย แค่ แท่ง กิ๊กกับ ….. เติมชื่อเอาเอง เผากันเห็นๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของสามหนุ่มสามมุม เพราะถือว่า เป็นแบบญาติ เมาท์เรื่องส่วนตัวไม่ผิด แต่ก่อนหน้านั้น ทำเป็น วีทีอาร์ข่าว ล้อ หน้ากบ แต่ประวัติ ชุวิทย์ หน้าแท่ง แต่ประวัติ ทักษิณ (เข้านะ โดยเฉพาะชอบฟุตบอล) สุดท้ายก็หน้ามอส แต่เป็น อืม เป็นใครเนี่ย ลืมซะงั้น ได้แล้ว เป็นภราดร นอกจากนี้ยังเรียกเสียงกันด้วยการให้ร้องเพลงของตัวเอง พี่กบ มากับเพลงปาฏิหารย์ แน่นอน เสียงร้องตามกึกก้อง มอสมากับเพลง 42547 อะไรหนอ ส่วนพี่แท่ง พยายามข้ามตัวเองไป แต่ไม่ได้ สุดท้ายก็ร้องเพลง แฟนไม่มาก็เพราว่าแฟน ไม่มี (คนดูร้อง 2 คำ)

จัดให้เป็นคืนสละโสดของพี่กบ แบบฝรั่งเลย จัดสาวๆ มาให้ แล้วก็ร้องเพลง จังหวะหัวใจ แท่งหนักน่อย ต้องเต้นทั้งเพลง ดูไม่ชินนะคะ พี่แท่ง ส่วนกบก็อาศัยร้องไป ช่วงหลังสุด ถึงจะเต้น แล้วก็บอกว่า เพื่งค้นพบว่า ตัวเองน่าจะมาทางนี้ แหม ทำไปได้ พูดไปได้นะพี่ ตอนเต้นนี้เขินเชียว แต่อย่างว่า คนไม่ค่อยเต้นมาเต้น ก็น่ารัก ส่วนมอสเต้นเก่งอยู่แล้ว เลยเฉยๆ จากนั้นก็เป็นช่วงเดี่ยวของพี่กบ ร้องเพลงที่จะร้องให้ว่าที่เจ้าสาวฟัง ในคืนงานแต่งงานนั่นคือ ไม่ต้องมีคำบรรยาย มีภาพประกอบด้วย เหมือนงานแต่งเลย พี่กบถ่ายกะแก้วเหล้าตลอด ส่วนตัว ส่วนตัวค่ะ ต่อมาก็ร้องเพลง ขอจันทร์ พร้อมกับแขกรับเชิญ พี่ตุ๊ก วิยะดา ออกมาร้องคู่แล้วก็นัวเนียไปมา พี่กบต้องคอยเดินหนี ชุดพี่ตุ๊กพองๆ น่ารักดีแฮะ ว่าแล้ว พี่ตุ๊กก็เข้าคอนเซปเดิม ชอบผัวเพื่อน สองคนนี้สนิทกันได้เพราะทำงานร่วมกันบ่อย แนวเพลงฟังไง ก็ไปออกงาน ร้องตามงานกันกว่า 100 งานแล้ว น่ารักดี น่าจะมีร้องเพลงเดี่ยวอีกนะ แต่ไม่แน่ใจว่าเพลงอะไร รักเราไม่เก่าเลยด้วยนะ ช่วงนี้คิดว่า

