Ras's Blog

Archive for August 2015

poster

อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้ นี่คือ คำโปรยของ รอยดุริยางค์ เดอะมิวสิคัล เป็นการเล่าถึงประวัติศาสตร์สำคัญนายไมค์ หรือ นายไม้ เด็กหนุ่มผู้หลงรักในดนตรีสมัยใหม่ได้ข้ามเวลาไปยังช่วงต่างๆ ที่มีเหตุการณ์สำคัญอันเกี่ยวข้องกับประเทศและปู่ทวดของเขา ที่ล้วนแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง และทำให้ทัศนคติของนายไม้เปลี่ยนไป

FB: index creative village

 

เปิดเรื่องด้วยการแสดงจากวง Super Sun ที่เข้าร่วมประกวดดนตรีกับเพื่อนๆ ในเพลง แสงสุดท้าย และได้เข้ารอบต่อไป จึงนัดเพื่อนๆ มาซ้อมกันที่บ้านเก่าติดริมแม่น้ำ สมาชิกในวงประกอบด้วย ไมค์ โปเต้ ทรัมไดร์ฟ และ เจน บ้านเก่ามีเครื่องดนตรีเก่าๆ มากมาย จนโปเต้เรียกว่า สุสานดนตรี เกิดเป็นเพลงฉ่อยสุสานดนตรี เปิดโอกาสให้เก่ง เดอะ วอยซ์ ได้ร้องเพลงไทยเดิม ขณะเดียวกันแม่ของไมค์ก็จะปรับปรุงบ้านนี้ให้เป็นโรงแรม แล้วนำเครื่องดนตรีมาประดับ ทำของเก่าไร้ค่าให้มีราคา ในเพง ของเก่าไร้ค่า

FB: index creative village

FB: index creative village

FB: index creative village

FB: index creative village

ณ บ้านเก่าหลังนี้เองที่พาไม้ย้อนกลับไปในอดีตโดยผ่านเสียงระนาดบ้าง โดยเสียงดนตรีไทยที่ได้ยินบ้าง เป็นช่วงสั้นๆ เหมือนกับฝัน และอีกครั้งที่ได้พบผู้คน ได้เห็นประเทศไทย เมื่อครั้งเป็นสยาม ในเพลง เมืองแก้วรัตนโกสินทร์ ได้พบกับเชิด ปู่ทวดในวัยหนุ่ม ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ว่าคือปู่ทวด โต้ตอบกันเรื่องใครบุกบ้านใคร ได้เจอกับ ปู่ทวดของโปเต้และทรัมไดร์ฟด้วย รูปร่างหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ในชื่อป่าน และ ทับ จึงเข้าไปทักทายอย่างสนิทสนม เล่นตบหัว แต่ทั้งคู่เอาแต่ร้องว่า ของกูเสื่อมหมด สะท้อนความเชื่อที่ห้ามเล่นหัวในอดีตได้อย่างดี เมื่อวิ่งออกมาข้างนอกจึงได้เห็นว่าตนย้อนเวลามาในอดีตจริงๆ เป็นลมล้มพับกลับไปยังโลกปัจจุบันซะงั้นขณะที่เพื่อนๆ ยังซ้อมดนตรีอยู่ ในเพลง แสงสุดท้าย

ไมค์กลับมาอีกครั้งแบบไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความอยากลองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นจริง หรือ ฝัน ได้เจอกับปู่ทวดที่กำลังจะเข้าวังไปแสดงดนตรี นายเชิดก็เลยพาไปด้วย จัดแสดงเพลงเพื่อคัดเลือกตัวนักดนตรีเพื่อไปบรรเลงดนตรีต่อหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรีย บริเตนใหญ่ ด้วยเพลง โหมโรงเทพบรรทม โดยมีผู้คัดเลือก แสดงโดย นักแสดงคนเดียวกับที่เป็นกรรมการในรายการแข่งขันที่ไมค์เข้าประกวด ไมค์จึงเข้าไปทักด้วยความลืมตัว แล้วจึงรับรู้ว่า คนเข้าใจว่า ตนเป็นคนบ้าที่มาอาศัยบ้านนายเชิดอยู่ 1 ในกรรมการบอกว่า ถ้าไม่อยากอยู่บ้านนายเชิด มาอยู่กับชั้นก็ได้นะ มาเป็นกลอนเลย นายไมค์วิ่งหนีแทบไม่ทัน

CR นัททิวคลับดอทคอม

CR นัททิวคลับดอทคอม

CR นัททิวคลับดอทคอม

CR นัททิวคลับดอทคอม

นายเชิด ป่านและทับ มาหยุดยืนดูการซ้อมรำของสาวๆ ขณะที่โอกาสในการเป็นตัวแทน 1 ใน 19 นักดนตรีใกล้เข้ามา เรื่องความรักของนายเชิดก็ชัดเจน ไปยืนรอสาวเจ้า ดักเจอ ดักมอง แม้จะมีผิดฝาผิดตัวกันบ้าง เมื่อเพื่อนสาวเสียงใหญ่ของดวงเดือนก็ชอบนายเชิดเช่นกัน แต่นายเชิดชอบดวงเดือน ขณะที่ดวงเดือนก็มีสบตากับนายเชิดบ้าง จีบกันแบบคนสมัยก่อน จ้องกันเข้าไปจ้า น่ารักดี แต่ไมค์เห็นแล้วขัดใจพยายามสอนให้จีบโดยใช้ FB หรือ line ด้วยความลืมตัว นึกได้ ก็ให้ชวนไปดูหนัง ก็ยังไม่มี สุดท้ายให้เขียนจดหมาย เขียนกลอนเอา แต่นายเชิดบอก เป็นนักดนตรีจะจีบแบบนักดนตรี ว่าแล้วก็จีบนิ้วให้ดูซะ มุขเบาๆ น่ารักๆ เอ็นดูนายเชิดจริงๆ กับเพลง คาถาจีบหญิง

FB: index creative village

FB: index creative village

CR นัททิวคลับดอทคอม

CR นัททิวคลับดอทคอม

ตกค่ำไมค์ก็พายเรือพานายเชิดไปหาสาวถึงบ้าน นายเชิดชมว่าพายเรือเก่ง ไมค์บอกพายแคนูบ่อย ดวงเดือนนั่งร้อยพวงมาลัยอยู่ตรงท่าน้ำ ไมค์ยุให้ขึ้นไปหาเลย นายเชิดก็เดินขึ้นไปแล้วหันมาถามว่า จะดีเหรอ (เอ่อได้ข่าวว่า ขึ้นไปแล้ว) ก็เอ่ยความกันไป สาวเจ้ายืนเงียบๆ นึกว่าจะไม่เล่นด้วยก็เลยหันหลังจะกลับ แต่แล้วสาวเจ้าก็หยุดไว้ แล้วได้ร้องเพลงจีบกัน ลาวดวงเดือน ว่าแต่เดินลงท่าน้ำมายืนสวยหล่อกับพระจันทร์ดวงโตนี่ ขอเข้าใจว่า ยืนกลางน้ำได้ไหมคะ แต่ฉากนี้ก็สวย บรรยากาศหวานดีจริงๆ

