Ras's Blog

ทริปครอบครัวช่วงปลายปีกลับมาอีกครั้ง 28 ธ.ค. 59 – 1 ม.ค. 60 4 สาว ลุยกันไปยาวๆ ผลัดกันขับไปเรื่อยๆ มือ 1 มือ 2 มือ 3 ขับตามข้อจำกัดของแต่ละคน พี่คนโต (ไม่ขับกลางคืน) พี่คนกลาง (ง่วงไม่ขับนะ) น้องคนเล็กๆ (เนียนไปเรื่อย เลยโดนขับกลางคืนตลอดเลย กลางวันนิดๆ หน่อยๆ)
เยือน 3 เมืองเก่า อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เมืองมรดกโลกของสยามประเทศ
วันที่ 1
สุโขทัย เรียนในตำรากันมานาน เพิ่งมีโอกาสได้เยือนก็ตอนนี้เอง สัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองในอดีต มีความสง่างาม มีความสงบร่มเย็นจนถึงปัจจุบัน วันแรกเราขับไปถึงสุโขทัยด้วยเวลา 8 ชั่วโมง รวมทานข้าวกลางวันที่สิงห์บุรี ร้านกุ้งเผาทองชุบ ที่อยู่ใกล้กับถนนใหญ่ และ แวะเข้าห้องน้ำเป็นระยะ ขับเลยที่พักมาถึงอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยก่อนเลยแวะเที่ยวก่อน ช่วงนี้ไม่ต้องชำระค่าเข้าอุทยาน เพราะอุทยานถวายเป็นพระราชกุศลให้ร.9 พี่สาวอยากปั่นจักรยานมาก เลยขอไปเช่ามาปั่น โดนไป 30 บาท ราคานี้ จริงๆ น่าจะได้ทั้งวันนะ แต่เรามาเย็นแล้ว ปั่นกันชิวดี มีพื้นที่ให้ได้ปั่นพอสมควร แต่นัดหมายแม่กับพี่อีกคนไว้ที่วัดมหาธาตุเลยต้องจอดไปเดินวนถ่ายรูปกันก่อน ก็ร่วมชั่วโมง จนเริ่มเปิดแสงยามค่ำคืนนั่นแหละ ได้บรรยากาศดีจริงๆ แต่ยังอยากปั่นต่อ เลยขอปั่นอีกสักรอบ 2 รอบ ก่อนไปเจอกันที่ร้านจักรยาน แต่ก็เจอกันระหว่างทางด้วย ได้ความว่า หลง ยังหาทางออกไม่ได้ 555 มื้อเย็นเดินไปทานร้านครัวสุโขทัย ตรงข้ามกับที่พักเลย บรรยากาศดูดีเลย
15697314_10154211835207444_294482631035577421_n-1
15726522_10154212004677444_9214689497476853904_n

แม่แอคท่าซ้อนจักรยานก่อนจะไปซ้อนจริงที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
15747641_10154211844417444_4311579575264201310_n
15747816_10154211844632444_6761205308897696578_n
พัก Le Charme de สุโขทัย 3 คืน
วันที่สอง
มีเหตุเกิดเล็กน้อย มีแมวมาฉี่ใส่รองเท้าเราที่วางไว้นอกห้อง เลยต้องนั่งซักและเป่ารองเท้า กว่าจะได้ออกเดินทางร่วม 8.30 น. เราไปเยือน อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ต้องใช้เวลาขับไปอีกชั่วโมงกว่าๆ อุทยานไม่อนุญาตให้เอารถส่วนตัวเข้าได้ มี 3 ทางเลือก คือ เดิน ปั่นจักรยาน หรือ นั่งรถราง ทำได้ทั้ง 3 วิธี แต่ปั่นจักรยานดูจะประหยัดแรง และไปได้ตามใจกว่า อากาศก็ร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่มากคลุมเราอยู่ คิดว่า ต่อให้วันที่อากาศร้อนปกติก็น่าจะพอทน แต่วันที่เราไปอากาศสบายด้วยเลยยิ่งฟินเข้าไปอีก
เราเช่าจักรยาน 3 คน เลือกคันที่ซ้อนได้หนึ่งคัน เพราะแม่ยังไม่กล้าปั่นเอง คนเสนอคือพี่สาว ไหงคนปั่นให้ซ้อนกลายเป็นเราล่ะเนี่ย เอ้า ลุยก็ลุย เกร็งทั้งคนปั่นคนซ้อน สักพักก็เริ่มชิน แต่ก็พยายามลุ้นให้แม่หัดปั่นเป็นระยะๆ แต่ยังไม่สำเร็จ
เราไปเยือน วัดนางพญา – มีลายปูนปั้นที่สมบูรณ์อยู่ ขึ้นไปบนเจดีย์แต่พระประฐานไม่อยู่แล้ว เชื่อว่า กราบไหว้วิญญาณที่ยังอยู่, วัดช้างล้อม – มีช้างอยู่ 39 ตัว ค่อนข้างสมบูรณ์นะ, วัดเจดีย์เจ็ดแถว เจดีย์กว่า 33 เจดีย์รายล้อมอยู่ ใครหามุมเก่งๆ น่าจะได้มุมดีๆ เยอะ วัดนี้ เด็กๆมาทัศนศึกษากันด้วย เราดูจบเด็กก็เดินเข้ามาพอดี ถือว่า จังหวะเรายังดี, วัดสวนแก้ว, วัดเขาพนมเพลิง ต้องขึ้นบันไดไป มีทางเดินเชื่อมต่อไปยังวัดสุวรรณคีรีได้ด้วย ระหว่างทางมีนกปากห่างทำรังอยู่เพียบ เดินฝ่าดงขี้นก จมูกแทบพังกันเลย แล้วลงอีกทางได้เป็นทางลาด แล้วค่อยเดินกลับไปเอาจักรยาน มีแม่นั่งรออยู่แถวนั้น เห็นบันไดแม่ก็ไม่ขึ้นแล้ว ปั่นวนไปอีกรอบสองรอบ เข้าวัดหลักเมือง และ วัดหน้าวัง ถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า พบแล้วว่ามีวัง แต่ยังไม่ได้ขุดต่อ ต้องรอกันต่อไป เพราะทีมขุดขอปิดจ็อบงานปัจจุบันก่อน
my-sukotai_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%98_0082

วัดนางพญา
15747804_10154215165282444_7025401536491940529_n

วัดช้างล้อม
15697998_10154215166467444_6928793309621389034_n
15726351_10154215165182444_2584843027556496806_n
มื้อกลางวัน เราทานก๋วยเตี๋ยวกันตรงอุทยานนั่นแหละ แล้วไปต่อที่ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก No.61 และ 42 ไม่ต้องไปตาม google map นะ ให้ขับเข้าไปต่อในอุทยานเลย อ้อ มีศูนย์ข้อมูลอยู่นะ แวะได้ จะเห็นภาพรวมของที่นี่ด้วย ศูนย์ศึกษาเค้าก็ทำดีนะ เป็นที่โล่งมีหลังคาคลุม เข้าไปอ่านได้ความรู้เยอะทีเดียว เลือกอ่านนะ แสดงรูปแบบภาพบนเครื่องสังคโลก บอกความหมายของภาพต่างๆ ด้วย เม้ามอยกับลุงร้านขายของตรงข้ามศูนย์อย่างสนุกสนาน ลุงเล่าชีวิตวัยเด็ก ดักสัตว์ วิธีล่อสัตว์ ตั้งแต่ด้วยเสียงคน จนมาอัดเทปเสียง แล้วเราก็ถามกันว่า บางทีเสียงที่อัดอาจจะเตือนเพื่อนว่า อย่าเข้ามาก็ได้นะ
15781571_10154215167537444_3618452851572874158_n
ไปแวะวัดพระศรีมหาธาตุเชลียงด้วย จริงๆ แล้วควรไปชมวัดก่อน แล้วค่อยไปศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก เพราะเราต้องการจะไปดูทองศรีสัชนาลัยต่อด้วย ตัววัดมีทั้งวัดใหม่และวัดเก่าอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีพื้นที่วัดค่อนข้างกว้าง เดินขม ปีนชมกันบางส่วน
15698188_10154215167407444_7362257028484567646_n

วัดพระศรีรัตมหาธาตุ เชลียง
เครื่องประดับของศรีสัชนาลัย รวมทั้งสีทองคำดูมีเอกลักษณ์มาก สีทองอ่อน เรามาเยี่ยมชมการผลิตเครื่องทองที่ร้านอรอนงค์ช่างทอง เข้าไปจ้องดูใกล้ๆ เลย กับพนักงานกว่า 20 คน รับหน้าที่ผลิตกันคนละแบบ บ้างเชื่อม บ้างแกะ บ้างสาน บ้างถัก เห็นแล้วตื่นตาตื่นใจมาก และยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า แต่ละผลงานต้องใช้ความปราณีต สมมูลค่านั่นเอง แต่ เราก็ชมเฉยๆ ค่ะ คนที่มาซื้อก็มาซื้อกันไป เค้าก็เต็มใจให้เยี่ยมชม ไปชมผ้าทองคำ กับพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในตัวเมืองศรีสัชนาลัย สาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ แนะนำร้านอาหารป้าทรงแต่ปิด เลยต้องไปพึ่งร้านกุหลาบ สไตล์อาหารจีนแทน จากนั้นก็ขับรถกลับตัวเมืองสุโขทัย ท่ามกลางความมืดมิดของถนนสองเลน เจอรถบรรทุกอ้อยเป็นระยะๆ ปิดๆ เปิดๆ ไฟสูงอยู่เรื่อยๆ เป็นการขับรถตอนกลางคืนที่เกร็งกันทั้งรถเลย หมายเหตุ เราเป็นคนขับเอง มีใครคิดอยากจะเปลี่ยนมือบ้างไหม
15726408_10154215167467444_8509971541986626878_n
15697558_10154215167647444_3553145020225077825_n
วันที่สาม
ไปเปลี่ยนบรรยากาศชมวิถีชาวบ้านที่ อ.กงไกรลาศ ชาวบ้านจริงๆ นะ ถ้าใครชอบแนวนี้คงจะชอบ เดินชมสินค้าโอท็อป ซื้อจากบ้านชาวบ้านเลย เปิดประตูเข้าไปถามกันเลยทีเดียว ทั้งทองม้วน ขนมผิง ปลาร้า ปลาเค็ม น้ำปลา เราไปไหว้พระ เข้าห้องห้องน้ำกันที่วัดกงไกรลาศก่อน แล้วก็เดินไปชมชุมชนบนเกาะ อดีตที่ตั้งที่ว่าการอำเภอที่น้ำท่วมเป็นระยะๆ แล้วเดินออกไปทางสะพานเล็กๆ ผ่านย่านชุมชม ไปเส้นขายของ เดินแวะไปเรื่อยๆ เสียงถามตลอดว่า จะไปไหน (ช่วงนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว) นั่งซื้อขนม ทานน้ำดื่มบริการจากเจ้าของบ้าน มีห้องน้ำให้เข้า สบายไป แม่ชอบ แล้วพี่สาวก็เดินไปเอารถมารับคนเดียวเลย 555 ที่นี่จะมีงานคนเดินเดือนละครั้ง ใครอยากคึกคักก็ต้องมาช่วงนั้น ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นอาทิตย์แรกของเดือน
15823658_10154219013432444_1510812032548333905_n
แวะไหว้ศาลแม่ย่า เชื่อว่า นี่คือ แม่ของพ่อขุนรามคำแหง นามว่า นางเสือง ต่อด้วยไหว้พระวัดไทยชุมพล เป็นวัดในโรงเรียน หลวงพ่อให้พระมาเปิดวิหารให้ชม สีกำแพงภายในทำเป็นกริดๆ ด้วย ก็สวยดี ดูแปลกตา ขับกลับตัวเมืองสุโขทัย ทานข้างกลางวันที่ร้านเจ๊แฮ ร้านก๋วยเตี๋ยวอยุธยา รสชาดใช้ได้ ราคากรุงเทพ เส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวหนึบดี ฝั่งตรงข้ามก็มีร้านตาปุ้ย ว่ากันว่า ร้านเก่าแก่กว่า ใครสะดวกร้านไหน ฝั่งไหน ก็จัดไป
15781254_10154219013557444_3086413917649831248_n
15726250_10154219014362444_3948473174255105928_n

