Ras's Blog

Posts Tagged ‘La fête

งานนี้เป็นฟรีคอนเสิร์ตจัดขึ้นสำหรับเทศกาลฝรั่งเศส มีทั้งวงจากฝรั่งเศสและวงไทยมาร่วมกันเล่นตั้งแต่เวลาบ่ายๆ แล้ว แต่เรามาแบบตั้งใจดูวงของฝรั่งเศส คาราวาน ลา พาส แต่ฟังแล้วมันสเปน บราซิลยังไงชอบกล แต่ไม่เป็นไร วงนี้มันส์มากกกกกกกก เต้นกันให้มันส์ไปเลย เพลงแนวไหน ไม่ต้องระบุละกัน แต่ที่แน่ๆ เค้าน่าจะมาจากยิปซีแน่ๆ เสื้อผ้าสีเจ็บมาก แถมปักเลื่อมอีกต่างหาก บ้างช่วงเหมือนเพลงยิปซี บ้างช่วงเหมือนอยู่ในเธคเลย

 

ต่อด้วยทีโบน ก็โอเค แค่ความมันส์ได้ไม่เท่าวงฝรั่งเศสแฮะ มือเป่าหน้าคุ้นๆ อาจารย์ศิลปากรที่เล่นที่งาน Jazz Fest มหิดลแน่ๆ หลายเสียงคอนเฟิร์ม

 

ปีนี้ เทศกาลฝรั่งเศสมีงานหลากหลาย ทั้งละครเวที ละครใบ้ ดนตรี อาหาร แสดงภาพ ใหญ่ขึ้นทุกปีด้วยนะ จัดงานดีๆ ต่อไปนะ

 

วันเสาร์ที่ 19 มี.ค. 2554 ที่มิวเซียมสยาม

 

ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว และเพื่อนพี่สาว

 

Advertisements
Tags:

 

การแสดงละครใบ้เดี่ยวโดยอดีตนักแสดงจากโชว์ชื่อดัง Cirque du Soleil การเดินทางสู่พระอาทิตย์ ในชุดที่ชื่อว่า Imagine – Toi สุดยอดแห่งความประทับใจ กับเวลาชั่วโมงกว่าๆ ที่เค้าสามารถดึงดูดคนดูไว้ที่เค้าได้ ด้วยท่าทางและเสียงจากร่างกาย  แม้เหงื่อจะท่วมกาย แต่เสียงและท่วงท่าไม่เคยลดลงเลย คุณสุดยอดจริงๆ Julien Cottereau

 

เปิดตัวให้เหมือนกับว่า มีสัตว์ประหลาดอยู่ จากนั้นเค้าก็ออกมา หลังจากผ่านการโดนทรมาน หรือ สู้รบกับสัตว์ประหลาดตนนั้น เค้าทำให้เรารู้ว่า เค้าอยู่ในบริเวณบ้าน กำลังทำความสะอาดอยู่ ทั้งกวาด ทั้งเช็ดกระจก อยู่ๆ ก็มีสัตว์ตัวเล็กๆ น่าจะเป็นสุนัขนะตอนแรกๆ มาเล่นด้วย ก็เล่นด้วยลูกบอล จากนั้น สัตว์นั้นก็เปลี่ยนขนาดเรื่อยๆ ใหญ่ขึ้นๆๆๆๆ จนคิดว่า เป็นตัวประหลาดมากกว่า สื่อผ่านเสียงที่ใหญ่ขึ้น ทิศทางในการมอง และลูกบอลที่ต้องสูบให้ใหญ่ขึ้น มีเล่นโยนลูกบอลกับคนดูด้วย ขำว่า โยนให้คนดูลูกบอกลขนาดประมาณลูกเทนนิส แต่พอคนดูรับกลายเป็นขนาดลูกวอลเล่ย์ พอเจ้าตัวรับกลับ ก็เลยต้องปล่อยลม ย่อให้เหลือขนาดเท่าเดิม ใส่ใจในรายละเอียดดีมั่กๆ

 