FB: index creative village

FB: index creative village

FB: index creative village

FB: index creative village

ไมค์กลับมาอีกครั้ง พบกับเชิดและดวงเดือนที่มีลูกแล้ว เจอกับลูกชายคนเล็ก ซึ่งเป็นปู่ของไม้เอง และได้บอกเล่าถึงเรืองในอนาคตว่า ปู่จะแต่งกับใคร นามสกุลอะไร กลับมาครั้งนี้ไมค์รู้แล้วว่า ตัวเองคือหลาน/เหลน จึงแสดงความเคารพ กอปรกับช่วงอายุที่เริ่มห่างกันเป็นสิบๆ ปีด้วย และตอนนี้เองที่ไมค์รู้ว่า ทำไมตนถึงชื่อไม้ ทำไมย่าทวดถึงให้ชื่อนี้ ชื่อที่ตนเองต่อต้านมาโดยตลอด  มีโอกาสได้ไปยืนร่วมรับเสด็จในเพลง รับเสด็จ บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ เสียงกู่ร้อง ขอพระองค์ทรงพระเจริญแซ่ซ้องทั่วไป (ว่าแต่เพิ่งรู้ว่า การตะโกนแบบนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากนายไม้นั่นเอง ขอเปลี่ยนเป็นไม้นับแต่นี้ค่ะ เพราะตัวละครยอมรับชื่อแล้ว)

CR นัททิวคลับดอทคอม

 

 

FB: index creative village

FB: index creative village

ปู่ทวดเชิดกับเหลนไม้พูดคุยกันถึงเรื่องในอนาคต ถามถึงวงดนตรีที่ตนเองสร้างขึ้นว่า เป็นอย่างไรบ้าง ไม้บอกว่า ไม่มีแล้ว บ้านก็รกร้าง กลายเป็นสุสานดนตรี ปู่ทวดเชิดโกรธมากที่ไม่รักษาดนตรีไทยไว้ ไร้รากเหง้า ไม้โกรธที่มาโทษตนเอง สังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว คำถามของปู่คือ แล้วใครละที่ทำให้เปลี่ยน ปะทะอารมณ์กันถึงนะ ในเพลง ผู้ทำลาย ปู่ทวดเชิดไล่ให้ไม้กลับไป ในเมื่อไม่มีใจที่จะรักษาดนตรีไทย

ไม้กลับมาร่วมซ้อมกับเพื่อน โดยสอดแทรกดนตรีเข้าไปไว้ในเพลง เปลี่ยนเพลงใหม่ ในเพลง อัศจรรย์ดนตรี แม้จะยังฟังดูไม่ค่อยเข้ากัน แต่จริงๆ ถ้าทำดีๆ ต้องดีแน่ๆ โค้ชเข้ามาฟัง บอกให้หยุด แสดงความเห็นว่า ถ้าจะทำแล้ว ต้องเชื่อด้วย ถ้าไม่เชื่อก็สื่อออกมาไม่ได้ ให้ไปตกลงกันให้แน่ว่าจะทำแบบไหน    ไม้เล่าให้ฟังว่าตนได้กลับไปเจอปู่ทวดจริงๆ แต่เพื่อนไม่เชื่อ ไม่เข้าใจว่า ทำไมไม้ต้องเปลี่ยนเพลง ไม่มีใครเชื่อสักคน สุดท้ายเพื่อนบอกให้พิสูจน์โดยการพาพวกตนกลับไปด้วย ไม้พยายามจะพาเพื่อนๆกลับมาด้วยเพื่อพิสูจน์ แต่ก็พามาไม่ได้ เจนหัวหน้าตัดสินใจเปลี่ยนตัวนักร้อง เพื่อนร่วมวงก็ว่าตามหัวหน้าวง สุดท้ายไม้ถูกให้ออกจากวง ขณะที่ไม้ก็ขอให้แม่หยุดการสร้างโรงแรม ไม่เอาเครื่องดนตรีไทยไปประดับ โดยอ้างว่าปู่ต้องไม่ชอบแน่ๆ ในเพลง ที่แห่งนี้ ปะทะกันกับสองแนวคิด พัฒนากับอนุรักษ์ แม่บอกให้ไม้มาคุยอีกครั้งเมื่อมีเหตุผลที่ดีไม่ใช่อ้างคำพูดปู่ บ้านหลังนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะระเบิด ไม่ได้ดั้งเดิมมาจากไหน ด้วยความเป็นห่วงปู่ทวด ไม้รีบวิ่งกลับเข้าบ้านไปและสามารถเดินทางกลับไปในอดีตได้อีกครั้ง

ไม้ย้อนไปในอดีต ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม กับเมดเลย์รำวง งามแสงเดือน และ รำมาซิมารำ ได้พบกับปู่ทวดซึ่งได้รับเชิญให้มาแสดงในงาน แต่ถูกยกเลิกไปเพราะเห็นว่าดนตรีไทยเชย ไม่ทันสมัย ไม่เหมาะกับยุคนี้ ช่วงนี้ทับซ้อนกับโหมโรง รับรู้เลยว่า นักดนตรีไทยสมัยนั้นต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และปู่ทวดก็ได้เข้าใจถึงสิ่งที่ไม้เคยพูด ขณะที่ไม้เองกลับบอกว่า ลูกหลานผิดเอง จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อรักษาไว้ ในเพลง ผู้รักษา เพลงสะท้อนผู้ทำลายก่อนหน้านี้ ด้วยเนื้อหาเดิมแต่สลับกันร้องและอารมณ์ที่เบาบางลง

CR นัททิวคลับดอทคอม

CR นัททิวคลับดอทคอม

ทั้งหมดกลับมาที่บ้าน ดวงเดือนต้อนรับด้วยความอบอุ่น ทั้งเชื่อสนิทใจว่าไม้คือลูกหลาน เพราะลูกชายได้แต่งงานกับราตรี หญิงสาวที่ไม้ได้บอก ทั้งนามสกุลที่ได้พระราชทานก็ยังเป็นนามสกุลเดียวกับที่ไม้เคยบอกไว้ ร่วมกันร้องเพลง ดนตรีนำทาง โดย เชิด ดวงเดือน และ ไม้ ไม้พยายามเล่นระนาด ปู่ทวดพยายามห้าม แต่ไม้ก็ไม่ฟัง สุดท้ายปู๋ทวดก็สอนไม้ ในการย้อนอดีตครั้งนี้ ไม้ก็ได้เจอกับ เปลี่ยนและแทน น่าจะเป็นพ่อของเพื่อนแล้ว (2 คนนี้เล่นทุกช่วงวัยเลย เล่นเป็นคนอายุเดิมต่างรุ่น) เสียงหวอเตือนภัย ปู่อยู๋ในบ้านไม้ตามเข้าไปช่วย ปู่จะไม่ยอมออกมา บอกขออยู่ที่นี่ สุดท้ายระเบิดก็ลงจริงๆ ไม้ เปลี่ยน แทน พาปู่ทวดเชิดออกมาได้ ออกมาหาย่าดวงเดือนที่พาล่วงหน้ามาก่อน  ปู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจตาย ณ ตรงนั้น อีกครั้งในเพลง ดนตรีนำทาง(สวรรค์) โดยไม้

