Ras's Blog

Posts Tagged ‘Pantomime

ละครใบ้กรุงเทพ หรือ Pantomime Bangkok ครั้งที่ 14 เปิดฉากอีกครั้งที่หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต เหมือนจะเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีผู้ปกครองพาน้องๆ มาดูกันเยอะขึ้น เมื่อเทียบจากแรกๆ ที่เราเคยดู จะว่าดีก็ดี ที่น้องๆ ได้มาชมการแสดง แต่ว่า บางครั้งน้องอาจจะเด็กเกินไปสำหรับการแสดงในโรงปิดเช่นนี้ ผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิดนะคะ 

 

เปิดฉากกันด้วยเจ้าภาพ กลุ่ม Babymime มาพร้อมกับ Guri Guir Girl กับเพื่อนสาวเล่นแอคคอเดียนคู่ใจ กับป้าย Panotomime Bangkok ครั้งที่ 14 เปิดมาก็เล่นกับคนดูเลย ถือป้ายยยใหญ่ระคนดูมาตลอดทางงงงง

 

แนะนำกลุ่มการแสดง Cru Cru Cirque โดย Babymime ที่ทำตัวแข็งๆ มาถือป้ายแนะนำ การแสดงละครใบ้โดยกลุ่มนี้เป็นการผสมผสานความสามารถพิเศษแนวกายกรรมในละครสัตว์ เริ่มกันด้วยการโยนหมวก ใส่หมวกกันก่อน แบบเท่ห์ ก่อนจะทำเป็นแบบหลุดๆ แล้วก็กลับมาเท่ใหม่ แต่เก่งจริงๆ นะ จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นลูกบอลขนาดลูกเทนนิส ทำเป็นเหมือนไก่ออกไข่ด้วย โยนลูกบอลสลับกัน 3 ลูก มีโยนๆ ไป แล้วสลับกันมารับแทนด้วย จังหวะดีมากกกกกก ยังมาเล่นแบบนี้ด้วย ในตอนที่ใช้ลูกฟิตบอล สามารถจริงๆ  มีโยนลูกบอลเล่นแล้วแกล้งโยนลงไปในคนดูให้คนดูช่วยส่งกลับ ยังส่งกลับไปอีก แกล้งคงดูซะงั้น  มีสไลด์กะลูกบอลด้วย เกือบห่ล่นเวทีแน่ะ

 

แนะนำ นักแสดงละครใบ้ Ko Jae Kyong ในชุดการแสดง Hair โดย Babymime หนึ่งคนทำตัวเป็นตุ๊กตากมาถือป้าย ให้อีกสองคนจัดท่าทาง แต่คอยจะเอียงซ้ายเอียงขวาอยู่เรื่อย จนในที่สุดก็ทุบเข้าที่ัหัวเพื่อเป็นการปักหมุด ป้ายหล่นมาเป็นชื่อชุดการแสดง

 

การแสดงนี้ เล่าอย่างไรดี เอาเป็นว่า เกี่ยวกับเส้นผมนั่นแหละ ฝันถึง ใช้ชีวิตประจำวันแล้วเหมือนจะเกี่ยวพันกับผม มีผมออกมาตลอด เหมือนจะกินผมด้วยนะ จนสุดท้ายเหมือนสะดุ้งตื่นขึ้น แล้วก็โดนผมพันนนนนนนนนนจนตาย ขอสารภาพว่า ชุดนี้แอบง่วงงงง

 

แนะนำ Kazuki Yano นักแสดงขาประจำของละครใบ้กรุงเทพ คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะเล่นหนังด้วย โดย Guri Guri Girl

 

BTS เมื่อซามูไรมาใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรกกกกกก กับมาดดุ เข้ม ชักดาบขู่ ยามเครื่องหยอดเหรียญไม่ตอบสนองอย่างที่ต้องการ จนมีคนช่วยบอกให้ว่าต้องกดสถานที่ก่อน ค่อยหยอดเหรียญ “ขอบคุณคับ” หรือ ตอนที่ใส่บัตรที่เครื่องผ่านทาง แต่ไปไม่ได้เพราะที่กั้นไม่เปิด จะชักมีดขู่อีกตามเคย คนช่วยบอกว่าให้มาอีกทาง ก็ “ขอบคุณคับ” แล้วก็เดินมาอีกทาง แต่นานแล้วไง เลยโดนหนีบเต็มๆ

 

Subway ตอนแรกนึกว่าหมายถึงรถไฟใต้ดิน แต่จริงๆแล้ว เป็นร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อลูกค้ามาสั่งแฮมเบอร์เกอร์ ซามูไรหนุ่มใหญ่ก็ใช้ดาบฟันขนมปังง ฟันเนื้ออออ เท่ซะ แต่ปัญหาเริ่มมีเมื่อลูกค้าจะเอา Ketchup แต่หมด ก็บอกลูกค้าให้รอ แล้วหันหลังให้ พร้อม กับ ให้ Ketchup ด้วยเลือดดด หนักกว่า เมื่อลูกค้าขอ Tomato Juice  ก็จัดให้ เลือดดดดดดดด จนเกือบหมดตัว แล้วลูกค้าก็จากไป โดยไม่ได้จ่ายตังค์ ซามูไรหนุ่มใหญ่ ก็ครางว่า หก สิบ เก้า บาท คุ้มไหมเนีย ปางตายยยย

 

สาว Guri Guri Girl มาแนะนำ กลุ่ม Babymime ในชุด Giant

 

การตีความคำว่า ยักษ์ในรูปแบบของ Babymime ลองนึกกันดูสิคะ พูดถึงยักษ์ นึกถึงยักษ์อะไรบ้างง

 

เริ่มกันที่ยักษ์วัดแจ้งวัดโพธิ์ก่อนเลย เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศและต้องเจอกับพฤติกรรมเฉพาะตัวของแต่ละประเทศ ทั้งจีน เมกา และญี่ปุ่น จินตนาการเอานะคะ ว่าเจอแบบไหนบ้าง ขากถุย, แอ๊คท่าใส่, สุดท้ายญี่ปุ่นมาแล้วไม่เจอยักษ์เพราะยักษ์ทนไม่ไหวหนีไปแล้ว ก็ร้องด้วยความตกใจ เดินซอยเท้าถี่ๆ น่ารักเชียว หรือยักษ์ในรูปแบบของครอบครัว ที่ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กดู ตามใจ จนในที่สุดเด้กก็กลายเป็นยักษ์  ยักษ์ในตะเกียง ขอพรให้ สิ่งนั้นใหญ่ขี้น ชอบใจ เลยขอให้ใหญ่ขึ้นอีก แต่ใหญ่เกินไป เลยขอให้เล็กลง แต่หายไปเลย พรครบ 3 ข้อแล้วจ้า ยักษ์ในแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ที่หักมุมที่ว่า หลังจากทำให้ยักษ์ตายแล้ว ก็กลายเป็นยักษ์ซะเอง เหล่านักยกน้ำหนักทั้งหลาย ในท่าทางต่างๆ  ปิดท้าย ด้วย นางยักษ์ในพระอภัยมณี ที่ร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดจากการเป่าปี่ของพระอภัยมณ๊ และท่าทางของนางเงือกที่ดูจะภูมิใจที่พระอภัยมณีเลือกตน นางเงือกเซ็กซี่มากกกก นางยักษํ์ร้องคาราโอเกะด้วยนะ จัดเต็มมาก ตั้งแต่ เพลงที่ถามว่าทำไมถึงทิ้งกันไป, and  I am telling you I am not goning, I will always love you