นอกจากนั้นยังลากคนดูขึ้นไปเล่นเตะบอลด้วยบอลลูกเล็กด้วย ลีลาเหลือร้าย เด็กที่ขึ้นมาก็ใช้ได้นะ แต่ดูเหมือนจะเป็นโกลมากกว่า เพราะจะเอามือรับอยู่เรื่อยเลย แต่แหม เค้าโยนซะสูงนิ เป็นเราเราก็เือื้อมมือคว้า  มีได้ยินเสียงสัตว์ร้องโอดโอย ครางอิ๋งๆ พอเค้าไปดูก็คิดว่า รอดยาก เลยคิดจะใช้วิธี Kill with Mercy แต่ก็ไม่กล้ายิง เลยขอเสียงโหวตจากคนดู ส่วนใหญ๋บอกว่าให้ปล่อยไว้ อย่าไปทำอะไร มีบ้างที่บอกให็ยิงให้ตาย เค้าก็พยายามให้เปลี่ยนคำตอบ เด็กไม่ยอมเปลี่ยน สุดท้ายเลยให้เด็กคนนั้น (ฝรั่งนะคราวนี้) ขึ้นไปเป็นคนยิง แล้วก็เชิญลง แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องอีก เค้าก็เลยเปลี่ยนขนาดปืนให้ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ก็ไม่ตาย สุดท้ายใช้เป็นระเบิดไดนาไมท์เลย แหลกเป็นชิ้น คอยกวาดและตามเก็บช้ินเนื้อแทน เห็นภาพจริงๆ

 

ระหว่างนั้น เวลาคนดูเฮ หรือ ส่งเสียงดัง ก็คอยจะห้ามให้เสียงเบาๆ เดี๋ยวสัตว์ประหลาดจะตื่น ต้องคอยย่องไปดูอยู่เรื่อยๆ เหยื่อรายต่อไปเป็นผู้หญิง เชิญชวนให้ขึ้นมา action ถ่ายรูปกัน ทำท่าให้ดูเป็นตัวอย่าง แบบเซ๊กซี่เล็กๆ ใช้ไฟสโตรฟเป็นกรอบและแสงแฟลช แล้วยังใช้เป็นไฟในผับด้วย ให้เต้นกันบนเวที และเดินแบบด้วย ตบท้ายด้วยการขอเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ บอกให้โทรหาด้วย

 

มีช่วงหนึ่ง พาเข้าไปสู่โลกของปีศาจ โดยตัวเค้าเองโดนฉาบด้วยสีเขียวแล้วออกท่าออกทางแปลกไป ใช้แสงช่วยได้ดีมาก พอแสงไปก็กลับมาเป็นปกติ ไปกลับอย่างนี้สักพัก เห็นชัดถึงความแตกต่าง จบฉากนี้ เหนื่อยแย่เลยยยยยย

 

มาตามล่าหาเหยื่อเล่นด้วยต่อ ลงมาพาผู้ชายดูล่ำๆ ขึ้นไปบนเวที แล้วตัวเองก็ลงมานั่งแทนเค้าซะงั้น พลางส่งเสียงให้เค้าช่วยเล่นบนเวที ให้กวาด ให้เช็ดกระจก ให็ฉีดน้ำยา แรกๆ ผู้ชายคนนั้นก็ดูเขินๆ จับจังหวะไม่ถูก ต่างฝ่ายต่างรอท่า รอเสียง หลังๆ คงชักมัน ทำทุกอย่างเลย แกล้งให้ทำเสียงให็เข็ดไปเลยยยยย 555

 

จากนั้น เข้าสู่ช่วง เนื้อเรื่อง แทนตัวเองเป็นอัศวิน แล้วให้ผู้ชายมาเป็นผู้ร้าย ทำท่าเป็นยักษ์ใหญ่ เดินเบ่งกล้าม ก้าวเท้าหนักๆ คว้าดาบขึ้นมา เสียงประกอบชัดเจนดีมาก แต่ตอนดึงดาบ ทำไมคล้ายดามใน star war จังเลย เค้าเลยต้องมาหยิบดาบไปเปลี่ยนใหม่ เป็นดาบใหญ่ ฝึกซ้อมจนได้ที่ ก็ไปหานางเอก โทรไปหาผู้หญิงคนเดิม มุขต่อเนื่องดีมาก ให้ขึ้นมาเป็นนางเอก ทำท่าถูกผูกเชือกยกมือสูงไว้อยู่ ทำนานๆ มันก็เมื่อย เค้าก็เลยจะเอาลง จูเลี่ยนก็คอยจะหันไปบอกให้เอาขึ้นอยู่ตลอด แล้วก็สอนท่าทางให้ทำท่าดีใจเวลาเขาเค้ามา แล้วหันไปแลบล้ินให้กับผู้ร้าย ไปๆ มาๆ แลบล้ินให้หมดเลย มีให้ผู้ร้ายเดินเข้าไปหาผู้หญิง จะทำร้ายด้วย แต่จูเลี่ยนเข้ามาได้ทัน จัดการผู้ร้ายด้วย อาวุธลับ หันไป ผายลมใส่ซะงั้นเลย 5555 จบเรื่องงงงงงง