FB Index Creative Village

FB Index Creative Village

 

ไม้กลับไปในปัจจุบัน พยายามจะพูดคุยกับแม่อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เข้าใจกัน ไม้เสียใจมากที่อาจจะไม่สามารถรักษาสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้ เสียงดนตรีไทยดังขึ้น พาย้อนกลับไปยังช่วงที่นักดนตรีทั้ง 19 คน แสดงต่อหน้าพระที่นั่ง เหมือนคนดูเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นั้นด้วยเช่นกัน ในเพลง เทพบรรทมภิรมย์สุรางค์ และรอยยิ้มกำลังใจจากปู่ ตราบใดยังมีใจที่สื่อถึงกัน ยังมีใจรักในดนตรีไทย

เรื่องของไม้ยังไม่จบ เพราะหนทางของชีวิตยังอีกยาวไกล คล้ายๆ กับสื่อว่า ทุกอย่างอยู๋ในมือของคนดูทุกคนเช่นกัน ว่าดนตรีไทย จะไปในทิศทางใด

ลีลานักดนตรีทั้ง 19 คน เด็ดจริงๆ โดยเฉพาะระนาดเอก สะบัดมือได้เนียนมาก ปู่ทวดเชิดเป่าปี่จ้า ตามประวัติไม่มีคนชื่อนี้นะ แต่คงจะไม่ได้ใช้ชื่อตรงๆ เพียงแค่อ้างอิงเรื่องราวเท่านั้น เพื่อพาคนไทยให้ได้รู้จักกับประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของคนไทย

CR นัททิวคลับดอทคอม

CR นัททิวคลับดอทคอม

เป็นละครเพลงอีกหนึ่งเรื่องที่พยายามสะท้อนวัฒนธรรมไทย โดยผ่านมุมมองของคนยุคปัจจุบัน นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี นัททิว กับบทเด็กหนุ่มไฮเปอร์นิดๆ น่ารัก น่าชัง แสดงถึงพัฒนาการของตัวละครได้ชัดเจน  เชิด ใครจะเชื่อว่านี่คือ Bank Clash เหมือนคนโบราณมาก และวิธีการร้องที่เปลี่ยนไป นุ่มนวล โบราณดีแท้ แม่นางดวงเดือนคู่ขวัญ ได้ โบ สาวิตรี เข้ามาร่วมแสดง หวานทั้งเสียง ทั้งกริยา เพื่อนๆ ร่วมแก็งค์ เก่ง The Voice และ กันต์ชนุตม์ กับ 4 บท ต่างยุค ก็ทำได้ดี ช่วยสร้างสีสันได้เป็นอย่างดี นัชชา แม่ของไม้ ผู้เป็นตัวแทนของนักธุรกิจยุคปัจจุบัน คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เลี้ยงลูกมาแบบสมัยใหม่ มีอิสระ และเจน เพื่อนสาวคนสนิท หัวหน้าวง Super Sun ที่แม้จะรักไมค์และพยายามสนับสนุน ยอมทำตามใจไมค์ แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ ก็เด็ดขาด พาวงไปแข่งโดยไม่มีไมค์

FB: index creative village

FB: index creative village

แสง สี เสียง ฉาก สวยงามจ้า ก็ทีมออแกนไนซ์เซอร์ เน้นงานอลังการอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่แพ้ใครหรอก ถือเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ น่าติดตาม

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 14.00 น.

สถานที่ ศูนย์วัฒนธรรม

ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว

บัตร นั่งโซน A3 แถว E จ้า หน้ามากกก เอาคะแนน PTT Blue Card ไปแลกมา คุ้มมากกกกก

คอนเสิร์ตการกุศลประจำปีของโรงแรมในเครือสุโกศล ภายใต้คอนเซป That’s Entertainment ปีนี้มีรุ่นใหม่ๆ นอกจาก รุ่นแม่ รุ่นลูกแล้ว ก็มีรุ่นหลานมาเสริมทัพ เพิ่มเพลงวัยรุ่นให้ผู้ชมได้ฟังได้ชมกัน เปิดด้วยเพลงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพลง เทพของไทย แต่งโดย ดลชัย ปุณยะรัตเวช ร้องโดย ดลชัย มาริสา และ คอรัส

Image

เข้าสู่โปรแกรมเพลงตามคอนเซปกันด้วยเพลง That’s Entertainment! โดยกลุ่มคอรัสเสียงดีและทีมเต้นจาก Aree Dancers   ต่อด้วย Let Me Entertain You โดยคุณกมลา I’ve got You Under My Skin คุณกมลาแจมกับสุกี้ ลูกชาย พร้อมทีมเต้น  ต่อด้วย Broadway Baby คุณกมลาแจมกับหลานสาววัย 17 ปีก่อนยังโชว์เต้นอยู่เลย ตอนนี้มาร้องเพลงละ หลายเพลงด้วย

2

ชุดเพลง The Sound of Music Medley ร่วมฉลองครบรอบ 50 ปี โดยทีมคอรัส เพราะนะ The Sound of Music, Maria และ Climb Every Mountain

3

คู่จิ้นสมัยนี้ The Way We Were ดลชัย + มาริสา พร้อมภาพเก่าๆ สมัยยังเอ๊าะๆ แสดงคู๋กันเรื่อย ต่อด้วยอีกคู่วัยใส นาตาเลีย + ครับผม ในเพลง Sixteen Going On Seventeen ผู้ชายทำได้ดี เสียงไม่มีตก สูงยาวเข่าดีมาก ในรูปตอนเด็ก ยังแอบอวบอยู่เลย ส่วนนาตาเลีย ช่วงสูงแอบไม่ถึงและเบาไปนิดนะ แต่เชื่อว่า อีกหน่อยพลังต้องมาเนอะ คู่คุณแม่กมลากับลูกชาย น้อย ในเพลง It Had To Be You น่ารักดี

4

5

One More Angel in Heaven โดย คุณธานี หนึ่งในทีมคอรัสชายพร้อมเหล่าคอรัส  คุณมาริสาในเพลงทรงพลังอีกหนึ่งเพลง I Will Always Love You ในแบบฉบับของตัวเอง Sophisticated Lady โดย คุณธานี พร้อมนักเต้นและการเดินแบบชุดราตรี

