Ras's Blog

Archive for September 2009

การแสดงสเกตในเรื่องซินเดอเรลล่า ที่ไม่ใช่ซินเดอเรลล่านิทานดั้งเดิม แต่เป็นการใช้โครงเรื่องหลักที่ว่า เด็กสาวนาม ซินเดอเรลล่า เผชิญกับการถูกกลั่นแกล้ง ได้พบกับชายหนุ่มรูปงาม ประมาณนี้ ตัวเรื่องน่าสนใจ โดยเฉพาะการนำมาแสดงในรูปแบบของ สเกตน้ำแข็ง เล่นกันในศูนย์วัฒนธรรมกันเลยทีเดียว ทำกันได้ ถึงแม้จะเห็นว่า มีน้ำฉ่ำอยู่บ้างก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็พยายามเกลี่ยพื้นที่ให้ได้มากทีสุด พร้อมเช็คความแข็งแรงของน้ำแข็ง เพื่อความปลอดภัยของนักแสดง

นักแสดงแต่ละคนฝีมือเล่นสเก็ตดีมาก ได้รับรางวัลกันมาหลากหลายเวที โดยคณะดิ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์: ซินเดอเรลลา ออน ไอซ์ (The Imperial Ice Stars: Cinderella on Ice)

เล่าเรื่องของคณะละครคณะหนึ่ง ซึ่งกำลังประสบปัญหาทางการเงิน สุดท้าย เจ้าของคณะได้รับความช่วยเหลือจาก สาวใหญ่ผู้มีเงิน แต่ผลคือ เธอผู้นั้นเข้ามามีบทบาทในคณะละคร และผลักดันให้ลูกสาวทั้งสอง เข้ามารับบทเอกในละครเรื่อง Swan Lake ทั้งๆ ที่รูปร่าง และฝีมือยังไม่เหมาะกับบท ทำให้ซินเดอเรลล่า ลูกสาวเจ้าของคณะละคร ที่มีความสามารถต้องไปเล่นบทตัวประกอบ ขณะที่ซ้อมสปอนเซอร์ใหญ่ (เข้าใจว่าใช่นะ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องเป็นคนมีเงินที่ชอบในการแสดง) มาดูการซ้อม สาวใหญ่ก็ผลักดันให้ลูกทั้งสองเข้าหา และกีดกันซินเดอเรลล่า อ้อ แต่งานนี้ ซินเดอเรลล่า มีพ่ออยู่นะ

เมื่อถึงคราวแสดงจริง ขณะแสดงลูกสาวของสาวใหญ่ได้รับบาดเจ็บ เพราะนักแสดงชายยกขึ้นแล้วลงพลาด ซินเดอเรลล่าจึงได้แสดงแทนในเรื่อง Swan Lake ได้รับเสียงปรบมือและเป็นที่ชื่นชอบมาก เมื่อจบการแสดงชายหนุ่มรูปงามพร้อมทรัพย์ ขอเรียกว่า คุณชายละกัน เพราะไม่ใช่องค์ชาย แต่เป็นลูกคนมีเงิน ดูขึ้เล่นทีเดียว เข้ามาต้องการจะแสดงความยินดีกับตัวเอก แต่ก็ถูกกีดกันจากสาวใหญ่อีกเช่นเคย แต่สุดท้ายก็ได้พบกัน แสดงสเก็ตพร้อมกัน โดยที่ไม่ได้สัมผัสกันเลย เข้าใจว่า อยู่กันคนละฟากถนน เพราะสุดท้ายฝ่ายชายก็ส่งจูปไปหาหญิงสาว เป็นการแสดงคู่ที่สวยงาม ใช้ร่มด้วย

ลีลาในการเล่นสเกตของผู้เป็นพ่อและสาวใหญ่ดูแข็งแรงมาก เห็นถึงพลังในตัว โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อที่ยกนักแสดงเกือบทุกคนเลยมั้ง ทั้งยกคนเดียว ยกสองคนหน้าหลัง ส่วนบทสาวใหญ่ ก็ชัดเจน เห็นถึงรังสีความน่ากลัว ความเด็ดขาดมากๆ คนอื่นๆ ก็พลิ้ว หมุน กระโดดกันสนุกเลย แม้ว่าจะมีพื้นที่แค่นั้น แต่ก็ได้ใจมากๆๆ

บ้านของคุณชายจัดงานเพื่อเขื้อเชิญให้สาวๆ ไปร่วมงานให้คุณชายได้เจอ แจกบัตรรับเชิญไปทั่ว แต่ไม่ให้กับสองพี่น้องลูกสาวของสาวใหญ่ แต่สุดท้าย สาวใหญ่ก็ได้บัตรเชิญไป โดยแสร้งทำดีกับซินเดอเรลล่า ร่วมสเก็ตด้วยดี ทั้งกับสองพี่น้อง โดยมีพ่อมาร่วมแจมด้วย แล้วก็แอบหยิบบัตรเชิญไปโดยไม่รู้ตัว ช่วงนี้ออกแบบลีลาการแสดงที่สวยงาม มีทั้งเข้าแถว ย่อตัว สไลด์ไปพร้อมกัน ทั้งจับขาสไลด์ไปพร้อมๆ กัน สวยจริงๆ และซินเดอเรลล่าก็เตรียมตัวไปงาน โดยรถฟักทองก็มากจาก ชิ้นส่วนต่างๆ จากนักแสดงประกอบหลายๆคนมาวางต่อกันเป็นรูป รถฟักทอง ติดไฟสว่างไสว เรียกเสียงได้ดีทีเดียว

ณ บ้านของคุณชาย สาวน้อย สาวใหญ่ ผู้ชายจากทั่วมุมเมือง มาร่วมงาน ร่วมสนุกกัน สาวใหญ่และลูกสาวทั้งกสองก็มาร่วมงานด้วย และแน่นอน คอยขวางไม่ให้ซินเดอเรลล่าได้เต้นกับคุณชาย หรือไม่ก็คอยขัดจังหวะอยู่เสมอ ในงานมีการแสดงจากฝ่ายชายด้วย เป็นเต้นแบบ River Dance สนุกดี ก็แปลกไปอีกแบบ เต้น River dance ในลานสเก็ต

เมื่อใกล้เวลาเที่ยงคืน ซินเดอเรลล่าก็ถุกกลุ่มลึกลับนำตัวไป หายไป ผุ้เป็นพ่อพยายามติดตามหา โดยได้รับความช่วยเหลือจากหญิงยิปซี เพื่อนหรือ godmother ของซินเดอเรลล่า (เรื่องก็เปิดให้เห็นว่า พ่อดูจะกังวลและใส่ใจเรื่องเวลามากๆ และเปิดตัวในเบรก 2 ก็เป็นการโชว์ลีลาของกาลเวลา) ตามหากันไป พยายามจนช่วยเหลือมาได้

ขณะเดียวกัน คุณชายก็พยายามหาเจ้าของรองเท้า ที่เหลือทิ้งไว้ นักสเก็ตหญิงทุกคนออกมาแบบใส่รองเท้าข้างเดียว พร้อมจะสวมรองเท้าได้ทุกเมื่อ ขาแข็งแรงกันมากกกกกกกก คิดดูเต้นกันด้วยขาเดียว ทรงตัวกันได้ แต่ก็มีฝ่ายชายคอยประกบนั่นแหละ ลองจนครบก็ยังไม่ได้ บางคนรู้ว่าไม่ใช่แน่ ไม่อยากให้ลอง แต่ก็อยากลอง แล้วก็ลองจนได้ และแล้ว ซินเดอเรลล่า ก็กลับมาได้ แล้วได้สวมรองเท้า ทั้งคู่ต่างแสดงความรักต่อกัน สเก็ตลีลาด้วยความสวยงามแบบคู่จริงๆ แล้วยังมีการยกตัว หมุนขึ้นไปเหนือเวทีด้วยเทคนิคสลิง ดูสวยงามมาก แม้จะรู้ว่าใช้ทั่วไป แต่จังหวะที่ใช้ สวยมากกกกกก หมุนเป็นวง ก่อนที่จะค่อยๆ ลงมาสัมผัสกับพื้นสเก็ตแล้วเต้นคู่กันต่อ ที่เด็ดอีกหนึ่ง shot ก็คือ ฝ่ายชายเกาะฝ่ายหญิงโหนตัวขึ้นไปอยู่กลางอากาศด้วยกัน ลีลาพลิ้วไหว เพลงโรแมนติค เป็นการจบด้วยความประทับใจ คนปรบมืออกันเกรียว มีลุกขึ้นด้วยนะ

