Ras's Blog

Archive for March 2015

ปาโปร่ง 21

ปาโปร่ง

 

ครั้งหนึ่งในชีวิต อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ กาญจนบุรี กับประการณ์เดินป่าที่ไม่เหมือนที่ไหน ใส่ชูชีพเดินป่า ทั้งเดิน ปีน ไต่ กระโดด ลอยคอ ว่ายน้ำ ถึบตัว ไถล จนกระทั่งคลาน เรียกได้ว่า กิริยาคำไหนที่เกี่ยวกับการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าแทบจะได้มาใช้ที่นี่ทั้งนั้น ท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมด้วยป่าไผ่ และป่าโปร่ง กับสายแม่น้ำสายหนึ่งที่คดเคี้ยวไปมาตามหุบเขา และถ้ำต่างๆ จนได้ชื่อว่า ลำคลองงู

เราออกเดินทาง คืนวันที่ 6 มีนาคม 2558 เวลา 21.30 น. ถึงอุทยานลำคลองงู ตีสามกว่า Staff ทั้งสามคน โบว์ เอ๋ และแอนลงไปจัดเตรียมสถานที่นอน พร้อมเตรียมทำอาหารทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวัน ได้เวลาที่เต็นท์กางเสร็จ ทุกคนก็พร้อมใจกันไปนอนในเต็นท์ เพื่อความสงบในการนอนหลับ ขอบอกว่า ไม่ได้นอนทั้งคืนเลย สมาชิกส่งเสียงตลอด ทั้งฮึมฮัม ทั้งกรน ทั้งแบบหายใจ หนักสุด คือ นั่งข้างๆ กันนี่แหละค่ะ ครั้งหน้า จะจิ้มเอว ไม่ให้นอน หึหึ อากาศที่กาญจนบุรียามค่ำคืนหนาวได้ที่ทีเดียว เข้าไปสั่นๆ ในเต็นท์ สักพัก เต็นท์กลุ่มอื่นเค้าก็เริ่มตื่นกันแล้ว เป็นอันว่า คืนนี้ไม่ได้นอนอย่างสมบูรณ์แบบ แล้วดันจะต้องไปเดินไกลที่สุดของทริปด้วย ฮืออออออ

เต็นท์ของ 3 ก

เต็นท์ของ 3 ก

 

ป้ายอช. ลำคลองงู ระหว่างทางไปถ้ำเสาหิน

ป้ายอช. ลำคลองงู ระหว่างทางไปถ้ำเสาหิน

7 มีนาคม เช้านี้เราได้ทานข้าว staff บอกต้องให้อิ่มๆๆๆ เข้าไว้ ต้องออกแรงอีกเยอะ วันนี้เราจะไปถ้ำเสาหินกันก่อน นั่งรถไปจุดจอดรถใช้เวลาประมาณ 45 นาที  ระยะเดินถึงทางเข้าถ้ำประมาณ 2 ชั่วโมง ตามข้อมูลบอกว่า 5 กิโลเมตร แต่มีคนจับระยะด้วยที่จับระยะแบบที่เค้าใช้เวลาวิ่งกันบอกว่า ได้เกือบ 3 กิโล ขาไปยังชิวๆ เดินผ่านป่าไผ่ ทางเรียบๆ เนินลาดบ้าง ชันบ้างพองาม อ้อ ที่นี่มีป้าย อุทยานแห่งชาติลำคลองงูแต่ต้นๆ ทางเลยนะ ประมาณว่า จงถ่ายกับป้ายซะ ก่อนจะไม่มีแรง  ระหว่างทางก็ได้กลิ่นควันจากไฟไหม้ป่าเป็นระยะๆๆ แรกๆ ก็เดินเกาะกลุ่มกันดี แต่ระยะห่างก็มากขึ้นเรื่อยๆ สักพัก พี่หญิง มิ้น พี่หนุ่ม พี่กอล์ฟ เบจไปกับกลุ่มข้างหน้าเรียบร้อย เริ่มโหดขึ้นตรงทางชันดิ่งลงไปเรื่อยๆ เต็มไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่ ไถลลงกันสนุกสนาน ก็ขามันไม่ถึงนิ ถุงมือจำเป็นมาก ถุงมือก่อสร้างนี่แหละ ต้องคอยจับตลอดเวลา ที่สำคัญคือ วันนี้มาทางไหน กลับไปทางนั้น ฮ้าาาาาา ไอ้ที่เราปีนลงมาเมื่อกี่ทั้งหมดอ่ะนะ

ไต่ลงไป

ไต่ลงไป

พืชพรรณในป่า

พืชพรรณในป่า

5 แมลง

แมลงอะไรเอ่ย สีสวยจริง

 

ไต่ ไต่ ไต่

ไต่ ไต่ ไต่

ประคับประคองกันไป

ประคับประคองกันไป

ถึงจุดลานกว้างหน้าน้ำตกเล็กๆ แห่งหนึ่งที่จะเป็นจุดทานข้าวของทุกคน ทิ้งข้าวและสัมภาระที่ไม่จำเป็นไว้ที่นี่ ปรากฏทิ้งทุกอย่าง แล้วแบกถุงกันน้ำมาทำไมเนี่ยะ จากตรงนี้ เราจะเดินไปอีกระยะหนึ่ง ผ่านปากถ้ำอีกแห่งที่ตอนแรกเราเข้าใจว่าเป็นทางเข้า ไปปีนๆ ป่ายๆ อีกสักพัก ก่อนจะถึงทางเข้าปากถ้าจริงๆ เดินแคบๆ ขึ้นไป มองลงไปเป็นปากถ้ำขนาดใหญ่ เห็นชูชีพสีส้มๆ อยู่ข้างล่างกำลังรอเรากลุ่มเรา แจ้งทราบ กลุ่มเราคือ กลุ่มรั้งท้ายจ้า แบบว่า เป็นพวกขอใช้เวลาให้คุ้มค่า เค้าบอกว่าเดิน 2 ชั่วโมง เราก็จัดแถมให้อีกสักครึ่งชั่วโมงแบบเบาๆ เหมือนจะดื่มด่ำกับธรรมชาตินะ เปล่า พักบ่อย ก้าวไปไม่เท่าไหร่ก็พักแล้ว ขามายังไม่เท่าไหร่ ขากลับสิคะ เหอ เหอ เหอ

ลานหน้าน้ำตก

ลานหน้าน้ำตก

 

ภาพหมู่สมาชิก

ภาพหมู่สมาชิก

มนุษย์ถ้ำ พร้อม

มนุษย์ถ้ำ พร้อม

หน้าถ้าที่ไม่ใช่ทางเข้า

หน้าถ้าที่ไม่ใช่ทางเข้า

เมื่อเข้าไปในถ้ำ มันกว้างงง

เมื่อเข้าไปในถ้ำ มันกว้างงง

ถ้ำเสาหิน มีสายน้ำไหลผ่านภายในถ้ำเลย เราต้องว่ายน้ำทวนบ้าง ตามบ้าง แล้วไปไต่ตามหินเป็นระยะๆ เพื่อเข้าไปให้ถึงในสุดของถ้ำที่มีถ้ำเสาหินสูงกว่า 63 เมตรเด่นเป็นสง่าอยู่ ต้องอาศัยความสามัคคีในการส่องไฟเพื่อให้เห็นทั้งหมดได้พร้อมๆ กัน หินบ้างช่วงในนี้ลายสวยมาก เป็นวนๆ คล้ายวงปีชีวิตของต้นไม้ใหญ่ เป็นเส้นๆ สีขาวสลับสีดำ ถ้านี้เต็มไปด้วยค้างคาวและขี้ค้างคาว แรกๆ ก็ระวังกันอยู่หรอก ไม่ให้เผลอไปสัมผัส ผ่านไปสักพัก ไม่สนใจอะไรแล้วจ้า มือจะโดนไปเต็มที่ก็โดน เราต้องยึดตัวเองให้มั่น ไม่งั้นล้มทั้งตัวแน่ๆ ชอบนะ แต่ก็เกิดอุบัติเหตุเล็กๆ จนได้ ไถลลงไปตรงจุดที่ต้องโดดลงไปจับเชือกนั่นแหละ ดีนะยั้งทันในที่สุด แต่เพราะยั้งแหละ ยึดเลย

