Ras's Blog

ครั้งหนึ่งกับฝรั่งเศส 8-24 ก.ค. 59: Part III

Posted on: October 23, 2016

ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 ของครั้งหนึ่งกับฝรั่งเศส 8-24 ก.ค. 2559/2016 เราผ่านวังฝั่งซ้าย ผ่ากลางประเทศ ผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยริมน้ำกันมาแล้ว เรามุ่งสู่ฝั่งขวาของฝรั่งเศสกับเมืองชายขอบติดเยอรมัน ก่อนจบที่เมืองหลวง ปารีสค่ะ

วันที่สิบ 18 ก.ค. 59 Colmar – Eguishiem – Riquewihr -Strasbourg

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วันนี้เรามาท่องเที่ยวเมืองเล็กๆ น่ารักๆ ผสมเยอรมันกันจ้า มาแถบนี้อาหารค่อนไปทางเยอรมันละ ขาหมูต้องมา อร่อยด้วย เราเดินมุ่งไปยัง Tourist Office กันก่อนเลย จริงๆ ทุกเมืองเราก็ทำกันอย่างนี้ ได้แผนที่ ได้คำแนะนำที่เที่ยว ที่กิน มีพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงข้ามเลยนะ

page-colmar

เราตั้งใจจะไปนั่งเรือชมเมืองกันจ้า ก็เลยเดินไปยังท่าเรือ ผ่านจุดชมเมืองต่างๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย กว่าจะถึงท่าเรือ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เดินจริง 15 นาทีก็ถึง ไปถึงก็ต้องไปจองเวลาก่อน ได้ตอน 11.55 น. ก็เลยออกไปเดินเล่นใกล้ๆ กินติม ดูของไปเรื่อย

page-colmar1

นั่งเรือ ก็สบายๆ แต่ถามว่า a must ไหม เราเฉยๆ นะ มีพาไปชมแถบที่อยู่อาศัยแวบนึง ก่อนกลับเข้ามาในเมืองชมตึกต่างๆ อย่างใกล้ชิด มีเด็กๆ นั่งอยู่หัวเรือ เป็นแบบถ่ายรูปไปเลย เพราะน้องนั่งขวางอยู่นี่คะ ทานอาหารกลางวันเป็นอาหารสไตล์เยอรมัน อร่อยจ้า ได้ลิ้มรสชาติที่แตกต่างบ้าง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
lunch-in-colmar
equ-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%9a_9339

บ่ายสองกว่า ก็ออกเดินทางไปยังเมือง Eguishiem แอบมีเรื่องตื่นเต้นคือ รถโดนรื้อของเพราะคนขับเปิดหน้าต่างแง้มไว้แล้วแวบไปซื้อน้ำ มีเงินหายไปเป็นแบงค์พันเมืองไทย ส่วนข้าวของอยู่ครบ คือ ไม่มีอะไรให้เอาไปหรอกค่ะ ของที่ซื้อก็มีแต่แก้วชาม มีกล้องหนึ่งตัวแต่ไม่เห็น นับเป็นโชคของพี่เค้าไป หลังจากสูญหมวกและเจ็บตัวแล้วเหมือนจะได้แก้เคล็ดไปแล้ว 5555

เมืองนี้เล็กมากกกก เดินสักชั่วโมงนิดๆ ก็จบแล้ว เดินง่าย ผู้ใหญ่คงชอบ ถ่ายรูปเพลินเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สังเกตรังนกเหนือโบสถ์ด้วยจ้า นกกระสาตัวใหญ่ๆ แบบที่ฝรั่งเค้าเชื่อว่า พาทารกมาให้นั่นแหละ เต็มเลย แถบนี้สัญลักษณ์นึงก็คือ นกตัวนี้นี่แหละ เยอรมันดีมะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แวบไปเมืองข้างๆ ชม Three Castle มองจากด้านล่างจะเห็นยอดอยู่ 3 ยอด เป็นเทรลให้เดินป่า ใครชอบเดินคงชอบ มีหลายเส้น เราเกือบหลงไปเดินเส้นยาวแล้ว แต่คนเดินอยู่เค้าเห็นชุดเรากันแล้วก็เดาได้ว่า พวกนี้ไม่ได้มาเดินหรอก จงกลับไปอีกทางซะ เป็นแนวซากปราสาทเก่า หนึ่งในปราสาทที่มองเห็นจากด้านล่าง ก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองๆ ได้นะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไปลุยต่อที่เมือง Riquewihr เมืองนี้ก็มีความคล้ายกับเมืองเล็กๆ อื่นๆ ในแถบนี้ เพราะฉะนั้น เลือกแวะไม่เกิน 3 ที่ พอแล้วค่ะ แล้วละเลียดไปในแต่ละเมือง ที่นี่จะเป็นทางเนิน แม่หยุดรออยู่ตั้งแต่ร้านแรกๆ เลย ที่เหลือก็กระจัดกระจาย เราเดินลุยไปจนสุดประตูอีกฝั่งหนึ่ง จริงๆเดินอ้อมซ้าย อ้อมขวาก็ยังได้นะ แอบส่องไปรอบนอกกำแพงก็เป็นสวนองุ่นเต็มไปหมดเลย

page-riq1
page-riq
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ที่ชิมไวน์เพียบจ้า ใครอยากชิมไวน์ก็แวะได้ตามร้านในเมืองนี้แหละ มีให้เลือกเยอะมากกกกกกกก