สุดท้าย นักแสดงทุกคนออกมาแสดงลีลา แสดงความสามารถกันอีกครั้ง โชว์ของกันอย่างเต็มที่

แสดง ณ ศูนย์วัฒนธรรม 26 09 09 ผุ้ร่วมขบวนการ พี่ๆๆ แฟนพี่และเพื่อนพี่

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Thaiticketmajor
ดิ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์: ซินเดอเรลลา ออน ไอซ์ (The Imperial Ice Stars: Cinderella on Ice)
โดย : คณะลันช์บ็อกซ์ เธียตริคัล โปรดักชันส์ (Lunchbox Theatrical Productions) สหราชอาณาจักร
สนับสนุนโดย OOCL และ Agility
(แสดงวันละ 2 รอบ : 14.30 น. และ 19.30 น.)

ดิ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์ เป็นนักสเก็ตน้ำแข็งเพียงคณะเดียวที่สามารถคว้ารางวัลการแสดงมาครองได้ ซินเดอเรลลา ออน ไอซ์ เป็นรูปแบบที่โตขึ้นของเทพนิยายยอดนิยมของเด็กเรื่องซินเดอเรลลา แสดงโดยนักสเก็ตผู้มากฝีมือมากกว่า 20 คน ทั้งจากระดับโอลิมปิก แชมป์โลก แชมป์ระดับชาติ และแชมป์ระดับยุโรป มาร่วมสร้างสรรค์การแสดงที่ครบเครื่องทั้งเครื่องแต่งกาย ฉาก จนถึงเทคนิคพิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ซินเดอเรลลา ออน ไอซ์ ได้ผสานความเป็นละครดรามา เข้ากับเรื่องราวดั้งเดิมอันเนื่องมาจากความเร็วในการเคลื่อนไหวและท่วงท่าของนักสเก็ต ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นลีลาที่สวยงามของนักสเก็ตซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และนี่ยังนับเป็นครั้งแรกของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่พื้นเวทีจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานสเก็ตน้ำแข็ง

สำหรับดนตรีประกอบการแสดง บรรเลงโดยคณะมอสโก สเตต ซีเนเมติก ออร์เคสตรา (Moscow State Cinematic Orchestra) เครื่องแต่งกายออกแบบโดยอัลบินา กาบูเอวา (Albina Gabueva) อดีตหัวหน้านักออกแบบของคณะสตานิสลาฟสกี ที่มีชื่อเสียงของมอสโก และผลิตโดย ฝ่ายเครื่องแต่งกายของคณะบัลเลต์บอลชอย เอมอน ดาร์ซี (Eamon D’Arcy) นักออกแบบฉากผู้มีชื่อเสียง ที่เคยฝากผลงานไว้ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปี 2000 ที่นครซิดนีย์ เป็นผู้สร้างสรรค์ฉากสามมิติ รวมถึงฉากภูมิประเทศที่เป็นหิมะ และฉากงานคาร์นิวัล ที่ต้องใช้เทคนิคที่สลับซับซ้อน รวมทั้งการใช้ไฟและฝน

“ดิ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์ คือสเก็ตในแบบ Cirque du Soleil แสดงในโรงละครสัตว์ เปี่ยมด้วยแรงบันดาล เป็นต้นแบบ และเป็นการแสดงบนเวทีที่ยอดเยี่ยม” — ไดอานา ซิมมอนด์ส (Diana Simmonds) หนังสือพิมพ์ Sunday Telegraph

Advertisements
International fesitval of Dance and Music ปี 2009 นับเป็นอีกปีที่ดูการแสดงค่อนข้างเยอะ ขนาดไม่ยอมดูด้วยไปบางงานยังนับได้ถึง 4 โชว์แหนะ และนี่ ก็เป็นโชว์ที่ 5 แต่เป็นโชว์แรกที่ดูแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เนื่องจากพี่ต้องทำงาน และรุ่งเช้าต้องไปแต่ไก่ยังไม่โห่ ก็ลาภลอยมา ไม่จ่ายตังค์ให้ด้วยนะ ยืนยัน อิอิ

ศูนย์วัฒนธรรม 15/09/09 เวลา 19.30 น.

ลา ฟอร์ซา เดล เดสติโน (La Forza del Destino) โอเปรา-บัลเลต์ 1 องก์ เป้นการแสดงสัณชาตยูเครน เพิ่งมารู้ตอนหลัง เป็นหนึ่งในไม่กี่การแสดงที่เข้าช้า ผลคือ ได้ที่นั่งดูดีกว่าบัตรที่ซื้อ 555 นับเป็นการผสมผสานที่แปลกมาก และลงตัวมากๆ กับการนำ นักร้องโอเปร่า มาร้องเพลงดำเนินเรื่องราว และแสดงด้วย ควบคู่ไปกับนักเต้นบัลเล่ห์ทั้ง 8 คน ชายล้วน ที่เต้นทั้งแบบ บัลเล่ห์คลาสสิค และ โมเดิร์นแดนซ์ แสง สี เสียง ก็สวยงาม มีการเล่นลูกเล่น กับบอดี้ของนักเต้นที่สวยงาม เคลื่อนไหวพลิ้ว โชว์กล้ามหน้าท้อง กล้ามหน้าอกกันเต็ม ปกติ นักเต้นบัลเล่ห์จะนุ่งชุดแนบเนื่อ แต่ครั้งนี้นุ่งชุดทั่วไปตามคาแรกเตอร์ ได้แก่ ชาวนา และ ทหาร มาโชว์ลีลา พร้อม 6 แพ็คตอนหลังก็ถอดเสื้อออกเลย วิ้วววววว ลีลาได้สวยงามมาก

เรื่องราวเล่าถึงชีวิตของนักร้องโอเปร่าสาว ตั้งแต่เริ่มแรกจนรุ่งเรืองและตกต่ำ มีฉากเลิฟซีนที่สวยงาม ใช้ผ้าขาวมาช่วยสร้างอารมณ์และสีลา เคลื่อนเป็นลูกคลื่น นักร้องก็ร้องไป เคลื่อนไหวไปมาอยู่บนเตียงย้ายมุมกันไปเรื่อย สุดท้ายลงมาบนพื้น ก็ดูยั่วยวนดีทีเดียว แม้หุ่นไม่ให้เท่าไหร่ สำหรับนักร้องนะคะ เพราะก็ยังห่นนักร้องโอเปร่า แต่ด้วยเสียง และลีลาของนักแสดงอื่นๆ ด้วยแล้ว บิ้วอารมณ์ได้ทีเดียว (อารมณ์ไหนละเนี่ย)

ชอบการใช้อุปกรณ์ประกอบฉากของเค้ามาก ใช้คุ้มดี มีตั่งไม้อยู่ 4 ตัวแยกกัน ใช้ทำเป็นที่วางของ ยามเป็นฉากการเกษตร เป็นเก้าอี้นั่ง ยามเป็นฉากโชว์การแสดง ประกอบเป็นเตียงก็ยังได้ คนที่ยก prop ก็นักแสดงทั้ง 8 คน บนเวทีนั่นแหละ