ส่วนแท่ง ออกมาพร้อมกับ พลพพรรครักเอย กับเพลง โสดเฉพาะคืนนี้  เชื่อฉัน หยุด ชวนคนเต้นน่าดู แต่แหม ชั้นสอง มีคนลุกแล้วโดนห้ามนะ แบบว่า โรงละครเค้าสร้างมาเป็นโรงละครไง ไม่ใช่ที่แสดงคอนเสิร์ต ก็เลยไม่แข็งแรงพอรับการเต้นได้ ระหว่านั้นก็แนะนำเพื่อนสมาชิก จากนั้นก็เป็นคิวมอส ออกมาแบบเท่ห์ๆ กับเพลง เสียกเรียกของหัวใจ พร้อมภาพประกอบจากความลับซุปเปอร์สตาร์ เสียงกรี๊ดกันสุดๆ เลย แล้วมีการเช็คเรตติ้ง แสดงเป็นตัวอื่นๆ ในเรื่อง ให้คนดูทาย ทำท่าคอเอียงชี้นิ้ว คนดูบอกว่า ธีร์ แล้วธีร์ตัวจริงก็มา ลุกชี้นิ้งกลับ กัปตัน ยูเอชทีนั่นเอง แล้วก็แอ็บแบ็วเป็นเนตรดาว ทำตัวใสซื่อ เป็นนางเอง เออนะ ไปล้อน้องเค้า จากนั้นก็แนะนำเพลงใหม่กับเพลง คนที่ใช่ แล้วก็ร้องเพลงช้าเพลงเดียวในคอนเสิร์ตที่มอสร้อง เพียงเพื่อน แขกรับเชิญคือ ชมพู่ เสียงดีนะ แต่งตัวน่ารักเชียวชุดสีชมพู พองๆ ผูกโบว์ด้วย มอสมีแซว แหม ผูกโบว์มาเลย เป็นของขวัญให้พี่หรอจ๊ะ สองคนนี้เคยเล่นละครด้วยกัน ช่อง 7 เรื่องอะไรไม่รู้อ่ะ นึกไม่ออก คุยไปมาว่าชมพู่เป็นแฟนสามสามมุมมานานมาก ย้ำ นานมาก ตั้งแต่ประถมแนะ มอสมีแซวว่า น่ารัก น่าจะมาเป็นนางแมวของพี่นะ ชมพู่บอกได้เดี๋ยวจัดให้ (เสียงชมพู่บ่งบอกว่าเป็นหวัดนะเนี่ย แต่สู้ ถ้าไม่เป็นหวัดเพลงช้าหนูจะเพราะมากๆ แต่แค่นี้ก็ได้ใจแล้วจ้า) ชมพู่ขายดีนะ คอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตที่ 3 แล้ว ทั้งเป็ก อ็อฟ ไอซ์ ทั้งปาน ทั้งงานนี้ ว่าแล้ว ชมพู่ก็เปลี่ยนชุด พี่มอสบอกเร็วๆ นะ พี่รอไม่ไหวแล้ว ชมพู่พูดดุๆ ว่าเดี่ยวดิ เปลี่ยนไปตามเสื้อผ้าทันที กลับมาในชุดหนังดำ เกาะอก เซ็กซี่มากๆ มีภาพหลุดด้วย ประมาณเกาะอกเกือบหลุดนะ แต่เผินๆ ก็ไม่เห็นนะ อย่าไปจ้องสิ อิอิ เซ็กซี่ได้อีกจ๊ะคุณน้อง แอบสงสัยว่า มอสสมาธิแอบแตกรึเปล่า หึหึ พี่แท่งมาส่งเสียงมาโวยวายด้วยว่าไม่รู้ว่า เชิญนางเอกมาได้ ดูสิ เชิญพลพรรคมาทั้งวงเลย

แล้วทั้งสามคนก็ออกมาพร้อมหน้าพร้อมตากันใหม่ แล้วก็เล่าถึงความประทับใจต่างๆ มอกเหมาเล่าคนเดียว โดยให้พี่แท่งกะพี่กบช่วยเล่นเป็นตัวละครต่างๆ พยายามทำให้สนุกอ่ะนะ ก็พอไหวละ จังหวะยังไม่เป๊ะเท่าไหร่ แต่ให้ผ่านละกัน พูดถึงการเล่นคอนเสิร์ตกะรถตู้นี่อันตรายมากๆ พี่แดงผู้จัดการ (แท่งเล่นเพราะใส่เสื้อแดง) พี่สิทธิคนขับรถตู้แท่งก็เล่น กบเล่นเป็นอื่นๆ เหนื่อยทีเดียวนะซีนนี้ แต่ยาวไปหน่อยมะ แถมเหตุการณ์ก็เกี่ยวแต่กะคอนสิร์ต เปลี่ยนเรื่องก็ได้ มีตั้งเยอะนิ นอกจากนี้ยังเล่าถึงโปรเจคอีกโปรเจคที่จริงๆ แล้วควรจะได้ทำเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่มอสไปเรียนต่อก็เลยยังไม่ได้ทำ แต่สุดท้ายก็มีคนเอาเพลงที่ควรจะเป็นของเค้ามาทำ แท่งวิ่งเข้าไปเอาชุดให้พี่น้อง แล้วก็มาแล้วครับ ไม่ต้องรับสาย ถ้าเธอไม่รัก …. ทำไปได้ พยายามกันสุดชีวิต เต้นเสร็จมีคำถามอีก ทำไมรับโทรศัพท์ถึงอยุ่ข้างบนละ ท่ามันยกไปรับข้างบน (สงสัยโทรศัพท์แขวนอยุ่เหนือหัว อิอิ ช่วยคิด) อีกที โทรผิด ไอ้ท่ากากบาทก็พอเข้าใจ แต่ทำไมต้องจิกเท้าด้วย ไม่เข้าใจ แหม แหม แหม ซี้ซั่ว มั่วนิ้มจริง