สมควรแก่เวลา หกโมงกว่าๆ เราก็ออกเดินทางไปยังเมือง Strasbourg ที่นอนของเราคืนนี้ ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงนึงได้ เป็นครั้งแรกที่เราถึงที่พักขณะที่ยังมีแสงอยู่โดยไม่ได้มีไฟลท์บังคับว่าแต่มาทานข้าวเย็น เก็บข้าวเก็บของออกไปเดินเล่น หาร้านทานอาหารเย็นกัน วันนี้ยังคงเป็นอาหารสไตล์เยอรมันตามคำบอกเล่าของคนไทยที่นั่งกินอยู่ข้างหน้าร้าน แต่อย่าคิดว่าวันนี้เราจะได้กลับเร็วนะ ทานเสร็จร่วมสี่ทุ่ม เดินกลับผ่านโบสถ์นอสเตอดามแห่ง Strasbourg เค้ากำลังมีแสงสีด้วย เห็นด้านนึงเป็นสีน้ำเงิน อีกข้างแวบๆ เป็นสีแดงเลยเดินไปดู คนนั่งๆ นอนๆ รออยู่เต็มลาน ได้ความว่า ตอน 10.30 น. จะมี Light & Sound รอบแรกให้ชมกัน ก็นั่งรอชมสิคะ

page-sta-light

งานแสง สี เสียง ธีมกาลเวลา บอกเล่าเรื่องราวของโบสถ์ผ่านความเชื่อทางและความเป็นไปของโลก ตั้งแต่ยุคธรรมชาติ ถึงยุคเทคโนโลยี สวยงามมาก คุ้มค่า เพลิดเพลินกันจริงๆ มีการแสดงวันละ 3 รอบนะ มาดูโดยบังเอิญจริงๆ จ้า

คืนนี้นอนที่ Strasbourg ที่พักอยู่ใกล้ลานกลางเมือง และ โบสถ์มาก

strasbourg

Taken by Dowrai

 

Hôtel des Arts

http://www.booking.com/app_link/hot…

วันที่สิบเอ็ด 19 ก.ค. 59 Strasbourg – Champagne – Paris

ตื่นเช้ามาชมเมืองยามไร้ผู้คนพร้อมหามื้อเช้าทาน ก่อนจะกลับไปเช็คเอาท์ ให้คนขับมารับกระเป๋าไปก่อนแล้วเราก็เดินเที่ยวกัน จุดหมายแรกคือ เข้าไปชมโบสถ์จ้า ข้างในสวยงาม และค่อนข้างสงบมาก มีนาฬิกาที่โชว์กลไกอยู่ด้านล่างด้วย ทุกๆ ชั่วโมงจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และ 12.31 จะเป็นแบบเต็มสตีม มีให้จองเวลาในการเข้าชมด้วย ไปสอบถามเอานะ อันนี้เราพลาด ไม่ได้ไปถามข้อมูลไว้ก่อน เค้าจะปิด 11.25 -12.35 น. ต้องจองเท่านั้น คาดว่าน่าจะมีค่าเข้าชม

page-stras

เดินริมน้ำเลียบทางแม่น้ำไปเรื่อยๆ ก็ชิวดี ถ้าได้ปั่นจักรยานจะยิ่งดีมาก แต่ต้องแบกจักรยานขึ้นลงบันไดหน่อย เดินไปยังช่วงเมืองเก่า ก็คล้ายๆ Colmar แต่มีขนาดใหญ่กว่า มีสะพานข้ามแม่น้ำแบบหมุนได้ให้เรือผ่าน ตัดกับความวุ่นวายของตัวเมือง ร้านค้าช็อปปิ้งต่างๆ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวดี

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มื้อกลางวันที่เมืองนี้ เป็น Pasta ง่ายๆ พร้อมสลัดผัก และ ไอติมระหว่างทาง