The Sukosol Family Thai Medley  คุณมาริสา เธอรักฉันจริงรึเปล่า เพลงประกอบละครลมซ่อนรัก ร้องสดเพราะมากกก น้อยและสุกี้กับเพลง ทุกสิ่ง เท่มากกกก ขึ้น VTR สมัยวงพรูด้วย ปิดท้ายช่วงนี้ด้วย Live and Learn ร่วมกันทั้งครอบครัวพร้อมคุณกมลา

6

On Your Toes โดย นาตาเลียและทีมเต้น โชว์เต้นกันสวยๆ สลับมาเพลงช้าอีกครั้ง คุณมาริสาร่วมกับสุกี้เล่นกีตาร์ I’ll Never Fall in Love Again มีน้อยมาร่วมแจมช่วงหลัง ต่อด้วย คู่น้าหลาน Everything Has Changed ของ เทเลอร์ สวิฟ โดย น้อยและนาตาเลีย

8

มาสนุกกันต่อกับเพลง It don’t Mean A Thing โดยคุณกมลา  ต่อด้วย All About That Bass โดยกลุ่มคอรัส (เพลงนี้ที่มีใน The Voice 3 ด้วยไง สนุกดี) กลับมาช้าในเพลง Stay With Me โดยกลุ่มคอรัสอีกครั้ง ปิดช่วงนี้ด้วย Firework โดยนาตาเลีย ชุดราตรีสั้นดำน่ารักเชียว

7

Latin Medley

Mexican Medley โดยคุณกมลา Frenesi, Besame Mucho, Amor เนื้อหาเพลงเกี่ยวกับจูบทั้งนั้น ต่อด้วยชุด Brazilian Medley Mas Que Nada, So Danco Samba น้อย From Cuba – Oye Como Va Medley: Oye Como Va, Quien Sera ดลชัย, Yo Quiero Contigo Bailar และ Guajira

ตัดอารมณ์กลับมาที่เพลง Chandelier โดยคุณมาริสา เพลงนี้ช้า เศร้า บาดมากกก ร้องจบมีต่อว่าดนตรีด้วยที่เล่นช้าไป ร้องยาก เกือบตาย 555 เมื่อกี้ คุณแม่กมลาบอกเล่นเร็วไป ร้องเกือบตาย งานนี้ดนตรีโดนต่อว่า เอาใหม่รอบหน้าค่ะ

9

Be Our Guest ดลชัย คอรัส และ พนักงานโรงแรม จัดเต็มกันเลยชุดนี้ จาน ชาม ช้อน ส้อม โต๊ะ กาน้ำชา มากันเต็มเวที

We Are The Champions น้อย และ ทีมคอรัส เพื่อนักฟุตบอลหญิงไทย และทีมในดวงใจของคุณแม่กมลา Koppa

Have We Entertained You ร่วมกันร้องทุกคน เชิญมาโชว์ตัว คนดูยังไม่ยอมกลับ คุณกมลาถามต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมกลับคะ มีแผนกเชียร์อยู่ Live and Learn One Hit Wonder ต้องมา เป็นอันจบงานค่ะ

ภาพรวมปีนี้ เพลงหลากหลายขึ้น นักร้องรุ่นใหม่มาเพิ่ม เพลงเด่นสำหรับคอรัสชัดขึ้น ร้องเพราะกันทั้งนั้นเลย บรรยากาศกันเอง อาจเป็นเพราะคุ้นเคยมากแล้วเช่นกัน เป็นปีที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ อิอิ

วันพฤหัสที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สถานที่ โรงแรมสุโกศล

ผู้ร่วมขบวน ครอบครัว

บัตร สปอนเซอร์จากทรูวิชันส์

วันสละโสดกับโจทก์เก่าๆ

กลับมาอีกครั้งกับละครเวทีของรัชดาลัยเอง มาครั้งนี้ ยังคงอินกับการทำแนวละครเพลง แต่เพิ่มความท้าทายด้วยการทำเป็นละครตลก แตกต่างจากละครเพลงที่ผ่านๆมา ที่มักเน้นดราม่า

วันสละโสดกับโจทก์เก่าๆ อัดแน่นด้วยนักร้องนักแสดงคุณภาพ ทั้ง 10 คน ดีกรีการร้องเพลงแต่ละคนไม่เป็นรองใคร มาจากเวทีประกวดถึง 4 เวที The Star – แกงส้ม อาร์, AF พัดชา ณัฐ อ๊อฟ, The Voice ครูกิต และ สยามกลกาล รัดเกล้า ท่านอื่นๆ ก็มีเสียงร้องที่ดี ได้แก่ เพลง ลูกสาวนันทิดา, หญิง รฐา ครั้งนี้ลีลาเป๊ะมาก และ จิ๊บ เบญจณัฏฐ์  เคยรับบทแม่พลอย วัยสาว ในสี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล ฉบับ restage

เรื่องเล่าถึง คู่รัก นพ (แกงส้ม) หนุ่มเพลย์บอย ที่มาสยบให้กับ ดา (เพลง) หญิงสาวที่เติบโตมากับพ่อผู้เป็นมาเฟียใหญ่ ในเพลง วิวาห์ใต้หมู่ดาว   นำเข้าสู่คืนงานวันแต่งงาน ในเพลง รักแท้ … เป็นไปได้ โดยนักแสดง ทุกคน และหมู่มวล เปิดให้เห็นผู้ร่วมงานแต่งงานทุกคน และการไม่ลงรอยกันป๋าเกริก พ่อมาเฟียของดา และแม่นง แม่พยาบาลของนพ ที่ปะทะกันอยู่เนืองๆ โดยมีพราว ภรรยาสาวของป๋าเกริกเป็นคนกลาง และแย่งซีนในบัดดลเมื่อมีการถ่ายภาพรวม Pose Pose Pose สุดยอดดดด

เปิดตัวโจทก์เก่าคนแรกกันตั้งแต่เริ่มเลย แจน ไกด์สาวผู้ยึดมั่นในความรัก และ คิดว่านพยังเป็นแฟนของตนอยู่ เพราะไม่เคยบอกเลิกกันเลย แต่อยู่ๆ วันนึง นพก็ให้กุญแจห้อง แล้วก็หายไปจากชีวิตเลย ในเพลง ดีออก จบด้วยคำเด็ด ผวนเลยจ้า  (เข้าใจผูกเรื่องและนำเสนอเรื่องนะ ร้องเพลงไป ย้อนเวลาไป ให้เห็นว่า อดีตของคนนั้นกับนพเป็นอย่างไร)