 

Guru Guru Girl ออกมาแจ้งว่า พัก 15 นาทีค่ะ

 

สองตำนานละครใบ้ญี่ปุ่น ขาประจำประเทศไทยอีกหนึ่งคู่ Kanikama สองนักแสดง โคะจิมะยะ มันสุเกะ และ ฮอนดะ ไอยะ มานำเสนอ การฮาราคีรี ในแบบต่างๆ อย่างมีอารมณ์ขัน เริ่มตั้งแต่ ดั้งเดิม ที่จะให้คนทำฮาราคีรีคว้านท้องตัวเอง แล้วมีอีกคนคอยตัดคอ, ฮาราคีรีแบบขำๆ คือ ไม่ตั้งใจจะทำฮาราคีรีจริงๆ สุดท้ายก็ยื้อดาบกันไปมาจนจบ, มือใหม่ คนที่จะต้องทำฮาราคีรีทำไม่เป็น อีกคนคอยสอน แต่ใจไม่ถึงพอ ไม่ทำซะที จนคนที่จะตัดคอจะตัดคอให้เลยแต่สุดท้ายก็พลาดตัวเองตายเอง เลยทำฮาราคีรีซะเองงงง

 

Guru Guru Girl ออกมาโชว์สั้นๆ ฝนก กางร่ม เดินไป กระโดดหลบน้ำไป ข้ามบ่อ เดินอ้อมบ้าง ก็น่ารักๆ  แนะนำการแสดงต่อไป Yamada Youshi  กับการแสดงถึงคนขี้เมากับลูกชาย ที่มีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอล ท่าทาง การแสดงชัดมากกกกก ดูเจ๋ง แต่แอบง่วงเล็กๆ ค่ะ ต้องขอโทษอีกครั้ง จับใจความได้ว่า เห็นพ่อเมามาตั้งแต่เด็ก ตัวเองไม่เคยสน มุ่งมั่นกับทางเบสบอล จนวันนึงในงานฉลองก็ได้ดื่มเหล้า และแล้วก็กลายเป็นคนขี้เหล้า เหอ เหอ เข้าใจว่าแบบนี้ แต่จริงๆ อาจเป็นแค่การนึกถึงพ่อก็ได้

 

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฏาคม 2556 เวลา 14.00 น.

สถานที่ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต

บัตรราคา 800 บาท

ผู้ร่วมขบวนการ ครอบครัว และ พี่ฟุ้ย ซึ่งควรจะมีเพื่อนมาด้วย แต่ลืม เลยได้เป็นบัตรราคา 1600 บาท

 

 

สามหนุ่ม  งิ่ง ธา และ เกลือ สามหนุ่มแห่งเบบี้ไมม์ กลับมาอีกครั้งกับโชว์เต็มๆ ของพวกเขา แสดงที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ที่ที่เหมาะกับการดูละครใบ้มากๆ เพราะใกล้ชิด เสียดายพลาดช่วงแรกไปบ้าง แต่ก็พอเดาได้ว่า เค้าเล่นอะไรกัน เพราะเมื่อมาถึง เค้ากำลังเล่นกลปัญญาอ่อนอยู่ นั่นคือ กลนิ้วหาย แขนหาย เป่าลมแล้วนิ้วออกมา อะไรประมาณนั้น ก็ผลัดกันเล่น ดูสิ ว่าใครจะทำสำเร็จ คือว่า มันคล้ายกับที่ดูกามาโจแบทมากเลยอ่ะ แต่เอาเถอะ มันคงไม่พ้นเล่นแนวนี้ แต่ที่ชอบที่เค้าเอามาขยายต่อคือ การเล่นเชือกชักเย่อ ก็ตามระเบียบ เล่นยื้อกันไปมา พออีกผ่ายท่าจะแ้พ้ ปรากฏดึงเท่าไหร่ก็มาไม่ถึงซะที ไปวนซะรอบห้องเลย เกี่ยวเอาคนดูขึ้นไปด้วย แล้วก็ให้คนดูเล่นด้วย ให้ทำท่าตามพร้อมส่งเสียงด้วย ท่าตอนแรกก็ยังง่าย ตอนหลังชักยาก จนนักแสดงด้วยกันเองยังไม่ยอมทำ จากนั้นก็ขอให้คนดูมาร่วมเล่นด้วย คนดู เป็นผู้หญิงหุ่นบอบบาง แน่นอน คนดูชนะจ้า

งานนี้มีช่้วงคั่นเพื่อบอกชื่อตอนด้วยนะ เป็นนักร้องในผับ บอกว่าตัวเองอายุ 16 คนดู หัวเราะ เค้าก็บอก นั่นสิคะ หนูยังไม่เชื่อตัวเองเลย แล้วก็เริ่มร้อง ตั้งแต่ จีน มาไทย ไปอังกฤษ หลากหลายมาก เพื่อเข้าสู่ตอน องครักษ์ The Bodyguard

นำแสดงโดย  งิ่ง และ ธา

กับบทบาทของเจ้าพ่อกับผู้คุ้มกันหรือองครักษ์ตามท้องเรื่อง มาดเท่ห์มาก องครักษ์เก๊กเข้มตลอด แต่ก็มีแอบส่งยิ้มลับหลังอยู่เรื่อยๆ ทั้งยังคอยรักษาภาพพจน์ของเจ้านาย และปกป้องเจ้านายยิ่งชีพ ไปแลกเปลี่ยนของกัน ให้เห็นว่า องครักษ์พกปืนเยอะขนาดไหน แม้ตอนที่หลีหญิงแล้วหญิงตบใส่ก็เข้ามาป้องกัน แต่เจ้านายก็ห้าม สุดท้าย โดนหญิงเล่นงานเป็นชุด เลยทำเฉยซะงั้น ตอนหลังมีเรื่องกัน องครักษ์ก็เอาตัวเข้าปกป้อง กระโดดขวางแล้วขวางอีก (จริงๆ นะ เพราะเจ้านายวิ่งไป วิ่งมา) แล้วก็รับกระสุนแทนตลอด ไม่ตายซะที จนตอนหลังนอนนิ่ง เจ้านายถึงกับเศร้า ควักซิการ์จะสูบ ไม่มีไฟแช็คอีก สุดท้ายองครักษ์ก็ลุกขึ้นมาจุดไฟให้ เรื่องจึงเฉลยว่า องครักษ์ไม่ตาย เพราะใส่เสื้อกันกระสุด 555

