Ras's Blog

Archive for the ‘Musical Play’ Category

BANNER-small
งานประพันธ์ต้นฉบับจากเชคสเปียร์ นักประพันธ์ก้องโลก ผลงานนำเสนอของดรีมบ็อกซ์ แปลบทไทยด้วยฝีมือของ คุณดารกา วงศ์ศิริ ตามความเข้าใจคิดว่า แปลได้ใกล้เคียงต้นฉบับ เรียกว่า ยังคงอารมณ์ บทกลอนแบบต้นฉบับไว้ จนแอบคิดว่า คงเยอะไปไหมคะ 555 นับถือความพยายาม สารภาพเมื่อได้ยินแรกๆ ยังไม่คิดจะมาดู เพราะไม่ใช่แฟนเช็คสเปียร์ขนาดนั้น จนพี่สาวรู้ ก็บอกให้จองทันที เอ่อ ค่ะ พี่สาวอยากดู ผลคือต้องไปดูทั้งครอบครัว
560000009151901
สนุกดีนะ ถือว่า ดีกว่าที่คิดมากๆ นักแสดงแต่ละคนมากฝีมือ ชวนให้คิดถึงกันทั้งนั้น เป็นรุ่นแรกๆ สมัยที่เราดูละครแรกๆ เลย ทั้งคุณรุ้งทอง คุณกนกวรรณ คุณผัดไทย คุณวสันต์ คุณญาณี โอ็ต วรวุฒิ และอื่นๆ อีกมาก ร่วมด้วยกับนักแสดงรุ่นใหม่ เนสและโบกี้
เรื่องย่อ (เอามาจากหน้าเว็บเลย)
วิโอล่า และ เซบาสเตียน สองพี่น้องฝาแฝด เดินทางมากับเรือสินค้าแต่เกิดเรือแตก วิโอล่าน้องสาวรอดมาติดฝั่งที่เมืองอิลลีเรีย วิโอล่าปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่มในชื่อเซซาริโอ เข้าไปทำงานในวังของเจ้าชายออร์สิโน ออร์สิโน่หลงรักคุณหญิงโอลีเวียหัวปักหัวปำ แม้จะถูกปฎิเสธหลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมแพ้ ออร์สิโน่จึงขอให้เซซาริโอหรือวิโอล่าเป็นสื่อไปขอความรักอีกครั้ง เมื่อคุณหญิงเห็นเด็กหนุ่มน่ารักจึงเกิดรักแรกพบขึ้นทันทีโดยไม่รู้เลยว่า เซซาริโอจริงๆแล้วคือวิโอล่าซึ่งเป็นผู้หญิง วิโอล่าเองก็รู้สึกกลุ้มใจเพราะเธอเองก็หลงรักเจ้าชายออร์สิโน่เหมือนกัน
นอกจากนี้เรื่องยิ่งยุ่งเหยิง เมื่อเหล่าคนใกล้ชิด คนรับใช้ในบ้านของคุณหญิงโอลิเวียมาร่วมสร้างความปั่นป่วนและปัญหาให้หนักขึ้นไปอีก ทั้งลุงขี้แกล้งของท่านหญิงที่ไปยุให้ชายหนุ่มคนหนึ่งมาจีบท่านหญิงและคอยหลอกเอาเงินจากชายหนุ่มคนนั้นอีกด้วย บรรดาเหล่าคนใช้ที่แกล้งกันไปกันมา
นักแสดงทุกคนเต็มที่มากแต่บางบทเช่นบทลุง บทคนใช้บางคน และบทตัวตลก น่าจะกระชับได้มากกว่านี้ ไหนๆ จะกระจายบทแล้ว เอาให้ทั่วถึง บทเจ้าชายเหมือนจะขาดรายละเอียดไปนิด น่าจะเสริมการงานบ้าง ขณะที่บทคุณหญิงกินขาดค่ะ รุ้งทอง ร่วมทอง เอาอยู่สุดๆ บทวิโอล่าตอนปลอมเป็นชายเล่นได้น่ารักมากกก บทเซบาสเตียนผู้พี่ แม้มาตอนหลัง ก็น่ารักไม่หยอกเลยจ้า โดนกินตับอย่างรวดเร็วโดยคุณหญิง 555
มีหลุดกันกระจาย คือ ตัวตลกแสดงโดยคุณผัดไทย เรียกชื่อผิดตั้งแต่ต้นๆเรื่อง เลยโดนเล่นตลอดเรื่องเลย รอบสุดท้ายก็อย่างนี้ แกล้งกันสนุกไปเลย
ปลายปีนี้จะกลับมาเล่นอีกครั้ง อีกเพียง 3 รอบ คุ้มไหมเนี่ยะ ใครที่เป็นคอละครเวที หรือ สนใจอยากจะมาเปิดใจกับศาสตร์นี้ เราแนะนำนะ มาดูรุ่นเดอะเค้าเล่นกัน
วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560 เวลา 14.00 น.
โรงละคร M เธียเตอร์
บัตรราคา 1300 บาท ที่นั่งเพียงแค่ครึ่งเดียวจากโรงปกติ มี 2 ราคา คือ 1300 และ 1500 บาท
ผู้ร่วมขบวนการ ครอบครัว
Advertisements
see-pan-din-the-musical-2017-poster
สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล บทประพันธ์ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ถูกนำมาทำละครเวทีครั้งแรกเมื่อปี 2554 ด้วยสถิติ 100 รอบ นำกลับมาเล่นอีกครั้งเมื่อปี 2557 และ ปี 2560 นั่นคือ ปีนี้ กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป คนไทยได้รู้จักความสูญเสีย ความรู้สึกในช่วงผลัดแผ่นดิน เนื้อเรื่องถูกเพิ่มในช่วงท้าย สำหรับเรา นี่เป็นครั้งที่ 2 ในการชมละครเวทีเรื่องนี้
เรื่องเล่าถึงแม่พลอย ชีวิตของหญิงสาวที่อยู่ถึง 4 แผ่นดิน ชีวิตจากครอบครัว มาอยู่ในวังกับเสด็จ แต่งงานเข้าบ้านสามี มีลูก เจอความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สงคราม กับความศรัทธาในในหลวง ถ่ายทอดงานของในหลวงที่มีต่อสังคมไทย ความกดดันและความเสียสละที่ในหลวงมีต่อประชาชน
แม่พลอยเสียชีวิตไปพร้อมๆ กับการจากไปของ ร.8 เสียงปืนบ่งบอกถึงความสูญเสียอีกครั้ง แต่จิตวิญญาณยังอยู่ รับรู้ถึงแผ่นดินต่อไป รูปภาพในบ้านของแม่พลอยจาก ร.8 เปลี่ยนเป็น ร.9 พารูปขึ้นไปยังเบื้องบน กับแสงเทียนข้างกำแพงวัง พร้อมเริ่มต้นรัชกาลใหม่ ร.10 เสียน้ำตากันไปกับเรื่องครอบครัว เรื่องสถาบัน
นักแสดงตัวหลักอยู่บ้าง เปลี่ยนบ้าง แม่พลอยที่เด็กที่เรียกความน่าเอ็นดู ยังไม่มีใครเทียบน้องพินต้าได้ คนใหม่ก็ทำได้ตามมาตรฐาน แม่พลอยสินใจ ถ้าไม่มีคนนี้ เรื่องนี้จะเกิดได้อย่างไร แม่พลอยวัยรุ่น เปลี่ยนทุกครั้ง คุณเปรม เกรียงไกร และ ณภัทร ยังคงยึดบทอย่างเหนียวแน่น ที่ขำคือ คุณเปรมเคยเล่าว่า เล่นครั้งแรก คุณบอยให้กันเล่นแบบผม แต่พอครั้งต่อๆ มา ให้ผมเล่นแบบกัน คนที่มักถูกเปลี่ยนคือ รุ่นลูก จาก 3 The Star ปีนี้ รุ่นลูกคือ อาร์ 3 ครั้ง ไอซ์ 2 ครั้ง นนท์ครั้งแรก ประไพ ก็ครั้งแรก แม่ช้อยรัดเกล้า แม่ช้อย เห็นว่าคราวนี้มีงดแสดงด้วย ให้ซิลวี่เล่นแทน ได้ข่าวว่า ก็เอาอยู่นะ พ่อเพิ่มดี๋ ดอกสะเดา ก็ยึดที่ของตัวเองได้เช่นกัน
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ชมตาอั้นในแบบฉบับของไอซ์ ร้ายได้ใจ สำนึกผิดก็ดูเศร้า ตาอ้น อาร์ จัดเต็มอยู่แล้ว ขอชมกับตาอ๊อด นนท์ด้วย ลีลาการอ้อนได้ใจ เสียง อารมณ์ได้ไปหมด เป็นพี่น้องที่ดูกลมกลืนกันมาก สีผิวโทนเดียวกันเลย 555 แม่แช่ม แม่ของพลอย เสียงใสดีจ้า ซิลวี่ เดอะสตาร์ เล่นเป็นหมู่มวลมาหลายครั้งในที่สุดก็ได้บทแล้ว
เสียงเพลงยังน่าประทับใจ อารมณ์เรื่องยังคงลื่นไหล แม้จังหวะอาจจะยังค่อนข้างเร็วไปบ้าง แต่สิ่งที่รู้สึกสะดุดคือ ฉากที่ดูไม่จำ ดูไม่ประทับใจในแบบที่เคยรู้สึก โดยเฉพาะฉากกำแพงวัง ภาพรวม ใครยังไม่ได้ หรือชื่นชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว แนะนำเลยค่ะ
วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560 รอบ 19.30 น.
โรงละครรัชดาลัย
ผู้ร่วมขบวนการ พี่หญิง เด็กที่บ้านพี่หญิง พี่สาว และตนเอง
บัตร ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณ พี่หญิงพี่โป้งค่ะ เป็นรอบ SCB แจกบัตรด้วย ที่นั่งดีมากกกก ไม่เคยได้นั่งบริเวณนี้มาก่อนเลย โซนกลางค่อนมาข้างหน้า หน้าชัด อารมณ์ได้ มุมกว้างก็ยังได้อยู่