แสงรำไร

แสงรำไร

จุดลงน้ำจุดแรก น้ำเย็นเจี๊ยบ

จุดลงน้ำจุดแรก น้ำเย็นเจี๊ยบ

หิน ลายวงปีต้นไม้

หิน ลายวงปีต้นไม้

 

เสาหิน Hi light ของถ้ำนี้

เสาหิน Hi light ของถ้ำนี้

หินงอกหินย้อย

หินงอกหินย้อย

ถ้ำเสาหินหินน้ำเย็นนนนน มีการผจญภัยที่หลากหลายในถ้ำเดียว แต่ขอประตูโดราเอมอนได้ไหม ไม่อยากเดินกลับทางที่เข้ามาเลยยยยย ที่ถ้ำนี้ เรียกได้ว่าเป็นจุดนัดพบของทุกกลุ่มที่มาท่องเที่ยวที่นี่ เราเจอทั้งตุ๋ม ทั้งอาจารย์อภินันท์ที่นี่ และแน่นอน ทั้งสองกลุ่มก็เดินถึงที่รถก่อนเรา ออกจากถ้ำเดินกลับไปจุดลานน้ำตกด้วยทางลัดคือ กระโดดน้ำตกไปเลย ย่นไปได้สักกี่ร้อยเมตรน่ะ แต่เอาอยู่แล้ว น้ำน้อยเลยมองเห็นหินชัดเจน เห็นว่าสูงสัก 5 เมตรได้ แต่เหมือนไม่ถึงนะ ตุ๋มมาบอกทีหลังว่า เราตั้งนานจะถ่ายรูปให้ซะหน่อย มิ้นโชคดี ได้ไปคนเดียว ชิส์ นั่งทานข้าว ด้วยข้าวเหนียวหมูย่างที่น้าเพิ่มส่งมาเป็นเสบียงแทนตัวที่ไม่ได้มา เกือบจะมาอยู่แล้ว แต่ตัดสินใจยกเลิกซะก่อน ซึ่งก็คิดถูกค่ะสำหรับน้าเพิ่ม อร่อยเชียว พี่หนุ่มหยิบน้ำพริกมาให้ด้วย คือว่า ขนอะไรกันเข้ามาบ้างเนี่ย พี่หนุ่ม มิ้น

จุดกระโดดจุดที่ 1

จุดกระโดดจุดที่ 1

น้ำพริก!!!

น้ำพริก!!!

ทานอาหารกันบนน้ำตก

ทานอาหารกันบนน้ำตก

ได้เวลา กลุ่มแรกๆ เค้าก็เคลื่อนขบวนไปก่อน กลุ่มเราน่าจะเป็นกลุ่มที่ 2 หรือ 3 ได้ เดินด้วยสปีด 1 กม/ ชั่วโมง ณ จุดที่ต้องคลานขึ้นไป ขาไม่มีแรงจะยกแล้วจ้า ก้าวไม่ขึ้น ไต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนในที่สุด กลุ่มรั้งท้ายก็โดนทิ้งห่าง แถมเต็มใจโดนแซงจากกลุ่มอื่นอีก กลุ่มกว่าๆได้  พี่หนุ่ม ณ ขากลับ ก็มารวมตัวด้วยกัน (ว่าแต่ไมขาไปพี่ถึงเร็วอ่ะ)  เจ้าหน้าที่อุทยานอยู่กับกลุ่มเราถึง 3 คน จำชื่อได้อยู่คนเดียวคือ พี่สมชาย bodyguard ส่วนตัวพี่กุ้งที่โดนเราแย่งตอน 200 เมตรสุดท้ายของวันสุดท้าย แต่วันนี้ปล่อยตัวให้จ้า แต่พี่สมชายช่วยแบกของให้มากกว่า 5 คนนะ รวมทั้ง เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ด้วย ชูชีพบ้าง ถุงกันน้ำบ้าง ถือกันคนละชิ้นสองชิ้น

เตรียมปีเตรียมปีนขึ้นนขึ้น

เตรียมปีเตรียมปีนขึ้นนขึ้น

 

ฮึบๆๆๆๆๆๆ ในที่สุดก็ผ่านช่วงแนวตั้ง เริ่มมาแนวราบ+หินบ้าง ช่วงนี้พี่หนุ่มฮึดมาจากไหนไม่รู้ เดินนำขึ้นมา แล้วก็พัก แล้วก็ถอยหลังไปอยู่หลังเช่นเดิม ขณะที่พี่เจี๊ยบเพื่อนพี่นิก เริ่มเข้าช่วงป่าไผ่ ชิวมาก เดินฟังเพลงจากมือถือแล้วก็นำหายไปเลย ช่วงเนินเรียบไร้หินที่เหมือนจะสบาย ที่แฝงไว้ด้วยแนวลาดลงและลาดขึ้น แต่ด้วยขาที่โดนดูดพลังไปมากแล้ว ก็เดินกันอย่างเชื่องช้าเป็น 2 กม/ ชม และแล้วก็มาถึงช่วงวัดใจอีกช่วงหนึ่งมองขึ้นไปค่ะ เราต้องขึ้นไปตรงนั้น เดินไต่ขึ้นไปเรื่อยๆๆๆๆ ถึงทางถนน ทางออกสู่ที่จอดรถแล้ว

ถามว่าได้ชื่นชมกับธรรมชาติบ้างไหม ก็มีบ้างงงง แต่หลักๆ ก้มหน้าก้มตาเดิน มีสมาธิกับการบอกตัวเองว่า ก้าวหนอ ก้าวต่อไป ก้าวเถิด ก้าวต่อไป

สมาชิกกลุ่มหน้า นั่งรอกันชิวๆ พร้อมน้ำอัดลมที่ทางทัวร์เตรียมไว้เป็นรางวัลปลอบใจ  กลุ่มรอพักกันจนหายเหนื่อยแล้วหายเหนื่อยอีก รอแค่ครึ่งชั่วโมงเองเนอะ เราใช้เวลากันไป 2 ชั่วโมงครึ่ง แวบเดินไปเจ๊าะแจ๊ะกับกลุ่มอาจารย์อภินันท์จนเกือบโดนทิ้งแน่ะ ได้ยินแว่วๆ ว่ากบหายไปไหน รีบวิ่งกลับมาประจำกะบะหลังแทบไม่ทัน ผมแดง รับลมกันต่อไป ออกจากจุดจอดรถร่วมบ่ายสี่ เจ้าหน้าที่อุทยานพี่สมชายที่ทำหน้าที่ขับรถให้คันที่เรานั่งด้วย ก็พาไปที่ไร่สตอเบอรี่ โดยมีเจ้าหน้าที่เด็กๆ ที่นั่งอยู๋กะบะหลังด้วยกันคอยบอกทางเป็นระยะ ใช้เวลาที่ไร่นานนนนนน เพราะแม่ค้าช่างเจรจาและเลือกสตอเบอรี่กันด้วย ดูจะถูกใจกับสตอเบอรี่ ขี้เหร่ใจดี ตามคำของแม่ค้า  นำมาทานเป็นผลไม้ตบท้าย แวะตลาดนัดด้วย อาหารเย็นสุกี้หม้อไฟจ้า อากาศเริ่มเย็นๆ ช่างเหมาะกับการทานสุกี้เสียจริง แต่พี่หนุ่มกับมิ้นเหมือนจะหิวจัด ออกไปพึ่งบริการร้านอาหารลุงหน้าทางเข้าอุทยานเรียบร้อยก่อนจะกลับมาตบท้ายด้วยสุกี้อีกครั้ง แล้วก็หลบไปเข้านอนก่อนเลย กลุ่มรั้งท้ายยังนั่งคุยกันอยู่พร้อมกับเครื่องดื่มกระป๋องเย็นๆ ในมือ คุยกับเหล่า staff โบ เอ๋ แอน แล้วก็ค่อยๆ ล่าถอยกลับมาพักร่างกายกัน เรานอนตอน 4 ทุ่มกว่าๆ ได้แหละ

