Ras's Blog

ท่องเว็บจนได้เรื่อง ไปอ่านในพันทิพย์ถึงการมุดถ้ำทิพุเชะ อ่านแล้ว น่าไปลอง ทริปนี้จึงเกิดขึ้น ทิพุเชะ เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า ถ้ำลอด อยู่แถวทองผาภูมิ การเข้าถ้ำนี้ เราต้องไปกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งปัจจุบันที่จัดอยู่คือ Hyper venture ร่วมกับ บ้านห้วยอู่ล่อง ในราคาแพคเกจ คนละ 3800 บาท 2 วัน 1 คืน รวมอาหาร 3 มื้อ ด้วยจำนวนคน 8-12 คน
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เรารวบรวมสมาชิกสุดท้ายได้ที่ 6 คน หญิง 5 ชาย 1 ร่วมกับอีกกลุ่มเป็นน้องนักศึกษามาทำรายงานการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยอีก 3 คน ครบทีมเข้าไปลุยตามราคาแพคเกจได้ เย้ ว่าจ้างรถตู้ตามระเบียบใช้บริการเกรทอีกเช่นเคย แต่เกรทไม่ได้มาเองนะ ส่งคนมา
หากคุณคิดจะไป คุณต้อง ไม่กลัวความมืด ไม่กลัวที่แคบ ไม่กลัวความสูง ไม่กลัวเปื้อน ไม่กลัวเปียก หรือ อาจจะกลัว แต่กล้าที่จะเผชิญ เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณต้องเจอแน่นอน เมื่อผ่านมาได้แล้ว คุณจะมีเรื่องให้เล่าไปอีกนาน
เราเหมารถตู้จากกทมไป ออกประมาณ ตี 5 ครึ่ง เดิมตั้งใจออกตี 5 แต่รถยางแตกก่อนจะมาถึงเรา เสียเวลาเปลี่ยนนิดหน่อย ดีแล้วที่เป็นก่อน ถึงที่หมาย บ้านห้วยอู่ล่อง 10 โมงกว่าๆ สายกว่าที่คาดไว้ ตามแผนคือ ถึง ไม่เกิน 10 โมง เตรียมตัว ฟังบรรยายจากทีม Hyper Venture พี่เพชร พี่จักร นก ฝึกซ้อมการไต่เชือกสักรอบ 2 รอบ เบาๆ นั่งรถลุยเข้าไป ผ่านสวนส้มโอ ไปยังปากถ้ำ ประมาณ 10 นาทีได้
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ไปถึงก็ร่วมๆ เที่ยง เลยให้ทานข้าวกลางวันกันก่อนเลย ผัดกระเพรา ไข่ต้ม เผ็ดจ้า ตัดส้มโอสดๆ มาให้ทานกันด้วย ขอเจ้าของแล้ว ไม่หวานมาก แต่ก็ได้อารมณ์ดี
พร้อมลุย เดินผ่านกอไผ่ใหญ่ มองไปเห็นเป็นทางไต่ลงเข้าไปในถ้ำ พร้อมเจอผาแรก 25 เมตร ต้องใช้เชือกไต่ลงสถานเดียวจ้า เดิมทีเคยมีไม้ไผ่ไต่ลงได้แต่ชำรุดไปแล้ว ผาแรกมีน้ำตกไหลอยู่ตลอดเวลา มองจากด้านบน เมื่อมีไฟก็ดูลึกอยู่ เมื่อลงไปด้านล่างแล้ว มองขึ้นมา สวยมาก ระหว่างทางลงก็สวยดี ค่อยๆ ก้าวลง ปล่อยเชือกไปเรื่อยๆ มีช่วงต้องตั้งท่าใหม่อยู่ 2 ครั้ง ผ่านกันไปด้วยดีทุกคน พี่เค้าว่า ดูจะทำเวลาได้ใช้ได้ น่าจะออกจากถ้ำสัก 4-5 โมง แต่ของจริงนะเหรอ หึหึ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_9994
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ผ่านโถงแรกก็เดินตามทางเข้าไป ระยะถ้ำประมาณ 1 กิโลเมตร เดินมุดๆ ลอดๆ มีสไลด์ตัวตามทางน้ำลงมา ปีนลงทีละคนพร้อมโดนวักน้ำใส่ พี่เค้าจัดให้เสริมบรรยากาศ ก่อนจะถึงจุดโรยตัวจุดที่ 2 ประมาณ 15 เมตร จุดนี้ จากด้านบน ปล่อยตัวลงมาก่อนเลย ถึงจะมีแนวผาให้ไต่ อารมณ์เหมือนตะลุยโลกใต้พิภพมากๆ ค่อยๆ ลงลึกไปเรื่อยๆ รวมๆ แล้วก็ร่วม 40 เมตรได้
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_3616
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ระหว่างที่บุกลุยไปข้างหน้า ทีมงานก็คอยสำรวจเส้นทางไปด้วยว่า ถ้าไปต่อไม่ได้ จะกลับมาทางเดิมในรูปแบบไหน ว่าแล้วก็โชว์ไต่ลงแล้วปีนกลับด้วยมือเปล่า ลงมาแล้วยังบอกอีกว่า ไม่ต้องห่วง ถ้าต้องกลับทางเดิมจริงๆ เค้าสอนเทคนิคก็ไปกันได้ เหอๆๆ ที่แน่ๆ เราอาศัยเชือกไต่พาตัวเองขึ้นแน่ๆ ค่ะ พอนึกภาพออกเลย เหยียบ ยืดตัว ยกขา อารมณ์ปีนถ้ำน้ำบ่อผีกลับมาหาในทันที
แล้วก็เดินๆๆๆๆ ก้มตัวให้ต่ำ ย่อตัว เดินด้วยขาบ้าง คลานเข่าบ้าง นอนหงาย ตามองบน เดินด้วยไหล่ ถีบตัวบ้าง เหมือนมาฝึกร.ด. เพื่อหลบไม่ให้โดนหินงอกหินย้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ สีขาวแวววาว เพราะที่นี่คือ “ถ้ำเป็น” คือ ถ้ำที่ยังมีชีวิต ห้ามสัมผัสโดยเด็ดขาด ถ้าเราเผลอไปแตะนิดเดียว โอกาสตายจะสูงมาก กลายเป็นสีดำและตายไปในที่สุด เพราะฉะนั้น คุณจะมายังไงก็ได้ ร่างกายจะเป็นยังไงก็ได้ แต่ ห้ามโดนเด็ดขาด มีหินกองกันแนวไว้ด้วยเป็นระยะๆ อย่าเผลอเข้าไปเหยียบเชียว เรามารุกบ้านเค้าแล้ว ก็ต้องระวัง ดูแลบ้านเค้าให้ดีๆ มีทั้ง Moon Milk กำแพงเมืองจีน หรือแล้วแต่จะจินตนาการกัน
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5759
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_9272
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_9578
ได้พบแมงมุม, hairy mary (สะกดแบบนี้หรือเปล่า) ปลาดุกขาว เจ้าหน้าที่บอกว่า เคยเจองูเผือกด้วย แต่รอบนี้ไม่เจอ อ้อ เจอกุ้งด้วยนะ แต่ตัวนี้สีดำ ตั้งแต่ต้นๆ ปากถ้ำ สังเกตหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ ทั้งสีขาวแวววาว ทั้งเป็นก้อนหินรูปแบบต่างๆ ทุกคนมีไฟเป็นของตัวเองพร้อมกระเป๋าห้อยแบตเตอรี่ แต่ก็พยายามประหยัดไฟกันบ้าง ลองปิดไฟอยู่ในความมืดขณะรอกันเป็นระยะๆ มันมืดจริงๆ เงียบมากด้วย ไฟของเจ้าหน้าที่ออกมาแบบไฟแช็คดูเท่มาก เค้าว่าไฟแบบนี้จะไม่ทำอันตรายต่อถ้ำ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5901
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เจอทางลอดที่เดิมไม่ได้มีน้ำสูง แต่ครั้งนี้น้ำสูงมาก จนผู้นำทั้งสามคนต้องหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหาแนวทางไปว่าจะไปกันอย่างไรดี เรียกหาเชือก หาคนกันใหญ่ สุดท้าย ทำแนวเชือก ให้คนประจำจุด 3 ระยะ แล้วให้เราหงายหลัง ลอยตัว ถอดหมวก ลากหมวกไป จมูกโผล่มานิดๆ ลอยไปเรื่อยๆ ตามแรงจับเชือกบ้าง ตามแรงลากบ้าง เกือบจะจูบกับผนังถ้ำอยู่เป็นระยะๆ น้ำเย็นมากกกกก เราอยู่กันแค่แป๊บเดียวยังแทบแย่ ผู้นำทั้ง 3 อยู่กันตั้งแต่ คนที่ 1 ยันคนที่ 9 สั่นกันไปข้างละ ออกไปพ้นแนวปุ๊บ ก็คลานๆๆๆๆๆ ไปให้ไกลที่สุด เพื่อเหลือพื้นที่ให้คนที่ตามมาสามารถนั่งรอกันได้
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_8540
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_8029
เดินลุย คลานต่ำกันต่อไปในทางแคบๆ จนถึงทางออกที่ต้องเข้าไปทีละคน เพราะต้องปีนขึ้นไป อาจมีหินหล่นลงมาได้ แรงเฮือกสุดท้าย ช่วยตัวเองกันนะ ปีน ไต่ ดัน ดึง จนออกไปปากถ้ำอีกทางหนึ่งได้ เราขึ้นคนแรก ยื่นกล้องให้พี่เจ้าหน้าที่ถ่ายให้ และคอยถ่ายให้ทุกคนแต่ สั่นจ้า ขออภัย ก็ใช้เวลากันไปร่วม 6 ชั่วโมง ออกจากถ้ำคนสุดท้ายก็ทุ่มนึงได้แหละ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เดินลงเขา ตัดสวนส้มโอ ไปขึ้นรถกลับรีสอร์ท ล้างตัวในแม่น้ำยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่ขัด ล้าง อุปกรณ์กันใหญ่เลย จนเรามานั่งกินข้าว เค้าก็ยังทำกันไม่เสร็จ อาหารอยู่ในแพคเกจ อิ่มอร่อยมากกกก นั่งย่อยกันสักพัก ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ไปเดินเล่นอีกหนึ่งรอบ มองดาว มองพระจันทร์ กลับเข้าห้อง หลับปุ๋ยจ้า
เรามากัน 6 คน จองไว้ 4 ห้อง มีติดไป 2 คน ฝากห้องขายแต่ขายไม่ได้ เลยยกห้องให้คนขับไป สบายไปนะงานนี้
วันต่อมา เราไปสำรวจน้ำตกผาดาดต่อ เป็นอุทยานแห่งชาติ เสียค่าเข้า คนละ 100 บาท ค่ารถคันละ 30 บาท มีการปรับค่าธรรมเนียมแล้ว เป็นน้ำตกที่สงบ น่าเดินมาก เดินไม่ยาก มี 3 ชั้น สวยแบบเรียบง่าย ชั้นที่ 2 เป็นแนวสูงฝั่งหนึ่ง มาชั้นที่ 3 มีจุดชมภาพรวม สามารถลุยเข้าไปตามจุดย่อยต่างๆ มีแอ่งน้ำให้เล่นได้ เข้าห้องน้ำกันหลายรอบ ให้คุ้มตังค์ 555
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5814
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ไปแช่น้ำร้อนกันที่บ่อน้ำร้อนหินดาด มีห้องเปลี่ยนชุด พออาบน้ำได้ ค่าบริการคนละ 20 บาท มีบ่อน้ำร้อนแยกเป็นบ่อสำหรับคนทั่วไป 3 บ่อ อุณหภูมิ ต่างกันเล็กน้อย ข้างๆ เป็นแม่น้ำ ไว้แช่สลับร้อนเย็นได้เลย พี่กุ้ง เม นุรีแช่แค่ขา มารู้ทีหลังว่า พี่กุ้งลื่นหล่นลงน้ำเย็นไปเปียกครึ่งตัวเลย น่าจะไปแช่น้ำร้อนต่อให้สมกับที่เปียกแล้วเลย
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_4181
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5413
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_245
สบายตัวกันแล้ว ก็ไปทานข้าวกลางวันกัน ตั้งใจไปร้านคีรีวงศ์ แต่ปิด ไม่แน่ใจว่าปิดถาวรหรือชั่วคราวนะ เลยต้องย้ายไปเป็นครัวชนบทที่ดูไว้เหมือนกัน เพิ่งรู้ว่าเป็นร้านเดิมที่เคยมาแล้ว แวะซื้อเห็ดโคน เห็ดเผาะกันด้วยจ้า อิ่มหนำก็นั่งรถหลับกันไปยาวๆ ไปชมสุสานสัมพันธมิตร ซึ่งมีคนบอกว่า ไม่คิดจะเข้าชมเท่าไหร่ แต่ก็ได้บรรยากาศอีกแบบนะ มาไว้อาลัย รำลึกถึงผู้คน สงบ อ่านป้ายข้อความรำลึก ซึมๆ กันไป
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5996
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5493
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_8426
ฝั่งตรงข้ามมีทองม้วนสดขายด้วย แวะซื้อได้ เพื่อนบอกก็ดังอยู่เหมือนกัน ถาดละ 20 บาทมี 5 ชิ้น นอนยาวกันต่อ ไปทานข้าวที่ครัวลุงลอยป่าลั่น ที่ขอบอกว่า เปลี่ยนไปแล้ว คงจะไม่มาอีก บรรยากาศเปลี่ยน อาหารน้อย ราคาสูง มีโมเมให้เราจ่ายค่าข้าวให้คนขับ อ้างว่า คนขับให้เราจ่าย พอถามคนขับ เค้าก็บอกว่า เถ้าแก่บอกว่า ไม่ต้องจ่าย แต่คนเก็บตังค์มาเก็บกับเราซะงั้น หึหึ ถึงบ้าน 3 ทุ่มนิดๆ พักผ่อนกันไป
จบทริป 2 วันหนึ่งคืน ลุยถ้ำ นอนสบาย กินอิ่ม ฝึกร่างกาย ทดสอบความกล้า
สมาชิก 3 ก พี่โจอี้ นุรี เม
ทริปนี้เจอเม หลายคน คนขับเราก็ชื่อเม คนนี้ผู้ชาย น้องนักศึกษาที่ร่วมผจญภัยด้วยก็ชื่อเม
ค่าใช้จ่าย ประมาณ 5100 บาท
ภาพโดย ตนเอง พี่สาว นุรี

ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 ของครั้งหนึ่งกับฝรั่งเศส 8-24 ก.ค. 2559/2016 เราผ่านวังฝั่งซ้าย ผ่ากลางประเทศ ผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยริมน้ำกันมาแล้ว เรามุ่งสู่ฝั่งขวาของฝรั่งเศสกับเมืองชายขอบติดเยอรมัน ก่อนจบที่เมืองหลวง ปารีสค่ะ

วันที่สิบ 18 ก.ค. 59 Colmar – Eguishiem – Riquewihr -Strasbourg

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วันนี้เรามาท่องเที่ยวเมืองเล็กๆ น่ารักๆ ผสมเยอรมันกันจ้า มาแถบนี้อาหารค่อนไปทางเยอรมันละ ขาหมูต้องมา อร่อยด้วย เราเดินมุ่งไปยัง Tourist Office กันก่อนเลย จริงๆ ทุกเมืองเราก็ทำกันอย่างนี้ ได้แผนที่ ได้คำแนะนำที่เที่ยว ที่กิน มีพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงข้ามเลยนะ

page-colmar

เราตั้งใจจะไปนั่งเรือชมเมืองกันจ้า ก็เลยเดินไปยังท่าเรือ ผ่านจุดชมเมืองต่างๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย กว่าจะถึงท่าเรือ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เดินจริง 15 นาทีก็ถึง ไปถึงก็ต้องไปจองเวลาก่อน ได้ตอน 11.55 น. ก็เลยออกไปเดินเล่นใกล้ๆ กินติม ดูของไปเรื่อย

page-colmar1

นั่งเรือ ก็สบายๆ แต่ถามว่า a must ไหม เราเฉยๆ นะ มีพาไปชมแถบที่อยู่อาศัยแวบนึง ก่อนกลับเข้ามาในเมืองชมตึกต่างๆ อย่างใกล้ชิด มีเด็กๆ นั่งอยู่หัวเรือ เป็นแบบถ่ายรูปไปเลย เพราะน้องนั่งขวางอยู่นี่คะ ทานอาหารกลางวันเป็นอาหารสไตล์เยอรมัน อร่อยจ้า ได้ลิ้มรสชาติที่แตกต่างบ้าง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
lunch-in-colmar
equ-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_9339

บ่ายสองกว่า ก็ออกเดินทางไปยังเมือง Eguishiem แอบมีเรื่องตื่นเต้นคือ รถโดนรื้อของเพราะคนขับเปิดหน้าต่างแง้มไว้แล้วแวบไปซื้อน้ำ มีเงินหายไปเป็นแบงค์พันเมืองไทย ส่วนข้าวของอยู่ครบ คือ ไม่มีอะไรให้เอาไปหรอกค่ะ ของที่ซื้อก็มีแต่แก้วชาม มีกล้องหนึ่งตัวแต่ไม่เห็น นับเป็นโชคของพี่เค้าไป หลังจากสูญหมวกและเจ็บตัวแล้วเหมือนจะได้แก้เคล็ดไปแล้ว 5555

เมืองนี้เล็กมากกกก เดินสักชั่วโมงนิดๆ ก็จบแล้ว เดินง่าย ผู้ใหญ่คงชอบ ถ่ายรูปเพลินเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สังเกตรังนกเหนือโบสถ์ด้วยจ้า นกกระสาตัวใหญ่ๆ แบบที่ฝรั่งเค้าเชื่อว่า พาทารกมาให้นั่นแหละ เต็มเลย แถบนี้สัญลักษณ์นึงก็คือ นกตัวนี้นี่แหละ เยอรมันดีมะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แวบไปเมืองข้างๆ ชม Three Castle มองจากด้านล่างจะเห็นยอดอยู่ 3 ยอด เป็นเทรลให้เดินป่า ใครชอบเดินคงชอบ มีหลายเส้น เราเกือบหลงไปเดินเส้นยาวแล้ว แต่คนเดินอยู่เค้าเห็นชุดเรากันแล้วก็เดาได้ว่า พวกนี้ไม่ได้มาเดินหรอก จงกลับไปอีกทางซะ เป็นแนวซากปราสาทเก่า หนึ่งในปราสาทที่มองเห็นจากด้านล่าง ก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองๆ ได้นะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไปลุยต่อที่เมือง Riquewihr เมืองนี้ก็มีความคล้ายกับเมืองเล็กๆ อื่นๆ ในแถบนี้ เพราะฉะนั้น เลือกแวะไม่เกิน 3 ที่ พอแล้วค่ะ แล้วละเลียดไปในแต่ละเมือง ที่นี่จะเป็นทางเนิน แม่หยุดรออยู่ตั้งแต่ร้านแรกๆ เลย ที่เหลือก็กระจัดกระจาย เราเดินลุยไปจนสุดประตูอีกฝั่งหนึ่ง จริงๆเดินอ้อมซ้าย อ้อมขวาก็ยังได้นะ แอบส่องไปรอบนอกกำแพงก็เป็นสวนองุ่นเต็มไปหมดเลย

page-riq1
page-riq
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ที่ชิมไวน์เพียบจ้า ใครอยากชิมไวน์ก็แวะได้ตามร้านในเมืองนี้แหละ มีให้เลือกเยอะมากกกกกกกก