nitan-hinghoi-the-musical-2016-poster
นิทานหิ่งห้อย ประจำปี 2560 เคยแสดงมาแล้วครั้งหนึ่งในนาม The Legend of เร่ขายฝัน เดอะมิวสิคัล พ.ศ. 2552 ปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ให้กลมกล่อมมากขึ้น เน้นนินทานหิ่งห้อยมากขึ้น กับเรื่องราวของเมือง 2 เมือง ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตรรกะนคร และ เมืองเอกเขนก เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อชายคนนึงหายไปจากเมืองเอกเขนก หลงไปอยู่ใน ตรรกะนคร ทำให้คนผู้นำของเมืองได้รับรู้ว่า มีเมืองเอกเขนกอยู่ จึงส่งพันหนึ่งไปสำรวจเมืองดังกล่าว
เรื่องราวยังคงโครงเดิม คาแรคเตอร์ละครก็ยังคงเช่นเดิม แต่เมื่อนักแสดงเปลี่ยน อารมณ์ก็เปลี่ยน ที่สำคัญเพลงก็เรียบเรียงใหม่ ชอบทั้ง 2 แบบ แต่ครั้งนี้ แม่เหมี่ยวเรา ยับยับ เจ้าเมืองเอกเขนก rap ล้อการเมืองอย่างเมามันส์มาก พูดถึงเมืองของเค้า (คนดู) ไม่ใช่เมืองของเรา (นักแสดง) ความแข็งเปลี่ยนเป็นหวานของ พันหนึ่ง(โย่ง อาร์มแชร์) ความน่ารักเพ้อฝันอ่อนหวานของพระจันทร์ (แนน สาธิดา) ความน่าหยิกของปุยปุย (1ในปริศนาของ I Can See Your Voice) ยังคงความแข็งแรงล้มหมีด้วยมือเปล่า แอบหลงรักชนะลม (อาร์ม กรกันต์ หน้ากากระฆัง The Mask Singer) จิตใจดี ผู้อ่อนแอ อารมณ์เก็บกดของที่สองตลอดกาลอย่างแสนเก้า (แม็ค AF) ที่ความกดดัน ความอิจฉา มาเต็มมาก เวอร์ผู้ใหญ่ได้บุ๋มบิ๋มมาเล่นในนามชายนิรนาม เสียงนุ่มมากจ้าาาา เวอร์ก่อนเป็นพี่จุ้ย และ พายอาร์ เปิดตัวจากหน้ากากโพนี่ The Mask Singer แปม ไกอา รับบทสาวแห่งเมืองตรรกะที่มีอารมณ์ความรู้สึกผิดไปจากคนทั่วไป และ ครูรัก ในบท ชายตาบอด พ่อของพระจันทร์
%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2
ชาวเมืองเอกเขนก เด่นกันทุกคน เสียงดีมากกก ครอบครัวลูกเยอะ คนสุดท้อง ณ ตอนนั้นชื่อ น้ำรอการระบาย คุณแม่เสียงโซปราโน่มาก ตอนบอกชื่อลูกแต่ละคน ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่พลังมาเต็ม เสริมกันและกันทั้งเรื่อง มีตัวโจ๊ก รองรับอารมณ์ของทุกคน เป็นเมืองที่ทุกคนทำในสิ่งที่ตนเองชอบ คนแข็งแรงแต่ชอบทำงานเบา คนแรงน้อยแต่ชอบใช้แรงงาน คนโง่แต่ชอบสั่งงาน 555
%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-2
บรรยากาศของแต่ละฉากก็สวย ดูเพ้อๆ แบบคลีนๆ โล่งๆ ต้นไม้หน้าตาแปลกๆ ความเหลี่ยมอยู่ในกรอบก็มา งานนี้เพลงเด่นมาก การตีความ การใส่เข้ามาในเนื้อเรื่อง นับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นำเพลงที่มีอยู่แล้ว มาใช้ได้อย่างลงตัวและเนียนมากกกกกโดยเฉพาะกับเพลงแบบเฉลียง
เรื่องตลก เพลงนี้ นำเข้าสู่เรื่องต่างๆ ของละครเรื่องนี้
ไม่คิดถาม…แต่ยังมี เพลงรัก ซึ้งๆ เศร้าๆ ถูกทำให้เศร้าลงไปอีก จังหวะต้องเป๊ะ อารมณ์ต้องมา
อยู่ที่ใคร เพลงระเบิดอารมณ์ของแสนเก้า มุมมองการตัดสินอยู่ที่ใคร เมืองที่ใช้เหตุผลทุกอย่าง แต่สุดท้าย อำนาจสูงสุดอยู่ที่ดุลยพินิจ ซึ่งก็คือ การใช้อารมณ์ เค้าผู้ซึ่งได้คะแนนสูงสุดเช่นกัน ถูกตัดสินเป็นที่สอง เพียงเพราะอารมณ์
โลกยังสวย เพลงนี้ถูกใจเมื่อชาวเมืองเอกเขนกกำลังจะถูกทิ้งระเบิด ถูกทำลาย เลือกเพลงได้อย่างมีความหวัง
นิทานหิ่งห้อย เพลงที่แทนเรื่องราวของโครงเรื่องนี้ เมื่อแสนเก้าผู้ต้องการครอบครองทุกอย่าง ทำทุกอย่างให้ได้สิ่งที่ต้องการ จนเกิดเรื่องราวต่างๆ และต้องรับผลจากการกระทำนั้น ต้องทุกข์กับการตัดสินใจของตน
และอีกหลายๆ เพลงที่แฟนเพลงเฉลียง คนเคยฟังเพลงเฉลียงคงจะคิดว่า เออ ทำไปได้
ชอบ ยังไงก็ชอบเรื่องนี้ ชอบเพลง ชอบองค์ประกอบทั้งหมด ชอบคาแร็คเตอร์ ยิ่งได้ดู เวอร์ 2560 ยิ่งคิดได้ว่า นักแสดง 2552 เก่งมากกก ด้วยวัยรุ่นทั้งนั้น สดจริงๆ และจำได้ว่า หัวเราะ/ยิ้มกับหลายๆ มุก
ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว และ ตนเอง
วันอาทิตย์ 5 ก.พ. 60
โรงละคร K Bank สยามพิฆเนศ
บัตร รอบเหมาจาก K Bank ชั้น 2 ลิปๆๆๆๆๆ
ที่มาของนิทานหิ่งห้อย https://www.youtube.com/watch?v=G65…
โลกยังสวย https://www.youtube.com/watch?v=sGw…
นิทานหิ่งห้อย https://www.youtube.com/watch?v=Exy…
ฝากเอาไว้ https://www.youtube.com/watch?v=FWL…
เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ https://www.youtube.com/watch?v=5eJ…
ปล. งานนี้ ได้แผ่นเพลงกลับมา 3 แผ่น เร่ขายฝัน, นิทานหิ่งห้อย และ โหมโรง 555 กวาดมาหมด
%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3
ละครเวทีจากค่ายซิเนริโอ ลอดลายมังกร บทประพันธ์ของ ประภัสสร เสวิกุล ทำเป็นละครโทรทัศน์มาแล้ว 2 ครั้ง กับ อาเหลียง นพพล และ อาเหลียง ศรัณยู ครั้งนี้ เป็น อาเหลียง แบงค์ อดีตวงแคลช ร่วมด้วยกับนักแสดงอีกมากมาย ทั้ง นก สินจัย กับบทเมียใหญ่ พิจิกา กับบทเมียรอง รุ่นลูก รุ่นหลาน มากันจากหลายเวที ทั้ง AF ปอ ปุยฝ้าย The Star อาร์ แกงส้ม กั้ง ซิลวี่ สิงโต และ KPN ดาว
เรื่องนี้บทพูดมีค่อนข้างเยอะ ร่วมกับเพลง เนื้อเรื่องเยอะ คนหลายรุ่น เรียกว่าคนเขียนบทต้องตึความและเลือกมาใช้ เลือกวิธีการนำเสนอให้ดีเลย ซึ่งก็ทำได้ดี ในการย่อเรื่อง การเล่าเรื่องผ่านคนเล่าเรื่อง รุ่นหลาน ฝ่ายดี นภา (ปอ) และ รุ่นลูก ฝ่ายไม่ค่อยดี นรากร (กั้ง) เล่ากันตั้งแต่แรกเริ่ม อาเหลียงเดินทางมาเมืองไทย ใช้ชีวิตอย่างไร สร้างตัว สร้างครอบครัวใหญ่ 3 เมีย ลูก 9 คน หลาน 4 คน เกิดเหตุการณ์อะไรกันบ้างทั้งปัญหาครอบครัว แอนดี้ ชาญชัย นันทนา นรากร การเมือง บริษัท การสั่งสอนที่มาจากคนๆ เดียวกันที่พากเพียร แต่เส้นทางของลูกหลานช่างแตกต่างกัน ต้องใช้เวลายาวนานเพื่อพิสูจน์ความดีที่ทำ ให้ลูกหลานได้เห็นว่าเส้นทางคดโกงที่อาจนำมาซึ่งความร่ำรวยในระยะเวลาแสนสั้นที่บางคนเลือกเดินนั้นไม่ถูกต้อง และขอให้กลับตัวกลับใจ
