Ras's Blog

Archive for February 2009

งานนี้เห็นตอนไปอ่านเวปไซต์ truemusic.com ลองเข้าไปเล่นไว้เล่นๆ ไม่คิดว่าจะได้ แต่แล้วก็มีโทรศัพท์เข้าเมื่อวันพฤหัสว่าเป็นผู้โชคดีได้บัตรไปร่วมงาน แต่ต้องเอาฝาลิโพไปด้วย 5 ฝา ก็หากันไป ได้มาก็ไปรับบัตรมากอดไว้ก่อน
 
ดนตรีในสวน แสดงที่สวนเบญจกิตติ เริ่มประมาณ 5.45 ได้ จบร่วมๆ 3 ทุ่ม สนุกดี ศิลปินได้แก่ คัตโตะ แสตป์ ลุลา ลิเดีย บี พีระพัฒน์ มีการแจมกันบ้างเป็นบ้างกลุ่ม งานนี้ มีเครื่องดืมให้ตลอดงาน มีเกี๋ยวและขนมจากสีฟ้ามาคอยบริการ แต่หมดเร็วมากๆ มีลิโพมาแจกให้ดื่มด้วย แต่ไม่ดื่ม แจกผ้าใบให้ปูรองนั่งพิงกับปูนสบายไป ได้นั่งล้อคที่ 4 เพราะเค้ากันที่ข้างหน้าไว้ ไม่งั้นก็นั่งไปแล้ว เพราะมาเร็วมาก ตั้ง 4 โมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว มานั่งชิวๆ รอเวลา เพราะขี้เกียจเดินไปศูนย์สิริกิตติ์ มันยาวววววว
 
ดีเจจากคลื่น True Music 93.5 มากันเพียบ ไม่ค่อยได้ฟังหรอกนะ แต่ขำดีกับ คู่นุ่น คิว ฮาได้สุดตัวมาก เล่นกันเต็มที่ แต่แหม เล่นเกมเจาะแต่คู่รัก คุ่เพื่อน คุ่พี่น้องเลยแอบจ๋อยเลยอ่ะ พิธีกรระหว่างคอนเสิร์ตก็อีกคู่ ดีเจเชอรี่ กับดีเจแชมป์ มีดีเจเจริญ พี่ใหญ่ประจำคลื่นมาคอยโดนแซวด้วย มีมาอีกแต่จำชื่อไม่ได้แล้ว
 
เปิดคอนเสิร์ตด้วยตลก เอ้ย ไม่ใช่ แสตมป้กับคัตโตะ มาปล่อยมุขกันสดๆ เลย ทั้งเลียนแบบศิลปิน ทั้งร้องเพลงหญิง ขนาดแสดมป์จะรีบไปงานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติต่อนะเนี่ย เริ่มด้วยเพลงคนข้างล่าง เลียนแบบหนุ่มเบน แล้วก็เลียนแบบโต๋ต่อ แต่แสตมป์อุทรณ์ว่า เลียนแบบโต๋ในเพลงเบน ยากส์ ขอเปลี่ยนเพลง แน็ตตี้ มือกีตาร์จัดให้ มีทำเสียงน่ารักด้วย ทุกคนช่วยโต่ร้องด้วยนะครับ …พบ… คำว่าพบ เลียนแบบซะเหมือนเชียว เพลงโต๋ กับแนวของน้อย วงพรู ป้อด โมเดิร์น ดอก นพ พรชำนิ เหมือนสุดๆ คัตโตะเล่นมั้ง กับเพลงผุ้หญิงนิด อ้าว เพลงคีย์ E มา ผมจะร้องเพลงนะ Far across the distance…..000000 My Heart Will Go On มาเลย ยาวด้วย ร้องทั้งคุ่ ยังไม่ยอมจบ รีบนะเนี่ยะ มีต่อด้วย how do i get Through one night without u 5555555 มีร้องเพลง อ่อนแอ ด้วยนะ ร้องตอนไหนไม่แน่ใจ มัวแต่ขำ อิอิ  เอาจริงแล้ว แสตมป์บอก กับเพลง ความคิด ด้วยกีตาร์ 1 ตัว ก็เพราะดีนะ ฟังดูสบายขึ้น ลุลาขึ้นมาแจมกับเพลง ฝัน หวาน อาย จูบ ที่แสตมป์บอกว่า เค้าเป็นคนแต่งนะ ผสมกับเพลง กันและกัน แสตมป์บอกว่า ร้องเองไม่ได้ด้วยเหตุผลทางอายุ เลยต้องยากให้ August กับ พลอยร้อง จากนั้นแสตมปืก็ไปจริงๆ ปล่อยให้คัตโตะกับลุลา ร้องเพลง วันที่เราต้องไกลห่าง คู่กัน เพราะดีนะ
 
ลุลา ลุยต่อ กับเพลง ตุ๊กตาหน้ารถ ที่บ่นบ่น ว่าไปไหนก็มีแต่คนล้อเพลงนี้ เรื่องมหัศจรรย์ ผลงานจากอัลบั้ม swing swing หรือ สวิง สวิง เงอะ (อ่านแบบญี่ปุ่น) และเป็นที่ล้อกันต่อมาทั้งคอนเสิร์ต  ปิดท้ายด้วยเพลงเวลาไม่ช่วยอะไร
 
ลิเดีย ได้ไหม ถ้าฉันจะบอกว่ารักเธอ    ทำไมไม่รับสักที  ว่างแล้วช่วยโทรกลับ ร้องคู่กับบีในเพลง ทั้งชีวิต
 
บี พีระพัฒน์ มากับวงเต็มวง นักดนตรีจาก Jetseter ด้วย สุดยอด เริ่มกับเพลง เธอคนเดียวในโลกใบนี้  รู้บ้างไหม  white love story เพลงประกอบ Coffee Prince ไม่คิด ไม่ฝันว่าจะได้ฟัง ดีใจมาก วู้วววววววว  โลกหมุนด้วยความรัก ความจริงในใจ  พูดตรงๆ ดินแดนแห่งความรัก และคำสำคัญ ฟังเพลินเลย ซึ้งกันซะ แต่มีแถมให้ แต่เพลงพี่บีหมดแล้วเลยร้องของคนอื่น ไม่ใช่คนอื่นไกล ของนักดนตรีนั่นเอง เพลงจาก Jetseter จูป ปิดท้ายจริงๆ กับเพลง เธอทั้งนั้น
 
เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ได้บรรยากาศ ฟังเพลงสบายๆ ผุ้ร่วมขบวนการได้แก่พี่สาว ขาประจำ
Advertisements
สำหรับคอนเสิร์ตนี้ ต้องกราบงามๆ ที่อกของน้องชาย นายอ้อดที่เผื่อแผ่บัตรมาถึงพี่คนนี้ พร้อมทั้งขอบคุณที่เพื่อนฝนไม่มางานนี้ด้วย เลยตกมาถึงมือได้ อิอิ
 
วันเสาร์ที่ 21 ก.พ. Center Point @ CTW กับงาน CVP valentine’s duet by Aof n Jew  วันเดียวกันนี้ คลื่นเพื่อนบ้านก็จัด Chill Out ที่ โรงแรม Amari Watergate ก็ใกล้กันอยู่นะ งานนี้ตัวเรามาที่ GW แล้วส่งพี่สาวไปงาน Chill 555 งานเข้ากันจริงๆ บ้านนี้
 
สถานที่นี้เพิ่งเปิดใหม่ ดูค่อนข้างคับแคบ มีพื้นที่ให้จัดกิจกรรมค่อนข้างน้อย แถมอากาศก็ไม่ค่อยถ่ายเท เพราะยกพื้นสูงไง เลยเตี้ย ดูไม่ค่อยระบายอากาศเท่าไหร่ งานนี้มีดีเจมา 3 คนเลย ทั้งดีเจอั๋น ดีเจเฟี๊ยตและ ดีเจพี่อ้อย มีให้ถ่ายรูปแล้วพิมพ์หน้างานเลย ตอนเข้าถ่ายรูปรวมกัน ไม่ได้วิ่งเข้าไปอ่ะ มัวแต่ยืนดู แล้วก็พยายามจะถ่ายรูปให้พี่ตอมได้เข้าไปบ้าง ผลคือ ไม่ได้เข้าทั้งคู่เลย 
 