มาดูลีลาของพราว ในเพลง โอ้ So Fin ลีลาของนางแบบเก่า และการยั่วยวนอย่างมีชั้นเชิงกับโป้ง เพลย์บอยตัวพ่ออีกหนึ่งคน เพื่อนสุดซี้ของนพ ที่เข้ามาชวนคุยเรื่องหนัง เหตุเกิดที่ทางหนีไฟ เมื่อพราวแกล้งทำตุ้มหูหล่น แล้วให้โป้งออกไปเก็บให้ เล่นได้หน้าตายและจังหวะดีมากกกก แต่เชื่อว่า ในเพลงนี้ แต่ละรอบ ดีกรีคงจะมีสุดกว่านี้แน่ อิอิ

เพลงชีวิตคือละคร โดยหมู่มวล ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในงานแต่งงาน ดักกันไปมา หลบกันไปมา วุ่นวายกันดีแท้ เพื่อนก็ช่วยดัก นพก็พยายามหลบ แต่สุดท้ายก็ไม่พ้น โดนก้องจับได้จนได้ ในเพลง เสียว บทเพลงที่ก้องพยายามให้นพรำลึกถึงวันที่เคยจูบกัน และย้ำว่านพน่ะ เป็นเกย์ ให้ยอมรับซะ นพสุดทนบอก อยากให้เป็นนักใช่ไหม จะเป็นให้ดู ว่าแล้วก็ร่วมเต้นด้วย ท่าเดียวกับก้อง (แต่จริงๆ ได้มากกว่านี้อีกนะ พยายามเค้า) แล้วก็ถีบก้องลงไปในช่องขยะเลย 555

ป๋าเกริกกับแม่นง ทะเลาะกันเรื่องใครจะเป็นคนเลี้ยงหลาน สะใจดีแท้กับเสียงทั้งสองคน แต่ถ้าป๋าเกริกอินกว่านี่อีกนิดน่าจะดีมากกกก ในเพลง สิทธิ์ของฉัน ป๋าเกริกเสียงดัง พลังเยอะมากกกก เล่นเอาแม่นงต้องคอยอุดหู เสียงกล่อมเด็กที่เหมือนจะน่ารัก ก็ระเบิดออกมา จนคนดูยังตกใจเลยค่า

ส่วน โบนัส เพื่อนสาวที่ท้องโตมาร่วมงาน มีอั๋นคอยเดินตามประกบ เดินตามจริงๆ แต่ไม่ได้ห้ามไปไหน ก็มาพบกับดา พูดคุยกัน ในเรื่องของการท้อง 2 คน 2 อารมณ์มากก ในสิ่งอัศจรรย์ โบนัสแดกดันชีวิต และสะท้อนความหงุดหงิดของผู้หญิงท้องได้เป็นอย่างดี ขณะที่ดาก็โลกสวยไปไหน โบนัสปรับทุกข์กับอั๋น ไม่เข้าใจว่าทำไมนพไม่ยอมรับ ถามว่า ถ้าเป็นอั๋นจะทำอยังไง อั๋นบรรยายความรู้สึกผ่านเพลง หากฉันเป็นเขา เผยให้คนดูรู้ว่า อั๋นหลงรักโบนัส ปิดท้ายเบรกแรกกันด้วยเพลง เริ่มต้นชีวิต บรรยากาศงานแต่งผ่านไปเรื่อยๆ ในที่สุด โจทก์เก่าทั้งสามก็อดรนทนไม่ได้ ประกาศก้องให้รู้กันทั้งานว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ดา รู้สึกเสียใจกับเรื่องราวที่ได้รับรู้ ในเพลงความจริงในความลับ ขณะที่นพก็ถูกป๋าเกริกจับตัวไปที่ห้อง พร้อมกับโจทก์ทั้ง 3 โดยแม่นงก็ถูกจับตัวไว้ไม่ให้ช่วยเหลือลูกได้ ส่วนเพื่อน 2 คนก็ถูกกันไว้นอกห้อง สุดท้ายก็เฉลยว่า โจทก์เก่าทั้ง 3 มาได้ยังไง ป๋าเกริกสืบประวัติแล้วก็เชิญมาให้แก้แค้น นพถูกมัดติดกำแพง แล้วก็โดนแต่ละคนใช้อาวุธทรมาน ในเพลง คืนความสุข ส่วนดาก็รู้ซึ้งว่า คนที่ทำให้งานแต่งต้องพังลงก็คือพ่อของตัวเองนั่นเอง

โป้งกับอั๋น หาทางช่วยเหลือนพให้หนีออกจากห้องด้วยการดับไฟ นพหนีออกมาโดยลากแจนมาด้วยความเข้าใจผิดว่าคือ ดา  ทั้งสองก็ได้พูดคุยกัน และเข้าใจกันในที่สุดว่า เกิดอะไรขึ้นกับความรักของทั้งสองคน ในเพลง กอดที่แน่นเกินไป แจนยอมให้อภัย และบอกเลิกกันอย่างเป็นทางการ ยังช่วยนพให้กลับเข้าไปในงานด้วย

ป๋าเกริก ไม่เข้าใจว่าตนผิดอะไร ทำทุกอย่างก็เพื่อลูก ลูกก็ไม่พอใจ หลายๆ คนก็มักจะจากไป ในเพลง แผล็บๆ ที่มีลูกน้อง ส้ง ตีง และ เสริมมาอีก 2 คน เป็นคนคอยเลียแข้งแลียขา น่ารักดีเพลงนี้ 555 เอาใจนายกันสุดๆ แผล็บๆๆ

ลูกน้องป๋าเกริกตามจับโป้งกับอั๋นได้ เอาไปขังไว้ที่ทางหนีไฟ พราวตามเข้าไปช่วย และได้โชว์ลีลากันอีกครั้งในเพลง โอ้ So Fin ขณะที่ภายในงานแต่ง แม่นงก็นั่งปลอบดา เล่นกับเพลง ทั้งในแบบ ช้าซึ้ง เชื่อมไปแบบบไทยเดิม จนแม่นงต้องลุกมาโวยวายกับนักดนตรีว่า คนมาร่วมงานเค้าต้องการสนุก จะมาเล่นเพลงโศกาทำไม แล้วก็ปรับเป็นจังหวะสนุกสนานเต้นกัน ในเพลง รักแท้อันยิ่งใหญ่ ในเพลงนี้ แม่นงได้คุยกับก้องด้วยว่า ก้องก็รู้อยู่ว่าความจริงเป็นยังไง แต่ก็ยังจะคิดเข้าข้างตัวเอง ก็เอาที่สบายใจละกัน ขณะที่ร้องเพลง ทั้งนพ อั๋น โป้ง ก้อง ส้ง ตีน ก็วุ่นวาย หลบหนี หลีกกันไปมา สุดท้ายก้องก็มาจ๊ะกับดา แล้วก็เป็นคนเฉลยเรื่องราวของตนเองให้ดาฟังเอง ในเพลง ของปลอม (เศร้าตามแบบอ๊อฟ)