เช้าวันที่ 8 มีนาคม 2558 ตื่นกันเรื่อยๆ เราแอบสายนิดนึง 7 โมงกว่าๆ ค่อยออกมา ซึ่งก็ดีเพราะห้องน้ำว่างแล้วจ้า ไม่ต้องไปแย่งกับใคร และไม่เจอปัญหาน้ำหยุดไหลด้วย ไปป๊ะกับพี่หญิงที่ห้องน้ำของตัวสำนักงานของอุทยาน ล้างหน้า แปรงฟัน ทานอาหารเช้าเป็นข้าวต้ม ถ้าหมดแรงก็พูดได้เต็มปากว่า หมดแรงข้าวต้มล่ะงานนี้ ออกเดินทางจากอุทยานตอน 9 โมงได้ ใช้เวลาแป็บเดียวถึงจุดจอดรถ

พร้อมสู้ วันที่สอง

พร้อมสู้ วันที่สอง

เจ้าหน้าที่รวมทั้ง Staff คอยพร่ำบอกว่า ทางวันที่สองสบายกว่าเยอะ สวยมากกก ขอให้ทุกคนได้ไป สุดท้ายก็ไปกันหมดจริงๆ แม้ตอนแรกจะมีคนงอแงบ้างเล็กน้อย หรือพร้อมจะไม่ไปถ้ามีสักคนยอมแพ้ แต่ไม่มีข้ออ้างค่า ไปกันทุกคน  คือทางมันก็ไม่ยากเท่าไหร่หรอก แต่จากสภาพที่ใช้กำลังกล้ามเนื้อมาทุกส่วนแล้ว มันเลยยากเหมือนกัน แต่ไม่ว่าคุณจะอยากยอมแพ้แค่ไหน ขอบอกว่า ต้องไป ที่นี่สวยมากกกกกก

ทางเดินง่ายๆๆ

ทางเดินง่ายๆๆ

เรามุ่งสู่ถ้ำนกนางแอ่น ทางเข้าทางเดียวกับถ้ำน้ำตก หรือ ถ้ำเวิล์ดคัพตามภาษาทัวร์ ได้ยินเสียงน้ำ เดินในป่าดิบชื้น มองวิวภูเขา จุดชมวิวถ้ำนกนางแอ่น มีบันได้ด้วยนะที่นี่ แว่วว่า เพิ่งสร้างเสร็จเพื่อลดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าปีนโดยไม่มีบันได สภาพนี้คงสนุกล่ะ เดินหักเข้าไปในตัวภูเขาเป็นป่าไผ่อีกครั้งทางเดินสบายๆ เหมือนเป็นขั้นบันได แต่ทรมานขามาก เราต้องเดินเอียงข้าง การลื่นไถลลงไปตามหินแล้วขาซ้ายไปติดนี่เริ่มออกฤทธิ์บ้างแล้ว แต่ก็ยังคงเดินไปเรื่อยๆ แรกๆ ก็เดินรอๆ พี่สาวกลุ่มรั้งท้าย สุดท้ายก็ห่างเกิน เดินคนเดียวอยู่พักใหญ่เลย จนโบมาถึงแล้วก็มาเดินประกบไปด้วยเลย ก่อนหน้าก็เจอเอ๋ค่อยๆ เดินพร้อมเก็บบรรยากาศรอบข้างไปด้วย

ถึงจุดถ้ำทะลุมิติ จุดแบ่งแยกที่มีผาหินขนาดใหญ่ขวางอยู่ เราต้องมุดเข้าไปเล็กน้อย แล้วเดินออกไปเจอกับปากถ้ำน้ำตกที่อยากเข้าไปจังเลย เค้าปิดมาหลายปีแล้ว บอกว่า หินยังมีชีวิตอยู่ ควรปล่อยให้อยู่แบบธรรมชาติ อย่าให้มนุษย์เข้าไปรบกวน เราได้แต่ถ่ายรูปหน้าถ้ำจ้า นั่งทับกองขี้ค้างคาวถ่ายรูปกันไป

กับป้ายถ้ำทะลุมิติ

กับป้ายถ้ำทะลุมิติ

ทะลุมิติ

ทะลุมิติ

หักขวาเพื่อไปโดดน้ำตก 4 เมตร เพื่อปล่อยตัวไหลไปตามน้ำมุ่งไปสู่ถ้ำนกนางแอ่นต่อไป สนุกค่ะช่วงนี้ ไหลกันไปเรื่อยๆ เกาะกันไปเป็นรถไฟได้เลยถ้านัดกันสักนิด โบบอกบ้างแล้วแหละ แต่ไม่ได้บอกตรงจุดนั้น เลยไม่ได้ภาพเลย อย่างมากได้แค่ 3 คนมั้ง บ้างช่วงก็ตื้นเกิน คนข้างหน้าติด พี่โจอี้อ่ะติด เลยต้องติดด้วยเลย ลอยไปต้องเอาขาไปข้างหน้านะ คอยยันหิน ปรับทิศทาง แล้วก็ถึงทางเข้างอีกทางหนึ่ง ภายในก็เป็นหินงอกหินย้อย สวยงามมั้ง แต่ที่สนใจ คือ น้ำแรงอีกจุดต้องเกาะเชือก แล้วก็ไปไถลลงทางน้ำแรงอีกที่ ว่ายน้ำชิดขวาพาตัวขึั้นฝั่งไปปินหินต่อ ทั้งหมดทั้งมวล เมื่อหันกลับมา โอ้ สวยจัง

จุดรอโดดน้ำตกที่สอง

จุดรอกระโดดน้ำตกที่สองของทริป แต่น้ำตกแรกของเส้นทางถ้ำนกนางแอ่น

 

กระโดด!!!

กระโดด!!!