 

ท่าทางชัดมากๆ แต่ก็ยังมีหลุดบ้าง แอบตามไม่ทันเป็นบางจังหวะ แต่เป็นละครใบ้ที่น่าติดตาม สนุกตลอดทั้งการแสดง กับเวลา ชั่วโมงกว่าๆ รอบที่เราดู โนีต อุดมมาดูงานด้วย ยังแอบลุ้นให้ลากโน้ตขึ้นเวที  แต่เค้าก็ดีนะ เลือกคนไทยขึ้นเป็นส่วนใหญ่ และก็ดีที่ทุกคนเล่นด้วยหมด

 

เสาร์ที่ 12 มี.ค. รอบค่ำ ที่โรงละครอักษรา ผู้ร่วมขบวนการ ครอบครัว

 

มีตัวอย่างการแสดงให้ดูด้วยจ้า http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=sZiQ-IDimOs

 

การแสดงร่วมสมัยจากกลุ่มศิลปินชาวฝรั่งเศส ในงานเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศส เป็นการแสดงเดี่ยวภายใต้กรอบสี่เหลี่ยม และกล่องสี่เหลี่ยมที่พร้องจะลดระดับลงมาทุกเมื่อ เป็นการแสดงทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความแข็งแรง การสื่อสารที่แปลความกันเอง ใครเข้าใจว่าไงก็ได้ ถามว่าเข้าใจไหม อืม ไม่ค่อยแน่ใจ รู้แค่ว่า ตัวแสดงน่าจะสมมุติตัวเองเป็นหุ่นยนต์ หรือ บุคคล ที่อยู่ภายใต้การกดดัน 

การเคลื่อนไหวที่ดูคล้ายหุ่นยนต์ การลดระดับของผนังด้านบนและด้านข้างจนพอดีความสูง จนนักแสดงสามารถกลับหัวกลับหางได้ ลดมาอีก ลดมาอีก แสดงการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ เท่าที่ทำได้ สุดท้าย ก็บีบจะไม่เหลือพื้นที่ใดๆ จบการแสดง

เข้าใจว่าไงล่ะ นี่คือ ภาพที่เห็น

Tags:

ปีนี้เทศกาลฝรั่งเศสจัดยิ่งใหญ่ หลากหลายกิจกรรมมาก และเป็นปีแรกที่ได้มีส่วนร่วมชมการแสดงหลายการแสดง การแสดงในคืนนี้ที่ได้ไปชม คือ โลกมหัสจรรย์ โดยนักแสดงตลกดูโอ

การแสดงนี้ ดูง่าย น่ารัก เล่นกับสิ่งที่ง่ายๆ เปิดด้วยกล่องของขวัญ 2 กล่องตั้งอยู่บนเวที แล้วนักแสดงก็ออกมา 2 คน 2 บุคคลิก คนหนึ่งมุทะลุ คล้ายจะเป็นตัวรอง อีกคนดูเป็นคนช่างจัดการ มันแสดงก่อนเสมอ แต่แล้ว ตัวรองก็มักจะมีความสามารถอะไรให้ได้แปลกใจอยู่บ่อยครั้ง

สมมุติตัวเองอยู่บนบอลลูนที่ลอยไปมา มีการแกล้งกัน เป่าลมใส่กันแล้วก็ทำเหมือนกับว่า ลอยไป แล้วก็บังคับกลับมา ผ่านหอไอเฟล (แอบเอาหอไอเฟล ออกมาวาง) ผ่านเทพีเสรีภาพ (นี่ก็หยิบออกมาเอง วางเห็นๆ แล้วให้อีกคนทำเป็นเห็นก่อน ตัวเองค่อยสะดุ้งเห็นตาม เข้าใจเล่นจังหวะ) แล้วก็จะฉลองกัน ดื่มไวน์ มีแก้วมาเสร็จ ตัวรองเปิดขวดไวน์ปรากฏจุกไวน์พ่งชนลูกโป่งของอีกคนแตก ทำทีว่าร่วงลงมาจากฟ้า เนียนดี แต่ตกมาแล้วดันมาจ้องหน้ากันเนี่ยดิ หุหุ แล้วก็เหมือนจะรู้ตัว อีกคนเลยแสร้งมองขึ้นบน อีกคนมองลงล่าง เรียกให้ช่วย คนอยู่บนไม่ช่วย อีกคนเจ็บใจ เลยไม่สนแล้ว แอบเข้าไปในบอลลูนด้วยซะเลย น่ารักดี เรียบง่าย บอลลูนก็ลูกโป่งนั่นแหละ ส่วนตัวตะกร้าก็กล่องลังธรรมดา ตกแต่งด้วยธงชาติ แน่นอน มีธงชาติไทยด้วย