วิ่งหนีกันไปมา ในที่สุด 3 หนุ่ม 3 ทหารเสียวก็มารวมตัวกันจนได้ เรื่องการท้องของโบนัสก็ถูกเฉลย โดยตัวการก็คือ อั๋นนั่นเอง ในเพลง คืนที่เมามาย เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น และ อั๋นคือ พ่อของเด็กเอง แต่ไม่กล้าที่จะบอก เพราะกลัวป๊ากับม๊า เพื่อนๆ โมโหมากที่เห็นแก่ตัวขนาดนี้ และทำให้เพื่อนซวยไปด้วย บังคับให้ไปบอกโบนัสด้วยตัวเอง เพื่อให้นพเคลียร์ตัวเองได้   อั๋นไปสารภาพผิดในเพลง หากฉันเป็นเขา โบนัส กับ ประโยคสั้นๆ แมนๆ เป็นแกเองเหรอ ไอ้ลูกหมา

แม่นง มาในเพลง เพื่อคนที่รัก เมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายและก็ปลอบใจป๋าเกริกที่จ๋อยไปเลยเมื่อโดนลูกต่อว่า การแต่งงานดำเนินต่อไป เสียใจกับอดีตที่ผ่านมาที่ทำให้คนเสียใจแต่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้แล้ว ขอทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ในเพลง ปัจจุบัน มีการโยนดอกไม้ลงมาให้คนดูที่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของผู้มาร่วมงาน

กลมกล่อม กลมกลืน สนุก ณ เวลาแสดง แม้ไม่มีอะไรติดหูออกมานัก อาจเพราะว่า เพลงไม่ซ้ำกันเลย แทนอารมณ์แต่ละคน แต่ละตัวเต็มที่ เลยไม่ค่อยจะได้ยินอะไรที่ซ้ำ ถึงกระนั้น ลีลาของพราว กับ ประโยคเด็ดๆ ยามนางพูดภาษาอังกฤษ หน้าตาย oh my gosh และเมื่อยามละครจบแล้ว Hashtag อย่างแรก ก็ยังคงติดตา ลีลาของอ๊อฟ ไม่ผิดหวัง อารมณ์เต็ม รัดเกล้า กับการแสดงเต็มที่กับเพลงที่หลากหลาย อาร์ กับบทที่ใกล้กับตัวเองมาก และยังล้อตัวเองอีกต่างหาก แจน จิตดีจ้า โบนัส ชอบนะ เธอชัดเจน เธอแรง เธอแมน กับคอนเสป เพื่อนกันมันส์ดี

เรื่องนี้ค่อนข้างจริง ยุคปัจจุบัน เน้น prop ที่ทำให้ดูเป็นสถานที่นั่นๆ ฉากนิดๆ เล่นกับพื้นที่เอา ไม่ต้องเน้นใหญ่อลังการ แสง สี เสียง แบ่งโซนได้ชัดเจนยามต้องการ ตัวประกอบทำงานกันหนักมาก วิ่งวุ่นกันทั้งเวที ทั้งช่วยเปลี่ยนฉาก ทั้งช่วยเสริมบรรยากาศ ละครเรื่องนี้ สำคัญทุกฝ่าย ทุกคนจริงๆ บทสุดยอด จังหวะสำคัญมากกก ถ้าจังหวะไม่ดี เสียงหัวเราะก็ไม่มา เป็นละครที่เล่นกันเอง และหาจังหวะเล่นกับคนดูตลอด พอจบเรื่องช่วง Finale ก็ pose ให้ถ่ายรูปกันเต็มที่ แล้วก็ขอให้ช่วยกัน Share สุดชีวิต อย่างที่คุณพราวเธอว่า ถ้าดูแล้วชอบ อย่าลืมกด Like อย่าลืมกด Share ที่สำคัญ อย่าลืม Hashtag (อย่างแรง) ดูปากพราวนะคะ WeddingDayTheMusical

สถานที่ โรงละครรัชดาลัย

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บัตรที่นั่งราคา 1500 (1000)

ผู้ร่วมขบวนการ ครอบครัว พีสาวเจอคนรู้จักด้วย นั่งอยู่ด้านหลังกันเลย

โชว์จากงานแถลงข่าว https://www.youtube.com/watch?v=17o2IVxBaeI
สัมภาษณ์และเบื้องหลังการซ้อม https://www.youtube.com/watch?v=e0znzKochgg
หลังจบละคร https://www.youtube.com/watch?v=Bf5zz-niDj0
เรื่องของเรื่อง https://www.youtube.com/watch?v=lV3W93JPBhs

BikeForFun_8597

วันนี้เราเปลี่ยนเส้นทาง ไปปั่นจักรยานบนถนนตัดใหม่ เส้นจรัญสนิทวงศ์ – กาญจนาภิเษกกันค่ะ ปั่นกันจากบ้าน ต้องผ่านถนนหลักอิสรภาพ แยกพรานนก และจรัญสนิทวงศ์ ระยะไปกลับประมาณ 18 กิโลกว่าๆ บางช่วงรถค่อนข้างแน่น อาศัยปั่นบนฟุตบาทบ้าง กว่าจะไปถึงจุดที่ถนนโล่งก็มีเสียวกันบ้างเล็กน้อย

วันนี้มีการจัดกิจกรรม Bike For Mom ด้วย คนปั่นใส่เสื้อฟ้ากันเพียบเลย มีกิจกรรมเดินของวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนินด้วยค่ะ ปั่่นไปก็ได้ยินคนพูดว่า เค้าปั่น Bike For Mom กัน เหอๆ คือ อยากจะหันไปตอบว่า ยังไม่หาญกล้าขนาดนั้น ระยะ 40 กิโล แบบไม่พักเนี่ย ไม่เคยคิด

ออกเดินทางกัน 6.30 ++ แต่ต้องวกกลับไปรับอีกหนึ่งสมาชิกที่บ้านก่อน เพราะไม่รู้กันว่าจะไปด้วย คือ คราวหน้าบอกให้ชัดเจนนะคะ ดียังไปไม่ไกล มีโทรหาหลายคน คนที่ไปปั่นด้วยกันไม่มีใครรับสักคน สุดท้ายไปปลุกคนไม่ได้ไปให้โทรตามให้ ฮา

1609935_1054420364570148_460948204943831130_n

ปั่นข้ามสะพานกันอยู่ 2 สะพาน สลับกันถ่ายรูปอีกเช่นเคย มีคนปั่นเส้นนี้เยอะ จุดพักใต้สะพานข้าม มีรถมาขายน้ำ ขายอาหารกันด้วย เหมือนรู้เลยว่า นักปั่นเยอะ แต่ก็เยอะจริงแหละ เค้าดูปั่นกันจริงจัง ส่วนเราปั่นกันขำๆ ปั่นไปถึง สะพานะข้ามสูงๆ แล้วก็อ้อมกลับ ผ่านมาได้ 2 แยกใหญ่ๆ ก็ร่วม 9 โมง ปั่นกลับมาหาร้านทานอาหารเช้ากัน แต่ส่วนใหญ่เป็นก๋วยเตี๋ยวซึ่งยังไม่เปิดให้บริการ เปิด 10 บ้าง 11 บ้าง มาได้ร้านข้าวเล็กๆ น่ารัก เราเข้าไปก็เต็มร้านพอดี หลานชายติดใจบอก ครั้งหน้ามากินที่นี่อีกนะครับ ข้าวหอมมะลิอร่อยดี ถามแล้วได้ความว่าข้าวตราฉัตร