ออกเดินทางจากเมืองนี้ บ่ายโมงได้ แวะเมือง Champagne เป็นเมืองผลิตแชมเปญและได้จดลิขสิทธิชื่อนี้ไว้ด้วย เราแวะชมการผลิตที่ Madam Pompery ถึงเวลา 16.30 น. มีรอบชม 17.00 น. มีหลายราคา ตัวแปรคือจำนวนแก้วไวน์ในการชิม เราซื้อแบบ 20 เหรียญ ชิมแก้วเดียวพอ การได้ลงใต้ดินร่วม 30 เมตร เข้าไปชมกิจการใต้ดินนั้นนับเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เจ้าหน้าที่ตั้งใจอธิบายมาก ออกจะเคร่งครัดจนเหมือนจะดุไปสักนิด ช่วงหลังๆ ถึงจะผ่อนคลาย เข้าใจว่า ไม่อยากให้หลุดกันไป และก็รักษาเวลาด้วย จำนวนขวดไวน์นับหมื่นๆ วางเรียงเป็นอุโมงค์แบ่งตามชื่อเมืองที่จะส่งไป จำนวนลัง จำนวนถัง และอีกสารพัดให้ภาพของการผลิตได้เป็นอย่างดี อากาศข้างใต้เย็นมากเหมือนอยู่ในห้องเย็นเลย ไม่มีใครเตรียมเสื้อมาเลย ส่วนแม่เพิ่งจะถอดก่อนลงจากรถด้วยซ้ำเพราะคิดว่าน่าจะอยู่กลางแจ้ง

page-cham

ชมส่วนใต้ดินจบ ก็ขึ้นมานั่งจิบแชมเปญ ชนแก้วฉลองวันเกิดให้ตัวเอง งานนี้ชนกันหลายครั้ง ยังไม่มีเค้กเลย 555 วันนี้ส่วนสวนปิดจ้า เลยไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม พุ่งตรงเข้าปารีสกันเถอะ ใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมงครึ่ง เข้าไปที่พัก เจ้าของรอรับอยู่ งานนี้พลาดจ้า มี 2 ห้องอาบน้ำ แต่มีห้องสุขาเดียว อยู่ที่นี่อีก 4 คืนด้วย ก็ต้องจัดลำดับกันไป

มื้อเย็น พี่วัฒนา คนขับ พาไปกินเฝอ เวียดนาม เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ชามใหญ่มาก แหนมเนืองก็ไม่มีแป้งให้ห่ออะ งง กินที่เวียดนามยังมีเลย เค้าใช้ผักห่อเลย เป็นอันจบทริปที่มีรถส่วนตัวแสนสบายคอยรับ-ส่ง วันที่เหลือ เราจะต้องเดินทางกันเองล้วนๆ แล้วจ้า เจอกันอีกทีวันขึ้นเครื่องเลย

ที่พักในปารีส Big bright apartment – Paris 5 อพาร์ตเมนต์ 4 คืน 3 ห้องนอน 1 ห้องสุขา 2 ห้องอาบน้ำ มีลิพท์ 50,614.38 บาท

https://airbnb.com/rooms/6792813?s=…

วันที่สิบสอง 20 ก.ค. 59 Notre Dame De Paris – St. Chapelle – Garnier Opera House – Lourve Museum

การท่องเที่ยวในปารีส เราต้องทำการบ้านมาแล้วว่า จะใช้บัตรโดยสารประเภทใด เราเลือกใช้ Navigo Decouverte แบบ 1 สัปดาห์ ราคา 21.25 ยูโร ใช้ได้ตั้งแต่วันจันทร์ – วันอาทิตย์ ไปได้ถึงโซน 5 เลย คือ เหล่าวังทั้งหลายไปได้หมด ต้องมีรูปถ่ายแปะที่บัตรด้วยนะ ไม่ได้เตรียมรูปไปก็เสียค่าถ่ายรูปไปคนละ 5 ยูโร รูปเล็กนิดนึง เตรียมไปเองก็ไม่ผิดกติกาจ้า อีกเรื่องคือ บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เราเลือกใช้ Museum Pass 4 วัน 62 ยูโร เฉพาะค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว รวมพระราชวังแวซายน์ และ พระราชวังฟองแทนต์แล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d1-%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c1

ที่แรกของวันนี้ คือ Notre Dame De Paris เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินจากที่พัก มาต่อรถไฟขึ้นมาก็เจอ เราใช้บริการ Application Next Stop Paris ของ RATP ร่วมกับตัวเว็บไซต์ในการหาเส้นทางและรถโดยสาร ค่อนข้างครอบคลุมเลย คนเยอะตั้งแต่เช้า เดินเข้าไปชมด้านใน สวยงาม งานละเอียด นั่งมองกระจกสีกันได้ทั้งวัน ตอนแรกว่าจะต่อคิวขึ้นไปดูรางน้ำรูปตัวประหลาดด้านบนด้วย แต่ดูคิวยาว เลยเปลี่ยนใจไปซื้อไอติมเจ้าอร่อยที่พี่สาวอยากกินแทน เห็นของกินดีกว่า และก็อร่อยจริงๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d1-%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c2
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จากนั้น ตรงไปโบสถ์ St. Chapelle ที่อยู่ไม่ไกลกันมาก ที่นี่ สวยมาก งานละเอียดจริงๆ ขอให้ได้มาชม ด้านล่างว่าสวยแล้ว แต่พอเดินบันไดวนขึ้นไปชั้นสอง ได้มีตกตะลึงกันแน่ๆ เป็นโบสถ์เล็กๆ ที่คุ้มค่าต่อการมาเยือนจริงๆ