ต่อมา ชวนมาเล่นร่อนเครื่องบินกระดาษกัน ร่อนได้สวยมากๆ ต้องมีท่า 1 2 3 ด้วย แล้วให้ตัวรองทำตาม แต่ยังไงก็ยังทำไม่ได้ เพราะยังทำท่าไม่ครบ แค่ 1 และ 2 เอง พอทำครบก็ร่อนได้อย่างสวยงาม มีร่อนมาหาผู้ชม ให้ช่วยกันร่อนกลับ แล้วมีเทคนิคว่าต้องเป่าตรงหัวด้วยนะ เพื่ออะไรละเนี่ย ร่อนซะจนอยากเล่นเลย ฝึกร่อนกันไป ต่อมา ตัวชงก็มีที่ร่อนสีแดงใหม่มาเล่น คราวนี้ร่อนแล้วเป็นวงกลมเลย เก่งมาก สวยดี อิอิ ก็ใช้เทคนิคช่วยนั่นแหละ ตอนหลังก็เผยว่า ผูกเอ็น แล้วก็หมุนโชว์ โดยผูกไว้กับหมวก ตัวรองเห็นก้อยากเล่นบ้าง พยายามจะแย่งแต่ไม่ได้ สุดท้ายหายไปหลังเวทีกลับมาพร้อมกับของตัวเอง แต่แทนที่จะเป็นเครื่องบินร่อนกระดาษ กลับเป็นรองเท้าของตัวเอง ใช่รองเท้า ต้องบอกว่ารองเท้าอีกแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ก็ทำรองเท้าหลุด แล้วก็ให้รองเท้ากลายเป็นเรือขนส่งขนาดใหญ่ซะเลย ถ่ายรูปด้วย 555

ต่อมาก็ยังเล่นกับเครื่องร่อนต่อแต่คราวนี้ผูกไว้กับด้ามยาวให้ควงหมุน เล่น บังคับทิศทางได้สวยงาม หลากหลายมากขึ้น สวยดีจริงๆ แล้วก็มีเล่นหมุนให้ชนลูกโป่งแตก เจ้าตัวรองถือโอกาสฟ้องว่าที่เจ็บมือก็เพราะอย่างนี้แหละ แล้วมีให้เจาะกระดาษ วนผ่านวงไฟด้วย แต่แล้ว ก้อเกิดโศกนาฏกรรมเมื่อเครื่องร่อนไหม้ เจ้าตัวนำ เสียอกเสียใจ เจ้าตัวรองออกมาพร้อมกับเครื่องร่อนขนาดใหญ่และเพลงที่บาดอารมณ์ บอกถึงการลาจากของเจ้าเครื่องร่อน สวยมากเลย ฉากนี้ ร่อนกลางอากาศ เหนือคนดูด้วย สวยจริงๆ

ต่อมาก็มาเล่นกันแบบกายกรรม ให้ตัวติดกับยางอีลาสติคที่ทำเหมือนเป็นสายคาดกางเกงของทั้งคู่ เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้พื้นที่จำกัด พยายามที่จะไปที่เครื่องควบคุม แต่ก็ไปไม่ถึง โดนดึงไว้ เด้งไปมาอยู่ น่าสนุกมากๆ สุดท้าย ก็เหวี่ยงหน้า เหวี่ยงหลัง มีแอ็คชั่น แย่งน้ำ แย่งเก้าอี้กันบ้าง ต่อมาทำตัวเหมือนม้า ขี่รอบๆ แล้วมีกระโดดข้ามเก้าอี้โชว์ซะอีก สนุกดี เป็นการแสดงที่ใช้พลังงานมาก น่าเหนื่อย แต่อยากเล่นจังเลยอ่ะ สุดท้ายก็สามารถวิ่งไปแตะเครื่องควบคุมได้ แล้วก็บินขึ้นสุงได้ในที่สุด