เพลงที่ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในเรื่อง คือ คุณธรรม เปิด กลางเรื่อง ปิดท้าย ย้ำกันให้ชัด เพลงหวานๆ การจีบกันของอาเหลียง กับ เนียม(ภรรยาคนที่สอง) ในเพลง อยากมีเธอเป็นลมหายใจ ก็หวานได้หวานดี มีหวานกันอยู่เพลงเดียวนี่แหละ สุดๆ กับเพลงเปิดตัว เมียใหญ่ หรือไม่จริง ร้องโดย สินจัย เปล่งพาณิชย์ เพลงตัดพ้อ เพลงเรียกร้อง สำเนียงจีน สะใจมากค่ะ น้ำชาถ้วยนี้ เพลงเย็นๆ โดยแม่เนียมที่มาดับความร้อนของบ้าน 2 เมียให้ประคองครอบครัวกันต่อไป คนที่ใจฉันรอ ร้องโดยแฟนของลูกชายคนที่สอง แสดงโดยปุยฝ้าย เซ็กซี่ได้ใจจ้า เหมาะที่จะมาปะทะกับ แม่สามีสินจัยมาก
เด็กดีเป็นอีกเพลงที่ให้ลูกสาวร้อง ใสๆ น่ารัก ช่างตัดกับเมื่อยามโตที่มาในเพลง เธอจะต้องชดใช้ แสดงอารมณ์ เคียดแค้น ความรักของหนุ่มสาว จากเด็กดีของคุณพ่อ ต้องมาโดนแผดเผาเพราะความรัก ดาวเต็มที่มากกับเพลงนี้ โชคดีที่ได้รักเขา ร้องโดย เมียใหญ่และเมียร้องที่ผ่านกาลเวลาจนอยู่ร่วมกันด้วยดี ที่เล่ามาเป็นแค่บางส่วนของเรื่องเท่านั้นที่รู้สึกว่า น่าจะพูดถึง
นักแสดงเฉพาะที่มีบทบาทเด่นๆ มีผลต่อเรื่องเท่านั้นที่จะได้ร้องเพลงเดี่ยว นอกนั้นก็ร้องหมู่กันไป อ้อ แล้วก็ไปรับบทเป็นตัวประกอบด้วย เช่นซิลวี่ 5 บท สิงโต 14 บท ขณะที่อาร์และแกงส้มก็มาช่วยเชิดสิงโตด้วย ใช้ให้คุ้ม 555 เกร็ดนี้มาจากเบื้องหลังนะ
ภาพรวมทำได้ดีกันทุกคน สินจัย ได้ใจมากๆค่ะ แกงส้มถือว่าพัฒนาขึ้นเยอะ ดาวก็เด่นได้ด้วยหนึ่งเพลง ปุยฝ้าย แนวนี้กินขาด แบงค์ก็ทำหน้าแบกรับตลอดเรื่องได้ดี มีผู้ช่วยเยอะด้วย ฉากไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนักแต่ก็ทำให้รู้ว่า อยู่ที่ไหนแล้ว แสงไม่มีจังหวะมืดเลยตลอดการแสดง ครั้งนี้เรานั่งที่มุมสูง รับรู้เลยว่า มุมมองนี้ไม่ค่อยโอเคสำหรับผู้ชม เหมือนมุมแอบดูชาวบ้านจากตึกสูง แต่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของค่ายนี้ที่ดูแล้ว ไม่ผิดหวัง ละครน้ำดี ในช่วงเวลาแห่งการสูญเสียของคนไทย
วันเสาร์ 26 พฤศิจกายน พ.ศ. 2559
สถานที่ รัชดาลัย เธียเตอร์
บัตร แลกแต้มเมืองไทยประกันชีวิต รอบนี้เป็นรอบเหมาจ้า
ผู้ร่วมขบวนการ ตนเองและแม่ (พี่สาวเป็นคนแลกแต้มแต่อดดูเพราะติดภารกิจ หุหุ)
lom-hire-jai-the-musical-2016-poster
กลับมารีเสตจอีกครั้งกับแคสนักแสดงหลักใหม่ทั้งชุด กัน ณภัทร กับบทตัวนำเอกเต็มตัวเรื่องแรก (ที่ผ่านๆมาก็ตัวเอกแต่นักแสดงเยอะกว่านี้เยอะ) หนูนา หนึ่งธิดา นางเอกเจ้าประจำของโรงละครแห่งนี้ เธอก็พร้อมจริงๆ นั่นแหละ โต๋ ศักสิทธิ์ ใหม่แกะกล่อง ไม่เคยผ่านงานแสดงใดๆ ปาน ธนพร การร่วมงานครั้งแรกกับโรงละครแห่งนี้ กวาง อาริศา น้องใหม่จากเวที Thailand got Talent และ สันติ ต่อวิวรรธน์ ผู้กำกับที่เลื่อนจากผู้ช่วยมาเป็นผู้กำกับในคราวนี้ ผลงานจากปี 2552/2009 มาสู่ปี 2559/2016 ที่เราตัดสินใจดูอีกครั้ง
เริ่มเรื่องมาด้วย นายพัด ผู้กำกับหนุ่มไฟแรง กำลังโต้เถียงกับท่าน ในดินแดนหลังความตาย เพื่อจะขอกลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง เค้าได้อยู่ที่นี่มาแล้ว 3 ปี และพบว่าคนที่โลกมนุษย์ยังต้องการเค้าอยู่
เปิดร้านอาหารกึ่งผับในเพลงฤดูที่แตกต่าง ภายในกำลังวุ่นวาย เจ๊ฉันท์หุ้นส่วนหลักของร้านกำลังเตรียมสถานที่ให้กับพัดเพื่อขอฝนแต่งงาน โดยชวนเพื่อนๆ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง รวมทั้งต่อ เพื่อนสนิทพัด และ พาย น้องสาวของต่อ แต่เจ้าบ่าวยังมาไม่ถึง จนได้ยินเสียงมอเตอร์ไซต์เป็นอันรู้กันว่า พัดมาถึงแล้ว เจ๊ฉันท์ก็ซักไซ้ใหญ่ว่า พร้อมไหม จำบทได้ยัง พัดบ่นเรื่องบทพูดว่า น้ำเน่ามาก แต่เมื่อรู้ว่า พายเป็นคนแต่งก็ชมทันที ต่อบอกว่า แต่จริงๆ แล้ว พัดพูดมาจากใจได้เลย ไม่ต้องมีบทหรอก เมื่อฝนมาถึง ทุกคนก็ทำตามแผน ในเพลงลมหายใจ ทุกอย่างดูราบรื่น แต่เมื่อพัดต้องพูดขอแต่งงานกลับกลายเป็นขอเวลาอีกสักหน่อย งานล่มค่ะ ทุกคนเฟลมาก ฝนเสียใจหลบไปนั่งบนดาดฟ้า พัดรีบไปตามง้อ ถามว่าหนาวไหม ถอดเสื้อคล้ายจะเอามาห่มให้แต่กลับวางไว้บนเก้าอี้ข้างๆ เพื่อให้ฝนยอมคุย ต่อว่าเค้าหรืออะไรก็ได้ แล้วยังพูดต่อถึงงานแต่งว่าถ้าจะมีจะจัดให้ยิ่งใหญ่ ตอนเช้าเชิญพี่เบิร์ดมาร้อง ตอนเย็นเชิญนิวจิ๋ว After Party เป็น Body Slam เลย ฝนขัดว่า ค่าซองยังไม่พอค่าตัวพี่เบิร์ดเลย ฝนบอกไม่โกรธในเพลง โปรดเถอะ แต่เมื่อพัดไป ก็ร้องในท่อน “แต่ว่าวันนี้ สิ่งที่ฉันเป็นช่างต่างจากวันนั้นทั้งที่จิตใจฉันเองอยากจะเข้มแข็งแต่ว่าเรี่ยวแรงบอกว่าฉันคงทนเข้าใจเธอไม่ได้รู้สึกอ่อนล้าจนใจฉันกลัวจะทนไม่ไหว” ขณะที่พัดยังเนียนๆ เหมือนไม่รู้ตัว ลงไปปาร์ตี้ต่อในร้าน ทั้งๆที่เพื่อนก็เมินใส่สุดชีวิต ในเพลง หยุด
พัดตกแต่งบ้านใหม่ ฝนเข้ามาถึงเพิ่งรู้ รู้สึกโกรธที่ทำอะไรไม่คุยกันบ้างเลย พัดบอกว่า พอพัดกลับมาจากลอนดอน บ้านนี้จะไม่ใช่ของพัดอีกแล้ว แต่เป็นบ้านของเรา แล้วก็เปิดโต๊ะลูกโป่งลอยออกมาพร้อมกับแหวน ฝนเห็นก็แอบยิ้ม แต่ก็ถามว่า เอาแหวนมา จะบอกให้ฝนรออีกหรือไง คราวนี้พัดไม่ลังเลแล้ว เอ่ยปากขอฝนแต่งงาน ด้วยเพลง Home ต่อด้วย Today “แต่งงานกับฉันจะได้ไหม เริ่มชีวิตเราทั้งสองด้วยกันไหม ให้ต่อจากนี้และเสมอไป เราได้ใช้ชีวิตที่เหลือนั้นร่วมกัน” เพื่อย้ำว่า แต่งงานกันนะ ตามที่ฝนขอให้พูดซ้ำอีกครั้ง ปิดด้วย ลมหายใจแบบสั้นๆ หวานๆ
พัดเขียนโปสการ์ดมาหาฝนในวันแรกที่ถึงลอนดอนด้วยหวังให้ถึงมือฝนก่อนที่เค้าจะกลับ ทั้งคู่อ่านโปสการ์ดไปด้วยกัน จากต่างมุมโลก หวานๆ ในเพลง เจ้าหญิง/เก็บดาว มีหมู่มวลมาร่วมแจมให้ดูสวยงามและแฟนซีขึ้นไปอีก ต่อมาร่ำลาฝน บอกว่าจะไปทำงานที่เชียงใหม่ และได้เผยความในใจ ถึงวันที่มีความสุขที่สุดของต่อ เมื่อได้อยู่กับฝนในวันที่ช่วยฝนตามหาลูกแมวจนต่อหอบกำเริบ ต่อสื่อความในใจให้ฝนได้รู้ และยินดีกับฝนที่จะได้แต่งงานกับต่อ ฉันท์และพายเข้ามาพร้อมกับชุดแต่งงานหลากหลาย ต่อหลบไปทันที ฝนก็กลับมาให้ความสนใจกับสองสาว เจ๊ฉันท์และพายช่วยกันนำเสนอชุดเจ้าสาวหลายแบบ ทั้งชุดแดงแบบจีน ชุดเด็กปั๊มแฟนซี (สื่อว่าปั้มเด็ก) จนมาชุดสุดท้ายที่เจ๊บอกว่า ถ้าฝนชอบนี่รสนิยมมีปัญหาแล้ว ชุดสีขาวบริสุทธิ์ สวยมาก ลองสวมดูเลย เจ๊แกจัดเต็มมาก แสดงความขี้เล่น จิก กัด แกมหยอกทุกจังหวะที่มีโอกาส ฝนได้รับโทรศัทพ์จากพัด โต้ตอบกันไม่ค่อยชัด เรียกชื่อ พัดสุดเสียง สุดท้ายก็เป็นลมไป ตัดมาที่ห้องดับจิต สลับกับเสียงข่าวเครื่องบินตกเที่ยวบินที่พัดนั่ง ฝนทำใจไม่ได้เห็นศพแล้ววิ่งหนีไปเลย
