Ras's Blog

Archive for September 2008

เรย์มอนดา บัลเลต์ 2 องก์ รอบปฐมทัศน์โลก เนื่องในโอกาสระลึกถึงการครบรอบของนูเรเยฟ 

ผู้ออกแบบท่าเต้น : เอเลนา เชอร์นิโชวา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และผู้ออกแบบท่าเต้นหลักแห่งเวียนนา สตัตส์โอเปรา และผู้ออกแบบท่าเต้นหลักของ คณะอเมริกัน บัลเลต์ เธียเตอร์
โดย คณะรัสเซียน บาชคีร์ สเตต บัลเลต์ เธียเตอร์

บัลเลต์เรื่อง “เรย์มอนดา” เปิดแสดงครั้งแรกในเดือนมกราคม พ.ศ.2431 ที่โรงละครมาริอินสกี ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเป็นผลงานการออกแบบท่า เต้นชิ้นสุดท้ายของนักออกแบบท่าเต้นผู้โด่งดัง มาเรียส เปติปา สำหรับเรย์มอนดาฉบับของคณะรัสเซียน บาชคีร์ สเตต บัลเลต์ สร้างจากเค้าโครงเรื่องของลิเดีย ปาชโควา และออกแบบท่าเต้นโดยเอเลนา เชอร์นิโชวา ผู้เป็นผู้ออกแบบท่าเต้นหลักของคณะมาริอินสกี เรื่องราวเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศสในช่วงยุคกลาง เรย์มอนดาซึ่ง เป็นหลานสาวของเคาน์เตสถูกหมั้นหมายให้แต่งงานกับอัศวินฌอน เดอ เบรียนเน ในความฝัน เรย์มอนดาถูกอับเดรักมัน ชีคผู้ร่ำรวยไล่ล่าและข่มขู่ ต่อมาในงาน เลี้ยง เรย์มอนดาได้พบกับอับเดรักมันผู้ต้องการลักพาตัวเธอ ฌอน เดอ เบรียนเนได้ท้าประลองอับเดรักมันซึ่งปรากฏว่าอับเดรักมันตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังเป็น ฝ่ายพ่ายแพ้ การแสดงบัลเลต์ชุดนี้มีดนตรีประกอบจากซิมโฟนีออร์เคสตราเต็มวง นักบัลเลต์ผู้รับบทเรย์มอนดา คือ เยฟเกเนีย ออบราซต์โซวา นักเต้นเดี่ยวตัว หลักของคณะมาริอินสกี

ต้องขอขอบคุณข้อมูลจากไทยทิคเก็ตเมจอร์ แต่ว่า รู้เรื่องนี้หลังจากดูจบแล้วอ่ะค่ะ วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551 รอบทุ่มครึ่ง ณ ศูนย์วัฒนธรรมกับงาน Bangkok’s 10th The International Festival of Dance and Music เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้ชมการแสดงลักษณะนี้ อืม .. ดูแล้วยกระดับจิตใจไหมเนี่ย อิอิ

การแสดง ลีลา ของบัลเล่ห์คณะนี้ประทับใจมากๆ ยิ่งให้เทียบกับที่เคยดูแล้วขอบอกว่า สวยมาก ลีลาตัวนำหญิง อ่อนช้อยดีเหลือเกิน บัลเล่ห์นี่มีเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะจริงๆ ดูผู้ชายไม่เท่าไหร่ ดูผู้หญิงนี่สิสุดยอด เวลาเดินก็ตองเดินปลายเท้า ชึบ ชึบ ชึบ ชึบ ชึบ เดินถี่ๆ ไป เดินถี่ๆ มา แล้วก็ท่ายกขาตัวโค้ง ซึ่งเป็นท่าประจำของบัลเล่ห์ แล้วก็ให้ผู้ชายหมุนไปรอบๆ นี่สุดยอด สวยจริงๆ ครั้งนี้มียกตังขึ้นด้วย เหมือนอยู่กลางอากาศเลย สวยมากๆ

จังหวะการเต้นทั่วไป ก็เป็นแบบคลาสสิค อ่อนหวาน นุ่มนวล อ่อนช้อย แต่พอมีตัวร้ายก็ออกแนวดุดันขึ้น ซึ่งก็แปลกดี แถมยังมีการเต้นจากนานาชาติมาปรับเข้าใส่ด้วย ทั้งแนวแขก และสเปน มาได้ไงก็ไม่รู้ เจ้าชายแขกนะก็เข้าใจแต่พอมามีสเปนเลยแอบงง