ลอยละล่อง

ลอยละล่อง

ขบวนรถไฟ 3 ก

31 จับเชือกจุดที่ 2

ร่องน้ำเชี่ยว จับเชือกด่วน โดนเชือกฝากรอยไว้ดตรงนี้ด้วย

 

แสงและเงา

แสงและเงา

33 ไหลในน้ำตกเล็กๆ

มาเล่นน้ำกัน

 

เดินปินตามหินไปเรื่อยๆ ทำตัวเป็นแพะภูเขา ก็เห็นเป็นผาหินคล้ายผาหินตรงถ้ำน้ำบ่อผีเลย  มีทางเดินให้เลือก 2 ทาง ปีนขึ้นสูงกับลงต่ำ เอ๋จะพาไปทางลงต่ำบอกว่ามันสั้นกว่า แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ไปบอกอันตราย สรุปเอ๋ไปคนเดียว สั้นกว่าจริงแหละ แต่ก็อันตรายกว่าเยอะ พลาดนี่ ตกเลยนะ เหอ เหอ

เมื่อมองขึ้นไป

เมื่อมองขึ้นไป

แสงสวยๆ หน้าถ้ำ

แสงสวยๆ หน้าถ้ำ

ทางเดินแพะ

ทางเดินแพะ

มาถึงจุดลงอีกจุดหนึ่ง มองลงไปก็เห็นเริ่มกระโดดลงกันแล้ว เราก็ยังถ่ายรูปเล่นข้างบนกันต่อไป ค่อยๆ เยื้องย้างลงมา ทักทายกับหินอะนาคอนด้า สบพากับหินเอเลี่ยน มันใช่ก้อนนี้เหรอ รูปที่เราเคยเห็น ตะไคร่ขึ้นเต็มเลย ในที่สุดก็เยื้องกรายมาถึงจุดโดด มีพี่เจี๊ยบยังคงนั่งรออยู่ เลยดึงพี่เข้าขึ้นมาแล้วบอกว่า ไปเลยค่ะ อย่านั่งรอนาน สักพักเราก็ไปบ้าง ที่นี่ ที่จะโดดมันต้องก้าวไปยืนแล้วโดดเลย ที่มันน้อย ยืนนานเดี๋ยวใจสั่น ความสูงประมาณ 6 เมตร อยากโดดสูงกว่านี้ก็ทำได้ เอ๋ทำให้ดู แต่เกรงว่าจะโดดไม่พ้นหินอ่ะ ขณะที่ลูกทริปทุกคนโดด เจ้าหน้าที่อุทยานไม่โดดสักคน ไปไต่หินลงน้ำกันเป็นแถว อ้างว่า ชูชีพไม่พร้อม ไม่มีสายรัดใต้ขา อืม ก็จริง พร้อมแล้ว ทุกคนก็ลอยตัว ว่ายน้ำออกมากัน น้ำครั้งนี้น้อยเลยต้องออกแรงว่าย พอหันหน้ากลับเข้าไปมองในถ้ำ ก็เห็นภาพหินรูปหน้าคนหันข้าง เหมือนเป็นปู่โสมเฝ้าถ้ำเลยทีเดียว ดูยิ่งใหญ่ ถึงทางขึ้นแล้ว ทางไม่ลำบากเลยยยยยยย ไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆๆๆ แต่แล้ว ขาเราก็เริ่มออกฤทธิ์ สงสัยเจอน้ำเย็นเสริมเข้าไปด้วย คล้ายเส้นยึดแต่ไม่ใช่ เพราะถ้าให้ขยับก็ยังได้แต่เจ็บจี๊ดจ้า งอเข่าซ้ายไม่ได้ ต้องชิงตัวบอดี้การ์ดพี่กุ้งมาในระยะ 100 เมตรสุดท้ายได้ กลับขึ้นไปโดยสวัสดิภาพ

 

ครใคร่ถ่ายรูป ถ่าย ใครใคร่โดด โดด

ครใคร่ถ่ายรูป ถ่าย ใครใคร่โดด โดด

หินอะนาคอนดา และ หินเอเลี่ยน

หินอะนาคอนดา และ หินเอเลี่ยน

จุดโดดสุดท้าย ที่ยืนพอดีเท้ามาก

จุดโดดสุดท้าย ที่ยืนพอดีเท้ามาก

ลอยละล่องกับจุดสีส้ม

ลอยละล่องกับจุดสีส้ม

ทางขึ้น ง่ายยยยยย

ทางขึ้น ง่ายยยยยย

เดี้ยงแล้วจ้า

เดี้ยงแล้วจ้า

ถ้านกนางแอ่น ตลอดทางเดินเข้า ผ่านป่าโปร่ง ป่าไผ่ วิวผา ลอดหิน ไต่หิน จนการลอยน้ำ ตามน้ำ ว่ายน้ำ สนุกมากกกก ให้กลับมาอีก สำหรับถ้ำนี้ก็ยังได้ แต่ขอไปถ้ำน้ำตกด้วยนะ

ศาลานั่งพักมีเครื่องดื่มพร้อม นึกว่าทัวร์เตรียมให้ เปล่า เค้าเอามาขาย ก็จ่ายไปกระป๋องละ 15 บาท ไม่ได้ชาร์จมากมาย ให้พี่หนุ่มจ่ายนะ เพราะไม่มีตังค์จ้า ออกจากจุดจอดรถร่วมบ่าย

ขากลับเนื่องจากขาเดี้ยง พี่หญิงเลยย้ายไปนั่งข้างหลังให้ คาดว่า น่าจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศด้วย เราก็เลยได้เข้าไปนั่งแคปหน้าสบายๆ  กลับไปปุ๊บ ก็รีบรวมตังค์ค่าทิปให้เจ้าหน้าที่อุทยาน แว่วว่า พี่สมชายน่าจะได้ไปเยอะอยู่เลย ช่วยแบกของเยอะซะขนาดนั้น รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างที่ staff ทำกับข้าวแล้วจะมาเก็บเต็นท์ที่เรานอนกัน ทำเวลาๆๆ ออกจากแคมป์ร่วมบ่ายสี่ กว่าจะถึงตัวเมืองกาญจน์ร่วม 2 ทุ่ม แวะทานข้าวข้างทาง มุ่งสู่กทมเวลา 20.30 น. ถึงบ้านเวลา 22.30 น. ได้ เป็นอันจบทริปนี้

ถามว่า ให้ไป ไปอีกไหม คิดๆๆๆๆๆๆ ถ้าถ้ำน้ำตกเปิด จะไป ขอไปแค่ถ้ำน้ำตกกับถ้ำนกนางแอ่นก็พอค่าาาา 5555 แต่นะ ครั้งหนึ่งในชีวิต จะมีครั้งที่สองอีกหรือ สภาพร่างกายหลังจากกลับมาวันแรกๆ นี่แทบไม่อยากขยับไปไหน เห็นบันไดแล้วท้อมากก สักวันที่ 2 3 ก็โอเคอยู่ ให้ดู ควรจะยืดเส้นยืดสายนะ จะได้ช่วยให้หายเร็วขึ้น เป็นทริปที่สุดยอดมากทริปหนึ่งเลย เราเคยคิดว่า ถ้าน้ำบ่อผีโหดแล้วนะ ทริปนี้ยิ่งกว่า น้ำว้านี่เด็กๆ เลย  จะหลอกล่อพี่สาวไปสันเขาช้างเผือกได้ไหมน้อออ ไม่มีห้องน้ำด้วย

มาโดดกันหน่อย โดดเป็นหลุมเชียว

มาโดดกันหน่อย โดดเป็นหลุมเชียว

 

เรื่องน่ารู้ สำหรับทริปนี้

ทริปนี้ ต้องอาศัยการเตรียมตัวทั้งอุปกรณ์และร่างกายพอสมควรเพื่อความพร้อม

1. ไฟฉายคาดหัว จำเป็นมาก

2. รองเท้าที่ใส่เดินป่าได้อย่างสบาย คลุมเท้า ไม่หลุดง่าย เปียกน้ำได้ แห้งไวยิ่งดี

3. กางเกงขายาวจำเป็นนะสำหรับผู้หญิง เสื้อแขนสั้นก็ได้เราว่า

4. ชูชีพ ต้องมีสายรัดใต้ขาด้วยนะ กันชูชีพรั้งคอ

5. อยากถ่ายรูป ขอให้กล้องๆ เบาๆ กันน้ำได้ยิ่งดี แต่เชื่อเถอะ ถ่ายได้แค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น

ร่างกาย ควรวอร์มตัวเองให้พร้อมกับการเดิน ขยับร่างกายเป็นประจำเพื่อจะได้ไม่ปวดเมื่อยล้าจนเกินไป และทานยาคลายกล้ามเนื้อช่วยด้วย ที่บอกเนี่ย แทบไม่ได้ทำเลย