ภาพจิตรตกรรมฝาผนังในวัดไทยชุมพล
พร้อมลุยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแบบเต็มๆ คราวนี้เราไปรอบนอกกันก่อน มุ่งไปที่วัดศรีชุมที่มีองค์พระอวจนะ ว่ากันว่า ได้ยินเสียงพูดมาจากองค์พระ ภาพจำของท่องเที่ยวสุโขทัย ต้นมะม่วงแถวนี้ต้นใหญ่มากกกกกก มีเจดีย์ให้เดินขึ้นไปสักการะ มีวัดที่สร้างใหม่เคียงข้าง มีโบสถ์เล็กๆ เก็บพระพุทธรูปไว้เป็นจำนวนมาก เป็นช่องรอบฝาผนังเลย น่ารักดี ทางเข้าแคบๆ ออกมาเจอฝรั่งปั่นจักรยานเมียงมองอยู่ พี่สาวเลยแนะนำว่า ควรเข้ามาดูค่ะ วัดนี้ควรมาตอนเข้า เพื่อให้ได้ภาพเต็มๆ แบบไม่ย้อมเสียง แวะวัดสรศักดิ์ มีช้างล้อมอยู่รอบเจดีย์แบบค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ช้างไม่ได้ทรงเครื่องนะ
15727136_10154219016857444_7941291093750971043_n

วัดศรีชุม
15726819_10154219020282444_3699662021688239210_n
ไปหลบแดดในพิพิธภัณฑ์รามคำแหง เข้าตอนบ่าย 3 ปิดบ่าย 4 นะ มีข้อมูลน่าสนใจ บอกเล่าปางลีลา ปางเด่นของเมืองสุโขทัย มีคำอธิบายว่า ปางต่างๆ มีที่มาจากไหน จากข้อมูลปางที่สนใจ คือ ปางพระธรรม ยกมือสองข้าง นิ้วชี้นิ้วโป้งชนกัน ปางห้ามสมุทร (อภัย) ยกมือสองข้าง นิ้วโป้งหักลง ปางลีลา ยกมือข้างซ้าย เท้าขวายกเล็กน้อยปลายเท้าไปด้านหลัง ที่แปลกคือ ในข้อมูลนี้ บอกว่า ปางห้ามญาติที่เราเข้าใจ กลายเป็น ปางห้ามพยาธิ ที่มาคือ การห้ามโรคร้าย มือขวายกมือห้าม แม่มายืนท่องจำใหญ่เลย จากนั้นเราก็ทดสอบความจำกันเรื่อยๆ แต่ปางนี้เจอของจริง บางทีไม่ตรงกัน ยกมือซ้ายก็มี เลยงงๆ ด้านนอกอาคารมีงานปูนจัดแสดงอยู่
15740828_10154219023007444_8759181941771611903_n
กลับเข้าไปชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยรอบใน มุ่งสู่วัดสระศรี วัดกลางน้ำ แต่หลงไปวัดศรีสวายก่อน อยู่กลางน้ำเช่นกัน ที่วัดสระศรีเป็นศิลปะลพบุรี สักการะพ่อขุนรามคำแหง เย็นๆเริ่มเปิดไฟแล้ว เราก็ไปเดินชมนิทรรศการครบรอบ 25 ปี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย แสดงภาพถ่าย ภาพวาดฝีมือเด็กๆ จัดทำสวยดี และชมแสงสียามค่ำคืนอีกครั้ง
15740986_10154219023412444_1453259974896444369_n
15780977_10154219023557444_4506670599918002867_n
15726432_10154219023672444_6628740314808511470_n
เย็นนี้เราเลือกร้านจากหนังสือท่องเที่ยวสุโขทัย เป็นร้านอาหารในบ้าน ชื่อร้านลุงจ้อย คนท้องถิ่นดูมากินกันเยอะ เค้าติดป้ายว่า อย่าหวังในงานบริการ แต่เราว่าก็ใส่ใจดีออก อาหารอร่อยด้วย รสชาดจัดดี เมนูปลาเพียบ เราโดนเด็กหลอกด้วย มีเด็กเดินเข้ามาหา หัวปูดมาก เราก็ตกใจ ทั้งโต๊ะรีบหาน้ำแข็งให้ประคบใหญ่ เด็กก็รับไป แล้วก็เอาไปอมกิน สรุปคือ รู้ว่า ถ้าทำอย่างนี้จะได้น้ำแข็งกิน ผู้ปกครองบอกโดนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เสียรู้เด็ก 555
วันที่ 4
เดินทางออกจากสุโขทัย มุ่งสู่กำแพงเพชร เราไปอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เขตอรัญญิกก่อนเลย เงียบสงบ น่าเดินเล่น น่าปั่นจักรยานมาก แต่ค่าเข่าจักรยานจากป้าย ชั่วโมงละ 30 บาท รู้สึกว่า แพงไป เลยขับรถชมดีกว่า ที่นี่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แต่ละวัดก็ค่อนข้างใหญ่ ต้นไม้ก็เยอะ ไม้สักทั้งนั้น แวะเข้าศูนย์ข้อมูลเพื่อดูภาพรวมก่อน จากนั้นไปวัดอาวาสใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าสุด และชมวัดเด่นๆ คือ วัดช้างรอบ มีช้าง 68 เชือกล้อมรอบอยู่ ทรงเครื่องด้วย มีตัวที่ค่อนข้างสมบูรณ์, วัดสิงห์, วัดพระสี่อิริยาบท(วัดพระยืน) มีพระพุทธรูปสี่อิริยาบท เดิน นั่ง ยืน และนอน มีปางห้ามญาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์อยู่ นอกนั้นก็พอเดาได้ เดาจากฐานว่า ยาวแบบนี้ ต้องนอนแน่เลย 555, วัดพระนอน นี่ก็เป็นอีกที่ที่ไม่เห็นพระพุทธรูปแล้ว แต่ฐานแบบนอนชัดเจนมาก
15780830_10154222432917444_7420802232691420908_n