สมควรแก่เวลา หกโมงกว่าๆ เราก็ออกเดินทางไปยังเมือง Strasbourg ที่นอนของเราคืนนี้ ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงนึงได้ เป็นครั้งแรกที่เราถึงที่พักขณะที่ยังมีแสงอยู่โดยไม่ได้มีไฟลท์บังคับว่าแต่มาทานข้าวเย็น เก็บข้าวเก็บของออกไปเดินเล่น หาร้านทานอาหารเย็นกัน วันนี้ยังคงเป็นอาหารสไตล์เยอรมันตามคำบอกเล่าของคนไทยที่นั่งกินอยู่ข้างหน้าร้าน แต่อย่าคิดว่าวันนี้เราจะได้กลับเร็วนะ ทานเสร็จร่วมสี่ทุ่ม เดินกลับผ่านโบสถ์นอสเตอดามแห่ง Strasbourg เค้ากำลังมีแสงสีด้วย เห็นด้านนึงเป็นสีน้ำเงิน อีกข้างแวบๆ เป็นสีแดงเลยเดินไปดู คนนั่งๆ นอนๆ รออยู่เต็มลาน ได้ความว่า ตอน 10.30 น. จะมี Light & Sound รอบแรกให้ชมกัน ก็นั่งรอชมสิคะ

page-sta-light

งานแสง สี เสียง ธีมกาลเวลา บอกเล่าเรื่องราวของโบสถ์ผ่านความเชื่อทางและความเป็นไปของโลก ตั้งแต่ยุคธรรมชาติ ถึงยุคเทคโนโลยี สวยงามมาก คุ้มค่า เพลิดเพลินกันจริงๆ มีการแสดงวันละ 3 รอบนะ มาดูโดยบังเอิญจริงๆ จ้า

คืนนี้นอนที่ Strasbourg ที่พักอยู่ใกล้ลานกลางเมือง และ โบสถ์มาก

strasbourg

Taken by Dowrai

 

Hôtel des Arts

http://www.booking.com/app_link/hot…

วันที่สิบเอ็ด 19 ก.ค. 59 Strasbourg – Champagne – Paris

ตื่นเช้ามาชมเมืองยามไร้ผู้คนพร้อมหามื้อเช้าทาน ก่อนจะกลับไปเช็คเอาท์ ให้คนขับมารับกระเป๋าไปก่อนแล้วเราก็เดินเที่ยวกัน จุดหมายแรกคือ เข้าไปชมโบสถ์จ้า ข้างในสวยงาม และค่อนข้างสงบมาก มีนาฬิกาที่โชว์กลไกอยู่ด้านล่างด้วย ทุกๆ ชั่วโมงจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และ 12.31 จะเป็นแบบเต็มสตีม มีให้จองเวลาในการเข้าชมด้วย ไปสอบถามเอานะ อันนี้เราพลาด ไม่ได้ไปถามข้อมูลไว้ก่อน เค้าจะปิด 11.25 -12.35 น. ต้องจองเท่านั้น คาดว่าน่าจะมีค่าเข้าชม

page-stras

เดินริมน้ำเลียบทางแม่น้ำไปเรื่อยๆ ก็ชิวดี ถ้าได้ปั่นจักรยานจะยิ่งดีมาก แต่ต้องแบกจักรยานขึ้นลงบันไดหน่อย เดินไปยังช่วงเมืองเก่า ก็คล้ายๆ Colmar แต่มีขนาดใหญ่กว่า มีสะพานข้ามแม่น้ำแบบหมุนได้ให้เรือผ่าน ตัดกับความวุ่นวายของตัวเมือง ร้านค้าช็อปปิ้งต่างๆ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวดี

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มื้อกลางวันที่เมืองนี้ เป็น Pasta ง่ายๆ พร้อมสลัดผัก และ ไอติมระหว่างทาง

ออกเดินทางจากเมืองนี้ บ่ายโมงได้ แวะเมือง Champagne เป็นเมืองผลิตแชมเปญและได้จดลิขสิทธิชื่อนี้ไว้ด้วย เราแวะชมการผลิตที่ Madam Pompery ถึงเวลา 16.30 น. มีรอบชม 17.00 น. มีหลายราคา ตัวแปรคือจำนวนแก้วไวน์ในการชิม เราซื้อแบบ 20 เหรียญ ชิมแก้วเดียวพอ การได้ลงใต้ดินร่วม 30 เมตร เข้าไปชมกิจการใต้ดินนั้นนับเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เจ้าหน้าที่ตั้งใจอธิบายมาก ออกจะเคร่งครัดจนเหมือนจะดุไปสักนิด ช่วงหลังๆ ถึงจะผ่อนคลาย เข้าใจว่า ไม่อยากให้หลุดกันไป และก็รักษาเวลาด้วย จำนวนขวดไวน์นับหมื่นๆ วางเรียงเป็นอุโมงค์แบ่งตามชื่อเมืองที่จะส่งไป จำนวนลัง จำนวนถัง และอีกสารพัดให้ภาพของการผลิตได้เป็นอย่างดี อากาศข้างใต้เย็นมากเหมือนอยู่ในห้องเย็นเลย ไม่มีใครเตรียมเสื้อมาเลย ส่วนแม่เพิ่งจะถอดก่อนลงจากรถด้วยซ้ำเพราะคิดว่าน่าจะอยู่กลางแจ้ง

page-cham

ชมส่วนใต้ดินจบ ก็ขึ้นมานั่งจิบแชมเปญ ชนแก้วฉลองวันเกิดให้ตัวเอง งานนี้ชนกันหลายครั้ง ยังไม่มีเค้กเลย 555 วันนี้ส่วนสวนปิดจ้า เลยไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม พุ่งตรงเข้าปารีสกันเถอะ ใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมงครึ่ง เข้าไปที่พัก เจ้าของรอรับอยู่ งานนี้พลาดจ้า มี 2 ห้องอาบน้ำ แต่มีห้องสุขาเดียว อยู่ที่นี่อีก 4 คืนด้วย ก็ต้องจัดลำดับกันไป

มื้อเย็น พี่วัฒนา คนขับ พาไปกินเฝอ เวียดนาม เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ชามใหญ่มาก แหนมเนืองก็ไม่มีแป้งให้ห่ออะ งง กินที่เวียดนามยังมีเลย เค้าใช้ผักห่อเลย เป็นอันจบทริปที่มีรถส่วนตัวแสนสบายคอยรับ-ส่ง วันที่เหลือ เราจะต้องเดินทางกันเองล้วนๆ แล้วจ้า เจอกันอีกทีวันขึ้นเครื่องเลย

ที่พักในปารีส Big bright apartment – Paris 5 อพาร์ตเมนต์ 4 คืน 3 ห้องนอน 1 ห้องสุขา 2 ห้องอาบน้ำ มีลิพท์ 50,614.38 บาท

https://airbnb.com/rooms/6792813?s=…

วันที่สิบสอง 20 ก.ค. 59 Notre Dame De Paris – St. Chapelle – Garnier Opera House – Lourve Museum

การท่องเที่ยวในปารีส เราต้องทำการบ้านมาแล้วว่า จะใช้บัตรโดยสารประเภทใด เราเลือกใช้ Navigo Decouverte แบบ 1 สัปดาห์ ราคา 21.25 ยูโร ใช้ได้ตั้งแต่วันจันทร์ – วันอาทิตย์ ไปได้ถึงโซน 5 เลย คือ เหล่าวังทั้งหลายไปได้หมด ต้องมีรูปถ่ายแปะที่บัตรด้วยนะ ไม่ได้เตรียมรูปไปก็เสียค่าถ่ายรูปไปคนละ 5 ยูโร รูปเล็กนิดนึง เตรียมไปเองก็ไม่ผิดกติกาจ้า อีกเรื่องคือ บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เราเลือกใช้ Museum Pass 4 วัน 62 ยูโร เฉพาะค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว รวมพระราชวังแวซายน์ และ พระราชวังฟองแทนต์แล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d1-%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c1

ที่แรกของวันนี้ คือ Notre Dame De Paris เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินจากที่พัก มาต่อรถไฟขึ้นมาก็เจอ เราใช้บริการ Application Next Stop Paris ของ RATP ร่วมกับตัวเว็บไซต์ในการหาเส้นทางและรถโดยสาร ค่อนข้างครอบคลุมเลย คนเยอะตั้งแต่เช้า เดินเข้าไปชมด้านใน สวยงาม งานละเอียด นั่งมองกระจกสีกันได้ทั้งวัน ตอนแรกว่าจะต่อคิวขึ้นไปดูรางน้ำรูปตัวประหลาดด้านบนด้วย แต่ดูคิวยาว เลยเปลี่ยนใจไปซื้อไอติมเจ้าอร่อยที่พี่สาวอยากกินแทน เห็นของกินดีกว่า และก็อร่อยจริงๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d1-%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c2
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากนั้น ตรงไปโบสถ์ St. Chapelle ที่อยู่ไม่ไกลกันมาก ที่นี่ สวยมาก งานละเอียดจริงๆ ขอให้ได้มาชม ด้านล่างว่าสวยแล้ว แต่พอเดินบันไดวนขึ้นไปชั้นสอง ได้มีตกตะลึงกันแน่ๆ เป็นโบสถ์เล็กๆ ที่คุ้มค่าต่อการมาเยือนจริงๆ

paris-d1-chapelle
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ชมโบสถ์กันมาเยอะแล้ว ไปชมโรงละครกันบ้าง Garnier Opera House สถานที่แสดงโอเปร่าต้นแบบของเรื่อง The Phantom of the Opera คราวนี้นั่งรถบัสไปนะ เราแยกไปซื้อตั๋วกับจองรอบทัวร์รอบ 14.30 น. อีกกลุ่มไปร้านอาหารบริเวณใกล้เคียงที่มีชื่อเรื่อง Hot Chocolate แต่ไม่ได้ดื่มกันเลย ร้าน Cafe de la Paix อาหารก็ใช้ได้นะ แต่ราคาค่อนข้างสูง สถานที่ดูดีมาก เหมาะแก่การแต่งชุดไปดูโอเปร่ามาทานอาหารจริงๆ ในร้านมี 2 โซน คือ คาเฟ่ กับร้านอาหาร ราคาย่อมเยาว์หน่อยก็ขอให้ระบุโซนคาเฟ่จ้า

13726819_10153764936397444_6948285234938357994_n

Taken by Dowrai

paris-d1-garnier1

ไกด์ทัวร์ แจกหูฟังให้แต่ละคน โดยขอพาสปอร์ตเอาไว้เป็นประกันเช่นเคย บรรยายได้ละเอียด พยายามดึงหนังเข้ามาข้องเกี่ยว สร้างความลึกลับให้กับโรงละคร โดยเฉพาะตอนที่เล่าถึง Box 5 ที่นั่งที่ต้องจองให้ไว้กับ Phantom และยังพูดถึงฉากใต้โรงละครที่มีน้ำด้วย ซึ่งก็มีจริง แต่เนื่องมาจากปัญหาโครงสร้างทำให้วิศวะเข้ามาหาวิธีแก้ไขด้วยการปล่อยน้ำเข้าข้างใต้เพื่อรักษาระดับไว้ พาไปชมส่วนต่างๆของโรงละคร รวมทั้งอธิบายชุดที่อยู่ในตู้โชว์ด้วย มีส่วนนิทรรศการแสดงรูปแบบฉากต่างๆ ที่ใช้ในการแสดง สวยดีนะ ใช้เวลาการเดินชมร่วม 90 นาที งานนี้ก็แนะนำอีกเช่นกัน ยิ่งเป็นคนที่อินในหนังหรือละครเวทีแล้วด้วย เราเดินโอ้เอ้กันเอง ถ่ายรูปตามบันไดกันอีกสักพัก

paris-d1-garnier2
paris-d1-garnier3
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พุ่งตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ลูฟ เดินผ่านสวนสาธารณะ ทักทายหอไอเฟลจากมุมไกลๆ วันนี้วันพุธเค้าเปิดถึง 21.30 น.จ้า เราเลยมาที่นี่เป็นรายการสุดท้าย แถวเข้าก็ยังยาวพอควร แม้ Museum Pass จะมีช่องพิเศษแต่ก็ไม่ได้สั้นไปกว่ากันเท่าไหร่ เดินชมห้องต่างๆ ตามความสนใจ ตามจุดเด่นของใบปลิว ถ้าให้เรามาเดินเอง เราก็คงเลือกไม่ถูก ไม่ค่อยมีความรู้ศิลปะเท่าไหร่ แวะทานขนมที่ร้าน Angelina ด้วย จริงๆ เข้าไปทานก่อนเลย เพื่อรองท้อง แต่ขนมเหลือไม่เยอะแล้ว ไปตามหาแม่นางโมนาลิซ่า พบกับรูปปั้น Venus de Milo  และ Wings of Victory เดินตัดข้ามตึกไปมา แอบหลงบ้างเล็กน้อย เราอยู่กันจนวินาทีสุดท้าย ออกมาเจอแสงยามเย็นสีชมพูตอนเกือบ 4 ทุ่ม และพึ่งแมคโดนัลเป็นมื้อเย็นอีกตามเคย ซื้อกลับไปกินที่พักกันเลย อยู่ในปารีสนี่ใช้ wifi คุ้มนะ ช่วยเรื่องการเดินทางได้เยอะมาก ถ้าอยู่ต่ออีกนิด พี่สาวจะต้องเชี่ยวชาญการเดินทางในปารีสแน่ๆ

paris-d1-lourve1
paris-d1-lourve2
paris-d1-lourve3

วันที่สิบสาม 21 ก.ค. 59 Chateau de Fontainebleau – Eiffel Tower – Musee D’Osay

pairs-d2-fontaine1

ตึ่นแต่เช้า เพื่อเดินทางออกไปรอบนอก มุ่งไปยังปราสาทฟองแทนบลัวร์ นั่งรถไฟกันยาวๆ เกือบ 2 ชั่วโมง และต่อรถบัสอีกนิดก็ถึงแล้ว เป็นเมืองเล็กๆ น่าเดินเล่นมากกกกก รถเมล์สาย 1 สายเดียว วนไปกลับ มีสวนสาธารณะกว้างๆ ให้เดินเล่น แต่ถ้าไม่อยากเดินก็มีรถให้บริการนะ เสียตังค์ตามระเบียบ มีช่วงหลงเล็กน้อย หาทางเข้าไม่เจอ ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านมาเป็นเหยือ หน้าตาใช้ได้ซะด้วย หุหุ

pairs-d2-fontaine2
pairs-d2-fontaine3

การเดินชมที่นี่มีเส้นทางค่อนข้างชัดเจน มีส่วนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม คือ China Museum ซึ่งมีภาพ ร. 5 ตอนเสด็จประพาสยุโรปด้วย มีบริการชุดกระโปรงให้สวมเพื่อให้ได้บรรยากาศด้วย มีคนใส่แล้วหมุนๆๆๆ น่ารักดี มีคนขอถ่ายรูปด้วยหลายคนเลย น้องหน้าตาน่ารักด้วยแหละ เราเดินกันไป 2 ชม.กว่า ออกมาเจอรถกำลังจะพาไปชมสวน แต่หิวแล้ว ออกไปหาอะไรกินกันก่อน แต่ก็ไม่ได้กลับเข้ามาแล้ว ทานเสร็จ เดินเล่นสักแป๊บ ก็กลับเข้าปารีสเลย

pairs-d2-fontaine4
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ระหว่างเดินทางไปหอไอเฟล เจอป้ายประตูชัยตรงจุดเปลี่ยนรถพอดี เลยแวบขึ้นไปดูก่อน แต่ทำให้ไม่ได้ไปป้ายที่ตั้งใจ คือ ป้าย ตรงข้ามหอที่จะเดินผ่านสวนเข้าหาหอไอเฟลได้ แต่เป็นมุ่งมาป้ายด้านข้างหอไอเฟลเลย แต่จริงๆ แล้ว ระยะทางพอกันเลยนะ แนะนำให้ไปป้ายตรงข้ามหอไปเฟลแล้วเดินเข้ามาแหละดีแล้ว เราจองรอบขึ้นลิฟท์หอไอเฟลไว้ 17.00 น. ต้องรักษาเวลาหน่อยนะ +/- ได้นิดหน่อย เหมือนมีคนมาไม่ตรงรอบแล้วเค้าไม่ให้ขึ้นด้วย ขึ้นไปยังชั้น 2 เดินเล่นๆ รอบๆ อย่าลืมแวะชั้น 1 ด้วยนะ จะเดินลงหรือ ลงลิฟท์ก็จัดไป ชั้น 1 มีกิมมิคเล็กๆน้อย เล่น กระจกใสทะลุเห็นพื้น มีพิพิธภัณฑ์รอบๆ ทางเดินด้วย ใครแรงเยอะ จะเดินขึ้น ก็ไม่ต้องจองคิวนะ ค่าใช้จ่ายก็จะถูกลงด้วย ตอนอยู่ในลิฟท์ก็จะเหมือนถูกอัดปลากระป๋องหน่อย มีช่วงวืดด้วยความเร็วบ้าง ถ้าใครขึ้นชั้นบนสุดที่มีร้านอาหารคงจะมีมึนบ้าง

pairs-d2-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%a51
pairs-d2-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%a52

มุ่งต่อ Musee D’Osay เสียเวลาเดินทางเพราะหาป้ายรถเมล์ไม่เจอ แล้วคนชี้ก็ให้เดินย้อนด้วย ถ้าเดินลุยไปตามทางแต่แรก เลียบแม่น้ำไปเรื่อยก็คงใกล้ถึงแล้ว จากแผนที่ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที กว่าจะมาถึงก็ร่วมทุ่มแล้ว วิ่งเข้าไปดูกันเลยจ้า วันนี้วันพฤหัสเป็นวันปิดดึกของที่นี่จ้า

pairs-d2-osay1

ที่นี่เป็นเหมือนโกดังเก่า ดูคล้ายหัวลำโพงบ้านเราด้วย แต่ดัดแปลงที่โล่งมาทำเป็นหอศิลปะ สร้างพื้นที่ห้องรอบๆ เราเดินมุ่งขึ้นชั้น 5 ตั้งใจจะไปชมภาพวาดของโมเน่ต์กันก่อน และทานมื้อเย็นที่ห้องอาหารที่นี่ด้วย หน้าต่างเป็นทรงนาฬิกา มีทางออกไประเบียงด้านนอกชมวิวกันเพลินๆ ด้วย ทานข้าวกันเร็วๆ เพื่อไปชมภาพกันต่อ คนน้อยลงบ้างแล้ว เราถ่ายรูปกับภาพของโมเน่ต์กันสบายๆ แล้วก็ค่อยๆ เดินลง พร้อมกับประกาศว่า จะปิดแล้ว เราเดินลงไปทางที่จะเข้าห้องแสดงภาพของแวนโก๊ะด้วย บังเอิญจริงๆ ก็แวบเข้าไปดูสิครับ คนน้อยเลย ยืนชมกันเต็มๆ ไม่ไล่ก็ยังไม่ออกล่ะงานนี้ สำเร็จภารกิจที่นี่กันแบบฟินๆ

pairs-d2-osay2
pairs-d2-osay3

ออกมานั่งริมแม่น้ำชมเรือกันแวบนึง แล้วก็จะกลับบ้าน แต่ไปช็อปปิ้งจานลายเจ้าชายน้อยกันสนุกสนานเลย เค้าเลยปิดร้านเลท กลับถึงบ้านก็นอนหลับเป็นตาย

วันที่สิบสี่ 22 ก.ค. 59 พระราชวังแวร์ซายน์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ออกเดินทางกันแต่เช้าอีกหนึ่งวัน ถึงประมาณ 9.30 น. ภาพกุหลาบแวร์ซายน์แวบเข้ามาในหัวเลย เราก็เดินๆ ตามทางกันมาเรื่อยๆ มาสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เริ่มมีแถวต่อ 2 แถวตัดขวางแล้ว ไม่ได้เยอะเลย แต่เราคิดจะเข้าไปชมสวนกันและไปเที่ยวรอบๆ ก่อน แต่มารู้ตอนเข้าสวนมาแล้วว่า บ้านหลังเล็กของพระนางมารี เปิดตอนเที่ยงจ้า แถมวัน ศ – อา ก็ต้องจ่ายตังค์ค่าเข้าสวนเองด้วย ใช้ Museum Pass ไม่ได้ แงงงง ตามสภาพ ก็เดินเล่นในสวนหลังวังไปก่อน แล้วมาขึ้นรถไฟพาไปกลับ 7.5 ยูโร แวะ Grand Trianon, Petit Trianon และ Grand Canal แล้วกลับมาที่วัง เป็นเส้นเดียวนะ ไม่มีย้อน

paris-d3-vasile1

Grand Trianon มีสวนและพื้นที่สวนที่ค่อนข้างกว้าง มีทั้งแบบเรขาคณิตตามความนิยม และสวนสนใหญ่ มีทางเดินเชื่อมไปยัง Petit Trianon ด้วย เดินได้นะ ไม่ได้ไกลเลย แต่เราไม่รู้ไง เลยรอรถไฟกัน 555 ที่นี่มีร้านขนมให้ทานเล่นกันด้วย Angelina ร้านเดียวกับที่กินที่ลูฟ ขนมเพียบ เหมาะที่จะออกมาทานหลังจากเข้าไปเดินชมแล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d3-vasile2