BikeForFun_9848

ปั่นกลับกันมา แดดร้อนๆ รับแดดกันเต็มที่เลยวันนี้ ขากลับ รถแน่นมาก เพราะสายแล้ว ต้องไปกวนคนบนฟุตบาทอีกเช่นเคย แล้วตัดเข้าทางลัดเพื่อไปถนนอิสรภาพกลับบ้านไปนอนพักผ่อนกันสักพัก

มีร้านซ่อมจักรยานอยู่บนถนนเส้นนี้ด้วย อยู่ช่วงต้นๆ จากจรัญสนิทวงศ์เลย ระหว่างทางก็มีร้านขายจักรยาน และ มีร้านกาแฟเปิดด้วย

ผู้ร่วมทริป ตนเอง พี่สาว เพื่อนพี่  พี่แอ้ พี่เข็ม โอเปิ้ล

จักรยาน นินจา มะลิ จักรยานของพ่อ กาแฟ ซาลาเปา

252574

เผลอแป๊บๆ นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วเหรอเนี่ย วันนี้สมาชิกเพิ่ม จักรยาน(ใหม่) ก็เพิ่ม จาก 4 คนเป็น 6 คนแล้วจ้า นอกจากขาประจำอย่าง น้องมะลิ น้องนินจา จักรยานของพ่อ และเชฟโรเลตที่ยังไม่มีชื่อแล้ว วันนี้เรามีน้องกาแฟ และน้องโกโก้ มาร่วมจอย เนื่องจากวันนี้มีคนติดภารกิจตอนกลางวัน เลยจะปั่นเพื่ออกกำลังกายกันอย่างเดียว ไม่ได้แวะเที่ยวเท่าไหร่ แต่รูปก็ยังเยอะเช่นเคย 555

นัดเจอกัน 6.30 น. แต่ก็เลทนิดหน่อย มุ่งไปข้ามเรือท่าเตียนที่โป๊ะวัดอรุณ ตรงไปยังสนามหลวง วันนี้ท่านผู้นำเราฟิต ได้จักรยานใหม่ บอกว่าจะปั่นสัก 10 รอบ ตามสบายเลยค่ะ ใครใครปั่นเท่าไหร่ปั่นไป เราน่าจะได้สัก 4-5 รอบ ไม่ได้นับด้วยสิ มีคนแอบปั่นไม่เต็มรอบด้วยน้าาาา มารู้ตอนหลานบอกนี่แหละ อิอิ

แชะภาพหมู่กันค้า

252576

พี่สาวอยากทานปาท่องโก๋ เลยขับไปแถวแพร่ง เหลือบไปเห็นร้านโจ๊กเลยจัดอาหารเช้ากันที่นั่นเลย อิ่มแปร่ ตังค์อยู๋ครบ ขอบคุณผู้สนับสนุนนะคะ ขากลับวันนี้เราก็กลับทางสะพานพุทธเช่นเคย วนเข้าวัดประยูรแป๊บนึง รถแน่นกว่าวิ่งบนถนนข้างวัดอีก พุ่งตรงกลับบ้าน ถึงบ้านประมาณ 9 โมงจ้า ทำเวลากันสุดๆ แม้จะมีอ้อยอิ่งกันบ้างก็ตาม

ผู้ร่วมขบวนการ พี่แอ้ พี่เข็ม โอเปิ้ล พี่สาว เพื่อนพี่สาว ตนเอง

หมายเหตุ มีคนบอกว่า 1 รอบสนามหลวง เท่ากับ 1 กิโลเมตรคร้าบบบบ

หมายเหตุที่ 2 พี่เค้าบอกว่า ปั่นเร็วๆ รอบนึง ประมาณ 2 นาที นิดๆ ปั่นธรรมดา ชิวๆ ประมาณ 4 นาที จ้า

98586252578

สนามหลวง วัดพระแก้ว และ น้องนินจา

สนามหลวง วัดพระแก้ว และ น้องนินจา

ครั้งที่สองสำหรับการปั่นจักรยานตามมาติดๆ คราวนี้เราปั่นจักรยานด้วยจักรยานของตนเอง Dahon Route สีดำ เบาะขาว หรือ น้องนินจา จากร้านเร็วกว่าเดิน นินๆๆๆๆๆๆๆมาออกปฏิบัติการณ์แล้วจ้า

รอบนี้ปั่นกันแบบชิวๆ ออกกัน 6.30 น. เช่นเคย ข้ามท่าเตียน มุ่งไปสนามหลวง ปั่นไป 4 รอบ และเริ่มเห็นวี่แววว่า พี่เข็มจะต้องโอนจักรยานคันของตัวเองให้โอเปิ้ลในเร็ววันนี้ น้องโตขึ้นแล้ว จักรยานที่ขี่อยู่อาจจะเล็กไปสักนิด รอบปั่นค่อนข้างน้อย อันนี้บอกได้เลย เพราะว่าไปลองปั่นมาด้วยตัวเองแล้ว ตอนที่ให้หลานลองปั่นจักรยานของตัวเอง คุณพ่อได้ของใหม่ แล้วต้องยกคันนี้ให้ลูกชายแล้วแหละ (สังเกตว่า ไม่มีข้อที่ว่า ลูกได้ของใหม่เอี่ยมเลยนะ)

วันนี้เราไปไหนกันบ้าง จากสนามหลวงปั่นมาทางกระทรวงกลาโหม เข้าไปแถวสามแพร่ง รองท้องกันที่ร้านปาท่องโก๋เสวยก่อน แวะชมเสาชิงช้ายามเช้า และวัดสุทัศน์ในยามสาย ตอนเข้าไปโบสถ์ยังไม่เปิดเลย เดินวนสักรอบถึงจะได้เข้าไปกราบพระกัน  ต่อด้วยวัดราชบพิตร ไปชมสุสานหลวงกัน สวยงามดีแท้ สงบ รอบอุโบสถก็งานละเอียด ภายในก็สวยงาม ยิ่งพระสงฆ์กำลังทำกิจกันอยู่ ยิ่งดูขลัง

แวะทานข้าวเช้าที่ร้าน Old Town คาเฟ่ เลยวัดไปหน่อยนึง เป็นขนมปังฝรั๋งเศสกับหมูย่าง และครัวซองกับแยม ทราบว่าร้านนี้เป็นร้านของรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยด้วย เจอเบนกับพี่แมวโดยบังเอิญอีกเช่นกัน