วัดช้างล้อม กำแพงเพชร
15726288_10154222450632444_2082305182402624049_n

วัดช้างล้อม กำแพงเพชร
15741219_10154222433037444_3090530394463366821_n

วัดพระสี่อิริยาบท กำแพงเพชร
กลางวัน ทานก๋วยเตี๋ยวเซี้ยะชากังราว เป็นก๋วยเตี๋ยวมีถั่วฝักยาวด้วย ใครผ่านเมืองนี้ก็ต้องแวะมาทาน บ่ายเข้าชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกำแพงเพชร ที่นี่เจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลอยู่ เพียงแค่เราเอ่ยปากถาม เค้าจะอธิบายให้เรายาว และคิดว่า ถ้าเราสบตาเค้า เค้าก็จะเข้ามาหาเราทันที เจ้าหน้าที่น่ารักมาก ฟังเพลินเลย สนุกดี เรียนรู้ว่า ชากังราว คือ ชื่อเมืองสมัยก่อนของกำแพงเพชร ก่อนที่จะย้ายเมืองข้ามมาอีกฝั่งกำแพง กลายเป็นกำแพงเพชรในปัจจุบัน เพิ่มเติมว่า มีพระพุทธรูปแบบกำแพงเพชรด้วยนะ หน้าผากกว้าง หน้าเรียว จมูกงุ้มเป็นรูปหยดน้ำ ตอนนี้มีของจำลอง ของจริงถูกยืม(ไม่คืน)อยู่ที่พิพิธภัณฑ์พระนคร จริงๆ เราว่า น่าจะให้เจ้าของถิ่นมีของประจำถิ่นตนเก็บไว้นะ แค่ย้ายพระพุทธรูปมาจากสถานที่จริงก็น่าจะพอแล้ว ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ตั้งไว้ที่เดิมเลยด้วยซ้ำ แต่ก็เข้าใจว่า คงเก็บรักษาลำบาก เดินไปชมพิพิธภัณฑ์เรือนไทยที่อยู่ข้างๆ เห็นความพยายามใส่ข้อมูลนะ แต่เพิ่งไปพิพิธภัณฑ์มาไง
15740853_10154222438182444_8328855951160327382_n
เพิ่มเติมว่า ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปั้นสัมฤทธิ์พระอิศวรองค์จริงความสูง 2 เมตร ยังสีทองแดง มีรอยโดนตัดแขนเนื่องจากโดนพ่อค้าชาวเยอรมันลักลอบไปแต่ได้คืน ร.5เ เลยทำองค์จำลองส่งไปตอบแทนทางการที่ช่วยติดตามให้ ถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์มิวนิค และทำองค์จำลองตั้งกลางแจ้งอยู่ที่ศาลพระอิศวร
15727035_10154222438517444_5964742735255424024_n
มุ่งไปดูว่า มีรถรางพาชมเมืองหรือไม่ แต่ช่วงปีใหม่หยุดทำการ แวะพักขาที่ร้านเฉาก๊วยชากังราว แล้วไปเดินต่อในอุทยานประวัติศาสตร์โซนกำแพงเมือง ซึ่งแบ่งเป็นสองฝั่ง คือ เมืองเก่ากว่า (ชากังราว หรือ นครชุม นั่นเอง) และ เมืองเก่า 555 วันนี้เราชมเมืองเก่ากันก่อน มีศาลหลักเมือง, วัดพระแก้ว และ วัดมหาธาตุอยู่บริเวณนี้ ต้นไม้ใหญ่อีกเช่นเคย ปูพื้นเป็นทางให้ชัดเจน และมีต้นไม้อยู๋กลางทางเดินเป็นระยะๆ ที่นี่ก็มีไฟติดอยู่ที่พื้นนะ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า เค้าจะเปิดช่วงเทศกาลไทยๆ เช่น เทศกาลกล้วย และ สงกรานต์เข้าที่พักที่บ้านดิน ที่พักเล็กๆ ริมน้ำ ดูวิวแม่น้ำชิวๆ
15726274_10154223166397444_5052314642244035904_n
15781670_10154222449892444_5379873214789860755_n
15823142_10154223166327444_7093435411057266926_n
ทานมื้อเย็นที่ริมแม่น้ำปิง บรรยากาศสงบ สบาย ไม่มีวี่แววแสงสี ความวุ่นวายของวันปีใหม่ ชอบมาก แวบไปดูวัดพระบรมธาตุเจดียราม นครชุม มีสวดมนต์ข้ามปี และมีโรงทานด้วย เราก็ไปรับน้ำดื่มมา วันนี้ฟ้าให้น้ำมนต์เล็กน้อย กลับที่พัก พี่สาวชวนแม่จิบไวน์ จิบเบียร์ต่อ แต่แม่พอแล้ว เปิดทีวีเห็นมีหนังเรื่องพรจากฟ้า ขอตัวกลับห้องไปนอนดูหนังเลย พี่สาวเลยนั่งดื่มไปดูหนังไป โยนมาให้เราช่วยสักแก้ว เราจิบได้นิดหน่อย แล้วก็ส่งคืน สรุปดื่มไปเลยจ้า คนเดียว ดูหนังแทนชมแม่น้ำกันไปคืนนี้
วันที่ 5
ตื่นเช้ามาทานข้าวเช้าเบาๆ ของที่พัก เบาจริงๆนะ คือ ขนมปัง กับ โอวัลติน แล้วไปไหว้วัดพระบรมธาตุเจดียราม นครชุมยามเช้า ต่อด้วยวัดสว่างอารมณ์ เดินไปยังบ้านนายห้างพะโป้ เจ้าของปางไม้ชื่อดัง เป็นคนกะเหรี่ยง บ้านต้นแบบเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย บรรยากาศดูขลังมาก ดูโบราณ ดูใกล้จะพัง แต่สวย คลาสสิคมาก จากนั้นแวะไปทานข้าวในชุมชมที่จัดถนนคนเดิน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ บรรยากาศน่าเดินยามมีงานนะ มื้อนี้ ก๋วยเตี๋ยวและหมูสะเต๊ะอีกเช่นเคย ออกเดินทางกลับกรุงเทพ แวะช็อปตลาดกล้วยไข่ริมถนน แผงยาวมากกกกก ซื้อกันมาเยอะเลย แจกและกินกันหมดด้วยความรวดเร็ว ทานข้าวกลางวันที่ร้านอาหารในนครสวรรค์ หน้าผาปลาทอดมัน อิ่มๆ ขับรถกลับกรุงเทพต่อมื้อเย็น กินมันทั้งวัน
%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2_%e0%b9%91%e0%b9%97%e0%b9%90%e0%b9%92%e0%b9%90%e0%b9%98_0320
ทริปขับรถเที่ยวกันเอง ว่าเผื่อเวลาแล้ว แต่ก็ยังเก็บได้ไม่หมด หลายคนถามว่า ทำไมเที่ยวสุโขทัยนานจัง ขับรถก็ 2 วันแล้วนะคะ เที่ยวจริงๆ ในสุโขทัยแค่ 2 วันเอง พวกอุทยานแห่งชาติยังไม่ได้ไปเที่ยวเลย
แนะนำให้ไปเที่ยวกันนะ สุโขทัย เมืองเก่า กำแพงเพชร เมืองผ่าน ที่มีดีกว่าที่คิดเยอะ
ผู้ร่วมทริป แม่ และ 3 ก
เครดิตภาพถ่าย โดยพี่กั้งและตนเอง
ปั่นๆ จักรยานกัน ทริปนี้พี่สาวก็คิดๆ ไว้ว่า อยากจะไปปั่นจักรยานเวลาไปเที่ยวที่สุโขทัยด้วย ก็ได้ทำดั่งตั้งใจจ้า เพราะ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ห้ามเอารถเข้าแล้ว ทางเที่ยวคือ เดิน จักรยาน และ รถราง พื้นที่เดินได้ แต่อาจจะเมื่อยบ้างเล็กน้อย ปั่นได้ ก็ช่วย save ขาได้มากขึ้น แค่ว่าต้องเดินย้อนมาเอาจักรยานกลับไปด้วย เวลาเดินเพลินๆ ยาวๆ
อากาศดี ร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่มากกกก ไปกี่โมงก็ปั่นได้ แค่ถ้าหน้าร้อนก็ตามอากาศแหละ เราโชคดี ช่วงที่ไป อากาศเย็นสบาย
แต่ตอนนำเสนอเรื่องปั่นจักรยาน แม่ไม่ตอบรับด้วย ให้ลองแล้ว แต่แม่ไม่ค่อยมั่นใจ พี่สาวเลยบอกให้แม่ซ้อน ไอ้เราก็นึกว่าให้ซ้อนเค้า ปรากฏให้ซ้อนเราซะงั้น เอ้า ว่าไงว่าตามกัน ก็ต้องลองกันสักพัก ได้อารมณ์ปั่นแบบใส่เกียร์หนักสุดนั่นเอง ค่าเช่าจักรยาน ปกติ วันละ 20 บาท แบบให้ซ้อน วันละ 30 บาท
ส่วนอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนั้น อาศัยชิ่งแม่และพี่สาวไปปั่นกันเองจ้า ปั่นกันตอนบ่ายแก่ๆ แล้วก็นัดเจอกันที่วัดมหาธาตุ จริงๆ ปั่นได้แป๊บๆ เอง แต่ก็ชิวดีอยู่ พี่สาวอยากจะกลับมาปั่นอีกสักรอบ แต่ก็หมดเวลาละ รอบๆอุทยานมีร้านให้เช่าจักรยานหลายร้านเลย เราเช่าราคาวันละ 30 บาท
ตัวอุทยานประวัติศาสตร์ไม่ได้กว้างมาก เดินก็สบายอยู่ แต่ปั่นจักรยานก็ชิวดี แถมยังเป็นคล้ายๆ สวนสาธารณะด้วย มีคนมาเดินออกกำลังกายกันเพียบเลย
ใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวสุโขทัย แนะนำปั่นจักรยานเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์จ้า
15697309_10154211835082444_2847819194332755560_n
15726522_10154212004677444_9214689497476853904_n
15726702_10154215164247444_5316801706379202869_n
เรามาปั่นกันตอนบ่ายแก่ๆ ถึงค่ำๆ กันบ้าง โปรแกรมนี้เกิดเพราะงาน Night at the museum จัด 3 วัน 16-18 ธ.ค. 2559 เราก็ออกไปร่วมตั้งแต่วันแรกที่สวนสัตว์ดุสิต เขาดิน ไปนั่งรถราง ขับรถไปกับที่บ้านจ้า วันที่สอง ยังติดใจเขาดิน ไปนั่งทานข้าวยามค่ำคืนร้านครัววังวนา รับลมเย็นๆ ปั่นเรือถีบเคียงข้างตัวเงินตัวทอง ชมวิวพระที่นั่งอนันตสมาคม
บ่าย 3 วันอาทิตย์ นัดสมาชิกไว้ที่บ้าน แต่เปิดด้วยการทานก๋วยเตี๋ยวลุงก่อนเพื่อนเลย กว่าจะได้ปั่นก็เกือบสี่โมงละ 555 มุ่งหน้าไปท่าเรือวัดระฆัง พาจักรยานข้ามไปท่าช้าง ปั่นเข้าเส้นบางลำภู ชมพิพิธบางลำภูก่อน แต่คงต้องมาซ้ำเพราะถ้าจะชมให้ทัวร์ คนนำชมเป็นรอบๆ ทุกๆครึ่งชั่วโมง รอบละ 1.30 ชม. เลยได้แต่เก็บรอบๆ
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0007
ก่อนพุ่งตรงไปพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวันเพราะกลัวเวลาจะไม่พอ ทุกที่ปิด 3 ทุ่ม ได้ชมวังพระตำหนักจิตรลดาที่ร.5 สร้างประทาน ร.6 เพื่อไปทำงานที่พระที่นั่งอนันตสมาคมได้ง่ายๆ ส่วนวังปารุสที่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ กับ หม่อมคัทริน ณ พิศณุโลก เคยประทับ คือ วังข้างๆ กันที่อยู่ในอาณาเขตเดียวกัน แต่เข้าไปดูไม่ได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยข่าวกรอง เราใช้วิธีส่องริมรั้วดูกัน
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0072

ตำหนักจิตรลดา
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0074

วังปารุสกวัน
15541531_10154178561657444_5399674228128326488_n
เราถ่ายรูปตัววัง เดินเล่นรอบๆ ชมชั้นล่างตึก เพื่อรอชั้น 2 เปิดให้ขึ้นหลังจากการแสดงพิเศษของวันนี้ ไปฆ่าเวลาในพิพิธภัณฑ์ตำรวจอีกพักใหญ่ จนมานั่งชมการแสดงพิเศษซึ่งน่าจะเสร็จนานแล้ว แต่กว่าจะเริ่มก็เลท ทุ่มๆ กว่าแล้ว เลยตัดสินใจไปที่อื่นต่อก่อน คนมาชมงานแต่งตัวกันหลากหลายมาก ตั้งแต่เต็มยศชุดไทยจิตรลดา จนมาชุดปั่นจักรยานแบบเราๆ เราได้ร่วมจุดเทียนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่นี่
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0014
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0017
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0064
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0016
พิพิธภัณฑ์อาคารสุทธานภดล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปั่นเข้าไปในมหาวิทยาลัยแล้วเงียบมาก คนไม่รู้นี่คงจะไม่เข้ามากันแล้ว ที่นี่มีกิจกรรมร้อยมาลัย ทั้งจากดอกรักและดอกกล้วยไม้ ดูสวยงาม เหมาะแก่การชมเป็นอย่างมาก อย่าได้ริไปทำเองเชียว ^^
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0050
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0056
night-at-the-meseum_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%92%e0%b9%90_0048
ที่นี่เราเคยมาเดินชมกันแล้ว แต่ครั้งนั้นไม่ได้ขึ้นอาคารนี้ น่าจะปิดทำอะไรสักอย่าง แต่ได้ชมอีก 2 อาคาร หลังนี้มีภาพสีน้ำ ห้องนอนขนาดย่อย สาแหรกของ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ฝ่ายในฝ่ายนี้มีทั้งการทำกับข้าว เย็บปักถักร้อย ร้อยมาลัย วาดภาพสีน้ำ กิจกรรมหลากหลายจริงๆ
ปิดท้ายทริปนี้ด้วยข้าวต้มหน้าวัดบวร พร้อมชมพระทำวัตรเย็น และรอบนอกรั้วตำหนักจันทร์ ตำหนักเพ็ชร ที่ประทับของอดีตพระสังฆราส พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ผนวชอยู่ที่นี่พักที่ตำหนักใหญ่ ปั่นกลับบ้านทางสะพานพุทธ ถึงตอน 3 ทุ่มกว่าๆ
15542077_10154179084012444_6588562454258243781_n
15590053_10154179089657444_572848212631039071_n
15622593_10154179114567444_3371180892136793661_n
จากข้อมูลของเพื่อน วันนี้เราปั่นไป 20 กิโลจากบ้านเราเอง และกินกันไป เอ่อ ไม่ต้องนับเนอะ
ผู้ร่วมขนวน เม คุยกันมานานว่าจะไปปั่นด้วยกัน และ หมู เพื่อนใหม่ ผู้นำการปั่นกลางถนน ตัดเลน และยามค่ำคืนครั้งแรกของเรา ถ่ายรูปได้คล่องมาก แม้ยามอยู่บนจักรยาน ขอบคุณภาพสวยๆ นะ คุณชายวิคเตอร์และน้องนินจา ตื่นเต้น และสนุกดีจ้า
เครดิตภาพ หมู พี่กั้ง และตนเอง
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0004
ห่างหายจากการปั่นจักรยานมาหลายเดือนเพราะสนามหลวงไม่ว่าง กลับมาปั่นกันอีกครั้ง เพราะเพื่อนพี่สาวส่งภาพปากคลองตลาดตกแต่งด้วยซุ้มดอกไม้เพื่อร่วมฉลองวันพ่อปีนี้เป็นปีแรก
การปั่นจึงปั่นระยะสั้นมากกกกก บ้าน – ปากคลองตลาด ขาไปข้ามเรือด้วยซ้ำ 555 วันนี้เรามีสมาชิกใหม่มาด้วย ยังไม่อยากให้ปั่นเอง เลยต้องใช้จักรยานแม่บ้านพาซ้อนไป ใครเป็นคนปั่นให้ก็สู้ๆ นะคะ คุณอาเป็นหลัก คุณพ่อขากลับ (่ช่วยเรียกคุณพ่อให้มาเปลี่ยนมือตอนขึ้นสะพานตรงอรุณอัมรินทร์ อิอิ)
ปั่นไปถึง แล้วเราก็จอดจักรยาน แยกย้ายกันไปหามุมถ่ายรูป ทิ้งคนที่ช้าเฝ้าจักรยานไป ก่อนจะมาสับเปลี่ยนกันบ้าง การจัดดอกไม้เป็นการทำกิจกรรมร่วมกันของชาวปากคลองตลาด ที่อาจจรู้ไม่ทั่วถึง แต่ก็ถือว่าเยอะพอควรล่ะ
สีสันดอกไม้ ณ ปากคลองตลาด
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0024