Petit Trianon เป็นที่ที่มีชื่อเสียงมาก ใครรู้จักพระนางมารี แอนโตเนตย่อมอยากจะเห็นบ้านชาวนาที่มาใช้ชีวิตเลียนแบบชาวบ้าน พื้นที่กว้างมากกกก มีบ้านจำลอง จริงๆ ก็บ้านจริงๆ นั่นแหละ หลายหลังอยู่ริมทะเลสาบ ร่มรื่น น่ารัก หลีกหนีจากความหรูหราของพระราชวังได้เป็นอย่างดี มีน้ำส้มรถเครื่องคอยให้บริการอยู่ตามจุดต่างๆ น่าจะขายดีพอตัวเลย

paris-d3-vasile3

Grand Canal เป็นจุดเชื่อมระหว่างสวนหลังวัง มีร้านอาหารให้เลือกทานหลายร้าน คลองขุดขนาดใหญ่ มีน้ำดันพุ่ง เข้าใจว่าน่าจะเป็นการระบายน้ำเพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับน้ำอีกทาง บริเวณนี้มีจักรยานให้เช่าด้วยนะ คิดเป็นชั่วโมง ราคาค่อนข้างสูงเลย

สมควรแก่เวลา ก็นั่งรถไฟกลับไปที่วัง แต่เข้าไม่ได้จ้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถือปืนยืนคุมอยู่เพียบ มีเหตุฉุกเฉิน พบกระเป๋าต้องสงสัย เลยห้ามคนเข้าแล้ว ให้คนออกได้อย่างเดียว จ๋อยสิคะ มาถึงแวร์ซายน์แต่ไม่ได้เข้า นี่เป็นครั้งที่่สองที่พี่สาวเจอเหตุการณ์เข้าไม่ได้ ครั้งแรกเพราะวังปิด แต่สวนเปิดนะ ยอมไม่ได้ ขอแก้มือ ผลคือ ต้องกลับมาใหม่วันพรุ่งนี้ เหอ เหอ แผนรวนจ้า บัตรเดินทางกะบัตรเข้าชมสถานที่ คุ้มเลยงานนี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d3-vasile4

อย่างไรก็ตาม แนะนำว่า มาถึงวังแต่เช้า แล้วเข้าเที่ยวภายในวังก่อนเลยนะ เสร็จแล้วกินข้าวแถวนั้นก่อน แล้วค่อยออกมานั่งรถไฟไปตามเส้นทาง แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ไปจบที่ Grand canal แล้วค่อยเดินชมสวน ข้อเสียคือ ต้องเดินขึ้น แต่เป็นรูธที่ประหยัดแรง สามารถซื้อตั๋วรถไฟขาเดียวได้

สวนแวร์ซายน์ก็เป็นเรขาคณิตดี มีน้ำพุเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้เปิดตลอดเวลา เลยดูเหงาๆ ดูเศร้าๆ แห้งแล้งเลยดีกว่า ตามสวนก็มีร้านขนม ร้านอาหารให้แวะอยู่

เนื่องจากพรุ่งนี้จะกลับมาแวร์ซายน์อีก เราเลยต้องเปลี่ยนแผนของคืนนี้ ปรับเป็นไปเที่ยวแถว Montmarte ก่อนเลยเข้าชมโบสถ์ Sacre – Coeur มาลงที่ป้าย Abbess ซึ่งถ้าเดินขึ้นจะยาวมากกกกกกก ต้องขึ้นลิฟท์นะจ๊ะ แต่เราไม่รู้กันไง เดินขึ้นกันมา ต้องคอยให้กำลังใจท่านแม่ จินตนาการว่า บริเวณนี้คือบริเวณที่สูงที่สุดของปารีส แล้วเรานั่งรถไฟใต้ดินมาป้ายนี้ คิดเอาค่ะ

paris-d3-mon

มาทานมื้อเย็นกันที่นี่ สารพัดหอยสดจ้า เป็นอืกมื้อที่ราคาค่อนข้างสูง จากนั้นก็เดินไปที่โบสถ์ Sacre -Coeur ชมภายใน แล้วก็ออกมานั่งๆ เดินๆ ชมวิวกัน ว่ากันว่า เป็นอีกจุดนึงที่ชมวิวกลางคืนสวย แต่จะเห็นหอไอเฟลไม่ค่อยชัด เพราะเทียบกับตึกในเมืองแล้ว ไอเฟลไม่ได้สูงมากเลย เราก็คิดว่า ไปชมหอไอเฟลกลางคืนแบบใกล้ๆ กันดีกว่า เลยออกเดินทาง แต่ก็ยังเดินเล่น ช็อปปิ้งระหว่างทาง เดินลงบันได ที่เค้ามี Tram ให้บริการด้วย บัตร Navigo ใช้ได้นะ ทางลงจะมีศิลปะข้างถนนให้ได้ถ่ายรูปเล่นอยู่ด้วย ด้านล่างเต็มไปด้วยร้านค้า ขายของคุณภาพแบบนักท่องเที่ยว ราคาโอเคกว่าทีอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่ก็โหลๆ แหละ

มาชมวิวหอไอเฟลยามค่ำคืนอยู่จนเค้าเปลี่ยนลักษณะแสงไฟเป็นวิบๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก แค่อยู่ถึงเท่านั้นเอง ก็ห้าทุ่มกว่าได้ กลับถึงห้องก็หมดแรง หลับเถอะจ้า

paris-d3-niite

วันที่สิบห้า 23 ก.ค. 59 พระราชวังแวร์ซายน์

วันนี้ออกสายจ้า เพราะไม่แน่ใจว่าวังจะเปิดไหม แต่จะออกเร็วออกช้า ถ้าปิดเราก็ไม่รู้อยู่ดีเนอะ แถมต้องเดินทางด้วยเส้นใหม่ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แผนรถบอกอย่างนั้น มาถึงเกือบ 11 โมงจ้า ต่อแถวกันยาวๆ แถวน้อยๆ มีไม่เข้า แถวยาวๆ จะเข้า ซื้อแมคมากินระหว่างรอแถวด้วย ตัดสินใจดีมาก แล้วก็ส่งแม่ไปหาที่นั่ง กางร่มรอ หลบแดดยาก มีเหตุการณ์ตื่นเต้นคือ มีคนเป็นลมจ้า ตรงที่นั่งที่แม่นั่งนั่นแหละ พอแม่ลุกแล้ว ฝ่ายหญิงดมยาดมอยู่ แต่ฝ่ายชายล้มพับไปเลย ขอให้ไม่เป็นไรนะ

paris-d4-vasile-again1

เข้ามาภายใน มีทั้งหมด 3 ส่วน ทางเดินไม่ได้เชื่อมกันหมด มีบังคับให้ชมเป็นส่วน แล้ว ก็ให้ออกมาเข้าอีกทางหนึ่ง งานอลังการ งานละเอียดจริงๆ ห้องบอลรูมสวยจริงๆ คนก็เยอะจริงๆ กระจกเต็มๆ มี Guided tour มาเป็นระยะๆ เราก็แอบฟังมาเรื่อยๆ พอเป็นภาษาอังกฤษก็พยายามจะฟังด้วย ให้ฟังหูฟังตลอดก็ไม่ไหวนะ

14589626_10154029856498951_1283341539519679258_o.jpg

ลักษณะของแต่ละวังก็มีความคล้ายกัน แค่ว่าเล็กใหญ่ ละเอียดไหม ที่นี่มีประตูลับไปยังห้อง Queen ด้วย แต่จริงๆ ไปห้อง Queen ไม่เห็นต้องมีทางลับเลย

14589861_10154029857103951_6488781374506711154_o
เกร็ดภาพเหนือทางเข้าห้องกระจก หรือ ห้องบอลรูม คือ ฝั่งหนึ่ง ผู้หญิง 3 คน มีความกลมเกลียวกันดี แต่อีกประตูหนึ่ง ต่างคนต่างอยู่ แสดงถึง ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บ่ายสามกว่าๆ ก็เดินทางกลับ ตั้งใจจะแวะซื้ออาหารญี่ปุ่นใกล้ที่พักมาเป็นมื้อเย็น แต่ช่วงเวลาที่เราไปเป็นช่วงเบรกจ้า ต้องย้อนกลับไปซื้อข้าวกล่องร้านโชว์ห่วย และได้ขนม/ครัวซองสัญชาติญี่ปุ่นแสนอร่อยมารองท้องแทน

18.00 น. รถก็มารับ แต่ไม่ใช่พี่วัฒนานะ เค้าส่งอดีตน้องเขยมารับแทน แต่เราก็ฝากซองให้พี่แกไป เจ้าของบ้านก็มาส่งด้วย ก็ออกแนวมาสำรวจและรับกุญแจคืนด้วยนั่นแล

เดินซื้อของกันในสนามบินกันอีกเล็กน้อย ขึ้นเครื่องบิน แวะลงการ์ตา ก่อนมุ่งสู่เมืองไทย ดูหนังไปหลายเรื่องเลยคราวนี้

เป็นอันจบทริปฝรั่งเศสแบบยาวๆ จากโพรวองซ์ กลายมาเป็นเกือบทั่วฝรั่งเศส อาหารท้องถิ่น ใช้ได้นะ แต่ก็จะวนๆ เราก็ต้องหาอาหารแนวอื่น สัญชาติอื่นมาช่วยสลับ เสริมทัพด้วยบะหมี่สำเร็จรูป และโจ๊กจากเมืองไทย งานนี้พี่สาวทำงานหนัก เป็นคนเลือกร้านอาหาร และ ที่พัก ดีแล้วที่พี่เค้าชอบเลือก ถ้าเป็นเราก็คงเข้าไปเลย เจอร้านไหนก็เข้าแล้ว แหะๆ งานนี้พึ่งข้อมูลจาก Tripadviser เรื่องร้านอาหารเป็นหลักเลย พี่อีกคนก็ลงรายละเอียดการเดินทางร่วมกับเรา ภาพรวมหลักๆ เราก็เป็นคนหา แล้วเอาไปนั่งตบๆให้เข้ารูป โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ทริปพาแม่เที่ยว เลยสบายกว่าปกติ แม้จะมาสาหัสเอาตอนช่วงปารีสหน่อยก็ตาม ส่วนอีกสองสาวที่มาร่วมเป็นลูกแม่ในทริปนี้ก็ช่วยกันทำให้ทริปผ่านไปได้ เป็นการเดินทางเองที่ได้เจอะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ค่อยได้เจอ เมืองต่างๆ ก็น่าสนใจ แต่เราชอบเมืองเล็กๆ มากกว่านะ ไม่ค่อยอินปารีส

ค่าใช้จ่ายงานนี้ คนละ ประมาณ 130,000 บาท

– ค่าตั๋วเครื่องบิน การ์ตา แอร์เวย์ ไปกลับ คนละ 32,465 บาท

– ค่าเดินทางอื่นๆ 5,319.9 ยูโร + 16,942.1 บาท (ค่าเช่ารถที่ไม่ได้ใข้) หาร 6

– ค่าที่พัก 116,014.43 + 1,352 ยูโร หาร 6

– ค่าเข้า ค่าตั๋วอื่นๆ

อัตราแลกเปลี่ยน 39.05 บาทต่อยูโร

ตอนที่ 1

https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24/

ตอนที่ 2

https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24-2/

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตอนนี้เป็นตอนที่ 2 ของครั้งหนึ่งกับฝรั่งเศส 8-24 ก.ค. 2016/2559 แล้วค่ะ เราจะมาเริ่มลุยเที่ยวโพรวองส์กันต่อ แผนแรกคือ เที่ยวเองด้วยรถสาธารณะก่อน จากนั้นจะขับรถเที่ยวเองสัก 2-3 วัน แต่มีอันต้องปรับแผน จ้างรถซะงั้น ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกดีในภายหลัง มาเดินทางไปพร้อมกันเลยค่ะ

วันที่ห้า 13 กค 59 St.Remy-Arles

วันนี้เราจะเดินทางกันด้วยรถบัสระหว่างเมือง ไปเริ่มกันที่สถานีรถบัสของ Avignon ก่อนเลย สามารถซื้อตั๋วที่สถานีหรือจ่ายตังค์ซื้อที่รถบัสได้เลย ด้วยความงก เจอว่ามีตั๋วกลุ่มสำหรับ 6 คน ลดราคาได้ ก็เลยซื้อ แต่เจ้าหน้าที่ขายตั๋วค่อนข้างมั่วจ้า บอกอย่างนึง ทำอย่างนึง สุดท้ายถึงรู้ว่า บัตรที่เราใช้นั้น จริงๆ จ่ายไปถึงเมือง Les Beaux Provence ได้เลย ทั้งๆ ที่วันนี้ เราต้องการแค่ถึง St.Remy เท่านั้น เจ็บใจกว่า คือ เราซื้อตั๋วสำหรับวันพรุ่งนี้ไปด้วย เพื่อเดินทางไปกลับ Les Beaux Provence ด้วยนะสิ เพราะเค้าบอกว่า พรุ่งนี้วันชาติจุดจำหน่ายตรงนี้จะหยุด แต่ แต่ แต่ รถไปได้ไม่ถึง เพราะระหว่างทางจะปิดเส้นทางไม่ให้รถเข้าเพื่อจัดงานค่ะ จ๋อยสิ ขอคืนก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ซื้อเมื่อจะเดินทางในวันนั้นเลย หรือ ซื้อบนรถบัสไปเลยจะชัวร์กว่า ประหยัดแบบเราแต่จ่ายมากกว่าซะงั้น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
นั่งรถบัส สาย 57 สำหรับหน้าร้อน ไปลงป้ายSt Remy Republique เป็นป้ายสำหรับเดินเที่ยวตลาดได้เลย ไม่แน่ใจว่ามีป้ายสำหรับ ร.พ.ที่แวนโก๊ะอยู่ไหม เหมือนเห็นรถบัสผ่าน แต่ไม่เห็นป้ายเลย อย่างไรก็ตาม งานนี้ เราเดินเที่ยวเล่นก่อนจ้า ใครซื้อของก็จะหนักหน่อย เพราะฉะนั้น มาถึงแล้วจะไป ร.พ. ก่อนเลยก็ได้ แต่ต้องกลับมาสักเที่ยงนะ เพราะบ่ายโมงตลาดก็วายแล้ว ของที่นี่ราคาไม่ได้ถูกเลย ถ้าจะซื้อของฝาก แนะนำให้ซื้อตามเมืองใหญ่มากกว่า นอกจากว่าจะถูกใจจริงๆ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a_1721

Taken by Dowrai

 

เราซื้อหอยสดๆ ทานด้วย กินกันจุใจ ราคาไม่แพง มีทั้งแบบ 12 ตัว 5 ยูโร หรือ 7 ยูโร แล้วแต่ขนาด สดจริงๆ ตลาดก็น่าเดินเล่นนะ ขายสินค้าเกษตรกันเป็นส่วนใหญ่ ได้เวลาเราก็ไป tourist office เพื่อถามเส้นทางไป ร.พ. ดีนะ ที่เป็นระหว่างทางพอดี ไม่ต้องย้อนไปมา ได้แผนที่ แล้วก็เดินตรงไปโลดดดดดด ร่วม 20 นาทีได้ก็ถึงจ้า

บรรยากาศโดยรอบ Saint Paul de Mansole 5 ยูโร สงบมาก มีดงต้นมะกอกล้อมรอบเลย ตัวโรงพยาบาลเป็นอาคาร 2 ชั้น ยังคงบรรยากาศเก่าเมื่อครั้งยังเป็นสถานที่บำบัตผู้ป่วยอยู่ได้เป็นอย่างดี ตลอดทางเดินก็มีผลงานของแวนโก๊ะแสดงอยู่ ทำให้เราเข้าใจได้ว่า ภาพแต่ละภาพนั้นมาจากไหนบ้าง ผสมสีจนได้มาเป็นภาพปัจจุบัน ห้องพักเดิมที่แวนโก๊ะอยู่ มุมมองจากหน้าต่างไปยังสวนลาเวนเดอร์ มีผู้คนมานั่งวาดรูปกันอย่างตั้งใจ ส่วนเราก็ถ่ายรูปกันแบบจริงจัง ถ้าอยากวาดรูป คงต้องอยู่ที่นี่ทั้งวัน เราเดินกลับมากะจะจับรถเที่ยว 13.03 เพื่อตรงไปเมือง Arles แต่ไม่ทันจ้า เลยต้องนั่งหาอะไรทานง่ายๆ อยู่หน้าโบสถ์ ฟังดนตรีเล่นกลางถนนไป ขณะที่ร้านต่างๆ ก็เริ่มเก็บของ ได้บรรยากาศจริงๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

รอบเกือบบ่าย 3 ออกจาก St.Remy ไปยัง Arles ลงป้ายสุดท้าย คือ Alres SCNF สถานีรถไฟนั่นเอง เข้าไปถามข้อมูลรถกลับก่อนเลย วันนี้มีรอบ 19.55 และ 21.40 ห่างกันจัง เราเลยตัดสินใจกลับรอบดึกสุด เพราะกว่าจะถึงเมืองนี้ก็ร่วมบ่ายสี่แล้ว เดินออกจากสถานีตรงเข้าไปในเมือง เมืองนี้ใหญ่กว่า St Remy แต่ก็ไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถเดินเที่ยวได้ เมื่อยก็พัก (เหรอ) เราเดินรอบ Amphitheater ก่อนเลย เวลานี้ เค้าไม่ให้เข้าไปเที่ยวแล้ว เพราะอีกเดี๋ยวจะมีการแสดง แต่เราไม่ได้ดูนะ มุ่งไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งที่แวนโก๊ะเคยอยู่ Espace Van Gogh มาแถบนี้ถือว่า ตามรอยแวนโก๊ะจริงๆ ชมสวนเล็กๆ ขณะที่ห้องโดยรอบ ปัจจุบันดัดแปลงเป็นแกลอรี่ ห้องประชุมบ้าง เข้าชม The Cathedral of St. Trophime ผ่าน Hotel De Ville ได้ยินเสียงเพลงก็เลี้ยวตามไป เค้ากำลังซ้อมการแสดงกันอยู่ นักร้องหญิงเสียงดีมาก ร้องพร้อมกับวงดนตรี นั่งฟังกันเพลินๆ นี่แหละ คือการพักขา ผ่านร้านอาหาร Le-cafe หนึ่งในภาพวาดของแวนโก๊ะ เป็นร้านอยู่กลางจตุรัสเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เจ้าหน้าที่ท่องเที่ยวคอยให้บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว เดินทางด้วย Segway อย่างเท่เลย เราถามไป 2 รอบ ระหว่างทาง เจอทีมถ่ายหนังเกี่ยวกับแวนโก๊ะ ตอนแรกเข้าใจว่า เป็นการถ่ายหนังที่จะเอาไปทำภาพสี แต่สรุปที่เราเจอคือถ่ายสารคดีจ้า แต่ก็ดูคล้ายดีนะ ตัวจริงเป็นไงไม่รู้ แต่ดูแล้วได้ฟิว พอเจอหลังจากเค้าแต่งกลับมาเป็นตัวเองแล้วก็เฉยๆ เลย เหอๆๆ เดินเล่นตามทางมาเรื่อยๆ จนมาถึงแม่น้ำ ยืนชมวิวสักพักพร้อมหาร้านอาหารไปด้วย ร้านที่หนึ่งที่ต้องการวันนี้ปิด หาต่อไป เดินไปเดินมา มาจบที่ร้านใกล้ๆ Amphitheater แต่ต้องแยกย้ายกันทานนะ เพราะที่ไม่พอ พี่ฝ้ายกับอุ้มก็เสียสละไปหาร้านอื่น ส่วนที่เหลือก็ยังต้องนั่งแยกโต๊ะ เราชิมเนื้อ Bull ด้วย หุหุ ก็อร่อยดีนะ แต่เยอะมากกกกก

เดินกลับไปขึ้นรถไฟ แวะรับของที่โรงแรมที่ให้บริการรับฝากของตรงปากทางเข้าเมือง เป็นบริการที่ดีเลยนะ คงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนใช้บริการ นั่งรถไฟกลับ 15 นาที แต่นั่งรถบัสร่วม 2 ชั่วโมง ราคาต่างกันจ้า เหมือนรถไฟจะเที่ยวละ 7.7 ยูโร ขณะที่รถบัสเที่ยวละ 2.5 ยูโร

