Ras's Blog

Archive for May 2014

มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนหอดนตรีแห่งใหม่ของมหิดลที่ใช้ทุนสร้างถึง 1500 ล้านบาท กับการประเดิม Prince Mahidol Hall ด้วยวงออเคสต้า ครั้งนี้เป็น Season ที่ 9 แล้ว แต่ที่ผ่านๆมาเราไม่เคยได้ยินเลย เหอ เหอ 

ประเดิมกันด้วยสัปดาห์แรกของงานกันเลย ในคอนเซป 150 Years of Richard Strauss 
Conductor  Gudni A. Emilsson
Soloist        Christoph Hartmann, Oboe 
Programm Thai Traditional Music
                     Richard Strauss: Oboe Concerto in D Major
                     Richard Strauss: Der Rosenkavalier Suite เพลงนี้ยาวมากกกก ใช้เวลาบรรเลงครึ่งหลังทั้งหมดเลย

เริ่มคอนเสิร์ตในเวลา 19.00 น. ตรงนะ พัก 15 นาที จบการแสดงเวลาประมาณ 20.20 น. เวลาในการฟังประมาณ 1 ชั่วโมงก็กำลังดีสำหรับการฟังคลาสสิคล่ะ ไม่งั้นอาจจะเคลิ้มกันยาววววว
แต่ใครที่ชื่นชอบ หรือ อยากจะลองฟังสักคร้ง ก็แนะนำให้มางานนี้เลยค่ะ ดูรายละเอียดที่ http://www.thailandphil.com

เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ได้ฟังโอโบเป็นเครื่องดนตรีเอก เสียงหวานมากกก ลีลาก็พริ้วไหว มองในระยะไกล ดูดีเลยล่ะ ^^ จำได้ว่าเคยประกอบและพยายามเป่าลิ้น แต่แค่เริ่มแรกก็แทบตายแล้ว เสียงไม่ออกเลย 555 แล้วไม่เคยได้ลองอีกเลย

สถานที่แสดง จุได้เกือบ 2 พัน จากคำบอกเล่า แต่ให้มองด้วยสายตา น่าจะไม่ถึง เสียงใสดี ใครทำอะไรได้ยินหมดเลย รอบๆ แต่ด้วยไม้ ดูคลาสิคดีจริงๆ แม่บอก ไม่มีฉากกั้นนะ อย่างนี้ก็ปิดม่านไม่ได้ ใช่ค่ะ เท่าที่เห็น คอนเสิร์ตฮอล์ส่วนใหญ่ไม่ต้องมีม่าน เปิดกันแบบนี้แหละ 

ผู้ร่วมขบวนการ แม่ พี่สาว เพื่อนพี่สาว ฮูโก้ และ หนุ่มมาร์ค หลานชาย ผู้อดทนฟังจนคอนเสิร์ตจบได้ แม้จะมีเสียงถามบ้างว่า จบรึยัง กลับบัานได้หรือยัง 
ขอขอบคุณผู้ส่งต่อบัตรมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

Advertisements
Map of South America

Map of South America

การท่องเที่ยวอเมริกาใต้ในครั้งนี้ สรุปแล้วเราก็โดนใจกันอยู่หลายที่ ถ้าให้นับเป็นไฮไลท์เลยก็ต้องเป็น
1. มาชูปิกชู เปรู อารยธรรมโบราณแต่น้อยกว่าที่คิดเยอะ ถึงอย่างไรก็สวยค่ะ ถ้ามีโอกาสขอให้ไปค้างคืนที่เมืองแถวมาชูปิกชู เพื่อจะได้ขึ้นมาชูปิกชูส่วนที่เป็นภูเขาสูงที่เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เช้า และต้องกลับลงมาไม่เกิน 9 โมงเช้า อันนี้ข้อมูลจากไกด์ แต่เห็นว่า จริงๆ แล้วมีเป็นรอบๆ ทั้งรอบเช้า รอบเย็น ยังไงลองหาข้อมูลกันดูนะคะ

2. ทะเลเกลือ แห่ง Uyuni ประเทศโบลิเวีย กับความขาวของทะเลเกลือสุดลูกหูลูกตา ทั้งในแบบที่แห้งสนิทและแบบมีน้ำสะท้อน สวยเกินคำบรรยายจริงๆ ภาพวิวก็ออกมางามตัดกับสีฟ้า จะใส่ Subject เพิ่มความน่าสนใจและสนองนายแบบนางแบบก็ได้อีก แถมยังได้ชมท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สวย ใส ดาวเต็มฟ้า จนเห็นเป็นทางช้างเผือกได้อีก ยังมีลากูนทั้งใหญ่ทัั้งเล็ก หลากหลายสี แถมยังเต็มไปด้วยสารพิษต่างๆ แต่เจ้าฟลามิงโก้กลับยืนกินยืนดื่มน้ำกันได้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งยังมีการแช่น้ำร้อนท่ามกลางฟลามิงโก้ ณ ความสูงกว่า 4000 เมตรอีกต่างหาก อะไรมันจะหลากหลายขนาดนั้นจ๊ะ โบลิเวีย

3. ปาตาโกเนีย ขอพูดแบบเหมารวม ในที่นี้ได้ทั้งฝั่งชิลีและอาร์เจนติน่า แต่แอบติดใจเมืองฝั่งชิลิมากกว่านะ เพราะน่ารัก สงบ ต้นไม้ที่เอนถาวรเพราะแรงลม และการสัมผัสกับกระแสลมแรงบริเวณน้ำตกในอุทยานหุบเขาไพลิน Torres del Paine และเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ที่อยู่กันในธรรมชาติจริงๆ ให้เราแอบยืนมอง แอบถ่ายรูปกัน

4. แต่ถ้าอยู่ใกล้กับธารน้ำแข็ง ต้องที่นี่ธารน้ำแข็ง Moreno ในฝั่งอาร์เจนติน่ากับประสบการณ์การเดินบนธารน้ำแข็งกว่าชั่วโมงท่ามกลางอากาศที่ไม่หนาวอย่างที่คิด แต่ก็อย่าประมาท เจอฝนขึ้นมาปุ๊บ ยะเยือกในทันที น้ำแข็งสีขาวบ้าง สีฟ้าเข้มบ้าง แอบเห็นธารน้ำยังไหลอยู่ด้านใต้ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ไม่รู้ลืมเลยจริงๆ

5. น้ำตกอีกัวซู สัมผัสกับบรรยากาศของน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลกจาก  มุมมอง ทั้ง บราซิลและอาร์เจนติน่า ที่เหมือนแข่งกันอยู่ในทีเช่นกันว่า ใครจะดึงดูด หากิจกรรมต่างๆ ไม่ให้ซ้ำกัน มาเรียกลูกค้าได้ ในแง่กิจกรรม เราขอยกให้ล่องเรือเข้าหาน้ำตกเป็นที่หนึ่งเลยจ้า แม้ว่าการเดินเข้าไปด้วยตัวเองในแถบบราซิลก็ฟินดีก็ตาม แต่เห็นมีโรยตัวด้วยนะ อยากลองเช่นกัน

หมายเหตุ ไม่ได้เรียงลำดับตามความชอบนะ แค่เอ่ยไล่ตามประเทศเท่านั้น เพราะถ้าถามว่าชอบที่ไหนที่สุด ก็ยังก้ำกึ่งอยู่ แต่ที่แปลกตาที่สุด ก็ต้องเป็น Uyuni นั่นแล

สังเกตได้ว่า เราไปที่หนึ่งแบบจาก 2 มุมมองหลายที่มากกก และมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกบ้าง ก็เล่าเท่าที่นึกได้กันนะ
– ทะเลสาบติติกากา เยี่ยมเยือนทั้งฝั่งเปรูและโบลิเวีย สะกดไม่เหมือนกันด้วยนะ Titikaka, Peru ส่วน Titicaca, Bolivia จ้า ของเปรู เกาะอูรอสดูจะเรียกลูกค้าได้ดีกว่านะ แม้เกาะราชันย์ก็น่าสนใจก็ตาม คิดเล่นๆ คือ เราสามารถล่องเรือในทะเลสาปโดยที่ข้ามประเทศแบบไม่รู้ตัวได้นะ
ฟังเค้าเล่ามาว่า ทะเลสาปติติกากา กับ ทะเลเกลือ มีความสัมพันธ์กัน กล่าวคือ ในโลกยุคก่อน เกิดแผ่นดินไหว เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ทำให้น้ำทะเลย้ายสลับที่ไปๆ มาๆ แต่ครั้งหลังสุด น้ำเทกลับมาฝั่งติติกากาทั้งหมด ทำให้บริเวณทะเลเกลือ เหลือแต่เกลือ แทบไม่มีน้ำเหลือเลยยย อืมมมมม

– Copacabana มีชื่อหาดนี้ทั้งที่โบลิเวีย และ บราซิลนะ เห็นว่าของโบลิเวียตั้งมาก่อนด้วยมั้ง แต่บรรยากาศช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

– การบินชม Nazca Line แม้จะน่าสนใจ แต่ถ้าให้ขึ้นอีกครั้ง เราคงไม่ขึ้นแล้วจ้า คิดว่า การบินขึ้นในระยะสั้นๆ เลยน่าจะดีกว่า แม้จะต้องนั่งไปยาวขึ้นก็ตาม อีกอย่าง นั่งรถยาว แต่ก็ได้เห็นแบบใกล้ๆ ให้ชมตัวอย่างได้นะ เพราะมีอยู่รูปหนึ่งตัดกับถนนเลย