แต่งตัวให้สมาชิกใหม่ ซ้อนจักรยานแม่บ้านไปน้าาา
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0022

ข้ามเรือ ๆ by Dowrai
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0026

รักหลาน ?? by P’Khem
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0014

by Dowrai
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0010

by Dowrai
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0011

by Dowrai
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0008

by Dowrai
%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94_%e0%b9%91%e0%b9%96%e0%b9%91%e0%b9%92%e0%b9%91%e0%b9%94_0001
%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3
ละครเวทีจากค่ายซิเนริโอ ลอดลายมังกร บทประพันธ์ของ ประภัสสร เสวิกุล ทำเป็นละครโทรทัศน์มาแล้ว 2 ครั้ง กับ อาเหลียง นพพล และ อาเหลียง ศรัณยู ครั้งนี้ เป็น อาเหลียง แบงค์ อดีตวงแคลช ร่วมด้วยกับนักแสดงอีกมากมาย ทั้ง นก สินจัย กับบทเมียใหญ่ พิจิกา กับบทเมียรอง รุ่นลูก รุ่นหลาน มากันจากหลายเวที ทั้ง AF ปอ ปุยฝ้าย The Star อาร์ แกงส้ม กั้ง ซิลวี่ สิงโต และ KPN ดาว
เรื่องนี้บทพูดมีค่อนข้างเยอะ ร่วมกับเพลง เนื้อเรื่องเยอะ คนหลายรุ่น เรียกว่าคนเขียนบทต้องตึความและเลือกมาใช้ เลือกวิธีการนำเสนอให้ดีเลย ซึ่งก็ทำได้ดี ในการย่อเรื่อง การเล่าเรื่องผ่านคนเล่าเรื่อง รุ่นหลาน ฝ่ายดี นภา (ปอ) และ รุ่นลูก ฝ่ายไม่ค่อยดี นรากร (กั้ง) เล่ากันตั้งแต่แรกเริ่ม อาเหลียงเดินทางมาเมืองไทย ใช้ชีวิตอย่างไร สร้างตัว สร้างครอบครัวใหญ่ 3 เมีย ลูก 9 คน หลาน 4 คน เกิดเหตุการณ์อะไรกันบ้างทั้งปัญหาครอบครัว แอนดี้ ชาญชัย นันทนา นรากร การเมือง บริษัท การสั่งสอนที่มาจากคนๆ เดียวกันที่พากเพียร แต่เส้นทางของลูกหลานช่างแตกต่างกัน ต้องใช้เวลายาวนานเพื่อพิสูจน์ความดีที่ทำ ให้ลูกหลานได้เห็นว่าเส้นทางคดโกงที่อาจนำมาซึ่งความร่ำรวยในระยะเวลาแสนสั้นที่บางคนเลือกเดินนั้นไม่ถูกต้อง และขอให้กลับตัวกลับใจ
เพลงที่ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในเรื่อง คือ คุณธรรม เปิด กลางเรื่อง ปิดท้าย ย้ำกันให้ชัด เพลงหวานๆ การจีบกันของอาเหลียง กับ เนียม(ภรรยาคนที่สอง) ในเพลง อยากมีเธอเป็นลมหายใจ ก็หวานได้หวานดี มีหวานกันอยู่เพลงเดียวนี่แหละ สุดๆ กับเพลงเปิดตัว เมียใหญ่ หรือไม่จริง ร้องโดย สินจัย เปล่งพาณิชย์ เพลงตัดพ้อ เพลงเรียกร้อง สำเนียงจีน สะใจมากค่ะ น้ำชาถ้วยนี้ เพลงเย็นๆ โดยแม่เนียมที่มาดับความร้อนของบ้าน 2 เมียให้ประคองครอบครัวกันต่อไป คนที่ใจฉันรอ ร้องโดยแฟนของลูกชายคนที่สอง แสดงโดยปุยฝ้าย เซ็กซี่ได้ใจจ้า เหมาะที่จะมาปะทะกับ แม่สามีสินจัยมาก
เด็กดีเป็นอีกเพลงที่ให้ลูกสาวร้อง ใสๆ น่ารัก ช่างตัดกับเมื่อยามโตที่มาในเพลง เธอจะต้องชดใช้ แสดงอารมณ์ เคียดแค้น ความรักของหนุ่มสาว จากเด็กดีของคุณพ่อ ต้องมาโดนแผดเผาเพราะความรัก ดาวเต็มที่มากกับเพลงนี้ โชคดีที่ได้รักเขา ร้องโดย เมียใหญ่และเมียร้องที่ผ่านกาลเวลาจนอยู่ร่วมกันด้วยดี ที่เล่ามาเป็นแค่บางส่วนของเรื่องเท่านั้นที่รู้สึกว่า น่าจะพูดถึง
นักแสดงเฉพาะที่มีบทบาทเด่นๆ มีผลต่อเรื่องเท่านั้นที่จะได้ร้องเพลงเดี่ยว นอกนั้นก็ร้องหมู่กันไป อ้อ แล้วก็ไปรับบทเป็นตัวประกอบด้วย เช่นซิลวี่ 5 บท สิงโต 14 บท ขณะที่อาร์และแกงส้มก็มาช่วยเชิดสิงโตด้วย ใช้ให้คุ้ม 555 เกร็ดนี้มาจากเบื้องหลังนะ
ภาพรวมทำได้ดีกันทุกคน สินจัย ได้ใจมากๆค่ะ แกงส้มถือว่าพัฒนาขึ้นเยอะ ดาวก็เด่นได้ด้วยหนึ่งเพลง ปุยฝ้าย แนวนี้กินขาด แบงค์ก็ทำหน้าแบกรับตลอดเรื่องได้ดี มีผู้ช่วยเยอะด้วย ฉากไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนักแต่ก็ทำให้รู้ว่า อยู่ที่ไหนแล้ว แสงไม่มีจังหวะมืดเลยตลอดการแสดง ครั้งนี้เรานั่งที่มุมสูง รับรู้เลยว่า มุมมองนี้ไม่ค่อยโอเคสำหรับผู้ชม เหมือนมุมแอบดูชาวบ้านจากตึกสูง แต่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของค่ายนี้ที่ดูแล้ว ไม่ผิดหวัง ละครน้ำดี ในช่วงเวลาแห่งการสูญเสียของคนไทย
วันเสาร์ 26 พฤศิจกายน พ.ศ. 2559
สถานที่ รัชดาลัย เธียเตอร์
บัตร แลกแต้มเมืองไทยประกันชีวิต รอบนี้เป็นรอบเหมาจ้า
ผู้ร่วมขบวนการ ตนเองและแม่ (พี่สาวเป็นคนแลกแต้มแต่อดดูเพราะติดภารกิจ หุหุ)
ท่องเว็บจนได้เรื่อง ไปอ่านในพันทิพย์ถึงการมุดถ้ำทิพุเชะ อ่านแล้ว น่าไปลอง ทริปนี้จึงเกิดขึ้น ทิพุเชะ เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า ถ้ำลอด อยู่แถวทองผาภูมิ การเข้าถ้ำนี้ เราต้องไปกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งปัจจุบันที่จัดอยู่คือ Hyper venture ร่วมกับ บ้านห้วยอู่ล่อง ในราคาแพคเกจ คนละ 3800 บาท 2 วัน 1 คืน รวมอาหาร 3 มื้อ ด้วยจำนวนคน 8-12 คน
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เรารวบรวมสมาชิกสุดท้ายได้ที่ 6 คน หญิง 5 ชาย 1 ร่วมกับอีกกลุ่มเป็นน้องนักศึกษามาทำรายงานการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยอีก 3 คน ครบทีมเข้าไปลุยตามราคาแพคเกจได้ เย้ ว่าจ้างรถตู้ตามระเบียบใช้บริการเกรทอีกเช่นเคย แต่เกรทไม่ได้มาเองนะ ส่งคนมา
หากคุณคิดจะไป คุณต้อง ไม่กลัวความมืด ไม่กลัวที่แคบ ไม่กลัวความสูง ไม่กลัวเปื้อน ไม่กลัวเปียก หรือ อาจจะกลัว แต่กล้าที่จะเผชิญ เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณต้องเจอแน่นอน เมื่อผ่านมาได้แล้ว คุณจะมีเรื่องให้เล่าไปอีกนาน
เราเหมารถตู้จากกทมไป ออกประมาณ ตี 5 ครึ่ง เดิมตั้งใจออกตี 5 แต่รถยางแตกก่อนจะมาถึงเรา เสียเวลาเปลี่ยนนิดหน่อย ดีแล้วที่เป็นก่อน ถึงที่หมาย บ้านห้วยอู่ล่อง 10 โมงกว่าๆ สายกว่าที่คาดไว้ ตามแผนคือ ถึง ไม่เกิน 10 โมง เตรียมตัว ฟังบรรยายจากทีม Hyper Venture พี่เพชร พี่จักร นก ฝึกซ้อมการไต่เชือกสักรอบ 2 รอบ เบาๆ นั่งรถลุยเข้าไป ผ่านสวนส้มโอ ไปยังปากถ้ำ ประมาณ 10 นาทีได้
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ไปถึงก็ร่วมๆ เที่ยง เลยให้ทานข้าวกลางวันกันก่อนเลย ผัดกระเพรา ไข่ต้ม เผ็ดจ้า ตัดส้มโอสดๆ มาให้ทานกันด้วย ขอเจ้าของแล้ว ไม่หวานมาก แต่ก็ได้อารมณ์ดี
พร้อมลุย เดินผ่านกอไผ่ใหญ่ มองไปเห็นเป็นทางไต่ลงเข้าไปในถ้ำ พร้อมเจอผาแรก 25 เมตร ต้องใช้เชือกไต่ลงสถานเดียวจ้า เดิมทีเคยมีไม้ไผ่ไต่ลงได้แต่ชำรุดไปแล้ว ผาแรกมีน้ำตกไหลอยู่ตลอดเวลา มองจากด้านบน เมื่อมีไฟก็ดูลึกอยู่ เมื่อลงไปด้านล่างแล้ว มองขึ้นมา สวยมาก ระหว่างทางลงก็สวยดี ค่อยๆ ก้าวลง ปล่อยเชือกไปเรื่อยๆ มีช่วงต้องตั้งท่าใหม่อยู่ 2 ครั้ง ผ่านกันไปด้วยดีทุกคน พี่เค้าว่า ดูจะทำเวลาได้ใช้ได้ น่าจะออกจากถ้ำสัก 4-5 โมง แต่ของจริงนะเหรอ หึหึ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_9994
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ผ่านโถงแรกก็เดินตามทางเข้าไป ระยะถ้ำประมาณ 1 กิโลเมตร เดินมุดๆ ลอดๆ มีสไลด์ตัวตามทางน้ำลงมา ปีนลงทีละคนพร้อมโดนวักน้ำใส่ พี่เค้าจัดให้เสริมบรรยากาศ ก่อนจะถึงจุดโรยตัวจุดที่ 2 ประมาณ 15 เมตร จุดนี้ จากด้านบน ปล่อยตัวลงมาก่อนเลย ถึงจะมีแนวผาให้ไต่ อารมณ์เหมือนตะลุยโลกใต้พิภพมากๆ ค่อยๆ ลงลึกไปเรื่อยๆ รวมๆ แล้วก็ร่วม 40 เมตรได้
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_3616
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ระหว่างที่บุกลุยไปข้างหน้า ทีมงานก็คอยสำรวจเส้นทางไปด้วยว่า ถ้าไปต่อไม่ได้ จะกลับมาทางเดิมในรูปแบบไหน ว่าแล้วก็โชว์ไต่ลงแล้วปีนกลับด้วยมือเปล่า ลงมาแล้วยังบอกอีกว่า ไม่ต้องห่วง ถ้าต้องกลับทางเดิมจริงๆ เค้าสอนเทคนิคก็ไปกันได้ เหอๆๆ ที่แน่ๆ เราอาศัยเชือกไต่พาตัวเองขึ้นแน่ๆ ค่ะ พอนึกภาพออกเลย เหยียบ ยืดตัว ยกขา อารมณ์ปีนถ้ำน้ำบ่อผีกลับมาหาในทันที
แล้วก็เดินๆๆๆๆ ก้มตัวให้ต่ำ ย่อตัว เดินด้วยขาบ้าง คลานเข่าบ้าง นอนหงาย ตามองบน เดินด้วยไหล่ ถีบตัวบ้าง เหมือนมาฝึกร.ด. เพื่อหลบไม่ให้โดนหินงอกหินย้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ สีขาวแวววาว เพราะที่นี่คือ “ถ้ำเป็น” คือ ถ้ำที่ยังมีชีวิต ห้ามสัมผัสโดยเด็ดขาด ถ้าเราเผลอไปแตะนิดเดียว โอกาสตายจะสูงมาก กลายเป็นสีดำและตายไปในที่สุด เพราะฉะนั้น คุณจะมายังไงก็ได้ ร่างกายจะเป็นยังไงก็ได้ แต่ ห้ามโดนเด็ดขาด มีหินกองกันแนวไว้ด้วยเป็นระยะๆ อย่าเผลอเข้าไปเหยียบเชียว เรามารุกบ้านเค้าแล้ว ก็ต้องระวัง ดูแลบ้านเค้าให้ดีๆ มีทั้ง Moon Milk กำแพงเมืองจีน หรือแล้วแต่จะจินตนาการกัน
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5759
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_9272
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_9578
ได้พบแมงมุม, hairy mary (สะกดแบบนี้หรือเปล่า) ปลาดุกขาว เจ้าหน้าที่บอกว่า เคยเจองูเผือกด้วย แต่รอบนี้ไม่เจอ อ้อ เจอกุ้งด้วยนะ แต่ตัวนี้สีดำ ตั้งแต่ต้นๆ ปากถ้ำ สังเกตหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ ทั้งสีขาวแวววาว ทั้งเป็นก้อนหินรูปแบบต่างๆ ทุกคนมีไฟเป็นของตัวเองพร้อมกระเป๋าห้อยแบตเตอรี่ แต่ก็พยายามประหยัดไฟกันบ้าง ลองปิดไฟอยู่ในความมืดขณะรอกันเป็นระยะๆ มันมืดจริงๆ เงียบมากด้วย ไฟของเจ้าหน้าที่ออกมาแบบไฟแช็คดูเท่มาก เค้าว่าไฟแบบนี้จะไม่ทำอันตรายต่อถ้ำ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5901
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เจอทางลอดที่เดิมไม่ได้มีน้ำสูง แต่ครั้งนี้น้ำสูงมาก จนผู้นำทั้งสามคนต้องหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหาแนวทางไปว่าจะไปกันอย่างไรดี เรียกหาเชือก หาคนกันใหญ่ สุดท้าย ทำแนวเชือก ให้คนประจำจุด 3 ระยะ แล้วให้เราหงายหลัง ลอยตัว ถอดหมวก ลากหมวกไป จมูกโผล่มานิดๆ ลอยไปเรื่อยๆ ตามแรงจับเชือกบ้าง ตามแรงลากบ้าง เกือบจะจูบกับผนังถ้ำอยู่เป็นระยะๆ น้ำเย็นมากกกกก เราอยู่กันแค่แป๊บเดียวยังแทบแย่ ผู้นำทั้ง 3 อยู่กันตั้งแต่ คนที่ 1 ยันคนที่ 9 สั่นกันไปข้างละ ออกไปพ้นแนวปุ๊บ ก็คลานๆๆๆๆๆ ไปให้ไกลที่สุด เพื่อเหลือพื้นที่ให้คนที่ตามมาสามารถนั่งรอกันได้
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_8540
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_8029
เดินลุย คลานต่ำกันต่อไปในทางแคบๆ จนถึงทางออกที่ต้องเข้าไปทีละคน เพราะต้องปีนขึ้นไป อาจมีหินหล่นลงมาได้ แรงเฮือกสุดท้าย ช่วยตัวเองกันนะ ปีน ไต่ ดัน ดึง จนออกไปปากถ้ำอีกทางหนึ่งได้ เราขึ้นคนแรก ยื่นกล้องให้พี่เจ้าหน้าที่ถ่ายให้ และคอยถ่ายให้ทุกคนแต่ สั่นจ้า ขออภัย ก็ใช้เวลากันไปร่วม 6 ชั่วโมง ออกจากถ้ำคนสุดท้ายก็ทุ่มนึงได้แหละ
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เดินลงเขา ตัดสวนส้มโอ ไปขึ้นรถกลับรีสอร์ท ล้างตัวในแม่น้ำยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่ขัด ล้าง อุปกรณ์กันใหญ่เลย จนเรามานั่งกินข้าว เค้าก็ยังทำกันไม่เสร็จ อาหารอยู่ในแพคเกจ อิ่มอร่อยมากกกก นั่งย่อยกันสักพัก ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ไปเดินเล่นอีกหนึ่งรอบ มองดาว มองพระจันทร์ กลับเข้าห้อง หลับปุ๋ยจ้า
เรามากัน 6 คน จองไว้ 4 ห้อง มีติดไป 2 คน ฝากห้องขายแต่ขายไม่ได้ เลยยกห้องให้คนขับไป สบายไปนะงานนี้
วันต่อมา เราไปสำรวจน้ำตกผาดาดต่อ เป็นอุทยานแห่งชาติ เสียค่าเข้า คนละ 100 บาท ค่ารถคันละ 30 บาท มีการปรับค่าธรรมเนียมแล้ว เป็นน้ำตกที่สงบ น่าเดินมาก เดินไม่ยาก มี 3 ชั้น สวยแบบเรียบง่าย ชั้นที่ 2 เป็นแนวสูงฝั่งหนึ่ง มาชั้นที่ 3 มีจุดชมภาพรวม สามารถลุยเข้าไปตามจุดย่อยต่างๆ มีแอ่งน้ำให้เล่นได้ เข้าห้องน้ำกันหลายรอบ ให้คุ้มตังค์ 555
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5814
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ไปแช่น้ำร้อนกันที่บ่อน้ำร้อนหินดาด มีห้องเปลี่ยนชุด พออาบน้ำได้ ค่าบริการคนละ 20 บาท มีบ่อน้ำร้อนแยกเป็นบ่อสำหรับคนทั่วไป 3 บ่อ อุณหภูมิ ต่างกันเล็กน้อย ข้างๆ เป็นแม่น้ำ ไว้แช่สลับร้อนเย็นได้เลย พี่กุ้ง เม นุรีแช่แค่ขา มารู้ทีหลังว่า พี่กุ้งลื่นหล่นลงน้ำเย็นไปเปียกครึ่งตัวเลย น่าจะไปแช่น้ำร้อนต่อให้สมกับที่เปียกแล้วเลย
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_4181
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5413
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_245
สบายตัวกันแล้ว ก็ไปทานข้าวกลางวันกัน ตั้งใจไปร้านคีรีวงศ์ แต่ปิด ไม่แน่ใจว่าปิดถาวรหรือชั่วคราวนะ เลยต้องย้ายไปเป็นครัวชนบทที่ดูไว้เหมือนกัน เพิ่งรู้ว่าเป็นร้านเดิมที่เคยมาแล้ว แวะซื้อเห็ดโคน เห็ดเผาะกันด้วยจ้า อิ่มหนำก็นั่งรถหลับกันไปยาวๆ ไปชมสุสานสัมพันธมิตร ซึ่งมีคนบอกว่า ไม่คิดจะเข้าชมเท่าไหร่ แต่ก็ได้บรรยากาศอีกแบบนะ มาไว้อาลัย รำลึกถึงผู้คน สงบ อ่านป้ายข้อความรำลึก ซึมๆ กันไป
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5996
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_5493
%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%8a%e0%b8%b0_8426
ฝั่งตรงข้ามมีทองม้วนสดขายด้วย แวะซื้อได้ เพื่อนบอกก็ดังอยู่เหมือนกัน ถาดละ 20 บาทมี 5 ชิ้น นอนยาวกันต่อ ไปทานข้าวที่ครัวลุงลอยป่าลั่น ที่ขอบอกว่า เปลี่ยนไปแล้ว คงจะไม่มาอีก บรรยากาศเปลี่ยน อาหารน้อย ราคาสูง มีโมเมให้เราจ่ายค่าข้าวให้คนขับ อ้างว่า คนขับให้เราจ่าย พอถามคนขับ เค้าก็บอกว่า เถ้าแก่บอกว่า ไม่ต้องจ่าย แต่คนเก็บตังค์มาเก็บกับเราซะงั้น หึหึ ถึงบ้าน 3 ทุ่มนิดๆ พักผ่อนกันไป
จบทริป 2 วันหนึ่งคืน ลุยถ้ำ นอนสบาย กินอิ่ม ฝึกร่างกาย ทดสอบความกล้า
สมาชิก 3 ก พี่โจอี้ นุรี เม
ทริปนี้เจอเม หลายคน คนขับเราก็ชื่อเม คนนี้ผู้ชาย น้องนักศึกษาที่ร่วมผจญภัยด้วยก็ชื่อเม
ค่าใช้จ่าย ประมาณ 5100 บาท
ภาพโดย ตนเอง พี่สาว นุรี

ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 ของครั้งหนึ่งกับฝรั่งเศส 8-24 ก.ค. 2559/2016 เราผ่านวังฝั่งซ้าย ผ่ากลางประเทศ ผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยริมน้ำกันมาแล้ว เรามุ่งสู่ฝั่งขวาของฝรั่งเศสกับเมืองชายขอบติดเยอรมัน ก่อนจบที่เมืองหลวง ปารีสค่ะ

วันที่สิบ 18 ก.ค. 59 Colmar – Eguishiem – Riquewihr -Strasbourg

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วันนี้เรามาท่องเที่ยวเมืองเล็กๆ น่ารักๆ ผสมเยอรมันกันจ้า มาแถบนี้อาหารค่อนไปทางเยอรมันละ ขาหมูต้องมา อร่อยด้วย เราเดินมุ่งไปยัง Tourist Office กันก่อนเลย จริงๆ ทุกเมืองเราก็ทำกันอย่างนี้ ได้แผนที่ ได้คำแนะนำที่เที่ยว ที่กิน มีพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงข้ามเลยนะ

page-colmar

เราตั้งใจจะไปนั่งเรือชมเมืองกันจ้า ก็เลยเดินไปยังท่าเรือ ผ่านจุดชมเมืองต่างๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย กว่าจะถึงท่าเรือ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เดินจริง 15 นาทีก็ถึง ไปถึงก็ต้องไปจองเวลาก่อน ได้ตอน 11.55 น. ก็เลยออกไปเดินเล่นใกล้ๆ กินติม ดูของไปเรื่อย

page-colmar1

นั่งเรือ ก็สบายๆ แต่ถามว่า a must ไหม เราเฉยๆ นะ มีพาไปชมแถบที่อยู่อาศัยแวบนึง ก่อนกลับเข้ามาในเมืองชมตึกต่างๆ อย่างใกล้ชิด มีเด็กๆ นั่งอยู่หัวเรือ เป็นแบบถ่ายรูปไปเลย เพราะน้องนั่งขวางอยู่นี่คะ ทานอาหารกลางวันเป็นอาหารสไตล์เยอรมัน อร่อยจ้า ได้ลิ้มรสชาติที่แตกต่างบ้าง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
lunch-in-colmar
equ-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_9339