พัดยังคงมาหาท่าน เพื่อขอโอกาสกลับไปยังโลกอีกครั้ง เพื่อได้ทำในสิ่งที่ต้องการทำ เพื่อให้คนที่เค้ารักได้ใช้ชีวิตกันต่อ ไม่ปล่อยเวลาเหมือนที่เค้าเคยทำ ในเพลง ในคืนที่เราเจอะเจอกันครั้งแรก (เต็มไปด้วยอารมณ์สำหรับเพลงนี้)
ฤดูที่แตกต่าง จากหมู่มวล ในบรรยากาศที่เศร้าสร้อย ร้านอาหารกึ่งผับของเจ๊ฉันท์ยังคงเปิดกิจการแต่ความสนุกครึกครื้นได้หายไป ฝนหายไปไม่กลับมาเลย ใครพูดถึงพัดก็ไม่ได้ เล่นเพลงหยุดที่ทำให้นึกถึงพัดก็ไม่ได้ ถ้าพูดเจ๊ฉันท์คอยตามด่่า ไฟหน้าร้านเสียก็ไม่ยอมซ่อม พายก็สอบติดหมอแต่ไม่ยอมเรียนย้ายไปเรียนคณะอื่นและมาที่ร้านทุกวัน พูดถึงพัดอยู่ตลอดเวลา ทั้งหมดได้ยินเสียงจากข้างบน พายบอกว่า เป็นพี่พัดหรือเปล่า เล่นเอาวงแตก สุดท้ายเจ๊ฉันท์ลากพายให้ขึ้นไปดูข้างบนด้วยกัน กลายเป็นฝน ทั้งสามคนระลึกความหลังกันในเพลงช่วงที่ดีที่สุดแบบน่ารักๆ ฮาๆ ซักถามความเป็นมากัน
โทรศัพท์เข้ามาถึงฝน แต่ฝนไม่ยอมรับ เจ๊ฉันท์กับพายรู้สึกผิดปกติจึงแย่งมารับแทน เป็นเสียงผู้ชายจึงดักไว้ว่า ถ้าคุณหล่อเท่าจงซึงกิ ไม่ดีเท่ากับตันยูซีจิน ไม่ต้องมายุ่งกับฝนเลย ปลายสายกลับบอกว่า นี่เจ๊ฉันท์ใช่ไหมครับ จำเสียงผมไม่ได้เหรอ แล้วเจ้าตัวก็เดินเข้ามาในห้อง ต่อนั่นเอง ทั้งคู่กลับมาเพื่อแจ้งข่าวว่า จะแต่งงานกัน เจ๊ฉันท์ได้ยินก็แปลกใจแต่ก็ดีใจด้วย ซักถามเป็นการใหญ่ว่า ไปไงมาไง ขณะที่พายเหมือนช๊อคแล้วหลบมุมไปเลย
ต่อเล่าด้วยความสนุกสนาน ร่าเริงสุดขึด และยังหวานมากๆ ด้วย ในเพลงเหมือนเคย มีกิมมิคกับเพลง รักเธอของโต๋เองด้วย ทั้งเล่นเปียโน ไล่คีย์ จนเจ๊ต้องบอกเลิกไล่ได้แล้ว เล่ามา เดทกัน ฝนตก กางร่ม มีโชว์เสต็ปด้วย น่ารักดี ต่อ คือ โต๋มากๆ เจ๊ฉันท์บอก กล้าแล้วสินะ นึกว่า จะแอบหลงรักฝนไปจนวันตาย เห็นหลงรักมาตั้งนานแล้ว ดีใจด้วยที่มีวันนี้ พายโมโหมากที่ฝนจะไปแต่งงานกับคนอื่น หาว่า ฝนลืมพี่พัด ร้องย้ำแบบโกรธจัดในเพลงช่วงเวลาที่ดีที่สุด เจ๊ฉันท์พยายามทำให้ใจเย็นและบอกว่า พัดตายไปแล้ว ฝนเค้าต้องใช้ชีวิตต่อไป แต่พายไม่ยอม บอกไม่มีวันยอมให้ใครลืมพี่พัด พี่ฝนทำได้ แต่พายทำไม่ได้ แล้ววิ่งหนีไป ทุกคนก็หน้าเจื่อนกันไป โดยเฉพาะฝน
งานแต่งงานของต่อกับฝนได้รับการจัดขึ้นในเพลง เรื่องจริง / เพื่อเธอ (โต๋) ช่วงใส่แหวน ต่อร้องเพลงลมหายใจอีกครั้ง ทำให้ฝนสะบัดมือไม่ยอมรับแหวนและวิ่งหนีออกจากงานแต่งงานไป
ฝนวิ่งหนีไป และร้องบอกขอโทษ ขอโทษพัดด้วยที่ไม่อาจทำตามสัญญาที่ให้กับพัดไว้ได้ ที่ให้ใช้ชีวิตต่อไป ให้ลืมพัด ขณะที่เจ๊ฉันท์ก็กลับไปที่ร้าน พายก็อยู่ที่ร้านและถามประชดประชันว่า เป็นไงเค้ามีความสุขกันไหม เจ๊ฉันท์บอก ไม่ ไม่มีงานแต่งเกิดขึ้น ฝนวิ่งหนีไปในระหว่างทำพิธี พายตกใจ ถามว่า เป็นเพราะที่พายพูดรึเปล่า เจ๊ฉันท์ปฏิเสธแล้วบอกพายว่า ไม่ใช่แค่พายหรอกที่ลืมพัดไม่ได้ ทั้งสามในเพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ ฝนเป็นหลัก และช่วงสุดท้าย ร้องประสานกันคนละเพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ/ช่วงที่ดีที่สุด/โปรดเถอะ เจ๊ฉันท์ยังคงนั่งเศร้าอยู่ในร้าน แล้วก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซต์ ทำให้นึกถึงพัดทันที ตะโกนเสียงสั่นว่า ยังขี่อีกเหรอ บอกให้เลิกขี่ จะไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ไหนก็ไป ไม่ต้องแวะมาหา เจ๊สบายดี แล้วพัดก็เผยตัวออกมา ท่ามกลางสปอร์ตไลต์พร้อมเรียกเจ๊ฉันท์ แล้วเจ๊ฉันท์ก็เป็นลมสลบไปเลย 555
พัก 15 นาที
เปิดฉากมาเหล่าลูกน้องของเจ๊ฉันท์เข้ามาเห็นเจ็เป็นลมก็กรูกันเข้ามาช่วย ได้ยินเจ๊พูดว่า พัด ก็หาพัดมาพัดกันใหญ่ พัดแล้วพัดอีก จนคนพัดบอกพัดไม่ไหว เจ๊ฟื้นมาถึงรู้ว่า เจ๊หมายถึง พัด เพื่อนรุ่นน้อง เจ๊รู้สึกว่ามาหาเจ๊ เล่นเอาวงแตกอีกครั้ง เหล่าลูกน้องแสดงความเป็นห่วงที่เจ๊ยังคงคิดถึงพัด ไล่ต้อนเจ๊กันใหญ๋จนเจ๊ยอมรับว่า เออ คิดถึง ใครจะทำไม แล้วเข้าสุ่เพลงใคร “ใครที่เกิดมาเพื่อคู่กับฉัน” มีพ่อหนุ่มนักกล้ามคอยเข้ามาใกล้ตลอดๆ สื่อถึงตนเอง แล้วทุกคนก็หยุดนิ่ง “เจ๊ฉันท์” มันมาอีกแล้ววววว คราวนี้พัดรีบออกมาดักก่อนเลย ให้ไม่ต้องกลัว ไม่ได้มาหลอก มาถึงก็จัดชุดใหญ่ อบรมให้เปิดใจ อย่ามัวแต่เก๊ก เพราะที่เก๊กทำให้พลาดอะไรดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตเยอะมาก เจ๊ก็พยายามจะเถียงอยู่ แต่คราวนี้เหมือนพัดจะชนะ แต่ก็ยังบ่นๆ ว่า คนที่ชอบเค้าก็มีแฟนไปแล้วนี่ พัดบอก พ่อหนุ่มนักกล้ามเค้าก็มาสนใจเจ๊นะ เจ๊ไม่รู้ตัวเลยเหรอ แล้วก็ชวนเจ๊เต้นรำ แล้วก็หายไป เหลือเจ๊เต้นอยู่คนเดียว จนคนในร้านมอง เจ๊ก็เลยเนียนๆ หลบออกไป
พายยังคงทำใจไม่ได้ คร่ำครวญถึงพัดต่อไป บอกไม่ยอมให้ใครลืมพี่พัดเด็ดขาด จดหมายถึงเธอ/ห่างไกลเหลือเกิน พัดเข้ามาหาพาย บอกว่า อยากทำอะไรต่างๆ ให้พายมากมาย แต่ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ และเชื่อว่า ต่อให้พัดไม่อยู่ พายก็สามารถทำด้วยตัวเองได้ ถามพายว่า ยังจำเพลงที่สอนให้ตอนสอนผูกเชือกรองเท้าได้ไหม พายว่าจำได้ แล้วก็ร้องออกมา เกี่ยวกับลูกโป่ง 2 ใบที่ใบหนึ่ง เหมือนเชือกจะขาดอีกใบเลยรีบเอาตัวไปเกี่ยวไว้ จากนั้น พายก็ก้มลงผูกเชือกรองเท้าด้วยตัวเอง แล้วยิ้มให้กัน พายนึกได้รีบสารภาพว่าตนทำเรื่องไม่ดีไว้ หมายถึงที่พูดกับฝนและต่อ ที่ไม่ยอมรับการคบหากันของสองคนนี้ พัดจึงบอก อยากแก้ไขอะไรที่ทำไว้ก็รีบทำซะ พายรีบไป
ต่อเสียใจมากที่ฝนหนีไปจากงานแต่งงาน ตัดสินใจกลับเชียงใหม่ เพื่อนๆ พากันมารั้งไว้ บอกว่า ให้เวลาฝนหน่อย ให้ไปคุยกันก่อน แต่ต่อบอกไม่ไหวแล้ว มาในเพลง ที่ฉันรู้ อารมณ์มาเต็มมาก แม้พลังเสียงอาจจะน้อยไปสักนิด พายมาทัน ก็พยายามห้าม แต่ต่อไม่ฟัง จนพายบอกว่า พี่ทำเพื่อคนที่พี่รักได้แค่นี้เองเหรอ ทำไมไม่สู้ล่ะ พูดหนักๆ เข้า ต่อคิดได้ เลยจะไปหาฝน