จังหวะดนตรีมีหลากหลาย สลับการเต้นไปมา มีโชว์ความสามารถกันหลายหลาย ทั้งแบบกลุ่ม นิยมมากกับการจัดแถวเรียง8 คุ่ แล้วก็จับเป็นวงกลมเนี่ย เป็นลายบังคับของบัลเล่ห์เลยมั้ง หุหุ ชุดก็หลากหลาย สวยๆ ทั้งนั้น ฉากมีฉากเดียว เป็นแนวปราสาทเงิน ดูสง่าดี แบบออกมาเป็นคุ่ก็หลายคู่อยู่ นางเอกเดี่ยวก็เยอะ ออกมาสลับทุกครั้งเลยละมั้ง ผู้ชายงานนี้ก็ได้โชว์กลุ่มด้วยนะ ดีใจด้วย เพราะไม่ค่อยเห็น ก็แสดงความพร้อมเพรียง ท่าแบบบัลเล่ห์ กระโดดเอียงข้างแล้วก็ตีเท้าเร็วๆ นะ นึกออกมะ พยายามบรรยายแล้ว แต่ยากส์จัง พระเอกที่เป็นคู่หมายก็หล่อเชียว สูงใหญ่ เวลาเต้นคู่กัน รับกันได้สบาย ยกตัวพริ้วมากๆ ชอบตอนที่ทั้งคู่เต้นแสดงความรักต่อกัน ดูแล้วหวานมากๆ ยิ่งเปรียบเทียบตอนที่นางเอกต้องเต้นกับตัวร้าย (ที่หลงรักนางเอก)ด้วยแล้ว ยิ่งเห็นถึงความแตกต่างของลีลา อืม เต้นบัลเล่ห์ก็บอกอารมณ์ได้นะ เพราะฉะนั้น หาท่าเต้นให้เข้ากับเนื้อเรื่อง หรือหาเนื้อเรื่องใส่เข้าไปหน่อยได้ไหม เพราะช่วงหลังที่เรื่องคลี่คลายแล้ว คล้ายๆ จะมีการเฉลิมฉลองใช่มะ ก็ให้แต่ละชุด แต่ละคนมาโชว์กันอีกรอบ ดีนะ ตัวร้ายไม่ลุกจากความตายมาโชว์ด้วย อิอิ

ขอแอบแซวคุณแม่นางเอก กะ อืม พ่อบ้านแล้วกัน ออกมายืนสง่ากันอย่างเดียว อดเต้นเลยงานนี้ ชุดไม่ค่อยอำนวยละสิ คุณแม่นุ่งชุดยาวกรอมเท้า สวยนะ ส่วนพ่อบ้านก็อารมณ์ขุนนางฝรั่งเศสนะ แบบนั้นเลย

งานนี้พระราชินีเสด็จด้วย ก็น่าอยู่ เป็นการแสดงที่สวยมากๆ แต่อยากรู้เหมือนกันว่า NutCraker จะเป็นไง บัลเล่ห์สององค์เหมือนกัน คณะเดียวกันเนี่ยแหละ แต่ของอย่างนี้เสพบ่อยก็ไม่ไหวนะ ถึงอย่างไร เรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกดีกับการดูบัลเล่ห์ละ

งานนี้ผู้นำขบวนคือท่านพี่คนรอง มาพร้อมกับครอบครัวจ้า บัตรราคาถูกสุด นั่งชั้น 3 ราคา 600 บาท ไม่ได้นั่งตั้งนาน ขึ้นมาแล้วหยุดที่ชั้น 2 เฉยเลย หึหึ พอขึ้นมาแล้วก็ยังไม่ถึงอยู่ดี ไปลองเปิดประตู อ้าว ไม่ได้แหะ ต้องขึ้นอีกชั้นหนึ่ง มีคนหลงเหมือนกันเลย ก็คนนั้นแหละเป็นคนเปิดประตูแล้วไม่ได้ เราก็เลยวิ่งขึ้นไปอีก

คอนเสิร์ตกรูฟ ไรเดอร์ ครั้งใหญ่ ตอนแรกนึกว่าจะไม่ได้ดูซะแล้ว เพราะรอบตรงกับข้างหลังภาพ แต่แล้ว เค้าก็เพิ่มรอบอีกหนึ่งวันเป็น 30 และ 31 ส.ค. ก็เลยได้ดู แต่ขอราคาถูกสุดนะ
 