คอนเสิร์ตนี้เพลงเพราะมากๆ ฟังแล้วรู้ถึงความตั้งใจในการเลือกเพลง และความตั้งใจของนักร้องอย่างยิ่งยวด เวที หน้าจอเป็นรูปหัวใจดูน่ารักเชียว แต่แอบบังสายตาคนดูไปนิดนึงนะ จิ๋วมากับชุดมินิเดรสสีออกเทาๆ อ็อฟกับชุทสูทเต็มยศ ร้องเท้าสีชมพูดแปร๋นเลย และเหงื่อออกตลอดเวลา เสียงดีกันมั่กๆ จิ๋ว เสียงค่อนข้างเล็ก มีพลัง ร้องเพลงเศร้าแล้วบีบดีจัง ส่วนอ็อฟเสียงนุ่ม ฟังยังไงก็เพราะ แต่ถ้าถามว่าเศร้าไหม อืม ก็ประมาณนึง แต่ตอนฟังเองคนเดียว ดูเศร้ากว่าแฮะ (รู้สึกเหมือนนายอ็อด)  งานนี้อ็อดพยายามบิ๊วเต็มทึ่ มาแล้ว ก็ทำตัวให้คุ้ม งานฟรีนะเนี่ยะ
 
เปิดเพลงแรกกับการร้องคู่ นี่คือความรักใช่ไหม เพลงฝรั่ง (เพลงไรไม่รุ้ คุ้นนะ)
จิ๋ว อดใจรอ ตัดใจไม่ได้
อ๊อฟ ที่คิดถึง…เพราะรักเธอใช่ไหม คืนนี้ขอหอม(โป้ โยคี)
Duet คืนที่หนึ่ง เวอร์ชั่นนี้ชอบมากติดใจตั้งแต่ฟังโปรโมททางวิทยุแล้ว ต่อด้วย เธอคนเดียวในโลกนี้ (พี่บี)
 
เล่นเกมส์กับคนดู มีเซอร์ไพร์สจากคนดูใก้คนดูกับกรีนเวฟด้วย ขอแต่งงานกันกลางเวทีเลยขอรับ เล่นเอาซาบซึ้งกันทั่วงาน ทั้งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่ดีเจอั๋น เช็ดน้ำตาป้อยๆ เลย อ็อฟมีร้องไห้แล้วยังทำตลก นะ เค้าไม่ได้ขอเราซะหน่อย จะร้องทำไมเนี่ยะ แอบคิดว่ามีขอขึ้นกันหรือเปล่า แต่ข่าวว่า งานนี้ของจริง ไม่มีแต่งเติม
มาสุขกันต่อกับเพลงของจิ๋ว ชื่อเพลงอะไรไม่รู้ แต่มีความสุขละกันดีนะที่เป็นเพลงสุข ถ้าเป็นเพลงเศร้า ตัดอารมณ์กันน่าดูเลย แต่ เพลงอะไรก็สู้ซีนหวานเมื่อกี้ไม่ได้แล้ว
ตามติดด้วยเพลงเศร้าที่ยิ่งเศร้าเข้าไปอีก เพราะมีคนเค้ามีความสุขมากๆ ให้เห็นกันไปแล้ว พอมาคิดถึงตัวเองจิ่วน้ำตาคลอเลย กับเพลง หมดหัวใจ รู้ไหม..ทำไม
อ็อฟ เธอไม่รัก นอนไม่หลับ (เพราะดีแต่เศร้าไม่เท่า หมายถึงไม่บีบคั้นนะ เพราะทำให้นุ่มแล้ว) ที่สูง
 
Duet ถ้ายังรัก สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ ปิดท้ายด้วย ทำไมต้องเธอ วู้วววววววววววววววว เพราะมากๆ เลย ค่ะ ได้ใจกันไปเต็มๆ
 
งานนี้ไปกับดิแก็งค์ด้วย กว่า 10 ชีวิต ได้ที่นั่งค่อนข้างหลัง แต่ก็กลางอยู่ แต่กระจายกันไปหน่อย เลยส่งเสียงกันได้ไม่เป็นกลุ่มเป็นก้อน
 
มีรายการฝากของจากพี่แบม มาให้เรา แล้วส่งต่อให้อ๊อด ไอ้เราก็มุ่งมั่นว่า ไปถึงปุปต้องไปตามหาหนังสือ แต่ไม่ต้องเลย เห็นนายอีอดพร้อมกับหนังสือเรียบร้อย นายเอ็มถือมาให้เรียบร้อย เราก็แอบงงว่ากลายเป็นเอ็มมาให้ได้ไง สุดท้ายก็รู้ว่า อ๋อ ฝากต่อกันมาอีกที เจอพี่จอย ทำสัญญาณกันว่า ได้หนังสือหรือยัง เลยถึงบ้างอ้อ มารุ้ตอนหลังว่า เอ็มพยายามทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดมากด้วยการถามหาพี่กบ ไม่ฝากไว้กับใคร สุดท้ายคงเห็นโพสต์ที่แปะไว้หน้าหนังสือว่าให้อ็อดต่อ ถึงมาถึงนายอ็อดได้ หลังงานนายเอ็มมาสวัสดีเหล่าบอร์ดทั้งหลาย และแล้วก็ได้เจอตัวเป็นๆ กัน
 

ไม่เคยเข้าร่วมคอนเสิร์ตแบบบนี้มาก่อน เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตเฉพาะกลุ่มเพื่อแฟนคลับก็ว่าได้ บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองมากมาก เดินกระทบไหล่นักร้องกันวุ่นวาย ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปอยู่ตรงไหนดี หันไปซ้ายก็ชน หันไปขวาก็ชน ผู้ร่วมงานกว่า 54 คน ทีมงานสัก 10 คน นักร้องอีก 5 คน พิธีกรตัวจริง 1 ชื่อฟอยด์ หรือ  นายลิงค์ แห่งบ้านนี้มีรัก (ขอบคุณพี่ตอมสำหรับข้อมูลค่ะ) หลอกมาเป็นพิธีกรอีกหนึ่ง น้าเน็ค ฮาดี

สถานที่แสดง ร้านโซฟา แถวหลานหลวง วันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 09

Sleepless Society 3 ประกอบไปด้วย พี่หนึ่ง ณรงวิทย์ เจ้าของอัลบั้ม พี่ใหม่ เจริญปุระ เบล สุพล โบลิ่ง จาก DIY ทั้งคู่ สุดท้ายนายเป็ก คนนี้แจมกับคนอื่นไปทั่วนะ ทั้งพี่ต๋อง One man Story แล้วก็มา Sleepless Society เคยแซวตัวเองนิว่า ต้องเกาะคนอื่นไปเรื่อยๆ ตอน Peck Aof Ice ก็เหมือนกัน อิอิ อะนะ ตัวจริงน้องเค้าน่ารัก เสียงดีจะตาย รอให้เพลงมันเกิดสุดๆ มีเพลงดังมากๆพอจัดคอนเสิรืตเดี่ยวของตัวเองได้ละกันนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้

นัดให้มาตั้งแต่ 18.00 น. มาลงทะเบียน จ่ายตังค์ไป 500 บาทได้กรอบรูปพร้อมภาพศิลปินอัลบั้มนี้มา มีมื้อเย็นให้เสร็จสรรพ ทำได้น่ากิน ใส่ถ้วยไว้ให้หยิบง่ายๆ ส่วนรสชาติทั่วไปจ้า มีผัดไท ข้าวผัด สลัดหมู อะไรก็ไม่รู้ทอดเป็นกลมๆ แล้วก็เกี๋ยว มีขนมเยลลี้ให้กินเล่น มีน้ำใส่ผลไม้เชื่อมให้ศิลปินมาเสิร์ฟให้ทานด้วย ขำเป็ก เดินมาขอเพิ่มเพราะเขิน ไม่รู้จะทำอะไรถ้าเดินไปตัวเปล่า หุหุ