เรื่องเริ่มที่ช่วงปลายชีวิต เล่าย้อนไปจนจบที่ปลายชีวิตเหมือนเดิม ดีใจที่ได้ดู ยิ่งกว่านั้น ดีใจที่ได้ดูฟรี

ช่วงปรบมือ ยาววววว ตามธรรมเนียม เสียงหวีดวิ้วจากสาวๆ เยอะมาก ก็แน่ละสิ หนุ่มๆ บนเวทีเปลือยท่อนบนยืนโชว์หุ่นกันซะขนาดนั้น หุหุ

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก thaitickmajor
ลา ฟอร์ซา เดล เดสติโน (La Forza del Destino) โอเปรา-บัลเลต์ 1 องก์
แสดงโดย: คณะเคียฟ โมเดิร์น โอเปรา/บัลเลต์ (Kiev Modern Opera/Ballet Theatre) ประเทศยูเครน
ประพันธ์ดนตรี: จูเซปเป แวร์ดิ (Guiseppe Verdi) อาร์ริโก บัวโต (A. Boito) จีอาโคโม ปุชชินี (G. Puccini) คามิลล์ แซงส์-ซอง (C. Saint-Saens) เอ. คาตาลินี (A.Katalini)
นำเสนอโดย: สายการบินแอร์โรสวิต ยูเครน

ลา ฟอร์ซา เดล เดสติโน (พลังแห่งพรหมลิขิต) เป็นการแสดงโอเปรา-บัลเลต์สมัยใหม่ที่หาชมได้ยากในกรุงเทพฯ และเป็นอีกครั้งที่นักออกแบบท่าเต้น ราดู โปคลิตารู (Radu Poklitaru) ได้นำบทประพันธ์อุปรากรคลาสสิกชื่อเรื่องเดียวกันของจูเซปเป แวร์ดิ มาตีความใหม่ จนออกมาเป็นการแสดงบัลเลต์ยุคใหม่ อีกทั้งยังเป็นการแสดงชุดที่สองของคณะเคียฟ โมเดิร์น โอเปรา/บัลเลต์ ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติครั้งนี้ การแสดงชุดนี้มีโอเลนา เกรบเนียค (Olena Grebeniuk) นักร้องเสียงโซปราโนผู้มากความสามารถ เป็นแขกรับเชิญด้วย

ลา ฟอร์ซา เดล เดสติโน สะท้อนชีวิตของนักร้องโอเปราสาว นับจากก้าวแรกบนเวทีที่เธอมีแต่ความขลาดอาย ไปสู่การเป็นที่ยอมรับและเกียรติยศที่ถาโถมเข้ามา จากนั้นกลับกลายไปสู่การหลงตัว จนที่สุดก็ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็นที่รักไป ด้วยการอธิบายที่ถ่ายทอดโดยใช้ภาษากายแทนคำพูดของนักเต้นบนเวที บทนักร้องเสียงโซปราโนตัวเอกของเรื่องรับบทโดยโอเลนา เกรบเนียค นักร้องนำของคณะเคียฟ โอเปราและบัลเลต์ เจ้าของรางวัลจากการแข่งขันมากมาย รวมทั้งรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันที่ Euro Video Grand-Prix (2006) รางวัลเหรียญทองแดงจาก Antonin Dvorzhak International Competition of Opera Singers (2003) และรางวัลเหรียญทอง ‘Golden Hope’ จากการแข่งขัน Ivan Patorzhynskyi International Competition of Vocalists (1999)

ละครเวทีเรื่องเปลื้อง ผลงานของทีมงาน BU เต็มๆ ว่าอะไรไม่รู้อ่ะ มีทั้งนักศ๊กษา ศิษย์เก่า และผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมงานกันคับคั่ง คนล้นเวทีเลยทีเดียว

เล่าเรื่องถึงชีวตของชายหนุ่ม 6 คนที่มีเหตุให้ อับจน ต้องการประกาศให้โลกรับรู้ถึงตัวตน และต้องการหาเงินด้วย เริ่มจาก คนขับแท็กซี๋ ที่พยายามหาเงินค่าเล่าเรียนให้ลูกชาย ถ้าหาไม่ได้ เมียยื่นคำขาดว่าจะหย่า แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว เจ้าของร้านคาราโอเกะ อดีตนักเต้นรำเท้าไฟ (คนนี้หน้าคล้ายเหี่ยวฟ้า เพียงแต่ไม่เหี่ยว) ที่โดนเมียทิ้ง ไปเปิดร้านฉิมพลีบาร์ เป็นบาร์โชว์กล้าม กิจการรุ่งเรือง แต่ตัวเองตกต่ำ คนขับวิน โจรกลับใจ ชอบหลีสาวไปทั่วนักศีกษารามชาวใต้ ที่นั่งเป้นห่วงแม่ ที่อยู่ใต้คอยกระโดดหลบลูกระเบิด คนล้มละลาย แต่ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อให้เมียรักไม่ต้องรับรู้อะไร เป็นเดียวที่มีเมียดี เป็นที่อิจฉาของเจ้าของร้านลาภเป็ด ที่เมียตายไปนานแล้ว แกเฝ้าคิดว่า ถ้าเมียแกยังอยู่ต้องดีเหมือนคนนี้แน่ๆ

เปิดฉากมากับร้านฉิมพลีให้เห็นถึงความอลังการของบาร์นี้ ชายชาตรี …. โชว์ผู้ชายหน้าตาดี มีกล้ามเดินไปมา เต้นไปมา ยั่วไปมา เต็มโรงละครเลย ก็ฉากนี้แหละ ที่คงรวบรวมเด็กผู้ชายหน้าตาใช้ได้มาเกือบทั่วมหาลัยเลยมั้ง จะชายแท้บ้าง ไม่แท้บ้าง ไม่เป็นไร เจ๊บอก ให้แอ๊บให้เนียนก็แล้วกัน เหอ เหอ หลังฉาก ส่วนใหญ่ ก็เลยเป็น เก้ง กวาง ชะนี กันเกือบหมด

ชีวิตของทั้ง 6 หนุ่มเริ่มรุมเร้า จึงตัดสินใจจะเปลื้องผ้าโชว์ ขณะปรึกษากันนั่นเอง ได้มีโอกาสช่วยคุณเมียดี (จำชื่อไม่ได้อ่ะ) เลยชวนให้ร่วมขบวนการด้วย แต่มาถอนตัวเอาวินาทีสุดท้าย พอกลับบ้านไปเจอเมีย เมียก็เข้าใจผิดว่ามีกิ๊ก เพราะกางเกงในสีชมพูที่เฮียหงิมเจ้าของร้านคาราโอเกะ ให้มาลองขนาด สุดท้ายก็เลยต้องบอกความจริงทั้งหมด แล้วเมียก็ให้กลับไปช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่ช่วยชีวิตเค้าไว้

หน่มๆ คณะเปลื้องถึกจับข้อหาทำอนาจารก่อนหน้าวันแสดง เพราะมีใบปลิวไปแจก แต่เจ๊ก็ไปประกันตัวออกมา โดยบอกว่า เป็นนักแสดงของเจ๊เอง ผลให้ ดังเป็นพลุแตก ศื่อให้ความสนใจอย่างมาก การแสดงได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และการปะทะกันระหว่าง ชายชาตรี บาร์ฉิมพลี และคณะเปลื้องก็เกิดขึ้น เต้นกันพลิ้วเลย โดยเฉพาะคุณสามีแสนดี แล้วก็เปลื้องงงงงงง ทีละชิ้น เสื้อผ้าเข้าใจคิดนำ แล้วก็หันหลัง โชว์ก้นซะเลย สุดท้าย ร้านบาร์ฉิมพลีก็ถูกสั่งปิด กลายเป็นกรณีพิพาทไป มีทั้งม็อบสนับสนุนและม็อบต่อต้าน จบไงไม่รู้ รู้แต่ รายได้คืนนั้น เป็นของคณะเปลื้องตามสัญญา ส่วนครอบครัวคนขับแท็กซี่ก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันพ่อแม่ลูก เฮียหงิมกับเจ๊ก็ดูจะกลับมาสปาร์กกันอีกครั้ง