ต่อมาแท่งยังโวยวายไม่เลิกที่ไม่ได้ร้องกะผู้หญิง มอสเลยบอกว่า ไม่ต้องห่วง ช่วงนี้ทีมงานจัดสาวสวยให้เรา คนแรกมาเลย เสียงมา เป็นพอลล่า ป็อป อารยา และติ๊นา แล้วก็เปิดตัวมาเป็นตุ๊ยตุ๋ย สุดยอด ช่วงนี้สนุกมาก ถึงตุ๊ยตุ่ยจะไม่สบายแต่เต็มที่มากๆ จนน่าสงสารเลย เลียนแบบเสียงกระจายต่อเนื่องกันเป็นชุด ปิดจบด้วยอาจารย์แม่มาร้องเพลง ขอ อย่ายอมแพ้ โฆษณามหาวัทยาลัยซะด้วย จากนั้นก็แฉครับ นำภาพเก่าๆในอดีต คอนเสิร์ตสามหนุ่มสามมุม มาฉายให้ได้อายกัน หัวเราะกันหน้าแดงก่ำ แท่งหน้าแดงมากๆ กบเจอมุข การเดินของของโคโลเจนของกบ ทรงสิทธิ ที่เคยหน้าใสๆ เดินทางไปไหน ต้องให้กบนอกกะลามาช่วยทำรายการค้นหา ส่วนแท่ง กับ เสื้อพ่อ กางเกงลุง และท่าเต้นที่เมามาย อีกทั้งการร้องเพลงเสียมัยในคอนเสิร์ตครั้งก่อน ประหนึ่ง่ว่าจะรู้อนาคต เสียมัย ที่ทำไปเนี่ย มอสแซว เนี่ยละนะ ทำไปไม่คิด ตุ๊ยตุ่ยให้จำไว้ว่ามอสพูดแบบนี้ จากนั้นให้มาดุภาพคนที่คิดแล้ว แต่งตัวสีสันจัดมาก เสื้อเหลืองกางเกงชมพู หมวกเขียว และอีกหลายสี ตามสมัยนิยมตอนนั้น แล้วก็ตัวดำๆ ด้วยนะ มีภาพตอนเล่นหนังด้วย ที่น่งผ้าเช็ดตัวแล้วหันก้นให้นะ เลยเป็นที่มาของอาการเก็บกดต้องไปถอดกางเกงเด็กเล่นในกองถ่าย หุหุ จากนั้นตุ๊ยตุ่ย ขอโชว์ ไม่ต้องให้คนอื่นซ้อม เธอซ้อมมาแล้ว prop เพียบ กับเพลงแฟนจ๋า ให้พี่กบ พี่แท่ง พี่มอส ร้อง อาละวา … ก็ไปได้ เต้นเต็มที่มากๆ หน่มๆ ช่วยร้องท่อนแร็บ แต่พี่กบไม่รอด ตุ๊ยตุ๊ยเต้นเจียนตายคล้ายจะเป็นลม ไม่พอ หนุ่มๆ พยายามให้พอ เธอบอกเออใช่ มาอยู่ที่นี่ต้องเล่นละคร ว่าแล้วก็เล่นข้างหลังภาพ นพพร ฉันรุ้สึกไปเองหรือเปล่าว่าทุกคนกำลังมองฉัน นพพร กบ นิ่ง ตอบไม่ออก เลยเปลี่ยนนพพร เป็นนพพร แท่ง นพพร เธอช่วยสอนฉันร้องเพลงรักแท้มีอยู่จริงหน่อยสิ นพพรแท่งก็ไม่เล่นด้วย เธอบอก ว้าไม่สนุกเลย เอาใหม่ เอาเพลงนี้ดีกว่า เธอบอกเปลี่ยนเพลง เอาเพลงมาทำไม ให้พี่คอนโทรล (พูดไม่ได้ เลยเรียกพี่ตี๋ ไม่ว่าพี่จะชื่ออะไร ขอเรียกพี่ต๊แล้วกันนะคะ) ขอแทร็ค 2 ค่ะ แต่ไม่ทันได้ร้อง โดนมอสกะแท่งหิ้วข้างเข้าเวทีไปเลย