paris-d1-chapelle
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ชมโบสถ์กันมาเยอะแล้ว ไปชมโรงละครกันบ้าง Garnier Opera House สถานที่แสดงโอเปร่าต้นแบบของเรื่อง The Phantom of the Opera คราวนี้นั่งรถบัสไปนะ เราแยกไปซื้อตั๋วกับจองรอบทัวร์รอบ 14.30 น. อีกกลุ่มไปร้านอาหารบริเวณใกล้เคียงที่มีชื่อเรื่อง Hot Chocolate แต่ไม่ได้ดื่มกันเลย ร้าน Cafe de la Paix อาหารก็ใช้ได้นะ แต่ราคาค่อนข้างสูง สถานที่ดูดีมาก เหมาะแก่การแต่งชุดไปดูโอเปร่ามาทานอาหารจริงๆ ในร้านมี 2 โซน คือ คาเฟ่ กับร้านอาหาร ราคาย่อมเยาว์หน่อยก็ขอให้ระบุโซนคาเฟ่จ้า

13726819_10153764936397444_6948285234938357994_n

Taken by Dowrai

paris-d1-garnier1

ไกด์ทัวร์ แจกหูฟังให้แต่ละคน โดยขอพาสปอร์ตเอาไว้เป็นประกันเช่นเคย บรรยายได้ละเอียด พยายามดึงหนังเข้ามาข้องเกี่ยว สร้างความลึกลับให้กับโรงละคร โดยเฉพาะตอนที่เล่าถึง Box 5 ที่นั่งที่ต้องจองให้ไว้กับ Phantom และยังพูดถึงฉากใต้โรงละครที่มีน้ำด้วย ซึ่งก็มีจริง แต่เนื่องมาจากปัญหาโครงสร้างทำให้วิศวะเข้ามาหาวิธีแก้ไขด้วยการปล่อยน้ำเข้าข้างใต้เพื่อรักษาระดับไว้ พาไปชมส่วนต่างๆของโรงละคร รวมทั้งอธิบายชุดที่อยู่ในตู้โชว์ด้วย มีส่วนนิทรรศการแสดงรูปแบบฉากต่างๆ ที่ใช้ในการแสดง สวยดีนะ ใช้เวลาการเดินชมร่วม 90 นาที งานนี้ก็แนะนำอีกเช่นกัน ยิ่งเป็นคนที่อินในหนังหรือละครเวทีแล้วด้วย เราเดินโอ้เอ้กันเอง ถ่ายรูปตามบันไดกันอีกสักพัก

paris-d1-garnier2
paris-d1-garnier3
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พุ่งตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ลูฟ เดินผ่านสวนสาธารณะ ทักทายหอไอเฟลจากมุมไกลๆ วันนี้วันพุธเค้าเปิดถึง 21.30 น.จ้า เราเลยมาที่นี่เป็นรายการสุดท้าย แถวเข้าก็ยังยาวพอควร แม้ Museum Pass จะมีช่องพิเศษแต่ก็ไม่ได้สั้นไปกว่ากันเท่าไหร่ เดินชมห้องต่างๆ ตามความสนใจ ตามจุดเด่นของใบปลิว ถ้าให้เรามาเดินเอง เราก็คงเลือกไม่ถูก ไม่ค่อยมีความรู้ศิลปะเท่าไหร่ แวะทานขนมที่ร้าน Angelina ด้วย จริงๆ เข้าไปทานก่อนเลย เพื่อรองท้อง แต่ขนมเหลือไม่เยอะแล้ว ไปตามหาแม่นางโมนาลิซ่า พบกับรูปปั้น Venus de Milo  และ Wings of Victory เดินตัดข้ามตึกไปมา แอบหลงบ้างเล็กน้อย เราอยู่กันจนวินาทีสุดท้าย ออกมาเจอแสงยามเย็นสีชมพูตอนเกือบ 4 ทุ่ม และพึ่งแมคโดนัลเป็นมื้อเย็นอีกตามเคย ซื้อกลับไปกินที่พักกันเลย อยู่ในปารีสนี่ใช้ wifi คุ้มนะ ช่วยเรื่องการเดินทางได้เยอะมาก ถ้าอยู่ต่ออีกนิด พี่สาวจะต้องเชี่ยวชาญการเดินทางในปารีสแน่ๆ