ใจ ต้องสู้นะ ร่างกายก็สำคัญแต่ถ้าขาดใจนี่ จบข่าวเลย

ระหว่างเดิน ทำตัวให้เบา อย่าแบกอะไรที่ไม่จำเป็น จะได้ไม่ลำบากพี่เจ้าหน้าที่เค้า

ทางอุทยานจะเตรียมเจ้าหน้าที่ 1ต่อ 3 คน แต่ละกลุ่มต้องมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คนเพื่อช่วยกันจับเชือก ปิดหัวท้าย

เรื่องห้องน้ำระหว่างเดิน ไม่ต้องสนใจเลย เราลงน้ำไง อิอิ แต่ธุระเบาๆ อย่างเดียวพอนะ ธุระหนักๆ มันไม่ค่อยมีที่ให้หลบ

อช.ลำคลองงู มีห้องน้ำอยู่ 2 ส่วน ส่วนด้านหน้าติดทางเข้าน่าจะทำใหม่ แต่มีปัญหาเรื่องท่อตันหน่อย แต่ก็อาบไปเถอะ มีที่แขวน มีอ่างล่างหน้า มีกระจก ส่วนเก่า มีถังตักอาบ ในสำนักงานมีอีก 1 ห้อง พร้อมอ่างล่างหน้าด้านนอก

อาหาร ถ้าไม่ทำเอง ก็พึ่งบริการของทางอช.ได้ในระดับนึงแต่ต้องแจ้งก่อน อีกทีแวะพารากอนหน้าอุทยาน 555 ตามคำของมิ้น ไปพึ่งมา 3 มื้อนิ ไปกัน 2 คน มาต้อนรับกันทั้งครอบครัว

ทริปลำคลองงู กับ Travellife Thailand เรารวมสมาชิกกันได้ 12 คน ร่วมกับสมาชิกจากทางทัวร์เอง เป็นรถตู้ 2 คน  staff 3 ลูกทัวร์ 17 (3 ก พี่โจอี้ พี่หญิง มิ้น พี่หนุ่ม พี่กอล์ฟ เบจ พี่นิก พี่เล็ก พี่เจี๊ยบ แอ พี่ติ๋ม(อาวุโสสุดแต่แข็งแรงมากกกก)  พี่กิ๊ก(ไม่แน่ใจ) อีก 2 ท่าน จำชื่อไม่ได้ค่ะ ขออภัย

ค่าใช้จ่าย 3,150 บาท สมาชิกเก่าลด 100 บาท + ค่าชูชีพวันละ 50 บาท เป็น 3,150 บาท กับ อาหาร 6 มื้อ

ค่าทิปเจ้าหน้าที่อุทยาน 200 ไกด์+คนขับ 200 บาท แล้วแต่แต่ละคน

http://www.travellifethailand.com/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B9-2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-3%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9E-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99.html

 

beauty and the beast

ละครบรอดเวย์ที่นำเรื่องจากการ์ตูน วอล์ท ดิสนีย์ โรงละครรัชดาลัยดึงโปรเจคนี้มาเล่นเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี ภาพยนตร์เรื่อง Beauty and The Beast ด้วย ความท้าทายคือ คุณจะทำยังไงกับภาพจำที่ผู้ชมติดมาจากหนังได้ ละครเวทีเรื่องนี้ใช้ความพยายามอย่างมาก เพื่อสร้างความรู้สึกให้เหมือน โดยภาพรวมก็ตอบโจทย์ได้ดี โดยเฉพาะฉากในเพลง Be Our Guest และ การแปลงโฉมของอสูร

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เจ้าชายหนุ่มรูปงามปฏิเสธที่จะให้ที่พักพิงแก่หญิงชรา แต่หญิงชรานั้นที่แท้เป็นแม่มดจึงสาปให้เจ้าชายและผู้คนในปราสาทกลายร่างไปจนกว่าเจ้าชายจะได้พบกับรักแท้ รักที่ไม่ได้มองที่เปลือกนอก   ที่เมืองเล็กๆ แหล่งหนึ่ง เบล สาวน้อยช่างฝัน นักอ่านหนังสือ มีพ่อเป็นนักประดิษฐ์ก็ค่อนข้างแปลกแยกจากผู้คนรอบข้าง ถึงอย่างนั้นความสวยของเบลก็ต้องตาต้องใจ แกสตอน ชายหนุ่มบ้าพลังประจำหมู่บ้านและหมายมั่นปั้นมือจะให้เบลเป็นของตน

townspeople

Gaston

วันหนึ่งพ่อของเบลเดินทางไปงานประกวดสิ่งประดิษฐ์แต่หลงทางและโดนหมาป่าตามไล่ จึงหลบเข้าไปขออาศัยอยู่ในปราสาท คนในปราสาทให้การต้อนรับอย่างดี แต่แล้วเจ้าชายอสูรก็แสดงตนออกมาแล้วพาไปจับขัง เบลกังวลใจเมื่อได้เห็นผ้าที่ตนให้พ่อหล่นอยู่กลางป่า รู้ได้ทันทีว่าต้องมีปัญหาเกิดขึ้น จึงไปตามหาจนเจอและขอแลกเปลี่ยนตนเองแทนพ่อ เมื่อพ่อเป็นอิสระก็พยายามขอความช่วยเหลือจากคนในหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครเชื่อ หาว่าเพ้อเจ้อ จนแกสตอนฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นี่อาจจะเป็นหนทางที่ทำให้เบลยอมตกลงแต่งงานด้วย จึงสร้างเรื่องให้คนจากโรงบาลโรงจิตมาดูอาการ

เบลอยู๋ที่ปราสาทด้วยความไม่เต็มใจ อสูรก็ทำตัวไม่ถูก แม้คนในปราสาทจะพยายามช่วยก็ตาม จนกระทั่งวันหนึ่งเบลแอบเข้าไปยังห้องต้องห้าม อสูรตวาดลั่น เบลตกใจกลัวและหนีออกจากปราสาทมาเจอกับหมาป่า อสูรตามมาช่วยไว้ทัน จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มดีขึ้น พูดคุยกันด้วยดี ทุกคนต่างดีใจ คิดว่า คำสาปจะสามารถถอดถอนได้ในที่สุด เบลคิดถึงพ่อ อสูรจึงให้เบลดูพ่อผ่านกระจกวิเศษและเห็นว่าพ่อกำลังมีปัญหา อสูรบอกให้รีบกลับไปช่วย เบลมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนก็ได้

Castle Character

be our guest

beauty_and_the_beast02

เพื่อช่วยพ่อให้พ้นจากข้อหาเพ้อเจ้อ เบลจึงแสดงภาพอสูรผ่านกระจกให้คนในหมู่บ้านเห็นและย้ำว่า นี่คือเพื่อนตน ใจดี แต่แกสตอนปลุกระดมให้คนกลัวและบุกไปยังปราสาท สู้กัน แกสตอนตกจากที่สูงตายไป อสูรก็บาดเจ็บ เบลมาทันและบอกรักก่อนที่กลีบกุหลาบต้องคำสาปจะร่วงเป็นกลีบสุดท้าย อสูรกลับคืนสู่ร่างคน ควรจะรูปงามแต่ไม่งามเท่าที่คิด แฮ่  อยู๋ด้วยกันอย่างมีความสุขที่ปราสาทแห่งนั้น

เวอร์ชั่นนี้ อสูรดูจะทำตัวตลกกว่าในหนังพอตัว รอบข้าง ทั้งคุณนาฬิกา คุณเทียน คุณกาน้ำ คุณไม้ปัดฝุ่น ก็ดึงภาพในจินตนาการมาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ดช.ถ้วยชา ที่น่ารัก เรียกรอยยิ้มได้เป็นอย่างดี  ฟากหมู่บ้าน ตัวละครก็เหมือนออกมาจากการ์ตูนเลย ทั้งคุณพ่อ แกสตอน ที่เหมือนเกิดมาเพื่อบทนี้ สามสาวผู้บูชาแกสตอนก็การ์ตูนมากกกก เบลก็เหมือนมากค่ะ ดูไปดูมามีมุมคล้าย ซานด้า บูลล๊อกนะ

บทเพลง เสียงเพลง ประหนึ่งว่า ฟังจากซีดี เปิดแผ่นมาเลย โทนเสียงเดียวกันเป๊ะ มีเพลงใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาให้ตัวละครบ้าง เช่นเพลงของพ่อของเบล และ เพลงของตัวอสูรเอง   เราร้องเต็มๆ ฮึมๆ ฮัมๆ ได้ทั้งเรื่อง

ฉาก เข้าใจทำนะ ให้ภาพรวมของแต่ละสถานที่ ใช้พื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ มีตัวละครเสริมในการช่วยย้ายอุปกรณ์ทั้งหลาย เช่นบันได วนไปมา แยกสองทางบ้าง ฉากหมู่บ้าน ฉากบ้านเบล ฉากป่า ฉากปราสาท ลื่นไหลได้ดี เห็นภาพแม้ที่นั่งจะอยู่ข้างมากๆ ก็ตาม อ้อ แต่กรอบไม้เลื่อยตอนฉากป่านี่ จากด้านข้างทำให้เวทีดูแคบนะ หมาป่าที่สู้อยู่ในป่าก็ดูตัวใหญ่อลังการดีแท้

แสงสี เล่นเป็นโทนสุดๆ  เสริมสร้างบรรยากาศของเรื่องได้เป็นอย่างดี

เสื้อผ้า ทำได้ดีเลย ดูแล้วไม่ขัดตา ยกเว้นชุดเบลชุดสุดท้ายที่เหมือนจะเป็นชุดแต่งงาน เป็นชุดเดิมน่ะดีแล้ว ชุดสีทอง ประดับด้วยสีชมพูทั้งชุดทำไมนะ มันดูตลกอ่ะ

สำหรับคนรักเรื่องนี้ ก็ถือว่าไม่ผิดหวังนะ แต่ให้ตั้งใจมาดูจริงๆ ก็ยังไม่ใช่แฟนขนาดนั้น

Act I

Overture                               Orchestra

Prologue                               Orchestra

Belle                                      Bell,Gaston,Silly Girls and Townspeople

Wolf Chase                            Maurice   พ่อของเบลเดินทางไปประกวดสิ่งประดิษฐ์แต่หลงทาง หลงเข้าในป่า โดนหมาป่าไล่ จึงหลบหนีไปในปราสาทขออาศัยอยู่ด้วย คนในปราสาทเปิดรับเข้าไป  ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี แต่เมื่อเจ้าชายอสูรทราบเรื่องก็จับไปขังไว้

Me                                          Gaston

Belle (Reprise)                     Belle

Home                                     Belle

Home (Reprise)                   Mrs.Potts

Gaston                                   Lefou,Gaston,Silly Girls and Tavern Patrons

Gaston (Reprise)                 Gaston adn Lefou

How Long Must This Go On?  Beast

Be Our Guest                        Lumiere, Mrs. Potts, and Enchanetd Objects, Ensemble

If I can’t Love Her                 Beast

Act II

Entr’acte/ Wolf Attack           Orchestra

Something There                 Belle, Beast,Lumiere,Mrs.Potts and Cogsworth

Human Again                      Lumiere,Madame dela Grande Bouche, Cogsworth, Mrs. Potts, Babeete, Chip and Enchanted Objects, Ensemble

Beauty and the Beast            Mrs. Potts

If I Can’t Love Her (Reprise) Beast

A Change In Me                  Belle

The Mob Song                    Gaston, Townspeople, Ensemble

Home (Reprise)                  Belle and Beast

Beauty and the Beast (Reprise)

วันพฤหัสที่ 26 กุมภาพันธ์ รอบ 19.30

สถานที่ โรงละครรัชดาลัย

บัตรราคา นั่งโซนราคา 3000  ขอบคุณผู้สนับสนุนใจดีด้วยค่ะ

ผู้ร่วมขบวนการ ทั้งครอบครัว

posterTTM

ครั้งที่ 5 แล้วนะ สำหรับ สุนทราภรณ์เดอะมิวสิคัล ละครเวทีเพื่อคุณแม่ ปีนี้ มีนักแสดงจาก AF มาร่วมแจมกันอย่างคับคั่ง ทั้ง กรีน, ลูกโป่ง, ต้น, หลิน และ แจ๊ค ร่วมกับพระเอกช่อง 7 ซี ศิวัฒน์ และขาประจำ อย่าง ผัดไท และท็อป กับ เรื่องราวของ น้าตาล สาวสวยประจำหมู่บ้านที่โดนบีบด้วยเหตุการณ์บางอย่างให้ต้องเข้าไปทำงานในกรุงเทพ และต้องแยกห่างจาก ธงชาติ คนรัก แรกเริ่มก็ต่างเชื่อมั่นว่า รักจะไม่แปรเปลี่ยน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้บางอย่างถูกสั่นคลอน ความรักของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร เมื่อทั้งพ่อของน้ำตาลก็ไม่ชอบว่าที่ลูกเขยคนนี้ ทั้งผู้ที่ดึงน้้ำตาลเข้าวงการก็คอยกีดกันไม่ให้ได้ติดต่อกัน ซ้ำยังผลักดันให้ใกล้ชิดกับน้องชายของตัวเองอีกด้วย ทั้งหมดทั้งมวลถูกร้อยเรื่องราว ผ่านเพลงต่างๆ ของสุนทราภรณ์ ดังต่อไปนี้

รำวงเดือนลอยฟ้า  ฉากเปิดตัวหมู่บ้านของพระนาง ที่ ยุพาเศรษฐีนีจอมงกชาวกรุงเทพจะมาดูที่พร้อมกับ พัดชา ลูกสาว (ลูกโป่ง)และ ภาวุฒิ ลูกชาย (แจ็ค)

ธารน้ำรัก ความรักของพระนาง ณ สถานที่นัดพบกันของธงชาติ (ซี ศิวัฒน์) และน้ำตาล (กรีน af5)

ตาอินกะตานา  การใบ้ห้วยของเจ้าแม่ โดยเก๋ (ผัดไท) และ การรำถวายโดยน้ำตาล

คู่ทาษ แก๊งเพื่อนของธงชาติ คนที่อู่ซ่อมรถ ร้องเพลงล้อเลียนความรักของธงชาติ เต้นรีวิวประกอบเพลงด้วย สีสันชุดแก๊งค์แสบตาจริงๆ  หนึ่งในเพื่อนของธงชาติ คือ เอก (ต้น af 8)

ฝันถึงกันบ้างนะ เดือน หญิงสาวที่หลงรักธงชาติอย่างหัวปักหัวปำ คอยตามเอาใจ ครั้งนี้ก็ทำขนมมาให้แล้วก็ร้องเพลงจีบซะเลย แต่สุดท้าย ธงชาติไม่ได้ทัน เลยยกขนมให้เอกไปทานแทน โดยหารู้ไม่ว่า เอกก็หลงรักตัวเองอยู่

บ้านของเรา ลุงเอียดพ่อของน้ำตาล บอกเล่าว่า ที่ดินที่จะขายให้คุณนายเศรษฐีนั้นดีอย่างไร แล้วน้ำตาลก็เข้ามาขวางบอกว่า ไมยอมขายเด็ดขาด เป็นที่ของแม่นะ

บัวกลางบึง  ลูกสาวเศรษฐีนี มากล่อมน้ำตาลให้ไปทำงานกรุงเทพ เสียดายความสวย

ณ สำนักใบ้หวยของเก๋ ชาวบ้านมาโวยวายที่ถูกกิน เก๋อาศัยความกะล่อนแปลงสารให้จนที่เคยใบ้ไปนั่นถูกต้อง ชาวกรุงสนใจก็เข้ามาดู ภาวุฒิ เห็นชาวบ้านงมงายก็ทนไม่ได้ อำว่าตนเองเป็นตำรวจ จะจับตัวไป น้ำตาลเข้ามาขอร้องให้ปล่อย พัดชาเลยบอกว่า น้ำตาลก็มีส่วนรู้เห็นด้วย มีความผิดเหมือนกัน ยกเรือ่งนี้มาขู่ น้ำตาลต้องยอมไปกรุงเทพเพื่อไม่ให้ คุณพัดชาแจ้งตำรวจเรื่องสำนักหวยหลอกลวง และต้องการพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นด้วยว่า น้ำตาลทำงานหาเงินได้

ฝากหมอน น้ำตาลมาร่ำลาพระเอก และฝากหมอนไว้เป็นของแทนตัว พระเอกมีบอก ฝากซื้อหัวเทียนกับแบตเตอรี่ด้วยนะ แหมะๆ ซึ้งๆ อยู่

ขอให้เหมือนเดิม ชาติชายส่งเพลงนี้ถึงน้ำตาล

กรุงเทพราตรี แสดงให้เห็นชีวิตของคนในกรุงเทพ  ร้องร่วมโดย จูดี้ PR สาวสวยประจำโมเดลลี่งของคุณพัดชา สลับกับชาติชาย ที่นอนเหงาอยู่คนเดียว

พัดชา พาน้ำตาลมาโดยมีเก๋ตามมาดูแลด้วย มอบให้จูดี้เป็นคนดูแล จูดี้กับเก๋ก็ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก

น้ำตาลใกล้มด ภาวุฒิ แสดงความเจ้าชู้ ชอบผู้หญิงสวยออกมาในเพลงนี้ และเป็นหมาหยอกไก่กับน้ำตาลด้วย เมื่อเห็นน้ำตาลแปลงโฉม สลับกับชาติชายที่พยายามติดต่อน้ำตาลแต่ติดต่อไม่ได้ มาเห็นตอนหลังๆ ว่า น้ำตาลโดนยึดโทรศัพท์

สุริยาลับฟ้า ชาติเฝ้าคิดถึงน้ำตาลและมายังที่พลอดกรักเพื่อร้องเพลงนี้ (เดิมเป็นเพลงของผู้หญิงนะ)

ขณะที่เดือนก็มาตามหาชาติ โดยเอกช่วยถือหม้ออาหารมาให้ ในที่สุดก็เจอ แต่เอกทำหม้อหก ขณะที่ชาติก็บอกว่าไม่เป็นไร แล้วก็เดินจากไป เดือนต่อว่าเอกอย่ารุนแรง “ไม่ต้องมาพูดเลย คนอย่างเธอมันพึ่งพาไม่ได้”

ศึกในอก เอกรวบรวมความเจ็บชำ็จากความรักที่มีให้เดือนแต่ไม่ได้รับการตอบแทนซ้ำย่ำยีมาในเพลงนี้ (ร้องใช้ได้เลยสำหรับเพลงแนวนี้ แม่ๆ คงปลื้ม)

ฉันยังคอย

ข้างขึ้นเดือนหงาย พ่อของน้ำตาลจัดงานเลี้ยงให้กับคนหมู่บ้านด้วยความปลื้มใจที่ลูกสาวทำเงินได้เยอะ  เดือนมาตามหาชาติหลังจากได้ฟังว่าชาติกำลังเศร้ามีปัญหาเรื่องความรัก  เดือนตามปลอบใจ รับรู้ว่า พักหลังไม่ค่อยได้คุยกัน โทรไปก็ไม่รับ สุดท้ายตัดสินใจจะเข้ากรุงเทพไปหาน้ำตาลเพราะจะเอาของขวัญวันเกิดไปให้ด้วย เดือนอาสาพาไปและไปเป็นเพื่อน

ดอกไม้ใกล้มือ  น้ำตาลกำลังทำงานอยู่คล้ายๆ จะเป็นงานโชว์ตัว โดยมีภาวุฒิมาด้วยดูแลอย่างใกล้ชิด ชาติบุกเข้ามาหาบอกว่า ต้องการจะเอาของขวัญมาให้ แต่มาเห็นความใกล้ชิดระหว่างน้ำตาลกับภาวุฒิ ก็ปรี่เข้าไปแยกออกเพราะเข้าใจว่าภาวุฒิลวนลาม แต่น้ำตาลกลับห้ามและหันไปช่วยภาวุฒิ ชาติจึงเข้าใจไปว่า นี่คือสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลห่างเหินไป ร้องเพลงนี้ประชดประชัน และโดนพาตัวออกไป

ณ บ้านบัว ชาติเศร้าใจไม่เป็นอันทำอะไร เดือนคอยตามปลอบใจ ขณะที่ชาติก็ระบายความช้ำใจผ่านเพลง คอยลม และคล้ายๆ จะโอนอ่อนยอมตามเดือน ตู่มาเห็นความใกล้ชิดก็ชำ้ใจ ร่วมร้องเพลงเดียวกันในท่อนสุดท้าย สั้นๆ แต่ได้ใจมากค่ะ

น้ำตาลมาขอโทรศัพท์คืนจากคุณพัดชา เพราะอยากติดต่อกับชาติ แต่ก็อ้างว่าคิดถึงพ่อ คุณพัดชาไม่ให้ถามว่า จำได้ไหม ว่าทำไมถึงเข้ามาทำงานที่กรุงเทพ น้ำตาลบอก จำไม่ได้ ล้อเพลงจำได้ไหม เล็กๆ ด้วย  ตอนที่จูดี้อยู่ด้วย (ลูกสาวเศรษฐาตตัวจริงเสียงจริง) สุดท้ายน้ำตาลก็ไม่ได้กลับบ้าน เก๋กลับคนเดียว

ณ งานเปิดตัวสินค้าใหม่ น้ำตาลเป็นพรีเซนเตอร์ นักเข่าวเข้ามาสัมภาษณ์ อ้างอิงจากที่แพรวา นักแสดงในสังกัดเดียวกันมาปล่อยข่าวไว้ว่า จริงๆ แล้วประวัติของน้ำตาลทั้งหมดถูกสร้างมา ตัวจริงเป็นเด็กต่างจังหวัด คุณนายแม่ก็พยักหน้าบอกว่าใช่ บอกความจริงโดยไม่รู้ตัว จูดี้ต้องเข้ามาแก้เกมว่า ขอให้สัมภาษณ์แต่ที่เกี่ยวกับสินค้า

ผู้แพ้รัก  เก๋กลับมาจากเยี่ยมบ้าน ขนของฝากจากพ่อน้ำตาลมาให้เพียบ แล้วก็เอาข่าวเรื่องชาติกับเดือนมาบอกด้วย ทำให้น้ำตาลเข้าใจว่า ชาติมีรักใหม่แล้ว  น้ำตาลคิดถึงชาติและรู้สึกเสียใจที่ได้ยินข่าวของชาติ จึงร้องไห้เสียใจด้วยความเข้าใจผิด จูดี้เห็นแล้วก็สงสาร เก๋จึงถามว่า ไม่คิดจะรักใครบ้างเหรอครับ จูดี้บอก ไม่มีใครสนใจคนอย่างจูดี้หรอกค่ะ เก๋เลยเสนอตัว

จูดี้ตอบด้วยเพลง สาส์นรัก เพลงที่เราคุ้นมาจากกลอนเรื่องท้าวแสนปม  ร้องไป โดนจีบไป แทบจะโดนปล้ำอยู่แล้ว นับถือสมาธินักแสดงมาก ร้องจนจบ

พี่น้องเศรษฐี พัดชา ภาวุฒิ คุยกัน พัดชายุว่า ถ้ารักน้ำตาลจริงก็ให้กล้าๆ หน่อย จูดี้แปลกใจที่ทำไมคราวนี้ถึงเชียร์ ทุกทีมีแต่ห้าม พัดชาบอกว่า อะไรที่เป็นผลประโยชน์ก็ควรทำ ถ้าให้ภาวุฒิดึงน้ำตาลไว้ได้ ก็สบาย

นักข่าวตามไปหาข่าวถึงบ้านบึงบัว ได้เจอทุกคน จึงรู้ว่า น้ำตาลมีคนรักคือธงชาติอยู่ด้วย ลุงเอียดเป็นคนป่าวประกาศเองด้วยซ้ำว่า น้ำตาลเลิกกะธงชาติเพราะไม่ชอบความจน

ณ งานเปิดตัวหนังเรื่องใหม่ ภาวุฒิเริ่มรักน้ำตาลจริงๆ อยากจะสารภาพกับกับน้ำตาล เพื่อต้องการแสดงความรู้สึก แต่ยังไม่ทันได้บอก น้ำตาลก็ต้องออกไปทำงานก่อน จึงได้แต่ร้องบอกตัวเองในเพลง รักฉันสักครึ่งหัวใจ    ขณะที่พัดชาก็คุยกับเสี่ยเจ้าของเงินลงทุนสร้างหนัง ยืนยันว่า น้ำตาลไม่หนีไปไหนแน่ เสร็จงานแล้วก็เตรียมตัวรอได้เลย จูดี้ถามคุณพัดชาว่า ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอคะ แต่คุณพัดชาไม่สนใจ บอกชั้นทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาผลประโยชน์ ส่วนแพรวาก็นัดให้ธงชาติมาหาบอกว่า น้ำตาลต้องการจะคุยด้วย ธงชาติก็เข้ามา แล้วก็มาอยู่ในกลางวงนักข่าวที่กำลังสัมภาษณ์เรื่อง รักของน้ำตาล ว่าเคยรักใครมาก่อน ได้ข่าวว่าทิ้งคนรักมาทำงานในกรุงเทพ ชาติจึงบอกว่า น้ำตาลไม่ได้่ท้ิงเค้า เค้าต่างหากที่ทิ้งน้ำตาล น้ำตาลเลยขอให้ชาติเล่นเกมตอบคำถามที่เคยเล่นกัน ให้ตอบกันทันที และได้รู้ในที่สุด ว่าทั้งคู่ยังรักกัน แต่ชาติตอบคำถามจบก็กลับไปทันที

ขณะที่น้ำตาลก็ประกาศกร้าวว่าเบื่อกับชีวิตที่นี่ ต่อว่าคุณพัดชาที่เห็นน้ำตาลเป็นเครื่องมือ และจะส่งตัวให้เสี่ยอีกด้วย พัดชารู้ได้ทันทีว่า เป็นจูดี้ จึงไล่บี้ เก๋ออกมาปกป้อง สุดท้ายก็เลยโดนไล่ด้วยกันหมด  พัดชาแก้เกมด้วยการเปิดตัวนักแสดงใหม่ ดึงพัดชาขึ้นมาคู่กับภาวุฒิน้องชาย แพรวาก็ได้งานสมดั่งตั้งใจ

คำรำพัน เพลงนี้น้ำตาลร้องเพลงแสดงความใจใจที่เคยหลงไปกับคำเยินยอ จนทำให้ไขว้เขวไปบ้าง แต่สุดท้ายก็รู้ว่ายังคงรักชาติอยู่

ฟ้าคลุ้มฝน เดือนได้รู้ความรู้สึกของชาติโดยบังเอิญเมื่อ เอกมาคุยกับชาติว่ารู้สึกอย่างไรกับเดือนกันแน่ ถ้ารักกันจริงๆ เอกจะได้ตัดใจ ชาติบอกว่า เคยคิดว่าจะรักเดือนได้ แต่สุดท้ายแล้วก็รู้ว่า ในใจยังมีแต่น้ำตาล วิ่งหนีไปแล้วร้องไห้ครำครวญด้วยความเศร้าใจ ขณะที่ต้นก็ตามมาปลอบใจ

ยอดดวงใจ น้ำตา่ลกลับมาหาชาติ ทั้งคู่ก็มาพลอดรักกันที่ ริมน้ำ พ่อของน้ำตาลตามมาเจอก็ยังไม่ค่อยจะพอใจ แต่เห็นความทุกข์ที่น้ำตาลมีเมื่อน้ำตาลบอกว่า อยู่ที่กรุงเทพไม่มีความสุขเลย หาความจริงใจไม่ได้ สู้อยู่บ้านเราก็ไม่ได้ จูดี้ก็มาขออยู่เป็นคนบ้านบึงบัวด้วยคน

คุณนายยุพาตามมาจะเอาเรื่องกับน้ำตาลที่สร้างความเสียหายให้กับลูกสาว ภาวุฒิตามมาห้ามแม่ ส่วนลุงเอียดพ่อของน้ำตาลก็เลยปลอบใจด้วยการบอกว่า จะขายที่ให้ แล้วมาอยู่ที่นี่ อาจจะได้คุ้นเคยกัน จุ๊กกรู  ภาวุฒิก็ยินดีกับน้ำตาลด้วย ว่าแล้ว คนบ้านบึงบัวก็ชวนคนกรุงเทพร่วมฟ้อนรำกันในเพลง ข้างขึ้นเดือนหงาย ลงมาชวนคนดูนั่นเอง

เนื้อเรื่องหลากหลาย เสียดสีเหตุการณ์บ้านเมืองเล็กๆ ตามสใตล์ ฉากบ้านบึงบัว กับฉากกรุงเทพ ดูตั้งใจทำดี เล่นแสง กับเวลายามเย็น ยามเช้าได้สวยงาม โปรดักชั่นไม่เป็นรองใครสำหรับละครเวที เรียลดี

เสียงร้องของทุกตัวละคร กลมกลืน ถ่ายทอดในส่วนของตนได้เป็นอย่างดี แอบเสียดายบทเดือน โดยหลิน อารมณ์อาจจะมากไปนิด เสียงเลยไม่ค่อยออกเท่าไหร่ ในเพลงฟ้าคลุ้มฝน ส่วนต้น ในบทของเอก ทำได้ดีนะ พระนาง ดีทั้งคู่ แต่ความพีคของเรื่องนี้ยังไม่สุดอ่ะ ร้องเดี่ยวแสดงอารมณ์กันเยอะ เหมือนทั่วไปนั่นแหละ แต่จังหวะหรืออารมณ์ยังไม่สุดเท่าที่คาดหวัง

ว่าแต่ ผัดไท เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 5 แล้ว ไม่พลาดเลยสักตอนนะ จะดูว่าปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร

สถานที่ โรงละคร M Theater

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม รอบ บ่าย 2

บัตรราคา 1500 บาท  มีบัตรแข็งรูปนักแสดง 4 แบบให้แลกหน้างาน แต่ได้มาแค่ 3 แบบ จ้า

ผู้ร่วมขบวนการ แม่ น้า และพี่สาว

 

มีคลิปจากแฟนคลับนักแสดงมาฝากไว้ด้วย

cast



Categories