ที่ร้านอาหาร นักร้องกำลังร้องเพลง ผ้าเช็ดหน้า หญิงสาวชายหนุ่มคู่หนึ่งที่ทำงานในร้านพัฒนาจากแฟนมามีลูกด้วยกันแล้ว ฝ่ายชายกำลังจะเก็บผ้าเช็ดหน้าที่นักร้องโยนไว้ ฝ่ายหญิงก็เข้ามาทันที ฝนวิ่งเข้ามาในร้านหน้าตาตื่น มาหาเจ๊ฉันท์ ถามว่าเกิดอะไรกันขึ้น เจ๊บอกขอโทษที่รักษาร้านไว้ไม่ได้ เจ้าของที่เค้าจะเอาที่คืน เก็บของไปได้เยอะแล้ว แต่มีของพัดข้างบนเยอะเลย อยากให้ฝนมาดูว่า จะเก็บอะไรไว้บ้าง ทั้งฝน เจ๊ฉันท์และพายก็ขึ้นไปด้วยกัน ลูกน้องเจ๊ฉันท์ก็คุยกัน ถามว่า เรื่องจริงเหรอ อีกคนบอก ไม่ใช่ เจ๊เค้าวางแผนให้พี่ฝนกลับมาไง ตั้งแต่วันงานแต่งก็ไม่ยอมมาอีกเลย อีกคนก็ยังย้ำอยู่ จนอีกคนทนไม่ไหว ไม่ตอบละ จับโปเกมอนดีกว่า
ฝนขึ้นไปข้างบนก็พบว่าห้องดูเปลี่ยนไป กลายเป็นต่อ จัดห้องใหม่เพื่อจะให้ฝนลืมพัด แต่ฝนกลับถามถึงอัฐิของพัดว่าอยู่ที่ไหน แล้วเดินหาวุ่นวายเหมือนคนบ้า ต่อเห็นแล้วเศร้าใจ ไปหยิบมาให้ ฝนก็คร่ำครวญอยู่กับอัฐิ ต่อรู้สึกเสียใจจนถึงขีดสุด ชักแล้วเป็นลมไปเลย (ปูไว้แล้วว่า ต่อเป็นหอบหืดจ้า) ทั้งสามสาววุ่นวายรีบพาต่อไป รพ แต่เหมือนต่อจะอาการไม่ดี หัวใจคล้ายจะหยุดเต้น ตัดไป ต่อเดินออกมาพบกับพัดที่นั่งรออยู่ ทั้งสองพูดคุยกัน ถึงฝน พัดบอกว่า รู้ตั้งแต่ปี 2 ว่าต่อชอบฝน และยินดีด้วยจริงๆ แต่ต่อบอกไม่มีประโยชน์ ขนาดอัฐินาย ฝนยังไม่ยอมปล่อยเลย พัดให้กำลังใจต่อ และบอกว่า ต่อยังมีโอกาสนะ ขอให้กลับไป ในเพลง คนข้างล่าง/เหตุผลที่คนควรอยู่คู่กัน (ชอบฉากนี้ มิตรภาพดีๆ ของเพื่อนชาย กำหมัดชนมือ แล้วปล่อยค้าง)
ฝนนั่งอยู่กับเจ๊ฉันท์ ปรับทุกข์กัน ฝนโทษตัวเองที่ทำให้ต่อเป็นแบบนี้ เจ๊ฉันท์สารภาพว่า จริงๆ แล้ว เจ๊ก็ชอบพัด ฝนไม่ได้มีอะไรที่ดีกว่าเจ๊เลย แค่เหมาะสมกันกว่าก็เท่านั้น ทั้งสองกอดกันกลม ก็ต้องใช้ชีวิตกันต่อไป ใน Live and Learn สอนกันเบาๆ แต่ได้น้ำหนักมาก ฝนคิดได้ว่าตนต้องทำอะไรบางอย่างแล้ววิ่งออกไป พายมาตามเจ๊ฉันท์ให้ไปดูต่อ
ฝนนำอัฐิของต่อมาที่ท่าน้ำ ตั้งท่าจะโปรย แต่แล้วก็ทำไม่ได้ “ขอโทษนะพัด ฝนทำตามที่พัดขอไว้ก่อนตายไม่ได้ ฝนพยายามแล้ว พยายามลืมพัด แล้วใช้ชีวิตต่อไป แต่ฝนทำไม่ได้” พัดกลับมาหาฝนอีกครั้งในเพลง รัก (ละมุนมากช่วงนี้) ให้รู้ว่ายังรักกันอยู่ สุดท้ายพัดบอกว่า ลืมไม่ได้ก็ไม่ต้องลืม แต่ฝนต้องอยู่อย่างมีความสุข ถ้าฝนมีความสุข พัดจะมีความสุขมากกว่าเป็น 10 เท่าเลย มีความสุขนะ
เมื่อทุกคนเข้าใจ ทำใจ และมีก้าวต่อไป ฝนและต่อแต่งงานกัน ท่ามกลางความยินดีของเพื่อนพ้อง รวมทั้งเจ๊ฉันท์และพาย ขณะที่เจ๊ฉันท์ก็เปิดใจให้กับชายหนุ่มที่เข้ามาในชีวิต ส่งต่อความรักกันในเพลง Pass The Love Forward เธอทั้งนั้น ให้ฝนกับต่อเค้าได้หวานกันอีกสัหน่อย เป็นอันปิดฉากละครเวทีเรื่องนี้
รู้สึกได้ถึงความกลมกล่อมของตัวละครทุกตัว เหล่าหมู่มวลที่มีบทบาทสร้างสีสันให้กับเรื่องราว เสียงร้องที่เต็มไปด้วยอารมณ์ การแสดงที่ไม่ต้องเวอร์วัง ฉากที่น้อย แต่ทุกคนช่วยกันเสริมจนรับรู้ได้ถึงบรรยากาศต่างๆ แสงเสียงสมบูรณ์ในรอบนี้ บทที่สอดแทรกเรื่องราวต่างๆ มุกตลก กิมมิค พล็อตที่ต้องการสื่อให้ทุกคนทำวันนี้ให้ดีที่สุด รวมกันเป็น ลมหายใจเดอะมิวสิคัล 2016
เรามีความสุข คนที่รักก็มีความสุข มากกว่า 10 เท่า
วันนี้ละครเรื่องนี้เรียกน้ำตาให้มาทำความสะอาดดวงตาได้เป็นอย่างดี รอบนี้เค้าแจ้งว่า เพิ่มรอบแล้วนะ เล่นกันไป เดือนครึ่ง ขอให้ชวยกันบอกต่อด้วย ถ่ายรูปเลยครับ พร้อม #ลมหายใจเดอะมิวสิคัล #มากกว่า10เท่า
วันอาทิตย์ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 14.00 น.
บัตร 2000 (1500)
ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว และตนเอง
ธีรราชา มหาราช
ขอสารภาพว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย จนเห็นที่หน้า น.ส.พ. ว่าจะมีการแสดงเรื่องนี้ จัดโดย ออมสิน จากนั้นมีพี่คนนึงส่งข้อความมาถามว่า รู้วิธีรับบัตรไหม ลองไปถามต่อให้ แต่พี่เค้าก็ได้ข้อมูลมาแล้ว สรุป คงยาก แต่แล้ว วันนั้นก็มีเพื่อนโทรมาบอกว่า เค้ามีบัตรจะให้ เลยได้มานั่งดูซะงั้น ขอขอบพระคุณผู้จุดประกาย และผู้ส่งมอบค่า
ธีรราชา The Musical เป็นละครเวทีที่ธนาคารออมสินสนับสนุนให้มีการผลิตขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 6 ผู้ก่อตั้งธนาคารคลังออมสิน นักแสดงนำดูดี หนูนา หนึ่งธิดา, อาร์ม กรกันต์, รอน AF, ปาน ธนพร, จิ๊บ วสุ และ แอ็ด ไขยวัฒน์ ร่วมด้วยนักแสดงสมทบอีกมากมาย กำกับโดย พันพัสสา ธูปเทียน แต่งเรื่อง แต่งเพลงใหม่ทั้งหมดเพื่อละครเวทีเรื่องนี้โดยเฉพาะ ร่วมบรรเลงเพลงโดย The Bangkok International Community Orchestra (BICO)
เล่าเรื่องถึงกลุ่มคนในยุดของ ร. 6 ที่ได้รับการศึกษา มีน.ส.พ. มีการแสดงความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป สะท้อนความคิดคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่าในยุคนั้น ซึ่งเป็นข้อแตกต่างที่เป็นกันมาทุกยุคทุกสมัย เปิดตัวหลวงชัยพิเทศ ข้าราชการประจำคลังออมสิน ที่ทั้งรับราชการ และเป็นสื่อ ในนามปากกา อันโตนิโอ ต่อมามีปัญญาชน สื่ออีกคนมาเขียนโต้ตอบบทความของเค้า ในนามนิรนาม
ประยงค์ สาวสมัยใหม่ มีการศึกษา ไม่ชอบงานบ้านงานเรือน สนใจงานขีดเขียน ได้รับโอกาสให้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ ในนาม นิรนาม บังเอิญได้พบกับชัย เนื่องจากชัยแย่ง หนังสือพิมพ์ฉบับสุดท้ายของแผงไป ทุกคนดูรับรู้ว่า ชัย คือ อันโตนิโอ แล้วจะมีนามปากกาไปเพื่ออะไร
ฉากคลังออมสิน ที่ทำงานของชัย ชัยได้รับมอบหมายจากหัวหน้าของตน พระบริภัณฑ์รักษาให้ไปช่วยงานเจ้าพระยาเสนาภักดีในการจัดงาน Expo ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีการจัดงานเลี้ยงเพื่อพูดคุยระหว่างคนที่จะร่วมงานกัน ทั้งข้าราชการ พลเรือน ทหาร ต่างมาร่วมใจกันเพื่องานนี้ เปิดตัว ร้อยเอกหลวงเทิดบดินทร คล้ายๆ จะเป็นคนดังแห่งยุค ในบททหารองครักษ์ผู้รับใช้ใกล้ชิดองค์เหนือหัว มีความยึดมั่นถือมั่นในตระกูล ไม่ชอบพวกพ่อค้า จึงไม่ถูกชะตากับชัย ซึ่งเป็นข้าราชการ และเป็นพ่อค้า มองว่า ชัยต้องการมาหาผลประโยชน์