paris-d1-lourve1
paris-d1-lourve2
paris-d1-lourve3

วันที่สิบสาม 21 ก.ค. 59 Chateau de Fontainebleau – Eiffel Tower – Musee D’Osay

pairs-d2-fontaine1

ตึ่นแต่เช้า เพื่อเดินทางออกไปรอบนอก มุ่งไปยังปราสาทฟองแทนบลัวร์ นั่งรถไฟกันยาวๆ เกือบ 2 ชั่วโมง และต่อรถบัสอีกนิดก็ถึงแล้ว เป็นเมืองเล็กๆ น่าเดินเล่นมากกกกก รถเมล์สาย 1 สายเดียว วนไปกลับ มีสวนสาธารณะกว้างๆ ให้เดินเล่น แต่ถ้าไม่อยากเดินก็มีรถให้บริการนะ เสียตังค์ตามระเบียบ มีช่วงหลงเล็กน้อย หาทางเข้าไม่เจอ ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านมาเป็นเหยือ หน้าตาใช้ได้ซะด้วย หุหุ

pairs-d2-fontaine2
pairs-d2-fontaine3

การเดินชมที่นี่มีเส้นทางค่อนข้างชัดเจน มีส่วนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม คือ China Museum ซึ่งมีภาพ ร. 5 ตอนเสด็จประพาสยุโรปด้วย มีบริการชุดกระโปรงให้สวมเพื่อให้ได้บรรยากาศด้วย มีคนใส่แล้วหมุนๆๆๆ น่ารักดี มีคนขอถ่ายรูปด้วยหลายคนเลย น้องหน้าตาน่ารักด้วยแหละ เราเดินกันไป 2 ชม.กว่า ออกมาเจอรถกำลังจะพาไปชมสวน แต่หิวแล้ว ออกไปหาอะไรกินกันก่อน แต่ก็ไม่ได้กลับเข้ามาแล้ว ทานเสร็จ เดินเล่นสักแป๊บ ก็กลับเข้าปารีสเลย

pairs-d2-fontaine4
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ระหว่างเดินทางไปหอไอเฟล เจอป้ายประตูชัยตรงจุดเปลี่ยนรถพอดี เลยแวบขึ้นไปดูก่อน แต่ทำให้ไม่ได้ไปป้ายที่ตั้งใจ คือ ป้าย ตรงข้ามหอที่จะเดินผ่านสวนเข้าหาหอไอเฟลได้ แต่เป็นมุ่งมาป้ายด้านข้างหอไอเฟลเลย แต่จริงๆ แล้ว ระยะทางพอกันเลยนะ แนะนำให้ไปป้ายตรงข้ามหอไปเฟลแล้วเดินเข้ามาแหละดีแล้ว เราจองรอบขึ้นลิฟท์หอไอเฟลไว้ 17.00 น. ต้องรักษาเวลาหน่อยนะ +/- ได้นิดหน่อย เหมือนมีคนมาไม่ตรงรอบแล้วเค้าไม่ให้ขึ้นด้วย ขึ้นไปยังชั้น 2 เดินเล่นๆ รอบๆ อย่าลืมแวะชั้น 1 ด้วยนะ จะเดินลงหรือ ลงลิฟท์ก็จัดไป ชั้น 1 มีกิมมิคเล็กๆน้อย เล่น กระจกใสทะลุเห็นพื้น มีพิพิธภัณฑ์รอบๆ ทางเดินด้วย ใครแรงเยอะ จะเดินขึ้น ก็ไม่ต้องจองคิวนะ ค่าใช้จ่ายก็จะถูกลงด้วย ตอนอยู่ในลิฟท์ก็จะเหมือนถูกอัดปลากระป๋องหน่อย มีช่วงวืดด้วยความเร็วบ้าง ถ้าใครขึ้นชั้นบนสุดที่มีร้านอาหารคงจะมีมึนบ้าง

pairs-d2-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%a51
pairs-d2-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%a52

มุ่งต่อ Musee D’Osay เสียเวลาเดินทางเพราะหาป้ายรถเมล์ไม่เจอ แล้วคนชี้ก็ให้เดินย้อนด้วย ถ้าเดินลุยไปตามทางแต่แรก เลียบแม่น้ำไปเรื่อยก็คงใกล้ถึงแล้ว จากแผนที่ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที กว่าจะมาถึงก็ร่วมทุ่มแล้ว วิ่งเข้าไปดูกันเลยจ้า วันนี้วันพฤหัสเป็นวันปิดดึกของที่นี่จ้า