31 ส.ค. central world Grand Tara
 
ที่นั่งที่นี่ ไม่ดีเลย ปกติ ช่วงหลังจะเป็นอัฒจรรย์ ใช่ ก็ยังคงเป็นอัฒจรรย์ แต่ว่าเป็นขั้นกว้าง มีเก้าอี้วางขั้นละ 5 แถวนะ แล้วเรานั่งหลังสุดจะเหลืออะไร ซะยังไม่ทันนั่ง ข้างหน้าก็ยืนซะแล้ว เลยตัดสินใจไปยืนกับเพื่อนด้านข้างเลยดีกว่า งานนี้เลยยืนเกือบทั้งคอนเสิร์ต มันส์ ไม่มันส์ก็ต้องเต้นพะยะค่ะ
 
เปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลง ฮอร์โมน เจ้าประจำ และก็พลาด ไม่ได้ฟังตั้งแต่ต้นอีกแล้ว วิ่งแทบตาย ต่อด้วยเพลง life ในอัลบั้ม The Lift ตามติดด้วยเพลง น้องคะ เปิดอารมณ์กันด้วยเพลงเต้น แนวดิสโก้ พร้อมกับชุดเต็มหยด สูทดำ หมวกทรงสุง ถ้าไม่ใช่บุรินทร์ใส่นะ คงจะแอบตลกนิดหนึ่ง คนอื่นๆ ก็ใส่ แต่ไม่เต็มยศเท่า ซึ่งก้อ ดีแล้วละ ก่อนจะปล่อยเวทีให้กับ กั้ง สโนวา ได้โชว์เพลง แบบ บอสซ่า มั้ง กั้งร้องหาเก้าอี้นั่ง ได้เก้าอี้มา บอกว่า ไม่เอา จะของแบบสบายๆ ก้เลยได้ฟูกพร้อมหมอนมาให้พิงไป เล่นกีตาร์ไป สบายดีไหมละ อิอิ บรรเลงเพลงกีตาร์ให้ฟังเพลินๆ ก่อนจะเข้าสู่เพลง ที่แห่งนี้ยังมีความรักอยุ่…. ชื่อเพลงที่แห่งนี้ นะคิดว่า เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง finding nemo อ๊ะ ไม่ใช่ เรื่องที่จ๋าเล่นกะติ๊ก เจษฏาภรณ์ ต่างหาก ที่ติ๊ก ถึงจะจากไปแล้ว แต่ก็ยังคงมาดุแลจ๋าอยู่ ฉากเด็ดของเพลงนี้ก็คือ บุรินทร์และกั้งยืนอยุ่บนเตียงพอดี ชายสองคน บนฟูกที่นอนเดียวกัน 555
 
จากนั้นก็พบกับแขกรับเชิญคนแรกของเรา และเป็นคนแต่งเพลงี้ด้วย ในเพลง disco พาเพลิน อดีตนักร้องนำวงสี่เต่าเธอ ผู้กำกับหนังเรื่องกอด และเฉิ่ม ต่อด้วยการแจมกันทั้งเพลงกรุ๊ฟและเพลงสี่เต่าเธอ แต่ไม่รู้ชื่อเพลงนะ ได้ชื่อเพลงแล้วจ้า ได้แก่ สบาย สเตอริโอ หนุ่มเท้าไฟ สนุกกันต่อกับเพลง cosmetics และเข้าช่วง เมดเล่ย์เพลงไม่ดัง ตามคำของก้อ ได้แก่เพลง ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ระหว่าง 2 เรา และ ก่อนที่มันจะสาย อ้าว ก็ดังนะ ไหงว่างั้นละ
 
เปิดคำสอนของพระพยอม แน่นอก็ต้องร้องเพลง เมาไม่ขับ ให้ได้สนุกกันต่อ ฟังไปฟังมา เพลงเค้าก็คล้ายๆ กันแฮะ จังหวะประมาณนี้แหละ แต่จำได้ตอนที่ฟังครั้งแรกๆ นิ่งทีเดียว เพราะยังไม่คุ้น ครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตครั้งที่ 4 ภายในปีนี้แล้วนะ 555 ไม่คุ้น ก็ให้มันรู้ไป ต่อด้วยเพลง NASA เคยดูสัมภาษณ์ เค้าเตือนไว้ว่า ให้พกแว่นตาดำมาด้วย เดี๋ยวแสงจะสะท้อนเข้าตา มากมาย ทั้งเลเซอร์ ทั้งแสงจากกระจก อืม จริง ใช้เลเซอร์ได้สิ้นเปลืองมากๆ และยังมีชุดกระจกมาใส่ โชว์สเต็ปเต้นแบบหุ่นยนต์ซะด้วย จากนักเต้นมืออาชีพสุดขึด กรุ๊ฟไรเดอร์นั่นเอง อิอิ
 