วันที่หก 14 ก.ค. 59 Avignon

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตื่นแต่เช้า กะจะเดินทางไปเที่ยวที่เมือง Les Beaux Provence แต่ แต่ แต่ วันนี้ไม่มีรถไปถึงจ้า ต้องปรับแผนโดยด่วน กลายเป็นเที่ยว Avignon ทั้งวันแต่เช้าเลย ข้อดีคือ โล่งมาก ยามเช้าไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ เดือนนี้ที่นี่มีเทศกาลการแสดงทั้งเดือนเลย กิจกรรมจะเริ่มช่วงเที่ยงเป็นต้นไปยันดึก เราก็เลยเดินเล่นวนไปมาแบบไร้จุดหมายอยู่พักนึง สุดท้ายก็ตัดสินใจว่า เข้าไปชม Palais Des Papes (The Palace of Popes) ก่อนเลย โดยซื้อตั๋วร่วมกับ St Benezet Bridge ในราคา 13.5 ยูโร ที่นี่มี Avignon Pass ด้วย ก็มีส่วนลดได้อีกนิดหน่อย ถ้าจะเข้าสถานที่จ่ายตังค์หลายๆ ที่ก็ใช้สิทธิซะ แต่เราคิดว่าจะเข้าแค่นี้ ก็พอ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตัววังใหญ่มาก ใช้เวลาในการเดินเที่ยวหลายชั่วโมงเลย ตอนหลังเริ่มเดินเร็วละ เพราะหิว รู้งี้ เข้าที่นี่ตั้งแต่เช้าเลยก็ดี เปิดปุ็บเข้าปั๊บ มีหลายส่วนมาก ค่อยๆ ต่อเติมไปเรื่อยๆ และมีส่วนที่เสียหายจากไฟไหม้ด้วย มีวิดิทัศน์แสดงตั้งแต่เริ่มแรกจนเสร็จสมบูรณ์ ห้องที่สมบูรณ์สวยมากกก อยู่ช่วงท้ายๆ ของการเดินเลย เดินกันเต็มอิ่ม มีออดิโอไกด์นะ หรือ แค่ info แผ่นเข็งที่มีให้ตามจุดก็ได้ ร่วมกับวิดิทัศน์เป็นระยะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ช่วงหนึ่งของคริสตจักรที่ย้ายมาอยู่ที่ฝรั่งเศสเพราะปัญหาการเมือง ความขัดแย้งกับราชา ที่มาของการได้ที่ มาจากการบีบที่จากหญิงม่ายสูงศักดิ์ที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าสามีของตนเองตายในราคา 80,000 เหรียญ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พักทานข้าวกลางวันกันบริเวณจตุรัสเล็กๆ ศิลปินเปิดหมวกผลัดกันมาเล่นดนตรีให้ฟัง พร้อมชมการโปรโมทการแสดงจากทีมต่างๆ สนุกดี เดินเล่น Shopping แยกย้ายกันไปพักหนึ่ง ก่อนจะมาเจอกันอีกครั้งที่หน้าวัง เพื่อเดินไปชมโบสถ์และ St Benezet Bridge สะพาดขาดช่วงแห่งเมือง Avignon เดินตัดจากบริเวณวัง ผ่านสวนบนยอดเขา เจอพายุประจำท้องถิ่น เรียกว่า พายุ Mistral ลมพัดอื้ออึงเลย ต้องวิ่งไปหลบฝนในร้านขายน้ำ ซาแล้วก็ลุยกันต่อ

page
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ถึงสะพานก็ต้องเดินลงไปเข้าทางเข้าด้านล่าง รับออดิโอไกด์ที่รวมค่าบริการแล้ว รายละเอียดมาเต็ม แต่แปลไม่ค่อยได้แล้วเดี๋ยวนี้ เหอ ๆ เดินขึ้นสะพาน ลมแรงมากกกก ฟ้าใสแล้ว เพื่อนร่วมทริปสังเวยหมวกที่นี่ด้วย จากนั้นก็นั่ง Shuttle Boat ฟรีนะ ไปชมวิววังและสะพานจากอีกฟาก ถ้ามีเวลา สามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแถบนั้นได้อีกนะ แต่เดินทางยังไงไม่รู้ละ รู้ว่า มาทางฝั่งนี้แหละ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
dinner-at-avignon

At Mamma Corsica Taken by Dowrai

 

 

เมืองครึกครื้นมากในยามเย็น ผู้คนเต็มไปหมด ป้ายโปสเตอร์การแสดงต่างๆ เต็มไปหมด เป็นสีสันสุดๆ จริงๆ อยากดูสักโชว์นะเนี่ย มีข้อมูลให้ด้วยว่า การแสดงที่ต่างชาติดูได้คืออันไหน แต่แค่เที่ยวก็เวลาแทบไม่พอแล้ว แถมนั่งฟัง เดินผ่าน ยืนฟัง การแสดงดนตรีก็มีเยอะจนฟังกันไม่ทัน ทานข้าวมื้อเย็นที่ Mamma Corsica ร้านไม่ใหญ่นะ นั่งข้างนอกบรรยากาศดีแต่หนาว อากาศเริ่มเย็นละ ลมดีเกินไปจ้า วันนี้นึกว่าจะได้กลับเร็ว ก็ร่วม 4 ทุ่มอยู่ดี

พรุ่งนี้เราจะย้ายที่พักกันแล้วนะ จงเก็บของซะ

วันที่เจ็ด 15 ก.ค. 59 Coustellet Around Gordes  Fontaine De Vancluse  L’lsle Sur la Sorgue

วันนี้มีเรื่องให้ตื่นเต้นกันอีกแล้ว วางแผนแบ่งคนไปเอารถส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็ไปจัดการเรื่องตั๋วรถบัสที่ซื้อแล้วไม่ได้ใช้ ปรากฏ ตั๋วทำอะไรไม่ได้ ส่วนรถ ตอนแรกบอกจะได้รถอีกแบบซึ่งเล็กกว่าเดิม อีกทีต้องเป็น Manual เราก็โวยจนเค้าหาแบบที่ต้องการมาให้ได้ พอจะทำเรื่องเอกสาร ไม่มีใครพกใบขับขี่ประเทศไทยมาจ้า จำไว้ว่า ต้องพกมาด้วยนะ ใช้ใบขับขี่นานาชาติ ร่วมกับ ใบขับขี่จากประเทศตัวเอง ก็ต้องหาทางหารถกันให้ได้ เราเข้าเว็บหาและโทรมันตอนนั้น ส่งข่าวบอกอุ้มกับพี่ฝ้ายให้ช่วยถามที่พักด้วย สุดท้ายจบที่ วันนี้ได้รถจากที่พักแนะนำให้ เช่า 1 วัน ราคา วันละ 480 ยูโร ส่วนวันที่เหลือ โทรติดต่อรถที่เช่าไว้แล้วให้มาล่วงหน้าอีก 1 วัน สำเร็จแล้ว ร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหากันดี จริงๆ มีทั้งหาเส้นรถบัส โทรหาเจ้าของบ้านให้มารับ และอีกหลากหลาย

ไปเที่ยวกันต่อ กับ Simon คนขับวันนี้ ขับรถได้คล่องมาก ไม่ว่าเส้นทางจะตรง จะโค้ง จะเว้า พี่แกขับได้ประหนึ่งแข่ง F1 อยู่ มุ่งไปเที่ยว Bories ก่อนเลย เป็นหมู่บ้านหิน บ้านสร้างด้วยการนำหินมาซ้อนๆ กัน ไม่มีการเชื่อมต่อใดๆ เข้าชม Musee Lavender รับข้อมูลเรื่อง ลาเวนเดอร์ ลาเวนดินกันเต็มที่ ล้างสมองให้คิดว่า ลาเวนเดอร์นั้นดีที่สุด เพื่อให้ของเค้ามีมูลค่า Shopping กันได้ด้วยความสบายใจกับราคา เหรอ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
lunch-at-cous

Taken by Dowrai

 

มื้อกลางวัน เราทานข้าวกันที่เมือง Coustellet เมืองเดียวกับพิพิธภัณฑ์ลาเวนเดอร์ มีอยู่ไม่กี่ร้าน หาจาก Tripadviser อร่อย ไม่แพง ไปลองทานดู ชื่อร้าน Restaurant Tentations

Fontaine De Vancluse เมืองต้นน้ำ น้ำใส เป็นทางป่า ตะไคร้น้ำเพียบ น้ำใสมากกก แวะชมพิพิธภัณฑ์กระดาษ กระดาษสาบ้านเรานั่นเอง เมืองเล็กๆ น่ารัก เราส่งไปรษณีย์ที่นี่ เขียนที่อยู่เป็นภาษาไทยล้วน เดินทางถึงกรุงเทพทั้งสองฉบับจ้า สุดยอดจริงๆ ไปรษณีย์ฝรั่งเศส เรามีเวลาที่นี่ 45 นาที น้อยไปนิด อยากจะเดินชิวๆ กว่านี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

L’lsle Sur la Sorgue เมืองแห่งสายน้ำ และ กังหันน้ำ เป็นเมืองที่น่ารัก ทางน้ำเต็มไปหมด ร้านอาหารเพียบ โซนที่อยู่ โซนร้านอาหารค่อนข้างแยกชัด ไอติมอร่อยนะ เหมาะจะนั่งทานข้าว ทานขนมเล่นเป็นที่สุด แต่วันนี้เรามีแผนจะเข้าไปทานข้าวเย็นที่ที่พักซะแล้วนะสิ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
dinner-at-lagnes

Taken by Dowrai

 

วันนี้เข้าที่พักเร็วเป็นประวัติการณ์ ประมาณหนึ่งทุ่ม กระโดดน้ำกันสักพัก น้ำเย็นนะ แต่สักพักก็พอทน ขึ้นมาทานกับข้าวที่เตรียมไว้ หัวละ 30 ยูโร เหมือนจะแพงที่สุดละสำหรับอาหารมื้อนี้ แต่ได้บรรยากาศนะ บ้านเดี่ยวกลางทุ่ง เจ้าของเป็นลูกเสี้ยวไทยด้วย แถมเป็นญาติห่างๆ กับสามีของลูกพี่ลูกน้องเราด้วย โลกกลมจริงๆ วันนี้เลยได้นั่งพักผ่อน คุย เล่นเกมใบ้คำกันชิวๆ ได้ฤกษ์เขียนบันทึกแบบไม่ง่วงเกิน

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a_6679

นอนที่ Le Mas Julien เมือง Lagnes 2 คืน 640 ยูโร รวมอาหารเช้า บ้านพักน่ารักมาก ขอให้มา ขอให้มา

http://www.booking.com/hotel/fr/le-…&

วันที่แปด 16 ก.ค. 59 Gordes Volensole Roussillon

มาลุยทุ่งกันจ้า พี่คนขับรถมาแล้ว ชื่อวัฒนา คนนี้พูดเก่งมาก ขายตัวเองเก่ง สายนิดหน่อย เพราะหลงที่ ชื่อเดียวกันแต่คนละเมือง ไปเที่ยว Abbey แห่งเมือง Gordes ก่อนเลย โบสถ์กับทุ่งลาเวนเดอร์ กะมาเช้าหน่อยจะได้ไม่มีคนบังวิว ก็ไม่มีจริงๆ จ้า เพราะทำกำแพงไว้ อยากได้รูปคนด้วย ก็ปีนเอาจ้า ช่วงที่เราไปชมพู่ อารยาก็มาเหมือนกัน เห็นใน IG ถ่ายรูปวิวเดียวกันรัวๆ แต่แบบต่างกันมากกกกก 555

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วันนี้เรานุ่งกระโปรงสีฟ้า ให้เป็นที่ลือลั่นกันกลางทุ่งลาเวนเดอร์ พี่สาวจับใส่กระเป๋ามาเลย อยากจะเดินชมใน Abbey ด้วย แต่เค้าให้ชมตามเวลา ช่วงเช้ามี 10.00, 10.30 อีกที 12.40 เลย ใครจะมาก็วางแผนดีๆ นะ

สุดท้ายเราก็ได้เข้าชมโบสถ์นะ เนื่องจากเดินผิดทางในตอนแรก “พี่กุ้งจะอธิบายกับแม่ยังไง” คือคำถามที่พี่สาวถาม เมื่อรู้ว่าเดินมาผิดทาง 555 แหม ก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น ตัวโบสถ์เรียบง่ายจริงๆ แม่ก็มองทางเดิน มองแล้วมองอีก มันเป็นเนินๆ ด้วยไง แต่ก็เดินตามมา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
แวะทานข้าวกลางวันในตัวเมือง Gordes เดินเล่นรอบๆ เมือง แวะชมโบสถ์ เต็มไปด้วยหิน ทางลาดชันเล็กน้อย และถ่ายรูปมุมประจำแห่งเมือง Gordes ใครเคยไปคงจะจำมุมนี้กันได้
page-gordes
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
นั่งรถยาวๆ ไป Volensole ประมาณชั่วโมงครึ่ง คุ้มนะ สารพัดทุ่งลาเวนเดอร์ มีทุ่งทานตะวันบ้าง เต็มไปหมด ตัดแล้วบ้าง เต็มบ้าง เล็กบ้าง โตบ้าง มีหลายทุ่งเลย ถ้ามาเองคงตัดสินใจไม่ถูกว่าไปต่ออีกแค่ไหน ถ่ายรูปกันจนหายเบื่อไปเลย ไปเสนอช่วยถ่ายรูปให้ชาวบ้านด้วย เค้าก็แซวพวกเราว่า ครึกครื้นกันดี
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a_5416
17.15 มุ่งกลับไป Roussillon เราจะไปเดินเทรลกันจ้า สีส้มๆ ประหนึ่งแพะเมืองผี ก็น่าสนใจ ตัวเมืองอยู่สูง เวลาเดินเล่นก็จะขึ้นลงเนินประมาณนึง เจอครอบครัวมีเด็กเล็กๆ ไปขอถ่ายรูปกับเด็กผู้ชายมา น่ารักมากกก จุดชมวิวก็จะเห็นเมืองด้านล่าง ทานข้าวเย็นชมบรรยากาศส้มๆ ลมเย็นๆ กันไป
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1_190

พี่คนขับมีบริการ wifi ให้ยืมเช่นกัน เป็นมาตรฐานไปแล้วล่ะ ให้ยืมติดตัวระหว่างเที่ยวด้วย เสนอส่งสนามบินให้อีกต่างหาก เราก็รับละ หุหุ

ขับรถกลับกันตอนกลางคืน เกือบหาที่พักไม่ได้ อ้อ เพื่อนร่วมทริปลืมกุญแจไว้ในห้อง มีคนมาทำความสะอาด ปิดหน้าต่าง ล็อคห้องให้เรียบร้อย ต้องไปตามเจ้าของบ้านที่พักอยู่ชั้นบนลงมาเปิดให้ 555

วันที่เก้า 17 ก.ค. 59

ตื่นเช้ามานั่งทานอาหารเช้าสบายๆ ขนมปังที่นี่อร่อยมากจ้า ร่ำลาเจ้าของบ้าน เดินทางสู่ Pont Julien สะพานโค้งในอดีตที่ยังสมบูรณ์ คนนิยมมาปั่นจักรยานกันเยอะ ได้ลองเข้าห้องน้ำระบบชีวภาพด้วย คือ นั่งเสร็จให้เหยียบที่ใต้ฐานจะได้ยินเสียงคือเลื่อนแถบรองข้างใต้จนพ้นสายตา แล้วของเสียเหล่านั้นจะหล่นลงใต้ถัง หมักหมมต่อไป แวะชมตลาดที่เมือง Coustellet ก่อน เมืองเดียวกับพิพิธภัณฑ์ลาเวนเดอร์นั่นแหละ เป็นตลาดท้องถิ่นเดินกันเพลินเลย ไปทานข้าวกลางวันที่ Aix Ex Provence จริงๆ แล้วไม่ต้องมาก็ได้นะ เพราะมันย้อนเส้นทางทำให้เสียเวลาเกินไป มาถึงก็ได้แค่กินข้าวกลางวัน เป็นเมืองแห่งการศึกษา มีน้ำพุเป็นจุดท่องเที่ยวให้ตามล่า

page-market
aix-en

Taken by Dowrai

 

 

วันนี้นั่งรถกันยาวมากกกกกก จาก Aix En Provence ถึง Colmar 7 ชั่วโมง นับถือพี่วัฒนา คนขับและพี่กุ้งมาก ชวนคุยกันตลอดทาง ส่วนเราก็หลับกันไปเรื่อยๆ แต่ดันเจออุบัติเหตุอีก ปาไป 9 ชั่วโมงเลย ถึงที่พักเกือบห้าทุ่มครึ่ง เจ้าของที่พักลงมารับ พร้อมบอกให้เงียบๆ เดี๋ยวจะรบกวนคนอื่น ที่พักน่ารักดีนะ แต่ต้องหิ้วกระเป๋าขึ้นสูงหน่อย อยู่ชั้น 3 อดเดินชมเมืองยามค่ำคืนเลย เฮ้อ เหนื่อย ขอนอนละนะ อ้อ ห้องอาบน้ำห้องเราเซ็กซี่มาก คือการ ตั้งฐานลอยกล่องอาบน้ำไว้ พร้อมม่านรูด เปิดแอร์ไป อาบน้ำไป ก็เย็นละค่ะงานนี้

ปล. ที่นี่เป็นที่ชิมไวน์ที่ทำที่พักด้วย

ที่พักที่ Colmar 127 ยูโร + อาหารเช้าคนละ 7.5 ยูโร (ไม่ค่อยคุ้ม)

http://www.martinjund.com/ANGLAIS/anglaisaccueil.htm

เมืองแถบนี้ น่ารักมากกกก ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป น่าเดินเล่นมาก ใช้เวลาให้เต็มอิ่มในแต่ละเมือง เดินชมบรรยากาศเมืองโดยรอบ ชิมขนม ทานอาหารกันให้เต็มอิ่ม มาเที่ยวแถบนี้ อย่าเร่งรีบนะ

ตอนที่ 1
https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24/

ตอนที่ 2
https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24-2/

ตอนที่ 3 (จบ) https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24-3/

map-of-france-attractions

ไปเที่ยวฝรั่งเศสตามแผนที่วางไว้กันล่วงหน้าหลายปี แต่ขยับขยายจากโพรวองซ์มาเป็นเกือบทั่วฝรั่งเศสได้อย่างไรไม่แน่ใจ เริ่มกันตั้งแต่ลงปารีส มุ่งไปฝั่งซ้าย เที่ยว Mont Saint Michel แวบ Giverny เยี่ยมบ้านโมเน่ต์ ขมปราสาทแถบลุ่มแม่น้ำลัวร์ เยี่ยมบ้านลีโอนาโด ดาวินชี่ จากนั้นดิ่งลงใต้ไปเที่ยวแถบโพรวองซ์ชมธรรมชาติ ตามหาลาเวนเดอร์ เยือนต้นแบบภาพวาดของแวนโก๊ะ จากนั้นพุ่งไปทางขวาของฝรั่งเศส แถบติดเยอรมัน แวะเมืองเล็กเมืองน้อย กลิ่นอายเยอรมันชัดเจน ขาหมูที่นี่อร่อยดี ชมเมือง Colmar เมืองต้นแบบของการ์ตูนเรื่อง Howl’s Moving Castle ค่ายสตูดิโอจิบลิ ตีกลับเข้าปารีส เที่ยวเมืองหลวง เยือนวัง เป็นอันจบทริป 15 วันเต็ม

ทริปนี้เป็นทริปพาแม่ไปเที่ยวด้วย ฉะนั้นการเดินทางจะค่อนข้างสะดวกสบาย เหมารถจ้างานนี้ ตั้งใจไว้ว่า จะเหมารถบางช่วง เที่ยวด้วยรถสาธารณะสักช่วง ขับรถเที่ยวเองอีกสักหน่อย กลับมาเช่ารถเหมาอีกครั้งเวลาย้ายที่ไกลๆ และเที่ยวเองจริงๆ ในปารีส แต่มีเหตุให้ต้องเหมารถแทนขับรถเองซึ่งก็ถือว่าเป็นผลดี เพราะพอเห็นทางที่ต้องขับแล้ว ก็คิดว่า ถ้าขับเอง คงเที่ยวได้น้อยแน่ๆ 555