pairs-d2-osay1

ที่นี่เป็นเหมือนโกดังเก่า ดูคล้ายหัวลำโพงบ้านเราด้วย แต่ดัดแปลงที่โล่งมาทำเป็นหอศิลปะ สร้างพื้นที่ห้องรอบๆ เราเดินมุ่งขึ้นชั้น 5 ตั้งใจจะไปชมภาพวาดของโมเน่ต์กันก่อน และทานมื้อเย็นที่ห้องอาหารที่นี่ด้วย หน้าต่างเป็นทรงนาฬิกา มีทางออกไประเบียงด้านนอกชมวิวกันเพลินๆ ด้วย ทานข้าวกันเร็วๆ เพื่อไปชมภาพกันต่อ คนน้อยลงบ้างแล้ว เราถ่ายรูปกับภาพของโมเน่ต์กันสบายๆ แล้วก็ค่อยๆ เดินลง พร้อมกับประกาศว่า จะปิดแล้ว เราเดินลงไปทางที่จะเข้าห้องแสดงภาพของแวนโก๊ะด้วย บังเอิญจริงๆ ก็แวบเข้าไปดูสิครับ คนน้อยเลย ยืนชมกันเต็มๆ ไม่ไล่ก็ยังไม่ออกล่ะงานนี้ สำเร็จภารกิจที่นี่กันแบบฟินๆ

pairs-d2-osay2
pairs-d2-osay3

ออกมานั่งริมแม่น้ำชมเรือกันแวบนึง แล้วก็จะกลับบ้าน แต่ไปช็อปปิ้งจานลายเจ้าชายน้อยกันสนุกสนานเลย เค้าเลยปิดร้านเลท กลับถึงบ้านก็นอนหลับเป็นตาย

วันที่สิบสี่ 22 ก.ค. 59 พระราชวังแวร์ซายน์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ออกเดินทางกันแต่เช้าอีกหนึ่งวัน ถึงประมาณ 9.30 น. ภาพกุหลาบแวร์ซายน์แวบเข้ามาในหัวเลย เราก็เดินๆ ตามทางกันมาเรื่อยๆ มาสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เริ่มมีแถวต่อ 2 แถวตัดขวางแล้ว ไม่ได้เยอะเลย แต่เราคิดจะเข้าไปชมสวนกันและไปเที่ยวรอบๆ ก่อน แต่มารู้ตอนเข้าสวนมาแล้วว่า บ้านหลังเล็กของพระนางมารี เปิดตอนเที่ยงจ้า แถมวัน ศ – อา ก็ต้องจ่ายตังค์ค่าเข้าสวนเองด้วย ใช้ Museum Pass ไม่ได้ แงงงง ตามสภาพ ก็เดินเล่นในสวนหลังวังไปก่อน แล้วมาขึ้นรถไฟพาไปกลับ 7.5 ยูโร แวะ Grand Trianon, Petit Trianon และ Grand Canal แล้วกลับมาที่วัง เป็นเส้นเดียวนะ ไม่มีย้อน

paris-d3-vasile1

Grand Trianon มีสวนและพื้นที่สวนที่ค่อนข้างกว้าง มีทั้งแบบเรขาคณิตตามความนิยม และสวนสนใหญ่ มีทางเดินเชื่อมไปยัง Petit Trianon ด้วย เดินได้นะ ไม่ได้ไกลเลย แต่เราไม่รู้ไง เลยรอรถไฟกัน 555 ที่นี่มีร้านขนมให้ทานเล่นกันด้วย Angelina ร้านเดียวกับที่กินที่ลูฟ ขนมเพียบ เหมาะที่จะออกมาทานหลังจากเข้าไปเดินชมแล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d3-vasile2

Petit Trianon เป็นที่ที่มีชื่อเสียงมาก ใครรู้จักพระนางมารี แอนโตเนตย่อมอยากจะเห็นบ้านชาวนาที่มาใช้ชีวิตเลียนแบบชาวบ้าน พื้นที่กว้างมากกกก มีบ้านจำลอง จริงๆ ก็บ้านจริงๆ นั่นแหละ หลายหลังอยู่ริมทะเลสาบ ร่มรื่น น่ารัก หลีกหนีจากความหรูหราของพระราชวังได้เป็นอย่างดี มีน้ำส้มรถเครื่องคอยให้บริการอยู่ตามจุดต่างๆ น่าจะขายดีพอตัวเลย

paris-d3-vasile3

Grand Canal เป็นจุดเชื่อมระหว่างสวนหลังวัง มีร้านอาหารให้เลือกทานหลายร้าน คลองขุดขนาดใหญ่ มีน้ำดันพุ่ง เข้าใจว่าน่าจะเป็นการระบายน้ำเพิ่มอ๊อกซิเจนให้กับน้ำอีกทาง บริเวณนี้มีจักรยานให้เช่าด้วยนะ คิดเป็นชั่วโมง ราคาค่อนข้างสูงเลย

สมควรแก่เวลา ก็นั่งรถไฟกลับไปที่วัง แต่เข้าไม่ได้จ้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถือปืนยืนคุมอยู่เพียบ มีเหตุฉุกเฉิน พบกระเป๋าต้องสงสัย เลยห้ามคนเข้าแล้ว ให้คนออกได้อย่างเดียว จ๋อยสิคะ มาถึงแวร์ซายน์แต่ไม่ได้เข้า นี่เป็นครั้งที่่สองที่พี่สาวเจอเหตุการณ์เข้าไม่ได้ ครั้งแรกเพราะวังปิด แต่สวนเปิดนะ ยอมไม่ได้ ขอแก้มือ ผลคือ ต้องกลับมาใหม่วันพรุ่งนี้ เหอ เหอ แผนรวนจ้า บัตรเดินทางกะบัตรเข้าชมสถานที่ คุ้มเลยงานนี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
paris-d3-vasile4