ปั่นกลับทางสะพานพุทธกันจ้าวันนี้ แวบเข้าสวนกุหลาบไปวนมา 1 รอบ พี่ยามใจดียอมให้เข้า แชะๆๆ กันทุกที่ ตั้งใจจะไปปั่นทางริมน้ำ แต่ว่าปิดซ่อมช่วงแรก เลยเข้าจากใกล้สะพานพุทธไม่ได้ ไม่เป็นไร เราไปชมโบสถ์ซางตาครูสก่อน แล้วค่อยไปปั่นริมแม่น้ำ วกเข้าวัดกัลยาณมิตร ผ่านศาลเจ้าแม่กวนอิม ปั่นออกถนนใหญ่เส้นอรุณอัมรินทร์ ปั่น ปั่น ปั่นขึ้นสะพานข้ามคลองที่ชันกว่าสะพานพุทธ ลัดเข้าซอยลัดกลับเข้าบ้านร่วมเที่ยง

ผู้ร่วมทริป พี่เข็ม โอเปิ้ล พี่สาว และตนเอง

ภาพงามๆ จากพี่เข็ม

ภายในวัดสุทัศน์

ภายในวัดสุทัศน์

 

เสาชิงช้า

เสาชิงช้า

ภายในโบสถ์วัดราชบพิตร

ภายในโบสถ์วัดราชบพิตร

บนสะพานพุทธ สั่นเชียว

บนสะพานพุทธ สั่นเชียว

โบสถ์ซางตาครูส

โบสถ์ซางตาครูส

S__14295122

ทางตัดเข้าสนาม ทำไว้เพื่อเป็นจุดถ่ายรูปโดยเฉพาะ

ปั่นจักรยาน ทำไมถึงปั่น

ไม่เคยคิดว่าจะซ์้อจักรยานมาปั่นออกกำลังกายเลย จนวันหนึ่ง พ่อบอกว่า ให้ซื้อ เด็กดีอย่างเราก็ว่าง่าย 555 เพราะพ่อจะซ์้อให้ไง ใช้เวลาเลือกอยู่นานนะ ยังไงไม่รู้ พี่สาวได้ก่อน แต่เค้าว่า เค้าอยากได้นานแล้ว ได้เป็นจักรยานมือสอง จากร้าน คามามูจิ แถวสามย่าน พับได้และมีโช๊ค ตั้งชื่อเรียบร้อยว่า น้องมะลิ

เปิดตัวน้องมะลิ

เปิดตัวน้องมะลิ

ได้มาแล้ว ก็ต้องไปปั่นไง จังหวะดีว่า มีลูกพี่ลูกน้องอยู่ใกล้บ้าน (ตรงข้ามบ้านกันเลยล่ะ) เค้าขี่จักรยานกับลูกชายวัย 10 ขวบอยู่แล้ว เลยชวนกันไป พี่สาวก็ลากเราไปด้วย แบบว่า มั่นใจว่า น่าจะปั่นไหวไง ไปปั่นกับเด็กๆ  ตอนนั้น คือ ณ ครั้งนี้ เรายังไม่มีจักรยาน ก็เดินไปยืมจักรยานจากพ่อมาก่อน เริ่มต้นการปั่นครั้งแรกกก หลังจากไม่ได้ขี่จักรยานจริงจังมานานมาาาาา

ช่วงนี้มีรณรงค์ Bike for Mom ด้วย เหมือนจะอิงกระแส แต่จริงๆ ไม่เกี่ยวเลยจ้า ว่ากันว่า ถ้าซ์้อจักรยาน Dahon ช่วงนี้ แสดงหลักฐานการสมัคร Bike for Mom จะได้กระเป๋าใส่จักรยานมูลค่ากว่า 2000 บาทด้วย แต่ว่า หาไม่ได้อ่ะ TT

จักรยานของพ่อ

Crorus พับได้เช่นกัน ไฟเต็มรถ คือ คุณต้องเห็นเราแน่ๆ แม้เวลากลางวัน  มาดแมน ปราดเปรียว

ปั่นไปไหน

ตามพี่เค้าไปจ้า จากบ้าน ข้ามเรือตรวท่าเตียน ค่าข้ามพร้อมจักรยานคันละ 10 บาท ขี่เลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ มุ่งสู่สนามหลวง ไปปั่นออกกำลังกายที่สนามหลวงซะ 3 รอบ มีทั้งคนขี่จักรยาน และ คนวิ่ง จักรยานปั่นกันจริงๆจังก็มี ขี่ช้า ชิว แบบเราก็ชิดซ้ายไว้ แล้วค่อยหลบคนวิ่ง ให้นักปั่นเร็วๆ เค้าอยู่ขวากันไป ทุกคนวิ่งและปั่นไปในทิศทางเดียวกัน

แต่ก่อนจะไปถึงสนามหลวง เราแวะท่ามหาราชกันสักพักใหญ่ เดินดูร้านต่างๆ ที่ยังไม่เปิด ให้พี่เค้าถ่ายรูปกันไป

หลังจบการปั่นเสร็จก็สัการะศาลหลักเมืองซึ่งกำลังปิดปรับปรุงอยู่ คาดว่าใช้เวลาอีกเป็นปีกว่าจะเสร็จ มุ่งไปตึกโบราณในที่จอดรถแถวสี่กั๊กใกล้ร้าน Pastale ตามที่พี่สาวอยากโชว์จ้า วันนี้พี่ผู้นำต้องรีบพาลูกไปเรียนต่อ เลยแยกย้ายกันตรงท่าเตียน เรากับพี่สาวย้อนกลับมา และพยายามฆ่าเวลารอร้าน Pastale เปิด สุดท้ายก็แอบส่งเสียงไปอ้อนว่า ขอเข้าไปรอข้างในนะะะ เจ้าของร้านใจดี บอกมาได้ ปรากฏมีลูกค้าคนอื่นมารออยู่หน้าร้านเช่นกัน เลยเข้าไปนั่งรอพร้อมๆ กัน แอบเกรงใจ ขอโทษนะเพื่อน ไปจอดจักรยานหน้าร้าน เป็น Prop ที่เขากับหน้าร้านทีเดียว คันของพี่สาวนะ “น้องมะลิ” คุยปะปัง เรามีนัดเจอเพื่อนด้วยแหละที่ร้าน แถมยังส่งสัณญานไปเรียกคนแถวนี้ให้แวะมาด้วย

ขากลับ ก็ปั่นไปข้ามเรือตรงท่าเตียนเหมือนเดิม แต่คนเยอะแล้วอ่ะ ตอนเที่ยง

ผู้รวมทริป พี่เข็ม โอเปิ้ล พี่สาว และตนเอง

ท่ามหาราช

ท่ามหาราช

วิวยอดนิยม ณ กลางสนามหลวง

วิวยอดนิยม ณ กลางสนามหลวง

S__14295129ศาลหลักเมือง



Categories