– ว่ากันว่า อเมริกาใต้จริงๆ ก็เคยติดอยู่กับแอฟริกาใต้ เพราะฉะนั้น สัตว์ต่างๆ ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่ เรียกได้ว่า ต้นกำเนิดเดียวกัน แต่พัฒนาให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ มากขึ้นดีกว่า เช่น อูฐ ของแอฟริกาใต้ ก็กลายมาเป็น ลามะ และ อัลปาก้า ของเปรูและโบลิเวีย เพิ่มขนให้ยาวขึ้น เพราะภูมิอากาศหนาวเย็น ขณะที่ชิลีมีตัวกัวนาโค หน้าตาเผินๆ คล้ายกวางนะ แต่พอเดินเท่านั้นแหละ เออ มาจากอูฐจริงด้วย นอกจากนี้ นกกระจอกเทศของแอฟริกาใต้ มาเป็น นานดูของที่ชิลี น่าจะเป็นอีมูของนิวซีแลนด์ด้วยนะ เป็นการพัฒนาแบบน่าสนใจจริงๆ

– ทริปนี้ เราข้ามประเทศด้วยการข้ามด่านชายแดนตลอดดดดด แต่บินภายในย้ายไปเมืองต่างๆ แทน เป็นการเคลื่อนย้ายประเทศที่น่าสนใจจริงๆ ระหว่างประเทศมักจะมีพื้นที่ประมาณนึงกว่าจะถึงอีกด่านของอีกประเทศ มีแค่เปรูกับโบลิเวียเองที่เดินข้ามมาได้เลย นอกนั้น นั่งรถตลอดดดดด

– กลับมาแล้ว ก็เจอสารคดีท่องเที่ยวเปรู เพียบเลย เค้าบอกว่า ชุดท้องถิ่นที่ใส่มีความหมายนะ เห็นว่า ผู้ชายใส่หมวกแดงล้วน หมายถึงคนที่แต่งงานแล้ว แต่ถ้ายังไม่แต่งจะมีลาย หรือ สีอื่น ปนอยู่ด้วย โอ้ววววว เพิ่งรู้

– ตลอดการเดินทาง มีบริการ wifi เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นแค่ โบลิเวียที่เข้าไปลุยในทะเลเกลือเท่านั้น

-ประเทศส่วนใหญ่ก็ผสมคนท้องถิ่นและชาวยุโรปที่เข้ามายึดครองกันทั้งนั้น ถ้ามีเวลาเดินสำรวจตามเมืองใหญ่ ก็จะพบกับตึกยุโรป วัฒนธรรมสเปนที่ก็ฝังรากอยู่พอสมควร

– อเมริกาใต้ยังมีอีกหลายเมืองที่น่าสนใจ ไม่ได้มีเพียงแค่ที่เราเล่ามา ใครใคร่ไปไหน ก็จัดกันไปนะคะ เราถือคติ ประเทศไหน ไปยาก ไปลำบาก จะขวนขวายไปให้ได้ก่อนจ้าาา

ติตดามอ่านทั้งหมดได้ตั้งแต่ตอนแรกที่นี่ https://rasjc.wordpress.com/wp-admin/post.php?post=901&action=edit&message=6&postpost=v2

สายรุ้ง CR พี่ติ่ง

สายรุ้ง CR พี่ติ่ง

 

 

17 เมษายน

อีกัวซู หมายถึง สายน้ำอันยิ่งใหญ่ เป็นภาษาท้องถิ่น น่าสนใจมาก เพราะบ้านเราก็ใช้ น้ำตกทีลอซูเช่นกัน เสียงน้ำตก ซู่ ฟังเแล้วเหมือนกันในหลายๆ ชาติมั้ง เดาเอาเอง

 

น้ำตกอีกัวซู อยู่ในพื้นที่ของ 3 ประเทศได้แก่ ปานามา อาร์เจนตินา และ บราซิล ว่ากันว่า ปานามา คือต้นน้ำ ไหลลงมารวมกันเป็นน้ำตกที่พื้นที่ฝั่งอาร์เจนติน่าซะเป็นส่วนใหญ่ มีบราซิลบ้าง แต่บราซิลจะเป็นผู้ชมน้ำตกอีกัวซูได้อย่างเต็มที่และสวยงาม ขณะที่อาร์เจนตินาจะใกล้ชิดกว่า ความยาวของน้ำตกกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีก 275 แห่ง ทำให้น้ำตกแห่งนี้ในภาพรวม เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่ใช่น้ำตกไนแองเกลล่า ของอเมริกาเหนือ หรือ น้ำตกวิคตอเรีย ของแอฟริกาใต้

 

วันนี้เราออกกันมาแต่เช้า เตรียมตัวรถติดกันที่ด่าน เพราะจะต้องข้ามกลับไปยังฝั่งอาร์เจนตินากันอีกรอบ ก็ใช้เวลาประมาณนึง ไกด์วันนี้เป็นผู้หญิงและทำหน้าที่ไกด์อย่างเต็มที่ แบบมืออาชีพมากๆๆ ทำมากว่า 10 ปี แล้ว เดินทางเข้า น้ำตกอีกัวซูประหนึ่งเหมือนเข้าสวนสนุกในโซนจูราสิคปาร์คเลย ฝั่งอาร์เจนติน่า มีเส้นทางเดินหลายเส้นมากกก โดยมีรถไฟพาไปตามจุดต่างๆ ในเบื้องต้น เราไปนั่งรถไฟ ขึ้นไปจุดสูงสุดกันก่อน ไปเดิน  Devil’s Throat จุดสูงสุดเหนือน้ำตก เห็นละอองน้ำจากด้านบน โชคดีมากก วันนี้ฟ้าใส มีรุ้งด้วยจ้า ผีเสื้อก็เต็มไปหมด แมลงต่างๆ ก็เพียบ นกยืนนิ่งรอเป็นแบบ ขณะที่ใต้เท้าก็มองเห็นจระเข้ขนาดย่อมอยู่ด้วย

 

พักทานข้าวเป็นบุฟเฟ่ตามเคย แต่ร้านนี้ต้องเดินไปสั่งเนื้อเองจ้า จากนั้นไปเดินกันต่อกับ Upper Trail ลัดเลาะไปเรื่อยๆ ตามมุมต่างๆ มีสายรุ้งพาดผ่านตรงหน้า เต็มโค้งเลย พอบ่ายแก่ฟ้าหม่น เดินที่ Lower Trail ที่นี่อยากจะเปียกก็ทำได้ เดินไปให้สุด ก็เปียกได้ แรงประมาณนึง จากนั้น ไปนั่งเรือขนาดความจุ 30 ที่นั่ง เหมาลำกันไป อย่างมันส์ เพราะคนกันเองทั้งนั้น บิ้วคนขับสุดๆ แบ่งที่นั่งกันชัดเจนมากก พร้อมเปียกกับไม่อยากเปียก ครึ่งหน้า ครึ่งหลัง แต่ นั่งตรงไหนก็เปียก เผลอๆ ข้างหลังจะเปียกนานกว่าด้วย เพราะวิ่งเข้าน้ำตก ตอนออกท้ายเรือจะค้างอยู่ตรงน้ำตกนานกว่า เรานั่งข้างหน้า ก็เปียกปอน เสื้อกันฝนไม่ช่วยอะไร ใครบอกให้ใส่ ไม่ต้องไปสนใจนะคะ สำหรับฝั่งนี้ แต่ถ้าไปบราซิลก็พอช่วยได้ ขำๆ คือ โอ๊ต บอก พี่แชมป์ ข้างหน้าไม่เปียก บอกพี่หน่องข้างหลังไม่เปียก โอ๊ตอ่ะ เชื่อไม่ได้ เหอ เหอ เค้ามีถ่ายวิดีโอบรรยากาศบนเรือขายด้วย ก็ซื้อมาด้วย หนุกดีเหมือนกัน กิจกรรมล่องเรือนี่ อย่าพลาดเชียวนะ จริงๆ แล้ว มีลอยตัวจากด้านบนด้วย น่าเล่นจริงๆ

 

วนเข้า วนออกน้ำตกเล็ก น้ำตกใหญ่กันหลายรอบ (พรุ่งนี้ถึงจะรู้ว่า ที่เราว่าใหญ่นะยังไม่ใหญ่จริง เรือพุ่งเข้าหาน้ำตกเล็กๆ เท่านั้น) จากนั้นก็ล่องเรือยาวๆ ปะทะลมให้ตัวแห้งไปขึ้นอีกจุดหนึ่งเพื่อนั่งรถท่องป่าต่อ จริงๆ ก็เพื่อให้ตัวแห้งนั่นแหละ ชมธรรมชาติกันไป ก็เพลินดี ถ้าเค้าไม่มีคนบรรยาย คงหลับอ่ะ

 

นั่งรถบัสหนาวๆ กลับไปติดที่ด่านอีกครั้ง ถึงโรงแรมก็ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วค่อยไปทานข้าวที่ร้านเดิม รู้แล้วว่า ต้องการทานอะไรบ้าง ก็บอกคนเสิร์ฟที่ใช่ว่าจะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่เค้าก็เอามาให้เราได้ Crispy Pork หรือ หมูสามชั้นแบบบราซิลนั่นเอง แงงง แต่วันนี้เค็มกว่าเมื่อวานอีก ว้าาาา แต่ก็กิน

 

กลับไปพักผ่อน ตากเสื้อผ้า ที่ไม่น่าจะแห้ง ฝนตกตลอดเลยตั้งแต่ทานข้าว ยันเข้านอน จนตอนเช้าก็ยังตก แผนที่จะขึ้นฮอ ก็ต้องรอดูกันต่อไป

 

น้ำตกจาก Devil's Throat CR พี่ติ่ง

น้ำตกจาก Devil’s Throat CR พี่ติ่ง

รองเท้าในวันนี้ อีกัวซู อาร์เจนตินา

รองเท้าในวันนี้ อีกัวซู อาร์เจนตินา

นานาสัตว์ ณ อีกัวซู พี่กั้ง

นานาสัตว์ ณ อีกัวซู พี่กั้ง

 

กิจกรรมล่องเรือฝั่งอาร์เจนตินา CR พี่ปุ๊

กิจกรรมล่องเรือฝั่งอาร์เจนตินา CR พี่ปุ๊

ลุยเข้าน้ำตก CR พี่ติ่ง

ลุยเข้าน้ำตก CR พี่ติ่ง

 

 

18 เมษายน

วันนี้ออกกันแต่เช้า เพราะว่าจะไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์กัน แต่อากาศไม่ค่อยอำนวยทางบริษัทแจ้งว่า ยังไม่ให้บริการ เลยพาไป shopping ฆ่าเวลาก่อน จนเค้าเปิดทำการ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจกันกว่าครึ่ง เพราะฟ้าไม่เปิดเลย ขึ้นไปก็คงไม่ค่อยสวย แต่พี่ๆ ช่างภาพ ยังยืนหยัด ก็ส่งเป็นตัวแทนขึ้นไป ค่าบริการจาก 100 US กลายเป็น 120 US ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้นนะ สุดๆ ส่วนที่เหลือก็ไปรอแถวๆ ทางเข้าอีกัวซูฝั่งบราซิล เดินดูของที่ระลึกของฝั่งนี้ด้วย ชอบลายแต่ไม่ชอบสี กับชอบสีแต่ไม่ชอบลาย เลยอดได้เลย พอมาเจอกันก็ถามว่า เป็นไง ทุกคนส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง บอกบินไปแป๊บเดียว แล้วก็ไม่ค่อยวนซ้ายวนขวาให้เลย ที่นั่งก็ไม่ค่อยดี คิดในใจ ดีนะไม่ได้ขึ้น เพราะขึ้นไปก็เห็นด้วยตาเปล่าอยู่ดี เผลอๆเห็นจากเครื่องบินตอนที่กัปตันบินเข้าอีกัวซูแล้ววนให้ดูทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวายังเห็นชัดกว่าเลยม้างงงง เข้าใจว่า ปกติก็ไม่ได้บินให้ขนาดนี้ แต่คงเป็นเพราะช่วงอีสเตอร์ เลยบินให้เป็นของขวัญด้วย

 

ลุยเข้าไปเเดินกันจ้า กับ น้ำตกอีกัวซูฝั่งบราซิล ไกด์วางแผนให้เดินย้อนศรกับชาวบ้าน ไปถึงก็ลงลิฟท์เอา ถึงจุดไฮไลท์เลย น้ำตกขนาดใหญ่ ละอองน้ำพัดมาเต็มๆ ทางเดินที่เดินเข้าไปใกล้น้ำตกอย่างใกล้ชิด ถึงว่า บราซิลไม่ต้องมีเรือมาพาเข้า เราเดินไปก็ได้แล้ว เปียกโชกเลยยย กล้องจะพังกันง่ายนะที่นี่ ขอบอกว่า เราเข้าไม่ถึงข้างในสุดด้วย เรื่องของเรื่องคือ วันนี้ต้องบินไปต่อไง ถ้าเปียกมากๆ ก็ไม่ดีใช่มะ รักษาเนื้อรักษาตัวกันนิดนึง จากนั้นก็ค่อยๆ เดินถอยห่างจากน้ำตกมาเรื่อยๆ แล้วก็เดินขึ้นเนินเรื่อยๆ เช่นกัน โอ๊ตหลอกอีกแล้ววววว ไหนว่า เดินลง พี่แอ๊นท์บอก รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า โอ๊ตหลอกแน่ๆ แต่ก็เข้าใจล่ะ ขืนบอกว่าเดินขึ้น ใครจะมาทางนี้ใช่มะ จุดรอรถก็มีโรงแรมสวยงามอยู่ด้วย พักตรงนี้นี่ ฟินเลยจริงๆ นะ แต่น่าจะแพงมากกกกก

on THe Top CR พี่ปุ๊

on THe Top CR พี่ปุ๊

 

ทางเดินของบราซิล เปียกกกก พี่กั้ง

Walk along CR พี่กั้ง

 

นั่งรถกลับเข้าไปทานข้าว พร้อมชมวิวน้ำตกมุมบนก่อนน้ำจะตก ก็บุฟเฟ่อีกเช่นเคย แต่มีปลาด้วย อิอิ กินปลาอย่างเดียวเลยคราวนี้ จากนั้นก็รีบเผ่นไปขึ้นเครื่องบิน เพื่อบินตรงไป Rio De Janeiro เมืองใหญ่อีกหนึ่งเมืองของบราซิล หมายถึง เมืองแห่งเดือนมกราคม ซึ่งตั้งชื่อจากการค้นพบดินแดนแห่งนี้ในเดือนมกราคมนั่นเอง เข้าใจตั้งชื่อนะ เรานั่งรถตู้ใหญ่ 2 คันจากสนามบิน (เสียเวลาจัดของกันพอควรเพราะเหมือนที่เก็บของจะไม่พอ) มายังโรงแรม 5 ดาว ริมหาดโคปาคาบานา ชายหาดยาวที่มีชื่อเสียงของที่นี่ ท่ามกลางเรื่องเล่าขานถึงความไม่ปลอดภัย และข้อพึงระวังต่างๆ ของเมืองนี้ ทำให้หลายๆคนเกรงในความปลอดภัย จากที่จะไปเดินเที่ยว เดินเล่น ก็เลยเปลี่ยนแผนกัน แค่เดินใกล้ๆ โรงแรม หาที่กินข้าว แต่สุดท้าย ก็เดินเล่นกันทุกคน แวะทานพิซซ่า สปาเก็ตตี้ แล้วก็ไปเดินเล่นริมหาด เจอตลาดด้วย คล้ายตลาดหัวหิน ขายของที่ระลึกเยอะอยู่ แต่คุณภาพดูไม่ค่อยโอเค

 

พี่สาวตามหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทางดนตรี ไปหาร้านฟังแจ๊ส จริงๆ ทั้งคู่อยากไปร้านต้นกำเนิด Girl’s From Ipanema มากก แต่ยังเกรงๆ คำขู่ เลยพยายามเดินหาร้านแถวนี้ แต่ก็ไม่มีร้านถูกใจ ไปนั่ง Drink ริมชายหาดแทน ชวนมาเดินยามดึกแล้วยังต้องเลี้ยงน้ำด้วย แหะ แหะ ขอบคุณนะคะ หาดกว้าง คลื่นดูแรงมากกกก คนยังเดินกันขวักไขว่เช่นเดียวกับรถตำรวจที่เราเห็นเป็นระยะ

 

แต่โรงแรม 5 ดาวโรงแรมนี้ Check in ได้ช้ามากกกก ใช้เวลาร่วมชั่วโมงเลย เสียเวลาจริงๆ แต่โอ๊ตบอกว่า ต่อให้เป็นโรงแรม 3 ดาวที่ตอนแรกจะต้องไปพักแต่เต็มเนี่ยก็นานเหมือนกัน เอ่อ แล้วยังไงดีล่ะ

 

19 เมษายน

 

เช้านี้ ตื่นมา ยื่นหน้าชิดริมหน้าต่าง ชมชายหาดโคปาคาบานายามไม่มีผู้คน ไปนั่งทานอาหารเช้าสุดหรู มีแซลมอนดิบพร้อมซอสโซยุให้ทานด้าย อย่างเปรมเลยค่ะมื้อนี้ วิวริมหน้าต่างก็สวยนะ แม้จะมีแผงก่อสร้างกั้นอยู่ริมหาดพร้อมกองทรายขนาดใหญ่ข้างในที่เอาไว้เกลี่ยทรายให้เสมอกับถนนและทำให้ทรายดูสะอาดด้วยแหละ เตรียมพร้อมรับงานฟุตบอลโลกที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน แหม ผักชีโรยหน้าเหมือนกันนะ เช้านี้ก็อิสระ นัดเจอกันอีกทีตอนบ่ายโมงที่โรงแรม

 

รวมตัวกันได้ 8 คน มุ่งไป Sugar Loft ที่ขึ้นเคเบิ้ลเพื่อชมเมืองในวิวสูง แต่พอไปถึง คิวยาววววมากกกกก พี่โป้งไปถามเจ้าหน้าที่ ได้ความว่า มีคิวที่จองมาจากทางอินเตอร์เน็ตด้วย ซึ่งแค่คิวนั้นก็ร่วม 2 ชั่วโมงแล้ว เราต่อคิวปกติน่าจะร่วม 3 ชั่วโมง ซึ่งเราไม่มีเวลาพอขนาดนั้น ก็เลยแยกย้ายกันไป เดินเล่นชายหาดแถวนั้นสักพัก เป็นชายหาดเล็ก แต่คนเต็มเลย ถัดไปมีทางขึ้นเขาด้วย เป็นเขาเดียวกับที่เคเบิ้ลพาไปนั่นแหละ เหมือนเป็นสวนสาธารณะไว้ออกกำลังกาย เข้าใจว่ามีจุดชมวิวด้วย แต่ต้องขึ้นเขาแบบสูงชันทีเดียว แต่วันนี้ไม่พร้อมจะออกกำลังกายจ้า บ่ายมีบินยาวววววววว เลยเดินเล่นชิวๆ เท่าที่พอไหว พี่หน่อง กับ พี่ปัญญาร่วมขบวนด้วย แข็งแรงจริงๆ พี่ปัญญา อายุ 73 แล้ว เท่าแม่เลยจ้า

 

ดนตรีข้างถนน CR พี่กั้ง

ดนตรีข้างถนน CR พี่กั้ง

 

 

เพื่อนร่วมทริปส่วนหนึ่งอยู่สัมผัสบรรยากาศยามสายที่ชายหาดโคปาคาบานาที่เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ชายหนุ่มชาวสีม่วง ผู้หญิงถ้าไม่ใส่บิกินี่จะดูแปลกแยกกมากกกกกเลย ดูท่าพี่ๆทั้งหลายจะอินกับบรรยากาศมากกกกกกกก มาเห็นภาพถ่ายที่หาดแล้ว อื้อ หือออออ มีสาวน้อย สาวสวยมาบังคลื่นที่ตั้งใจจะถ่ายเยอะจริงๆ ค่าาาา

หาดโคปาบาฮามา CR พี่ติ่ง

หาดโคปาบาฮามา CR พี่ติ่ง

ชายหาด Ipanema กับหมอกจางๆ CR พี่กั้ง

ชายหาด Ipanema กับหมอกจางๆ CR พี่กั้ง

ร้านอาหารแหล่งกำเนิดเพลง Girl From Ipanema CR พี่กั้ง

ร้านอาหารแหล่งกำเนิดเพลง Girl From Ipanema CR พี่กั้ง

 

 

สาวๆ จะไปต่อกันที่หาด Ipanema พี่สาวยังติดใจไปตามหาร้านต้นกำเนิดอยู่ และก็สำเร็จเจอร้านจ้า มีเนื้อเพลงอยู่ที่กำแพงร้านเลย แต่ร้านยังไม่เปิด 555 จากนั้นก็ทานข้าวกันเร็วๆ มุ่งกลับโรงแรม ไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ ขนาดเอากระเป๋ายังนานเลย แถมด้วยการรอรถอีกพักใหญ่เลย จัดกระเป๋าขึ้นรถอีก วันนี้จุกจิกตลอดเลยแฮะ ซ้ำยังว่า คงไม่ได้ขึ้นไปชม พระเยซูผู้ไถ่บาป แห่งเมืองริโอ เดอร์ จาร์นิโอ เพราะคนเยอะมากกก แต่จะเลี่ยงไปชมจากวิวเขาข้างๆ แทน ก็ตามนั้น แต่ระหว่างทางที่ขึ้นไป ก็ถามข่าวตลอดทาง บอกว่า คนซาแล้ว ขึ้นไปได้ ก็ขึ้นกันไป ถึงจุดรถจอด ต้องเปลี่ยนเป็นรถบัสที่เตรียมไว้ให้ พร้อมขึ้นบันได ลิฟท์ หรือ บันไดเลื่อนก็ตามใจ ไปชมรูปปั้นพระเยซูที่หวังว่าจะทำให้เมืองนี้สงบสุขได้ (เหรอ) คือ ส่วนตัว ไม่คิดว่า ยิ่งใหญ่จนได้เป็น 1 ใน 7 มหัศจรรย์ ของโลก(อินเตอร์เน็ต) หรอกนะ ก็ต้องนับถือแรงโหวตของชาวเมืองและการประชาสัมพันธ์ละกัน

พระเยซู ระยะไกล CR พี่ติ่ง

พระเยซู ระยะไกล CR พี่ติ่ง

 

 

พระเยซูกางแขน ระยะใกล้ CR พี่ติ่ง

พระเยซูกางแขน ระยะใกล้ CR พี่ติ่ง

 

 

 

เราโบกมือลาเมืองนี้กัน พร้อมลาพี่โป้ง พี่หญิงที่จะอยู๋ที่นี่ต่ออีก 1 คืน และ กลับกทม คนละเส้นกับกลุ่ม มุ่งไปสนามบิน ร่ำลากับตี่เอ ที่จะแยกจากกันที่อัมสเตอร์ดัมด้วยอีกคู่ แก็งค์ไอติม สลายตัวแล้วจ้าาาา ที่สนามบิน พี่ๆ ก็แลกที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ line กันใหญ่เลย บินเข้าอัมสเตอร์ดัม พักอีก 4 ชั่วโมง บินกลับกรุงเทพ ถ่ายรูปหมู่รูปสุดท้ายกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณที่รับกระเป๋า

 

จบการเดินทางอีกหนึ่งทริปที่ใช้เวลาในการเตรียมตัวมากกว่า 3 ปี ด้วยความประทับใจ ขอบคุณทุกคนที่พบเจอ ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์กัน และหวังว่า บันทึกในครั้งนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เพลิดเพลินบ้างนะคะ แม้จะไม่ได้เดินทางเอง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อาจจะไม่มี แต่ก็พอจะช่วยให้ได้รู้ว่า เมื่อคุณไปแล้วจะได้เจออะไรบ้าง แม้จะไปกับทัวร์ก็ตาม ^^

 

BYE BYE แก็งค์ไอติม CR พี่กั้ง

BYE BYE แก็งค์ไอติม CR พี่กั้ง

 

Glacier walkers CR พี่กั้ง

Glacier walkers CR พี่กั้ง

 

15 เมษายน

 

ไฮไลต์ของความหนาวอยู่ที่วันนี้ มีเท่าไหร่ เราจัดกันเต็ม เพราะโดนขู่ไว้เยอะ ผลคือ ก็โอเคอ่ะนะ แม้จะแอบอยากถอดบ้างบางชั้นก็ตามมม เราไปเยี่ยมชม Los Glaciares National Park กันค่ะ จุดมุ่งหมายหลักคือ การไปไต่ธารน้ำแข็ง Moreno ต้องนั่งรถจาก El Calafate ไปชั่วโมงกว่าๆ โดยมีไกด์ท้องถิ่นมารับด้วย เรียกว่ามาเอนเตอร์เทนดีกว่า ทั้งชาเข้มข้น “มาเต้” แถมเล่นกีตาร์ให้ฟังอีก มาส่งให้ถึงอุทยาน แล้วก็รอรับกลับ เท่านั้น เหอ เหอ แต่ความดียังมีคือ เอากีตาร์มา เลยให้พี่หน่องโชว์กีตาร์ให้ฟัง เพลงอารมณ์สเปนๆ เพราะจริงๆ

 

Lago Argentino CR พี่ติ่ง

Lago Argentino CR พี่ติ่ง

 

 

ถึงอุทยานแล้ว แวะถ่ายรูปกันที่จุดถ่ายรูปก่อน มองเห็นธารหิมะแบบไกลๆ มีสายรุ้งอยู่ข้างๆ ด้วย พอไปถึงก็ต้องนั่งเรือข้ามฟากเข้าไป แล้วจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล เตรียมตัวให้พร้อม ดูแลเรื่องชุด เรื่องรองเท้า และให้ข้อมูลคร่าวๆ ว่าจะต้องไปยังจุดไหนต่อไป ใครจะเข้าห้องน้ำก็ไปเข้าซะนะคะ มีที่นี่ที่เดียว มีชั้นให้วางของ แต่ไม่ได้มีล็อกอะไรนะ วางเฉยๆ นั่นแหละ เพราะฉะนั้น อย่าพกของมีค่ามานะ เวลาเดินก็จะได้เดินเบาๆ ไม่ต้องมีของ เราโดนเจ้าหน้าที่ให้เปลี่ยนรองเท้าด้วย จากคัชชูเลยได้ใส่รองเท้ากึ่งบูทอย่างเท่เลย ชอบๆๆ

 

จากนั้น เดินผ่านป่า ลุยไปตรงชายหาดหิน ฟังบรรยายอีกเล็กน้อย เกี่ยวกับกำเนิดของธารน้ำแข็งนี้ ซึ่งถึอว่ายังคง active ต่อไป เพราะหิมะยังคงทับถมอยู่เรื่อยๆ ขณะเดียวกัน การถล่มของธารน้ำแข็งก็ยังคงมีเรื่อยๆ เช่นกัน คือน้ำข้างใต้ก็ยังคงไหลอยู่ เดินกันไปเรื่อยๆ ก็ถึงแคมป์สุดท้าย ให้เราได้ใส่รองเท้าหนามกัน เจ้าหน้าที่ใส่ให้จ้า ลักษณะแบนๆ มีหนามอยู๋ใต้เท้า แล้วใช้เชือกผูกยึดแน่นไว้กับรองเท้าเรา เข้าใจเลยว่า ทำไมรองเท้าเราไม่ผ่าน มันต้องอย่างแข็ง รัดได้แน่นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะแน่นไป ไม่อย่างนั้นหลุดกลางทางครับผม ที่ใส่รองเท้า เป็นเคบินเล็กๆ ให้คนนั่งได้สะดวก มีรองเท้าหนามเพียบ เหมือนจะฟรีไซส์นะ และมีที่เจาะน้ำแข็งด้วย แต่เราไม่ได้ใช้ คงไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ หรือ คนเดินทริปยาว เราเดินกันแค่ทริปสั้นๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แต่ก็เป็น prop สำหรับถ่ายรูปที่เท่ดี

 

เราเดินแถวเรียงหนึ่งกันไป มีกฏว่า ระหว่างเดินห้ามถ่ายรูป เจ้าหน้าที่จะหยุดให้เราได้ถ่ายรูปอยู่แล้ว และต้องเดินเรียงแถว อย่าแซงคิว จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล วิ่งแซงเราไปมาอยู่  เมื่อเดินถึงบริเวณหิมะ ก็สาธิตการเดินขึ้น เดินลง เดินขึ้นให้เดินอย่างเป็ด ก้าวย่ำๆ เดินลงให้เดินขาตรงๆ ก้าวย้ำๆ ให้หนักแน่นเช่นกัน ช่วงแรกๆ ก็ย่ำกันหนักแน่น แต่มันหนักแน่นไปจนเมื่อย พอมองเจ้าหน้าที่ก็ไม่เห็นต้องแน่นขนาดนั้น เลยปล่อยตามสบายมากขึ้น และก็ชินในที่สุด พี่สาวได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากหนึ่งในเจ้าหน้าที่ เพราะพยายามชวนคุย แม้เค้าจะโต้ตอบไม่ค่อยได้ คือ he ไม่พูดภาษาอังกฤษไง ผลก็เลย ดูแลซะดิบดี เป็น Bodyguard ส่วนตัว โชคดีต่อเนื่องมาให้เรา เพราะเค้าหันมาเจอเรา คงเห็นว่าเดินคล่องอยู่ เลยพาเราเดินตัดเนินเขา อย่างสนุกเลย ความมันส์มันอยู่ตรงนี้นี่แหละ ได้เดินตัดไปตัดมา 555

 

ธารน้ำแข็งสีขาว เสียดายที่เปื้อนฝุ่นดิน เพราะอยู่ใกล้ภูเขา มองไปข้างใต้ก็เห็นน้ำใส บางโซนก็เห็นเป็นสีฟ้าเลย สวยมากกก เดินขึ้นๆ ลงๆ กันสักระยะ ก็พามาช่องเวิ้งผา ให้เราได้ดื่มวอดก้า กับน้ำแข็งจากธารน้ำแข็ง ได้ Feel มาก สดชื่นจริงๆ แม้จะมีคนเล่นมุกว่า เพิ่งไปแวะฉี่ตรงนั้นมาก็ตาม ขนมที่ให้ทานก็อร่อย อ้อ อย่าลืมเก็บขยะทุกสิ่งอย่างกลับไปด้วยนะคะะะะะ จบการเดินบนธารน้ำแข็งระยะสั้นแล้ว แหม น่าลองเดินระยะยาวแบบทั้งวันบ้างจัง แต่เค้าจะให้เราเข้าห้องน้ำยังไงน้าาาา

 

Black Cat on Ice CR พี่ติ่ง

Black Cat on Ice CR พี่ติ่ง

 

เรือมาแล้ววว CR พี่กั้ง

เรือมาแล้ววว CR พี่กั้ง

Action CR พี่กั้ง

Action CR พี่กั้ง

ขากลับ เดินผ่านป่าโปร่ง คนละเส้นทางกับขามา ว่ากันว่า ถ้าโชคดีอาจได้เห็นสัตว์ป่าบ้าง แต่คงยากละ บรรยากาศคล้ายในเรื่อง Twilight เลย โดยเฉพาะฝนตกบางๆ ลงมาด้วย แล้ว Edward อยู่ไหนค้าบบบบบ ไปถึงจุดพักแรก นั่งทานฮอทดอก กันหิวกันไป หันหน้าเข้าหาธารน้ำแข็ง โครมมมมม จะจะต่อหน้าต่อตา หลังจากได้ยินแต่เสียง คราวนี้เราเห็นภาพธารหิมะหล่นลงมาต่อหน้า แล้วธารน้ำแข็งบางส่วนก็ลอยตุ๊บป่องอยู๋ในทะเลสาบ ได้เห็นถึง 2 ครั้งแน่ะ ดีใจจริงๆ คุ้มค่าที่นั่งเย็นๆ อยู่ข้างนอก

 

เจ้าหน้าที่มาเรียกให้ขึ้นเรือได้แล้ว แต่พอเดินไปถึงท่าเรือ เรือก็ยังไม่มา เลยถ่ายรูปกันอีกเล็กน้อย แต่ฝนมันเม็ดหนาแล้ว จากไม่เปียกก็เปียกจนได้ เรือมาก็ขึ้นเรือไปชมวิวท้ายเรือกันอีกรอบ เค้าวิ่งไปใกล้ๆ ธารน้ำแข็ง ที่ระยะความสูงของธารน้ำแข็งกว่า 60 เมตร เออ สูง ใหญ่จริงๆ เป็นสีฟ้าเข้มด้วย ถ้ามีแดด ฝนไม่ตกนะ จะฟินมากกก วันนี้ก็ได้บรรยากาศอีกแบบไป เนื่องจากเรามาไม่ทันรอบเที่ยง เพราะฉะนั้น เราก็อดเดินไปชมวิวธารน้ำแข็งอีกจุดเพราะต้องตรงดิ่งไปสนามบินแล้ววว เอานะ ได้แค่ไหนแค่นั้น แวะส่งไกด์ที่ตัวเมืองก่อนด้วย ขากลับ ไกด์ยังคงพยายามเอนเตอร์เทน แต่เกือบทุกคนไปเฝ้าพระอินทร์กันแล้วจ้า แหม ก็มันเหนื่อยนิ

 

สนามบิน เมือง El Calafate ต้องจ่ายค่าภาษีสนามบินเองนะ จากเดิม 38 เหรียญ ขึ้นเป็น 76 เหรียญแล้ว ขึ้น 2 เท่ากันเลยทีเดียว บินด้วยสายการบินภายใน Aerolineas Argentina ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง จากใต้สุดของอาร์เจนตินากลับมาตอนกลางๆ ณ เมืองหลวง บัวโนสไอเรส เครื่องบินเที่ยวนี้ไม่มีอาหารนะ มีแต่ขนม 3 ชนิด กว่าจะถึงที่พักวันนี้ก็ร่วม 3 ทุ่มครึ่ง ที่พักอยู๋ใกล้ๆ อนุสาวรีย์กลางเมืองเลย เปรียบได้ประมาณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิบ้านเรา แผนที่จะไปดูแทงโก้เลยต้องล่มเพราะเลยเวลาจองแล้ว แต่รู้ไหม เค้าเขียนมาถามตอนตีสามด้วยว่า จะมาไหม ยังเก็บที่ไว้ให้อยู่เลย 555 พี่สาวรู้สึกผิดมากกก ที่ไม่ได้เมล์ไปบอก ขณะที่โอ๊ตก็บอกว่ามีอีกที่ แต่พี่เค้ากลัวว่าจะไม่ใช่แบบที่ต้องการเลยไม่ไป อาจเป็นเพราะข้อมูลที่โรงแรมให้มาด้วย ที่มีแต่แบบโรงละคร ก็นะ ประสาโรงแรม แต่มีคนไปมา นั่นคือ พี่หน่อง กับ ตี๋ เค้าบอกว่า ดีมากกก เป็นร้านกาแฟที่ขึ้นชื่อ ตกแต่งสวย ชั้นสองถึงจะเป็นที่แสดง เสียค่าเข้าชม 128 เปโซ สั่งอาหารต่างหากกก พี่สาวได้แต่นั่งเสียดายย ขอบอกว่า คนไปชมแทงโก้ เสร็จก่อนเราที่ไปหาข้าวทานอย่างเดียวอีกกก คร่อกกกก

 

อนุสาวรีย์กลางเมือง CR พี่กั้ง

อนุสาวรีย์กลางเมือง CR พี่กั้ง

 

 

 

16 เมษายน

วันนี้เป็นอีกวันที่ให้อิสระ แต่มีเวลาแค่ 10.30 น. เท่านั้น โอ๊ตจะพาไปลาโบก้า บ้านสีสันของแหล่งกรรมกร แต่พี่สาวอยากไป ย่าน Recoleta ที่มีสุสานของ Evita อยู่ด้วย เราก็เลยแยกตัวกันไป นั่งแท๊กซี่ไปประมาณ 20 นาที ปล่อยให้ลง เราก็เดินหาประตูเข้า เข้าใจว่า เดินอ้อมกันยาวเลย ผิดเลี้ยวนั่นเอง เหอ เหอ เข้าไปข้างใน สงบมากกก และสวยมากกก เค้าตั้งใจสร้างสุสาน ประหนึ่งบ้านหลังย่อมๆ ตกแต่งด้วยตุ๊กตาเทวดา มีทั้งสไตล์ฝรั่ง แบบอียิปต์ สีหินธรรมชาติ แบบกระจกสี ใช้เวลาเดินไม่นาน แต่ก็อิ่มเอมเพียงพอ เลยคิดว่าจะไปต่อที่ Laboca แต่พอนั่งรถมาสักพัก เห็นสภาพรถติด ก็เปลี่ยนใจกลับโรงแรมดีกว่า เดี๋ยวไม่ทัน

 

พระเยซูในสุสาน

พระเยซูในสุสาน

Recoleta

Recoleta

Recoleta CR พี่กั้ง

Recoleta CR พี่กั้ง

 

ถึงโรงแรมเห็นยังพอมีเวลาเลยเดินไปแถวรัฐสภา ตรงที่ Evita โบกมือ มีรูปธงอาร์เจนตินาอยู่ที่พื้นด้วย วิ่งไปวิ่งกลับกันภายใน 45 นาทีได้ เหนื่อยโฮก ถึงโรงแรม 10.30 พอดี แต่ยังไม่เห็นกลุ่มใหญ่เลย เห็นแต่ตี่ เอ พี่ไพโรจน์ พี่หญิง พี่โป้ง พี่สาวแอบหิวเลยวิ่งไปซื้อแมคกัน แต่ยังไม่ขึ้นเมนูปกติ เป็นเมนูอาหารเช้าอยู่ คุยกันไม่รู้เรื่อง ดีที่มีคนช่วย กลับไปถึงเค้าก็กำลังขึ้นรถกันพอดี วิ่งขึ้นแท็กซี่ตรงไปสนามบิน ทานข้าวกลางวันในสนามบินกันจ้า วันนี้เราจะเดินทางไปที่ อีกัวซูกัน จริงๆ แล้วตัวเมืองแต่ละที่ ก็มีที่ให้สำรวจนะ ทริปนี้ส่วนใหญ่ แค่แตะๆ ตัวเมือง เราเน้น ธรรมชาติ

CASA ROSADA สถานที่จริงที่มีฉาก Evita โบกมือ CR พี่กั้ง

CASA ROSADA สถานที่จริงที่มีฉาก Evita โบกมือ CR พี่กั้ง

บินไปถึงเมือง อีกัวซู ฝั่งประเทศอาร์เจนติน่า อ้อ เที่ยวนี้ พี่สาวได้นั่ง Business Class ด้วย ไฮโซจริงๆ เป็นโชคดีไป ได้นั่งเพราะตั๋วชั้นประหยัดเต็ม เราจะมุ่งข้ามไปพักที่ บราซิลกัน ติดที่ด่านกันนานมากกก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงอีสเตอร์ วันหยุดยาวววว มันเลื่อนมาอยู่เดือนนี้ได้ไงเนี่ย ปกติต้องเดือนมีนา ก็นอนรอกันไปจ้า จนหลายคนบ่นอุบว่า ทำไมไม่พักในอาร์เจนติน่า นั่นสิ โอ๊ตให้เหตุผลว่า ฝั่งอาร์เจนไม่ค่อยมีอาหารให้เลือก สู้ฝั่งบราซิลไม่ได้ แต่ผลคือ เรากินอาหารบุฟเฟสไตล์บราซิลกันทุกมื้อเลยคร้าบบบบ  มื้อแรก มื้อเย็นก็ตื่นเต้นหน่อยแหละ มีอะไรผ่านมา เรียกเอาหมด แต่มื้อต่อๆ ไปชักรู้ ชักเลือก เหอ เหอ

 

แวะไปซุปเปอร์มาเก็ตด้วย ของเยอะดี เรามาเล็งไว้ก่อน กะว่า จะมาเอาของอีกทีวันรุ่งขึ้น แต่ผลคือ ฝนตกคร้าบบ เลยไม่ได้ลุยมา บางที จะเอาอะไร ก็เอามาก่อนเถอะ อย่าหวังน้ำบ่อหน้า

 

ติดตามอ่านต่อไป กับ น้ำตกอีกัวซูฝั่งอาร์เจนติน่า และ ฝั่งบราซิลได้ที่นี่เลย

ต้นไม้เอียง แห่งปาตาโกเนีย CR พี่กั้ง

ต้นไม้เอียง แห่งปาตาโกเนีย CR พี่กั้ง

เริ่มเข้าเขตประเทศเจริญแล้วกันในทันทีเมื่อเข้ามาเยือนชิลี แต่แรกที่ได้ยินชื่อ เราคิดว่า เป็นประเทศที่ยากจนอีกประเทศหนึ่ง ที่ไหนได้ เจริญมากค่ะ ค่าเงินแพง ค่าครองชีพก็สูงเลย ซื้อน้ำขวดขนาด 500 ลิตรได้ในราคา 25 บาทนะจะบอกให้ อ้อ แต่อยู่ในตัวเมือง ก็กรอกน้ำเติมใส่ขวดได้นะ เค้าว่า ความสะอาดเยี่ยมเทียบเท่ายุโรปนี่แหละ

 

11 เมษายน

วันนี้อิสระ ใครอยากไปไหนก็ไป ตามแต่ใจปรารถนา แต่ใครจะไปพร้อมไกด์ที่จะพาไปปล่อยที่ตลาดปลาและจตุรัสก็นัดเวลากันไป ส่วนพี่สาวและเราแยกไปชมไร่องุ่น Concha y Toro สถานที่ผลิตไวน์ชื่อดังของชิลีที่พี่สาวตั้งใจไว้ว่า พี่จะไป พี่และน้องก็ต้องตามใจแม้เราจะไม่ค่อยดื่มไวน์กันเลยก็ตาม ทัวร์ชมไร่ คิดมูลค่า 9000 เปโซชิลี หรือ 16 USD จริงๆจองรอบ 10.20 แต่มาถึงสาย เลยต้องเลื่อนเป็นรอบ 11.40 ก็ไปเดินเล่นในร้านค้า ห้องน้ำ 555 และนั่งเล่น wifi ฟรี จ้า

 

ถึงเวลาก็ไปตามไกด์ผู้ชายตัวใหญ่ เล่าเรื่องราวด้วยเสียงมีสำเนียงนิด ปล่อยมุขบ้างเป็นระยะ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง มีแปลงองุ่นหลายพันธ์มากกกก ให้เราได้ชิมองุ่นสดกัน พร้อมระบุชื่อพันธ์ ขออยู่ตรงนี้นานๆ ได้ไหม 555 ภายในมีพื้นที่กว้าง สวนจัดแบบสนามกอล์ฟเลย เพราะคนจัดสวนเป็นนักออกแบบสนามกอล์ฟ โรงหมักไวน์แบบใหม่ และ แบบดั้งเดิมที่อยู่ใต้ดิน มี Presentation เป็นเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนแห่งนี้ที่ถูกขนานนามว่า เป็นที่อยู่ของปิศาจด้วย เข้าใจทำ สวยดีจริงๆ ที่นี่ มีไวน์ให้ชิม 2 จุด จุดแรกเป็นไวน์ขาว 1 แก้ว จุดที่ 2 เป็นไวน์แดง 2 ชนิด พี่สาวก็จัดไปสิ 9 แก้ว ของทุกคน 555 ไม่เมาก็เกินไปแล้ว กุหลาบนานาพันธ์บานสะพรั่งคอยล่อแมลงออกจากองุ่น คล้ายกับที่ปลูกที่บ้านเลย แต่ของเค้าสวยมากกก สดชื่นมากกกก

 

กว่าจะออกจากที่นี่ก็บ่ายกว่า บ่ายสอง เดินทางเข้าเมืองอีกร่วมชั่วโมงครึ่ง ได้ทานอาหารกลางวันที่ตลาดปลากันตอน 4 โมงเย็น หิวมากกกก ขอบอกว่า King Crab ที่นี่ต้องลอง แต่หอยเม่นขอให้ลืมไปเลย อย่าเด็ดขาด เค้าทำอาหารสไตล์ชิลี ไม่ใช่ญี่ปุ่น จะมาหวังรสชาติแบบญี่ปุ่น ไม่ได้เลย ต่อให้ขอวาซาบิหรือซอยซอสมาช่วยก็เถอะ มื้อนี้หมดไปร่วม 80,000 เปโซ แต่นะ แค่ปูอย่างเดียว ขนาดขอตัวเล็กนะ ก็ 50,000 แล้วจ้า ถ้ามี 4 คนน่าจะกำลังดี หรืออีกทีคือ ไม่ได้สั่งอย่างอื่น 3 คนก็จัดการปูได้สบายยยย

 

ถามทางไป Plaza De Armas เดินถึงนะ ไปทางถนน Shopping มีห้างแต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ไปถึงจตุรัส เค้าปิดซ่อมอยู่ เลยไม่ได้รูปโบสถ์ที่สวยงามด้านนอก แต่เข้าไปอิ่มเอมกับบรรยากาศข้างในกันอย่างเต็มที่ ที่นี่ถ่ายรูปได้นะคะ เสียดายไม่มีการร้องเพลงคอรัส  แต่ถึงจตุรัสจะแคบกว่าที่เคย การแสดงแบบ Street Performance ก็ยังคงมี ทั้งวาดภาพ มายากล ละครใบ้ ดนตรี

 

เราเดินทางด้วย Metro ราคาเดียวตลอดสาย มีแบ่งราคาตามช่วงเวลา Peak 680 เปโซ Off Peak 620 เปโซจ้า ในตัวเมือง มีแบบตั๋วรถไฟรวมรถเมล์ด้วยนะ แต่รายละเอียดไม่รู้ เห็นจากป้าย โรงแรมเราอยู่ใกล้สถานี U De Santiago บนรถไฟที่ออกไปนอกเมืองตอนไปไร่องุ่นมีคนขึ้นมาขายของเป็นระยะ แม้แต่แสดงดนตรียังมีเลย เพราะด้วยนะ เล่นกีตาร์ เป่าแซ็ก เพลงแจ๊สด้วย จากนั้นก็เดินมารับเงิน ตู้ข้างๆ ขากลับ มีดนตรีแร็พโย่ เออ มันดี

 

ณ Metro ที่นี่ขณะถ่ายรูปความวุ่นวาย ช่วง Peak Time ที่ทำให้เราพลัดหลงกับพี่สาวอีกคนหนึ่ง คือขึ้นรถไฟไม่ได้ เรามาล่วงหน้าก่อน เลยมายืนรอ ก็ป๊ะกับกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาพูดคุย เราก็ดูทีท่าว่า ดีหรือร้าย สักพัก เอาน่า คงแค่อยากเข้ามาคุย มาขอ FB 555 ขำอ่ะ น้องคะ เป็นหลานได้เลยนะ แต่เนื่องจากภาษาไม่แข็งแรงนัก สุดท้ายก็เลยจากกันไปด้วยรอยยิ้ม แต่ตัวน้องสูงใหญ่กันมากกก บังพี่หมด พี่สาวอีกคนมาก็เลยมองไม่เห็น เดินวนกลับมาถึงเจอกัน แอบคิดว่า ถ้าได้เจอกันตอนพี่สาวอีกคนอยู่ด้วย ท่าจะยาว เพราะเธอสเน่ห์แรงงงงงง

 

มื้อเช้าฝากท้องกับแฮมเบอร์เกอร์แถวสถานี มื้อเย็นก็ไก่ท้องถิ่น 1 จาน แบ่ง 3 คน เพราะยังอิ่มอยู่ เจอเพื่อนร่วมทริปด้วย เลยไปทานด้วยกัน

 

ภายในโบสถ์ของจตุรัสเมืองซานติเอโก้ CR พี่ติ่ง

ภายในโบสถ์ของจตุรัสเมืองซานติเอโก้ CR พี่ติ่ง

 

 

12 เมษายน

 

ตื่นแต่เช้าไปขึ้นเครื่องบิน Low Cost Sky Airline ทานอาหารเช้าที่สนามบิน รับแจกเงินกันมาคนละ 4000 เปโซ บินกันยาวๆ ร่วม 4 ชั่วโมง ถึงเมืองปูนตาอาเรนาส นั่งรถบัสเข้าเมืองเปอร์โตนาทาเลสอีกร่วม 3 ชั่วโมง เมืองนี้เป็นเมืองแห่งการ Trekking อุปกรณ์เพียบบบ ที่พักก็หลากหลาย แต่ตึกสูงไม่เกิน 3 ชั้นจ้า เป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงาม สงบ อยู่ริมทะเล ชวนให้กินอาหารทะเลมากกก แต่เมืองนี้ดังเรื่องเนื้อด้วยนะ ตลอดทางเต็มไปด้วยแกะ

 

ที่นี่เราสังเวยกล้อง Compact ตัวเก่ง Canon S100 ไปแล้ว สภาพ คือ หล่นปั๊ก เลนส์ค้างเลย เบี้ยวสนิท เลิกคิดเรื่องส่งซ่อม เสียกล้องแต่ละที ตอนไปเที่ยวเมืองนอกทั้งนั้น งานนี้เลยได้ใช้กล้องมือถือกันเต็มตัว พบว่า รูปก็สวยนะ อยากได้รูปกล้องใหญ่ ก็วิ่งไปเข้ากล้องเอาละกัน 555

 

ที่พักที่นี่น่ารักมากกกก แม้ไม่่มีบันได ต้องแบกของขึ้นมา 3 ชั้น แต่มีห้องนั่งเล่นส่วนรวมที่เป็นห้องกระจกกว้างให้ได้ชมวิว ถูกใช้เป็นที่สันทนาการของเดอะแก๊งค์ไป นั่งดื่มไวน์ เล่นกิจกรรมการ์ดไพ่กันสนุกสนาน สมาชิกได้แก่ โอ๊ต 2ก 1อ ตี่ เอ พี่โป้ง พี่หญิง(คนดู) พี่แชมป์ โดยมีพี่หมอเปิ้ลและพี่หมอติ่งอยู่ใกล้ทำรูปกันอยู่ เล่นไพ่ตอแหล คือ แรงกว่าไพ่โกหก เล่นสลาฟกันด้วย ขำดี ทำท่าจะเลิกๆ แต่พอมีคนเป็น Queen บอกขอเล่นก่อน พออีกคนเป็นสลาฟ บอกขอแก้มือ สนุกสนานกันจนเลย 5  ทุ่ม จะไปอาบน้ำ เฮ้ย ไม่มีน้ำร้อนให้อาบแล้ว ก็ต้องอาบน้ำเย็นเจี๊ยบกันไป แตะๆ เอา

 

เมืองนี้ เป็นเมืองที่ Charles Darwin ชื่นชอบด้วยนะ มาศึกษาธรรมชาติที่นี่อยู่นาน

 

13 เมษายน

จากลาเมืองที่สงบแห่งนี้ มุ่งสู่อุทายานTorres Del Paine หรือ หุบเขาไพลิน ที่มียอดเขาเรียงกัน 3 ยอดเป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งนี้ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงกว่าจะเข้าเขตอุทยาน ระหว่าทางก็มีจิ้งจอกออกหากิน เหยี่ยวที่เฝ้ารอเหยื่อต่อจากเจ้าจิ้งจอก กระต่ายที่กระโดดข้ามถนน กัวนาโค ตัวคล้ายกวางแต่หน้าเหมือนอูฐ อีกหนึ่งสายพันธ์ที่พัฒนามาจากอูฐ  นานดู คล้ายนกกระจอกเทศผสมอีมู 2 ตัวหลังเป็นสัตว์ป่านะ แต่เนียนเหมือนสัตว์เลี้ยงเลย ฝูงแกะเต็มไปหมด

 

อากาศละแวกนี้เป็นอากาศแบบปาตาโกเนีย คือ ลมจะแรง แรงมากกก จนต้นไม้เอียงถาวรเลย เก๋มากกก

ระหว่างทางไปอุุทยานกับเจ้าจิ้งจอก CR พี่ติ่ง

ระหว่างทางไปอุุทยานกับเจ้าจิ้งจอก CR พี่ติ่ง

Guanaco พัฒนามาจากอูฐนะ CR พี่ติ่ง

Guanaco พัฒนามาจากอูฐนะ CR พี่ติ่ง

 

 

มาถึงแล้ว แต่ยังไม่เข้าอุทยาน เลี่ยงไปชมทะเลสาปน้ำเค็มอามาก้า และ น้ำตก Casada Rio Paine ก่อน อากาศวันนี้ขมุกขมัว ถ่ายรูปไม่ค่อยสวย จะดีใจกันทุกครั้งเมื่อแดดพ้นเมฆมาได้

 

Casada Fall CR พี่ติ่ง

Casada Fall CR พี่ติ่ง

 

ทะเลสาปน้ำเค็มอามาก้า CR พี่ติ่ง

ทะเลสาปน้ำเค็มอามาก้า CR พี่ติ่ง

 

ทานข้าวกลางวันในอุทยานที่ร้านอาหารกลางทะเลสาบเปเล่ หรือ Paine นั่นแหละ แต่ต้องย้ายร้านนะ เพราะร้านแรกอาหารไม่พอ ที่นี่เจอคนไทยด้วย ขับรถมาเที่ยวกันเอง รสชาตใช้ได้แต่ปริมาณน้อยไปนิด เข้าใจว่า พยายามแบ่งให้มีพอสำหรับทุกคนแน่เลย มีจานปลา กับ จานหมู ชมวิวเขาปกคลุมด้วยหิมะ และธารน้ำแข็งอยู่ไกลๆ

 

ไปต่อกันที่น้ำตก Lago Pehoe ยิ่งเดินเข้าใกล้น้ำตก ลมยิ่งแรงจัด ตัวแทบปลิวกันเลย ปลิวบ้างด้วยแหละ สนุกดี หมวกมีหลุดตอนท้าย นึกว่าจะไม่รอดแล้วเชียว ดีนะเก็บทัน มีสายรุ้งให้ชมกันเล็กๆ ไปจบที่ Lago Grey ทะเลสาปน้ำจืดที่ให้เราไปเดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ร่วมๆ 1 กิโล เดินผ่านป่า ใบไม้เปลี่ยนสีด้วย ผ่านหาดหิน สองข้างทางเป็นทะเลสาป ขึ้นเขาไปอีกฟาก เพื่อไปยืนมองธารน้ำแข็งในระยะค่อนข้างใกล้ และเดินกลับในเส้นทางเดิม หลายคนเดินมาไม่ถึง พวกที่เดินถึงก็เดินกลับกันมาแบบเหนื่อยนิดๆ แต่มีพี่คนนึง ไม่มีอะไรทำร้ายเค้าได้เลย หน้าเป๊ะตลอด หมวกก็ไม่ต้อง ใช่ไหมคะ พี่แชมป์ อิอิ

Lago Pehoe CR พี่ติ่ง

Lago Pehoe CR พี่ติ่ง

ชมก้อนน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง Grey CR พี่ติ่ง

ชมก้อนน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง Grey CR พี่ติ่ง

Grey Gracier CR พี่ติ่ง

Grey Gracier CR พี่ติ่ง

 

สิ้นสุดทางเดิน จุดใกล้ธารน้ำแข็งที่สุดของฝั่งชิลี ขออภัยไม่แน่ใจว่ากล้องใครค่า น่าจะโอ๊ตนะ

สิ้นสุดทางเดิน จุดใกล้ธารน้ำแข็งที่สุดของฝั่งชิลี ขออภัยไม่แน่ใจว่ากล้องใครค่า น่าจะโอ๊ตนะ

 

 