นักพยากรณ์….อากาศ ออกมาพยากรณ์อากาศได้น่ารักมาก ทั้งภาคกลางจะมีความรักตกเป็นหย่อมๆ ภาคเหนือให้ระวังลมแห่งความคิดถึง เอ่อ อันนี้ประมาณนะ จำไม่ได้ว่าเค้าพูดว่าอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ introduction อันนี้ เดิ้นมากค่ะ เข้าสู่ ฤดูเปลี่ยน (season change)

นำแสดงโดย เกลือ

เล่าเรื่องราวของชายแก่คนหนึ่ง มีชีวิตประจำวันอย่างไร เริ่มจากอ่านหนังสือตอนเช้า แต่งตัวออกจากบ้าน แวะรดน้ำต้นไม้ ทักทายนักวิ่งที่วิ่งออกกำลังที่หน้าบ้าน เล่นกับหมา เล่นหมากกับเพื่อน แล้วก็กลับบ้าน เป็นเช่นนี้ผ่านฤดูต่างๆๆๆๆๆๆ สุดท้ายได้เห็นปฏิกริยาของสิ่งที่เค้าพบเจอตลอดชีวิตว่าชะเง้อหาเค้า และรับรู้ได้ว่า ชายผู้นั้นเสียชีวิตแล้ว แอบซึ้งปนเศร้า ชีวิตเป็นเช่นนี้แล

หญิงแก่ ออกมาเดินมอบดอกไม้ พร้อมพูดประโยควลีเด็ดบ้างไม่เด็ดบ้าง มีโดนหลายอันนะ นำเข้าสู่เรื่อง ยาม

นำแสดงโดย งิ่ง ธา และ เกลือ

เรื่องราวของยาม ณ ที่ต่างๆ ผลัดกันเป็น โดยใช้หมวกเป็นสัญลักษณ์  ทั้งยามโบกรถ เจ้าของรถทั้งรวย ให้ทิปหนัก หรือ ไม่ให้ทิปก็มี ยามในห้าง คอยตรวจทรัพย์สิน ตรวจละเอียด จนตอนคืนกลายเป็นกองขยะ เพราะกรีดกระเป๋าซะเละ ยามเจอแฟนทะเลาะกัน เข้าช่วยผู้หญิง ชกผู้ชาย ปรากฏผู้หญิงเล่นงานยามซะอ่วม ยามที่ไดัรับของฝากจากผู้คน และอื่นๆ ก็สนุกดี แต่ยาวไปนิดมะ ช่วงหลังๆ เริ่มเลี่ยง ไม่ยอมเป็นยามแล้ว เลี่ยงกันนานมาก

นักแสดงหญิงมาคั่นอีกครั้ง ดยสวมหน้ากาก ออกมาวิ่งไปวิ่งมา แล้วก็มาหยิบป้ายผ้าในกล่องมากาง  นำเรื่องเข้าสู่ จักรยาน Father and son

นำแสดง โดย งิ่ง และ ธา

พ่อสอนลูกขี่จักรยาน ล้มแล้วล้มอีก พ่อก็พยายามช่วย ทั้งช่วยเข็น ช่วยดัน ก็ยังไม่สำเร็จ แล้วก็มีคนที่ขี่จักรยานเก่งๆ มาโชว์ออฟ ลูกไม่ยอมให้พ่อช่วยและหัดด้วยตัวเอง สุดท้ายก็หัดได้ เย้

แม่นางเดินทางปราบมารทั่วราชอาณาจักรด้วยการเล่นจะเข้ แบกจะเข้มาเลย หนักนะ แล้วก็มาดีดเพลงจีนเล่นแล้วจะไล่มารได้ แต่เล่นแล้วเล่นอีกมารก็ยังอยู่ เลยจัดการพาตัวเองหนีมารไป พร้อมทิ้งท้ายไว้ว่า ที่ใดมีมาร ที่นั่นก็ยังมีมารอยู่  นำเข้าสู่เรื่อง โปเยโปโลเย The Chinese Ghost Story by Babymime นำแสดง งิ่ง ธา และ เกลือ

เรื่องราวของจอหงวนหนุ่มยากจน เดินทางรอนแรมมายังเืมืองๆ หนึ่ง เจอะผู้คนมากมาย ทั้งคนขี่ม้า คนลากรถ ร้านอาหารข้างทาง ด้วยความหิวจึงตรงเข้าไป แต่ไม่มีตังค์ จึงอดกิน แล้วก็ได้เจอกับท่านจอมยุทธ์ ที่ดูเหมือนจะทักว่า จอหงวนจะเจอเรื่องไม่ดี ให้ยันต์ไว้ติดตัว ตอนนี้เองได้เห็นผีืมือในการบินของท่านจอมยุทธ์ คิดได้ไงเนี่ย ทำท่าเหินขึ้นฟ้า ใช้มืออีกข้างกระพือเสื้อ เจ๋งจริงๆๆๆ ฝนตกหนัก บรรยากาศมืดครึ้ม เหมือนผู้คนในเมืองจะรู้ว่ากำลังจะมีเหตุร้าย ต่างวิ่งหลบหลีก (ตัวละครเดิมๆ ออกมาวิ่งไปวิ่งมา) ชายหนุ่มวิ่งไปหลบฝนในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีผืสาวอยู่ ผีสาวเห็นแล้วคิดจะนำไปเป็นเหยื่อ จึงออกมาแสดงตน แต่แล้วต่างก็หลงรักกัน ง่ายๆ อย่างนั้นแล ผีสาวจึงตัดใจไม่ยอมพาชายหนุ่มไป อีกทั้งเจอจอมยุทธ์มาเข้าต่อสู้ด้วย ลีลาสู้กันก็พลิ้ว แต่รอก่อน รอจนตอนที่ไปสู้กับปีศาจสาวที่เป็นคนบังคับให้ผีสาวคอยหาเหยื่อเถอะ บินกันให้ว่อนเลย ทั้งผ้า ทั้งคน