โชว์เปียโนจากมือเปียโนชาวญี่ปุ่น (พอรุ้ว่าต่างชาติก็น่ารักขึ้นมาทันที) รวมกับคนไทย ประหนึ่งว่า เปียโนกะแซกกำลังประชันกันอยุ่ ฟังเพลินๆ ดีเหมือนกัน แล้วค่อยกลับมาต่อด้วยเพลง สัญญา (เพลงโฆษณาสัณญานโทรศัพท์อ่ะ ที่มีเสียง ตึ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตือ ตือ) ต่อด้วยรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป เพลงนี้ต่อให้เสียงดียังไง ก็ร้องไม่ได้ใจอย่างที่บุรินทร์ร้องแฮะ  ต่อด้วยเพลงที่แต่งขึ้นพิเศษให้กับสำนักพิมพ์หนึ่ง เพลงไรไม่รู้ แต่เนื้อหาประมาณ กอดฉัน กอดกัน ซึ้งๆ หน่อย ต่อด้วย อย่าให้ฉันรักคนเดียว พร้อมกับแนะนำ นักร้องคอรัสสาวสวยเสียงดี นุ้ย peachband  ฝน และ กิฟ โมโนโทน มีโห้โชว์เสียงด้วยนะ แล้วก็ไล่ไปทีละคน ส่งก้อไปก่อน ตามด้วยกั้ง (เพราะกั้งร้องขอไปพักก่อน) และปิดด้วยทีมเครื่องเป่า จากนั้นก้อ ณัฐพล ก็ออกมาแนะนำสมาชิกคนสุดท้ายของกรู๊ฟ ไรเดอร์ และถ้าไม่มีเค้าคนนี้ กรู้ฟไรเดอร์ก็คงไม่ประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้ นั่นคือ บุรินทร์ ทำท่าใจมากๆ กุมมือที่หน้าอก นิ่งๆ เท่ห์ได้อีกนะ
 
จากนั้นก็เป็นช่วงโชว์ของ ก้อ โดยเชิญ โต้ง POP มาแจมด้วย ร้องเพลงในอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง เพลงกรุณา, เฝ้ารอเฝ้าคอย และก็เธอทั้งนั้นด้วย น่าสงสารตอนที่บอกว่า ระหว่างนี้ใครจะไปเข้าห้องน้ำก็เชิญนะครับ พร้อมกันบอกว่า เอ้า รีบเล่นเร็วเดี๋ยวคนจะออกกันหมด และต้องบอกว่าคนที่ออกไปนั้น ขอเสียดายแทน เพราะ POP มาครบวงนะ พี่นพออกมาด้วยกับเพลง ขอแค่ได้พบเธอ และเพลงรักของเธอมีจริงรึเปล่า เสียงกรี๊ดถล่มทลาย ดังยิ่งกว่า กรุ๊ฟไรเดอร์ซะอีก มามาดนิ่งๆ นุ่มๆ และเสียงที่เพราะมากๆ ผม รัก คุณ แน่นอน ต้องมี 555 ไม่งั้นก้อไม่ใช่พี่นพนะสิ   และเพลงสุดท้ายกับเพลงยอม เพราะได้อีกนะ
 
ต่อจากพี่นพที่ได้เสียงกรี๊ดถล่มทลายก้มาเป็น อากัสซี่ เอ้ย อพาร์ตเม้นคุณป้า มาในชุดนักเทนนิส มาร้องแจมกันกรู้ฟไรเดอร์ ร้องแร็บได้เสียงแน่นดีเหมือนกัน ท่าทางบ้าดีมาก และก็ร้องเพลง ไม่มีกำแพงด้วย ไม่รุ้ว่าใช่ชื่อนี้หรือเปล่า ที่เนื้อหาว่า ไม่มีแกรมมี่ เบเกอรี่ อาเอส … ไม่มีค่ายนะ ก่อนจะต่อด้วยคนใจร้าย ให้ได้ตะโกน คนใจร้ายกัน  และ พี่โจ้ โจอี้บอยก็ออกมาแจม จัดชุดใหญ่เพลงฮิตมากมาย มากระตุ้นต่อมเต้นอย่างเต็มที่ไม่มีกั้กเลย เพลงชื่อไรไม่รุ้ แต่ร้องว่า นั่งอยู่ตรงนี้ ต่อด้วย สะบัดอวัยวะ และก้ชีชำกะหล่ำปลี สะใจสุดๆ เต้นกันมันมากๆ  พี่โจ้ ได้ใจสุดๆ ออกมาแล้ว อุณหภูมิของคอนเสิร์ตถึงจุดสุดยอดทันทีเลย เพลงมันต้องมีคนรุ้จักด้วยนะ ถึงจะอินได้ มันได้
 