ขอสารภาพ ตอนเจอเบล สุพลเดินมา ยังงงอยู่ว่าใครนะ ผ่านไปสักพักหละถึงพึ่งนึกออก อ๋อ เบล สุพล พี่ใหม่มาชุดกางเกงขาสั้น เสื้อเชิ้ตสีฟ้าพร้อมเสื้อกั๊กดำ น่ารักมากๆค่ะ นายเบลมากับเสิ้อเชิ้ตแขนยาวลายผ้าขาวม้า โบเสื้อแขนยาวลายทหาร พี่หนึ่ง เสื้อแขนยาวสีเทา (อันนี้มีคนทักเยอะว่าข้อมมูลผิด แถมมีรูมายืนยันอีกเลยต้องเข้ามาแก้ โอเค เสื้อแขนสั้นสีเทา หลายจุดสีๆ) นายเป็กมากับเสื้อแบบเสื้อหนาวแขนยาวมีฮู้ด ชายปล่อยคล้ายมีเสื้อข้างในอีกตัว แต่คงไม่มีจริง ทำไมต้องบรรยายการแต่งกายขนาดนี้นะเหรอ หุหุ ก็อากาศมันร้อนมากๆ นะสิคะ แอร์ทำงานแต่ไม่ค่อยเย็นเลย นักร้องร้องไปเช็ดเหงื่อไป คนดูก็ดูไปพัดไป ดีนะ ตรงที่นั่งแอร์ยังลงบ้าง จากผุ้ที่หนีแอร์เลยกลายเป็นวิ่งเข้าหาแอร์เลย 

เริ่มช่วงคอนเสิร์ต ให้เล่นเกมกันเล็กน้อย ให้ร้องเพลงคนละท่อน โดยร้องเพลง หยุดความคิดไม่ได้เลย ของนายเบล มั่วเนื้อกันน่าดูทีเดียว รู้สึกว่าจะไม่ใช่แฟนพันธ์แท้เนื้อร้องกันเท่าไหร่ อีกเกม มันมาก ตอนแรกก็ให้นับ 20 ใครโดน 20 ก้อออก จนเหลือ 2 คนเปลี่ยเป็นให้พูดคำไทย 2 คำ เช่น ทีเด็ด เด็ดจัง จังเลย เลยไป … สนุกมาก ช่วยกันใหญ่ สุดท้าย ชิงกันไม่ลง เลยได้รางวัลไปทั้งคู่ มีเล่นมุก เป็กหล่อ รักเป็กด้วย เออ ท่าทางจะแฟนคลับเป็กด้วยนะคะ คุณนุ่น (ออกมา 2 เกม เลยจำได้เลย มันส์มากค่ะคนนี้) ก่อนจะเริ่มคอนเสิรืตจริงๆ ให้ได้เคลิ้มกันเสียงเพลงท่ามกลางบรรยากาศของฤดร้อน 

พี่หนึ่งเปิดตัวคนแรก กับเพลงรักคนธรรมดา 
พี่หนึ่งกับพี่ใหม่ แจมกันในเพลง ชั่วคราวหรือค้างคืนตลอดไป
พี่ใหม่ อยู่กับเสียงหัวใจ แฟนคลับพี่ใหม่มากันเยอะ หอบดอกไม้มาให้กันหลายช่อเลย
เบล สุพล หยุดความคิดไม่ได้ รักยากลืมยาก ถ้าโลกใบนี้ไม่มี
โบลิ่ง เสียเวลา ที่คิดถึง..เพราะรักเธอใช่ไหม
เป็ก ผลิตโชค (หรือ นายเซ็กส์ ผลิตโลก) โหย มุข คิดได้ไง กับบเพลง เจ็บยังไงก็รัก In love เพลงเร็ว เต้นด้วย ทั้งที่ก็ร้อนนะ แต่ก็ยังอุตส่ห์ยึกยัก แฟนคลับมาเยอะมาก พอเป็กขึ้นเสียงกรี๋กถล่มทลาย ตอนแรกว่า ตอนพี่ใหม่ขึ้นก็เยอะแล้ว แพ้เด็กไปเลย ป้ายไฟเพียบ จบด้วยเพลง ไม่มีใครรุ้ เวอร์ชั่นเต้นเล็กๆ เพลงดังนั่นแหละ แต่แหม นี่มัน Sleepless Socitey Patry นะ แต่ทุกคนก็โยกไปกับเพลงนี่ เห้นพี่หนึ่ง ณรงวิทย์โยกเล็กๆ มีร้องตามด้วย พร้อมตาก้สำรวจดูบรรยากาศว่า โอเคกันอยุ่ไหม  

พี่น้องคะ เล่นเร้องเหมือนฟังจากซีดีกันสุดๆ เลยนะเนี่ย เสียงแน่นกันจริงๆ
ปิดท้าย ด้วยผู้โชคดี 5ใน 54 คนที่มาร่วมงาน ได้รับเป็นของขวัญจากศิลปินแต่ละคน เกือบไปแล้ว นายเป็กเลือกเลข 9 ชอบเลขเดียวกันเลย แต่หมายเลขเรา 39 อ่ะ เลยอดไป ส่วนพี่หนึ่งก็เลือกหมายเลขหนึ่ง นายเบลเลือกหมายเลขสุดท้าย 54 อืม จบคอนเสิร์ต ทีมงานพยายามจะถ่ายรูปรวมแต่ร้านเล็กมากรวมไม่ได้ ก็เลยแยกย้ายกันไป 

ขำขำ ทีมงานมาลากตัวนักร้องขึ้นไปถ่ายรูปรวม ส่วนคนดุก้อรีบเคลียร์ตัวเองออกจากร้าน เพราะ สี่ทุ่มร้านจะเปิดให้คนนอกเข้ามาเที่ยวแล้ว ใครอายุไม่ถึงก็จงกลับไปซะ 

งานนี้ได้เพื่อนเพิ่มด้วย ดีใจจัง มาคนเดียว แล้วแรงดึงดูดเข้าหากันเลยคุยกันซะ เพื่อนที่ชวนไปดูไปถ่ายรูปสบาย ทิ้งไว้ด้วยกัน อิอิ รอรูปอยู่นะคะ คุณพี่

ช่วงนี้ บรอดเวย์เข้ามาเมืองไทย เรื่อยๆ ตั้งแต่มีรัชดาลัยเธียเตอร์ ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ตัดสินใจดู เพราะตัวหนังด้วย ทำให้อยากรู้ว่า ถ้าดูแบบดั้งเดิมที่เป็นละครเวทีจะเป็นยังไง ดีค่ะ สนุกดี

เนื้อเรื่องก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ นักแสดง เสียงดี เต้นชัดกันทุกคน ไม่ได้สินะ ละครร้อง เต้น ขนาดนี้ อีกอย่าง ได้ดูตัวจริงหมด ไม่มีตัวแสดงแทนจ้า  นักดนตรีก้สุดยอด เสียงแน่นมาก

ใช้เวทีอย่างคุ้มค่ามาก ปกติ วงดนตรีจะอยู่ข้างล่าง หรือไม่ก็ยกขึ้นข้างบน แต่ครั้งนี้ อยู่บนเวทีเลย ให้เป็นส่วนหนึ่งของฉาก ของการแสดงเต็มที่ ไวทยากรมีบทบาทรี่วมอย่างมาก

ฉากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นของแต่ละคนก็ชัดดี แต่ละคน ท่าทาง เรื่องเล่า สีหน้า ดีหมด ถึงจะฟังได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็พอจับใจความได้ละนะ