จบช่วงฮา หน้าดำ หน้าแดงกันไปแล้ว ก็มาสนุกกันต่อกับพวกเรานะครับ เพลงยังมีอีกเยอะให้ร้อง แต่แท่งว่า ผมไม่เหลือเพลงแล้ว ปรึกษากันก่อนสิ เลยอนุโลมให้ร้องเพลงที่ประกอบละครได้ เปิดด้วยกบ กับเพลง ฟ้าใส แท่งเพลง หนึ่งความฝัน (ชื่อนี้รึเปล่าไม่รู้ แต่ประกอบเคหาสถ์ดาวนะ) เริมไม่เรียงเพลงแล้วละกันนะ เพราะไม่แน่ใจนะ มีขีดเส้นใต้ ปาฏิหารย์ แท่งก็มี รักในรอยแค้น เพื่อเธอ เพลงนี้ร้องซะซึ้งเลย หมอกควันมาเต็มเวที พร้อมบอกว่าให้กับนางเอกของผมครับ แคทลียา แมคอินทอช มาด้วย มาด้วย มอสมาแนวเต้นกระจาย ไม่รักก็บ้า หัวใจลัดฟ้า สลัด สะบัด จบด้วยเพลงเหลวไหลโดยมีกบกับแท่งมาร่วมแจม เต้นด้วย จบแบบ เป็ก อ็อฟ ไอซ์

ก่อนสรุปจบความสุข ความซึ้ง ความฮากับเพลง ผูกพัน ร้องไปแล้วก็เดินลงเวทีไปหาคนดูชั้นล่างอย่างทั่วถึงนะ แต่แน่นอน นี่รอบสุดท้าย อังกอร์ได้อีก กับเพลงสามหนุ่มสามมุม เชิญพี่บอยขึ้นมาด้วย แล้วก็กลับเข้าหลังเวที แท่งมีส่งสัณญานให้ตบมืออีก เอหรือว่าไล่ให้กลับก็ไม่รุ้ ก็ยังไม่ยอมกลับกัน เลยออกมาอีกรอบกับเพลง เหลวไหล แปลงเนื้อด้วยว่าคนดูเหลวไหล ไม่ยอมกลับบ้าน คอนเสิร์ตเลิกแล้วนะ

ผุ้ร่วมชม ครอบครัว บัตรราคา 500 บาม ในราคา 450 บาท คุ้ม สุดคุ้ม 3 ชั่วโมงครึ่ง เริ่มเล่น 19.30 น. จบ ห้าทุ่มกว่าๆๆๆๆๆ

BreakOut

Posted on: October 5, 2008

Breakout การแสวงหาอิสระภาพของเหล่านักโทษที่ได้ความสามารถทางการการเต้น แบบ บีบอย จากตำรามหัศจรรย์เริ่มแล้ว
 
จากทีมงานสร้างเดียวกับเรื่อง Jump ครั้งนี้กลับมากับเรื่อง Breakout ที่นำความสามารถในการเต้น และการร้องบีทบ็อกซ์มาใช้ ก็เห็นความพยายามนะ แต่ข้อจำกัดของการเต้นมันก็มีไง ทำให้มันเหมือนสนุกเป็นช่วงๆ แล้วก็มาดูโชว์เต้นมากกว่า แต่รวมๆ ก็ยังผ่านนะ
 