มีทั้งส่วนเล่นละคร และส่วนร้องเพลง เพลงธีมที่บิ้วให้คนลุกขึ้นมาทำให้คนเห็นตัวตน เห็นคุณค่าของเราเพราะดี เพลงที่พ่อร้องกับลูกก็น่ารัก แอบซึ้ง แต่บางเพลง จริงๆ ไม่ต้องมีก็ได้นะ เพราะลายประสานมันแปลกๆ ฟังดูขัด ยังต้องฝึกเรื่องการร้องอีกพอควร แต่พอเงยหน้าไปทางด้านซ้าย อ๋อ มีนักร้องต่างหากมาช่วยร้องอีก มันก็เสริม ให้แน่นดีนะ แต่จังหวะที่เข้ามา มันขัดดดดดด อ่ะ สรุปเรื่องนี้ ก้อเล่นจริง ดนตรี backing Track แต่ร้องสดนะ อิอิ

เรื่องนี้ก็ดูเพลินๆ มีสาระให้ แต่ไม่ค่อยรับเท่าไหร่ เหอ เหอ

ดูฟรีอีกเช่นกัน ได้ตั๋วมาจาก Truevisionstv นะ ชิงไว้หลายอัน แต่ได้อันนี้อ่ะ ก็ไปดู ในคืนเดียวกัน พี่สาวไปดู Lea Salonga นักร้องเอเชีย ทีร้องเพลงให้กับ Waltz disney ตัว มู่หลาน และอีกหลายๆ เรื่องใน Broadway แตกต่างกันดีจัง จริงๆ ก็สนนะ แต่กระเป๋าตังค์มันแห้งไง เลยต้องงดบ้าง

วันนี้ฤกษ์งามยามดี มีคอนเสิร์ตน่าสนใจชนกันหลายงานเลย ทั้ง เจ โจ The Brother Concert, คอนเสิร์ตของ ETC ที่ Overture และแน่นอน Love song@Sea ที่รวมศิลปินของค่าย Lux Music โดยมีเจี๊ยบ วรรธนา เป็นแม่งาน (ได้ไง) แต่ถึงคอนเสิร์ตจะน่าสนใจ แต่งานนี้หาบัตรฟรีจ้า เมื่อได้ก็ไปดู ขับรถมุ่งไปสู่ โรงแรมสวนบวกหาด ชะอำ อีกนิดก็หัวหินแล้ว ห่างจาก Prime Nature แค่ 8 กิโลเอง ไปกับพี่กุ้ง 2 คน ขับไปดูคอนเสิร์ตจริงๆ

บรรยากาศที่นี่ถือว่าดีเลย หน้าหาดกว้าง แต่สั้นกว่าที่ Prime Nature เกือบครึ่ง ที่จอดรถพร้อม จุได้พันกว่าคน นั่งกันกระจัดกระจาย เตรียมตัวมาดี มีทั้งเสื่อ มี่ทั้งขนมติดมาด้วย ก็นะ งานนี้เพลงฟังนี่นา แต่สุดท้ายก็ได้ลุกเต้นจ้า เต้นแบบเรกเก้ แบบสกา เต้น โยก กันไป เอ้า ฮึย ฮึย ฮึย

ศิลปินได้แก่ มนเพลงโบรา โบร่า แอน ฐิติมา เต้ วิทย์สรัช อุ๋ม วฤณดา ลูกปัด Deep O Sea และปิดท้ายแม่งาน เจี๊ยบ วรรธนา แต่ละศิลปินก็รับผิดชอบกันไป ครึ่งชั่วโมงบ้าง หนึ่งชั่วโมงบ้าง ตามชื่อเสียง คงเดาได้นะว่าใครได้เท่าไหร่ อิอิ

ตามเวลาแจ้งไว้ว่าจะเริ่มงาน 6 โมงเย็น แต่มานั่งรอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เริ่มซะที แล้วหยั่งงี้จะจบกี่โมงเนี่ย (ยังไม่ได้เร่มดูเลย คิดถึงตอนจบซะแล้ว) ว่าแล้ว ฤกษ์งามยามดีของงานนี้ได้แก่ ทุ่มนิดๆ จ้า นั่งสบายๆ บนเสื่อ เตรียมตัวมาดีนิ มุมดี ไม่ใกล้เกินจนต้องแหงนคอ แต่ก็ไม่ไกลเกิน เปิดกันด้วยมนต์เพลงโบรา โบร่า เค้าคือใคร ไม่รู้ แต่ก็สนุกดี ทั้งเพลงฝรั่ง ทั้งเพลงไทย ร้องเพลงตัวเองชื่อว่า จุ่มด้วย ก่อนจะนำเพลงแม่งานมาร้อง ในเพลงเส้นทางนี้ ต่อด้วยปลายฟ้า แบบสนุกสนุก la la la long, ปิดท้ายด้วยลอยทะเลย ให้คนได้ลุกกันบ้าง

สาวเสียงใส วัยใกล้เคียงก็มาต่อในช่วงที่เธอรับผิดชอบ แอน ธิติมา กับเพลงย้อนยุคไปไกล ฝันไปรึเปล่า, เสียงของหัวใจ, จดหมายจากพระจันทร์, ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ (เพลงใหม่จ้า) ร้องด้วยเสียงใสๆ ไม่เปลี่ยนเลย ก่อนจะมาลุยกับเพลงของคนอื่นบ้าง ในเพลง ฟ้ากาง (ของระวิเด้น) อ่านแล้วนึกออกไหมว่าเพลงอะไร ที่ร้องว่า ก็มีเพียงเรารักเธอเท่าแขนกาง… ต่อด้วย เจ้าหญิง ของพี่บอย ที่มีเบล สุพล มาร่วมแจมด้วย เสียงเข้ากันดีมากๆ เลย สายเสียงใส กับหนุ่มเสียงนุ่ม จากนั้นเบลก็ขอโชว์เพลงบ้าง ในเพลง อยากรู้ว่า เจ้าของเพลงคือ น้องพลอย และ ปากไม่ดี มาฟังเพลงสบายๆ กันต่อกับแอน จัดเป็นชุด ให้เธอ, รักก็คือรัก,เร่งจังหวะกันหน่อย กับเพลง รักเลย และ L O V E จากนั้นก้เชิญแขกรับเชิญอีกหนึ่งคนมาร่วมร้องเพลง คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ชายหนุ่มคนนั้นก็คือ เจ๊แหม่ม แห่งกรีนเวฟนั่นเอง ก็ดีนะ เชิญดีเจเบล แห่ง Chill FM ตามมาด้วย ดีเจจาก Greenwave เยี่ยมมากค่ะ จบท้ายด้วย Ooh baby I love your ways.