จากนั้นกลับมาเบรกที่เพลงช้าๆ รักไม่ได้ และไปมันกันต่อ (แอบขัดใจเหมือนกันนะเนี่ยกับช่วงเพลงของเค้า แต่เพลงมันดัง ให้อภัย) ถ้าปล่อยให้เธอเดินผ่าน she’s hot, super star และเพลงหยุด ระหว่างเพลงกลุ่มนี้ มีช่วงให้สาวๆ คอรัสมาโชว์พลังเสียงให้รู้ว่า เสียงดีกว่า นักร้องอีกนะ อิอิ โชว์กันสุดๆ ไม่มีใครยอมใครเลย หยุด มักจะเป็นเพลงปิดคอนเสิรืตของกรุ๊ฟไรเดอร์ทุกครั้ง กับมุขที่ว่า ตำรวจมาแล้ว ให้หยุดการแสดง แต่ครั้งนี้ มีอังกอร์ แบบ ให้เลือกเพลงด้วยนะ เพลงแรก บัวลอย คาราบาว เพลงสอง ใจละลาย โฟร์ มด เสียงกรี๊ดถล่มทลายตามคาด สุดท้าย เธอทั้งนั้น ของตัวเองนั่นแหละ จริงๆ เพลงอื่นๆ ดังกว่านะ ก็เลยอินโทรใจละลายมาให้ได้ร้องกันนิด แต่ใจจริง เราอยากฟังบัวลอยอ่ะ แต่นะ เค้าก็ให้ปิดด้วยเธอทั้งนั้น เพลงคู่ชาย เพลงแรก และเพลงเดียวของกรุฟไรเดอร์
 
ยืนกันตลอดแม้จ่ายราคานั่ง แต่ถ้านั่งได้ ก็คงยืนแค่ช่วงพี่โจ้มาจั่นแหละ อิอิ แต่ก็ไม่แน่
 
งานนี้ซื้อบัตรมากับพี่สาว แค่สองคน เพราะสมาชิกทีว่าจะไปดูด้วยกัน ซื้อรอบก่อนหน้า แต่ก็ได้เจอพรรคพวกที่ไปยืนแจมด้วยกัน  แต่ก้ไปสายอีกแล้ว เพลงแรกเล่นไปกว่าครึ่ง เลยอดดูการเปิดตัวแบบอลังการงานสร้าง แต่ก็เห็นแล้วล่ะ เปิดด้วยแผ่นหินจารึกโบราณสี่แผ่น เล่นแสงเลเซอร์ ก่อนที่จะกลายภาพเป็น 4 หนุ่มวงกรูฟไรเดอร์ เก๋นะ เปิดตัวซะอลังการเลย งานนี้แสง สี สวยนะ เล่นกับเลเซอร์เยอะมาก เวทีด้านหลังก็สีสันด้วยแสงแบบ dot เป็นสี่เหลี่ยมเล่นเป็นกล่องๆ มีทั้งหลากสีและสีเดียว เปลี่ยนสีไปเรื่อยแหละ ดูจากรูปก็คงเห็นจ้า
 
ข้างหลังภาพ (อีกครั้งหนึ่ง) ความประทับใจยังคงมีเช่นเดิม เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น มุมมองที่เปลี่ยนไป เพราะได้นั่งชั้น 1 (ครั้งก่อนนั้งชั้น 2)
 
ความสุข ความประทับใจจากการแสดงยังคงมี แต่รู้สึกว่า เสียงของคุณหญิงจะเริ่มแหบนะ และดูปรับเสียงไม่ทันยังไงก็ไม่รู้ ช่วงที่ต้องร้องให้ง เสียงมันฟังดูแหลมจังเลยอ่ะ
 