Roxy เวอร์ชั่นนี่ แสดงความยั่วยวน มากกว่าที่รู้สึกในหนัง แม่สาวผมแดง

Roxy สาวนักแสดง มาม่า ทนายความ แฟน Roxy เด่นใช้ได้เลย โดยเฉพาะ ผุ้ชายที่เล่นเป็นแฟน Roxy กับเพลง Invisible สุดยอด ด้วยบุคคลิกชัดเจน ทำให้ดูสนุกมากเลย และมุขที่คอยหยอดให้ตัวแสดงอื่นๆ ไม่เห็นด้วย อีกทั้งตอนออกจากฉาก ทนายขอเพลงปิดตัว ก็ได้เพลงปิดตัว แต่พอผู้ชายขอ เงียบกริบ เค้าเลยเดินจากไป แต่คนดูก็ปรบมือให้ เค้าเลยโบกมือให้

แต่กับ ทนายรุ้สึกเฉยๆ แฮะ ผู้หญิงทั้ง 3 คน ผ่านเกณฑ์ในความรู้สึกทั้งหมด เค้าจะมีเล่นกับคนดูด้วย คล้ายคุยกับคนดุ อ้อ ในหนังจะมีตัวนักข่าวผู้หญิงที่ให้ความร่วมมือในการลงข่าวๆ สาวๆ คนคุกทั้งหลาย ครั้งนี้ก็มี โชว์ร้อง ลูกคอ กระจายเลย ก่อนจะมาฉีกเสื้อผ้าออก เพื่อเผยว่า ฉัน ผู้ ชาย นะยะ เออ เสียงสูงมากเลยค่ะ คุณพี่

บัตรราคา 1000 บาท แถวหลังสุด ชั้นบนสุด ดูมุมสูง ก็ยังได้ใจอยู่ กว่า 3 ชั่วโมง มีเบรก 1 ช่วง

ไม่คิดว่าจะได้มาดูคอนเสิร์ตของบิ๊กซี เพราะน้อยครั้ง่ที่จะซื้อของที่นั่น แต่ครั้งนี้ก็ได้ไป จริงๆ แล้ว เกือบได้อาศัยใบบุญเพื่อน แต่เค้าไม่รับใบเสร็จที่ซื้อจากบริษัทอ่ะ
 
บิ๊กซ๊ บิ๊กเลิฟ กับ เอเอฟ 5 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วนะ เริ่มครั้งแรกกับ เอเอฟ 2 ได้ยินว่า เป็นคอนเสิร์ตหลังคอนเสิร์ใหญ่ที่ดีอีกหนึง่คอนเสิร์ต เพราะอะไร ที่เล่นเล็กว่า คอนเซปต์ น้อย แต่แน่นกว่า ที่สำคํญร้องสดเกือบหมด ให้เกือบ เพราะร้องกลุ่มบางเพลงไม่แน่ใจว่าสดหรือเปล่า แต่น่าจะสดน่า งานกีฬาสียังคงชัดเจนกับคอนเสิร์ตของเด็กเอเอฟ สีชมพูของนายแจ็ค เอเอฟ4  สีฟ้าของสาวโบ เอเอฟ 5  สีเขียว ของกรีน ปัม บางครั้งยังเห็นเป็นของนายนัททิวด้วย สีแดงชัดเจนมาก ของนายตี๋ ครั้งนี้ บัตร 2000 แต่กระเถิบตัวเองไปนั่งอยู่ใกล้ 1500 ที่ที่นั่ง ไม่มีหมายเลขจ้า 
 
ศิลปิน af 5 ทั้ง 12 คน ได้แก่ นัททิว รอน ปั๋ม กี๋ กูด กรีน โบ มิคกี้ แต็บ ว่าน พริ้ง หนิม ศิลปินรับเชิญจาก เอเอฟ 4 แจ็ค ตี๋ มิวสิค และลูกโป่ง ด้วยคอนเซปต์ ความรักหลากสีสัน แอบคิดว่า ยากเหมือนกันนะ เพราะคอนใหญ่ก่อนหน้านี้ก็เกี่ยวกับ Journey of Love ยังดีอันนั้นยังเน้น เดินทางไปประเทศต่างๆ ผสมกับความรักแต่ละรูปแบ รักเข้างเดียว ร้กสามเศร้า แต่ครั้งนี้ เน้นรัก แบบรวมๆ ไม่ได้แบ่งแยกชัดเจน ตอนแรก นึกว่าจะเน้นเป็นคู่ๆ ซะอีก แต่กลายเป็น มีแค่คู่เดียว นอกนั้นเป็นกลุ่มซะหมดเลย ว้า แต่ก็ได้อยู่นะ
 
เปิดตัวด้วยอินโทรเพลง สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ารัก ของ ETC สั้นๆ อยากบอกเธอ ของ 3 สาว พัดชา เปรี้ยว ลูกตาล ต่อด้วย ดูเธอทำ เวอร์น grily berly จากฝ่ายหญิง และ ขาหมู Tattoo Colour จากฝ่ายชาย ต่อจากนั้น นัท รอน ปัม กับเพลงบอยแบนด์ คนน่ารัก ไม่มีแฟนได้ไง ของนายโด่ง อัลบั้มรวมเอเอฟ 3 แล้วก็พูดต้องรับเข้าสู่คอนเสิร์ต บอกว่าความรักแต่ละคนเป็นสีอะไร
 
โชว์เดี่ยวมาแล้วจ้า เปิดด้วย สาวโบ กับเพลง ด้วยความรัก, คนไม่เอาไหน กับนายกี๋ จำเอาไว้เลย มิคกี้  ความหมาย…ปลายทาง นายว่าน ทราบแล้วเปลี่ยน ของสาวหนิม ร้องเพราะได้อีกนะคนนี้ ตามติดด้วย unconditional love ของนายแต็บ เข้ากันไหมเนี่ย แต่ก็ไปกันได้แหละ อิอิ ตามมาด้วย กี๋ รอน แต็บ กับเพลงแค่ชอบ ของหนุ่มนัทใน xtream army โบ หนิม มิคกี้ – ไม่เคยคิดเลยว่าจะรักเธอ (so much in love) 
 
นายรอน ออกมาโชว์ กับเพลง รอนตัวโอ ช่วงท้าย ให้แจ็ค เอเอฟ 4  ออกมาแจม คิดได้ไงเนี่ยให้แจ็ค ออกมาเต้นกับรอน คนละเรื่องกันเลย ดูเผินๆ แจ็คคล้ายมาริโอ้ เวอร์ชั่นตัวสูงมากๆ ก็พอเนียน แต่ยังดูเก้งก้างไปนิดนะ จากนั้น แจมกันต่อกับเพลง ของ 5 หนุ่ม forget me not ต้า แจ็ค ตูน โจ้ โด่ง ในเพลง หนึ่งในคนใกล้ตัว จากนั้น ร้องเพลงร่วมกับสาวๆ เอเอฟ 5 ทั้ง 6 คน ในเพลง บรรยากาศบังคับ ให้นายแจ็คได้ปล่อยลีลากะสาวๆ เหมือนเด็กตัวโตจีบสาวเลยเลย ก็น่ารักนะ ก่อนจะให้สาวๆ ล้อมรอบบนเก้าอี้แดงโซฟายาว ร้องดีขึ้นนะ แต่ว่า รูปปากยังเป็นปัญหาอยู่นะ
 
ต่อด้วย ผู้ช้ายเจ้าชู้ของปุยฝ้าย โดย พริ้ง หนิม กู้ด ออกมาโชว์ลีลาแม่เสือสาย เต้นกับเก้าอี้ ตอนจบมีตกเก้าอี้อ้วย โถ พริ้งไม่เน่าเลย ออกจะเริ่ดตลอดเพลง ว่าน กี๋ – เรายังรักกันไช่เหรอ ของนายต้อล ยังเท่ห์ได้อีก แล้วมากรี๊ดกันต่อ กับ รู้ไหม ของนายณัฐ ที่พี่ไก่ทำเพลงนี้ให้ สุดยอดมั่กๆ รอน ปั้ม นัท – I C U เต้นกันกระจาย แต่เอ่อ ปัมจ๊ะ หัดเต้นอีกนิดนะ จะได้เข้ากับ 2 หนุ่ม(สาว)ได้ 😛 ต่อด้วย Hot กับสามหนุ่มกลุ่มเดิม ที่ออกมาปะทะ กับ จี๊ด โดย ลูกโป่ง ปะทะกันมันส์ใช่ได้เลย ก่อนปล่อยเวทีให้เป็นของลูกโป่ง กับเพลงแฟนเพื่อน เพลงช้าความรักต้องห้าม และ don’t say goodbye เนื้อไทยครึ่ง อังกฤษครึ่ง พอฟังแล้ว เออ อัลบั้มนี้ก็ไม่เลวเลยนะ
 