จังหวะในการแสดง ในการเล่นอารมณ์ต่างๆ ยังคงมีอยุ่ให้เห็นเป็นระยะ เปิดฉากกล่าวถึงตำราและพยายามลากท่าทางต่างๆ ในประวัติมาใหเกี่ยวกับการเต้น ก็แถ ลาก เสือกไส ไปจนได้ จากนั้นเปิดตัวนักโทษทั้ง 5 คน แนะนำ ตัวละคร ผู้เฒ่า ที่ยังคงเอกลักษณ์ในการเคลื่อนไหวที่ช้า เวลาวิ่งก็วิ่งสั้นๆ ถ้าจำคุณปู่ในเรื่อง jump ได้ก็แนวนั้นเลย ต่อมาชายหน่มแรงมหาศาล แต่ใสซื่อ ชายหนุ่มที่มากรัก ชายหนุ่มโรคจิตลามก หนุ่มเฉิ่มเบอะ ผู้คุมนักโทษที่รับผิดชอบสูง และจิตใจดี ที่โดนเหล่านักโทษล้อเลียนอยู่เสมอ จังหวะที่ชอบก็ประมาณ ล้อเลียนการออกกำลังกายของผู้คุม ผู้คุมนำออกกำลังให้นักโทษทำตาม แต่จังหวะที่นักโทษหันหลังให้ก็ไม่ทำท่า เอาแต่ตบมือตามจังหวะที่ควรจะเป็น หรือ ทำท่าที่ต้องทำตอนที่ผู้คุมหันมา ช่วงนี้จังหวะดีมาก แสดงบุคลลิกของตัวละครตัวเฉิ่มออกมาอย่างชัดเจน มีการเล่นภาพสโลว์โมชั่นช่วงให้นักโทษซ่อมรถ เอานะ ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ ดูเพลิน (แอบเทียบกับฉากโยนของใส่โจรของ Jump ไง กับ ฉากวิทยายุทธชั้นสูงที่เผยว่า 100 กว่าหมัด หรือท่าต่างๆ มีอะไรบ้าง มีจังหวะพักยกยืนแคะขี้มูกด้วย สุดยอด ยังติดตาอยู่เลย) จากนั้นก็ทดลองติดเครื่อง 10 ต่อมาก็ระเบิด ตำราโผล่มาจากไหนไม่รู้ ส่งผลให้พอถือปุ๊ป คนนั้นก็จะต้องเต้น เต้น เต้น เต้น หรือ ทำบีทบ๊อก เอากะเค้าสิ คิดได้ไง
 
ต่อมาเป็นช่วงนักโทษพยายามขุดเพื่อหนี ทำกันมานาน อาศัยจังหวะฟ้าผ่าในการขุด ทำมากี่ปีแล้วเนี่ย 2 คน ขุด 2 คนโกยดิน อีกคนให้จังหวะ ตัวเฉิ่มยังคงแสดงความเฉิ่มต่อไป ช่วงโกย ทุกครั้งที่โกยจะต้องเดินเอาไปทิ้งด้านของตัวเอง ซึ่งไกลจากริมเวที ก็จะต้องเดิน ในขณะที่อีกคิน เดินนิดเดี่ยว ทุกคนเลยต้องรอ เพราะเค้าเดินไกลมาก โกย 2 เที่ยวก้เดิน 2 เที่ยว เดิน 3 เที่ยว ก็เดิน 3 เที่ยว พอเห็นเพื่อนอีกคนเดินไกลเลยขอแลกงาน ตัวเองก็จะได้เดินใกล้ ปรากฏเพื่อนก็เดินมาที่ตัวเองนั่นแหละ ไม่เห็นจะต้องเดินไกลเลย คุณเฉิ่มโมโห เสียหน้า ขอแลกงานอีก คราวนี้เป็นคนขุด คนขุดเค้าก็มีจังหวะของเค้า คราวนี้ตัวเองทำผิดจังหววะ ไปขุดโดนจอบเสียงดัง ผู้คุมเลยรู้ว่าทำอะไร แต่ก็ตัดสินใจหนีเลย
 