กับข้อสังเกตใหม่ๆ ครั้งนี้ก้อคือ มุกเพิ่มเติม ทันเหตุการณ์บ้านเมือง ของผองเพื่อนนพพรที่พูดคุยกัน คนหนึ่งกลับมา เป็นนักข่าว ก็ประสบปัญหาเรื่องต้องสร้างภาพให้รัฐบาลดูดี มีการพูดถึงพันธมิตรด้วยว่า ถ้าเจอแกนนำนะ จะฟ้องให้หมดเลยว่า สื่อโดนบังคับยังไงบ้าง อีกคนกลับมาทำงานกระทรวง เสียดสีนะ เพราะคนนี้เป็นคนที่ดูไม่สนใจการเมือง ชอบนอน ชอบกินซะมากกว่า ขำดี ตอนจับมือ โยกไปมา ทำตัวให้เตี้ยด้วย ล้อใครเอ่ย  อีกคนเป็นอาจารย์ ก็คอยบอกว่า การเปลี่ยนชื่อประเทศ จะทำให้ภาพพจน์ดีขึ้น สยามเมืองยิ้ม ต้องยิ้ม แม้ข้างในจะช้ำ แล้วเพื่อนก็ทำท่าให้ปากฉีกบ้าง เศร้าบ้าง เออ ฉากนี้เห็นชัด ก่อนนี้ไม่ทันสังเกตแฮะ
 
จังหวะในการแสดง แม่นกันมาก ไม่มีพลาดไม่มีผิดสังเกตใดๆ เลย รู้สึกว่าจะดูลื่นขึ้นจากการดุซ้อมใหญ่ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะฉากที่นพพรลื่นมาจากก้อนหินลงมานอนเคียงข้างคุณหญิงเนี่ย ซ้อมเป็นรอบที่พันแล้วมั้ง ถึงโช๊ะขนาดนั้น
 
เห็นความพยายามจะโชวิ์ชุดสวยกิมิโนสีรุ้ง รังสีหมุนรอบ แต่คนดูไม่ตอบสนองเท่าที่ควร แต่กลับเก็บมุขเล็กมุขน้อย รายละเอียดของตัวละครได้ เช่น การสะดุดขาของนพพรที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้น สีหน้าท่าทางที่ขัดเขิน การรักษาท่าทีของคุณหญิง แต่ก็ดูเย้ายวนอยู่ในที อืม…ละเอียดดีจริงๆ
 
เพิ่งรู้ว่า มีการให้ตัวแทนเล่นแทนรัดเกล้าด้วย ในบทคุณนวล รู้สึกจะชื่อว่า สุกานดา เป็นพี่ปุ้มที่ได้ดุรอบนั้นบอกว่า เสียงดีเลยล่ะ คิดว่า น่าจะเป็นคนเดียวกับที่เล่น a man of lamancha ในกรุ๊ปบาทหลวง แม่บ้าน ลูกสาว เพราะกลุ่มนี้เสียงเด้งขึ้นมาเลย เพราะมาก แต่ก็ดีแล้วที่ได้ดู รัดเกล้า
 
ฉากสุดท้าย ที่นพพรอยุ่กับคุณหญิงดูละมุนขึ้น และยังคงแปลกใจที่ คุณหญิงชักกระตุกคล้ายจะสิ้นใจแล้ว แต่เปล่า ยังมีแรงยกมือขอดินสอกับกระดาษเพื่อเขียนประโยคเด็ด อืมนะ ทำให้คิดว่า หมดแรงจะพุดแล้ว แต่แรงเขียนยังมีได้ เก่งจริง อิอิ
 
เห็นชัดขึ้นกับการแสดง เห็นชัดขึ้นในอารมณ์ตัวละคร ยังคงมีน้ำตาซึมให้กับความรักของทั้งสอง ดูครั้งที่สองก็ยังไม่เบื่อ
 
วันเสาร์ที่ 30 ส.ค. 51 รัชดาลัย เธียเตอร์ รอบทุ่มครึ่ง รีบวิ่งๆๆๆ ขึ้นไปดู แต่ปรากฏว่าโดนกั้น มีเชื้อพระวงศ์เสด็จ ก็ใครรุ้ใครกัน ทำไมกั้นนานขนาดนี้ กั้นขนาดที่คนต้องรอร่วมร้อยคน แล้วพอขึ้นก็เริ่มแสดงแล้ว การจัดการเรื่องนี้ของโรงละครทำได้แย่มากๆ  คนบ่นกันตรึมเลย คืนบัตรเลยก็มี แต่นะ ก็เดินทางมาแล้ว ก็ไม่อยากจะเสียเวลา ก้ต้องยอมไป พลาดไป 10++ นาที คนหลังเซ็งกว่า พลาดร่วมครึ่งชั่วโมง


Categories