ทั้งสองคนต้องมาร่วมงานกันในการแสดงละคร รับบทเป็นพระนางแบบละครนอกกัน คือใช้นักแสดงชายทั้งหมด แต่จริงๆ ชัยเพียงแต่เป็นตัวแทนจนกว่าจะหานักแสดงผู้หญิงมาได้จริง ประยงค์คือคนที่ได้รับมอบหมายให้มาแสดงบทนางเอก ส่วนชัยย้ายไปเป็นเพื่อนสนิทของพระเอก ทั้งสามคนจึงได้เจอกัน การซ้อมละครดำเนินต่อไป ท่ามกลางความขัดแย้ง บาดหมางกันมากขึ้น ระหว่างชัยกับเทิด ขณะที่ นิรนามและอันโตนิโอก็ปะทะ บอกเล่าเรื่องราวของสังคม ความคิดเห็นต่างๆ กันอย่างดูเดือดโดยชัยก็ยังไม่รู้ตัวตนของนิรนาม ส่วนชัยและประยงค์ ก็ต้องมาทำความรู้จักกันในฐานะคู่หมาย เพราะพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายต้องการให้ทั้งคู่มาดองกัน พ่อแม่มันส์กันทั้งสองฝ่ายเลย ปาน ธนพรเล่นเป็นแม่ฝ่ายหญิง คอยพร่ำสอนลูกสาวให้จำไว้ 5 ข้อ โดยเฉพาะข้อสุดท้ายให้เงียบ ให้ฟังผู้ชาย แต่แม่ประยงค์นะรึ จะฟัง ส่วนพ่อแม่ฝ่ายชายก็อยากดองกับตระกูลผู้ดี เลยจับลูกชายลูกสาวมาคลุมถุงชนกันซะเลย แต่ทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกัน ตกลงว่า ต่างคนต่างจะปฏิเสธ
เทิดรู้ข่าวการสู่ขอเลยมาถามประยงค์ พร้อมเอ่ยปากจะให้ความช่วยเหลือ โดยเสนอตนเองเป็นคู่แต่งแทน ประยงค์ปกป้องชัยว่า ก็เป็นคนเหมือนกัน ไม่เสียหายอะไร ยังคุยกันไม่ทันรู้เรื่อง เทิดก็โดนกำไล ลูกสาวของนายทองคำ พ่อค้าหน้าเงินมาพาตัวไปลองชุด ประยงค์ซ้อมร้องเพลงต่อ ชัยได้ยินบทสนทนาทั้งหมดก็เข้ามาร้องเพลงเดียวกัน พร้อมขอบคุณสื่อให้เห็นว่า ทั้งคู่ก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน เทิดแอบเห็นก็เศร้าใจ กำไลแอบเห็นอีกทอด ก็ร้องเพลงเดียวกันกับเทิด แต่แย่งซีนมากค่ะ กำไล ชอบๆๆๆ
บทความที่ชัยเขียนเหมือนจะไปขัดผลประโยชน์ใครบางคน ชัยโดนข่มขู่ ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ก็เตือนว่าทำอะไรให้ระวังไว้ ทำให้ชัยระแวงเจ้าพระยาเสนาภักดี และพยายามบอกกับหัวหน้าของตน โดยเฉพาะเรื่องที่เจ้าพระยาภักดียอมให้นายทองคำเข้ามาช่วยงานและหาผลประโยชน์ หัวหน้าเตือนให้รับผิดชอบในงานของตนไป ถ้ายังไม่มีหลักฐานอย่าปรักปรำใคร ร้องเพลงเตือน ชอบนะเพลงนี้ คือบ่งบอกเลยว่า หัวหน้าพยายามเตือนชัยแล้วด้วยคำพูดต่างๆ แต่ชัยไม่ฟังใครเลยนอกจากตนเอง ขณะเดียวกันชัยกับเทิดก็มีเรื่องกันที่สโมสร เพราะเทิดก็ฝังหัวว่าชัยไม่ดี มาหาผลประโยชน์ ทำให้การซ้อมละครในบทเพื่อนสนิทของทั้งคู่กลายเป็นการวางมวยกันแทน
ชัยและเพื่อนได้รับเสนอชื่อในตำแหน่งหัวหน้า ชัยคิดว่าตนเองต้องได้เพราะทะนงตนว่าเก่ง ขณะที่เพื่อนก็พูดคุยด้วย ไม่โกรธที่มีชื่อตนด้วยใช่ไหม แสดงถึงทะนงตนและความอ่อนน้อม 2 บุคลิกที่แตกต่างอย่างชัดเจน ผลสุดท้าย เพื่อนชัยได้ตำแหน่งไป ชัยไม่เข้าใจ เข้าไปขอคำอธิบายและขอโอกาสอีกครั้ง แต่หัวหน้าให้รอ รอจนกว่าวันที่ชัยจะพร้อม
ชัยโดนรุมทำร้ายและข่มขู่หนักขึ้น เทิดเข้ามาเห็นจึงช่วยไว้ พยายามจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชัยไม่ยอมบอก เดินหนีไป เทิดตามคนร้ายไป ขณะที่ชัยไปที่สำนักพิมพ์ที่นิรนามทำงานให้ เพราะระหว่างที่ชัยโดนทำร้าย ถูกถามด้วยว่า ใครคือนิรนาม ทำให้ชัยเป็นห่วงนิรนามต้องการจะไปเตือน ได้เจอกับผินแถวสำนักพิมพ์พอดี มีคนบุกเข้ามาเผาโรงพิมพ์ ผินโดนชนจึงทำต้นฉบับของนิรนามหล่น ชัยเห็นและพยายามคาดคั้นว่า นิรนามคือใคร ต้องการคุยด้วย ประยงค์จึงเผยตัวและได้พูดคุยกัน ให้ประยงค์อยู่แต่ที่บ้านไปก่อน แล้วชัยจะจัดการเอง แต่ประยงค์ไม่ยอมบอกสู้ก็ต้องสู้ด้วยกัน
เทิดวิ่งตามคนที่ทำร้าย แต่พลาดโดนจับตัวซะเอง ถูกพาไปหาหัวหน้า นั่นคือ เจ้าพระยาแสนภักดี ทำให้ได้รู้ว่า เจ้าพระยาแสนภักดีกำลังวางแผนเพื่อรวบตัวนายทองคำ ส่วนตนเองนั่นวิ่งตามคนผิดเลยไปขวางการปฏิบัติงาน ให้เทิดไปบอกแผนกับชัย ส่วนตนเองจะไปคุยกับแม่ประยงค์
ในวันซ้อมละคร เรียกว่าซ้อมใหญ่ มีผู้หลักผู้ใหญ่เข้ามาร่วมชม มีคนแฝงตัวเข้ามา ตั้งใจจะทำร้ายประยงค์ ชัยเข้ามาขวางชักปืนจะยิง ทุกคนรีบเข้ามาห้าม เจ้าพระยาเสนาภักดีก็ร่วมด้วย ชัยตวาดใส่ ด้วยความเข้าใจว่าเจ้าพระยาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแผน แต่หัวหน้าก็เข้ามาทำให้เข้าใจถูกและสามารถรวบตัวคนร้าย และจับตัวนายทองคำได้ และมีดราม่าเล็กๆ เมื่อกำไลลูกสาวบอกกับพ่อว่า เข้าใจว่าพ่อทำเพื่อกำไลให้มีชีวิตสุขสบาย แต่กำไลไม่ต้องการ
จริงๆ แผนนี้ถูกวางไว้แล้ว แต่ชัยไม่รู้เรื่องเพราะเทิดไม่ยอมบอก เมื่อชัยรู้ว่าเทิดไม่บอก ก็หัวเสียหนัก เรื่องสำคัญต่อชีวิตเช่นนี้กลับปิดปาก ด้วยเพียงอคติที่เทิดมีต่อชัย ทั้งสองก็ทะเลาะกันอีก ประยงค์เข้ามาห้าม ทั้งสองก็ไม่ฟัง กลายเป็นทะเลาะกันทั้ง 3 คน คนนึงหาว่าอีกคนดื้อดึง อีกคนว่าเห็นแก่ตัว อีกคนบอกนี่แหละผู้ชาย เจ้าพระยาเสนาภักดีเข้ามาห้าม และเตือนทั้งสามคน ชี้ให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสียของทั้งหมด และจงเปิดใจ ดั่งแนวทางของพระธีรราชเจ้า จากนั้นก็บอกเล่าเรื่องราวกันยาวๆ ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ท่านต้องเผชิญทั้งร้าย ทั้งดี ทั้งข้อขัดแย้งของคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ การมองต่างมุม สำคัญต้องมีสติ ยอมรับฟัง สุดท้ายทั้งสามก็เข้าใจในความพร่องของตน
“จากที่เคยมองแค่ในมุมที่เห็น กลับชัดเจนเมื่อเริ่มได้มองต่างมุมไป ความคิดหลากหลาย ทำให้เข้าใจ ความขัดแย้งคลี่คลายด้วยใจเรา เพียงเราเมตตา และยอมรับเขา เราจะพบปัญญาดุจแสงส่องทาง”
เพลงทั้งหมดแต่งใหม่ มีเพลงที่เพราะๆ และติดหูหลายเพลง โดยเฉพาะเพลงของนายทองคำตัวร้าย พูดถึงการได้รับค่าน้ำชา เล็กๆ น้อยๆ ค่อยๆ รับส่วย หลายๆ เพลงเข้ากับเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี มีลูกเล่นสร้างสีสันให้กับละครเพลงเป็นระยะๆ แต่บางเพลงที่น่าจะดี เช่นเพลงฝรั่งเศส ตอนเป็นเนื้อไทย ฟังดูแปลกไป และเสียงของรอนก็ดูแปลกไป เพลงนี้เลยไม่เด่นเท่าที่ควร แอบแป๊กๆด้วย เพลงของคุณหญิงแม่ทั้งสองฝ่าย สนุกดี เพลงรวม เพลงรวมก็ใช้ได้ เพลงฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงทำได้ดีตามมาตรฐาน ช่วงหวานกับเพลงความรัก บทกลอนที่คุ้นหู ก็ร้องได้หวาน สื่ออารมณ์ได้ดี ตัดด้วยท่อนตัดพ้อของพระรองและนางรอง
ฉาก ทีมงานแสง เสียง ทำได้ดี ไม่ติดขัดอะไร
วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
โรงละครรัชดาลัย
ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว
บัตร แถวหลัง ชั้น 1 (ได้รับการสนับสนุน)