ต้องเดินหลบไฟที่ฉายมาจากบนฮอลิคอปเตอร์ หลายๆ คนก็วิ่งหลบไปมา ตามช่องไฟ แต่คุณผู้เฒ่าวิ่งตรง ริมนอกเลย เออนะ จะวิ่งหลบทำไม มีบางครั้งจวนเจียน ไฟบีบเข้ามาสองทาง ก็ต้องกระโดดอุ้มรวมกันเป็นจุดเดียว อีกที เจอไฟเต็มเวทีเลย ก็เดินลงเวทีข้างนึไปขึ้นอีกข้างนึงซะงั้น มุกเล็กๆ น้อยๆ ยังคงน่ารัก และเรียกรอยยิ้มได้เสมอ
 
ฉากนี้เป็นอีกฉากที่ชอบ ฉากหนี่ใต้ดิน ทำเป็นมนุษย์แคระ ปีนป่ายไปตามทาง โผล่อหัวจริง ตัวตุ๊กตาออกมา น่ารักมากๆ มากๆ มากๆ มุดหนีแล้วทับกัน หนีไปแล้ว ผู้คุมตามทันก็กระโดดกดหัวลงไป ส่วนเฉิ่มก็ได้รับการช่วยเหลือด้วยการดึงขึ้น (ดึงผมฟูของเค้า) ตามเคย หนีออกมาก็ไปหลบอยู่ในโรงพยาบาล เจอพยาบาลสาวเซ็กซี่ที่จะออกมาช่วยสร้างสีสันและบรรยากาศในการเต้นให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน คล้ายๆ มีสาวๆ เชียร์ด้วย ชอบมาก ตอนฉีดยาชา น่าจะใช่นะ เพราะแค่เคลิ้มๆ ไม่ได้หลับนิ ทุกคนจะจินตนาการถึงสาวสวย ออกมายั่วยวนทำสีสันให้เป็นแนวโรแมนติค คนโดนแรกๆ ยังจับไต๋ไม่ได้ พอรู้ว่าฉีดแล้วเป็นยังไง แย่งกันใหญ่เลย เอ ไม่สิ คิดว่าฉีดมอร์ฟินมากกว่า ใช่แล้ว ฉีดมอร์ฟีน และที่โรงพยาบาลนี่เองที่ผู้คุมได้รับการส่งตัวมารักษาจากเหตุโดนระเบิดในที่มุดดินกัน ช่วงนั้นมีการหนีของนักโทษ หนีโดยการวิ่งพล่านไปทั่วฮอลล์เลย ไปที่คนดูเล่นกะคนดูด้วย ลากพาคนดูขึ้นไป พร้อมกับใส่ระเบิดติดไว้ด้วย แล้วให้หน่วยกู้ระเบิดออกมาช่วย คนออกเป็นสาวสวยขาวอึ๋มจ้า ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถึงแม้จะออกแนวงงหน่อยๆ คนพูดกำกับพูดเป็นภาษาไทย แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องพูดอังกฤษ เออ ค่อยยังชั่ว หยั่งบอกให้ยืนตรงแสงไฟงี้ ก็พอฟังได้นะ แต่ต้องตั้งใจฟัง
 
ช่วงที่โรงพยาบาลก็จะมีการหลบกันไป หนีกันมา ตอนนี้มีตัวละครที่เป็นคนติดตามหน่วย swat เพิ่มขึ้นมา มาโชว์ร้องบีทบ๊อกเต็มที่เลยคนนี้ โดยใช้ปืนที่ยิงนั่นแหละ แอบเสียวเพราะหันด้ามปืนเข้าปากตัวเอง อืม เซนเซอร์ดีมะ กบว 555 มีการนอนเป็นคนไข้คนนึงโผล่ครึ่งตัวบน อีกคนครึ่งตัวล่าง ก็ยกขา ยกตัวกันไป แหม ตัวยาวเชียว อีกครั้ง หลบอยู่กับคนไข้แต่หันผิดด้านขาดันคว่ำซะงั้น คนที่ปลอมตัวเป็นหมอต้องมาช่วยกลับให้ คนที่เป็นคนหื่นก็ยังคงแสดงความหื่น เผลอเป็นบีบก้นอยู่ต่อไป แต่เอ ไม่ยังเป็นกะผู้หญิงแฮะ หึหึ
 