ช่วงที่ 3 เป็นของนายเต้ วิทย์สรัช หนุ่มตี๋ เสียงหน่มอีกหนึ่งคน ที่ออกตัวไว้ก่อนเลยว่า ผมไม่มีแขกรับเชิญนะครับ เพราะนานนนนนนทีจะได้มีคอนเสิร์ตแบบได้ร้องเต็มๆ ซะที ผมขอเต็มที่ คนเดียวเลย จริงใจมากๆ ค่ะ ว่าแล้วก็จัดให้ชุดใหญ่ๆ กับเพลงสบายบ้าง เศร้าบ้าง ตามสไตล์เขาล่ะ ในเพลง หาดทราย สายลม สองเรา, ที่รักของใครสักคน, ความหวังเล็กๆ จากนั้นก็เดินลงมาแจกจุ๊กจุ๊บ รู้สึกว่าขนมชนิดนี้จะเป็นที่นิยมในหมู่ศิลปินในการเดินแจกผู้ชมนะ แล้วก็ให้ขอเพลง ร้องมาหนึ่งเพลงคือ ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ นอกนั้น ไม่ยอมร้อง ทั้ง sorry sorry และ nobody he ไม่ร้อง เหอ เหอ แต่ก็อุตส่าห์ร้อง I believe ให้ฟัง 1 ท่อน ก็เพราะดีจ้า และเพลงจีนอีกหนึ่งเพลง ที่ร้องทั้งไทย ทั้งจีน ในเพลง รักกันครั้งหนึ่ง คิดถึงตลอดไป ต่อด้วยเพลงพี่เบิร์ดอีกหนึ่งเพลง อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว และเพลงที่เจ้าตัวบอกว่า เป็นเพลงที่มีจังหวะที่สุดที่เคยร้องแล้ว ขอให้ทุกคนช่วยร้องช่วยเต้นด้วย นั่นคือเพลง เสียดาย อืม โยกก็พอมั่ง เต้นไม่ได้อ่ะ จังหวะไม่แรงพอ อิอิ ตามติดด้วยเพลงสายลมที่หวังดี ปิดท้ายด้วยเพลง ความทรงจำ ด้วยเสียงนุ่มๆ พูดน้อย ไม่ร้องเพลงเร็ว 555

ช่วงต่อไป มาฟังเพลงสบายๆ แบบบอสซา แบบแจ๊สใสๆ กับอุ๋ม วฤณดา ภรรยาสาวของคุณจุ๊บ วุฒินันท์ เพลงต่างประเทศมาเพียงเลย ต้องขออภัยที่ไม่อาจบอกได้, ถ้า เพลงเดิมของ Mr.team มาเวอร์ชั่นนี้ใสซะ ไม่เศร้าเลย, just don’t wanna be lonely, lucky by Jason Marus โดย แหนม รณเดช และ อุ๋ม จากนั้นอุ๋มยกเวทีให้หนุ่มแหนม โชว์เพลงของตัวเอง ให้ฉันดูแล เพลงประกอบละคร ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ก่อนกลับมาโชว์เพลงรักฉันบ้างรึเปล่า เพลงของคุณสามี เชิญพี่หนึ่งมาร่วมแจมในเพลง จะอยู่กับฉันทั้งคืนได้ไหม พี่หนึ่ง พี่หนึ่ง พี่หนึ่ง จักรวาลนะ ไม่ใช่ อีทีซี อิอิ เพลงสากลอีกหนึ่งเพลง มีเนื้อประมาณว่า I don’t need a dimond ring lun lun la สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ ปิดท้ายด้วยเพลง หลอกฉันว่าเข้านอนแล้ว จาก Down Town Story 2

อีกช่วงกับสาวเสียงดี ลูกปัด ลุกัยเลยกับเพลงช้าๆ ซึ้งๆ รักเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ, ปราสาททราย, ทะเล (ชรัส), I just can’t stop loving you ร่วมกับ แนน วาทิยา สองสาวผู้ชื่นชอบ MJ ก่อนให้แนนโชว์เพลงตัวเองให้คนได้จำได้ ในเพลง ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหว ต่อด้วย good times bad times ช่วงนี้ลูกปัดพึ่งโน๊ตเพลงตลอดเลย ซ้อมมาน้อยไปรึเปล่าเอ่ย ลุยกับเพลง Medley เร็วๆ ของจริงกันบ้าง รบกวนมารักกัน, รักแท้ยังไง, ooh ปาล์มมี่, Rock with you (MJ) เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นเพลงสบายๆ กับกีตาร์แบบฮาวายด้วยเพลง Over The rainbow เกือบจำไม่ได้เลย เปลี่ยนงจังหวะซะ ปิดท้ายด้วยเพลงเก่ง ใจนักเลง แบบ Regge งานนี้เปลี่ยนจังหวะเพลงกันสนุกไปเลย ทำให้เข้ากับบรรยากาศสุดๆ

มันส์กับสุดๆ กับครึ่งชั่วโมงนี้ กับวง The O Sea แนวเรกเก้ นักดนตรีเพียบ เพลงไม่ค่อยรู้จัก แต่จังหวะมันส์ ไม่ใช่อุปสรรค ช่วงนี้ เห็นชัดมากว่า ใครเป็นคอเรกเก้ เต็มหน้าเวทีเลย เท่าที่รู้ชื่อ มีเพลง Hello, on the beach, regge ในหน้าฝน, เธอ (ทีโบน),ลืมไม่ลง (จ๊อบ-บรรจบ) ใจมีแต่เธอมีแต่ฉันพูดตรงๆ, ไม่อยากให้มีวันจันทร์ (เจี๊ยบ วรรธนา), แรงดึงดูด (ทีโบน), เกาะสมุย (ของตัวเอง) มันส์มากๆๆๆๆๆๆ

ทำนองเพลง 365 Final Score มาแต่ทำนองนะ คล้ายๆ เป็น overture เปิดตัว พี่เจ๊ยบ วรรธนา ในเพลง I’m yours, ชื่อเพลงอะไรไม่รู้ เกี่ยวกับคนเกิดวันอาทิตย์และวันอังคาร เขียนให้ใครน้า อิอิ, lazy love, ตะเกียง (มาช่า), เอื้อมไม่ถึง (ป้าง), เรือใบ เพลงตัวเอง ร้องเต็มที่ ตั้งใจร้องมากๆ

เปิดตัวศิลปินรับเชิญ พี่แมว จิระศักดิ์ กับเพลงขอบฟ้า เพลงนี้พี่แมว เป็น producer ทำเพลงให้ คุมการร้องด้วย เพลงนี้ก็เลยตกเป็นของพี่แมวไป ต่อด้วย คือฉันรักเธอ เวอร์ชั่นแจ๊ส พี่เจี๊ยบกลับมาต่อกับ ฤดูร้อน, up side down by jack johnson, 10 things, ข้ามฟ้ามาองไห้, ปิดท้ายด้วยเธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ซึ้งจังเลย ยังไม่จบแค่นี้ ยังมีเพื่อนๆ พี่น้องๆ มาร่วมแจมอีกมากมาย แค่วง Back up ของพี่เจี๊ยบก็ มือกลอง อินคา มือกีตาร์ y not แล้ว ปู black head ก็ยังมาร่วมร้องนำอีก จุ๊บ วุฒินันท์ก็มาเล่นกลองให้ด้วย ในเพลง เพียงกระซิบ เจ้าตัวว่า เละครับงานนี้ แน่นมากๆ เพลงนี้ กระโดดกันสุด ไม่พอ เชิญอิน บูโดกัน มาร้องเพลง ขอให้เหมือนเดิม เพราะมากๆ แม้จะมึนเมาแค่ไหน แต่ก็ยังร้องจนจบ ปิดด้วย แหนม ในเพลงฝรั่ง ซึ่งจริงๆ จะต้องมีอีกหนึ่งคน แต่เวลาไม่พอ ดึกแล้ว ตี 2 แล้ว ว้า อดเลย ใครเนี่ยที่จะขึ้นมา

ได้มาดู เพราะเล่นเกมได้บัตรมาจ้า แสดงที่สวนบวกหาด ไปกับพี่กุ้ง ฟังสบายๆ มันส์กันเป็นระยะ เพลงเพราะ ฟังเพลินจ้า

มางานนี้ ได้เจอกับหนุ่มหัวหินด้วย เป็นเชลชวนชิม พาไปกินเค้กมะพร้าว ในตลาดหัวหิน ชื่อร้าน ทูเก็ตเตอร์ แต่ดูเผินๆ เหมือน ภูเก็ตเตอร์ เจ้าตัวเค้าขอให้เขียนถึงด้วย เขียนแล้วนะจ๊ะ หนุ่มอ๊อด ครั้งหน้าเตรียมหาที่ใหม่ให้ด้วย

ระยะนี้รู้สึกว่าจะได้พบกับ etc ค่อนข้างถี่ เพราะความดังและเสียงเรียกร้องด้วยล่ะมั้ง เลยมีงานอยู่เรื่อยๆ ทั้งงานตามผับ งานโชว์ตัว และแขกรับเชิญตามงานต่างๆ ครั้งนี้ เป็นเสียงเรียกร้องจากชาวกรีนเวฟ กับคอนเสิร์ต Cover Night Plus ตอน Funky Night วงนี้มาเล่นให้กับทางคลื่นอยู่บ่อยๆ พี่หนึ่งบอกว่า ตั้งแต่สมัยที่ดีเจเอกกี้ยังปกติอยู่ จนกระทั่งเป็นอย่างปัจจุบันนี่แหละ อิอิ มีแซว มีแซว แต่ก็จริงๆแหละ เพราะช่วงคุย ทั้งเอกกี้ ทั้งเฟียตหลุดกันกระจาย เล่นเอาศิลปินยืนดูกันเพลิน คนดูก็ขำๆ ทั้งท่าเต้นประกอบเพลงแบบชากีร่า แซวกันดีนักว่าต้องเต้นแบบนั้น เฟียตก็เลยจัดให้ ส่วนเอกกี้ได้แค่ปล่อยมุข จิกไปเรื่อยๆ เพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา (ขนาดยังป่วยๆ อยู่นะเนี่ย she ก็ไม่ยอกพลาดจ้า) 

งานนี้หยิบเพลงฮิตของตัวเองทั้ง จริง จริง, เจ้าชายนิทรา, เปลี่ยน สำหรับเพลงนี้ ตามทำเนียมของอีทีซี ให้ทุกคนในวงช่วยกันร้องพร้อมกับแนะนำสมาชิกไปในตัว กับท่อนที่ว่า เปลี่ยนใจรักใครคนใหม่ แต่ที่เด็ดคือ พี่มิ้นมือเบส ร้องว่า เปลี่ยนใจรักใครคนเก่า (เพราะมีแฟนแล้วจ้า และแฟนก็คงมาด้วยละมั้ง แต่เอ คนอื่นก็มีนะ ยังร้องเลย) ก่อนที่จะของให้คนดูช่วยกันร้อง เปลี่ยนใจรักใครคนใหม่ ยังง่ายกว่า จากนั้นเร่งจังหวะขึ้นมาอีกนิดในเพลงนางฟ้า ได้เสียงแร็พจาก พี่บี มือคีย์บอร์ดจ้า ถือเป็น cover night plus ที่ร้องเพลงของตัวเองเยอะทีเดียว

เพลง Cover เพลงแรกเป็นเพลงของเจ้าพ่อ Disco ในเพลง หยุด (กรู๊ฟไรเดอร์) แล้วก็ลุยกันต่อเป็นชุดใหญ่ด้วยเพลง กะหล่ำปลี (โจอี้ บอย), โอ๊ะโอ๊ย (ทาทา ยัง), พริกขี้หนู (เบิร์ด ธงไชย), ฝากเลี้ยง (เจ เจตริน), เช้าไม่กลัว (ลีโอ พุฒ) ก่อนจะให้นักร้องนำได้พักหายใจกันบ้าง ปล่อยเต็มที่ พลังเยอะจริงๆ คนดูก็ไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นมาจนเกือบทั้งฮอล์นะแหละ อินกับเพลง บ่งบอกอายุมากๆ ต่อมา โอเล่ มือกีตาร์ ออกมาเป็นตัวช่วย ช่วยร้องเพลง ไกลเท่าเดิม (ไฮดร้า)

สาวเสียงใส แพรว-คณิตกุล มาร่วมร้องเพลง ลืม กับเจ้าของเพลง เพลงนี้สาวแพรวได้ร้องคัฟเวอร์อยู่ในอัลบั้ม Herspective ด้วย เสียงหญิงชาย ก็เพราะไปอีกแบบ คู่นี้ล้อเรื่องของความสูงที่แตกต่าง พี่หนึ่งสูงจริงๆ ส่วนแพราวก็ตัวเล็กจริง ให้นั่งเก้าอี้ก็เหมือนยืนนั่นแหละ จากนั้นก็ร้องเพลงเดี่ยวให้พี่หนึ่งไปพักเต็มๆ ในเพลง เพิ่งจะรู้ Lazy Sunday Project เพลงใสๆ สบายๆ เพิ่งจะรู้จริงๆ ว่าขาดเธอไป ไม่ได้…

ดีเจเอกกี้และดีเจเฟียต ออกมาพูดคุย มาเล่นตลกให้ดู อิอิ น่ารักดี และแทะโลมศิลปินไปเรื่อย พร้อมกับพี่หนึ่งเผยแพร่มุข แก้วกาญจน์จริงๆ เงียบกริบ งงครับท่าน ฟังคำอธิบายก็ยังคงงงกันอยู๋ เค้าบอกว่า ก็ ที่สุดของแจ้ ใช่ม้า แต่นี่มันมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่พี่แจ้ แต่เป็นทั้งตระกูลเลย ก็ดนุพล แก้วกาญจน์ไง เลยให้เป็น แก้วกาญจน์จริงๆ จากนั้นเฟียตส่งให้ว่า มาสนุกกันต่อกับอีทีซีนะครับ พี่หนึ่งสะดุ้งหันไปมอง พร้อมบอกว่า ต่อไปเป็นเพลงช้านะครับ ไม่ได้เตี๊ยมกันก่อน ว่าแล้วก็มาซึ้งกับเพลง อย่าถาม เธอคือใคร ต่อด้วยเพลงในเวอร์ชั่นเสียงของ แบงค์ วงแคลช กับเพลง สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ ทำเป็นเพลงช้า ร้องไปได้ครึ่งเพลง จากนั้นกลับมาเป็นเวอร์ชั่นปกติ ชอบจริงๆ ทั้งแบบช้าและแบบเร็วนั่นแหละ ออกมาโค้งขอบคุณแล้ว แต่คนดูยังไม่ยอม บนเวทีเดินกลับไปกันเกือบหมด เหลือ โอเล่ กะหนึ่ง อยู่ เลยจับกีตาร์ขึ้นมาเล่นเพลง you’re not alone นึกว่าจะได้ฟังซะแล้ว แต่ก็เปลี่ยนไปเป็นเพลงเพราะเธอ แบบกีตาร์เป็น back ให้อย่างเดียว ก่อนที่จะกลับมาเต็มวง ที่น่ารักคือ พี่มิ้นออกมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายพร้อมกลับบ้านแล้ว

ขอขอบคุณเพื่อนๆ ชาวกรีนเวฟที่ทำให้เราได้มีส่วนร่วมในงานคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ดีใจที่ได้รู้จักกัน
ผู้ร่วมขบวนการ เพียบ ที่บ้านมีพี่สาว กะส้มไปด้วย
งานนี้แสดงที่หอประชุมเล็กธรรมศาสตร์ อีทีซีโปรโมทคอนเสิร์ตเดือนต.ค. ที่จะมีที่ห้องข้างๆ ด้วย พี่หนึ่งพูดแบบนี้เลย ห้องข้างๆ = หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์

Touch Me concert คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของผู้ชายที่ชื่อ หนึ่ง จักรวาล นักเปียคนเก่งแห่งวงการแจ๊ส สมาชิกวง Slot machine กับผลงานบรรเลง และ เพลงร้องที่มีนักร้องผองเพื่อนและน้องๆ มาร้องให้อย่าง หนึ่ง etc ตอง ภัครมัย Janice นักร้องต่างชาติ Big n Beautiful เจนนิเฟอร์ คิ้ม คนนี้ร่วมร้องเพลงในอัลบั้ม แต่ไม่ร่วมคอนเสิร์ต ทำไมล่ะ อย่างไรก็ตาม มีศิลปินอีกมากมายที่เคยร่วมงานกันมา หรือที่เป็นที่ชื่นชอบโดยส่วนตัว อาทิ เบน ชลาทิศ คนนี้เป็นโปรดิวเซอร์ให้ในอัลบั้ม Impression ที่มีเพลง โอ๊ย โอ๊ย อยู่ด้วยนั่นแหละ มัม ลาโคนิค อดีตเพื่อนร่วมงาน ร่วมโชว์ ปาล์มมี่ เคยร่วมงานในคอนเสิร์ตของปาล์มมี่

การแสดงจริงๆ ควรจะแสดงตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ค. แต่เลื่อนมาเป็น 15 ส.ค. ด้วยเหตุผลเพื่อความพร้อมทางดนตรี จะด้วยเหตุผลได้ก็ตาม ส่งผลให้หนึ่งในสมาชิกร่วมดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ ต้องทิ้งบัตรไปอย่างน่าเสียดาย แจ้งให้ได้รู้แล้วว่า มีการเลื่น แต่พอใกล้ ไม่ได้คุยกันอีก ลืมไปเลยด้วย ว่ามาดูด้วย รู้ตัวอีกทีก็ตอนแจกบัตร เฮ้ย บัตรมาจากไหนอีกหนึ่งใบ พอโทรหาเจ้าตัว เจ้าตัวก็ร้องจ๊าก แต่มาไม่ได้แล้ว เพราะอยู่ต่างจังหวัด ก็ต้องขอไว้อาลัยด้วย คอนเสิร์ตนี้ดีจริงๆ ทั้งภาคดนตรี และภาคนักร้อง ฟังแล้วอิ่มมากๆ

เปิดตัวมา โชว์ความแน่นของดนตรีก่อน พี่หนึ่งคว้าไมค์มากล่าว ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Tocuh Me Concert หนี่งประโยคนี้แล้วก็กลับไปนั่งเล่นเปียโนต่อ เหอ เหอ เหอ

นาย เบน ชลาทิศ ออกมาก่อนกับเพลงประจำตัว คนข้างล่าง ต่อด้วย โอ๊ย โอ๊ย แบบ ซึ้งๆๆๆๆ ไม่เล่นมุข ปิดท้ายด้วยเพลง คืนใจ ของ Vacation Band ที่ เบนเอามาร้องใหม่ในอัลบั้น Impression จากนั้น เชิญป่าน vietrio มาร่วมเล่น Cello ให้กับเพลง เธอยังรักฉันไหม ร้องโดยตอง ภัครมัย ร้องดีมากเลย ยิ่งเทียบกับเมื่อก่อน อารมณ์ถึงมากๆ ร้องไป เลื้อยไปบนเปียโนด้วย เศร้าเลย แอบเห็นน้ำตาของตองด้วย จากนั้นลุยกับเพลงฮิตในอดีตยุคแกรมมี่เลย กับเพลง อยู่ดีดีก็อยากร้องไห้ และอยากให้ฉันยืนอยู่ข้างเธอบ้างไหม

ตัวแม่ มาแล้วจ้า พี่มัม ลาโคนิค ออกมาโชว์สเต็ปในเพลง Music Lover มาช่า กับแดนเซอร์หนุ่มหุ่นดี 2 คน เต้นจบด้วยท่านั่งบนหลังของทั้งสองหนุ่ม พร้อมขอบคุณว่า ผัวดีฉันคะ แหม คิดดูสิคะ ถ้าไม่ใช่ เค้าจะยอมให้นั่งอย่างนี้เหรอ (ยอมมมม จ้า แดนเซอร์บอก) ก่อนจะถามหาสามีอีกหนึ่งคน ที่เป็นมือกลอง เหอ เหอ จากนั้น หนึ่ง จักรวาลบอกให้พี่มัมช่วยเชิญแขกรับเชิญอีกท่านออกมาให้ด้วย พี่มัมก็ไป เพลงจ้ำม้ำขึ้นมา ชายเมืองสิงห์มาเองเลย มาในร่างของพี่มัมนะ เสียงเหมือนมากกกกกก ลีลา เหอ เหอ นึกเอาเองละกัน สนุกดี ฟังอาชายร้องเพลง โดยมีเสียงมัม คอยแซวเป็นระยะ ร้องจบ ดูเหนื่อยเหมือนกันนะ อิอิ จากนั้นมาซึ้งกับเพลงนี้เพลงเดียว หากินได้ตลอดชาติ เติมใจให้กัน พี่หนึ่งรู้จักมัม ลาโคนิคจากเพลงนี้ รู้ว่าจะเจอก็รอเจอ แต่สภาพที่เจอ กลายเป็นป้ามัมไปซะงั้น ฮาฮา แต่เสียงก็ยังหล่ออยู่นะ ดีใจมากที่พี่มัม ร้องเพลงนี้ด้วยเสียงผู้ชายตลอดทั้งเพลง เพราะจับใจจริงๆ เพลงต่อไป หลายๆ คนคิดว่าจะร้องเพลงประจำชาติ I will Survive แต่ไม่ใช่ ก็ใกล้เคียงล่ะ เพราะร้องเพลง อยากให้เขารู้ (อยากให้เขารู้ ว่าฉันเจ็บ…) ร้องได้สองแง่สองง่ามมาก

พี่หนึ่งโชว์เล่นเปียโนไฟฟ้า ด้วยเสียงกีตาร์ ลีลาพริ้วไหวมาก http://www.youtube.com/watch?v=ujanurDK6v4ก่อนจะกลับไปเล่นเปียโนตัวเดิม พร้อมกับนักดนตรีเพิ่มเติม ที่เล่นอิเล็คโทน เปียโนแบบอื่นๆ มาแล้ว วง ETC มาร่วมแจมกันเกือบครบ ทั้งโซ่ โอเล่ มิ้น (คนนี้หน้าตาดีนะ) และหนึ่ง etc มากับเพลง เธอคือใคร จากนั้นก็ย้อนความหลังกัน สมัยยังเรียน แล้วมา workshop กับ วงของพี่หนึ่ง ที่เป็นทั้งครู เป็นทั้งแรงบันดาลใจให้กับสมาชิกวง etc เป็นอย่างมาก จากนั้นมาฟังเพลงซึ้งๆ กันต่อกับเพลง จะอยู่กับฉันทั้งคืนได้ไหม เพราะมากๆ ฟังสดๆ แล้วชอบจัง เพลงนี้ พี่หนึ่ง บอกว่า ตอนแรกคิดว่าจะร้องเอง 555 แต่คิดแล้วถ้าหนึ่ง etc ร้องน่าจะดีกว่า คงมีคนอยากอยู่กับฉันทั้งคืนมากกว่า (แต่ก็ยังบอกว่า สนใจแบบหล่อให้มาหาผม แบบน่ารักไปหาหนึ่ง อีทีซี) ปิดท้ายด้วยการเล่นเพลงร่วมกันของวง โดยหนึ่ง วิ่งไปตีกลอง ไม่มีนักร้อง เล่นดนตรีกันล้วนๆ ในเพลง Ain’t in funky ต่อไปหนึ่ง etc ก็ขอให้พี่หนึ่งร้องเพลงให้ฟังหน่อย ไม่มีใครเคยได้ฟังเลย เชื่อว่า พี่หนึ่งแม่นตนตรีขนาดนี้แล้ว ก็น่าจะต้องร้องเพลงได้แน่ๆ คนดูก็ช่วยกันเฮ พี่หนึ่งใจอ่อนพร้อมกับเล่นเพลง รักเธอ ให้คนดุช่วยร้อง รักหนึ่ง 5555 เล่นดนตรี ทำเพลงนะดีแล้วค่ะ หุหุ มาฟังเพลงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ ที่เรียบเรียงใหม่ มีช่วง Jazz เยอะ ๆ ก็สนุกไปอีกแบบนะ

It’s a small world พร้อมกับเด็กๆ เดินออกมาเต็มเวที และร้องเพลง A whole new world ก่อนที่นักร้อง KPN รุ่นล่าสุด 5 คนจะออกมาร่วมแจม แสดงพลังเสียงกันเต็มที่ ไม่น้อยหน้ากันเลย จากนั้นเชิญเพื่อนๆ นักดนตรีและนักร้องมาร่วมเล่นร่วมร้องเพลง ดาวจรัสฟ้า เพลงโปรดของแม่ โดยพี่หนึ่งเล่นอัลคอเดียน (สะกดถูกไหมเนีย มีคีย์ให้กดแบบเปียโน แต่ใช้แรงดึงให้มีเสียง เพลงที่พี่หนึ่งบอกว่าเป็นรากเหง้าของตัวเขา เริ่มจากลูกทุ่ง เด็กสลัม คลองเตย คนนึง ที่ได้มีโอกาสเล่นดนตรี ได้รับแรงบันดาลใจจากการฟังเพลงที่วงดนตรีของโรงเรียนคลองเตยเล่น และหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนว่า ในเมื่อผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้ ช่วงนี้ น้ำตานองหน้ากันทีเดียว ไหลมาหลายก๊อกเลยค่ะงานนี้ stage วิ่งมาให้กระดาษทิชชู่กันหลายรอบเลย

เปิดตัวสาวร่างใหญ่เสียงดี Janice นักร้องชาวต่างชาติที่มาพร้อมกับคอนเซป Big n Beautiful แต่งมาสไตล์แร็บโย่มากๆ กับเพลง will u be with me tonight จากอัลบั้ม Touch me ก่อนจะมาปล่อยพลังเสียงทั้งทรงพลังและนุ่มนวลในเพลง Killing Me Softly ฟังแล้วสะท้านไปถึงหัวใจเลย แต่ก็มีแอบเต้น แอบเล่นมุขบ้าง น่ารักดี พี่หนึ่ง จักรวาล บอกว่างานนี้ไม่มี Janice ไม่ได้เลย รู้จักกันมานาน ร่วมงานกันบ่อยครั้ง อยากฟัง Janice ร้องเพลงไทยบ้าง Janice ก็จัดให้ในเพลง เชฟบ๊ะ 555 หุ่นให้ใจรักมากๆ ก่อนที่อาภาพร นครสวรรค์ เจ้าของเพลง จะออกมาร่วมแจมด้วย สะบัดกันแบบ ไม่มีใครแพ้ใครเลยจ้า ทั้งช่วงบน ช่วงล่าง จบเพลงเล่นเอาคนร้องหายใจแทบไม่ทัน Janice บอกว่าหิวแล้ว ถึงแม้จะดูว่าอิ่มแต่ หิวนะ อาภาพร ก็แซวเรื่องขนาดตัว เรียกเป็นพังมาลัยซะงั้น จากนั้น อาภาพรมาแบบเมดเล่ย์ ทำดนตรีใหม่ทั้งหมด ทั้ง Bossa ทั้ง แนวเต้นแบบอื่นๆ อาภาพรก็ใส่ไม่ยั้ง ในเพลง น้องนอนไม่หลับ,ชอบม่ะ, อารมณ์เสีย ก่อนที่ 4 สาว อาภาพร มัม ตอง และเจนิส จะร่วมกันร้อง เต้น ในเพลง เลิกแล้วค่ะ ใส่กันไม่ยั้ง

เปลี่ยนอารมณ์เพลงกันแบบฉับพลัน กับปาล์มมี่ในเพลง Angel, you are not alone, love me tender เพราะจับใจ อยากจะอัดเก็บไว้แต่ทำไม่ได้ ฮือ ฮือ Angel เป็นเพลงที่ปาล์มมี่เคยร้องในคอนเสิร์ตของตัวเอง โดยมีพี่หนึ่ง มาเล่นเปียโนให้ ยังคงซึ้งได้อีกเช่นเคย ส่วน you’re not alone ขออุทิศให้นักดนตรีทุกคน ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ร้องได้ซึ้งมาก เสียงใส นุ่ม บีบคั้นจิตใจได้อีก พลิกมานุ่มนวลปนน่ารักใสๆ กับเพลง Love me tender อันนี้ก็มาหวานซะ วันนี้ปาล์มมี่มาในชุดเดรสสีดำกระโปรงบานๆ น่ารักมากๆ เหมือนตุ๊กตาอีกเช่นเคย ปาล์มมี่เห็นตุ๊กตามิคกี้วางอยุ่หลังเปียโน ก็เลยถามว่าทำไมถึงชอบ ที่มา คือเคยดูการ์ตูนขาวดำที่มิคกี้เล่นเปียโนจนพัง ประทับใจมาตั้งแต่ตอนนั้น ว่าแล้ว ปาล์มมี่ก็ไปเอาตุ๊กตามิคกี้ตัวใหญ่มากๆ มาให้ พี่หนึ่งชอบใจใหญ่เลย ผู้ชายคนนี้ น่ารักจริงๆ หลังจากนั้นมาลุยกันชุดใหญ่ เรียกเสียงให้คนดูลุกขึ้นเต้นในเพลง ooh, อยากร้องดังดัง, tick tock เต้นกันมันทั้งคนดูทั้งนักร้องทั้งนักดนตรี

ปิดท้ายด้วยเพลง Intro เพลงแรกในอัลบั้ม แนะนำนักร้อง นักดนตรี และขอบคุณสปอนเซอร์ เห็นชัดๆ ว่าอ่านกระดาษบนพื้นนะคะ ถึงพี่หนึ่งจะ Entertain ไม่ค่อยเก่ง แต่ก็จริงใจ ทำได้ขนาดนี้ (พูดรู้เรื่อง ตามคำกล่าวของใครหลายๆ ว่า ดีเท่าไหร่แล้ว) ก็เยี่ยมแล้ว ในฐานะนักดนตรี สุดยอดดดดดดดดด

ผู้ร่วมขบวนการ พี่สาว และแฟนพี่สาว และเพื่อนแฟนพี่สาว (ผู้โชคดีได้มาฟังคอนเสิร์ตดีๆ แทนเพื่อนเจ้าของบัตรด้วยความอิ่มเอม)

โอ๊ย โอ๊ย เบน ชลาทิศhttp://www.youtube.com/watch?v=NfSecsWfKD4
เธอยังรักฉันไหม http://www.youtube.com/watch?v=Uthy_b3SDVw
จ้ำม้ำ มัม ลาโคนิค http://www.youtube.com/watch?v=gCgatcXuXV0
โซโลเปียด้วยเสียงกีตาร์ http://www.youtube.com/watch?v=ujanurDK6v4
จะอยู่กับฉันทั้งคืนได้ไหม หนึ่ง อีทีซี http://www.youtube.com/watch?v=3xuzw6ri7I0
เสียงพีหนึ่งร้องเพลง http://www.youtube.com/watch?v=GoDcU0jCqSo
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใhttp://www.youtube.com/watch?v=wX76WkaeBxg
It’s a small world n A Whole New World http://www.youtube.com/watch?v=J7S76nB7Vag
Songs by Janice http://www.youtube.com/watch?v=Rk7tcL8s5Lo
you’re not alone http://www.youtube.com/watch?v=botaLkYzemM


Advertisements

Categories