สนุกกับต่อกับ โบ กรีน มิคกี้ – หลบไปให้พ้นของพะแพง  ปัม แต็บ กี๋-นางฟ้าตาขั้นเดียว ของนายต้อล เพลงนี้ปัมดูสบายขึ้น ไม่เกร็งเหมือนตอนเต้นร่วมกับ นัทและรอน เปิดตัว มิวสิค กับคนเอาแต่ใจ และ ตี๋ – ขอร้อง ก่อนทั้งสองคนจะเรียกหาเจ้าบ้านให้ออกมาต้อนรับ นายปัมก็ออกมาพร้อมโดนแซวว่าหายไหนซะนาน ไปง้อสาวที่ไหนอยู่ ปูเรื่องทะเลากัน แล้วก็ง้อไม่ง้อของหนุ่มปัมกับสาวกรีน ตั้งแต่ต้นคอนเสิร์ตใช้ไปยันจบนั่นแหละ ว่าแล้ว มิวสิคก็เลยบอกว่า มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ไอ้ง้อไม่ง้อเนี่ย เรื่องเพื่อนของพี่นะ เอาตัวย่อแลวกัน ฝ่ายชาย คือ ตัว ต ฝ่ายหญิง คือ พ พ ตี๋ ถามว่า ผมรู้จักรึเปล่า ฟังดูคุ้นๆ แล้วเล่าไม่รู้เรื่อง แค่เกริ่นชื่อก็กรี๋ดกันฮอล์แตกแล้ว สรุปก็ถาม ยังจะเอาแต่ใจอยู่ไหม ปัมตอบครับ เอาแต่ใจ แล้วก็ร่วมกันร้องเพลงนี้ สุดท้าย มิวถาม โห เนี่ยะนะเอาแต่ใจ ฟังแล้ว ยอมเค้าหมดเลย สรุปแล้วว่าไง ปัมตอบ ยอม 555 ต๊ตาม ว่ามีเรื่องของเพื่อนพี่อีกคู่จะฟังไหม ไม่ฟังก็จะเล่า เรื่องของ ม ส กับ ล ป ยังไม่ทันได้เล่า ก็โดน ม ส เอ้ย มิวสิค ลากลงไปจากเวทีทั้งคู่เลย ตี๋ มิว ลื่นมากๆ จ้าบนเวที เท่ห์ทั้งคู่เลย
 
โชว์เดี๋ยวกันต่อกับ คนในเงา ของกู้ด แต่ร้องไม่ถึงครึ่งเพลงเลยก็กลายเป็น พริ้ง เต็มเพลง ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะได้อีกนะ อารมณ์ได้อยู่ ต่อด้วย กรีน – ถ้าเป็นเธอ จากนั้น คุ่หวานแห่งซีซั่น ปัม กรีน – ใจฉันเป็นของเธอ โอ๊ย หวานได้อีก ทั้งูค่ร้องได้ดีนะ ทั้งการแสดง และเสียงร้องไปกันได้ แต่แหม งานนี้น้องๆ แทบไม่ได้พูดเลย โชว์ร้อง เต้นกันอย่างเดียว ช่วงเดี่ยวไม่มีพูดเลย ปัมยังคงดูตั้งใจร้อง เลยคิดเล่นๆ ว่า ถ้าให้ปัมกับแจ็คร้องเพลงด้วยกันคงแปลกดี มีเด็กท่าทางตั้งใจร้อง มายืนร้องเพลงกันอยู่ 2 คน อิอิ
 
ร้องรวม รักฉันเรียกว่าเธอ ของกามิกาเซ่ หนิม กู้ด กรีน – แค่มีเธอ ที่ร้องให้เมืองไทยประกันชีวิต ปัม ว่าน นัท – รักได้อีก ของนัท มิคกี้ พริ้ง โบ – ถู แต็บ กี๋ รอน – อย่าให้รอ (ไม่แน่ใจอ่ะเพลงนี้) รวมหญิง ยังไม่รู้ตัว รวมชาย ฉันจะเอา ปิดท้ายด้วย สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ารัก
 
จบคอนเสิร์ตด้วย ความอิ่มหนำ ฟังเพลงกันแบบมินิมาราธอน กว่า 2 ขั่วโมงครึ่ง ขอบอกว่า บันทึกคอนเสิร์ตครั้งนี้ ต้องพึ่งการหาข้อมูลเพิ่มเติมเยอะมาก เพราะฟังแล้วคุ้น แต่นึกไม่ออกว่า เพลงอะไร ใครร้อง แทบแย่เหมือนกันแฮะ เอ่อ นะ งานนี้ ทรูแฟนตาเซีย เอาเพลงเด็กตัวเองมาร้องทั้งนั้นเลย ก็ดี ใช้เพลงตัวเองให้เป็นประโยชน์
 
เปิดเวทีมาชิวๆ กับ สองศิลปินดูโอ อย่านะ ใครนึกถึง กอล์ฟ ไมค์ ไม่ใช่ สุเมธ แอนด์เดอะปั๋งต่างหาก กับเพลง แจกัน, พรานล่อเนื้อ, น้องก็ทำเกินไป ลุลา มาแจมด้วย ร้องเพลง คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ ก่อนจะออกมาโชว์เดี่ยวในเพลง ขอบใจจริงๆ, ตุ๊กตาหน้ารถ, พักตรงนี้

อะคาเปล่า 7 – Dog. ลงเอย. intro of gmm karaoke, คงเดิม เพราะมากๆ เป็นการร้องประสานเสียงของ 4 หนุ่มที่อยากบันทึกเก็บไว้จริงๆ มีคำถามว่า ไอ้พวกนี้มาได้ยังไง เจ้าตัวตอบ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วพอจะไปก็บอกว่า คงดีใจที่พวกผมจะไปแล้ว เล่นมุขไล่ตัวเองซะงั้น

แมว จิระศักดิ์ หนุ่มร็อค หัวใจแจ็ส ค่อยๆ พูด, เจ้าสาวที่กลัวฝน, ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ, ทำใจลำบาก ทำเป็นแจ๊สทั้งหมดเลย เพราะมากๆ เล่นแล้วเข้ากับบรรยากาศยามเย็นมากๆ พร้อมกับเชิญศิลปินชุดแรกทั้งหมดออกมาร่ำลา บอกว่าจบคอนเสิร์ตแล้ว อิอิ อย่าพูดไป เดี๋ยวก็มีรมณ์เสียหรอก ปิดช่วงด้วยเพลง ลาก่อน

พี่ดี้ ออกมาร้องเพลง what a wonderful world โดยมีอะคาเปล่า 7 มาประสานให้ ใช้คุ้มนะเนี่ย

น้ำชา น้องเล็กสุดของเวทีนี้ อยู่ ปี 2 จ๊ะ มากับเพลงแนะนำตัว ดาวบนฟ้า ปลาในน้ำ เธอในฝัน, รักแท้จริงอย่างไร, way back to love พี่ดี้ออกมาร้องร่วมด้วย บอกว่าจะเลือกร้องกับใครดี ก็คิดแล้วว่า เลือกร้องกับเด็กๆ นี่แหละดีที่สุด 555

นิโคล ทำไมเป็นคนแบบนี้ โอ๊ะโอ ชัดเจน (นิโคล-ติ๊ก) นิโคลเปิดตัวให้ติ๊กด้วย คนที่แต่งตัวได้ธรรมดาที่สุดในนี้ ชุดสูทสีเขียวมะนาวจ้า นิโคล เดี่ยวต่อ กับเพลง อกหักไม่ยักกะตาย และยิ้มให้กับความผิดหวัง