จอมหงวนฝึกวิทยายุทธกับท่านจอมยุทธเพื่อไปช่วยผีสาวผู้เป็นที่รัก ขั้นตอนการฝึกก็เป็นอย่างที่รุ้ๆ กัน ค่อยๆ จนเป็น เหินได้ด้วยนะ ลีลาเหิน เหินกันใหญ่ พร้อมแล้ว ออกไปเผชิญศึก ที่ขำสุดๆ ก็คือ ท่านจอมยุทธกับปีศาจเป็นคนเดียวกัน ตอนสู้กัน เปลี่ยนชุดกันน่าดู เก่งจริงๆ เสียววิกหลุด  ตอนหลังท่าจอมยุทธหายไป เหลือแต่ปีศาจสาวสุ้กับจอมหงวนและผีสาว ใช้บันไดช่วยสร้างมิติ ความสูงที่แตกต่าง ทำสโลว์ให้เคลื่อนย้ายที่คล้ายปีศาจสาวหลบได้ตลอด ยกบันไดเมื่อยไหมนะ จนเกือบจะใช้บันไดทุ่มอยู่แล้ว สุดท้ายโดนปราบไหมไม่รู้ หนีหายไปมากกว่า เพราะลากเอาผีสาวไปด้วย โดนขังไว้ จอมหงวนกับท่านจอมยุทธตามไปช่วย เล่นแสงสีได้ดีนะ เหมือนดูละครเวทีเรื่องหนึ่งเลย เบบี้ไมม์เด่นเรื่องการใช้เวทีและเทคนิคมากๆ   ช่วยออกมาได้ เป็นการปลดวิญญาณให้ได้ไปสุ่สุขคติ แล้วก็ต้องแยกจากกันไป

ประทับใจเรื่องนี้มากกกก ถือเป็นเรื่องเอก เรื่องเด่นเลย ลีลาการตุ่อสู้ วิธีการสร้างภาพ การใช้เวที ใช้แสง เจ่งจริงๆๆๆๆๆๆ

ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว และเพื่อน

วันอาิทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2554 รอบ 14.00 น. งานนี้ตั้งใจพาแม่มาดู แล้วไปทานข้าวฉลองวันเกิดกัน แต่แม่หนีไปจีนซะงั้น แต่ก็ดี กลับมาดูมีความสุขเชียว ผลคือ ลูกสาวทั้งสาม วิ่งมาราธอน ดูโชว์ เพราะไปดูคอนจุดประกาย ตอน เอ๊ดดี้ ออโตบาห์น ต่อตอน 5 โมงเย้น เหอ เหอ

 

การแสดงละครใบ้เดี่ยวโดยอดีตนักแสดงจากโชว์ชื่อดัง Cirque du Soleil การเดินทางสู่พระอาทิตย์ ในชุดที่ชื่อว่า Imagine – Toi สุดยอดแห่งความประทับใจ กับเวลาชั่วโมงกว่าๆ ที่เค้าสามารถดึงดูดคนดูไว้ที่เค้าได้ ด้วยท่าทางและเสียงจากร่างกาย  แม้เหงื่อจะท่วมกาย แต่เสียงและท่วงท่าไม่เคยลดลงเลย คุณสุดยอดจริงๆ Julien Cottereau

 

เปิดตัวให้เหมือนกับว่า มีสัตว์ประหลาดอยู่ จากนั้นเค้าก็ออกมา หลังจากผ่านการโดนทรมาน หรือ สู้รบกับสัตว์ประหลาดตนนั้น เค้าทำให้เรารู้ว่า เค้าอยู่ในบริเวณบ้าน กำลังทำความสะอาดอยู่ ทั้งกวาด ทั้งเช็ดกระจก อยู่ๆ ก็มีสัตว์ตัวเล็กๆ น่าจะเป็นสุนัขนะตอนแรกๆ มาเล่นด้วย ก็เล่นด้วยลูกบอล จากนั้น สัตว์นั้นก็เปลี่ยนขนาดเรื่อยๆ ใหญ่ขึ้นๆๆๆๆ จนคิดว่า เป็นตัวประหลาดมากกว่า สื่อผ่านเสียงที่ใหญ่ขึ้น ทิศทางในการมอง และลูกบอลที่ต้องสูบให้ใหญ่ขึ้น มีเล่นโยนลูกบอลกับคนดูด้วย ขำว่า โยนให้คนดูลูกบอกลขนาดประมาณลูกเทนนิส แต่พอคนดูรับกลายเป็นขนาดลูกวอลเล่ย์ พอเจ้าตัวรับกลับ ก็เลยต้องปล่อยลม ย่อให้เหลือขนาดเท่าเดิม ใส่ใจในรายละเอียดดีมั่กๆ

 

นอกจากนั้นยังลากคนดูขึ้นไปเล่นเตะบอลด้วยบอลลูกเล็กด้วย ลีลาเหลือร้าย เด็กที่ขึ้นมาก็ใช้ได้นะ แต่ดูเหมือนจะเป็นโกลมากกว่า เพราะจะเอามือรับอยู่เรื่อยเลย แต่แหม เค้าโยนซะสูงนิ เป็นเราเราก็เือื้อมมือคว้า  มีได้ยินเสียงสัตว์ร้องโอดโอย ครางอิ๋งๆ พอเค้าไปดูก็คิดว่า รอดยาก เลยคิดจะใช้วิธี Kill with Mercy แต่ก็ไม่กล้ายิง เลยขอเสียงโหวตจากคนดู ส่วนใหญ๋บอกว่าให้ปล่อยไว้ อย่าไปทำอะไร มีบ้างที่บอกให็ยิงให้ตาย เค้าก็พยายามให้เปลี่ยนคำตอบ เด็กไม่ยอมเปลี่ยน สุดท้ายเลยให้เด็กคนนั้น (ฝรั่งนะคราวนี้) ขึ้นไปเป็นคนยิง แล้วก็เชิญลง แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องอีก เค้าก็เลยเปลี่ยนขนาดปืนให้ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ก็ไม่ตาย สุดท้ายใช้เป็นระเบิดไดนาไมท์เลย แหลกเป็นชิ้น คอยกวาดและตามเก็บช้ินเนื้อแทน เห็นภาพจริงๆ

 

ระหว่างนั้น เวลาคนดูเฮ หรือ ส่งเสียงดัง ก็คอยจะห้ามให้เสียงเบาๆ เดี๋ยวสัตว์ประหลาดจะตื่น ต้องคอยย่องไปดูอยู่เรื่อยๆ เหยื่อรายต่อไปเป็นผู้หญิง เชิญชวนให้ขึ้นมา action ถ่ายรูปกัน ทำท่าให้ดูเป็นตัวอย่าง แบบเซ๊กซี่เล็กๆ ใช้ไฟสโตรฟเป็นกรอบและแสงแฟลช แล้วยังใช้เป็นไฟในผับด้วย ให้เต้นกันบนเวที และเดินแบบด้วย ตบท้ายด้วยการขอเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ บอกให้โทรหาด้วย

 

มีช่วงหนึ่ง พาเข้าไปสู่โลกของปีศาจ โดยตัวเค้าเองโดนฉาบด้วยสีเขียวแล้วออกท่าออกทางแปลกไป ใช้แสงช่วยได้ดีมาก พอแสงไปก็กลับมาเป็นปกติ ไปกลับอย่างนี้สักพัก เห็นชัดถึงความแตกต่าง จบฉากนี้ เหนื่อยแย่เลยยยยยย

 