ตอนช่วงจบ มีที่ร่อนกระดาษสีเหลืองร่อนลงมาเต็มเลย แต่เราชวด ไม่ได้สักอัน อยากได้ อยากได้ แต่ไม่เหลือจริงๆ ทุกคนดูแล้วอิน ก็คว้ากันมาหมด แล้วก็ลองขว้างกันโดยถ้วนหน้า ขว้างไปแล้วก็รีบถามไปเก็บ บางคนออกมาลองขว้างข้างหน้า ดูแล้วขว้างยากเหมือนกัน ส่วนใหญ่หัวทิ่มกันหมด ไม่มีใครร่อนได้สวยเหมือนที่แสดงเลย หรือเพราะยังไม่ได้ทำท่า 1 2 และ 3 อิอิ

ชอบ สนุก น่ารัก กับการแสดงของสองหนุ่มไม่น้อยแล้ว กับเวลา ชั่วโมง 15 นาที

แสดงที่โรงละครอักษรา เล็กกว่าที่คิด แต่ก็กะทัดรัดดีแล้วสำหรับละครหุ่น น่าจะประมาณเดียวกับหอประชุมเล็ก ธรรมศาสตร์ เล็กกว่านิดหน่อย โรงละครอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร King power ตกแต่งด้วยรูปปั้นนูนรูปยักษ์ เทวดา เต็มไปหมด ด้านหน้าทางเข้า มีหุ่นกระบอกแสดงอยู่ด้วย

บัตรราคา 800 บาท แถวแรกของ 800 เลย ตอนที่ซื้อ ที่นั่งยังโล่งสุด ผุ้ร่วมขบวนการ ครอบครัว

งานนี้เจอนักแสดงหลายคนเลย ทั้ง พี่พล เจอตอน Land Ends ด้วย พี่อ้อม สุนิสาก็มา น่ารักเชียว พี่นุ่น รุ้งทอง พี่อืมมอยู่สายละครเวทีนะ แล้วก็ผู้กำกับ อิทธิสุนทร ก็มา คนนี้นั่งแถวหน้าเรา ส่วนพี่อ้อมนั่งข้างหลัง หุหุ ตาไว

More info from Thaiticketmajor

สำหรับการแสดงชุดนี้ Mister B และ Mister P สองตัวละครร่วมถ่ายทอดอารมณ์ขันผสานสุนทรียะผ่านท่วงท่าอันเรียบง่ายและเรื่องราวสุดแสนธรรมดา โดยอาศัยหลากศาสตร์ศิลป์ที่ผสมผสานอย่างละเมียด อาทิ ละครใบ้ ตัวตลกหน้าขาว เทคนิคการเล่นอุปกรณ์ และเสียงดนตรีประกอบ ทั้งนี้ ตัวละครแรก นิสัยมุทะลุ ตรงไปตรงมา แต่แฝงความเปราะบาง ในขณะที่ตัวละครอีกตัวช่างบงการ รู้เท่าทันชีวิต และเปราะบางไม่แพ้ตัวละครแรก ด้วยอุปกรณ์น้อยนิด เพียงแค่กระดาษและเชือกสามม้วน ไม่มีฉากเลิศเลอ ไม่มีแม้แต่บทพูดใด ๆแต่รับรองได้ว่าคุณจะเสพอารมณ์ขันเคล้าอารมณ์ศิลป์จากสองตัวละครได้อย่างเต็มอิ่ม

คณะ “BP ZOOM”
การแสดงดูโอ้แนวตลกล้อเลียนซึ่งเขียนบทโดย Philippe Martz และ Bernie Collins เปิดแสดงตั้งแต่ปี 2535 ความโดดเด่นอยู่ที่การรับมือกับหลากสถานการณ์ของตัวละครซึ่งก่อให้เกิดอารมณ์ขันชนิดเหนือความคาดหมาย อันที่จริง นักแสดงทั้งสองน่าจะรู้จักกันตั้งแต่ครั้งเรียนร่วมโรงเรียนฌาคซ์ เลอก๊อค (L’ècole Jacques Lecoq) แต่ชะตากลับลิขิตให้ทั้งคู่มารู้จักกันในฐานะนักแสดงที่โรงละครแห่งหนึ่ง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มของการสานอุดมการณ์ร่วม นั่นคือ “การถ่ายทอดอารมณ์ขันผ่านตัวตลก”