อย่างไรก็ตาม แนะนำว่า มาถึงวังแต่เช้า แล้วเข้าเที่ยวภายในวังก่อนเลยนะ เสร็จแล้วกินข้าวแถวนั้นก่อน แล้วค่อยออกมานั่งรถไฟไปตามเส้นทาง แวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ไปจบที่ Grand canal แล้วค่อยเดินชมสวน ข้อเสียคือ ต้องเดินขึ้น แต่เป็นรูธที่ประหยัดแรง สามารถซื้อตั๋วรถไฟขาเดียวได้

สวนแวร์ซายน์ก็เป็นเรขาคณิตดี มีน้ำพุเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้เปิดตลอดเวลา เลยดูเหงาๆ ดูเศร้าๆ แห้งแล้งเลยดีกว่า ตามสวนก็มีร้านขนม ร้านอาหารให้แวะอยู่

เนื่องจากพรุ่งนี้จะกลับมาแวร์ซายน์อีก เราเลยต้องเปลี่ยนแผนของคืนนี้ ปรับเป็นไปเที่ยวแถว Montmarte ก่อนเลยเข้าชมโบสถ์ Sacre – Coeur มาลงที่ป้าย Abbess ซึ่งถ้าเดินขึ้นจะยาวมากกกกกกก ต้องขึ้นลิฟท์นะจ๊ะ แต่เราไม่รู้กันไง เดินขึ้นกันมา ต้องคอยให้กำลังใจท่านแม่ จินตนาการว่า บริเวณนี้คือบริเวณที่สูงที่สุดของปารีส แล้วเรานั่งรถไฟใต้ดินมาป้ายนี้ คิดเอาค่ะ

paris-d3-mon

มาทานมื้อเย็นกันที่นี่ สารพัดหอยสดจ้า เป็นอืกมื้อที่ราคาค่อนข้างสูง จากนั้นก็เดินไปที่โบสถ์ Sacre -Coeur ชมภายใน แล้วก็ออกมานั่งๆ เดินๆ ชมวิวกัน ว่ากันว่า เป็นอีกจุดนึงที่ชมวิวกลางคืนสวย แต่จะเห็นหอไอเฟลไม่ค่อยชัด เพราะเทียบกับตึกในเมืองแล้ว ไอเฟลไม่ได้สูงมากเลย เราก็คิดว่า ไปชมหอไอเฟลกลางคืนแบบใกล้ๆ กันดีกว่า เลยออกเดินทาง แต่ก็ยังเดินเล่น ช็อปปิ้งระหว่างทาง เดินลงบันได ที่เค้ามี Tram ให้บริการด้วย บัตร Navigo ใช้ได้นะ ทางลงจะมีศิลปะข้างถนนให้ได้ถ่ายรูปเล่นอยู่ด้วย ด้านล่างเต็มไปด้วยร้านค้า ขายของคุณภาพแบบนักท่องเที่ยว ราคาโอเคกว่าทีอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่ก็โหลๆ แหละ

มาชมวิวหอไอเฟลยามค่ำคืนอยู่จนเค้าเปลี่ยนลักษณะแสงไฟเป็นวิบๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก แค่อยู่ถึงเท่านั้นเอง ก็ห้าทุ่มกว่าได้ กลับถึงห้องก็หมดแรง หลับเถอะจ้า

paris-d3-niite

วันที่สิบห้า 23 ก.ค. 59 พระราชวังแวร์ซายน์

วันนี้ออกสายจ้า เพราะไม่แน่ใจว่าวังจะเปิดไหม แต่จะออกเร็วออกช้า ถ้าปิดเราก็ไม่รู้อยู่ดีเนอะ แถมต้องเดินทางด้วยเส้นใหม่ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แผนรถบอกอย่างนั้น มาถึงเกือบ 11 โมงจ้า ต่อแถวกันยาวๆ แถวน้อยๆ มีไม่เข้า แถวยาวๆ จะเข้า ซื้อแมคมากินระหว่างรอแถวด้วย ตัดสินใจดีมาก แล้วก็ส่งแม่ไปหาที่นั่ง กางร่มรอ หลบแดดยาก มีเหตุการณ์ตื่นเต้นคือ มีคนเป็นลมจ้า ตรงที่นั่งที่แม่นั่งนั่นแหละ พอแม่ลุกแล้ว ฝ่ายหญิงดมยาดมอยู่ แต่ฝ่ายชายล้มพับไปเลย ขอให้ไม่เป็นไรนะ

paris-d4-vasile-again1

เข้ามาภายใน มีทั้งหมด 3 ส่วน ทางเดินไม่ได้เชื่อมกันหมด มีบังคับให้ชมเป็นส่วน แล้ว ก็ให้ออกมาเข้าอีกทางหนึ่ง งานอลังการ งานละเอียดจริงๆ ห้องบอลรูมสวยจริงๆ คนก็เยอะจริงๆ กระจกเต็มๆ มี Guided tour มาเป็นระยะๆ เราก็แอบฟังมาเรื่อยๆ พอเป็นภาษาอังกฤษก็พยายามจะฟังด้วย ให้ฟังหูฟังตลอดก็ไม่ไหวนะ