เผลอแป็บๆ ร่วม2-3 ทุ่มแล้วมั้ง นูโวก็ออกมา เราวิ่งพรวดไปหน้าเวทีทันทีเลย เพื่อพี่ก้องค้า มากับเพลง love u never die, หลอกกันเล่นเลย, ลึกสุดใจ, ไม่เป็นไร, หมดคำถาม เพลงที่ดจร้องเป็นครั้งที่ หลักหมื่นแล้ว มีเล่นวณิพกด้วย เล่นอย่างเดียว ให้คนดูร้อง มีช่วยบ้างนิดหน่อย ช่วงฮุค บอกว่า เป็นเพลงที่ไปเล่นที่ต่างจังหวัดแล้วได้ผลลัพท์ดีมาก คนร้องได้หมด ร้องได้มากกว่าเพลงของตัวเองอีก พอดีเห็นบรรยากาศได้ มีวัว เลยนึกถึงควาย อ้าว เอ๋ ปิดท้ายด้วยเพลงสุดๆ ไปเลย มี mv ประกอบด้วย ยังหน้าตาใสๆ กันสุดๆ พี่ก้องตอนนี้หล่อกว่าจ้า

อุ๊ หฤทัย กวีบทเก่า, อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ เพราะมากเหมือนจะเคยได้ยินอุ๊ร้องเพลงนี้แล้วอ่ะ น่าจะในกรีนเวฟ ปิดด้วย แค่หลับตา เพลงที่ทำให้ได้มาร้อง ได้ค่าตัวแพงก็เพราะเพลงนี้นั่นแหละ

บอยไตร ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย อย่างน้อย กลับมาได้รึเปล่า หมีอ้วนมายืนโยกๆ ปล่อยเสียงนุ่มๆบนเวที แต่เราเดินกลับล่ะ

ปอนด์ ทุกนาทีให้เธอ เพลงที่ปอนด์เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ ยูเอชที

ไฮดรา ไกลเท่าเดิม 2 รอบ, ไว้ใจ, นายแม้น, พี่ดี้ออกมาคุยด้วย

วุฒินันท์ สิงห์และภรรยา อุ๋ม down town story เป็นศิลปินที่ยังคงแต่งงานด้วยกันอยู่ แต่งมาตั้ง ปีกว่าๆ โถ พี่ดี้พูดซะนึกว่ายาว นิโคลกับแมว แต่งกันตั้ง 5 ปี กว่าจะเลิกกัน คู่นี้ยังไม่แน่ เอ้ย ไม่ได้แช่งจ้า มาร้องเพลง สุดที่รักคือเธอ และ จุ๊บ จุ๊บ saving all my love for u พี่ดี้ต่อด้วย To love somebody มีวุฒนันท์เล่นกลองให้

มาแล้วช่วงสุดเพราะอีกหนึ่งช่วง เปิดด้วยพี่แอม อยากได้ยินว่ารักกัน ตุ๊กตาเพื่อนเก่า(เพลงบังคับที่พี่ดี้อยากฟัง) อยากสวย ครึ่งหนึ่งของชิวิต

อ้อฟ ปองศักดิ์ แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ เหนื่อยไหม เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม จุดอ่อนของฉันอยู่ตรงที่หัวใจ อ็อฟจ๋า จะร้องเพลงเพราะไปถึงไหน ท่าทางก็เหลือเกิน มีเสียงแซวว่าท่าเยอะดีจัง อิอิ

เพลงคู่ อ็อฟ พัดชา อ้อมแขนที่ว่างเปล่า พัดชา อย่าไปเสียน้ำตา ทิ้งรักลงแม่น้ำ ถ้ามีเธอ(เพลงมีจังหวะในอัลบั้ของพัดชาเอง)

เบน กลับคำเสีย (ฟังแล้วใจจะขาด) เธอปันใจ (เบนแอบมั่ว ไม่ได้เตรียมสคริปต์เลย บอกว่าไม่พูดดีกว่า เข้าเพลงเลยนะ) เสียงกระซิบ คนข้างล่าง

รวม แอม พัดชา อ็อฟ เบน กับเพลง Hero สุดยอด เพราะจริงช่วงนี้ ตัวพ่อ ตัวแม่ทั้งหลาย

Talk Show กับเฉลียง มี บรรเลง in the mood จากพี่แต๋ง แก้แค้นที่โดนหลอกว่า แนวเพลงเฉลียงคือ แจ็ส ดี้บอก ไม่ได้หลอก ก็นึกว่าที่เล่นอยุ่มันแจ็สจริงๆ ฮา ฮา ฮา ว่าแล้ว พี่ดี้ก็ขอร้องเพลง Just the way u r, ค่ำคืนฉันยืน ปิดช่วงด้วย ไม่รักแต่คิดถึง บอกว่า เพราะเพลงนี้ถึงต้องให้เฉลียงมา ไม่งั้นก็ไม่ชวนหรอก หุหุ

ช่วง ร็อค มาแล้วคะ กับร็อคหญิงคนแรกๆ ของวงการเพลง (แต่แอบนึกถึง นรินทร ณ บางช้าง) เวียนหัว ใครสัญญิงสัญญา คนที่รุ้ใจ (เพลงที่พี่ดี้แต่งให้แฟนตัวเอง) ท่อนสั้นๆ ปลุกให้ผุ้ชมได้ตื่นกับเพลง we will rock u ได้ผลนะ ผงกหัว ลุกขึ้นมาโยกกันบ้าง ต่อด้วย เรามีเรา

ป้าง ฝังไว้ในผืนดิน, บอกมาคำเดียว, ปิดท้ายด้วยสบายดี มันส์สุดๆ เพลงนี้

ใหม่ ควักหัวใจ ท่าพันมือยังอยุ่ ดอกไม้กับแจกัน หนักเกินไปแล้ว เทรักคืนไป แพ้ใจ

โมเดิร์นด็อก กรี๊ดดดดดดดดด ก่อน บุษบา รูปไม่หล่อ เข้าใจ (กรี๊ด เวอร์ชั่นนี้หวานจัง แต่ยังชอบของพี่เกี๊ยงเวอร์ชั่นในคอนเสิร์ตเฉลียง ไม่รักแต่คิดถึงมากกว่า) ปิดท้ายแดดส่อง งานนี้ ป้อดก็ทำหน้าที่สะดุด ทะลุกองหญ้าเลย ร้องไปยิ่มไป จะหัวเราะละสิ อิอิ

หอยเดินออกมา ว่าหลงทางมา เห็นแสงสีเลยมาแจม คุยกะพี่ดี้ ร้องเพลง เหงา ยินยอม บอกขอบคุณเจ้าของเพลง พี่ป้อม พี่โต๊ะ ที่มีเพลงนี้ออกมา และก็แปลงกายมาทำเสียงนุ่มร้องเพลง หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ ให้คนดูช่วยร้อง แล้วทำซึ้งว่า เพป็นที่ฟังแล้วเพราะที่สุดเลย

ช่วง dance จ้า เปิดตัว พี่ดี้ กับเพลง ก้อนหินก้อนนั้น แบบแร็บ ผสมล้อการเมือง ทำไปได้

เจ ยุ่งน่า อยากให้รู้ว่าเหงา (ท่อนสั้นๆ มากๆ) แววตา ฝากเลี้ยง ก็ใครมันจะไปรุ้ละแจมร่วมกับพัดชา

พัดชา พูดอีกที เปิดตัวพี่ติ๊กอีกครั้ง บอกว่าชายคนนี้เค้าถามตัวเองว่า ฉันมาทำอะไรที่นี่… ตั้งแต่เริ่มคอนจนตีหนึ่งกว่าเข้าไปแล้ว เพิ่งได้ร้องเพลงเดียวว่าแล้วก็ซัดเข้าอีกเป็นชุดเลย