คราวนี้เราใช้บริการสายการบินการ์ต้า ไปกลับ แวะโดฮา ในราคา 32,465 บาท ถ้าซื้อก่อนหน้านี้ได้ 27,000 บาท มีสายการบินที่ราคาถูกกว่านี้ แต่เวลาไม่โอเคสำหรับเรา ก็เลยต้องยอม

เช้าวันแรก 9 กค 59

เดินทางถึงปารีสแบบง่วงๆ เดินกันยาวๆ เอ้ย ยืนบนทางเลื่อนกันยาวๆ จาก gate มาถึง Terminal 1 คล้ายอุโมงค์ สวยดีนะ ที่นี่จะเล็กหน่อย เห็นเขาว่า Terminal 2 จะอลังการงานสร้างกว่าเยอะ ออกมาแล้วก็เดินหากระเป๋ากันจ้า เพราะมัวแต่ไปเข้าห้องน้ำ กระเป๋าเลยถูกจัดเก็บมาวางกองที่เคาน์เตอร์สายการบินแล้ว มีหลายคนก็มาเดินตามหาแบบเรา เจอซิโก้ด้วย เท่มากกกก มาชมฟุตบอลโลกรอบชิงแน่ๆ จะมีแข่งอีกวันสองวันนี้แล้ว ฝรั่งเศสชิงกับโปรตุเกส รู้ผลกันแล้วเนอะ โปรตุเกสชนะ ถ้าฝรั่งเศสชนะ น่าจะครึกครื้นน่าดู ออกมาได้ก็จัดการเช่า Pocket Wifi ของ Travel Wifi (121.5 ยูโร 14 วัน) ซื้อตั๋ว Museum Pass 4 วัน 62 ยูโร ที่ Information ตรง Terminal 1 อ่านจากไหนมาไม่รู้ เค้าบอกว่า ซ์้อตั๋วรถไฟเป็นชุด หรือ t+ ที่นี่จะได้ถูกกว่า ลองถามแล้ว ปรากฏว่าไม่จริงจ้า เลยยังไม่ซื้อ ซึ่งก็ดี ตอนหลังไปคำนวณแบบ 7 วันที่ใช้ได้ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์แล้วคุ้มกว่า ใช้คุ้มจริงๆ เจอคนไทยมาเที่ยวปารีส เข้ามาถามข้อมูลเราแบบละเอียด เราก็เอ๋อไปนิด บางทีก็ตอบไม่ได้นะคะ ขอเชิญที่เคาน์เตอร์เลยค่ะ (การถามความคุ้มของตั๋วนี่ ต้องรู้ก่อนนะว่าจะไปไหนบ้าง เข้าที่ไหน ราคาเท่าไหร่)

คนขับรถวันนี้ คือ พี่กรณ์ สุภาพ ยิ้มแย้ม นิ่ง ฟัง และหัวเราะไปกับการพูดคุยของเรา เป็นชาวลาว รถเช่าวันนี้ เป็นรถที่ยืมมาอีกที คนที่ควรจะมาไม่มา รถบกพร่องที่หันกลับไม่ได้ ต้องนั่งหันหน้าเข้าหากันไป เราเลยต้องยืนพื้นกับตำแหน่งมองย้อนหลัง สลับด้วย พี่ฝ้าย/แม่ ข้อดีคือ คุยกันแบบมองหน้ากันได้ตลอด

รถเช่า เราใช้บริการของ Tommy นักเรียนไทยในฝรั่งเศส ได้ความว่า มาเรียนเป็นเชฟจ้า http://www.tommy-tf.com/ แต่พอมาถึงกลายเป็นอีกคนเป็นหลักในการติดต่อ ส่งต่อกันมา หักหัวคิวกันกี่ต่อเนี่ย คนขับจะได้เท่าไหร่น้า

นั่งรถกันประมาณนึง มุ่งสู่ Giverny มาถึงทานเข้าก่อนเลย แต่ chef เริ่มทำอาหาร 11.30 น. ตอนนี้ เกือบ 11.00 ก็รอกันไป หิวมาก มื้อนี้แม่เลี้ยงตั้งแต่เริ่มต้นเลย อิอิ ค่าเสียหาย 85 ยูโร ทั้งจานหลักและขนมเอแคลแบบฝรั่งเศส ทรงยาวๆ ในหัวนึกถึงเอแคลกลมๆ แบบบ้านเรา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ น่าปั่นจักรยานเล่นเป็นที่สุด ถนนสายหลักสำหรับการท่องเที่ยวมีสายเดียว แผนที่เมืองหยิบได้จากทุกที่ เริ่มตั้งแต่โบสถ์ ไปจบที่บ้านของโมเน่ต์ มีที่แสดงงานศิลปะเป็นระยะๆ เล็กๆ น่ารัก ร้านทำของย่อส่วน คนทำพูดฝรั่งเศสเป็นอย่างเดียว คนดูฟังได้แค่คำสองคำ เราก็ยิ้มให้กันไป ของเค้าน่ารักมาก ราคาก็สุดยอดมาก ขอชื่นชมด้วยสายตาอย่างเดียวละกัน บ้านแนวหินๆ ปลูกดอกไม้รายทาง ตามระเบียงบ้าง เลื้อยตามกำแพงบ้าง เป็นสไตล์ที่เราจะได้พบเจอเรื่อยๆ ถึงบ้านโมเน่ต์จุดหมายหลักแล้วจ้า คิวยาวเชียว ระหว่างเข้าคิว มีเจ้าหน้าที่มาคอยเรียก ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่มีคนอื่นฟังออก เค้าก็บอกว่า มีอีกทางนึงให้เข้าได้ เราก็นึกถึงทางสำหรับกรุ๊ปทัวร์แน่ๆ เพราะเห็นแล้ว แต่ไม่ใช่ทัวร์ไง เลยไม่ได้เดินไป เลยไปกับพี่ฝ้าย ไปลองดูก่อน ปรากฏว่าได้ ให้พี่ฝ้ายไปตาม ส่วนเราก็รอซื้อตั๋ว เร็วกว่ามากกก แต่เข้าไปทางสวนก่อน เลยไปเดินสวนก่อนเลย วกกลับเลี้ยวไปหาสวนบัว/สระน้ำก่อน เดินลงบันไดลอดถนนไปอีกฟากมั้ง สวนรื่นรมย์มาก มีบ่อน้ำอยู่ตรงกลาง สะพานเขียวข้ามน้ำ สะพานไม้ไผ่ มีความหลากหลายของพันธ์พืชมารวมกัน ต้นหลิวช่วยให้ดูพริ้วไหวมากขึ้น ยิ่งเห็นภาพต้นฉบับยิ่งเข้าใจว่า ก็นี่แหละของจริง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นั่งเล่น เดินเล่นในสวนกันนานอยู่ ถ้ามีเวลามากกว่านี้คงจะนั่งจ่อมกันอยู่แถวนี้ แต่เรามาเที่ยวไง เวลาจำกัดก็ต้องไปต่อไป ย้อนกลับมาทางตัวบ้าน ชมสวนอังกฤษ กุหลาบเยอะๆ เข้าชมตัวบ้านที่อยู่จริงๆ แต่ละห้องมีเอกลักษณ์ ตกแต่งด้วยภาพวาด เครื่องประดับจากญี่ปุ่น จากจีน กระเบื้องดูเป็นที่นิยม ห้องมีสีสัน ห้องสีฟ้า ห้องสีเหลือง ห้องสีเขียว นี่ขนาดบ้านคนนะ เรายังต้องเจอห้องสีๆ กันอีกเยอะ ปิดท้ายด้วยร้านขายของที่ระลึก ร่มสวยเชียว พี่สาวอยากได้ แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะหอบหิ้วกลับไปอย่างไร แล้วก็ซื้อติดมา 1 อันเรียบร้อย 555

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
france-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87_7745
france-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87_3682
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ที่นี่ Pocket Wifi เราไม่มีสัญญาณนะ ซิมโทรศัพท์ก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องตามหาคนขับกันล่ะ ตัดสินใจเดินไปแถวที่จอดรถเยอะๆ เออ เจอแฮะ เก่งกันจริงๆ เรายังแวะอีกหนึ่งที่ คือ โบสถ์ของเมือง Roeun ที่ที่โจนออฟอาคถูกเผา กระจกสีสวย ละเอียด โบสถ์ใหญ่ทีเดียว เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ด้วยแหละ ออกจากที่นี่ร่วม 4 โมง หนทางยังอีกยาวไกล ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ถึงจะถึง Mont Saint Michel ตัดสินใจทานข้าวกันบน Rest Area ที่มีร้าน Paul ร้านแซนวิชชื่อดังของฝรั่งเศส ที่เมืองไทยอยู่ใน Embassy มาที่นี่อยู่ตาม Rest Area ซื้อเสบียงไว้เป็นอาหารเช้า ทานกันง่ายๆ และไม่ค่อยอร่อยกันที่นี่เลย (ไม่ได้กิน Paul เป็นมื้อเย็นนะ)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มาถึงแถว Mont Saint Michel ร่วม 20.30 น. ยังมีร้านอาหารให้แวะทานได้นะ เลยตัดสินใจยังไม่เข้าที่พัก ไปถ่ายรูปกันก่อนเลย ได้ออกมาเป็นแบบเล็กๆ แล้วก็เลยเข้าไปจอดรถ (ไม่เสียตังค์แล้วเวลานี้) เดินเข้าไปใกล้ๆ ผ่านสวนผักสลัด ปลูกเป็นทุ่งเลย ไม่เห็นแกะแล้ว เค้าบอกว่า ดินแถวนี้จะเค็ม ผักหรือเนื้อแกะก็จะมีรสเค็มๆ ด้วย เลยลองเด็ดมากินดูสดๆ ก็ปะแล่มๆ วันนี้ฟ้าใสมาก ดีใจที่แวะมา เดินถ่ายรูปเล่นกันสนุกสนานอยู่รอบนอก ฟ้าสวยมากกกก ถึงที่พักร่วม 4 ทุ่มครึ่ง

%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%86

ที่พักที่นี่ 4348.67 บาท อยู่ในแถบที่อยู่อาศัย ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ มีห้องอาบน้ำห้องเดียว แต่มีห้องสุขา 2 ห้อง ต้องถามข้อมูลกันดีๆ นะ มีห้องนอน 2 ห้อง อีก 2 คนนอน ห้องนั่งเล่นบนโซฟาเบด ก็ต้องเป็นเรากะเพื่อนสินะ ในฐานะที่ตัวเล็กกันทั้งคู่ แต่นอนไปนอนมาก็ยังไหลมากองกันแฮะ 555

Gite en baie du Mont St Michel

https://airbnb.com/rooms/3232215?s=…

วันที่สอง 10 กค 59

เช้านี้ ก็รีบตื่นกันมาเข้าห้องน้ำกันแต่เช้า ส่วนเราก็ขอคนสุดท้าย อุ่นขนมปังจากร้าน Paul ทานกัน 8.30 น. พี่กรณ์ก็มารับเรา เดินเล่นตอนเช้าในละแวก เจอบ้านไฮโซอยู่ข้างใน เยื้องๆ เราก็มีที่พักอีกที่ด้วย น่ารักดีเหมือนกัน เจอเพื่อนบ้าน ชวนคุยใหญ่เลย น่ารักดี

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

กระโดดขึ้นรถ shuttle bus (เมื่อวานเดินไปแล้ว แม้จะไม่ถึง) เสียดายวันนี้ฟ้าไม่ใสเลย เดินเล่นในเมือง ให้อารมณ์เหมือนตรอกในเรื่อง Harry Porter เลย แล้วเราก็เลี่ยงขึ้นป้อมรอบนอก จริงๆ คือเดินตามทัวร์เค้าไป ก็ได้อีกบรรยากาศ เห็นในมุมสูง และมองขวาออกไปทางทะเล เจอคุณป้าพักอยู่ในห้อง คอยเป็นแบบให้ถ่ายรูปด้วย น่ารักดี เดินผ่านพิพิธภัณฑ์เล็กๆ น่าจะเกี่ยวกับเกราะต่างๆ ของทหาร คนขายตั๋วบอกว่า ซ์้อตั๋วแล้วเข้าได้อีก 4 ที่ เออ ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เยอะเหมือนกันนะ แต่เราขอมุ่งไปที่ Abbey แล้วจ้า เดินขึ้นๆๆๆๆๆๆๆๆ หันมามองแม่เป็นระยะๆ แม่คงคิดในใจ ไม่เห็นบอกว่ามีบันได อิอิ

Abbey (ค่าเข้า 9 ยูโร ค่าหูฟังชุดละ 4.5 ยูโร มีราคาคู่สำหรับหูฟังด้วยนะ) เอาหูฟังแค่ชุดเดียว ให้พี่กั้งไปฟัง มีอะไรน่าสนใจก็บอกมาละกัน ตัวอาคารทำจากหินแกรนิต มีการตกแต่งด้วยนกอินทรีย์ และอื่นๆ ถามๆ ดู ได้ความว่า เป็นแค่การตกแต่ง แต่มีการผูกเรื่องราวมาเล่าเป็นการทัวร์ตอนกลางคืนอยู่เหมือนกัน น่าจะสนุก เดินขึ้นไป เจอกับลานกว้างชมวิวทะเลโดยรอบ และโบสถ์เรียบง่ายที่เคยโดนเผาไปแล้วบางส่วน ทำให้ขนาดของโบสถ์เล็กลงกว่าเดิม บริเวณนี้เป็นจุดเริ่มต้นของ Guided tour หลายภาษา รวมทั้งภาษาอังกฤษ เราพลาดรอบแรกไปแล้ว ต้องรออีกครึ่งชั่วโมงเลยไปเดินเล่นข้างใน แวะร้านขายของที่ระลึกกันก่อน 11.00 ก็กลับมาฟัง ทัวร์นี้จะใช้เวลาทั้งหมด ชั่วโมงครึ่ง แต่เรามีเวลาน้อย ฟังได้สักพักก็ต้องแยกไป เสียดาย อดเข้าห้องลับที่เค้าจะไขกุญแจเปิดให้เข้าไปดูเลย ระหว่างทางเห็นอีกกลุ่มกำลังออกมาอยู่ มองแวบเข้าไป ก็เป็นห้องกว้างห้องหนึ่งเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ที่นี่ค่อนข้างกว้าง ใช้เวลาเดินชมได้นาน ยิ่งมีคนบรรยายด้วยคงจะยิ่งดี เพราะขนาดเดินดูแบบไม่ค่อยรู้อะไร ก็ยังว่า เออสวยดี ย้ำว่า ใครเป็นแฟน Harry Porter คงจะรู้สึกเหมือนได้เข้ามาอยู่ในโรงเรียนฮอกวอร์ต ทั้งห้องอาหาร โต๊ะยาว ห้องลับต่างๆ ทางบันไดวน มีกระจกลูกบอลตกแต่งเป็นระยะๆ ด้วย ทำให้ได้มุมที่แปลกขึ้น คุ้มค่ามากกับการเดินเที่ยวชม ใครมาเที่ยวเองขอให้จ่ายตังค์เข้ามาชมด้วยนะ จากนั้นก็เดินกลับ แวะร้านขายของที่ระลึกตามทาง ได้ของติดไม้ติดมือกันมาทุกคนเลย อย่างว่า ยังเป็นที่แรกๆ ของยังดูน่าสนใจ นั่งรถ Shuttle Bus กลับออกมาลงป้ายที่มีร้านอาหารเยอะๆ เพื่อชิมอาหาร แกะเค็ม และอื่นๆ สั่งหอยกันมาได้กระป๋องสี 1 ลิตรเลย ก็อร่อยดี วันนี้มีแข่งบอล คนเสิร์ฟป้ายหน้าเป็นรูปธงชาติกันทุกคนเสริสร้างบรรยากาศ จริงๆ ไข่เจียวฟูเป็นของมีชื่อที่นี่ แต่อ่านดูแล้ว ทุกคนแค่ลอง แต่ก็ไม่มีใครว่าอร่อยกันสักคน เลยไม่ทานดีกว่า แหะๆๆ มื้อนี้เจอนักท่องเที่ยวมาคนเดียว แบกเป้ มีย่ามคล้ายบ้านเรา นั่งกินหอยกระป๋อง 1 ลิตรนั้นด้วยความพยายามมาก และก็ชวนโต๊ะเราคุยอย่างไม่ขาดสาย

มุ่งตรงไปสู่ลุ่มแม่น้ำลัวร์กันจ้า วันนี้เราจะแวะที่ปราสาท Villandry ชื่อเสียงอาจจะไม่ค่อยโดดเด่นนัก ปราสาทมีเป็นร้อยๆ ในบริเวณนี้ ที่นี่เด่นเรื่องสวนจ้า มาแล้วคุ้มนะ จ่ายตังค์ 6.5 ยูโร มาดูสวนอย่างเดียวเลย มีสวนโซนต่างๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หลากหลายรูปแบบ ทั้งสวนอังกฤษ สวนดอกไม้ สวนสนแนวยาวๆ สวนวงกตเล็กๆ น่าเดินเล่นจริงๆ เหมาะกับบรรยายกาศยามเย็นมาก เรามาถึงกันร่วม 18.30 น. เดินกันจนปิด ร่วม 2 ทุ่มได้ เดินกลับไปจะออกทางเดิมแต่ปิด

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แล้ว มีป้ายชี้ว่า ออกหลังเวลาปิดให้ไปทางนี้ ก็กดปุ่มเพื่อเปิดประตู ออกไปตามถนนเล็กๆ ไปถนนใหญ่ หาอาหารเย็นทานกัน เสร็จร่วม 3 ทุ่ม เหมือนเด็กเสิร์ฟเตรียมจะปิดร้านเพื่อไปดูบอลแล้วล่ะ พี่กรณ์ขับต่อไปยังเมือง Amboise ที่นอนของเราในคืนนี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
Amboise ที่พักที่นี่ อยู่ริมแม่น้ำ ห้องสวยงามอลังการมาก ดีที่สุดในทริปเลยล่ะ ห้องใหญ่ ตกแต่งเหมือนเป็นห้ององค์หญิงย่อมๆ มีมื้อเช้าพร้อมให้บริการ ในราคาแพงสุดของทริป คืนละ 420 ยูโร รวมอาหารเช้า

Chambres d’hôte Le Clos Saint Raphaël

วันที่สาม 11 ก.ค. 59
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ทานอิ่มแล้ว เก็บข้าวเก็บของ พร้อมติดตามข่าวผลฟุตบอล ฝรั่งเศสแพ้โปรตุเกสจ้า มุ่งไปบ้านของลีโอนาโด ดาวินชี ที่ท่องเที่ยวเด่นอีกที่ นอกเหนือไปจากปราสาทประจำเมืองที่เราไม่ได้แวะ บ้านลีโอนาโด หรือ Clos Luce http://vinci-closluce.com/en มีพื้นที่กว้างมากกก มีค่าเข้าหลัก และ ค่าเข้าเพิ่มเติมหากต้องการเข้าชมนิทรรศการที่จัดขึ้นพิเศษ รวมเป็น 20 ยูโร เดินกันที่ตัวบ้านก่อน แบ่งเป็นห้องต่างๆ ใช้งานจริง เป็นบ้านหลังใหญ่ทีเดียว จัดไว้แบบคนอยู่จริงๆ มีโซนวิดิทัศน์ เป็นภาพคนจริงๆ โปรเจคเป็น 3 D ดูแล้วก็แอบหลอนๆ เหมือนกันนะ เป็นบทสนทนาระหว่าง ลีโลนาโดกับลูกศิษย์มั้ง ฟังไม่ออกค่ะ มีคนแย้งว่า น่าจะเป็นบทสนทนากับผู้ว่าจ้างมากกว่า บ้านโทนสีแดง ๆ ชั้นล่าง ทำเป็นห้องแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ในจินตนาการทั้งหลายของลีโอนาโด ทั้งใช้ได้จริง และ ยังคงเป็นเพียงจินตนาการ น่าสนใจมาก ไม่พอ ด้านนอกยังมีอาคารจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ขนาดย่อ 100 กว่าชิ้น พร้อมคำอธิบาย ที่นี่มีร้านอาหารหลายที่เลย กระจายไปตามโซนต่างๆ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จบจากโซนบ้าน เราก็เดินไปยังโซนสวน กระจายไปยังจุดต่างๆ ก็ว่าเดินตามแผนที่แล้วนะ แต่ก็ยังเก็บได้ไม่หมดบ้าง ใช้เวลาเดินกันนานอยู่ เริ่มที่ 9.30 น. – 12.30 น. สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้จริงๆบ้าง จินตนาการบ้าง ทำในขนาดจริง มีวางอยู่ตามที่ต่างๆ ในสวน เน้นต้นไม้ใหญ่ สนามหญ้า เป็นสวนเขียวๆ ผิดกับสวนของโมเน่ต์เลย โซนนิทรรศการพิเศษแยกมาอยู่ต่างหาก ข้างในเป็นภาพแม่นางโมนาลิซ่าในแบบต่างๆ ทั้งแบบออริจิ แบบแปลก แบบล้อเลียน มีทำเป็นโมนาลิซ่าหลับตาแล้วลืมตาได้ด้วย น่าสนใจดี มีแผ่นป้ายใหญ่ให้คอยอ่านตามจุดต่างๆ ด้านนอกมีภาพคน 3 คนของลีโอนาโด คือ The Virgin of The Rocks, Mona Lisa และ Saint John the Baptist เล่าการเดินทางจากอิตาลีมายังฝรั่งเศสของลีโอนาโดด้วย เป็นภาพวาดระหว่างการเดินทาง นึกถึงการ์ตูนของไซโต้ จิโฮ เรื่อง คุณหญิงมงกุฎดอกไม้ ที่มีอาจารย์ลีโอนาโดปรากฏเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ด้วยเลย เดินทางกันด้วยม้า ขนอุปกรณ์กันมาเต็มสตรีม