Tags:
สมาคมฝรั่งเศสร่วมกับสถานทูตฝรั่งเศส รึเปล่า ไม่แน่ใจใครจัด แต่เป็นเทศกาลวัฒนรรมฝรั่งเศสที่มีประจำทุกปี จัดงานใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จำได้ครั้งแรกที่เคยดุ จัดที่สมาคมฝรั่งเศส สมัยยังเรียนอยุ่ ตอนนี้ จบมาหลายปีแล้ว การแสดงกว่า 5 การแสดงในรูปแบบต่างๆ ทั้งงานแสดงภาพ การแสดงกายกรรม ดนตรี ฮิบฮอพ การแสดงละครเวที

ที่ดูจัดว่าเป็นการแสดงละครเวทีละมั้ง เนื้อเรื่อง ไม่รู้เรื่องอ่ะ จินตนาการล้วนๆ แต่ชื่นชม และประทับใจมากๆ

ทั้งการแสดง ลีลาของนักแสดงทุกคน ท่วงท่าในการแสดง การเต้น แนว มีอา ไมเคิล แห่ง you think you can dance เลย

เสียง ดนตรีประกอบ ลื่นไหล ฟังเพลิน

เทคนิคต่างๆ ที่เล่นกับเวที น่าสนใจมากๆ ทั้งการเลื่อนฉากไปมา เป็นแถบดำๆ เส้นใหญ่ เลื่อนผ่านไปแล้วนักแสดงก็มา เลื่อนผ่านไปแล้ว นักแสดงก็หายไป การหายตัวของนักแสดงอย่างรวดเร็ว เดาไม่ถูกเลยว่าไปทางไหน จากหุ่นกระดาษกลายเป็นคนซะงั้น จากคนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ อยู่ๆ อีกคนก็หายไป ทำได้ไง

การเล่นกับกระดาษเพียงหนึ่งแผ่น กลายเป็นกระดาษก้อนใหญ่ กลายเป็นรูปหัวคนสองคน เล่นกันไปมา กลายเป็นจระเข้ งาบกิน หายไป สุดยอด

การบังคับหุ่น ตัวโต ขนาดใหญ่มาก ใช้คนถึง 3 – 4 คน บังคับหุ่นชาย และหุ่นหญิงขาใหญ่ ตอนหลัง หุ่นชายดึงขาใหญ่ออก กลายเป็นกรรไกร หุ่นชายโดนตัดน้องชายกลายเป็นงู 555 น่ารักดี

นอกจากนี้ก็มีการบังคับหุ่นตั๊กแตนยักษ์ คิดว่าเป็นตํกแตนนะ แต่ไหงมาชักไยหญิงสาวกลายเป็นดักแด้ได้ก็ไม่รู้ ดูยังไงก็ไม่ใช่แมงมุม อันนี้ดูน่ากลัวดี รายละเอียดหุ่นเนียนดี นักแสดงหญิงก็เล่นกับตัวหุ่นดูเหมือนมีชีวิตเลย จนตอนหลังเปลี่ยนเป็นหุ่นชัก ก็ทำให้ดูหุ่นดูมีพลังในการผลักเคลื่อนตัวผู้หญิงได้ แอบน่ากลัวนิดๆ

การเล่นกับ อืม เรียกว่าอะไรดี เป็นพลาสติกเป่าลมขนาดใหญ่ เป็นทั้งฉาก และเป็นส่วนประกอบของการแสดง ทั้งให้คนอยู่ข้างไน บังคับกันยากน่าดูเลย

ชอบมากๆ กับการเล่นภาพ Silluette สะกดถูกไหมเนี่ย ดูเป็นขาวดำ ดูเป็นภาพตัดกระดาษบนเวทีมากๆ เรื่องระหว่างหญิงสาว และชายหนุ่ม

และอีกหลายการแสดงที่ประทับใจ แต่จำรายละเอียดไม่ได้

การแสดงครั้งนี้ เรื่อง Land Ends จะตีความกันยังไง โดยส่วนตัว น่าจะหมายถึง การไม่มีข้อจำกัด ทุกสิ่งทุกอ่างสามารถเคลื่อนไหว หายไปจากพื้นดิน และมาใหม่ได้โดยไม่มีที่สิ้นสุด เห็นชัดตอนที่ให้บ้านหลังน้อย หลายๆ หลัง ค่อยๆ เคลื่อนตัว แล้วหล่นหายไป หล่นหายไป เป็นการห่ล่นที่สวยมากๆ