บ่ายสองกว่า ก็ออกเดินทางไปยังเมือง Eguishiem แอบมีเรื่องตื่นเต้นคือ รถโดนรื้อของเพราะคนขับเปิดหน้าต่างแง้มไว้แล้วแวบไปซื้อน้ำ มีเงินหายไปเป็นแบงค์พันเมืองไทย ส่วนข้าวของอยู่ครบ คือ ไม่มีอะไรให้เอาไปหรอกค่ะ ของที่ซื้อก็มีแต่แก้วชาม มีกล้องหนึ่งตัวแต่ไม่เห็น นับเป็นโชคของพี่เค้าไป หลังจากสูญหมวกและเจ็บตัวแล้วเหมือนจะได้แก้เคล็ดไปแล้ว 5555

เมืองนี้เล็กมากกกก เดินสักชั่วโมงนิดๆ ก็จบแล้ว เดินง่าย ผู้ใหญ่คงชอบ ถ่ายรูปเพลินเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สังเกตรังนกเหนือโบสถ์ด้วยจ้า นกกระสาตัวใหญ่ๆ แบบที่ฝรั่งเค้าเชื่อว่า พาทารกมาให้นั่นแหละ เต็มเลย แถบนี้สัญลักษณ์นึงก็คือ นกตัวนี้นี่แหละ เยอรมันดีมะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แวบไปเมืองข้างๆ ชม Three Castle มองจากด้านล่างจะเห็นยอดอยู่ 3 ยอด เป็นเทรลให้เดินป่า ใครชอบเดินคงชอบ มีหลายเส้น เราเกือบหลงไปเดินเส้นยาวแล้ว แต่คนเดินอยู่เค้าเห็นชุดเรากันแล้วก็เดาได้ว่า พวกนี้ไม่ได้มาเดินหรอก จงกลับไปอีกทางซะ เป็นแนวซากปราสาทเก่า หนึ่งในปราสาทที่มองเห็นจากด้านล่าง ก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองๆ ได้นะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไปลุยต่อที่เมือง Riquewihr เมืองนี้ก็มีความคล้ายกับเมืองเล็กๆ อื่นๆ ในแถบนี้ เพราะฉะนั้น เลือกแวะไม่เกิน 3 ที่ พอแล้วค่ะ แล้วละเลียดไปในแต่ละเมือง ที่นี่จะเป็นทางเนิน แม่หยุดรออยู่ตั้งแต่ร้านแรกๆ เลย ที่เหลือก็กระจัดกระจาย เราเดินลุยไปจนสุดประตูอีกฝั่งหนึ่ง จริงๆเดินอ้อมซ้าย อ้อมขวาก็ยังได้นะ แอบส่องไปรอบนอกกำแพงก็เป็นสวนองุ่นเต็มไปหมดเลย

page-riq1
page-riq
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ที่ชิมไวน์เพียบจ้า ใครอยากชิมไวน์ก็แวะได้ตามร้านในเมืองนี้แหละ มีให้เลือกเยอะมากกกกกกกก

สมควรแก่เวลา หกโมงกว่าๆ เราก็ออกเดินทางไปยังเมือง Strasbourg ที่นอนของเราคืนนี้ ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงนึงได้ เป็นครั้งแรกที่เราถึงที่พักขณะที่ยังมีแสงอยู่โดยไม่ได้มีไฟลท์บังคับว่าแต่มาทานข้าวเย็น เก็บข้าวเก็บของออกไปเดินเล่น หาร้านทานอาหารเย็นกัน วันนี้ยังคงเป็นอาหารสไตล์เยอรมันตามคำบอกเล่าของคนไทยที่นั่งกินอยู่ข้างหน้าร้าน แต่อย่าคิดว่าวันนี้เราจะได้กลับเร็วนะ ทานเสร็จร่วมสี่ทุ่ม เดินกลับผ่านโบสถ์นอสเตอดามแห่ง Strasbourg เค้ากำลังมีแสงสีด้วย เห็นด้านนึงเป็นสีน้ำเงิน อีกข้างแวบๆ เป็นสีแดงเลยเดินไปดู คนนั่งๆ นอนๆ รออยู่เต็มลาน ได้ความว่า ตอน 10.30 น. จะมี Light & Sound รอบแรกให้ชมกัน ก็นั่งรอชมสิคะ

page-sta-light

งานแสง สี เสียง ธีมกาลเวลา บอกเล่าเรื่องราวของโบสถ์ผ่านความเชื่อทางและความเป็นไปของโลก ตั้งแต่ยุคธรรมชาติ ถึงยุคเทคโนโลยี สวยงามมาก คุ้มค่า เพลิดเพลินกันจริงๆ มีการแสดงวันละ 3 รอบนะ มาดูโดยบังเอิญจริงๆ จ้า

คืนนี้นอนที่ Strasbourg ที่พักอยู่ใกล้ลานกลางเมือง และ โบสถ์มาก

strasbourg

Taken by Dowrai

 

Hôtel des Arts

http://www.booking.com/app_link/hot…

วันที่สิบเอ็ด 19 ก.ค. 59 Strasbourg – Champagne – Paris

ตื่นเช้ามาชมเมืองยามไร้ผู้คนพร้อมหามื้อเช้าทาน ก่อนจะกลับไปเช็คเอาท์ ให้คนขับมารับกระเป๋าไปก่อนแล้วเราก็เดินเที่ยวกัน จุดหมายแรกคือ เข้าไปชมโบสถ์จ้า ข้างในสวยงาม และค่อนข้างสงบมาก มีนาฬิกาที่โชว์กลไกอยู่ด้านล่างด้วย ทุกๆ ชั่วโมงจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และ 12.31 จะเป็นแบบเต็มสตีม มีให้จองเวลาในการเข้าชมด้วย ไปสอบถามเอานะ อันนี้เราพลาด ไม่ได้ไปถามข้อมูลไว้ก่อน เค้าจะปิด 11.25 -12.35 น. ต้องจองเท่านั้น คาดว่าน่าจะมีค่าเข้าชม

page-stras

เดินริมน้ำเลียบทางแม่น้ำไปเรื่อยๆ ก็ชิวดี ถ้าได้ปั่นจักรยานจะยิ่งดีมาก แต่ต้องแบกจักรยานขึ้นลงบันไดหน่อย เดินไปยังช่วงเมืองเก่า ก็คล้ายๆ Colmar แต่มีขนาดใหญ่กว่า มีสะพานข้ามแม่น้ำแบบหมุนได้ให้เรือผ่าน ตัดกับความวุ่นวายของตัวเมือง ร้านค้าช็อปปิ้งต่างๆ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวดี

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มื้อกลางวันที่เมืองนี้ เป็น Pasta ง่ายๆ พร้อมสลัดผัก และ ไอติมระหว่างทาง

ออกเดินทางจากเมืองนี้ บ่ายโมงได้ แวะเมือง Champagne เป็นเมืองผลิตแชมเปญและได้จดลิขสิทธิชื่อนี้ไว้ด้วย เราแวะชมการผลิตที่ Madam Pompery ถึงเวลา 16.30 น. มีรอบชม 17.00 น. มีหลายราคา ตัวแปรคือจำนวนแก้วไวน์ในการชิม เราซื้อแบบ 20 เหรียญ ชิมแก้วเดียวพอ การได้ลงใต้ดินร่วม 30 เมตร เข้าไปชมกิจการใต้ดินนั้นนับเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เจ้าหน้าที่ตั้งใจอธิบายมาก ออกจะเคร่งครัดจนเหมือนจะดุไปสักนิด ช่วงหลังๆ ถึงจะผ่อนคลาย เข้าใจว่า ไม่อยากให้หลุดกันไป และก็รักษาเวลาด้วย จำนวนขวดไวน์นับหมื่นๆ วางเรียงเป็นอุโมงค์แบ่งตามชื่อเมืองที่จะส่งไป จำนวนลัง จำนวนถัง และอีกสารพัดให้ภาพของการผลิตได้เป็นอย่างดี อากาศข้างใต้เย็นมากเหมือนอยู่ในห้องเย็นเลย ไม่มีใครเตรียมเสื้อมาเลย ส่วนแม่เพิ่งจะถอดก่อนลงจากรถด้วยซ้ำเพราะคิดว่าน่าจะอยู่กลางแจ้ง

page-cham

ชมส่วนใต้ดินจบ ก็ขึ้นมานั่งจิบแชมเปญ ชนแก้วฉลองวันเกิดให้ตัวเอง งานนี้ชนกันหลายครั้ง ยังไม่มีเค้กเลย 555 วันนี้ส่วนสวนปิดจ้า เลยไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม พุ่งตรงเข้าปารีสกันเถอะ ใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมงครึ่ง เข้าไปที่พัก เจ้าของรอรับอยู่ งานนี้พลาดจ้า มี 2 ห้องอาบน้ำ แต่มีห้องสุขาเดียว อยู่ที่นี่อีก 4 คืนด้วย ก็ต้องจัดลำดับกันไป

มื้อเย็น พี่วัฒนา คนขับ พาไปกินเฝอ เวียดนาม เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ชามใหญ่มาก แหนมเนืองก็ไม่มีแป้งให้ห่ออะ งง กินที่เวียดนามยังมีเลย เค้าใช้ผักห่อเลย เป็นอันจบทริปที่มีรถส่วนตัวแสนสบายคอยรับ-ส่ง วันที่เหลือ เราจะต้องเดินทางกันเองล้วนๆ แล้วจ้า เจอกันอีกทีวันขึ้นเครื่องเลย

ที่พักในปารีส Big bright apartment – Paris 5 อพาร์ตเมนต์ 4 คืน 3 ห้องนอน 1 ห้องสุขา 2 ห้องอาบน้ำ มีลิพท์ 50,614.38 บาท

https://airbnb.com/rooms/6792813?s=…

วันที่สิบสอง 20 ก.ค. 59 Notre Dame De Paris – St. Chapelle – Garnier Opera House – Lourve Museum

การท่องเที่ยวในปารีส เราต้องทำการบ้านมาแล้วว่า จะใช้บัตรโดยสารประเภทใด เราเลือกใช้ Navigo Decouverte แบบ 1 สัปดาห์ ราคา 21.25 ยูโร ใช้ได้ตั้งแต่วันจันทร์ – วันอาทิตย์ ไปได้ถึงโซน 5 เลย คือ เหล่าวังทั้งหลายไปได้หมด ต้องมีรูปถ่ายแปะที่บัตรด้วยนะ ไม่ได้เตรียมรูปไปก็เสียค่าถ่ายรูปไปคนละ 5 ยูโร รูปเล็กนิดนึง เตรียมไปเองก็ไม่ผิดกติกาจ้า อีกเรื่องคือ บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เราเลือกใช้ Museum Pass 4 วัน 62 ยูโร เฉพาะค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว รวมพระราชวังแวซายน์ และ พระราชวังฟองแทนต์แล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d1-%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c1

ที่แรกของวันนี้ คือ Notre Dame De Paris เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินจากที่พัก มาต่อรถไฟขึ้นมาก็เจอ เราใช้บริการ Application Next Stop Paris ของ RATP ร่วมกับตัวเว็บไซต์ในการหาเส้นทางและรถโดยสาร ค่อนข้างครอบคลุมเลย คนเยอะตั้งแต่เช้า เดินเข้าไปชมด้านใน สวยงาม งานละเอียด นั่งมองกระจกสีกันได้ทั้งวัน ตอนแรกว่าจะต่อคิวขึ้นไปดูรางน้ำรูปตัวประหลาดด้านบนด้วย แต่ดูคิวยาว เลยเปลี่ยนใจไปซื้อไอติมเจ้าอร่อยที่พี่สาวอยากกินแทน เห็นของกินดีกว่า และก็อร่อยจริงๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d1-%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c2
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากนั้น ตรงไปโบสถ์ St. Chapelle ที่อยู่ไม่ไกลกันมาก ที่นี่ สวยมาก งานละเอียดจริงๆ ขอให้ได้มาชม ด้านล่างว่าสวยแล้ว แต่พอเดินบันไดวนขึ้นไปชั้นสอง ได้มีตกตะลึงกันแน่ๆ เป็นโบสถ์เล็กๆ ที่คุ้มค่าต่อการมาเยือนจริงๆ

paris-d1-chapelle
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ชมโบสถ์กันมาเยอะแล้ว ไปชมโรงละครกันบ้าง Garnier Opera House สถานที่แสดงโอเปร่าต้นแบบของเรื่อง The Phantom of the Opera คราวนี้นั่งรถบัสไปนะ เราแยกไปซื้อตั๋วกับจองรอบทัวร์รอบ 14.30 น. อีกกลุ่มไปร้านอาหารบริเวณใกล้เคียงที่มีชื่อเรื่อง Hot Chocolate แต่ไม่ได้ดื่มกันเลย ร้าน Cafe de la Paix อาหารก็ใช้ได้นะ แต่ราคาค่อนข้างสูง สถานที่ดูดีมาก เหมาะแก่การแต่งชุดไปดูโอเปร่ามาทานอาหารจริงๆ ในร้านมี 2 โซน คือ คาเฟ่ กับร้านอาหาร ราคาย่อมเยาว์หน่อยก็ขอให้ระบุโซนคาเฟ่จ้า