ติ๊ก ชิโร่ รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง มนุษย์ค้างคาว ออกมาเต้น เอ้า ลุกมาขยับหน่อย คนที่นอนหลับอยู่ทั้งหลาย เต็มลานคอนเสิร์ตเลย

มาช่า มาแล้ว นึกว่าจะไม่มาแล้วซะอีก มาดึกมากๆ ออกมาโชว์ sexy กันเต็มที่ ลิปซิงค์อ่ะ แต่โชว์ได้ใจอยุ่ กับเพลง รักยังไม่ต้องการ music lover คนอื่นคนไกล can’t take u out off my head ปิดท้ายด้วย one night only

จบคอนเสิร์ตด้วยเพลง ลาก่อน ศิลปินที่ยังเหลือออกมาร้องเพลงรวมกัน ดูกึ่มกันทีเดียว อย่างว่า เบียร์ ไวน์ เต็มที่ จบแล้ว คอนเสิร์ต 5 โมงครึ่ง เย็น ถึง ตีสาม เจ๋งมากๆ

จบคอนเสิร์ตแล้ว ไม่นึกว่าจะมีอัพเดทอีก แต่ก็มี เลยเอามาแปะไว้อ่านเล่นๆ

เมื่อวานหลังจากคอนเสิร์ตอารมณ์ดี้จบลง ฉันก็ยังงง ๆ อยู่ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นั่งรถกลับมาถึงโรงแรมสักภูเดือนตอนสักตีสี่กว่า นั่งคุยกับคุณรุ่งว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มาเล่าสู่กันฟัง ที่สำคัญคือ ฉันเหมือนเป็นคนที่อาภัพที่สุดในคอนเสิร์ต คือนอกจากจะไม่ได้ดู ไม่ได้สัมผัสระบบเสียงที่เยี่ยมที่สุดในประเทศไทยแล้ว ฉันยังเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ดื่มเบียร์เย็น ๆ ของโปรดในบรรยากาศแบบนั้น  ส่วนนักร้องคนอื่น ๆ พอร้องเสร็จ ทำงานเสร็จแล้ว เขาก็เปิดเบียร์จิบสบายใจ อิจฉาจริง ๆ

ก็เลยขอเปิดเบียร์จิบสักขวดสองขวด นั่งคุยกับเพื่อนรักที่สุดของฉัน คือภรรยาฉันเอง จนถึงสักหกโมงเช้า ค่อยนอน ตื่นอีกทีก็เกือบบ่ายโมง   เก็บข้าวเก็บของออกมาจากโรงแรมกันทั้งครอบครัว มากินข้าวที่ร้านลานลีลาร์ อาหารอร่อย ร้านน่ารักมาก แล้วก็ตรงดิ่งกลับบ้านเลย เพราะอาการเหมือนเจ็ทแล็ก  กว่าจะรู้สึกปกติได้ก็เข้าวันมาฆบูชานี่แล้ว

ฉันเพิ่งมีโอกาสได้เขียนบันทึกทบทวน ว่าเหตุการณ์เมื่อวานซืนนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง นั่งคิดวนไปวนมา ราวกับว่าผ่านเหตุการณ์อันยาวนานสักสามสี่วัน ทั้ง ๆ ที่เป็นเหตุการณ์เพียงไม่ถึงสิบชั่วโมง

คงไม่จำเป็นต้องบันทึกเรื่องราวในคอนเสิร์ต เพราะเดี๋ยวคงมีน้อง ๆ เขาเอาเทปที่บันทึก มาให้เก็บไว้ เพื่อให้โอกาสฉันเป็นคนได้ “ดู” บ้าง  มีหลายคนถามถึงดีวีดี  ฉันก็บอกว่า คุยกับน้อง ๆ ทีมงานยังดีแล้ว คิดว่า ไม่มีดีวีดีดีกว่า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแทบไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายอะไรเลย กล้องก็มาถ่ายบันทึกอยู่แล้ว พอวางขายก็แทบจะได้กำไรอย่างเดียวล้วน ๆ  แต่ฉันคิดว่า ฉันไม่สามารถอัดบรรยากาศ อากาศ ความสุข สนุกสนานของคนดูและคนเล่นใส่ลงไปในดีวีดีได้  ไม่อยากให้คนซื้อดีวีดีไป แล้วได้รับความรู้สึกแค่เห็นจากจอทีวีแล้วเข้าใจว่า มันสนุกแค่ที่เห็นในจอ   นี่เป็นความคิดที่ดูโง่ ๆ ของฉันแหละ  หวังว่าคราวหน้าฉันจะฉลาดกว่านี้

ฉันเป็นคนความรู้สึกช้า ยิ่งเรื่องที่น่าตื่นเต้น ยิ่งตื่นเต้นช้า ฉันแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมไม่ตื่นเต้นเอาเสียเลย ตอนที่คอนเสิร์ตดำเนินอยู่ ไม่ตื่นเต้นเลยตอนอยู่บนเวที สงสัยว่ามัวแต่จ้องดูว่า ทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่นดังที่ต้องการหรือไม่ คนดู คนเล่น คนทำงาน มีความสุขดีอยู่หรือไม่  ฉันเพิ่งจะมาตื่นเต้น หัวใจเต้นตึ้กตั้ก ก็ตอนที่กลับมาบ้านแล้ว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี่เอง ว่า นี่ฉันทำอะไรลงไป มีผลกับคนนับหมื่นอย่างไร ฉันได้รับเกียรติขนาดไหนทั้งที่ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าสนใจมากไปกว่านักแต่งเพลงคนหนึ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นที่เชิงเขาใหญ่ในวันที่ 7 นั้น ถึงแม้ว่าฉันจะวางแผนร่วมกับน้อง ๆ ทีมงานยังดี ว่ามันควรจะออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แต่พอมันเป็นอย่างที่วางแผนไว้จริง ๆ ก็แทบไม่อยากเชื่อว่ามันจะได้ดังใจขนาดนั้น  เพราะว่าก่อนหน้านั้น มันมีเรื่องราวต้องแก้ปัญหามากมาย หลายปัญหาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่หลายปัญหาก็เกิดจากความอ่อนแอทางปัญญาและจริยธรรมของหลาย ๆ คนที่เราต้องติดต่อด้วย

ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องติดหนี้บุญคุณใคร แต่งานคอนเสิร์ตนี้ ฉันติดหนี้บุญคุณ “ทางใจ” ผู้คนมากมาย 

ฉันติดหนี้บุญคุณ “เจ้าหญิง” ที่ทรงพระเมตตามาร่วมงานอย่างไม่ถือพระองค์ และประทับอยู่จนถึงเกือบสิบชั่วโมง ซึ่งไม่เคยได้ยินว่าเคยประทับในงานใดนานเท่านี้มาก่อน

ฉันติดหนี้บุญคุณคนดู ที่เป็นคนดูที่มีมาตรฐานสูง อย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในงานคอนเสิร์ตกลางแจ้งมาราธอนแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมีระเบียบ มารยาท แสดงถึงวุฒิภาวะสูงกว่านักการเมืองไทยส่วนใหญ่

ฉันติดหนี้บุญคุณผู้อุปถัมภ์รายการ ที่อุปถัมภ์ปัจจัยการเงิน โดยที่ไม่ได้ร้องขออะไรมากไปกว่า การมีเครื่องหมายการค้าไม่ใหญ่ไม่โต อยู่ร่วมในงาน กับบู๊ตเล็ก ๆ ไม่กี่บู๊ต  ที่จริงถือเป็นเกียรติของเราด้วยซ้ำที่มี “ตรา” ของเขามาประดับในงานของเรา  ขอเอ่ยถึงอีกครั้งหนึ่งว่า  มี สิงห์ คอร์เปอเรชั่น  เมืองไทยประกันชีวิต ธนาคารไทยพาณิชย์  มาม่า  ปตท. เซ็นทรัล  มาร์โคกรุ๊ป และ ทรูมิวสิค   ขอบอกว่าประทับใจในความมีน้ำใจทุกท่านจริง ๆ