อ้อ อีกตอนคือ เล่นคล้ายๆ จะเป็นม้วนกระดาษ หลายๆ ม้วย ที่ต้องหนีดวงไฟเล็กๆ ที่อยู่บนพื้น หนีไป หนีมา นึกว่า จะมีการไหม้ซะแล้ว กลายเป็นว่าหนีได้หมดเลย

เวทีเรื่องนี้ยกสูงมาก เพื่อให้คนสามารถลงไปใต้เวที หายไปในจุดใดๆ เวทีเป็นของทีมงานเอง

แสงเรื่องนี้ ต้องยืนปรบมือให้เลย สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทั้งแสดงธรรมชาติในเวลาต่างๆ ทั้งแสงขาวดำ ทั้งความนวลกระจ่างตา ทั้งมุม พื้นที่ อุปกรณ์ ฉากที่เล่นกับแสง

ฉากโล่ง มีเพียงกรอบดำกรอบใหญ่ และกรอบคั่นๆๆๆๆๆ อีกหลายช่วง

การแสดงครั้งนี้เป็นการแสดงเปิดให้กับเทศกาลฝรั่งเศส แต่เป็นการแสดงสุดท้ายสำหรับชุดนี้หลังจากเปิดการแสดงมากว่า 5 ปี ดีใจที่ได้มาชม

บัตรราคา 800 บาท ณ ศุนย์วัฒนธรรมไทย นั่งข้างล่างด้วย อิอิ
ผู้ร่วมขบวนการได้แก่ ครอบครัว และพี่ปุ้ม

 
ข้อมูลเพิ่มเติม

เทศกาล “La Fête” 2008 ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงของคณะ Montalvo Hervieu ในปีนี้ “La Fête” กลับมาอีกครั้งภายใต้ห้วงแห่งความฝันพร้อมเปิดม่านเทศกาลด้วยการ แสดงของคณะ Philippe Genty นำโดย ฟิลิปป์ ฌองตี นักแสดงอันดับต้นๆ ใน แวดวงละครเวทีซึ่ง เปิดแสดงมาแล้วใน 5 ทวีปภายในระยะเวลา 40 ปี และนำเสนอผลงานสู่สายตาผู้ชมในเกือบทุก ประเทศสำคัญๆ ทั่วโลก กระนั้น เขายังไม่เคยเปิดแสดงในประเทศไทย ปีนี้จึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่ “La Fête” จะพาท่านไปสัมผัสโลกอัศจรรย์ของศิลปินผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่นผู้นี้

“อวสานแห่งปฐพี” ผสานศาสตร์แห่งละคร นาฏยลีลา ดนตรี หุ่นกระบอก และมายากลอย่างลงตัว ทุก ฉากถ่ายทอดเรื่องราวเสมือนอยู่ในห้วงแห่งความฝันอันหวนให้คนึงถึงบทกวีของมากริตต์ กวีแนว เหนือจริง (surrealism) ชาวเบลเยี่ยม การแสดงไม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวแค่เพียงเรื่องเดียว แต่เป็น ร้อยเป็นพันเรื่อง เพราะผู้ชมแต่ละท่านต่างสรรค์สร้างเรื่องราวของตัวเองโดยการแสดงชุดนี้เริ่มแสดง ครั้งแรกเมื่อปี 2005 ณ โรงละคร Nevers แห่งแคว้น Bourgogne ในประเทศฝรั่งเศส และเปิดแสดง มาแล้วทั่วโลก และที่สำคัญ “La fin des terres” จะปรากฏสู่สายตาผู้ชมเป็นครั้งสุดท้ายใน เทศกาล “La Fête” ณ กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณฟิลิปป์ ฌองตี และแมรี่ อันเดอร์วู๊ด ล่วงหน้า ที่จะนำพาพวกเราสู่การเดินทางอันน่าอัศจรรย์ รวมทั้งขอความแสดงความยินดีกับนักแสดงและฝ่าย เทคนิคทุกท่านที่ทุ่มเทสรรค์สร้างผลงานชั้นเลิศให้ปรากฏสู่สายตาผู้ชม

Tags:


Categories