อีกโซนที่ชอบคือ บริเวณสวน หญ้าเขียว ต้นไม้ใหญ่ แขวนภาพโปร่งแสง เป็นภาพผู้หญิง มีอยู่ 3 ภาพ จัดตั้งได้เก๋ ร่วมด้วยกับต้นไม้ใบไม้ ยิ่งส่งให้ดูน่าสนใจเข้าไปอีก ถ่ายรูปกันเพลินมาก มีร้านอาหารอยู่ในโซนนี้อีกเช่นกัน ร้านเยอะขนาดนี้ขายได้ขนาดไหนเนี่ยะ ทางออกของที่นี่ไม่ได้เป็นร้านค้านะ แต่ร้านค้าอยู่ตั้งแต่ตอนเดินชมบ้านเสร็จเลย หุหุ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลีโอนาโด ใช้ชิวิตช่วงบั้นปลาย 3 ปีสุดท้ายที่นี่ นำภาพวาดติดตัวมาจากอิตาลี เป็นภาพคน 3 คน ในนี้มีร้านอาหาร 3 ร้านนะ เท่าที่เห็น เกี่ยวมะ 555

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นั่งรถพุ่งไป Chambord เข้าไปหาอะไรทานง่ายๆ กันก่อนเลย วันนี้ทานเครปคาวกันจ๊ะ ง่ายแต่แพงไปนิดเพราะอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวแหละ ตัวปราสาทใหญ่มาก พื้นที่รอบๆ ก็ใหญ่เช่นกัน เป็นลักษณะป่า น่าปั่นจักรยานเล่นมาก แต่เวลาไม่พอจะชิวได้ขนาดนั้น ที่นี่มีบริการให้เช่าจักรยานนะ เดินตรงเข้าไปชมวังกันเลย ค่าเข้าชม 11 ยูโร ค่า Audio Guide เท่าไหร่อะ หาไม่เจอแล้ว แหะๆ อ้อ ลืมบอก เวลาเช่าต้องให้ ID ไว้ด้วยนะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมพกพาสปอร์ตจ้า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
จุดเด่นที่ต้องถ่ายรูปคือ บันไดวนตรงช่วงกลางๆ ของปราสาท เป็นปราสาทที่ใหญ่มาก เดินให้ทั่ว ให้ครบค่อนข้างยาก เดินหลุดปีกซ้าย หลุดปีกขวาอยู่นั่น ที่น่าสนใจคือ มีตัวเงินตัวทองอยู่เต็มปราสาทไปหมด แต่ผู้รู้ท่านว่า มันคือ กิ้งก่าพันธ์หนึ่ง
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เกาะอยู่บนเพดานจ้า ตกแต่งแบบนี้ เด่นจริงๆ ถามว่า จำอะไรได้ที่นี่ อ้อ ปราสาทตัวเงินตัวทองค่ะ 555 ห้องต่างๆ ใหญ่โต แต่ดูค่อนข้างเก่า ห้องล่าสัตว์ต้องมี เพราะมาพักที่นี่ ก็เพื่อมาล่าสัตว์กัน เค้าว่ากันว่า ปราสาทนี้เป็นต้นแบบของปราสาทในเรื่อง Beauty and the Beast ไม่รู้เค้าไหนเหมือนกัน ถามว่าเหมือนไหม ให้หาก็คงบอกว่า น่าจะเป็นเรื่องของการเดินทางกลางป่ามาแล้วหลุดเข้ามาในตัวปราสาทน่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น King ของปราสาทในลุ่มแม่น้ำลัวร์เลย มาแล้ว ก็ต้องมาที่นี่ สำหรับเราไม่ได้ให้คะแนนขนาดนั้น อาจจะชอบแบบเล็กๆ เดินง่ายๆ มากกว่ามั้ง

ใช้เวลา 1 ชั่วโมงจาก Amboise มาถึง Chambord เรากำลังจะไปปราสาท Chenonceau ราชินีแห่งลุ่มแม่น้ำลัวร์ ออกมา 4 โมงได้ ถึงร่วม 5 โมงเย็น ไปไป รีบเข้า ก่อนจะปิด

 OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มองจากข้างนอกที่นี่ดูธรรมดานะ มีสวนสองฝั่ง เดินข้ามสะพานเข้าไปในตัวปราสาทที่อยู่บนน้ำ ธรรมดามะ อิอิ ข้างในยิ่งกว่า เป็นปราสาทขนาดย่อมที่มีความสวยงามในทุกห้อง มีรายละเอียดการตกแต่ง เห็นภาพความเป็นอยู่จริง เห็นการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของ 2 นางของพระมหากษัตริย์ ไดแอน เป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์ เมื่อกษัตริย์สิ้น แคทธารีนผู้เป็นเมียหลวง/เมียแต่งได้โอกาสแก้แค้นที่ต้องทนชอกช้ำ กับความเมินเฉยของผู้เป็นสามี และยกหญิงอื่นเหนือตน บังคับให้ยอมยกที่อยู่ให้นาง อ่านประวัติแล้วดราม่ากันดี สร้างสวนก็สร้างแข่งกันว่าใครสวยกว่ากัน

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ที่ชอบที่สุดคือ ห้องสีดำ ห้องนี้นอนแล้วน่าจะหลับได้สบาย มืดดีแท้ (คงเพราะเบื่อห้องสีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีเหลือง ทั้งหลาย) มีกิจกรรมทางน้ำด้วยนะ นักท่องเที่ยวลอยตัวกันมาตามแม่น้ำ หยุดชมปราสาทจากด้านนอก แล้วลอยตัวกันต่อไป น่าจะสนุก แต่ก็น่าจะเย็นอยู่ ยังดีวันนี้ไม่ค่อยหนาว

สวนรอบนอก บ้านหลังเล็กคลุมด้วยดอกไม้เลื้อย เป็นที่ที่หยุดกันนานมาก ถ่ายกันจนแสงยามเย็น เราอยู่กันจนปราสาทปิดได้ ตลอดจริงๆ

 france-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87_2877
 OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มีเรื่องตื่นเต้นกันเล็กน้อย เมื่อที่พักโทรมาบอกว่า Check in เลทสุดคือ 2 ทุ่ม เอ่อ คือ เพิ่งออกกันมาเองค่ะ ต้องต่อรองกันแทบแย่ ยอมจ่ายตังค์ให้คนเอากุญแจมาให้เมื่อไปถึง ไม่ต้องหาอะไรกินกันแล้วงานนี้ พุ่งตรงไปยังเมือง Bourges กันเลยค่ะ ใช้เวลาไป ชั่วโมงครึ่ง จ่ายค่าเดินเอากุญแจ พาไปที่ห้อง 15 ยูโร แพงจริงๆ ห้องพักอยู่โซนแยก เป็นห้องเกือบใต้หลังคา แยกไปมีห้องเล็ก เปิดหน้าต่างชมวิวได้สบาย ครัวใหญ่ เสียรู้ทีนี่ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่ามีอาหารเช้า เลยนึกว่าแถม ปรากฏต้องจ่ายตังค์จ้า คนละ 7.5 ยูโร แต่ไม่สามารถลงไปทานในห้องได้นะ เพราะเราเป็นส่วนแยก ต้องไปรับอาหารมาทานข้างบน แต่ไม่ใช่ปัญหา บอกแล้ว ห้องใหญ่จ้า เข้านี้ไปทานบนห้องข้างบน ชมวิวโบสถ์ เมื่อคืนมื้อเย็น จัดมาม่ากันไป ที่ห้องข้างล่าง ประหยัดดี ติดมาม่าไว้เถิด เผื่อฉุกเฉินได้ดีจริงๆ

Bourges 10752.4 บาท

Hôtel de Panette, appartements de charme

http://www.booking.com/app_link/hot…

วันที่ 4 12 กค 59

วันนี้ทานข้าวเช้าของที่โรงแรม คนละ 7.5 ยูโร ตามที่บอกไปก่อนหน้านี้ ยังพอมีเวลาสักชั่วโมง ก็ออกไปเดินเล่นรอบๆ มุ่งไปยังโบสถ์ประจำเมืองมั้ง สวยดี ข้างๆ เป็นสวนดอกไม้ด้วย บรรยากาศยังสงบอยู่ กลับมาที่พักขนของขึ้นรถ พี่คนขับรถแสนสุภาพของเราก็พาเรามุ่งไปยังเมือง Lyon ตอนเกือบ 10 โมงได้ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง++ อยากจะไปทานข้าวร้าน Michelin Star สักร้าน ปรากฏร้านที่เล็งไว้ พักอยู่ ไปถึงร่วมบ่าย 2 เค้าเลยแนะนำอีกร้านให้ เป็น Guided Michelin Star 2016 อาหารอร่อยดี ราคาไม่เวอร์ เมืองนี้เป็นเมืองขึ้นชื่อเรื่องอาหารอีกเมืองเลย แวะชมโบสถ์ที่เมืองนี้พร้อมชมวิวในวันฝนตก เป็นโบสถ์ใหญ่ ค่อนข้างหรู ดูภายนอกเหมือนมีชั้นเดียว แต่จริงๆ แล้วมี 2 ชั้น เข้าใจว่าส่วนเดิมคงแคบไป เลยต้องสร้างเพิ่ม

 OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลุยฝนกันต่อ ขับรถมุ่งสู่ Avignon เป้าหมายของเราในคืนนี้ ถึงร่วม 2 ทุ่ม เช็คอิน ตั้งใจจะไป Pont Du Gard ต่อ แต่ลังเล ขณะที่พี่กรณ์คนขับบอกไปได้ พี่เค้าก็อยากไปด้วยแหละ เลยตกลงไปกัน ไว้ทานข้าวเย็นทีหลัง กินกันเลทได้จริง และก็ไม่ผิดหวัง Pont Du Gurd ยามเย็น ค่อนข้างสงบ แสงสวยมาก แสงเย็นพัดผ่าน ยังคงเห็นสะพานสะท้อนน้ำอยู่ แต่เสียดาย อยู่ไม่ถึงเปิดไฟ แวะทานมื้อเย็นยามดึกกันที่ McDonald ตอน 4 ทุ่มกว่าๆ กิน Wrap เหมือนจะเบาแต่ชิ้นใหญ่มาก ถึงที่พักห้าทุ่มครึ่ง บอกลาพี่คนขับ ส่งมอบทิปค่อนข้างหนักให้ไป พี่เค้าใจเย็น สุภาพ และขับให้เต็มที่จริงๆ ไม่ช่างคุย แต่ฟังเราคุยตลอดเลยนะ มีหลุดหัวเราะตอนเราเฮฮากันด้วย น่ารักจริงๆ แต่เค้าไม่ได้รับงานขับรถตลอด มีงานประจำทำอยู่ เลยไม่สามารถแนะนำได้

 OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ที่พักคืนนี้ ออกแนวหอพักนักศึกษา อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย มีนักแสดงที่มาร่วมงาน Avignon Festival พักอยู่ค่อนข้างเยอะ ไปเจอตอนไปซักผ้า ให้เค้าช่วยบอกวิธีการใช้เครื่องให้ เราพักที่นี่ทั้งหมด 3 คืน 3 ห้อง ในราคาทั้งหมด 45,885.98