จากนั้นไปหลบต่อที่โบสถ์ แม่ชีสามองค์กำลังคล้ายๆ จะวางขนมปังเพื่อประกอบพิธี แม่ชีสาวองค์หนึ่ง อยากกินมาก พยายามห้ามใจตัวเอง แต่ไม่ค่อยสำเร็จ โดนหัวหน้าแม่ชีปรามตลอดด้วยการจี้ให้สั่นไปทั้งตัว สั่นได้อีกนะ เหมือนกันว่าทั้งนักโทษและเหล่าแม่ชีจะอยู่ร่วมกันได้ด้วยดี ภายใต้การดูแลอย่างเคร่งครัดของหัวหน้าแม่ชี นักโทษจีบแม่ชีบ้าง ออกกำลังกายกับแม่ชีบ้าง แย่งกินอาหารกันบ้าง สุดท้ายนักโทษชนะใจสาวๆ พยายามชนะใจหัวหน้าแม่ชีด้วยการทำไม้กางเขนให้ สุดท้ายแม่ชีก็รับ แต่พวกหน่วย swat ก็ตามตัวเจอ ให้เหล่าแม่ขีหลบไป ผู้คุมก็ตามมา พยายามให้ความช่วยเหลือนักโทษด้วยเช่นกัน แสดงความมีน้ำใจต่อกัน ห้ามไม่ให้ฮอลิคอปเตอร์ยิง สุดท้าย ตามความเข้าใจ นักโทษก็โดนยิงตาย จบเรื่อง
 
จากนั้นก็ออกมาโชวิ์สเต็ปขั้นเทพกันเต็มที่ทั้ง หนุ่มๆ และสาวๆ เต้นกันให้ขาดใจ ร้องบีทบ็อกกันให้ขาดกาย
 
ดูรอบวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. 51 บัตรราคา 500 บาท ในราคา 425 บาท ทั้งครอบครัว รวมพี่บิวด้วย เสียดายสุดๆ คือได้ตั๋วฟรีมา แต่ซื้อบัตรแล้วนิ ขายต่อก็ไม่ทัน และคงขายไม่ได้ด้วย เลยเป็นคนใจดีเที่ยวแจกเค้าไปทั่ว
 
ตัวเองดูจ่ายตังค์ ให้คนอื่นไปดูเสียตังค์ ต้องขอขอบคุณผู้ให้ตั๋มา ณ ที่นี่ด้วย ค่ะ แจกความสุขให้กันโดยถ้วนทั่ว ขณะเดียวกับที่นั่งดูเรื่องนี้ คอนเสิร์ตขอบคุณลูกค้าของ K Bank ก็กำลังมีอยู่ ศิลปินคือ เจนนิเฟอร์ คิม โก้ เบน และโก๊ะตี๋ เสียดายเป็นที่สุด ก็ให้ผู้โชคดีได้แก่ เดอะแกงค์กรีนเวฟไปดู เดี๋ยวต้องถามซะหน่อยว่าเป็นไงบ้าง

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม ได้สัมผัสกับการแสดงอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือการเต้นร่วมสมัย ที่ดูเพราะคิดว่าจะได้ดูอะไรที่คล้ายกับการเต้นในรายการ U think U can dance แต่อืม ก็ได้อยู่นะ แต่ว่าเป็นแบบคลาสสิคซะมากกว่า ดูคล้ายบัลเล่ห์มากๆ การแสดงแบ่งเป็น 3 ชุดการแสดง ชุดละประมาณ 30 นาที มีพัก 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที ยิ่งทำให้รู้สึกว่าดูบัลเล่ต์เข้าไปใหญ่เลย

ชุดแรก Arden Court ชุดนี่ดูแล้วเหมือนดูบัลเล่ห์มากๆ โดยเฉพาะท่าทาง และลีลา การเรียงแถวจัดแถว การเต้นคู่ เพียงแต่เครื่องแต่งกายเน้นโชว์กล้ามเนื้อฝ่ายชายมากๆ ผู้หญิงชุดแนบเนื้อ มีระบายเล็กน้อย ฉากหลังเป็นดอกกุหลาบดอกใหญ่ ใช้ไฟสร้างเงาคล้ายเต้นอยู่ในสวน โชว์ความสวยงามของรูปร่างประกอบท่าทางจัดเรียงอย่างสวยงาม