13726819_10153764936397444_6948285234938357994_n

Taken by Dowrai

paris-d1-garnier1

ไกด์ทัวร์ แจกหูฟังให้แต่ละคน โดยขอพาสปอร์ตเอาไว้เป็นประกันเช่นเคย บรรยายได้ละเอียด พยายามดึงหนังเข้ามาข้องเกี่ยว สร้างความลึกลับให้กับโรงละคร โดยเฉพาะตอนที่เล่าถึง Box 5 ที่นั่งที่ต้องจองให้ไว้กับ Phantom และยังพูดถึงฉากใต้โรงละครที่มีน้ำด้วย ซึ่งก็มีจริง แต่เนื่องมาจากปัญหาโครงสร้างทำให้วิศวะเข้ามาหาวิธีแก้ไขด้วยการปล่อยน้ำเข้าข้างใต้เพื่อรักษาระดับไว้ พาไปชมส่วนต่างๆของโรงละคร รวมทั้งอธิบายชุดที่อยู่ในตู้โชว์ด้วย มีส่วนนิทรรศการแสดงรูปแบบฉากต่างๆ ที่ใช้ในการแสดง สวยดีนะ ใช้เวลาการเดินชมร่วม 90 นาที งานนี้ก็แนะนำอีกเช่นกัน ยิ่งเป็นคนที่อินในหนังหรือละครเวทีแล้วด้วย เราเดินโอ้เอ้กันเอง ถ่ายรูปตามบันไดกันอีกสักพัก

paris-d1-garnier2
paris-d1-garnier3
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พุ่งตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ลูฟ เดินผ่านสวนสาธารณะ ทักทายหอไอเฟลจากมุมไกลๆ วันนี้วันพุธเค้าเปิดถึง 21.30 น.จ้า เราเลยมาที่นี่เป็นรายการสุดท้าย แถวเข้าก็ยังยาวพอควร แม้ Museum Pass จะมีช่องพิเศษแต่ก็ไม่ได้สั้นไปกว่ากันเท่าไหร่ เดินชมห้องต่างๆ ตามความสนใจ ตามจุดเด่นของใบปลิว ถ้าให้เรามาเดินเอง เราก็คงเลือกไม่ถูก ไม่ค่อยมีความรู้ศิลปะเท่าไหร่ แวะทานขนมที่ร้าน Angelina ด้วย จริงๆ เข้าไปทานก่อนเลย เพื่อรองท้อง แต่ขนมเหลือไม่เยอะแล้ว ไปตามหาแม่นางโมนาลิซ่า พบกับรูปปั้น Venus de Milo  และ Wings of Victory เดินตัดข้ามตึกไปมา แอบหลงบ้างเล็กน้อย เราอยู่กันจนวินาทีสุดท้าย ออกมาเจอแสงยามเย็นสีชมพูตอนเกือบ 4 ทุ่ม และพึ่งแมคโดนัลเป็นมื้อเย็นอีกตามเคย ซื้อกลับไปกินที่พักกันเลย อยู่ในปารีสนี่ใช้ wifi คุ้มนะ ช่วยเรื่องการเดินทางได้เยอะมาก ถ้าอยู่ต่ออีกนิด พี่สาวจะต้องเชี่ยวชาญการเดินทางในปารีสแน่ๆ

paris-d1-lourve1
paris-d1-lourve2
paris-d1-lourve3

วันที่สิบสาม 21 ก.ค. 59 Chateau de Fontainebleau – Eiffel Tower – Musee D’Osay

pairs-d2-fontaine1

ตึ่นแต่เช้า เพื่อเดินทางออกไปรอบนอก มุ่งไปยังปราสาทฟองแทนบลัวร์ นั่งรถไฟกันยาวๆ เกือบ 2 ชั่วโมง และต่อรถบัสอีกนิดก็ถึงแล้ว เป็นเมืองเล็กๆ น่าเดินเล่นมากกกกก รถเมล์สาย 1 สายเดียว วนไปกลับ มีสวนสาธารณะกว้างๆ ให้เดินเล่น แต่ถ้าไม่อยากเดินก็มีรถให้บริการนะ เสียตังค์ตามระเบียบ มีช่วงหลงเล็กน้อย หาทางเข้าไม่เจอ ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านมาเป็นเหยือ หน้าตาใช้ได้ซะด้วย หุหุ

pairs-d2-fontaine2
pairs-d2-fontaine3

การเดินชมที่นี่มีเส้นทางค่อนข้างชัดเจน มีส่วนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม คือ China Museum ซึ่งมีภาพ ร. 5 ตอนเสด็จประพาสยุโรปด้วย มีบริการชุดกระโปรงให้สวมเพื่อให้ได้บรรยากาศด้วย มีคนใส่แล้วหมุนๆๆๆ น่ารักดี มีคนขอถ่ายรูปด้วยหลายคนเลย น้องหน้าตาน่ารักด้วยแหละ เราเดินกันไป 2 ชม.กว่า ออกมาเจอรถกำลังจะพาไปชมสวน แต่หิวแล้ว ออกไปหาอะไรกินกันก่อน แต่ก็ไม่ได้กลับเข้ามาแล้ว ทานเสร็จ เดินเล่นสักแป๊บ ก็กลับเข้าปารีสเลย

pairs-d2-fontaine4
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ระหว่างเดินทางไปหอไอเฟล เจอป้ายประตูชัยตรงจุดเปลี่ยนรถพอดี เลยแวบขึ้นไปดูก่อน แต่ทำให้ไม่ได้ไปป้ายที่ตั้งใจ คือ ป้าย ตรงข้ามหอที่จะเดินผ่านสวนเข้าหาหอไอเฟลได้ แต่เป็นมุ่งมาป้ายด้านข้างหอไอเฟลเลย แต่จริงๆ แล้ว ระยะทางพอกันเลยนะ แนะนำให้ไปป้ายตรงข้ามหอไปเฟลแล้วเดินเข้ามาแหละดีแล้ว เราจองรอบขึ้นลิฟท์หอไอเฟลไว้ 17.00 น. ต้องรักษาเวลาหน่อยนะ +/- ได้นิดหน่อย เหมือนมีคนมาไม่ตรงรอบแล้วเค้าไม่ให้ขึ้นด้วย ขึ้นไปยังชั้น 2 เดินเล่นๆ รอบๆ อย่าลืมแวะชั้น 1 ด้วยนะ จะเดินลงหรือ ลงลิฟท์ก็จัดไป ชั้น 1 มีกิมมิคเล็กๆน้อย เล่น กระจกใสทะลุเห็นพื้น มีพิพิธภัณฑ์รอบๆ ทางเดินด้วย ใครแรงเยอะ จะเดินขึ้น ก็ไม่ต้องจองคิวนะ ค่าใช้จ่ายก็จะถูกลงด้วย ตอนอยู่ในลิฟท์ก็จะเหมือนถูกอัดปลากระป๋องหน่อย มีช่วงวืดด้วยความเร็วบ้าง ถ้าใครขึ้นชั้นบนสุดที่มีร้านอาหารคงจะมีมึนบ้าง

pairs-d2-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%a51
pairs-d2-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%a52

มุ่งต่อ Musee D’Osay เสียเวลาเดินทางเพราะหาป้ายรถเมล์ไม่เจอ แล้วคนชี้ก็ให้เดินย้อนด้วย ถ้าเดินลุยไปตามทางแต่แรก เลียบแม่น้ำไปเรื่อยก็คงใกล้ถึงแล้ว จากแผนที่ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที กว่าจะมาถึงก็ร่วมทุ่มแล้ว วิ่งเข้าไปดูกันเลยจ้า วันนี้วันพฤหัสเป็นวันปิดดึกของที่นี่จ้า

pairs-d2-osay1

ที่นี่เป็นเหมือนโกดังเก่า ดูคล้ายหัวลำโพงบ้านเราด้วย แต่ดัดแปลงที่โล่งมาทำเป็นหอศิลปะ สร้างพื้นที่ห้องรอบๆ เราเดินมุ่งขึ้นชั้น 5 ตั้งใจจะไปชมภาพวาดของโมเน่ต์กันก่อน และทานมื้อเย็นที่ห้องอาหารที่นี่ด้วย หน้าต่างเป็นทรงนาฬิกา มีทางออกไประเบียงด้านนอกชมวิวกันเพลินๆ ด้วย ทานข้าวกันเร็วๆ เพื่อไปชมภาพกันต่อ คนน้อยลงบ้างแล้ว เราถ่ายรูปกับภาพของโมเน่ต์กันสบายๆ แล้วก็ค่อยๆ เดินลง พร้อมกับประกาศว่า จะปิดแล้ว เราเดินลงไปทางที่จะเข้าห้องแสดงภาพของแวนโก๊ะด้วย บังเอิญจริงๆ ก็แวบเข้าไปดูสิครับ คนน้อยเลย ยืนชมกันเต็มๆ ไม่ไล่ก็ยังไม่ออกล่ะงานนี้ สำเร็จภารกิจที่นี่กันแบบฟินๆ

pairs-d2-osay2
pairs-d2-osay3

ออกมานั่งริมแม่น้ำชมเรือกันแวบนึง แล้วก็จะกลับบ้าน แต่ไปช็อปปิ้งจานลายเจ้าชายน้อยกันสนุกสนานเลย เค้าเลยปิดร้านเลท กลับถึงบ้านก็นอนหลับเป็นตาย

วันที่สิบสี่ 22 ก.ค. 59 พระราชวังแวร์ซายน์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ออกเดินทางกันแต่เช้าอีกหนึ่งวัน ถึงประมาณ 9.30 น. ภาพกุหลาบแวร์ซายน์แวบเข้ามาในหัวเลย เราก็เดินๆ ตามทางกันมาเรื่อยๆ มาสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เริ่มมีแถวต่อ 2 แถวตัดขวางแล้ว ไม่ได้เยอะเลย แต่เราคิดจะเข้าไปชมสวนกันและไปเที่ยวรอบๆ ก่อน แต่มารู้ตอนเข้าสวนมาแล้วว่า บ้านหลังเล็กของพระนางมารี เปิดตอนเที่ยงจ้า แถมวัน ศ – อา ก็ต้องจ่ายตังค์ค่าเข้าสวนเองด้วย ใช้ Museum Pass ไม่ได้ แงงงง ตามสภาพ ก็เดินเล่นในสวนหลังวังไปก่อน แล้วมาขึ้นรถไฟพาไปกลับ 7.5 ยูโร แวะ Grand Trianon, Petit Trianon และ Grand Canal แล้วกลับมาที่วัง เป็นเส้นเดียวนะ ไม่มีย้อน

paris-d3-vasile1

Grand Trianon มีสวนและพื้นที่สวนที่ค่อนข้างกว้าง มีทั้งแบบเรขาคณิตตามความนิยม และสวนสนใหญ่ มีทางเดินเชื่อมไปยัง Petit Trianon ด้วย เดินได้นะ ไม่ได้ไกลเลย แต่เราไม่รู้ไง เลยรอรถไฟกัน 555 ที่นี่มีร้านขนมให้ทานเล่นกันด้วย Angelina ร้านเดียวกับที่กินที่ลูฟ ขนมเพียบ เหมาะที่จะออกมาทานหลังจากเข้าไปเดินชมแล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d3-vasile2

Petit Trianon เป็นที่ที่มีชื่อเสียงมาก ใครรู้จักพระนางมารี แอนโตเนตย่อมอยากจะเห็นบ้านชาวนาที่มาใช้ชีวิตเลียนแบบชาวบ้าน พื้นที่กว้างมากกกก มีบ้านจำลอง จริงๆ ก็บ้านจริงๆ นั่นแหละ หลายหลังอยู่ริมทะเลสาบ ร่มรื่น น่ารัก หลีกหนีจากความหรูหราของพระราชวังได้เป็นอย่างดี มีน้ำส้มรถเครื่องคอยให้บริการอยู่ตามจุดต่างๆ น่าจะขายดีพอตัวเลย

paris-d3-vasile3

Grand Canal เป็นจุดเชื่อมระหว่างสวนหลังวัง มีร้านอาหารให้เลือกทานหลายร้าน คลองขุดขนาดใหญ่ มีน้ำดันพุ่ง เข้าใจว่าน่าจะเป็นการระบายน้ำเพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับน้ำอีกทาง บริเวณนี้มีจักรยานให้เช่าด้วยนะ คิดเป็นชั่วโมง ราคาค่อนข้างสูงเลย

สมควรแก่เวลา ก็นั่งรถไฟกลับไปที่วัง แต่เข้าไม่ได้จ้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถือปืนยืนคุมอยู่เพียบ มีเหตุฉุกเฉิน พบกระเป๋าต้องสงสัย เลยห้ามคนเข้าแล้ว ให้คนออกได้อย่างเดียว จ๋อยสิคะ มาถึงแวร์ซายน์แต่ไม่ได้เข้า นี่เป็นครั้งที่่สองที่พี่สาวเจอเหตุการณ์เข้าไม่ได้ ครั้งแรกเพราะวังปิด แต่สวนเปิดนะ ยอมไม่ได้ ขอแก้มือ ผลคือ ต้องกลับมาใหม่วันพรุ่งนี้ เหอ เหอ แผนรวนจ้า บัตรเดินทางกะบัตรเข้าชมสถานที่ คุ้มเลยงานนี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d3-vasile4

อย่างไรก็ตาม แนะนำว่า มาถึงวังแต่เช้า แล้วเข้าเที่ยวภายในวังก่อนเลยนะ เสร็จแล้วกินข้าวแถวนั้นก่อน แล้วค่อยออกมานั่งรถไฟไปตามเส้นทาง แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ไปจบที่ Grand canal แล้วค่อยเดินชมสวน ข้อเสียคือ ต้องเดินขึ้น แต่เป็นรูธที่ประหยัดแรง สามารถซื้อตั๋วรถไฟขาเดียวได้

สวนแวร์ซายน์ก็เป็นเรขาคณิตดี มีน้ำพุเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้เปิดตลอดเวลา เลยดูเหงาๆ ดูเศร้าๆ แห้งแล้งเลยดีกว่า ตามสวนก็มีร้านขนม ร้านอาหารให้แวะอยู่

เนื่องจากพรุ่งนี้จะกลับมาแวร์ซายน์อีก เราเลยต้องเปลี่ยนแผนของคืนนี้ ปรับเป็นไปเที่ยวแถว Montmarte ก่อนเลยเข้าชมโบสถ์ Sacre – Coeur มาลงที่ป้าย Abbess ซึ่งถ้าเดินขึ้นจะยาวมากกกกกกก ต้องขึ้นลิฟท์นะจ๊ะ แต่เราไม่รู้กันไง เดินขึ้นกันมา ต้องคอยให้กำลังใจท่านแม่ จินตนาการว่า บริเวณนี้คือบริเวณที่สูงที่สุดของปารีส แล้วเรานั่งรถไฟใต้ดินมาป้ายนี้ คิดเอาค่ะ

paris-d3-mon

มาทานมื้อเย็นกันที่นี่ สารพัดหอยสดจ้า เป็นอืกมื้อที่ราคาค่อนข้างสูง จากนั้นก็เดินไปที่โบสถ์ Sacre -Coeur ชมภายใน แล้วก็ออกมานั่งๆ เดินๆ ชมวิวกัน ว่ากันว่า เป็นอีกจุดนึงที่ชมวิวกลางคืนสวย แต่จะเห็นหอไอเฟลไม่ค่อยชัด เพราะเทียบกับตึกในเมืองแล้ว ไอเฟลไม่ได้สูงมากเลย เราก็คิดว่า ไปชมหอไอเฟลกลางคืนแบบใกล้ๆ กันดีกว่า เลยออกเดินทาง แต่ก็ยังเดินเล่น ช็อปปิ้งระหว่างทาง เดินลงบันได ที่เค้ามี Tram ให้บริการด้วย บัตร Navigo ใช้ได้นะ ทางลงจะมีศิลปะข้างถนนให้ได้ถ่ายรูปเล่นอยู่ด้วย ด้านล่างเต็มไปด้วยร้านค้า ขายของคุณภาพแบบนักท่องเที่ยว ราคาโอเคกว่าทีอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่ก็โหลๆ แหละ

มาชมวิวหอไอเฟลยามค่ำคืนอยู่จนเค้าเปลี่ยนลักษณะแสงไฟเป็นวิบๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก แค่อยู่ถึงเท่านั้นเอง ก็ห้าทุ่มกว่าได้ กลับถึงห้องก็หมดแรง หลับเถอะจ้า

paris-d3-niite

วันที่สิบห้า 23 ก.ค. 59 พระราชวังแวร์ซายน์

วันนี้ออกสายจ้า เพราะไม่แน่ใจว่าวังจะเปิดไหม แต่จะออกเร็วออกช้า ถ้าปิดเราก็ไม่รู้อยู่ดีเนอะ แถมต้องเดินทางด้วยเส้นใหม่ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แผนรถบอกอย่างนั้น มาถึงเกือบ 11 โมงจ้า ต่อแถวกันยาวๆ แถวน้อยๆ มีไม่เข้า แถวยาวๆ จะเข้า ซื้อแมคมากินระหว่างรอแถวด้วย ตัดสินใจดีมาก แล้วก็ส่งแม่ไปหาที่นั่ง กางร่มรอ หลบแดดยาก มีเหตุการณ์ตื่นเต้นคือ มีคนเป็นลมจ้า ตรงที่นั่งที่แม่นั่งนั่นแหละ พอแม่ลุกแล้ว ฝ่ายหญิงดมยาดมอยู่ แต่ฝ่ายชายล้มพับไปเลย ขอให้ไม่เป็นไรนะ

paris-d4-vasile-again1

เข้ามาภายใน มีทั้งหมด 3 ส่วน ทางเดินไม่ได้เชื่อมกันหมด มีบังคับให้ชมเป็นส่วน แล้ว ก็ให้ออกมาเข้าอีกทางหนึ่ง งานอลังการ งานละเอียดจริงๆ ห้องบอลรูมสวยจริงๆ คนก็เยอะจริงๆ กระจกเต็มๆ มี Guided tour มาเป็นระยะๆ เราก็แอบฟังมาเรื่อยๆ พอเป็นภาษาอังกฤษก็พยายามจะฟังด้วย ให้ฟังหูฟังตลอดก็ไม่ไหวนะ

14589626_10154029856498951_1283341539519679258_o.jpg

ลักษณะของแต่ละวังก็มีความคล้ายกัน แค่ว่าเล็กใหญ่ ละเอียดไหม ที่นี่มีประตูลับไปยังห้อง Queen ด้วย แต่จริงๆ ไปห้อง Queen ไม่เห็นต้องมีทางลับเลย

14589861_10154029857103951_6488781374506711154_o
เกร็ดภาพเหนือทางเข้าห้องกระจก หรือ ห้องบอลรูม คือ ฝั่งหนึ่ง ผู้หญิง 3 คน มีความกลมเกลียวกันดี แต่อีกประตูหนึ่ง ต่างคนต่างอยู่ แสดงถึง ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บ่ายสามกว่าๆ ก็เดินทางกลับ ตั้งใจจะแวะซื้ออาหารญี่ปุ่นใกล้ที่พักมาเป็นมื้อเย็น แต่ช่วงเวลาที่เราไปเป็นช่วงเบรกจ้า ต้องย้อนกลับไปซื้อข้าวกล่องร้านโชว์ห่วย และได้ขนม/ครัวซองสัญชาติญี่ปุ่นแสนอร่อยมารองท้องแทน

18.00 น. รถก็มารับ แต่ไม่ใช่พี่วัฒนานะ เค้าส่งอดีตน้องเขยมารับแทน แต่เราก็ฝากซองให้พี่แกไป เจ้าของบ้านก็มาส่งด้วย ก็ออกแนวมาสำรวจและรับกุญแจคืนด้วยนั่นแล

เดินซื้อของกันในสนามบินกันอีกเล็กน้อย ขึ้นเครื่องบิน แวะลงการ์ตา ก่อนมุ่งสู่เมืองไทย ดูหนังไปหลายเรื่องเลยคราวนี้

เป็นอันจบทริปฝรั่งเศสแบบยาวๆ จากโพรวองซ์ กลายมาเป็นเกือบทั่วฝรั่งเศส อาหารท้องถิ่น ใช้ได้นะ แต่ก็จะวนๆ เราก็ต้องหาอาหารแนวอื่น สัญชาติอื่นมาช่วยสลับ เสริมทัพด้วยบะหมี่สำเร็จรูป และโจ๊กจากเมืองไทย งานนี้พี่สาวทำงานหนัก เป็นคนเลือกร้านอาหาร และ ที่พัก ดีแล้วที่พี่เค้าชอบเลือก ถ้าเป็นเราก็คงเข้าไปเลย เจอร้านไหนก็เข้าแล้ว แหะๆ งานนี้พึ่งข้อมูลจาก Tripadviser เรื่องร้านอาหารเป็นหลักเลย พี่อีกคนก็ลงรายละเอียดการเดินทางร่วมกับเรา ภาพรวมหลักๆ เราก็เป็นคนหา แล้วเอาไปนั่งตบๆให้เข้ารูป โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ทริปพาแม่เที่ยว เลยสบายกว่าปกติ แม้จะมาสาหัสเอาตอนช่วงปารีสหน่อยก็ตาม ส่วนอีกสองสาวที่มาร่วมเป็นลูกแม่ในทริปนี้ก็ช่วยกันทำให้ทริปผ่านไปได้ เป็นการเดินทางเองที่ได้เจอะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ค่อยได้เจอ เมืองต่างๆ ก็น่าสนใจ แต่เราชอบเมืองเล็กๆ มากกว่านะ ไม่ค่อยอินปารีส

ค่าใช้จ่ายงานนี้ คนละ ประมาณ 130,000 บาท

– ค่าตั๋วเครื่องบิน การ์ตา แอร์เวย์ ไปกลับ คนละ 32,465 บาท

– ค่าเดินทางอื่นๆ 5,319.9 ยูโร + 16,942.1 บาท (ค่าเช่ารถที่ไม่ได้ใข้) หาร 6

– ค่าที่พัก 116,014.43 + 1,352 ยูโร หาร 6

– ค่าเข้า ค่าตั๋วอื่นๆ

อัตราแลกเปลี่ยน 39.05 บาทต่อยูโร

ตอนที่ 1

https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24/

ตอนที่ 2

https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24-2/


Categories