Apart’Hotel Sainte-Marthe

http://www.booking.com/app_link/hot…

สำหรับตอนนี้ ขอจบช่วงก่อนค่ะ ถือเป็นการท่องเที่ยวส่วนที่ 1 Mont Saint Michel และ ลุ่มแม่น้ำลัวร์ ติดตามกันต่อ กับการท่องเที่ยวในแถบ Provence นะคะ
%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c
ห่างหายจากการรวมตัวกันแบบครบๆ มาร่วม 9 ปี เมื่อปี 2550 กับคอนเสิร์ต เหตุเกิด…ที่เฉลียง ณ อิมแพคม ครั้งนี้กลับมาใหม่ใน ปรากฏการณ์เฉลียง จัดแดง 3 รอบ เป็นรอบการกุศลไป 1 รอบ เราดูรอบแรกที่ขายบัตร 17 ก.ย. 59 เวลาหน้าบัตร 13.00 น. เล่นจริงก็ร่วมบ่ายสองได้
บันทึกนี้ใช้เวลาในการเขียนค่อนข้างนาน ด้วยการพูดคุยที่จัดเต็มมาก เราก็พยายามจะถ่ายทอดออกมาให้คนที่เคยดูพอนึกออก คนที่ไม่เคยดูพอจะเข้าใจ มาเก็บเป็นความทรงจำร่วมกันสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้
เปิดคอนเสิร์ตมาด้วยการบรรเลงเพลงจากอัลบั้มต่างๆ ตั้งแต่อัลบั้ม ปรากฏการณ์ฝน (2525), อื่นๆ อีกมากมาย (2529), เอกเขนก (2530), แบกบาล (2532) และ ตะไคร้น้ำสุดขอบฟ้า (2532) จากนั้นเปิดด้วยเพลง เรื่องราวบนแผ่นไม้ เพลงที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อคอนเสิร์ตที่ว่ากันว่าจะเป็นคอนเสิร์ตสุดท้าย เมื่อปี 2543 ณ หอประชุมธรรมศาสตร์ เปิดตัวตามลำดับดังนี้ พี่เกี๊ยง พี่ศุ พี่เจี๊ยบ พี่แต๋ง พี่นก พี่ดี้ ต่อด้วยเร่ขายฝัน เสียงกรี๊ดพี่เกี๊ยงถล่มทลายจ้า
6-%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87
พูดคุยกันยาวๆ แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการก่อน ศุ แนะนำตัวคนสุดท้าย ร่ายยาวไปถึงชื่อพ่อ ชื่อแม่ และที่อยู่ เจี๊ยบบอก จะแนะนำทำไม ถ้าพ่อแม่ตายแล้ว ดี้เสริม พ่อตายแล้ว เจี๊ยบ:คิดว่าพ่อตายได้คนเดียวเหรอ จะไฝว้กันแล้วคร้าบ แล้วก็พูดคุยถึงการทำคอนเสิร์ตครั้งนี้
จุ้ย:กลับมาทำไม ต้องคุยกัน การกลับมาครั้งนี้มีเงื่อนไขกันมากมาย พี่เจี๊ยบบอกไม่เอาที่เล็ก เล่นหลายรอบไม่ไหว แต่จะที่ใหญ่ก็ไม่อบอุ่น เจี๊ยบ: ส่วนจุ้ยก็บอก อยากเล่นที่เล็กๆ อบอุ่น คนดูทั่วถึง Vip ไปเลย แต๋ง: ผมบอกว่า ไม่เอาการกุศลนะ ที่ผ่านมาคอนเสิร์ตใหญ่เล่นแต่การกุศล เจี๊ยบ: ขอให้คนดูเยอะๆ ขายบัตรได้เต็มๆ ร้อนเงิน เกี๊ยง: สถานที่เล็กใหญ่ ไม่สำคัญ ผมไม่ได้ร้อนเงิน จุ้ย: ประชุมกัน 3 ครั้ง ปีเว้นปี 5 ปี ก็ไม่จบ ได้เกี๊ยงมาเป็นคนสรุปให้เกิดด้วยคือ คนไม่ครบ ผมไม่เล่น จุ้ยรีบออกตัว ว่า ก็ผมอยากเป็นคนดูคอนเสิร์ต ไม่อยากเป็นคนเล่น เจี๊ยบ: จนต้องมีผู้จัดมาจัดการให้ เลยเกิดคอนเสิร์ตนี้ ทำตามเงื่อนไขของพวกเราได้ จุ้ย: สุดท้ายบอกบริษัท จ่ายมัดจำได้ไหม แค่นั้น ทุกอย่างจบ จากนั้นก็ให้บอกอะไรกับคนดู มีคนบอกว่า ของเรารักกันอยู่ดีๆ พอรวมกันแล้วก็เกลียดกัน เกี๊ยงปิดหวานบอก คิดถึงทุกคน เสียงหมั่นไส้อย่างพร้อมเพรียงจากทุกคน
สบายดี, เอกเขนก 2 เพลงต่อเนื่อง กลับมาชวนคุยกันอีกครั้ง จุ้ย: เค้าขึ้นเนื้อให้ร้อง แต่มีปัญหาคือ ขึ้นไม่ตรงกับที่ผมร้อง (มีจอเนื้อเพลงอยู่ตรงหน้าทุกคนเลยจ้างานนี้ 555 เห็นว่า รอบซ้อมใหญ่/รอบสื่อ มีปัญหาว่า เนื้อเพลงจอของจุ้ยไม่ขึ้น เลยงมไป แต่งใหม่ไปบ้าง) นก ก็จำไม่ได้นะ ไม่ใข่แค่ผม ดี้เปิดประเด็นตัวเอง ที่เคยประกาศไว้ เมื่อ 16 ปีที่แล้วว่า จะไม่มีคอนเสิร์ตรวมตัวกันอีก ครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้าย ขึ้น VTR ให้ดูเลย ดี้บอก หมดกัน ไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถืออีกแล้ว พวกมันบังคับให้ผมพูด ตอนนั้นก็มั่นใจว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง เป็นความตั้งใจจริงๆ หมดกัน ไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถืออีกแล้ว
%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%81
คุยกันเรื่องการตั้งชื่อคอนเสิร์ต มีคนเสนอ ค ส ฉ คอนเสิร์ตคืนความสุขให้เฉลียง ตรงมาก ได้ตังค์ไง หรือจะเป็นคอนเสิร์ต 6 แพค 6 คน คนละแพค อ้อ บอดี้แสลมเค้ามี ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เลยเลียนแบบเป็นปรากฏการณ์เฉลียง ท้วงกันว่า เป็นแรงบันดาลใจ ว่าแล้วก็พูดถึงปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ภัยธรรมชาติ โรนินโย เอลนินย่า เจี๊ยบพยายามอธิบายให้จำได้ว่า อะไรคึออะไร แต่เหมือนยิ่งอธิบายจะยิ่งงง ว่ากันเรื่องสังคม การเล่น Social แซวบูธกะทิกะลา เอาของเหลือมาขาย จุ้ยบอก เค้าเรียกบริหารสต๊อค ตอนนี้ขายได้ 50 % เดี๋ยวจบก็คงได้ 100 % เอามา 4 เล่ม แล้วก็บอกว่า หนังสือปิดตัวไปหลายเล่ม ทั้งสตรีสาร สกุลไทย สูญสิ้นสกุลไทย ด้วยสภาพเศรษฐกิจ แต่บางฉบับปิดตัวก่อนนานมาก ไปยาลใหญ่ ที่จุ้ยเคยทำ รายจ่ายมากกว่ารายรับ จุ้ยขอยืมประโยคของนกมาใช้ เสริมด้วยการที่ร้านอิ่มอุ่นปิดตัว ไม่ใช่เจ๊ง แต่แค่ปิด 24 ชั่วโมง
ส่งสมาชิกคนอื่นๆ เหลือ เกี๊ยง เจี๊ยบ เกี๊ยงบอกว่า มีเพลงนึงที่อยากร้องในคอนเสิร์ตมาก แต่โดนตัดทุกครั้ง แม้แต่ที่ซ้อมในวันซ้อมใหญ่แล้ว ก็ยังโดนตัดได้ เจี๊ยบบอก ครั้งนี้ทุกท่านจะได้ร้องเพลงใยแมงมุมแน่นอน บิ้วกันมาขนาดนี้ ไปฟังกันเลย อยากมีหมอน ร้องโดยเจี๊ยบ 555 ต่อด้วย ใยแมงมุม เล่นเป็นแสงเงากับผ้าขาวผืนใหญ่ แมงมุมมีมุมกวนๆ มีกิมมิคเล็กๆ เช่นพ่นใยใส่คนร้อง สะกิดบ้าง มีแมงมุมเป่าแซ็กด้วยนะ ต่อด้วย โลกยังสวย มีเกี๊ยง เจี๊ยบ แต๋ง
พูดคุยกันต่อ เกี๊ยง: โดนตัดหน้าไปหนึ่งเพลง แต่ได้ร้อง 2 เพลง ดีเนอะ ดี้ออกมาแจม บอกว่า เมื่อกี้ฟังแล้วก็คิดว่า รอบหน้าตัดไหม เกี๊ยง: ตกลงพี่ดี้ออกมาทำไม ดี้:ออกมายุบวงไง เดี๊ยวนี้พูดพล่อยๆ ได้แล้ว จากนั้นก็บิ้วคนดูให้ลองหลับตาเพื่อฟังเสียงในความมืดดู เริ่มด้วยเสียงดนตรีเพียงหนึ่งชิ้นๆ ใสๆ ส่งไปตามมุมต่างๆของห้อง เข้าสู่เพลง ต้นชบากับคนตาบอด (มุกนี้เหมือนเคยใช้ในคอนเสิร์ตแบบประภาสนะ)
02-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%94
จุ้ยเดินเข้ามาสมทบเป็นคนที่ 5 บ่นพึมพำบอกเล่นคอนเสิร์ตนี้แอบมีเครียด กลับบ้าน ฝันว่านอนไม่หลับ .. ดี้:แล้วจะให้พี่ทำอะไร เจี๊ยบ:ปัญหาคืออะไร จุ้ย: คือผมไม่รู้ว่าจะออกมาทำอะไร ยุคเราออกเทป 5 คน ก็เป็น Boy Band นะ แต๋ง: การทำ boy band มีสูตรนะ เอาผู้ชาย 5-6 คน มารวมกัน ให้มีความแตกต่างกัน ร้องเพลงดีจริงๆ 2 คน วงเราก็มี เกี๊ยง จุ๊ย, อีกคนนึงเต้นได้ หรือ เล่นดนตรีได้ ก็ตัวแต๋งเอง เจี๊ยบช่วยเสริม อีกคน หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ คุยสนุกชิปเป๋ง ก็ได้เป็นเจี๊ยบ อีกคนนึง ไม่ต้องร้องเพลงดี ขอให้หล่อ ผิดพรรณดี จะนำวงไปสู่ความสำเร็จแน่นอน จุ้ย:ประมาณว่า แยกส่วนไม่ดี ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย ส่งตำแหน่งนี้ให้ดี้ ดี้: ตั้งแต่ที่เล่นแบบนี้กัน ก็ไม่รู้ว่าจะภูมิใจดีหรืออึดอัดดี
จุ้ย: เมื่อเรามีความพร้อมสรรพกันแล้ว ขอเชิญโฆษกวง หันหน้ากันเลิกลั่กว่าใคร แต๋งรับให้ แล้วก็ทำหน้าที่โฆษกวง แต่ทุกคนก็ย้ำว่า เรียกโคตรเชยเลย แต๋ง: เมื่อผู้ชมพร้อมสรรพแล้ว ขอเชิญท่านผู้ชมสำเริงสำราญสดับรับฟัง…… ถูกโฉลกเธอ ร้องกันปกติกันไปได้เกือบครึ่งเพลง พี่จุ้ยเริ่มมีอาการ เต้นเล็กๆ สะบัดท่าสะบัดทางตามคำร้อง มีส่ง Mini heart ด้วย ขโมยซีนกันสุดๆ เมื่อเข้าท่อนฮุค 5 หนุ่มบอยแบนด์ก็จัดให้เต็มๆ จ้า น่ารักมาก ลุงๆ อายุ 50 กว่ากันแล้วทั้งนั้น มีเขินกันบ้าง แต่ก็เต็มที่กันทุกคน ส่วนพี่จุ้ย ท่าเต็มจนล้นแล้ว อินมาก เมื่อจบเพลงโพสต์ท่ากัน 5 คน จบแบบหล่อมากกกกกกก จุ้ยเฉลยว่า ที่นอนไม่หลับก็เพราะแบบนี้และครับ (แต่ดูพี่มีความสุขนะคะที่ได้ทำแบบนี้ ติดใจตั้งแต่ที่เต้นกับจินตรา พูนลาภในคอนเสิร์ตแบบประภาสสินะ)
%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c
นกเดินออกมาเป็นคนสุดท้าย ถามว่า พี่ๆ ทำอะไรกันครับ (คิดว่าเค้าคงดีใจมากที่ไม่อยู่ในพาร์ทนี้) เจี๊ยบพยายามบังคับให้นกลองเต้นด้วยแต่ไม่สำเร็จ ดี้บอก อย่าไปบังคับมัน ครบ 6 คน ก็เข้าเพลง กล้วยไข่ มีแปลงเนื้อเสียดสีสังคมเล็กๆ ด้วย อยากทำบุญต้องถวายอะไร ต้องถวายรถใหม่ แปลกใจจริง นายกถามหน่อยก็ไม่ได้ ถามแล้วท่านชอบตวาด ^^ ช่วงท้ายขึ้นจอภาพปัจจุบันย้อนไปยังสมัยเด็กๆ จุ้ยบอก อีกหน่อยต้องมี ชาตะ มระณะ
6-%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99
เจี๊ยบแซวคนดู บอกถ่ายรูปแล้ว เกี๊ยงชอบบัง เค้าถ่ายเกี๊ยง หนึ่งในสมาชิกช่วยแย้ง แซวคนดูที่ใส่เสื้อขาว ได้จากตอนซื้อ Early Bird ว่าดูคอนเสร็จแล้วไปทำบุญ ส่องป้ายไฟคนดูกัน ดี้อ่านป้ายหนึ่งบอก แฟนพี่เจี๊ยบ จนแต่สู้โว๊ย จากนั้นก็ Update ชีวิตกัน แอบเลี้ยวไปแซวเรื่องการเมืองก่อนนิดนึง จุ้ยเป็นวิทยากรให้ความรู้ เค้าให้พูดเรื่องภาวะผู้นำ จุ้ยบอก ภาวะผู้ตามจะดีกว่า นิด้าติดต่อให้ไปบรรยายภาษาอังกฤษ ภาษาไทยยังไม่ค่อยจะรอด พี่ดี้: เป็นที่ปรึกษาบริษัท เจี๊ยบ: เค้าเคยปรึกษาบ้างไหม เออ แล้วไปเป็น commentator ไม่อายเหรอ ดี้:การเป็นคอมเมนเตเตอร์นั้น พูดอะไรก็ไม่ผิด แต๋ง:ผมเป็นผู้บริหารทีวี ธันเดอร์ นก:ปิดร้านกาแฟไปแล้ว ยังทำเพลงอยู่ เจี๊ยบแซวต่อขายกาแฟ ขายอุปกรณ์มือสอง โต๊ะ เก้าอี้ด้วย นกเล่นตัวเองเลย จุ้ย: เกี๊ยงไม่ก้าวหน้า ไม่เคยพัฒนาเลย เกี๊ยง:ผมเป็นกรรมการบริษัท ดี้:คนเก่าตาย อยู่นานก็ต้องได้เป็นกรรมการน่ะ
5 คนเดินไปนั่งพักที่มุมเวที ทำเป็นห้องนั่งเล่นเอาไว้ ปล่อยให้เกี๊ยงได้ร้องเพลงเต็มไปคนเดียว เกี๊ยงก็พูดซึ้งๆ กับคนดู มหัศจรรย์จริงๆ ขอบคุณที่ชอบเพลงของเรา อย่ากังวลเลยนะ ที่ต้องเก็บใจไว้ ขอให้เข้าใจว่าอย่างน้อย นายยังมีเรานะ 3 เพลงเต็ม เก็บใจ/เข้าใจ/ยังมี ร้องคลอตามกันลั่นฮอลล์
03-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7
จุ้ย กับ นก เดินออกมาร้องต่อ จุ้ยบอกว่า เล่นกันขนาดนี้เลยเหรอ คนร้องตามไม่ไหวนะ … ผมกับนกไม่ค่อยได้มีผลงานร่วมกันบนเวทีคอนเสิร์ต เวลามีงาน ทำไม่ทัน จะส่งไปห้นกทำ ที่เหมือนกันคือ ปวดหลัง คุยกันไว้กับ รพ แห่งหนึ่ง ดิวให้นก ว่าจะผ่าหลังที่ภูเก็ต แต่นกไม่ไป ผมก็ต้องไปแทน นอกจากผมที่เพลงเก่าจำไม่ได้แล้ว ยังแต่งเพลงใหม่มาให้อีกเพราะพี่จิกเห็นเราไม่ได้ร่วมงานกัน ในเพลง คนแปลกหน้า (จุ้ยใส่แว่นดูคอร์ดกีตาร์ด้วย 555)
%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%99%e0%b8%81
จบเพลงถึงคิว พี่ๆ เฉลียง ดี้ เจี๊ยบ แต๋ง หรือ เฉลียง 3 ฝ่าย ดี้เริ่มคอมเม้นต์ สำหรับโชว์ของน้องทั้งสองคนนี้ ถ้าจะให้คอมเม้นต์ น้องคนที่ชื่อนก เสียงค่อนข้างบาง ร้องได้อารมณ์ มีไดนามิก ส่วนจุ้ย มีไดนาไมต์ คือ ต้องพูดให้คนดูรู้สึกยากๆ เจี๊ยบบอก อย่างนี้ผมก็เป็นได้ …. ส่วนพวกเรา ร้องแบบไดนาไมต์ บ้าบอคอแตกมาก แต๋ง: เดี๋ยวนี้มีรายการประกวดร้องเพลงเยอะมาก แต่คนดูไม่เยอะ รายการโทรทัศน์กว่า 24 รายการ ช่องเยอะ รายการก็คล้ายๆ กัน บอกว่า เจี๊ยบ:คนดูชอบดูสด กีฬาก็ต้องถ่ายทอดสด น้กร้องก็ต้องโหวตสด นักร้องที่ร้องประกวดแล้วไปไหน แต๋ง: ก็ไปต่อยมวย คู่เมื่อกี้ จุ้ย/นก เค้าบอกว่า เค้าเหมือน เบิร์ดกะฮาร์ท เรา 3 คนก็เป็น โจ ก้อง จอห์น แล้วเจี๊ยบก็ร้องไม่เป็นไร “พอ” มีคนห้าม บอกเดี๋ยวเสียค่าลิขสิทธิ์ เจี๊ยบบอก ไม่เป็นไร เพลงนี้ดี้แต่ง ว่าแต่ทำไมแต่งให้คนอื่นดังจัง แต่ทำไมของเราไม่ดัง ดี้บอก แต่งให้ ก ข ค ดัง แต่ งไม่ดัง ก็ควรจะพิจารณาตัวเองนะ ง คือ เฉลียงนั่นเอง 3 คน ร้องเพลง ถ้าโลกนี้มีเราเพียงสองคน ดนตรีสนุกจังเลย
05-3-%e0%b8%84%e0%b8%99-3-%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2
คุยกันถึงอัลบั้มชุดแรก พี่จิกแต่งเพลง เจี๊ยบร้อง ดี้เล่นกีตาร์ เพลงแรกอัดเทปให้พี่เต๋อฟัง พี่เต๋อบอกเจี๊ยบเพี้ยนสูง ดี้เพี้ยนต่ำ ประมาณว่า อย่าร้องเลย ไปเชิญพี่เล็ก สมชาย นักพากษ์กีฬามาร้องเพลง ที่ห้องอัด พี่เล็กถึงก่อนแล้วก็โยนเพลงให้เจี๊ยบร้อง บอกเพลงนี้ควรเป็นเจี๊ยบ เพลง เธอกับฉันกับคนอื่นๆ ระหว่างร้อง ดี้กับเจี๊ยบหันมาเล่นตบแผะ คล้องแขนเดินหมุนด้วย น่ารักเชียว ร้องจบ เจี๊ยบบอก พี่เล็กบอกว่า ไอ้จิกมันแต่งเพลงปัญญาอ่อน
เกี๊ยงและจุ้ยออกมาสมทบ เจี๊ยบทักจุ้ยว่า เสื้อจุ้ยตะเข็บไม่ได้นะ จุ้ยเรียกกลับ พี่ม้า ดี้รีบห้าม อย่า พี่ม้า ปากไม่เบา
เพลงต่อไป เป็นเพลงที่พี่ดี้ร้อง ร้องคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องลากกันออกมา 4-5 อัลบั้ม มีเพลงร้องอยู่เพลงเดียว ต้องร้องเพราะเป็นเพลงเอก ไม่ได้ร้องคนเดียวด้วย ในเพลง ไข่เจียว เพลงนี้ร้องคนเดียวไม่ได้ ต้องมีท่อนคอรัส พี่ดี้มีเต้นเล็กๆ ทำท่าด้วย นำให้เพื่อนๆ ทำตาม ทุกคนก็ให้ความร่วมมือดี
จบเพลง จุ้ยมีบ่น ทำอะไรไม่ถนัด ไม่ค่อยอยากทำ เจี๊ยบดักคอ ไม่เห็นถนัดอะไร ยอดพิมพ์หนังสือที่เอามาขายก็ยังเป็นครังที่ 1 จุ้ยบอก ขายได้100 % เอามา 4 เล่ม เราทำสิ่งที่เรารัก เดี๋ยวคนจะสนับสนุน (จบดี) ดี้: ตอนนี้ก็ยังคงเป็นนักแต่งเพลงอยู่ แต่ว่าถึงขนาดนายกลงมาแต่งเพลงเองแล้วนักแต่งเพลงก็ได้แต่ร้องกระซิกๆ แถมขึ้นชาร์จด้วย จุ้ย: เราจะ (ถามขึ้นเหมือนจะถามว่าคิวต่อไปคืออะไร) ดี้ยังคุยต่อไป ถ้าไม่โดนกดดันก็ไม่แต่งเพลง เจี๊ยบบอก แต่งไม่เสร็จสักที ดี้บอกท่อนแรก เข้าใจฉันเข้าใจทุกอย่าง จุ้ย: ปกติพี่เจี๊ยบแต่งเพลง ลอกเพลงคนอื่น แต่พี่ดี้แต่งเพลงลอกเพลงตัวเอง มีจรรยาบรรณมาก เจี๊ยบถามนำทางให้ว่าทำไมถึงไม่ให้จุ้ยร้อง จ้ยบอก ผมไม่เคยได้ร้องเพลงที่พี่ดี้แต้งเลย
ดึงกลับมาเข้าสู่เพลงกันได้ พี่ดี้ยังคงพยายามอธิบายถึงการเขียน แล้วต่อด้วยการเลือกท่อนให้แต่ละคนร้อง ช่วงนี้ดูวุ่นวายกันดี เหมือนกำลังทำงานกันอยู่จริงๆ ท่อนแรกเสียงนุ่มให้เกี๊ยงดีแล้ว ท่อนสองต้องมีจริต เองเอย เหมาะกับเจี๊ยบ ท่อนสุดท้ายก็ต้องจุ้ย มีความจากพรากเสียงสั่น ส่วนท่อนฮุคต้องพีค อืมใคร ว่าแล้วก็ เริ่มร้องกันได้สักที ในเพลง เข้าใจว่าไม่เข้าใจ ท่อนฮุค พี่ดี้ร้องเองจ้า พี่เจี๊ยบช่วยประคองเต็มที่ 555 สนุกดีช่วงนี้
นก ออกมาร้องเพลง ไม่คิดถาม จากนั้น เกี๊ยงออกมาแจม แซวตัวเองกันว่า ทีมงานเค้าบอกว่า เป็นช่วง Talk ที่สนุกที่สุด หันมาถามสบายดีไหม เขินๆ กันไป เกี๊ยง: จะคุยอะไรกันต่อดี เราสองคนเคยออกอัลบั้มคู่กัน อัลบั้มเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หลังจากขายอัลบั้มนั้นสะเทือนไปถึงผู้จัดจำหน่าย ได้เข้าชิงรางวัลมากมาย แต่ไม่ได้สักรางวัล ช่วงของเราเหมาะที่สุดแล้ว คือ ร้องเพลงครับกับเพลง ง่ายๆ
เจี๊ยบกับแต๋งออกมาสมทบ เจี๊ยบบอกว่า คุยกันสนุกมาก ตอนนั้นคิดว่าเอานกมาแทนดี้กะจุ้ยได้เลย แต่งเพลงเก่ง และ look good มาทำชุดตะไคร้น้ำสุดขอบฟ้า ได้รางวัลกัน 4 คน เจี๊ยบ แต๋ง เกี๊ยง นกมาในเพลง ฝากเอาไว้ เมื่อจบเพลงดี้เดินออกมาสมทบด้วยเสื้อที่ดูคล้ายเสื้อซาฟารีคนขับรถ โดนแซวเลือกลงเลือกตั้ง สว ที่ได้ 3 แสนเสียง ถามว่า จะลงอีกไม่ ดี้ปฏิเสธเสียงแข็งบอกไม่ เพราะขี้เกียจเสนอชื่อนายก