ชุดสอง Eventide เพิ่มความโรแมนติก ใส่อารมณ์เข้าไป เป็นเรื่องของคู่รักหลายคู่ในอารมณ์ต่างๆ ทั้งสุข เศร้า สมหวัง ทะเลาะกัน แต่สุดท้ายก็รัก หรือ รักกัน แต่สุดท้ายก็จากกัน ภาพของการจากลาถูกใช้เยอะมาก ให้คู่รักเดินแยกจากกันไป การแต่งกายเป็นแบบชีวิตประจำวัน แต่เป็นในยุกที่ผู้หญิงนุ่งชุดกระโปรงยาว มีผ้าคลุมไหล่ ออกแนวยุโรปหน่อย ผู้ชายก็เสื้อเชิ้ตกางเกงยาว ใช้โทนสีขาว ฉากหลังเป็นเหมือนป่าในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า เวลาที่คู่รักได้พบปะพูดคุย ก่อนจะจากกันไป ลีลาท่าทางก็ยังคงมีความรู้สึกเหมือนดูบัลเล่ห์อยู่มาก แต่เป็นบัลเล่ห์ที่ใส่อารมณ์และเน้นการแสดงคู่

ชุดที่ 3Promethean Fire ชุดนี้มากับฉากหลังสีดำทะมืน นักแสดงก็สวมเสื้อกล้ามกางเกงรัดรูปสีดำ ดูขรึมและเดิ้นขึ้น ชุดนี้ออกแนวการเต้นร่วมสมัยอย่างที่คาดหวัง การใช้บอดี้ในการเคลื่อนไหวในทิศทางต่างๆ โบกสะบัด การคืบคลาน การกระโดด เหมือนไฟกำลังเต้นรำ เพลิงไฟสีดำ ที่สุดท้ายกลายเป็นกองไฟคนกลุ่มใหญ่ โดยให้คนล้มทับกันเป็นกอง แล้วเคลื่อนไหว ดูเก๋ดี เพลงช่วงเริ่มต้นคุ้นหูทีเดียว แต่ไม่รู้ชื่อเพลงอ่ะ

ดนตรีใช้เครื่องดนตรีอารมณ์ออเคสต้า ดูเพลินๆ อาจมีแอบง่วงได้ แต่เท่าที่รู้ ไม่มีใครหลับมี๊ง

ร่วมชมการแสดงกับ แม่ และพี่สาวทั้งสอง บัตรชั้น 3 ราคา 600 บาท คุ้มครับผม รู้สึกว่าพระราชินีจะเป็นองค์อุปถัมภ์แทนพระพี่นางที่เสียไปแล้ว ท่านเสด็จมาทอดพระเนตรด้วย งวดนี้รถติดมาก บึ่งกัน วิ่งกันสุดๆ พอดีเลย เข้ามาปุ๊ป ถึงที่นั่ง นั่งปับ เพลงสรรเสริญขึ้นเลย โชคดีจริงๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม จาก ไทยทิคเกตเมเจอร์

พอล เทย์เลอร์ คณะเต้นรำร่วมสมัยจากนิวยอร์ก

นำเสนอโดย สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 175 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย

พอล เทย์เลอร์ สร้างความประทับใจให้ผู้ชมเสมอมา เขาสามารถตรึงตาผู้ชมไว้กับท่วงท่าในชีวิตประจำวันด้วยลีลาอันงดงามจับใจ หรือด้วยรูปแบบที่ติดตา เช่น เรื่องราวของหญิงสาวผู้โหยหาความรักในการไปดำน้ำที่บัวโนสไอเรส นักเทศน์ผู้เคร่งครัดแต่มีอดีตเปื้อนมลทิน จนถึงเรื่องราวของนักเต้นรำมีระดับในวัย ร่วงโรยผู้แสดงการเต้นอันพิลึกพิลั่น ที่เทย์เลอร์ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา ปัจจุบัน คณะของพอล เทย์เลอร์ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2497 นับเป็นคณะระบำชั้นแนวหน้า
คณะหนึ่งของโลก


Advertisements

Categories