ฉันติดหนี้บุญคุณนักร้องทุกคนที่มา เรื่องค่าตัวนั้นก็เรื่องปกติการทำธุรกิจ แต่ในแววตา และท่าทีในการทำงาน อาจจะมีจุกจิกเปลี่ยนนั่นนี่บ้าง แต่ก็เกิดจากการอยากให้เกิดสิ่งที่ดีแก่คนดู ฉันเห็นถึงความตั้งใจ

ฉันติดหนี้บุญคุณและทึ่งมาก ในความ “อึด” ของน้องรักสามคน ที่ยืนอยู่ตลอดบนเวทีเกือบสิบชั่วโมงนั่น มีช่วงพักเพียงนิดหน่อยเวลามีวงที่เล่นกันเอง เช่น นูโว โมเดิร์นด๊อก เท่านั้น  นอกนั้นยืนกันขาแข็ง แต่ใบหน้ายิ้ม ที่สำคัญคือ เสียงคอรัสที่ร้องออกมาอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งการซ้อมที่ต้องหนักกว่าคนอื่น ฉันจะจำน้องสามคนนี้ไว้  แพร ส้ม จุ๋ย

ฉันติดหนี้บุญคุณ ทีมเอ๊กซตร้า พร้อมวง 3 วง ที่นำทีมโดย นายบอย  ซึ่งขยันและเก่ง แก้ปัญหาให้ตลอดเมื่อเวลาเราต้องเปลี่ยนเพลงแล้วเปลี่ยนเพลงอีก พยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำตามทุกอย่าง โดยไม่แสดงอาการเบื่อหน่าย ซึ่งความจริงมันน่าเบื่อหน่ายมากนะ สำหรับคนที่ต้องโดนเปลี่ยนเพลงซ้อมบ่อย ๆ

ฉันติดหนี้บุญคุณพี่นิ่มสีฟ้า  ที่อาสาเป็นธุระช่วยดูแลการซ้อม และคุณภาพของการแสดง  พี่นิ่มละเอียดมากจนทำให้ฉันอาย อายจนบางทีไม่กล้าซ้อมร้องเพลงต่อหน้าแก  เพราะฉันมันร้องเพลงได้แค่กล้อมแกล้ม

ฉันติดหนี้บุญคุณ นายป๊อก กับนายโจ้ จาก Media Vision และ Audio Fusionที่ดูแลเรื่องระบบเสียงได้อย่างดีเกินที่คาดหมาย ทั้ง ๆ ที่เป็นคอนเสิร์ตร้อยพ่อพันแม่ โอกาสที่จะปรุงเสียงให้พอดีสำหรับแต่ละศิลปิน แต่ละวง เป็นเรื่องที่เซียนยังส่ายหน้า แต่นายก็ทำได้ดีเยี่ยม  ที่ฉันขนลุกที่สุดคือ พี่ติ๊ด โสฬส ปุณณกบุตร Sound Endineer ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่พูดน้อย พูดอะไรซื่อ ๆ บอกกับฉันว่า นี่เป็นคอนเสิร์ตที่ระบบเสียงดีที่สุดตั้งแต่ที่เขาเคยเห็นมา ซึ่งระบบเสียงเป็นสิ่งทีสำคัญที่สุดสำหรับการจัดคอนเสิร์ต

ฉันติดหนี้บุญคุณ นายซัน แห่ง Light Source ที่เคยทำงานด้วยกันมาหลายครั้งตั้งแต่สมัยคอนเสิร์ตของแกรมมี่ หรือเฉลียง ที่ต้องมาปวดหัวกับการจัดแสงคอนเสิร์ตร้อยพ่อพันแม่ ที่ไม่มีโอกาสได้ซ้อมอย่างจริงจังมากนัก เพราะคอนเสิร์ตมาราธอนนั้น ไม่อาจจะจัด blocking ได้อย่างชัดเจนได้ เนื่องจาก ศิลปินทุกคนก็มาแนวของตัวเอง จัดการแสงได้ยาก

ฉันติดหนี้บุญคุณ บอสใหญ่ของอินเด็กซ์  นายเมฆและนายหมอก ที่ยอมลงทุนสูงกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยที่รู้ว่า แม้จะต้องขายบัตรราคาแพงกว่าชาวบ้านให้คนเขาบ่น  ก็ยังไม่ได้กำไรอยู่ดี   แถมยังพอใจ ตื่นเต้น ที่ทำให้งานออกมาดีอย่างใจ ทำให้แขกของเราพอใจได้  ไม่สนใจเลยว่า จะกำไรนิดหน่อย เท่าทุน หรือจะขาดทุนนิดหน่อย  เออ นี่แหละนักธุรกิจสมัยใหม่ มองการณ์ไกล ทำธุรกิจบนความพอดี ความสุขของลูกค้า ไม่ใช่ตะกละตะกรามจะเอาแต่ได้เฉพาะหน้าไปเสียทุกเรื่อง

ฉันติดหนี้บุญคุณน้อง ๆ ทีมงานยังดี และอินเด็กซ์  ที่ทำงานกันหัวทิ่มหัวตำ ทั้ง ๆ ที่ยังใหม่กันทั้งทีมสำหรับการทำคอนเสิร์ต แล้วก็ต้องมาทำคอนเสิร์ตระดับช้างอาฟริกา ซึ่งแม้แต่มือเก๋าในวงการก็ยังไม่ค่อยกล้าที่จะทำ แต่อาศัยความตั้งใจ ความคิดสร้างสรรค์ และขยันสู้ตาย  จึงเกิดผลงานที่ได้ยินแต่เสียงชื่นชม

ฉันติดหนี้บุญคุณทีม สารวัตรทหาร ที่มาอำนวยความสะดวกให้กับคนดู อย่างทนเหน็ดทนเหนื่อยทนหนาว ทั้งรักษาความปลอดภัย ทั้งดูแลการจราจร โดยได้รับเบี้ยเลี้ยงตามอัตราและข้าวปลาอาหารอิ่มหนำ เท่านั้นเอง 

ฉันติดหนี้บุญคุณ แม่บ้าน ที่นั่งตากแดด จนถึงตากลม ตากน้ำค้าง คอยให้ความสะดวกผู้คนในการเข้าห้องน้ำ แล้วทำความสะอาด ให้ห้องน้ำสะอาดเอี่ยม และหอม อย่างไม่บ่น และยิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อให้ความประสงค์ของฉันที่ตั้งใจไว้ เกิดขึ้นได้จริง  แม่บ้านเหล่านั้นเหนื่อย แต่ฉันกลับได้หน้า

ฉันติดหนี้บุญคุณพระเจ้า ที่ส่งความกดอากาศสูงจากเมืองจีน มาลงที่บริเวณงานได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ  ขอบคุณพระเจ้าที่สร้างพื้นที่ ภูเขา และดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ให้งดงามเหมาะกับบรรยากาศสำหรับเจ้าของสถานที่ ไม่มีคุณค่าให้ขอบคุณและพูดถึง ที่แน่ ๆ คือ เราจะไม่มีการจัดคอนเสิร์ตที่ฟาร์มนี่อีกแล้ว

กลับมาบ้าน น้อง ๆ โทรมาให้เปิดคอมเม้นท์ใน http://www.iamyoungdee.com และใน Pantip.com ฉันนั่งอ่านที่คนดูที่ไปดูมาเขียนในกระทู้เอาไว้  ก็น้ำตาซึม  น้อง ๆ ทีมยังดี เขาก็บอกว่า น้ำตาไหล  เขาดีใจว่า สิ่งที่เราตั้งใจทำนั้น มีคนเห็น แขกของเรามีความสุขกับสิ่งที่เราจัดไว้ให้  เหนื่อยมามาก ๆ  ก็ยังไม่เหนื่อยมากพอที่จะน้ำตาไหลไม่ได้กำลังใจที่ได้มา เป็นสัญญาว่า ฉันจะต้องทำอะไรก็ได้สักอย่างเพื่อให้คนดูได้มีความสุข อีกไม่นานคงจะได้เหนื่อยแบบนี้อีก



Categories