ช่วงต่อไป พูดย้ำกันอีกครั้งถึงตอนที่ดี้ประกาศยุบวง และ ส่งมอบตำแหน่งหัวหน้าวงให้กับ ต้นไม้ ลูกชายของแต๋ง เชิญเด็กๆ ของแต่ละคนออกมา แนะนำตัวกันเลย ลูกแต๋ง คือ ต้นไม้ และ ต้นน้ำ ครอบครัวนี้เรียนคุรุกันทั้งบ้าน รวมทั้งน้องชายแต๋งและแฟนด้วย เจี๊ยบบอก การเรียนคุรุศาสตร์สืบทอดทางสายเลือดกันได้ด้วยเหรอ ลูกดี้คือ ตังเม สำเนียงต่างชาติมาก ลูกเกี๊ยง คื น้องแก้ม น่ารักมากกก เสียงก็ดีนะ ลูกเจี๊ยบ คือ เพลงเอก กับเพลงขวัญ และ พี่ชายนก เอ้ยลูกนก แก่นไม้ ที่พ่อส่งไปเรียนนิติที่อังกฤษแล้วกลับมาทำโปรดักชั่นควบคู่ไปด้วย
%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2
%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%8b%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2
พี่เจี๊ยบตั้งขอสังเกตว่า ชื่อรุ่นเราเนี่ย คำเดียวนะ นกรีบบอก ผมชื่อลูกนกครับ (ไม่ขอเป็นรุ่นเดียวกันสินะ) แล้วชื่อลุูกแต่ละคน สองพยางค์ทั้งนั้น มาดูนามสกุลกันต่อ นามสกุลนก ผู้ดีมาก พระราชทาน เกี๊ยงก็บ่งบอกถึงเชื่อสาย ส่วนที่เหลือ ห่อนาค ไล้ทอง ปานเอี่ยม บ้านนอกมากกกก จุ้ยไม่อยู่ รอดไป ต้นไม้บอก จะเล่นเพลงของวงสครับ เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ ก็ถูกของเค้า เพลงนี้คือของสครับสำหรับคนรุ่นใหม่ สาวๆ เป็นเสียงร้อง ร้องดีกันทุกคนเลย โดยเฉพาะ แก้มและเพลงขวัญ ฝ่ายชายก็เล่นดนตรีกันไป คีย์บอร์ด กลอง เครื่องเป่า กีตาร์ คุณพ่อมาแจมด้วยช่วงท้ายๆ มีลูกสาวก็คล้องแขวนเดินหมุนกันไป น่ารักกกกกกก ช่วงนี้อบอุ่นมากกกก
%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%86
%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7
%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad
%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87
พี่จุ้ยนั่งอยู่คนเดียวตรงโซฟา ทำเสียงสูง ดูแล้วอบอุ่นมากกกกกกกก ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน นะ จิกกัดกันไปด้วยอารมณ์อิจฉา ออกมาร้องเพลงคนเดียว เดี๋ญวจะเอาลูกมาร้องเพลงอิ่มอุ่นแล้วจะหนาว ทำทันรึเปล่าก็ไม่รู้ เล่นคอนเสิร์ต 9 ปีครั้ง บอกว่า มีคนเอาเพลงอิ่มอุ่นไปแปลงเป็นน้ำนมน้อย ร้องกล่อมลูก ร้องเพลง แค่มี ต่อด้วย เที่ยวละไม เกี๊ยงกับนกเดินถือกีตาร์เข้ามาแจม ขณะที่จุ้ยก็เล่นอุคุเลเล่อยู่ด้วย สักพัก แต๋ง เจี๊ยบ ดี้ ก็มาแจมพร้อมกับกีตาร์ทุกคน 6 คน 6 ตัวจ้า ลายเข้าออกเวทีสวยดี พี่ๆเฉลียงบอกว่า กีตาร์ ใช้เป็นเครื่องดนตรี และเป็นเครื่องบังพุง
6-%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c
นั่งล้อมวงกัน เป็นสัญญานว่า เพลงนิทานหิ่งห้อยกำลังจะมาแล้ว แต่ขอโฆษณานิทานหิ่งห้อย เดอะมิวสิคัลให้เพื่อนกันก่อน พร้อมส่วนลดในการซื้อตั๋วเมื่อแสดงบัตรเฉลียง พร้อมนำเสนอของที่ระลึกของงานคอนเสิร์ต
%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2
วันนี้พี่เจี๊ยบจะเล่าเรื่องนิทานหิ่งห้อยที่เกี่ยวกับหิ่งห้อยจริงๆ (เรื่องนี้เคยเล่าแล้วในคอนเสิร์ตเพลงแบบประภาส โครงใช่ รายละเอียดต่างกันเล็กน้อย) ว่าด้วยเรื่องหิ่งห้อยที่ออกจากฝูงของตน เดินทางผ่าน บ่อน้ำ บ่อน้ำเสีย น้ำรอการระบาย แล้วไปพบกับสัตว์อื่นๆ ที่ชื่นชอบในแสงวิบวับของหิ่งห้อย เปล่งร้องไชโยกันเสียงดังจนหิ่งห้อยสงสัย บ่นพืมพำ #ทำไมไชโย เจ้าตุ่นถามว่า ทำ่นชื่ออะไร ได้ยินเช่นนั้น จึงเข้าใจว่า ชื่อ ทำไม ไชโย หิ่งห้อยรับปากว่าจะสอนให้เปล่งแสงได้ แต่สัตว์อื่นๆ ทำไม่ได้อยู่แล้วโดยธรรมชาติ เรื่องดังกล่าวจึงเป็นแค่เรื่องแหกตา แต่เหล่าสัตว์ก็ศรัทธาและพยายามฝึกฝน จนวันหนึ่งเจ้าตุ่นถามอีกว่า ท่านเดินทางยังไง หิ่งห้อย นาม ทำไม ไชโย ตอบ เราก็บินไงจ๊ะ บางทีเราก็เดิน ถ้าเจ็บขา เราก็นั่งรถเบนซ์คลาสิค บางช่วงก็ใช้ บางช่วงก็ไม่ใช่
จุ้ยดักว่า ถ้าเรื่องเกี่ยวกับพระกับเจ้า ผมไม่ยุ่ง เจี๊ยบบอก ไม่ใช่ นี่เรื่องหิ่งห้อย ตั้งแต่แรก จุ้ย คือผมเป็นคนพุธ พุธอิสระ
เจ้าตุ่นยังถามต่อ แล้วเวลาท่าไปในเมือง ท่านพักที่ไหน ตึกที่ลอกเพชรรัสเซียมา … เจ้าหน้าที่ดีเอส ค๊อกๆๆ เดินเข้ามาจับโปเกมอนแถวนั้น เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ ตกใจนึกว่าจะเข้ามาจับ หิ่งห้อย ทำไม ไชโย จึงเข้าแถวกางกั้นไว้ ไม่ยอมให้เข้า ดีเอส ค๊อกๆๆ ก็พยายามร้องห้าม ไม่ใช่ ป้าหยุด ป้าาาาหยุด ป้าาาาหยุด ปะยุธ
จุ้ยรีบดักอีกครั้ง ขอพี่เจี๊ยบว่า อย่าเรียกแขก ดี้เสริม เค้าเปิดร้านอาหารปะ ร้านอาหารรสโอชา เจี๊ยบ จบกันดีกว่า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครรอดจาก ดีเอส ค๊อกๆ ได้
เหล่าสมาชิกยังคงยิ้มๆ หลุดๆ กันต่อไป แล้วร้องท่อนจบ ของเพลง นิทานหิ่งห้อย เด็กน้อยนอนหลับสบาย….ถูกขัง พร้อมบอกว่า มาอีกทีคนจะครบรึเปล่าเนี่ยะ เจี๊ยบบอก แหม ก็แค่ปรับทัศนคติ เพลงต่อไปเป็นเพลงที่มักจะเล่นตอนจบ กับเพลง อื่นๆ อีกมากมาย
ขอบคุณผู้จัด ผู้อำนวยการเพลง โดม ทิวทอง ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เกิดคอนเสิร์ตนี้ ต่อด้วยเพลง ไม่รักแต่คิดถึง ท่อนสุดท้ายร้องกันทุกคน ไม่รักแต่คิดถึง ส่วนแต๋งร้องท่อนนี้ด้วยแซ็กโซโฟน เท่มากค่ะ ปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลงใหม่จากพี่จิกอีกเช่นเคย ก็มันไม่นานนี้เอง
%e0%b8%88%e0%b8%9a
อิ่ม อร่อย เอิงเอย กับคอนเสิร์ตของลุงๆ วัย 50 กว่า เรียกเสียงหัวเราะ เรียกน้ำตา สร้างความอบอุ่นใจตลอดเกือบ 4 ชั่วโมง คิวเพลง ลำดับการเข้าออก การร้อยเรียงแต่ละช่วงคอนเสิร์ตทำได้เนียน กลมกลืน และน่าสนใจมาก นี่คือ คอนเสิร์ต นี่คือ Talk Show นี่คือ เฉลียงในปี 2559
%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95
วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559
รอยัล พารากอนฮอล์
บัตรราคา 1500 บาท ที่นั่งกลางมากกกก และไม่สูงเกินไป นั่งแสตนด์ตามปกติจ้า ขอบคุณเพื่อนผู้จัดการจัดซื้อบัตรมาให้
ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาวทั้งสอง พี่เข็ม พี่รี่ แจ็ค โบ อ้อม เม ใหม่ จริงๆ มีตุ๋ยด้วย แต่แยกไปดูอีกรอบ ด้วยเหตุจำเป็น และการได้บัตรมาเพิ่ม คาดว่า มีเพื่อนๆ ที่รู้จักมาดูกันอีกหลายคน
ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจปรากฏการณ์เฉลียง และ พี่สาว
เหตุเกิดก่อนคอนเสิร์ต
หน้างานมีของที่ระลึกขายเต็มไปหมด งานนี้ไม่มีผลงานเพลงเก่ามาขายนะ มีให้สั่งจอง DVD บันทึกคอนเสิร์ต เสื้อ หมอนอิง หมอนผ้าห่ม สมุดโน๊ต ผ้าพันคอ แก้วกาแฟ ราคาไม่ถูกเลย ของ Premium ระบบจัดการก็หลายขั้นตอนไหน ติ๊กเพื่อเลือกของแล้วเอาใบติ๊กไปต่อแถวจ่ายเงิน จากนั้นก็เอาใบเสร็จพร้อมใบติ๊กไปยื่นที่บูธ รอเรียกชื่อเพื่อรับของอีกช่องหนึ่ง กว่าเราจะได้จ่ายเงินก็คนข้างนอกค่อนข้างโล่งแล้ว ตัดสินใจวิ่งไปเอาของก่อนเลยซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง งานนี้จัดเสื้อ 350 บาท พร้อมหมอนผ้าห่ม 550 บาท
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
แม้เฉลียงจะไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่อีกเลย แต่ก็มีเพลงพิเศษเวลาจัดคอนเสิร์ตใหญ่แทบทุกครั้ง เริ่มตั้งแต่ คอนเสิร์ตแก้คิดถึง…ฉลองสิบกว่าปีเฉลียง นำรายได้เพื่อการกุศล แสดงในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2537[6] ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นิติพงษ์ แต่งเพลงใหม่คือ ไม่รักแต่คิดถึง แสดงเป็นครั้งแรกในคอนเสิร์ตนี้
ต่อมา คือ คอนเสิร์ต เรื่องราวบนแผ่นไม้ ปี พ.ศ. 2543 แสดงที่ หอประชุมธรรมศาสตร์ มีเพลงใหม่คือ เพลงเรื่องราวบนแผ่นไม้ คอนเสิร์ตนี้นี่เองที่ ดี้ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการ
สำหรับครั้งนี้ มีเพลงใหม่ถึง 3 เพลงที่แสดงในคอนเสิร์ต คือ คนแปลกหน้า ร้องโดย จุ้ย และ นก, มันก็ไม่นานนี้เอง ร้องรวม ฝีมือการแต่งของ พี่จิก ประภาส และเพลงเข้าใจว่าไม่เข้าใจ แต่งโดยพี่ดี้ แต่ในหนังสือที่แจกให้ในงานคอนเสิร์ต มีเพลงที่ นก ฉัตรชัย แต่งด้วย คือ เพลง 17 กันยา
พูดคุยที่มาของวงเฉลียง รายการที่นี่หมอชิด
%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99
ช่วงนี้ สังเกตได้ว่า ปั่นเดือนละครั้งแฮะ ก็มีเรื่องอากาศ มีเรื่องวันว่าง มีเรื่องความขยันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย วันนี้ฤกษ์ดี มาปั่นกันได้ เพราะเมื่อคืนรวมตัวกันนั่งเล่นไพ่เกมเศรษฐี สนุกดีเหมือนกัน ข่าวว่า สำหรับเด็กอายุ 5-12 ปี 555
ปั่นกันที่สนามหลวงเหมือนเคย แต่มีแวะตียิม สำหรับโปเกมอน แบบแพ้ราบคาบอยู่พักนึง แล้วไปปั่นๆ ๆๆ 10 โล เพื่อฟักไข่โปเกมอนด้วย แต่จับระยะทางได้ไม่แม่นเลย ปั่นมาฟักได้แค่ 5 โลเท่านั้น วันนี้เรารักพี่สาวมาก เพราะต้องใช้เน็ตจากเครื่องพี่สาว เจอเพื่อนเบนด้วย ปั่นกลับไปทักเลย มีถ่ายรูปไว้ด้วยนะ เออ เพื่อนยังไม่ส่งมาให้
วันนี้เราไปทานข้าวหน้าเป็ดกันที่ร้านแถวเสาชิงช้า ข้างศาลาว่าการกรุงเทพเลย ปั่นหาไปค่ะ วนเป็นสี่เหลี่ยมหลับมาแถวเดิม กับร้าน มนฟ้า เล็งไว้ว่าจะลองร้านข้างๆ ด้วย แล้วก็ไปทานขนม ดื่มเครื่องดื่มกันที่ Hostel ที่มีร้าน Velodome มาตั้งอยู่ข้างใต้ตึก นั่งเล่นเกมดึงไม้ออกเป็นครั้งแรก แบบไม่มีใครรู้กติกา ผิดกฏกันน่าดู ทั้งบิดไม้ ทั้งบิดหลายชิ้นในหนึ่งตา สุดท้าย ตัวเองต้องเป็นคนถล่มแน่ เลยดึงล่างๆ อย่างตั้งใจ โครม สนุกดี
%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1
ปั่นไปเท่าไหร่ กินไปอีก 10 เท่า จัดช็อคโกแลตลาวา แต่สายเลย ได้เวลาก็ปั่นกลับกัน
ผู้ร่วมขบวนการ พี่กาแฟ คุณชายวิคเตอร์ และ น้องนินจา
the-taste-of-love-2
stamp
ครั้งที่ 2 กับคอนเสิร์ต The Taste of love จัดโดย คลื่น Like FM สนับสนุน โดย Roy Thai คอนเสิร์ตของคลื่นนี้มีหลายอัน มีผู้สนับสนุนต่างกันไป วันนี้เป็นตอน หวานใจกับนายแสตมป์ คาดหวังว่าจะเจอกับเพลงหวานๆ ไหม รสหวานด้วยนะ มาติดตามกันค่ะ
เริ่มเพลงแรกกับ มันคงเป็นความรัก แสตมป์และทีมมาจากงานไหนเนี่ย ดูสบายๆ หน้ามันเชียว ดูยังเหนื่อยๆ นะ แต่แรงพูดคุยยังเต็มจ้า หากว่าใครยังไม่มีแฟนจงตบมือพลัน (แต่กูแต่งงานแล้ว เจ้าตัวพูด) สนุกต่อกับเพลง ให้ตายสิพับผ่า แสตมป์บอก จินตนาการมาจากบ้านว่า พอเพลงขึ้นคนจะลุกมาออกันหน้าเวทีแล้วเต้น แต่คงผิดคอนเซปงานสินะ ปรับจังหวะกันเป็นเชิญชวนให้ร่วมกันร้อง โอ๊ะ โอ โอ ในเพลง คนที่คุณก็รู้ว่าใคร
มาแจกดอกไม้กันแล้วจ้า ช่อโบเก้ 5 ช่อ คอยแจกให้โดยเจ้าสาวจำเป็นของแสตมป์ กับนายพีท The Voice ลูกทีมของเค้านั่นแหละ มาคอรัสให้ แล้วก็มาช่วยโยนดอกไม้ ในระหว่างเพลงประกอบรายการเพลงหนึ่งที่แสตมป์แต่งให้ ช่อสุดท้ายแย่งกันเมามันส์มาก จนแสตมป์ต้องเชิญให้ขึ้นมาบนเวที เล่นเกม ปริศนาสายฟ้าแลบ ด้วยคำถามที่เกี่ยวกับผู้สนับสนุนบ้าง คิดขึ้นใหม่บ้าง พยายามขอให้นักดนตรีช่วยคิด แต่เงียบกริบ ช่วยตัวเองต่อไป จริงๆ ช่วยตัวเองตั้งแต่ เห็นบันได แล้วไปยกมาเป็นขั้นบันไดเล่นเกมแล้ว ความพยายามสูงส่งมาก
เข้าช่วงหวานกันบ้าง ฝัน หวาน อาย จูบ/กันและกัน อิมเมจมาร่วมแจม มีเล่นแท่งไฟ โบกไปมา มีคนดูวิ่งเอาแท่งไฟมาให้อิมเมจถือ เพลงจบมีวิ่งลงไปคืนด้วย ต่อด้วย กาลครั้งหนึ่ง และเพลงฝรั่ง The Scientist ของ Coldplay มีการสอนการออกเสียงด้วย question question แล้วปล่อยให้อิมเมจเดี่ยวๆ ไปในเพลง ใจนักเลง แบบ up beat หน่อย วิ่งลงมาด้านล่างด้วย แล้วก็ไปด้านหลังเลย
stampimage
ลืมไปก่อน แสตมป์ก็เดินลงมาด้านล่างเช่นกัน ขากลับวิ่งพุ่งไปเลย พูดซึ้งๆ ขอบคุณใหญ่เลย ต้องรีบบอกว่ายังไม่จบนะครับ แค่ซึ้ง ชักชวนให้คนดูช่วยกันทำท่า Stamp อยากได้บ้าง ไปคอนเสิร์ต Slot Machine มา เค้ามีท่า ทุกคนทำให้ดูเท่มาก แล้วก็สอน กำมือข้างนึงเป็นตัวแสตมป์ แล้วก้แสตมป์ไปกับมืออีกข้างนึง ลองทำกับจังหวะต่างๆ ทั้งสามช่า ทั้งร็อค ทั้งแจ๊ส อะ ได้ หมด แต่มีข้อห้ามคือ ห้ามทำตรงแถวหน้าอก จะเหมือนชวนหาเรื่อง มาทำกันในเพลง ผู้ชายกลางๆ
ต่อไปเป็นเพลงที่ต้องร้องทุกครั้ง มีคนถามว่าเบื่อไหม ไม่นะครับ เป็นเพลงทำมาหากินขนาดนี้ ร้องมา 8 ปีแล้ว กับเพลง ความคิด สลับให้นักร้องอีกคนมาช่วยบิ้วอารมณ์บ้าง เวลาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ๆ รวมกันหลายๆวง พอ Bodyslam ฺBig Ass เล่นกัน เค้ามันส์กันไง พอมาผมก็ดร็อปลง เลยต้องหาตัวช่วยเรียกเสียง พีท มาในเพลง ยื้อ ของ ฟลัวร์ เสียงสูง และแรงมาก มันส์จริงๆ ต่อด้วย ฤดูฝน แสตมป์ให้โปรโมทผลงานตัวเองด้วย แล้วแสตมป์ก็โปรโมทเพลงใหม่ตัวเองเหมือนกัน เพลง ฉันจะเป็นความรักเสมอ เสียงเชียร์ให้ร้องก็พยายามร้อง แต่ดนตรีไม่พร้อม พยายามให้เปียโนช่วยเล่น สุดท้ายนึกได้ เล่นกีตาร์เองก็ได้นี่หว่า ช้าไปไหม
ว่าแล้วก็เล่าที่มาของเพลงใหม่ เป็นเรื่องส่วนตัว เกี่ยวกับตัวเองตอนเด็กๆ พ่อแม่ทะเลาะกัน แล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นปัญหา แต่สุดท้ายก็มองว่า ไม่ว่ายังไง ความรักก็ยังคงอยู่ เพียงแต่อาจจะมองไม่เห็น อารมณ์มาเต็มมากช่วงนี้ ยิ่งร้องจบนี่ น้ำตาแทบไหล แต่แย่แล้ว แสตมป์บอกว่าเพลงต่อไปเป็นเพลงเร็ว ยังร้องไม่ได้ ขอเพลงปรับอารมณ์ก่อน ในเพลง หยาดเพชร ฮาาาาาาาค่ะ ร้องกันได้ด้วยนะ
มีอยู่ช่วงนึง คุยกันเรื่องอะไรไม่รู้ ไปพูดถึงเพลงลอดลายมังกร ถามว่ารู้จักกันไหม แล้วก็ร้อง จากแผ่นดินจีนโพ้นทะเล ด้วยเรือน้อย…. เสียงค่อนข้างเงียบ เลยเปลี่ยนเพลง คนเราก็มีหัวใจ ก็มีเลือดเนื้อข้างใน …. สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ เสียงดังฟังชัดทีเดียว 555 คุยเรื่องอะไรมานะ แต่สรุปได้ว่า 30 up จ้า
โอมจงเงย ขอหน้าจอโทรศัพท์ด้วยนะ พร้อมภาพ VTR คนเดินเล่นโทรศัพท์ที่หน้างาน ทำนองเพลงเร็วมาคุ้นมาก กับเพลง ตาสว่าง แต่ดันร้องเนื้อเพลงบัวลอยอยู่ช่วงหนึ่งค่อยกลับมาตาสว่างใหม่ ปิดท้ายด้วย โปรดส่งใครมารักฉันที ที่จริงๆ อิมเมจน่าจะออกมาร่วมแจม แต่ก็ออกมาหลังจบแล้ว เลยหาเพลงให้อิมเมจร้อง อิมเมจจัดเพลง Happy Birthday ให้จ้า จบด้วย ถ้าเธอไม่รู้สึก
lighting
อิ่มเอมกันไป คนดูยังคงไม่ยอมกลับ แต่แสตมป์บอกว่า อยากอยู่นะ แต่มีงานต่อ นักดนตรีอุตส่าห์กลับมาครบ สุดท้ายก็ไม่ได้จบแบบเต็มวง พลังการเอนเตอร์เทนยังเต็มที่ อิมเมจดูคล่องเวทีขึ้น พีทเสียงสุดยอดมาก
วันเสาร์ที่ 10 กันยายน 18.00 น. -20.00
สถานที่ CDC มารับตั๋วไม่ช้านะ แต่ที่นั่งหลังตามปกติจ้า
ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว อ้อม และ แม่จ้า พาแม่มาด้วย เพราะมีแสตมป์และอิมเมจ แห่ง The Voice

Categories