อินจัน

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดโอกาสให้นักศึกษาทำละครเวทีโดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากคณะ เต็มที่จริงๆ เพราะได้เล่นที่มหิดลสิทธาคาร สถานที่จัดการแสดงความจุกว่า 2000 คน ซึ่งต้นทุนในการใช้จะต้องสูงมาก อีกทั้งนักแสดง และทีมงาน ล้วนเป็นมืออาชีพ คำถามคือ มันเป็นละครนักศึกษาตรงไหน หรือ ให้นักศึกษาจัดการบริหารเพื่อให้เกิดละครขึ้นมา อืมมม น่าจะเป็นแบบนั้น  โปรดักชันเรื่องนี้เคยแสดงแล้วเมื่อปี 2010 แล้วนำกลับมาทำใหม่ คิดให้ละเอียดกว่าเดิม ละมุนกว่าเดิม เห็นว่าทำเพลง เรียบเรียงใหม่ด้วย นักแสดงอินจันคู๋เดิมที่เคยเล่นเมื่อครั้งเป็นนักศึกษาในเวอร์ชัน 2010 ก็มาเล่นในปี 2015 ด้วย

ด้วยความที่มีมืออาชีพเป็นหัวในการทำงานด้านต่างๆ จึงไม่อาจเรียกได้เต็มปากว่าเป็นผลงานนักศึกษา ถือเป็นอีกหนึ่งทีมละครมืออาชีพได้เลย คุณภาพในการทำงาน องค์ประกอบต่างๆ จึงถือว่าใช้ได้เลย  นักแสดงหลักส่วนใหญ่จะเป็นนักร้องนักแสดงกันอยู่แล้ว เสริมทัพด้วยนักศึกษาเข้าไป

ปาน ธนพร ในบทแม่ของอินจัน เสียงหวานมากกก แสดงถึงความรักที่มีต่อลูก และพร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูกได้ดี เป็นแม่ที่ฉลาด เข้มแข็ง ทันคนทีเดียว