14589626_10154029856498951_1283341539519679258_o.jpg

ลักษณะของแต่ละวังก็มีความคล้ายกัน แค่ว่าเล็กใหญ่ ละเอียดไหม ที่นี่มีประตูลับไปยังห้อง Queen ด้วย แต่จริงๆ ไปห้อง Queen ไม่เห็นต้องมีทางลับเลย

14589861_10154029857103951_6488781374506711154_o
เกร็ดภาพเหนือทางเข้าห้องกระจก หรือ ห้องบอลรูม คือ ฝั่งหนึ่ง ผู้หญิง 3 คน มีความกลมเกลียวกันดี แต่อีกประตูหนึ่ง ต่างคนต่างอยู่ แสดงถึง ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บ่ายสามกว่าๆ ก็เดินทางกลับ ตั้งใจจะแวะซื้ออาหารญี่ปุ่นใกล้ที่พักมาเป็นมื้อเย็น แต่ช่วงเวลาที่เราไปเป็นช่วงเบรกจ้า ต้องย้อนกลับไปซื้อข้าวกล่องร้านโชว์ห่วย และได้ขนม/ครัวซองสัญชาติญี่ปุ่นแสนอร่อยมารองท้องแทน

18.00 น. รถก็มารับ แต่ไม่ใช่พี่วัฒนานะ เค้าส่งอดีตน้องเขยมารับแทน แต่เราก็ฝากซองให้พี่แกไป เจ้าของบ้านก็มาส่งด้วย ก็ออกแนวมาสำรวจและรับกุญแจคืนด้วยนั่นแล

เดินซื้อของกันในสนามบินกันอีกเล็กน้อย ขึ้นเครื่องบิน แวะลงการ์ตา ก่อนมุ่งสู่เมืองไทย ดูหนังไปหลายเรื่องเลยคราวนี้

เป็นอันจบทริปฝรั่งเศสแบบยาวๆ จากโพรวองซ์ กลายมาเป็นเกือบทั่วฝรั่งเศส อาหารท้องถิ่น ใช้ได้นะ แต่ก็จะวนๆ เราก็ต้องหาอาหารแนวอื่น สัญชาติอื่นมาช่วยสลับ เสริมทัพด้วยบะหมี่สำเร็จรูป และโจ๊กจากเมืองไทย งานนี้พี่สาวทำงานหนัก เป็นคนเลือกร้านอาหาร และ ที่พัก ดีแล้วที่พี่เค้าชอบเลือก ถ้าเป็นเราก็คงเข้าไปเลย เจอร้านไหนก็เข้าแล้ว แหะๆ งานนี้พึ่งข้อมูลจาก Tripadviser เรื่องร้านอาหารเป็นหลักเลย พี่อีกคนก็ลงรายละเอียดการเดินทางร่วมกับเรา ภาพรวมหลักๆ เราก็เป็นคนหา แล้วเอาไปนั่งตบๆให้เข้ารูป โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ทริปพาแม่เที่ยว เลยสบายกว่าปกติ แม้จะมาสาหัสเอาตอนช่วงปารีสหน่อยก็ตาม ส่วนอีกสองสาวที่มาร่วมเป็นลูกแม่ในทริปนี้ก็ช่วยกันทำให้ทริปผ่านไปได้ เป็นการเดินทางเองที่ได้เจอะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ค่อยได้เจอ เมืองต่างๆ ก็น่าสนใจ แต่เราชอบเมืองเล็กๆ มากกว่านะ ไม่ค่อยอินปารีส

ค่าใช้จ่ายงานนี้ คนละ ประมาณ 130,000 บาท

– ค่าตั๋วเครื่องบิน การ์ตา แอร์เวย์ ไปกลับ คนละ 32,465 บาท

– ค่าเดินทางอื่นๆ 5,319.9 ยูโร + 16,942.1 บาท (ค่าเช่ารถที่ไม่ได้ใข้) หาร 6

– ค่าที่พัก 116,014.43 + 1,352 ยูโร หาร 6

– ค่าเข้า ค่าตั๋วอื่นๆ

อัตราแลกเปลี่ยน 39.05 บาทต่อยูโร

ตอนที่ 1

https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24/

ตอนที่ 2

https://rasjc.wordpress.com/2016/10/23/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%AA-8-24-2/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: