Ras's Blog

Archive for September 2015

S__1933317CR พี่เข็ม

วันนี้เราไปในเส้นทางใหม่ๆ บ้าง นำทีมโดยบ๊วย พาเดอะแกงค์ไปปั่นจักรยานตามถนนหนทาง  จุดนัดพบคือที่สนามหลวง

เราออกจากบ้านเกือบ 7 โมงได้ นัดกัน 6.45 แต่ก็โอ้กันไปเอ้กัน กว่าจะครบ กว่าจะเดินทาง วันนี้้ น้องกาแฟ น้องซาลาเปา คุณชายวิคเตอร์ จักรยานของพ่อ และ น้องนินจา พร้อมเดินทางแล้ว ไปข้ามเรือท่าเตียน พุ่งไปสนามหลวง เจอกับบ๊วย ให้วอร์มกันที่สนามหลวงกันก่อน 2 รอบ

จากสนามหลวง พาไปยังถนนพระอาทิตย์ ลัดเข้าซอยโรงเรียนวัดสังเวช ไปออกสามเสน วิ่งตรงขึ้นไปแวะท่าน้ำเทเวศน์ ดูที่ตั้งของร้านกุ๊กชมที่ดังมานานไม่ได้ไปสักที ร้านเปิด 9.30 น.  ผ่านธนาคารแห่ลประเทศไทย ไปถามว่าพิพิธภัณฑ์เปิดเมื่อไหร่ด้วย เปิดวันเสาร์ 10.00 น. จ้า  ไปออกราชดำเนิน ผ่านวังปารุศ แชะภาพที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ปั่นมาตามเส้นเล็กตอนขามา

S__1933318CR พี่เข็มS__16007293CR พี่กั้ง

ส่วนขากลับ เราวิ่งราชดำเนินกันเลย แล้วมาเลี้ยวเข้าเสาชิงช้า ไปออกดิโอสยาม แวะทานอาหารเช้ากันที่ อ่อน ลอก หยุ่น ปั่นกันไปเท่าไหร่ไม่รู้ แต่กินเกินแน่ๆๆๆๆๆ ของทอด ของมันทั้งนั้น แต่หลานชายติดใจบอก มาแวะอีกนะครับ อาว่า มากินแต่ขนมปังไหมครับ

S__16007173CR พี่กั้ง

เจ้าของน้องกาแฟบอกว่า วันนี้เราปั่นไป 16 กิโลจ้า แต่ว่า ใช้เวลากันไป 3 ชั่วโมงเลยนะ เฉลี่ยแล้ว 5 กก ต่อ ชั่วโมง เหอ เหอ ปั่นกันชิวดีจริงๆ

จริงๆ ก่อนหน้านี้ มีทริป EP 7.5 ด้วย แต่ที่ไม่เขียนเพราะเป็นการปั่นเพื่อไปกินร้านพาสเทลอย่างเดียวเลย แถมด้วยช็อปปิ้งกระเป๋าทหารด้วย เรียกได้ว่า แค่เปลี่ยนจากรถเป็นจักรยานในการเดินทางเท่านั้น อิ่ม อร่อย ได้ของกลับบ้าน รอบนั้นก็ไปกันสองคนกับพี่สาว

Advertisements

คุณพระช่วย ครั้งที่ 5

การสำแดงสด 10 ปี คุณพระช่วย ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 แล้วแต่นี่ไม่ใช่ครั้งที่ 5 สำหรับเรานะ น่าจะเป็นครั้งที่ 4 มากกว่าการสำแดงสดในครั้งนี้ มีแก่นเรื่องของวัฒนธรรมเป็นตัวชูโรงเล่าเรื่องราวผ่านวัฒนธรรมต่างๆ ทั้งของคนไทยเรา ทั้งการกิน การนอน การแต่งการเกิด การไหว้ รวมไปถึงวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านด้วย นำเพลงมาร้อยเรียบต่อกันกอปรกับการเสริมข้อมูลด้วยพิธีกรเท่งและพัน จากรายการคุณพระช่วย หยิกแกมหยอกเรียกรอยยิ้ม เพิ่มพูดความรู้ ศิลปินนักแสดงนักดนตรีก็มาจากคุณพระช่วยเป็นส่วนใหญ่ ผลผลิตจากรายการคุณพระช่วยเองบ้าง จากรายการชิงช้าสวรรค์บ้างจากชิงช้าสวรรค์ไมค์ทองคำบ้าง ศิลปินที่เชิญมา คือ อรวี สัจจานนท์ ก้อง สหรัถ แนน สาธิมา และ อาร์ม กรกันต์ จริงๆ 2คนสุดท้ายก็เป็นส่วนหนึ่งของเวิร์คพอยท์นะ เพราะมาช่วยโปรโมทโหมโรง Restageด้วยที่ขาดไม่ได้ คือ 3 น้า น้าโย่ง น้าพวง น้านงค์ แห่งจำอวดหน้าม่าน

เปิดฉากกันด้วยเพลง อารามบอยเครื่องเคาะจังหวะจากอุปกรณ์ครัวมากันเต็มเวทีเลย ร้องโดย ตุ้ม เอ และ ตู๋ลุ๋น

เท่งและพัน ออกมาเปิดการสำแดงสด คอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปี คุณพระช่วยพูดคุยเรื่องชื่อเล่น สมัยก่อนนิยมคำสั้นๆ คำเดียว พอเป็นปู่ย่าตายายก็ฟังดูขึงขังดีเช่น ตาคง ยายปริก แต่เดี๋ยวนี้ ชื่อฝรั่ง น้องเอฟฟี่ น้องโยโย่ ตอนเด็กๆก็น่ารักดี แต่ต่อไปจะกลายเป็นปู่เอฟฟิ้ว ปู่โยโย่ จะน่ารักไหมนะ แนะนำเพลง 3เพลงพร้อมผู้ขับร้อง เงาไม้ – แนน สาธิดา,ใจรัก- ก้อง สหรัถ, ขวัญใจเจ้าทุย – อรวี สัจจานนท์รู้สึกว่าแฟนเพลงพี่ก้องจะเยอะนะ แค่พูดชื่อ เสียงก็ดังละ

เท่ง และ พัน มาชวนคุยกันถึงเรื่องของฝาก ไปจังหวัดไหนต้องซื้ออะไรมีแซวกึ่งโปรโมทร้านก๋วยเตี๋ยวของโหน่ง ชะชะช่าด้วย ว่าเงียบสงบมากกกกกกกก แนะนำศิลปินต่อไป นัท มาริสา – สาวนาสั่งแฟน,เอ และ ตู๋ลู่น – คนไทยหัวใจสามช่า เพลงที่สองนี่ คนเต็มเวทีอีกครั้งเป็นการปะทะกันบนสะพานระหว่างงานบวชกับงานแต่ง ก็เฮฮากันดี มีแตรวงมาแปรขบวนด้วย

เท่งและพัน พาไปต่อกับวัฒนธรรมสายน้ำ ที่คู่กับคนไทยมานาน นเพลงลุ่มเจ้าพระยา โดย อาร์ม กรกันต์ และ การแสดงประกอบเพลง โดยกลุ่มรากแก้วใช่ร่มมาแปรเป็นภาพต่างๆ ดูออกบ้าง ไม่ออกบ้าง สุดท้ายพิธีกรออกมาช่วยเฉลยทั้งมอเตอร์ไซต์ คลื่น กระทง เรือสุพรรณหงส์ จากนั้นหันมาคุยต่อเรื่องของความรักในอดีตกับปัจจุบัน วิธีจีบไม่เหมือนกันเท่งบอก รักสมัยก่อนเป็นก้อน เดี๋ยวนี้เป็นของเหลว พัน ครับ นำเข้าเพลง ดอกลั่นทม โดย อาร์ม และ แนนคู่ขวัญจากโหมโรง และ หนึ่งมิตรชิดใกล้ – พี่ก้อง หวานๆ ซึ้งๆ กันไปในช่วงนี้

พิธีกรน้ำเข้าสู่วัฒนธรรมในภาคเหนือและภาคอีสาน แว่วเสียงซึง – อรวีสัจจานนท์ และ บุญบั้งไฟ – ตู๋หลุน การแสดงมาเต็มเวทีเลย ทั้งโปงลาง ทั้งเซิ้งกะโป๋ว

พิธีกรเท่งและพัน เอ่ยกันด้วยคำเชิญชวนแบบไทยๆ ทั้งถ้าพร้อมแล้วฟัง… เอ้ย รับชม ณ บัดนี้เลยครับ ขอเชิญสดับรับฟัง …

สามน้า มาแล้วจ้า เป็นช่วงหนึ่งของรายการคุณพระช่วยจนได้มามีรายการแยกเป็นของตัวเอง และเคยมีการแสดงเป็นของตัวเองด้วยนะ จำได้ว่ามาดูครั้งนี้เป็นเรื่องราวของคนขับรถสาธาณะ ประมาณรถสองแถว น้านงเป็นคนขับฉ่อยถึงการขับรถอันแสนจะภูมิใจว่า มีคนยกนิ้วให้ด้วย เค้ายกนิ้วกลางให้จ้าแล้วก็ได้มารับผู้โดยสารเป็นคุณยายน้าโย่ง เปรี้ยวซ่า ดุ โหด ชวนให้กินยาบอกว่ายาเค้าดีจริงๆ กินแล้วความจำดี ไม่มีลืม ว่าแต่ยาอะไรหว่า เล่นกัน 2คนอยู่นานเลย กว่าน้าพวงจะได้ออกมาในภาคของหญิงสาวท้องแก่ที่มาทะเลาะกับยายน้าโย่ง น้านงก็จะมาคอยห้าม วุ่นวายดีมาจบที่โดนไล่ให้ไปขับเดี๋ยวรถก็คว่ำ กลับมาก็นั่งสลับที่กันรู้ตัวก็รีบเปลี่ยนกลับมาประจำที่ แล้วก็ทะเลาะกันอีก เรื่อยไป จนมีเสียงประกาศพัก15 นาที ก็บอกคนดูว่า เค้าบอกว่าพัก ก็ไปพักสิ

ครึ่งสอง ให้คนดูช่วยกันร้องเพลง สาวนาสั่งแฟน ทำเป็นคาราโอเกะให้ถือไมค์ด้วย พิธีกรออกมาพูดคุยนำเข้าสู่เพลง รากไทย เพลงจากปลายปากกาของคุณจิกประภาส ชลศรานนท์ พร้อมเครื่องดนตรีไทยบรรเลงโดยนักดนตรีที่เคยมาในช่วงประชันขับร้องโดย นัท มาริสา เสียงหวานมากกกกกกก  จากนั้นพาไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านชาวอินโดนีเซียและชาวดงในเพลงบุษบาเสี่ยงเทียน โดย อรวี สัจจานนท์ และเพลง ชาวดง โดย ก้อง สหรัฐ

พูดคุยกับ ก้อง สหรัถ และชวนให้อยู่เล่นละครด้วยกัน เชิญคนดูมาร่วมเล่นเป็นเรียมมีคุณป้าแฟนคลับพี่ก้องวัย 75 ยกมืออาสาอย่างเต็มใจ และเชิญอีกหนึ่งคนมาช่วยทำเสียงเอฟเฟค ฝนตก – เม็ดถั่ว, เสียงบิดขี้เกียจ –บี้ขวดน้ำ, เสียงชักและฟันดาบ – ลับมีด อยากออกนะนั่น 555 ถ้าไม่ได้เรียก อีกนิดอาจมียกอาสาเอง พันเล่นเป็นพี่ชายเรียม และเท่งเป็นผู้กำกับ ทำได้สนุกดีช่วงนี้ทำให้คนดูมีส่วนร่วม และใช้ก้อง สหรัถในรูปแบบอื่นๆ บ้างนักดนตรีก็คอยเสริมทัพให้เพลงตามคำขอของผู้กำกับแต่ละเพลงนี้ เข้ากันมากกก เช่นฉากเปิดตัวพี่ชายนางเอก เป็นเพลงจีนมาเลย ก็ถือดาบมาเนอะ เปลี่ยนเป็นให้เสียงเดียวชัดๆฟังๆ ไปก็เหมือนกำลังจะจับฉลากแจกรางวัลใหญ่ พอฉากสู้กัน ก็ขอแบบสงคราม จัดให้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Star Wars มาเลย กวนแท้ ช่างคิดจริงๆ

สำแดงสดเพลง อีแมะ โดย ตุ้ม ชิงช้าสวรรค์พาไปแวะเวียนวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านคราวนี้เป็นอินเดียในเพลง ใต้ร่มมลุลี โดยอาร์ม+อรวี ชุดผู้ชาย แอบดูแปลกๆทรงผอมไปมั่งเลยแต่งแล้วดูแปลก ปิดท้ายช่วงนี้ด้วยเพลงผู้ชนะสิบทิศที่เท่งพูดว่าเคยจัดแสดงมาแล้วและเราจะจัดแสดงอีก แต่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยตุ้ม คนเดิมด้วยกับคราวที่แล้ว (มั้ง)

เพลงปิดท้ายคราวนี้ เป็นเพลงที่นำไปแสดงที่ Expo ประเทศอิตาลีเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมการไหว้ของไทยมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขับร้องโดย แนน สาธิดา

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558 รอบบ่ายสอง

สถานที่ โรงละครเคแบงค์ สยามพิฆเนศ

บัตร หน้าบัตรราคา 2200

ผู้ร่วมขบวนการ แม่ พี่สาว และตนเอง

 

ปั่นกันอีกครั้ง หลังจากหยุดไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คราวนี้ เราไปกับพี่สาวแค่ 2 คน มุ่งสู่สนามหลวง ปั่นข้ามสะพานพุทธทั้งไปและกลับ ไปปั่นรอบสนามหลวงได้หลายรอบอยู่ แต่ไม่ถึง 10 รอบนะ แล้วก็แวะไปกินโจ๊กพร้อมปาท่องโก๋แถวแพร่งอีกเช่นเคย จะซื้อปาท่องโก๋กลับมาด้วย ใส่กระเป๋ากลับมาร้อนหลังเชียวจ้า พอ Shopping ทีไร พี่สาวบ่นคิดถึงน้องมะลิทุกที แต่ก็จูงคุณชายวิคเตอร์มาปั่นด้วยตลอด

คุณชายวิคเตอร์ EP07

11219344_10153125169187444_907876481015507565_n

วันนี้มาเปลี่ยนบรรยากาศ ขนรถมาปั่นกันในพุทธมณฑลตรงองค์พระค่ะ ไปถึงก็ราว 17.30น. ได้แล้ว ตามพี่ๆ เค้าไป ไปจอดรถแถวกองทัพ ใกล้กับป้ายที่ชี้ไปสวนเวฬุวัน เข้าใจแล้วว่า ทำไมหลายๆคนไปปั่นในพุทธมณฑลแล้วติดใจ มันร่มรื่นมากกก ต้นไม้รอบๆ สวย ป่าไผ่ก็เก๋ บึงน้ำก็สงบ หลบน้องหมาบ้างเป็นนิจ แต่เนื่องจากปั่นครั้งแรก เส้นทางก็งงๆ หน่อย ไปแล้วหาทางวนต่อไม่ได้ ต้องกลับรถกลับมา วนรอบเล็กบ้างใหญ่บ้างในละแวกสวนเวฬุวัน เห็นสวนเด็ก หอฉัน ศาลาอะไรสักอย่าง ปั่นมั่วๆ ก็สนุกดี แล้วค่อยไปถามร้านค้าว่า จะกลับไปจุดจอดรถยังไง แฮ่

ไปถึงก็ปั่นๆๆๆ อย่างเดียว ไม่ได้ถ่ายรูปเลย ปั่นกันจนมืด หกโมงครึ่งได้ เหงื่อพอซึมๆ ก็ขนจักรยานขึ้นรถ ยังเห็นไฟจักรยานกันอยู่เลย มืดแล้วนะ บางคันก็ไม่มีไฟ แอบอันตรายเหมือนกัน

วันนี้มีรับปริญญาของ ม.มหิดล รถติดมากกกกกก เลือกวันดีจริงๆ

เริ่มเข้าพุทธมณฑลได้ตั้งแต่ 05.00 – 18.00 น. ส่วนเวลาออก ตามอัธยาศัยค่ะ

สมาชิกวันนี้ กาแฟ ซาลาเปา(วันนี้ซาลาเปาปั่นโดยคุณแม่รี่รึเปล่า ไม่เห็นตอนปั่นเลย แหะๆๆ) คุณชายวิคเตอร์ จักรยานของพ่อ และ นินจา

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2558 สถานที่พุทธมณฑล

Map

จุดเริ่มต้นล่องแก่ง ฟ้าครึ้มมาเชียว

จุดเริ่มต้นล่องแก่ง ฟ้าครึ้มมาเชียว

กล้องกบ

ไปชิวกันไหม กับ 2 วันที่เชียงใหม่ ฟังดูคล้ายจะไม่ค่อยคุ้ม แต่เราไปแบบเน้นกิจกรรม ล่องแก่งครึ่งวัน โหนสลิงครึ่งวัน เล่นจบ กลับบ้านเจ้า ไม่มีเที่ยวที่ใด ร่วมกับตั๋วเครื่องบินราคาพอกับค่ารถทัวร์ ไปกลับ โดย Thai Lion Air 990 บาท รวมทุกอย่างแล้ว ก็ จัดกันไปค่า

ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองเวลา 8.55 น. เป็นเที่ยวบินที่ถูกเปลี่ยนจากรอบ 5.50 น. ทำใจไว้แล้วว่าต้องโดนเปลี่ยนแน่ๆ แผนวันแรกจึงเป็นไปอย่างสบายๆ ระบบการเปลี่ยนของไทยไลออนแอร์ทำได้ดี มีการส่งอีเมล์แจ้ง โทรศัพท์มาแจ้ง แล้วให้สิทธิในการเปลี่ยนเป็นรอบใดก็ได้ตามที่ต้องการ แต่ต้องตัดสินใจนะ เปลี่ยนได้แค่ครั้งเดียว ถึงเชียงใหม่ 10 โมงกว่าๆ ก็หิวกันแล้ว ทั้งๆ ที่ก็ทานข้าวเช้านะ ตุ๋ม ไกด์นำเที่ยวในครั้งนี้ พาเราไปทานข้าวซอยร้าน ข้าวซอยคุณแม่  ณ มุมใดมุมหนึ่งของคูเมือง เป็นร้านที่อยู่ในบ้าน มีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว คนต่างชาตก็มากันเรื่อยๆ ขี่จักรยานมาก็มี พี่สาวหันมาถาม มาขี่จักรยานกันไหม คือว่า จะขนมาไหมคะ เราจริงจังกันขนาดนั้นเลยเหรอ

อิ่มท้องแล้วก็มุ่งหน้าสู่ อำเภอกึ๊ด ผ่านตลาดสดก็แวะซะหน่อย ได้ของกินติดมือกันมาเพียบ ได้ข่าวว่า ยังไม่ได้ทำอะไรกันเลยนะ กินกันตลอด ถึงแค้มป์สำหรับเปลี่ยนชุด และอาจเป็นที่ทานข้าวด้วยสำหรับบางกลุ่ม จากนั้นก็นั่งรถสองแถว หรือ เรียกให้หรูก็ 4 Wheel มีหลังคาเป็นเรือยางจ้า เก๋มะ โขยกเขยกเข้าไป มีการทำถนน ขยายถนนอยู่ด้วย อีกหน่อยเส้นทางคงจะกว้างขวาง เข้าไปยังจุดเริ่มต้นสบก๋าย ถึง เมืองกึ๊ด กับเส้นทาง 10 กิโลเมตรใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ แล้วแต่กระแสน้ำ ฟังคำบรรยาย ข้อระวังต่างๆ อย่างไม่เร่งรีบ ท่ามกลางฝนโปรยปรายเบาๆ นอกจาล่องแก่งแล้ว ก็ยังล่องแพได้ด้วยนะ ระหว่างที่ล่อง ก็เห็นมีจุดลงจุดอื่นอีกด้วย ระยะที่สั้นขึ้นอีก น่าจะแค่ชั่วโมงเดียว

แก่ง แก่ง แก่ง

แก่ง แก่ง แก่ง

กล้องตุ๋ม

ความตื่นเต้น มีไม่มากเนื่องจากเกือบทุกคนเคยผ่านลำน้ำว้าแบบแรงมาแล้ว แถมครั้งนี้น้ำยังไม่แรงเต็มที่ แต่ก็พอมีแก่งเรียกรอยยิ้ม เรียกเสียงได้บ้าง ครั้งนี้เราไปกัน 2 ลำ ลำนึง 5 คน หญิงล้วน อีกลำเป็นชาย 3 หญิง 1 พร้อมกับนายท้าย 1 คน สมาชิก 1 ท่านงดกิจกรรมนี้ ตั้งใจจะนอนชิวๆ รอตรงแคมป์ แต่โดนเสียงเรียกร้องให้มาด้วยกัน มาถ่ายรูปให้ซะงั้น อดนอนสบายๆเลย  ทุกแก่งลำหญิงล้วนผ่านไปได้อย่างสบาย อาจมีชนหินเล็กๆ บ้าง แต่ก็คัดท้ายเอียงไปมาต่อเนื่องได้แบบไร้ปัญหา ผิดกับอีกลำ ติด คือเรื่องธรรมชาติค่ะ 555 ขย่ม โยกเรือกันใหญ่ ไม่ค่อยจะไปไหนเลย แถมลงคนละร่องด้วย หินเพียบ จะรอดเหรอ ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม แม้จะดูไม่อันตรายในความรู้สึกเราเลยก็ตาม มีเจ้าหน้าที่คอยยืนๆ มองๆ พร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่ 2 แก่งหลักๆ

แค่จะบอกว่า แก่งเดียวกันค่ะ

แค่จะบอกว่า แก่งเดียวกันค่ะ

กล้องตุ๋ม

อีกหนึ่งความต่างคือ ข่าวว่า หัวเรือ 2 คนก็ช่างต่าง ความขยันในการพายผิดกัน หัวเรือลำเรา สั่งหยุดแล้วยังไม่ค่อยหยุดกันเลย ขณะที่อีกลำสั่งพายก็ยังไม่ค่อยจะพาย แต่จริงๆก็คือ ไม่ได้ยินค่า นี่คือเหตุผลสำหรับลำแรก ส่วนอีกลำ คงเพราะว่า สั่งพาย ยังไม่ทันพาย ก็สั่งหยุดซะแล้ว อะ แก้ตัวให้แล้วนะ บางครั้งไม่ต้องสั่งพายยังได้เลย ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องอาศัยแรงส่งมากนัก คิดอยู่ว่า ถ้าน้ำแรงกว่านี้จะเป็นอย่างไร แล้วที่เค้าว่า ล่มกันบ่อย ล่มเพราะอะไร ชิวอ่ะ

มีช่วงล่องยาวๆ ให้ลงไปลอยคอเล่นได้ เห็นลำฝรั่งเค้าลอยกันอยู่ เราก็มองหน้ากัน แล้วก็ตัดสินใจไม่ลง เพราะกลัวจะขึ้นลำบาก ปรากฏ พอฝรั่งขึ้นเรือ เค้ายืนกันน้ำอยู่ใต้เข่าอีกค้า 555 โดนหลอกกันเต็มๆ พายไปเรื่อยจนถึงแคมป์ ทานผลไม้ที่ทีมล่องแก่งจัดให้ไว้ พร้อมเครื่องดื่ม ร่วมกับของว่างที่ซื้อกันเข้ามาด้วย อิ่มหนำก็เปลี่ยนชุดเปนชุดแห้ง เดินทางกันต่อ ไปยังที่พัก Tree House บ้านต้นไม้ อีกหนึ่ง Hi Light ของทริปนี้รึเปล่า เพราะดูบางคนจะตื่นเต้นกว่าตอนล่องแก่งอีก ฮาาาา เจ้าของคือ ลุงสุขกับป้าผง ได้ไอเดียบ้านจากลูก กลับมาทำที่บ้าน ทำมา 5 – 6 ปีแล้ว มีฝรั่งมาช่วยจัดการให้ด้วย และก็ได้ผลประโยชน์ด้วยแหละ เห็นจัดเป็น Package เลย พามาจากสนามบิน พาชมลำธาร พักผ่อนกันสบายๆ

ถึงกันตอนเย็น พอมีเวลาเดินชม เดินรอบที่พักยามมีแสง บรรยากาศดีมากกก อากาศสบายๆ ไม่ร้อน ไม่หนาว บ้านหลังหลัก โล่งสบาย มีส่วนที่สร้างเพิ่มเติม ฝั่งตรงข้ามลานส่วนรวมสวยดี แต่ห้องพักโซนนั้นรู้สึกว่าทึบไปหน่อย ลุงเจ้าของบ้านพาไปชมด้วย แล้วก็เดินลงไปกะจะไปให้ถึงลำธาร แต่เจอเสียงหมาสกัดดาวรุ่งซะก่อน เลยต้องย้อนกลับ ไม่กลัวนะ แต่ก็เพื่อความปลอดภัย ใส่ปลอกคอแบบกันเอี้ยวคอ กันกัดด้วยอ่ะ ไม่รู้ว่าป่วยหรือดุ

มื้อเย็นกินกันท่ามกลางแสงจันทร์เต็มดวง นั่งคุยกันไป เมาท์กันไป มีบริการนวดด้วยค่า ชั่วโมงละ 200 บาท  ได้สัมผัสกับธรรมชาติกันเต็มที่ เพราะวันนี้ Wifi และสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีจ้า แต่เห็นว่าปกติมีนะ แต่วันนี้เสาที่ส่งสัญญานไฟดับ นอนกันเร็วเชียว ห้องนอนก็มีทั้งห้องรวม ได้ถึง 8 คน ห้อง 2 คน 2 ห้อง และ ห้อง 3 คน 1 ห้อง ในบ้านหลัก เราชอบห้องรวมนะ มันโล่งดี แถมกางมุ้งด้วย เก๋ๆ

บ้านต้นไม้

บ้านต้นไม้

กล้องตุ๋ม/กล้องกบ

ตื่นเข้ามารับบรรยากาศยามเช้า นอนกันเต็มอิ่ม มีตื่นกันบ้าง แต่ก็นอนกันต่อแหละ ลงมาทานข้าวต้ม ชงโอวัลติล ชงกาแฟกันตามสบาย คลาสถ่ายรูปก็มี คลาสโยคะก็มา พร้อมออกเดินทางจากบ้านต้นไม้ มุ่งสู่ แม่กำปอง เพื่อไปโหนสลิง ณ Flight of The Gibbon นั่งรถ หลับยาวเลยกว่า 2 ชั่วโมง จริงๆ ถ้าจากตัวเมืองก็ 1 ชั่วโมงแหละ แต่เราเลือกไปพักที่บ้านต้นไม้กันชิวๆ ยอมเดินทางกันนิด แต่ใครจะเลือกกลับมาพักในตัวเมือง เดินเล่นรับแสงสีก็แล้วแต่สไตล์จ้า

มาถึงปุ๊บ ทานข้าวกลางวันก่อนเป็นอันดับแรก รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายของ Flight of the Gibbon แล้วนะ อาหารเติมได้จ้า เน้นผักเป็นหลัก มีดนตรีเหนือขับกล่อมด้วย อากาศเย็นๆ ติดลำธาร เตรียมตัว แต่งตัว พร้อมขึ้นรถไปจุดปล่อยตัว ฟังคำบรรยาย ข้อความระวังเพื่อความปลอดภัย ถ้าไม่ประมาทก็ไม่มีอันตราย สำคัญคือ ห้ามกระโดด ไม่งั้นหลุดจากเส้นลวด ตกไปตายแน่ๆ ตัวล็อคเพื่อความปลอดภัย ห้ามปลดล็อคเองโดยเด็ดขาด ข้อนี้เชื่อฟังกันดี กลุ่มหนึ่งรับได้ไม่เกิน 9 คน คราวนี้เรา 11 คน เลยต้องมีผู้ดูแล 4 คน ค่อนข้างห่างกัน เราอยู่ปลายแถว แถมไม่เห็นหัวแถวเลย ใครมีกล้องก็ถ่ายกันไป ตุ๋มก็ช่วยถ่ายให้เท่าที่โอกาสอำนวย ได้ภาพสวย ใช้ได้จ้า

Flight!!!

Flight!!!

กล้องตุ๋ม

เคยโหนสลิงของเจ้าเดียวกันที่ชลบุรี รู้สึกได้ว่าที่นี่ค่อนเร็ว สตาฟทำให้เร็วด้วยแหละ พยายามจะเล่นมุข เพื่อให้ครึกครื้น คนเล่นสบาย เพราะยืนเฉยๆ ให้เจ้าหน้าที่จัดการไป เรามีหน้าที่ นั่งลง แล้วก็ไหล มีจุดออกกำลังเยอะหน่อยก็ช่วงที่จะต้องไปฐานสูงสุด เดิน เดิน เดิน เดิน สมาชิกร่วมลำคลองงู หันมาถาม นี่ลำคลองงูหรือเปล่า แหม นิดเดียวเอง 1 ใน 1000 ของลำคลองงูเลยพี่ เมื่อถึงจุดหมายสภาพก็เป็นดั่งภาพจ้า 555 มองเห็นชะนีน้อยโหนไปมาด้วยนะ

บรรยากาศ

บรรยากาศ

กล้องตุ๋ม/กล้องกบ

สลิงช่วงยาวสุด เมื่อก่อนอยู่ที่ 300 เมตร ปัจจุบันทำเส้นใหม่อ้างว่า 800 เมตร แต่ความรู้สึกว่าไม่ถึงหรอก น่าจะสัก 400- 500 เมตรได้ แต่ว่าไงก็ว่าไปค่า นอกจากโหนเดี่ยวแล้ว โหนสลิงคู่ก็มี ทำทางเดินบันไดวน บันไดไม่แนวข้ามฟาก เพื่อสร้างความหลากหลาย จุดโรยตัวลงแบบตรงๆ ภาพรวมก็สนุกดี เล่นไม่ยาก ไม่ร้อนเลย อยู่ในร่มเงาเกือบจะตลอด ป่าสีสันก็สดใส เขียวชอุ่ม มีบริการภายถ่ายด้วย แต่ราคาแอบแพงจ้า ก็รายได้เสริมละนะ

บน Platform

บน Platform

กล้องตุ๋ม

จุดสุดท้าย และท้ายสุด

จุดสุดท้าย และท้ายสุด

กล้องตุ๋ม

จบจากกิจกรรมก็ไปเดินเล่นได้ แถบนี้เป็นแหล่ง Home Stay ยอดฮิตอีกแหล่งหนึ่ง มีร้านกาแฟเล็กๆ น่ารักๆ เดินชมหมู่บ้าน กินไส้อั่ว กินขนม กินไอติมกันไป สมควรแก่เวลา กลับเข้าตัวเมือง ไปทานข้าวเย็นที่ร้าน เพชรดอยงาม อาหารพื้นเมืองมากๆ สั่งมาแล้วก็ลองกันคนละนิดละหน่อย เอ้อ อิ่มแฮะ มุ่งสู่สนามบิน สำหรับเที่ยวบิน 20.45 น.

เป็นทริปผจญภัยที่สบายๆ ย้อนไปอ่านดู คำว่าสบายเพียบเลย ไม่โหดเลยเนอะ ชิวได้อีก ใครจะลองตามเส้นทางก็จัดไปค่ะ ข้อมูลการเดินทางคงช่วยไม่ค่อยได้ งานนี้เหมารถตู้ตลอดทาง

ไปเที่ยวครั้งนี้ใช้บริการตุ๋มให้จัดการจองทุกอย่างยกเว้นตั๋วเครื่องบินให้จ้า

ล่องแก่งแม่แตง ใครยังไม่เคยล่อง แนะนำ น่าจะสนุก ใครเคยผ่านลำน้ำว้ามาแล้ว ก็ถือซะว่ามาเล่นๆ แต่จริงๆ สำหรับระยะ 10 กิโล ก็มีแก่งให้สนุกสนานพอสมควรนะ คราวนี้เราใช้บริการของ Chiang Mai Adventure

Flight of the Gibbon www.treetopasia.com  ราคาคนไทยโปรดสอบถามจ้า

ที่พัก บ้านต้นไม้ เชียงดาว 086 117 0434   Email   treehousemaemae@gmail.com

หรือลองไปตามเส้นทาง ฝรั่งพาเที่ยวก้สบายๆ ดี 3 วัน 2 คืน ยาวนานกว่าเราhttp://www.yhibklong.com/2014/08/airbnb.html

เครดิตภาพ กล้องตุ๋ม กล้องกบ

poster (1)CR TTM

เดือนนี้เป็นเดือนแห่งละครเวทีจริงๆ เรื่องที่ 3 แล้ว แสดงไล่ๆ ซ้อนๆ กันมาเลย ต่างรสชาด ต่างอารมณ์กันจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ ตัดสินใจดูเพราะนักแสดงเลย บี พีรพัฒน์ หนูนา หนึ่งธิดา แนน สาธิดา สุเทธ กลศ และร่วมด้วยนักร้องอีกหลายคน ในส่วนของการแสดงและนักแสดงนักร้องนั้น ทำดีกันทุกคน เสียงดีกันทั้งนั้น แต่ละคนได้เพลงร้องกันเต็มๆ เพลง

เนื้อเรื่อง เล่าถึงช่วงสงครามเกาหลี ไทยส่งทหารไปช่วยรบ หนึ่งในนั้นคือ ร.ท.ชาติชาย (บี พีรพัฒน์) นายทหารถูกซุ่มโจมตีได้รับบาดเจ็บและไปหลบหนียังบ้านของ 3 พี่น้องชาวเกาหลี ซอนมุน(ครูบี) ซอนมิน(แนน วาทิยา) และ ซอนอิน (หนูนา) แม้ทั้งสามจะไม่ค่อยยินดีต้อนรับแต่ก็เห็นแก่คนเจ็บจึงให้อยู่รักษาตัวจนกว่าจะหาย แน่นอน ตามธรรมเนียมละครต้องมีการหลงรักกันเกิดขึ้นระหว่างพระนาง

เมืองไทย พลตรีสมบัติ พ่อของพระเอก ก็เป็นห่วงลูกชาย เข้ามาขอความช่วยเหลือจาก พลเอกองอาจ (กลศ) ให้ช่วยตามหา ท่านนายพลก็รับปากและบอกว่าอยากเจอลูกชายอยู่เช่นกัน ท่านนายพลมีลูกสาวสวย นามดวงใจ มีคนรัก คือ นายแพทย์หนุ่ม นพพร เป็นลูกของจ่าแม้น ลูกน้องของท่านนายพลเอง ท่านนายพลจึงไม่เคยพอใจ ต้องการแยก 2 คนนี้อยู่ตลอดเวลา และได้สั่งไปทางจ่าแม้นให้จัดการด้วย จ่าแม้นจำต้องทำตามนายสั่ง อีกทั้งยังเพื่อความปลอดภัยของลูกชายด้วย

ร.ท. ดนัย (แจ็ค เมธัส) ตามตัวพระเอกจนเจอ จะมารับตัวกลับบ้าน แต่พระเอกบอกให้กลับไปก่อน ตนขออยู่จัดการทางนี้แล้วจะตามไป ชาติขอให้ซอนอินรอตน สัญญาว่าตนจะกลับมา แต่เมื่อกลับไปเมืองไทยกลับถูกพ่อบังคับให้หมั้นกับดวงใจ ลูกสาวท่านนายพล จึงขอให้ดนัยช่วยส่งข่าวไปยังซอนมินว่าตนจะกลับไปแน่แต่อาจจะช้าหน่อย แต่ข่าวที่ได้รับกลับมา คือ ซอนอินหายสาปสูญไปในสงคราม (เหตุผลนี้ฟังแปลกๆ ในเมื่อสงครามจบแล้ว อีกอย่าง ถ้าคนรักเราหายตัวไป เราไม่คิดจะออกตามหาเหรอ) อย่างไรก็ตามชาติเสียใจมาก และ สุดท้ายก็ยอมทำตามคำขอของผู้เป็นพ่อ ขณะที่ ดวงใจก็ต้องยอมทำตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อ เพื่อความปลอดภัยของนพพร ชายคนรัก

ทั้งสองอยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย น่าจะมีความรู้สึกดีๆ ให้กันบ้างแหละ ขณะที่ซอนอินก็ยังคงรอคอยชาติอย่างซื่อสัตย์และมั่นคง สุดท้ายตัดสินใจจะมาตามหาชาติที่เมืองไทย พี่สาวทั้งสองรู้ว่าห้ามไม่ได้ก็ตามมาด้วยกัน รักกันดีแท้ และบังเอิญเจอดนัย จึงได้พบกับชาติในที่สุด ชาติขอให้มาเจออีกครั้งในวันพรุ่งนี้เพื่อตนจะกลับไปเกาหลีพร้อมกัน

เย็นวันนั้น งานวันเกิดของดวงใจ ชาติพยายามจะบอกดวงใจ แต่ก็ไม่ได้บอก ซ้ำดวงใจยังแสดงความขอบคุณที่เป็นสามีที่ดียิ่งพูดไม่ออก ท่านนายพลเข้ามาพูดคุยอะไรกับชาติซึ่งทำให้เมื่อซอนอินบุกมาหาชาติถึงบ้าน ชาติกลับปฏิเสธว่าไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ ซอนอินกลับเกาหลีด้วยความชอกช้ำและเฉลยกับคนดูว่า ในเมื่อพ่อเค้าไม่ต้องการ เราก็กลับบ้านกันเถอะลูก 3 พี่น้องให้กำลังใจกัน ร้องเพลงกล่อมเด็กร่วมกัน ซึ้งและเพราะใช้ได้เลยฉากนี้

ชาติกลายเป็นคนขี้เหล้า อนาคตทางทหารไม่มี ขณะที่ดนัยเจริญก้าวหน้า หลุดพ้นจากความรู้สึกผิดที่ส่งข่าวผิดๆ ให้กับชาติเรื่องซอนอินหายไป เพราะเชื่อว่าตนพาซอนอินมาหาแล้ว แต่โกรธชาติแทนที่ปฏิเสธคนรักอย่างไร้เยื่อใย ชาติบอก แล้วจะให้ทำอย่างไร ถ้าไม่ปฏิเสธท่านนายพลจะฆ่าซอนอิน ดวงใจบังเอิญเข้ามารับรู้เรื่องราวความใจร้ายของพ่อตนเอง จึงตัดสินใจปล่อยชาติไป ท่านนายพลเข้ามายอมรับผิดกับลูกสาวและรับปากว่าจะไม่บังคับอีกแล้ว แม้จะใจดีกับลูกสาว แต่กับชาติผู้กำลังจะเดินทางไปเกาหลีกลับถูกจับยัดข้อหาและถูกกักขังไว้  ส่วนซอนอินก็ยังคงร้องเพลงแสดงความอาลัยและคิดถึงชาติอยู่เช่นเดิม ในเพลง รักสามฤดู เพลงที่แต่ขึ้นสำหรับละครเรื่องนี้ ส่วนดวงใจ ได้ปรับความเข้าใจกับนพพรที่กลับมาจากต่างจังหวัดตามคำเรียกของพ่อตนเอง มีความสุขกันไป

3 ปีต่อมา ชาติเดินทางไปเกาหลี ไปขอพบซอนอินแต่ถูกขับไล่ และโดนตี เข้าใจไปว่าได้พบกับซอนอินและสัญญาว่าจะได้อยู่ด้วยกันต่อไป ตื่นขึ้นมาเจอกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เอายามาให้ ชาติออกไปขอพบกับซอนอินอีกครั้ง คราวนี้ซอนมินเลยพาไปที่หลุมศพ ให้รับรู้ว่า ซอนอินตรอมใจตายหลังจากคลอดลูกแล้ว ลูกสาวของซอนอิน ชาติรู้ทันทีว่านี่ก็ลูกของตน พยายามจะเข้าไปขอกอด สุดท้ายพี่สาวทั้งสองก็ยอม แต่บอกไว้ว่า ไว้พร้อมที่จะเป็นพ่อแล้วค่อยกลับมาคุยกัน    ชาติได้แต่ร่ำไห้ร้องเพลง รักสามฤดู โดยมีวิญญาณของซอนอินร้องคู่อยู่ด้วยกัน

เรื่องราวไม่เลวเลย นักแสดงดี เสียงร้องดี มีคุณภาพ แต่องค์ประกอบ การเชื่อมต่อยังไม่ดีอย่างแรง ช่วงฉากเปลี่ยนนานมากกกกก จนไม่น่าเชื่อว่า นี่คือ ละครของมืออาชีพ ทำให้เสียอรรถรสของการดูละครเวทีไปอย่างมาก เรื่องนี้เป็นละครเพลง เชื่อว่ามีปัญหาเรื่องลิขสิทธิเพลงสูงมาก เพราะเพลงที่ใช้ฟังแล้วรู้เลย ไม่เก่ามากกกกไปเลย ก็เป็นเพลงที่นักร้อง นักแสดงเป็นเจ้าของเพลงเอง ประเด็นนี้ทำให้เรื่องนี้อ่อนในทันทีเพราะเพลงที่เลือกมาร้อง แม้จะพยายามมาให้เข้ากับเนื้อหา แต่มันยังไม่ใช่ ยิ่งตัวละครเป็นเกาหลีแต่เพลงเป็นไทยจ๋า ไทยเดิมขนาดนั้น มันไม่ได้เลยจริงๆ อารมณ์เรื่องเสียไปเลย แต่เพลงเอกที่แต่งขึ้นมาดีนะ ถ้าจะทำละครเพลงก็ควรต้องมีเพลงที่เข้ากันจริงๆ หรือดีลเพลงมาให้ได้ถ้าไม่คิดจะแต่งขึ้นใหม่ หรือ ปรับเพลงปรับแนวที่ได้มาให้เข้ากับบรรยากาศหน่อยเถอะค่ะ

ยังคงเป็นกำลังใจให้กับผู้สร้างทีมนี้นะ ถ้าเทียบกับเรื่องก่อน เรื่องนี้ก็ถือว่าดีขึ้นเยอะ แต่ยังไม่ผ่านมาตรฐานที่ควรจะเป็น เสียดายนักแสดงนักร้องที่มีคุณภาพ ถ้าได้เพลงที่เข้ากันจะดีกว่านี้อีกเยอะ เสียดายฉาก ออกแบบฉากสวยนะ แต่ต้องคิดถึงการเปลี่ยน การเชื่อมต่อด้วย มันไม่ควรมืดโดยไม่จำเป็นเลยจริงๆ ทำให้ดีคนดูจะได้บอกต่อ ในฐานะคนดูเรื่องนี้แอบผิดหวังอย่างแรงกับสิ่งที่คาดหวังว่าจะได้เจอกับหน้าโปสเตอร์ที่ดูดี เสียงดังชัดเจนถึงความผิดหวังจากคนที่ไปดูด้วยกัน อีกครั้ง ถ้าไม่พร้อมเรื่องการแต่งเพลง จัดเป็นคอนเสิร์ตไปเลยไหม ^^

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สถานที่ โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ ชั้น 7

บัตรราคา 1500/1000 นั่งชั้น 2 จ้า

ผู้ร่วมขบวนการ ครอบครัว

06(30)CR TTM014CR TTM07(24)CR TTM08(17)CR TTM010(1)CR TTM09(15)CR TTM011(2)CR TTM012(2)CR TTM

ปั่น ปั่น จักรยานกัน ปั่น ปั่น จักรยานไป

BikeForFun_7935CR พี่เข็ม

วันนี้ ออกเดินทางกันตอน 6.30 นิดๆ เช่นเคย มีสมาชิกใหม่ คุณชายวิคเตอร์มาร่วมขบวนกับน้องกาแฟ นินจา จักรยานของพ่อ และซาลาเปา ไปเส้นทางที่คุ้นเคย ข้ามเรือท่าเตียน มุ่งสู่สนามหลวง ไปปั่น ปั่น ปั่น ปั่น วันนี้เราปั่นได้ 9 รอบ เห็นพี่ๆ บอกจะปั่นสัก 10 รอบ ส่วนคุณหลานน่าจะได้ไป 6 รอบ ก็ถือว่า ปั่นกันยาวกว่าปกตินิดนึง สนามหลวงวันนี้ไม่มีเวทีแล้ว โล่งดีจัง

ดักขอลองจักรยานกันไปมาตลอดเวลา ต้องนั่งปรับเก้าอี้กันตลอด จนคนปั่นคนอื่นหยุดถามว่า มีปัญหาอะไรหรือไม่ ประมาณต้องการความช่วยเหลือไหม หยุดบ่อยเหลือเกิน พี่เค้าโดนถามไป 2 รอบ เราอยู่ร่วมเหตุการณ์แค่ 1 รอบ ปั่นกันจบก็ถึงเวลาถ่ายรูปจ้า จัดกันไปที่สนามหลวงนั่นแหละ

BikeForFun_9876CR พี่เข็มBikeForFun_2089CR พี่กั้งBikeForFun_5985CR พี่เข็ม

ขบวนการทดลองจักรยานเกิดอีกครั้ง ลองคุณชายวิคเตอร์แล้ว ทุกคนลงความเห็นว่า หลังตรง หน้าเชิด คือสิ่งที่ต้องทำ ปั่นสบายจริงๆ พุ่งแบบไม่ต้องพยายามมาก ชนรอบกันได้เลย

เสร็จแล้ว ก็มุ่งไปซื้อปาท่องโก๋แถวแพร่งเช่นเคย เช้านี้ เรากินก๋วยจั๊บตรงข้ามร้านข้าวต้มคราวก่อน สงสัยคราวหน้าอาจจะได้ร้านก๋วยเตี๋ยวราดหน้า หรือไม่ก็ ออนล็อคหยุ่นแน่เลย หนักไปทางหาร้านอาหารเช้าแล้ว อิอิ ปั่นเป็นเรื่องเล่นๆ กินต่างหากคือเรื่องจริง

สมาชิก 5 คน พี่เข็ม โอเปิ้ล พี่กั้ง พี่โจอื้ และตนเอง

จักรยาน กาแฟ ซาลาเปา วิคเตอร์ นินจา จักรยานของพ่อ
BikeForFun_5947CR พี่เข็ม



Categories