อิน จัน ฝาแฝด 3 รุ่น ตั้งแต่ วัยเด็ก วัยรุ่น และ ผู้ใหญ่ ทำได้ดีทุกคนเลย หน้าตาใช้ได้ด้วยนะ หุหุ เสียงร้องรุ่นผู้ใหญ่ดีมวากกกก มาหาข้อมูลทีหลัง อ้อเป็นนักร้องเพลงโอเปร่าและประสานเสียงด้วย จบดุริยางคศิลป์นี่แหละ

เก่ง ธชย เดอะวอยซ์ ได้ชื่อในโปสเตอร์ แสดงเพียงไม่กี่นาที แต่ก็ทรงพลังมาก

ด้วยเนื้อหาที่เล่าถึงชีวิตและการต่อสู้ให้มีชีวิตของฝาแฝดอินจัน ด้วยคำสอนของพ่อและแม่ที่ทำให้ทั้งคู่เรียนรู้ที่จะต้องอยู่ด้วยกันให้ได้  ทั้งสองมีทะเลาเบาะแว้งกันตามประสา ชกต่อยกัน จนพ่อเข้ามาบอกว่า ถ้าทะเลาะกันนักจะผ่าให้แยกออกจากกัน ทั้งสองจึงรีบหยุดทะเลาะ และสัญญาว่าจะอยู่กันด้วยดี ขณะที่แม่ก็คอยเสริมให้มั่นใจว่าสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคม แม้ตนเองจะไม่เหมือนคนอื่น อยู่ที่ตนเลือกว่าจะเป็นอะไร กาลกิณีหรือไม่ขึ้นอยู๋กับใจเราเอง เมื่อประสบปัญหาใดๆ ก็ต้องพยายามหาทางสู้ ต้องพิสูจน์ตัวเอง เลือกที่จะเป็นคนพิเศษ  ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหนก็จะมีคนที่ไม่เข้าใจและดูถูก แต่ด้วยการเลี้ยงดูจากแม่และครอบครัวทำให้อินและจันเป็นคนเข้มแข็ง ทำในสิ่งที่ต้องทำอย่างดีที่สุด พัฒนาตัวเอง และขยัน จนสร้างตัวเอง ฝ่าฟันอุปสรรคและใช้ชีวิตอยู๋ด้วยกันตลอดเวลาถึง 63 ปี จากเมืองเล็กริมน้ำอัมพวา ไปสู่อเมริกาแผ่นดินใหญ่ น่าจะเป็นคนไทยคนแรกๆ ที่ได้สัณชาติอเมริกาด้วยซ้ำ

องค์ 1

เพลง 1 ลางร้าย

เพลง 2 กำเนิดอินจัน และเพลงลูกเอ๋ย https://www.youtube.com/watch?v=TVQ0lpRlua4

เพลง 3 กาลกิณี ชาวบ้านต่างพากันโทษอินจันว่าเป็นตัวกาลกิณี ทำให้เกิดโรคห่า ฆ่าพ่อตัวเองและคนในหมู่บ้าน แต่ก็มีส่วนนึงที่ให้ความช่วยเหลือ เข้าใจว่าเป็นเพียงโรงระบาด จึงทำให้ทั้งอินและจันรอดจากการโดนรุมประชาทัณฑ์

เพลง 4 รักเราก้าวข้ามกาลกิณี แม่สอนให้อินจันเลือกว่าจะเป็นอะไร กาลกิณีหรือไม่อยู๋ที่ใจเราเอง

เพลง 5 อเมริกาแดนศิวิไลซ์ ฮันเตอร์นายห้างเห็นอินจัน มองเห็นโอากาสในการทำเงิน จึงมาชักชวนให้ไปอเมริกาด้วย ชวนกัปตันเพื่อนร่วมหุ้นมาดูตัวด้วยและพยายามหว่านล้อมแม่ให้ยอมพาลูกไป

เพลง 6 ลูกข้าไม่ใช่สินค้า แม่ปฏิเสธด้วยรู้ดีว่า ทั้งสองต้องการหาผลประโยชน์จากลูกของตน เพลงนี้ได้อารมณ์มากกกกกก

เพลง 7 รักแท้คือเพื่อเจ้ามีความสุข  สุดท้ายก็ยอมให้พาไปเพราะได้ยินว่า อาจจะสามารถผ่าตัดอินจันให้แยกออกจากกันได้ จึงต้องร่ำลาจากกัน และย้ำเตือนให้รู้ว่า ทั้ง 2 คนต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เพลง 8 การเดินทาง

เพลง 9 ชีวิตกะลาสีเรือ

เพลง 10 Welcome to the Show

เพลง 11 เปิดตัวอินจัน

เพลง 12 คนเดียวหัวหาย โชว์ของอินและจันที่ทำให้เห็นพัฒนาการของทั้งคู่ที่ทำการแสดงได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนดูเป็นโชว์ที่ดี

เพลง 13 เดิมพันชีวิต

เพลง 14 รักของโซฟี อินจันได้พบกับโซฟี ผู้ดีอังกฤษผู้เร่าร้อน และเร่ิมมีความรู้สึกวัยหนุ่ม อยากรู้จักกับความรัก

เพลง 15 อิสระเสรีภาพ อินจันได้รับรู้ว่าเงินที่ส่งไปให้แม่ไม่เคยถึงแม่เลยเมื่อได้เจอกับฮันเตอร์ ทะเลาะกับกัปตันใหญ่โต รู้ว่าโดนเอาเปรียบตลอดมา ทั้งๆ ที่ยอมทนเพื่อแม่

องค์ 2

เพลง 16 อินจันหายไป

เพลง 17 ชีวิตต้องมีหวัง อินจันตัดสินใจสู้ด้วยตัวเอง ลาขาดจากคณะการแสดงเดิมของตน

เพลง 18 รักของอินจัน ในงานแต่งงานของเพื่อน อินจันได้เจอกับสองสาวพี่น้อง ได้ทำความรู้จักกัน

เพลง 19 ชาวเมือง ชาวเมืองเล่าถึงความสุขของเมืองนี้ และเริ่มไม่สุขเมื่อเห็นอินจันมีรักกับสองพี่น้อง รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้

เพลง 20 Virginia Reel

เพลง 21 ครองรักนิรันทดร เพื่อให้พ่อของฝ่ายหญิงสบายใจ ทั้งสองตัดสินใจจะผ่าตัดแยกร่าง แต่สองพี่น้องมาห้ามไว้เพราะรู้ว่ามันอันตรายอาจถึงชีวิตและบอกว่า รักทั้งคู่ทั้งที่เป็นแบบนี้ แล้วได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข มีลูกหลานหลาย 10 คน

เพลง 22 ละครสัตว์ละครคน เล่าถึงความทุกข์ช่วงที่ทั้งคู่ต้องกลับไปเปิดการแสดงอีกครั้งเพื่อหารายได้ให้กับครอบครัวเนื่องจากกิจการที่ทำแย่เนื่องจากสงคราม การให้เพื่อนยืมเงินในวงไพ่ของอิน การดื่มเหล้าอย่างหนักของจัน การแสดงเป็นไปไม่ค่อยดี เพราะสุขภาพที่ไม่ค่อยดีของจันและความนิยมในความแปลกของทั้งสองน้อยกว่าที่เคย เหมือนเป็นฝันร้ายอี่กช่วงหนึ่งของชีวิตที่ให้ภาพฝันร้ายและการควบคุมโดยเก่ง เดอะวอยซ์ในมาดของหัวหน้าคณะละครสัตว์ที่อินจันร่วมงานด้วย ช่วงนี้หลอนแท้ เป็นเซอเรียวไปเลย

เพลง 23 Reunite ใกล้วาระสุดท้ายของทั้งคู่ ภายทรงจำในอดีตกลับมา ทั้งแม่ ทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น จันเสียชีวิตไปก่อน อินก็เสียชีวิตตามในเวลา 2 ชั่วโมง

เพลง 24 Finale

ตอนที่ฟังสัมภาษณ์บอกว่า ทั้งหมด 29 เพลง แล้วทำไมในสูจิบัตรมี 24 เพลงล่ะ ว้าาาา

ไม่เคยดูเวอร์ชันปี 2010 จึงไม่มีภาพใดๆ ในใจ สำหรับละครเล่าชีวิตคน ก็ถือว่าใช้ได้เลย

รอบนี้พลเอกเปรมมาดูด้วย ท่านยังดูดีและเท่มากๆ เหมือนจะไม่รู้คิวการให้ดอกไม้กันเท่าไหร่ คือ ประกาศชื่อแล้วก็วิ่งกันมารับดอกไม้ ไม่ได้มารอรับ ผู้กำกับก็ไม่มามอบให้ผู้ช่วยแทน

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558 รอบ 13.00 น.

เพื่อนร่วมขบวนการ ที่บ้าน และ อ้อม

บัตร ที่นั่ง E11 1500 ขอบคุณผู้อุปการะคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ  ทางเข้าประตูมีหลายประตูมากกก จริงๆ สำหรับชั้น 1 ให้เข้าแต่จากทางหลักก็ได้นะ



Categories