มาตามล่าหาเหยื่อเล่นด้วยต่อ ลงมาพาผู้ชายดูล่ำๆ ขึ้นไปบนเวที แล้วตัวเองก็ลงมานั่งแทนเค้าซะงั้น พลางส่งเสียงให้เค้าช่วยเล่นบนเวที ให้กวาด ให้เช็ดกระจก ให็ฉีดน้ำยา แรกๆ ผู้ชายคนนั้นก็ดูเขินๆ จับจังหวะไม่ถูก ต่างฝ่ายต่างรอท่า รอเสียง หลังๆ คงชักมัน ทำทุกอย่างเลย แกล้งให้ทำเสียงให็เข็ดไปเลยยยยย 555

 

จากนั้น เข้าสู่ช่วง เนื้อเรื่อง แทนตัวเองเป็นอัศวิน แล้วให้ผู้ชายมาเป็นผู้ร้าย ทำท่าเป็นยักษ์ใหญ่ เดินเบ่งกล้าม ก้าวเท้าหนักๆ คว้าดาบขึ้นมา เสียงประกอบชัดเจนดีมาก แต่ตอนดึงดาบ ทำไมคล้ายดามใน star war จังเลย เค้าเลยต้องมาหยิบดาบไปเปลี่ยนใหม่ เป็นดาบใหญ่ ฝึกซ้อมจนได้ที่ ก็ไปหานางเอก โทรไปหาผู้หญิงคนเดิม มุขต่อเนื่องดีมาก ให้ขึ้นมาเป็นนางเอก ทำท่าถูกผูกเชือกยกมือสูงไว้อยู่ ทำนานๆ มันก็เมื่อย เค้าก็เลยจะเอาลง จูเลี่ยนก็คอยจะหันไปบอกให้เอาขึ้นอยู่ตลอด แล้วก็สอนท่าทางให้ทำท่าดีใจเวลาเขาเค้ามา แล้วหันไปแลบล้ินให้กับผู้ร้าย ไปๆ มาๆ แลบล้ินให้หมดเลย มีให้ผู้ร้ายเดินเข้าไปหาผู้หญิง จะทำร้ายด้วย แต่จูเลี่ยนเข้ามาได้ทัน จัดการผู้ร้ายด้วย อาวุธลับ หันไป ผายลมใส่ซะงั้นเลย 5555 จบเรื่องงงงงงง

 

ท่าทางชัดมากๆ แต่ก็ยังมีหลุดบ้าง แอบตามไม่ทันเป็นบางจังหวะ แต่เป็นละครใบ้ที่น่าติดตาม สนุกตลอดทั้งการแสดง กับเวลา ชั่วโมงกว่าๆ รอบที่เราดู โนีต อุดมมาดูงานด้วย ยังแอบลุ้นให้ลากโน้ตขึ้นเวที  แต่เค้าก็ดีนะ เลือกคนไทยขึ้นเป็นส่วนใหญ่ และก็ดีที่ทุกคนเล่นด้วยหมด

 

เสาร์ที่ 12 มี.ค. รอบค่ำ ที่โรงละครอักษรา ผู้ร่วมขบวนการ ครอบครัว

 

มีตัวอย่างการแสดงให้ดูด้วยจ้า http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=sZiQ-IDimOs

 

 กลับมาอีกครั้งการแสดงละครใบ้ของสองหนุ่มไม่น้อยสัณชาติญี่ปุ่นที่ทำให้เรารู้สึกสนุกกับการดูละครใบ้กรุงเทพเมื่อครั้งแรกๆ ครั้งนี้ เขาทั้งคู่มาเปิดการแสดงของตัวเอง ไม่อิงกับใคร บัตรเลยแพงได้ใจ ต้องยอมชะเง้อดูเอา เล่นให้ใหญ่สุดๆ ไปเลยนะ  

Gamarjobat แปลว่า สวัสดีในภาษาจอร์เจี้ยน ประเทศจอร์เจีย เขียนเป็นภาไทยว่า กา มา โจ บา ทะ

เปิดแสดงกันด้วย โชว์จาก gamarjobat ที่เรียกร้องให้คนดูมีส่วนร่วมมากๆ เริ่มออกมาปุ๊ป คนดูปรบมือให้แต่ยังดังไม่พอ ขอใหม่ มีซ้อมก่อน ก่อนจะออกมาอีกครั้ง ใครที่เข้ามาสาย ก็มีโดนแกล้งบ้างเล็กน้อย มีเดินไปหา จะพาไปที่นั่ง แต่พาเดินออกนอกประตูไปเลย เหอ เหอ  คนนั่งแถวหน้า จ่ายแพง ก็โดนใช้งานหนักหน่อย ให้ออกมาช่วยยกกระเป๋าที่ทำท่าว่าหนักมาก ให้เล่นทำท่าตามที่สั่งบ้าง ให้ออกมาทำเป็นหุ่นเมื่อโดนคาถาใส่ ให้ออกมาเป็นหุ่นสาวให้หุ่นหนุ่มยอมลุกขึ้นมา มีรางวัลเป็นขนม ช่วงนี้เฮอาดี เล่นมุกมายากลเผยกลซะเยอะ บ้างก็มุขปัญญาอ่อน ประเภท นิ้วหาย ย้ายนิ้ว อะไรประมาณนั้น ก็เวิร์คบ้างไม่เวิร์คบ้าง ตามประสา มีแย่งซีนกันบ้างเล็กน้อย อิอิ  ช่วงนี้เล่นเป็นหุ่นยนต์กับคนบังคับห่นด้วย สุดท้ายให้หุ่นชักโมโหที่ถูกใช้งานหนัก คว้าปืนออกมายิงมาเป็น THe End

ช่วงต่อมา โชว์ M & D                 M นะ มาจาก Micheal Jackson แน่ๆ แต่ D ไม่รู้แฮะ แต่แต่งคล้ายไอ้หนุ่มกังฟู ฉากประมาณว่า MJ กำลังซ้อมคิวคอนเสิร์ต เปิดตัวในเงามืด ท่าพร้อม แต่ไฟสปอร์ตไลต์ส่องไม่ถูกที่ซะที ไอ้หนุ่มกังฟูเป็น Backstage ก็ออกมาขอโทษขอโพยและพยายามแก้ไข มีเสริม effect ด้วยพัดลมด้วย แต่ก็ยังพลาดแล้วพลาดอีก shot สุดท้ายกลายเป็นฉายไฟที่ไอ้หนุ่มกังฟูไปเลย ใช้คาแรกเตอร์ของ MJ ชัดดี มีท่าทางตลอด  MJ ชักโมโหไล่ไอ้หนุ่มกังฟูลงไปแล้วซ็อมคนเดียว แต่ไอ้หนุ่มกังฟูก็ตามมาก่อกวน สู้กันด้วยท่าทาง สุดท้ายมีการใช้เชือก คล้ายว่ามีเชือก เหวี่ยวงคอกัน ดึงยื้อกันไปมา สาวไป สาวไป กลายเป็นสาวคนละเส้นซะงั้น

พัก 15 นาที ก่อนกลับเข้ามาแสดงในชุด Boxer ในที่สุดก็ได้ดู คราวก่อนๆ เคยจะนำมาแสดงแต่เปลี่ยนซะงั้น

เรื่องราวของไอ้หนุ่มนักมาวยที่ไม่ค่อยขยันซ้อม จนโค้ชต้องหาทางหลอกล่อ ลาก จูง ยังไงก็ไม่สำเร็จ จนไปหลงรักสาว แล้วอยากจะแต่งงาน ต้องหาเงินแต่งงาน เลยตั้งใจจะชกมวยเพื่อหาเงินแต่งงาน ก็ซ้อม ซ้อม ซ้อม จนเก่งขึ้นเรื่อย และเรียนรู้กระบวนท่าของโค้ชที่เป้นสุดยอดพลังหมัด แต่ท่าเตรียมนานมั่กกกก กว่าจะได้พลัง โดนคู่ชกล้มก่อนพอดี อย่างไรก็ตามก็ชกชนะมาเรื่อย เปลี่ยนคู่ชกในแบบต่างๆ ดูชนะง่ายเหลือเกิน ส่วนใหญ่นักมวยจะแพ้ภัยตัวเอง มีแบบน้องตุ้มมาชกด้วยนะ จนมาถึงคู่ชิง เพื่อชิงเข็มขัด แฟนสาวเข้ามาให้กำลังใจ แต่พบว่า ชายหนุ่มดูสายตาผิดปกติ ก็เลยพยายามห้ามไม่ให้ชกแต่เค้าก็ไม่ยอม จะชกให้ชนะให้ได้ ก็ชก ชก โดนชก โดนชก เหมือนช่วงเปิดฉากที่กำลังจะแพ้ ล้มลุกคลุกคลานจนโค๊ชหรือพี่เลี้ยงกำลังโยนผ้าขาว

ซีนต่อเนื่อง กำลังจะโยนแต่ไม่โยน เพราะนักมวยส่งสัณญานว่าจะสู้ต่อ ลุกขึ้นมารวบรวมพลังจะทำท่าไม้ตาย แต่ก็โดนชก โดนถอง โดนชก โดนถอง น่วมพ่ะย่ะค่ะ แต่ก็ยังไม่ละความพยายามในการตั้งท่า ตั้งท่าแล้วตั้งอีก จนในที่สุดก็ตั้งท่าไป โดนชกไปนั่นแหละ สุดท้ายก็ทำท่าครบปล่อยพลังได้ เสียงระฆังดังลั่นจนเปลี่ยนเป็นระฆังในโบสถ์ เป็นฉากแต่งงาน ฝ่ายหญิงสวมชุดเจ้าสาว ฝ่ายชายสวมชุดเจ้าบ่าวพร้อมเข็มขัดแชมป์ในมือ Happy Ending

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2554 Centerpoint Central World รอบ 20.00 น. เริ่มเล่นตรงเผง เราก็เข้าตรงเวลา จบประมาณ 4 ทุ่ม กว่าๆ ผู้ร่วมขบวนการ ครอบครัว อีกฟากหนึ่งของแถว มีเพื่อนๆ ของพี่สาวอยู่ด้วย

 

อีกครั้งกับการดูละครใบ้กรุ งเทพฯ ดูมาหลายครั้งอยู่นะ โดยรวมแล้วก็ชอบทุกครั้ง มากบ้าง น้อยบ้าง สลับกันไป ยังไงก็คงเป็นแฟนประจำกันไป เรื่อยๆ ละ 

ปีนี้หลายคนดูคุ้นๆ หน้า แต่ชื่อนี้ ไม่ต้องถามเลยนะ จำไม่ได้หรอก จำได้แค่ กูริ กูริ เกิร์ลเท่านั้น

จากข้อมูลโบรชัวร์มีผู้ร่วมการแสดงครั้งนี้ดังต่อไปนี้

จูซัง นักแสดงชาวเกาหลี มาเล่าเรื่องการผจญภัยของเด็ก ด้วยลูกโป่ง เรื่องนี้คุ้นๆ เหมือนจะเคยดูแบบคล้ายๆ รายละเอียดก็ชัดดี แต่เนื้อเรื่อง ยังไม่โดนมากนัก

โค จียง นักแสดงชาวเกาหลีหนึ่งเดียวในงาน ตัวเล็กๆ เล่นสั้นๆ ในหลายบทบาท ทั้งเด็กเล่นว่าว คนแก่เล่นกับสุนัขแล้วแปลงเป็นสุนัขซะอง แถมเป็นสุนัข 2 หน้าด้วยนะ ทำสดชื่นเมื่ออยู่กะเจ้านาย แม้โดนเจ้านายแกล้ง แล้วแอบเบ้หน้า สุดท้ายไปเก็บที่เจ้านายขว้าง มีแอบนั่งพัก ไม่ไ้ด้พักธรรมดา นั่งสูบหรี่แบบทอดหุ่ยเลย อันนั้นจำได้ชัดเจน อีกอันที่ชอบคือ ขุดดิน ขุดไปขุดมา ลึกเกิน เงยหน้าขึ้นมองให้รู้ว่าลึกแล้ว แสงช่วยได้มากเลย แสงสวย และอาจะมีเรื่องๆอื่นอีก หลายเรื่องทีเดียว แต่จำไม่ได้แล้ว

เบบี้ไมม์ มาแบบไทยมาก นุ่งโจงมาเลย เล่นกันด้วยท่ามือก่อน มือประกบไปมาในรูปแบบต่างๆ ต่อด้วยเรื่องราวที่แสดงถึงความเหนือกว่าจนอีกฝ่ายต้องยกมือไหว้ สารพัดขอทานที่ตามมาก่อกวนขณะกำลังกินข้าว สุดท้ายอดรนทนไม่ไหว เรียกมาแจกเงินจนตัวเองไม่มีเงินจ่ายค่าข้าว ต้องมานั่งล้างจาน 555 มีช่วงเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบประกอบกับเพลงราตรีสวัสดิ์ด้วย แอบเศร้าเลย

อิมากาว่า มาซาคะสุ ชอบคนนี้นะ เรื่องเค้าง่ายๆ เข้าใจได้ชัดเจนมากกกกกกก เป็นเรื่องของร้านโซบะ แบ่งเป็น 2 เรื่อง เรื่องแรก ชายหนุ่มมานั่งกินโซบะ ที่กินแต่ละครั้งดูเหมือนเส้นบะหมี่จะยาวขึ้นเรื่อยๆ จนต้องไล่กินกันรอบร้านเลยทีเดียว อีกเรื่อง ชอบบุคลิกนี้มากกกก มาแบบมาดแมนกำลังเศร้า แล้วต้องมากินบะหมี่ที่ร้อนจัดจนกินไม่ได้ ทำทุกวิถีทางให้บะหมี่เย็น แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายทนไม่ไหวออกจากร้านไปทั้งที่ยังไม่ได้กิน สีหน้า ท่าทาง สุดยอดมากกก

จิได คนนี้มาแนวแต่งเยอะๆ แบบเล่นมายากล ก็น่าสนใจดี แม้กลที่อยากจะทำเช่น ไม้กวาดลอยได้ ค้างคาวมีชิวีต จะไม่ค่อยสำเร็จก็เถอะ แต่ก็มีมุขเรียกร้องความร่วมมือจากคนดูได้ การแสดงตบมือ 2 ที เหมือนให้รู้ว่า ทำแล้วจะให้ชีวิต ตบบ่อยเข้า คนดูก็เลยช่วยตบ จนตอนหลัง ทำเนียน เหมือนไม้กวาดลอยได้แล้วเค้าก็บินขึ้นไป ก็ใช้ผ้าคลุมนั่นแหละ แล้วก็ยืนบนเก้าอี้ เข้าใจคิดจริงๆ

ยามาดะ โทชิ กับเรื่องราวของชายหนุ่ม ที่ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลายเป็นหุ่นยนต์ แล้วก็สะดุ้งตื่นอีกครั้ง เช็คว่าตัวเองเป็นหรือไม่ เหตุการณ์ปกติ จนในที่สุดก็มีเหตุใ้ห้พบว่าตัวเองเป็นอีก วนอยู่อย่างนี้ ไอเดียดี

ยาโน คาซูกิ ชาวญี่ปุ่นที่เราคุ้นกันดีในจอหนัง คราวนี้กลับมากับเรื่อง เงือก เรื่องของหนุ่มนักดำน้ำที่บังเอิญไปเจอกับเงือกสาว ก็เข้าไปโอ้โลม สุดท้ายต้องการอากาศก็จะกลับขั้นมาหายใจแต่เงือกสาวไม่ยอม จึงต้องตาย

คานิคาม่า มาในบทหมอดู กับ ชายหนุ่ม ที่บอกเล่าเรื่องราว ทำนายทายทัก ได้แต่เรื่องแย่ๆ จนฝังใจ เมื่อเจอเหรียญตามคำทำนาย และฝนตกอีก จึงเกรงว่าจะเจอผู้หญิงที่ไม่ใช่ผู้หญิง และแล้วก็เจอผู้หญิงเข้ามาชวนไปดื่ม ตอนแรกก็ว่าจะไปแต่นึกถึงคำทำนายได้จึงผลักและตรงเข้าทำร้าย และพบว่า ไม่ใช่ เธอเป็นผู้หญิงจริงๆ คนรอบข้างรุมกันประนามดังค่ำทำนาย เหอ เหอ

สุดท้าย เรื่อง เดอะแชมป์ นำแสดงโดย หนึ่งในสองจากทีมคานิคาม่า เรื่องของนักมวยที่มีหมัดนัก ฆ่าคนตายคาเวที รู้สึกผิด จึงหันหลังให้แต่ยังไง หมัดนั้นก็ยังคงทำงานต่อไป เรื่องราวดราม่าดี แต่ยาวไปนิดนะ เข้าใจล่ะว่า แชมป์ก็ยังคงเป็นแชมป์

แสดงที่หอประชุมไทยประกันชีวิต วันที่ 4 ก.ค. 53 รอบสุดท้ายแล้ว นักแสดงออกมารอถ่ายรูปด้วย ครั้งนี้มีภาพด้วยล่ะ

ผู้ร่วมขบวนการ แม่ พี่สาวทั้ง 2 และแจ็ค


Tags:
วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พารถไปจอดบนถนนทองหล่อ ไม่ได้ไปเที่ยวจ้า แต่ไปดูละครใบ้ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์
งานนี้ ขอบอกใครชอบดูละครใบ้ หรือ คิดอยากจะสัมผัสกับการแสดงรูปแบบอื่นๆ บ้าง น่าจะไปดูนะ ครั้งนี้ไม่ได้ดู ก็ลองดูครั้งหน้า เชื่อว่ากลุ่มนี้จะมีผลงานต่อเนื่อง
การกลับมาครั้งนี้ มีอะไรปรับปรุงจากครั้งที่เคยทำละครมหาลัยพอสมควร เรื่องทางเข้า ที่ไม่มีประตูกลางให้เข้าแล้ว เรื่องที่นั่ง ที่มีการทำเป็นขั้นบันได เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี เห็นชัดเจน จำได้เมื่อครั้งยังนั่งเก้าอี้เรียบเสมอ นั่งแถวหลังๆ ชะเง้อน่าดูเลย
เข้าเรื่องที่ต้องการจะมาเล่าให้ฟังละ เห็นหัวข้อก็คงพอเดาได้ มาดูละครใบ้ของกลุ่มละครBabymime นักแสดงผีมือดี ได้รู้จักครั้งแรกจากงานเทศกาลละครใบ้กรุงเทพ ที่ เอ ยู เอ มาดูครั้งนี้รับรุ้ได้ว่า เค้าพัฒนาผีมือ และมีความชัดเจนในการแสดงและเนื้อเรื่องมากขึ้นจริงๆ เรื่องส่วนใหญ่เข้าใจง่าย และเรียกรอยยิ้มได้ แม้บางเรื่อง บางช่วงอาจจะงงไปนิด แต่รวมๆ แล้วใช้ได้เลยนะ
การแสดงแบ่งเป็นเรื่องย่อยๆ 8 เรื่อง บอกหัวข้อเรื่องด้วยหญิงสาว คอนเซปคล้ายกับนักแสดงละครใบ้ คณะดังจากญี่ปุ่นไปนิดนะ ลอกแบบกันมาเลยก็ว่าได้ แต่ก็เข้าใจ ถ้าไม่ใช้รูปแบบนี้ ก็ไม่รุ้ว่าจะทำยังไงให้น่าสนใจ ขอพูดถึง การแสดงของหญิงสาวที่มาบอกหัวข้อเรื่อง ดูมีความพยายามนะ แต่ขอคิดเรื่องให้แน่นๆ สำหรับบางหัวข้ออีกนิดละกัน แล้วก็ ไหนๆ จะละครใบ้แล้วก็อย่าพูดสิจ๊ะ แต่ตอนที่ถามว่า “อย่าถามนะคะว่าหมายถึงอะไร เพราะดิฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” อันนี้โดน เป็นการชูป้ายบอกชื่อเรื่อง Sonata D’ amour in A mime Op.2 by Nging, Glur
มาดูเรื่องย่อของแต่ละช่วงกัน
Open Scene by Jum
เปิดฉากด้วย การแสดงเปิดม่าน การแสดงความสามารถอันหลากหลายของสาวใหญ่ใจเพชร ไม่ว่าจะร้อง เล่น เต้นรำ ผู้ชมจะได้เริ่มอุ่นเครื่องไปพร้อมกัน ก่อนที่จะได้สัมผัสกับโชว์เต็มรูปแบบของเบบี้ไมม์
ช่วงนี้เป็นการแสดงความสามารถของเหล่านักแสดง ด้วยการโชว์ลีลายิมนาสติก กระโดดข้ามกันไปมา การตีลังการ การเล่นชักเย่อ การให้คนดูมีส่วนร่วมขึ้นไปเล่นด้วย ทำทีเป็นคล้องเชือกไว้ที่คนดู บังคับให้คนดูต้องเดินตามขึ้นไป ดีนะที่น้องเค้าเล่นด้วย ชุดนี้น่ารักดี เรียกเสียงได้เยอะมาก
Forever love by Babymime เล่าถึงความรักของผู้ชายคนหนึ่ง ที่แอบรักแฟนเพื่อน มาเป้นเวลานาน แม้ตอนที่เพื่อนจะแต่งงานกับฝ่ายหญิงไปแล้ว แต่สุดท้าย ฝ่ายชากก็จากไป ฝ่ายหยิงมีลูกแล้วก้จากไป ทิ้งลูกไว้ให้ผู้ชายเลี้ยง จนโตเป็นสาวแล้วก็มีแฟน แล้วก็จากไป ดูน่ารักดี คนที่เล่นเป็นผู้หญิงเล่นได้น่ารักมาก ให้ความรู้สึกเหมือนชิซูกะเลย ช่วงที่จากไปให้เดาคือตายจากไปนะ คงไม่ได้หนีไปไหนหรอก มันโหดร้ายเกินไป จนตอนที่ทิ้งลูกไว้ให้ผู้ชาย ก็ดูเศร้าเชียว เห็นพัฒนาการ การเลี้ยงจากเด็ก เด็กเล็ก จนโตเป็นสาว ชัดมากกับการแสดงชุดนี้
Sun and Moon by Nging การแสดงถึง พระจันทร์กับพระอาทิตย์ที่ไม่มีวันบรรจบกัน ไม่มีวันได้เจอกัน เมื่อคนหนึ่งจาก อีกคนหนึ่งก็มา จนกระทั่งเกิด ราหูอมจันทร์ จันทรุปราคา หรือ สุริยปราคาตามหลักวิทยาศาสตร์นะแหละ แต่ตอนที่ ราหูอมจันทร์ก็น่ารักดี อมพระจันทร์ แกล้งพระจันทร์ได้ แกล้งพระจันทร์ดี ตอนอมพระอาทิตย์ ตัวเองก็ร้อนไปด้วย เกือบๆ จะเป็นนิยายรักของพระอาทิตย์กับพระจันทร์ แสดงคนเดียว ใช้เวลาสักพักถึงจะเรื่มจับได้ว่า การแสดงหมายถึงอะไร จังหวะนี้กำลังเป็นอะไร เก๋ดี ดูอาร์ทเชียว
Fanclub by Niging, Ta สุดยอด การแสดงขุดนี้ สุดยอด แสดงความบ้าคลั่ง ความคลั่งไคล้ของแฟนคลับ และการรับมือมือกับแฟนคลับของศิลปินได้เป็นอย่างดี ตอนเป็นศิลปิน เก็กกันได้ใจมาก พอกลับมาเป็นแฟนคลับก็คลั่งได้น่าหมั่นไส้มากๆ มีช่วงชีวิตของศิลปินที่ไม่มีความส่วนตัว จนแฟนสาวขอเลิก มีอ่านข่าว เล่าถึงข่าวซุบซุบด้วย แปลได้นะ ว่าข่าวใคร แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว ซื้อเลย การแสดงชุดนี้
Bomb by Glur การกู้ระเบิด เป็นการเล่นกับเวลา และ ความคิดนึกย้อนของชายที่กำลังจะต้องกู้ระเบิด ให้ได้รู้ว่า เค้ากำลังคิดถึงอะไรบ้างขณะกำลังปฏิบัติภาระกิจ ทั้งการฝึกซ้อมที่รวดเร็ว เข้มแข็ง แต่ตอนปฏิบัติจริง ต้องรอบคอบ ทั้ความรู้สึกต่อคนที่รัก และตัดสินใจลงมือทำขั้นตอนสุดท้าย พร้อมกับภาพของสุดที่รัก เค้าเรียก ทำหน้าที่เพื่อคนรักได้มีชีวิตรอดอย่างปลอดภัยนั่นเอง เน้นอารมณ์ ไม่มีฮานะอันนี้
Sonata D’ amour in A mime Op’2 by Niging, Glur อันนี้ดูเพลินๆ ดี กับการเล่นดนตรีของสองนักดนตรี มือเปียโนกับมือไวโอลิน การเล่นประชัน การจินตนาการระหว่างการเล่น ว่าคิดถึงอะไร มีแกล้งกันเล็กๆ ระหว่างการเล่นด้วย แข่งกันเด่นบ้าง แต่สุดท้าย ก็เล่นกันได้ด้วยดี ฟังเพลิน แต่ชื่อเนี่ย ยาวจริงๆ หมายถึงอะไร ไม่รู้หรอก
Mother’s Day by Ta ชุดนี้ซึ้ง เรื่องของลุงคนขับแท็กซี่ที่เลี้ยงเด็กที่ถูกท้งไว้ในรถของตัวเองจนโต วันแม่เด็กอย่างให้อยู่เพื่อมอบดอกมะลิให้ แต่ลุงปฏิเสธ เพราะเขิน วันเดียวกันนั้นเอง เค้าถูกขโมยรถแท็กซี่เครื่องมือทำมาหากิน แต่ก็รีบไปรับลูก แล้วทะเลาะกันรุนแรง เด็กหนีไป ลุงออกตามหาด้วยความบากบั่น ในที่สุดก้ได้เจอ และทำความเข้าใจกัน มีฉากที่ลุงให้กินข้าว ทั้งที่ตัวเองก็หิว แล้วกินเศษข้าวที่เหลือ โหย ซึ้งจ๊ะ
ไกรทอง โดย เบบี้ไมม์ สนุกดี ดูเพลิน มีมุกฮา มีเทคนิค Backlight เล่นฉากใต้น้ำ จริงๆ ตามเรื่องน่าจะเป็นใต้แม่น้ำ แต่กลายเป็นใต้ทะเลไปซะงั้น มีทั้งแมงกระพรุน ทั้งจระเข้ อืม ข้อมุลผิดไปหน่อยนะ ชอบที่สุดคือ เมียชาละวัน ที่ใช้หุ่น แล้วให้บรรดานักแสดงทำให้รู้สึกถึงความมีตัวตน จับมือขึ้นมาแล้วตบ ตบ ตบ ตบ ตบ ทั้งไกรทอง ทั้งชาละวัน ทั้งฝ่ายหญิง น่ารักดี เรื่องนี้ผู้ใหญ่ดีได้ เด็กดูดี
สมาชิกร่วมกระบวนการได้แต่ ครอบครัวของข้าพเจ้า ในบัตรราคา 300 บาทเท่านั้นกับเวลา 2 ชั่วโมงเต็มๆ


Categories