พุ่งออกไปพักโรงแรมที่อยู่กลางหุบเขา บรรยากาศดี สวยงามมากกก และยังได้ชมวิวเทือกเขา Torres Del Paine ด้วยอีกเช่นกัน จริงๆ ที่นี่บรรยากาศดี น่ามานั่งเล่นรวมตัวกันอีก แต่ทุกคนเหนื่อยแล้ว ขอนอนนนนนน

 

หุบเขาไพลิน Torres del Paine National Park

หุบเขาไพลิน Torres del Paine National Park

 

 

14 เมษายน

 

บอกลา หุบเขาไพลิน บอกลา ปาตาโกเนีย แห่งชิลี แต่แวะทานเข้าวกันก่อนจ้า ที่ร้านค้าเล็กๆ มีโต๊ะอาหารคลุมด้วยขนแกะ ข้างๆ เป็นด่านของชิลี ปั้มออกด้วยความรวดเร็ว และวิ่งปุเลงๆ ไปอีกระยะหนึ่ง มีคนเดินข้ามด้วย น่าจะร่วมชั่วโมงล่ะ เพราะเห็นตั้งแต่เราเริ่มทานข้าวกันเลย จนเรามาถึงด่านของอาร์เจนแล้ว ก็ยังได้เจอเค้า ตอนแรกก็ยังถามๆ กันว่า จะรับเค้าเข้าไปด้วยไหม แต่ไกด์ไม่อยากเสี่ยงก็เลยเงียบกันไป สุดท้ายไปเจอเค้ากับรถนำเที่ยวอีกคันที่ตีรถเปล่ากลับมา คิดในใจว่า เค้าก็คงกลัวพวกเราเหมือนกัน 555

แสงยามเช้ากับหุบเขาไพลิน CR ติ่ง

แสงยามเช้ากับหุบเขาไพลิน CR ติ่ง

ต้นไม้หลังโดนไฟป่า ถ้าไม่โดนเราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี CR พี่กั้ง

ต้นไม้หลังโดนไฟป่า ถ้าไม่โดนเราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี CR พี่กั้ง

หุบเขาไพลินยามต้องแดด CR พี่ติ่ง

หุบเขาไพลินยามต้องแดด CR พี่ติ่ง

 

ในที่สุดก็ถึงเมือง El Calafate จนได้ เมืองนี้ดูเป็นเมืองปีนเขาที่ไฮโซ มีสีสัน ร้านค้า ร้านอาหารเพียบ หาที่แลกเงินกันสนุกสนาน หลายๆ ที่บอกว่า ต้องรอเพราะไม่มีเงินจะให้แลกแล้ว โห คนเยอะขนาดนั้น

 

มื้อเย็นมื้อนี้ ฟินค่าาาา กับร้านเนื้อ มีแกะหมุนๆ อยู่หน้าร้าน ตอนแรกว่าจะไปกินด้วยกันกับพี่โป้ง พี่หญิง แต่หลุดกันไปมา ขณะที่เรายืนมองเมนูกันอยู่หน้าร้าน ตี่ก็เดินออกมาเชิญ แล้วแก๊งไอติมก็รวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย โอ้วววว

 

ที่พักที่นี่ ออกแนว Hostel มีพื้นที่ส่วนกลางให้นั่งเล่นกัน 2 โซน วันนี้พี่กั้งเลยมีเพื่อนร่วมดื่มไวน์เยอะ เพราะส่วนใหญ่ออกมานั่งเล่น Wifi กัน และมีน้องหมามาคอยชวนทุกคนเล่นอยู่ตลอดเวลา

 

จบที่ประเทศชิลี กับเมืองหลวง และ ฝั่งใต้สุดของชิลีในแถบปาตาโกเนีย 2 บรรยากาศที่แตกต่าง ชอบทุกเมืองเลย โดยเฉพาะเมืองต่างจังหวัด 555

 

ติดตามตอนต่อไปกับประเทศอาร์เจนติน่าจ้าาา

 

ทริปเที่ยวยาวๆ ไปกับทัวร์ 24 วัน 5 ประเทศ ตอนที่แล้วเราเล่าถึงประเทศเเปรู จนข้ามแดนมายังโบลิเวียจ้า

6 เมษายน

เราแตะโบลิเวียกันไปแล้วเมืองนึงที่หาดโคปาคาบานา กับ ทะเลสาปติติกากาทั้งสองฝั่งประเทศ เปรูและโบลิเวีย วันนี้เราจะมุ่งไปสู่เมืองลาปาส ที่นี่เค้าสะกด Titicaca นะคะ นั่งรถกันยาววววววอีกหนึ่งวัน ผ่านภูมิประเทศแบบทะเลสาป ชมเทือกเขาราชันกันจนจุใจ มีนั่งเรือข้ามฟากส่วนที่แบ่งแยกทะเลสาปติติกากา กับติติกากาน้อยด้วย คนไปลำนึง รถไปลำนึง อารมณ์คล้ายแพขนต์เมืองกาญจน์ช่วงน้ำตกแม่ห้วยขมิ้น แต่ดูทันสมัยกว่า อ้อ ที่นี่ ห้องน้ำมีฝั่งตรงข้ามนะ ข้ามไปก่อน แล้วค่อยวิ่งไปเข้าห้องน้ำรอรถ

เงินโบลิเวีย

เงินโบลิเวีย

หญิงโบลีเวีย ขายดอกไม้สด CR พี่ปุ๊

หญิงโบลีเวีย ขายดอกไม้สด CR พี่ปุ๊

จุดข้ามเรือของคนและรถ มองเห็นลาปาสอยู่ไกลๆ

จุดข้ามเรือของคนและรถ มองเห็นลาปาสอยู่ไกลๆ

 

เข้าสู่พื้นที่บนที่ราบสูงกับระดับความสูงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ออกแนวทุ่งหญ้าแห้งๆ และแห้งแล้งซะมากกก ทานข้าวกลางวันระหว่างทาง เจอคนไทยที่มาเที่ยวกับทัวร์จากอเมริกาด้วย ว้าวววว เป็นครั้งแรกที่เจอคนไทยในโบลิเวีย ตื่นเต้นนนน (คนไทยอาศัยอยู๋ในอเมริกาจ้า)

 

ไปชมอารยธรรมติวานาคู Tiwanaku เทียบเท่ากับเมโสโปเตเมีย ประมาณ 12,000 ปี เก่าแก่มากกก แต่ดูใหม่มากก หินตัดได้เรียบคม แบบปิรามิดอียิปต์ยังอายยยย แม้จะเห็นแต่ฐานเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ก็ดูออกถึงความยิ่งใหญ่ในยุคสมัยนั้น มีบ่อน้ำที่มีรูปหน้าคนอีกกว่า 157 หน้า ดูเก๋ดี บริเวณห้องกว้าง คล้ายห้องทำพิธีมีจุดที่จะได้ยินเสียงจากคนที่ยืนอยู่ด้านนอกจุดหนึ่งด้วย คล้ายว่า สำหรับให้กระซิบบอกข้อมูลต่างๆ กับคนข้างในได้ โดยที่ถ้าหลุดจากบริเวณที่กำหนดก็จะไม่ได้ยิน โอ๊ตก็วิ่งไปสาธิต พูดให้เราฟัง แล้วก็วิ่งกลับมาขอให้มีคนไปวิ่งให้เค้าฟังบ้างง เงียบบบ ไม่มีใครเสียสละ 555

 

อารยธรรมโบราณ

อารยธรรมโบราณ

เทพมาชาปาชา

เทพมาชาปาชา

 

 

ชมพิพิธภัณฑ์ที่มีคอนโดขนาดใหญ่ สร้างไว้เหมือนเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจ รายละเอียดต่างๆ บ่งบอกถึงฐานะ แต่ลายที่สลักลงบนหินคล้ายอักษรภาษาคอมพิวเตอร์เลย คือเป็น format ที่นี่เค้าห้ามถ่ายรูปค่าาา จากนั้นก็ปุเลงๆ กันเข้าไปยังตัวเมืองลาปาส ที่ว่ากันว่า เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของโบลิเวีย เรียกได้ว่า เป็นที่เรียกให้สเปนเข้ามาเลย เพราะมีทองคำเยอะะะะะะ แม่น้ำสายสำคัญเต็มไปด้วยแร่ทองคำ  แวะชมวิวเมืองที่จุดชมวิว เค้ามีกระเช้าจากข้างล่างขึ้นมาด้านบนด้วย มองไปมีแต่งหลังคาสีแดงแน่นขนัดโอบล้อมด้วยภูเขาซึ่งก็มีบ้านแน่นขนัดอีกเช่นกัน ที่นี่คนรวยอยู่ด้านล่างซึ่งอากาศจะอบอุ่นกว่า คนจนอยู่ด้านบนจ้า

จุดชมวิวของลาปาส

จุดชมวิวของลาปาส

 

 

เราเดินเล่นที่ตลาดแม่มดกันวันนั้นเลย มีของหลากหลาย น่าสนใจดี เหมาะสำหรับการยืนมอง เพราะคงไม่ได้ใช้ ไม่ได้ซื้อ บรรดาของทำเสน่ห์ทั้งหลาย เหอ เหอ

ของทำสเน่ห์

ของทำสเน่ห์

ลามะน้อย

ลามะน้อย

 

มื้อเย็นวันนี้ เราได้ทานอาหารไทยจ้า แต่ดูคล้ายอาหารอินเดียชอบกล แต่รสชาติก็ใช้ได้เลยนะ เจริญอาหารพอสมควรที่นี่ แต่คนอื่นๆ บ่นกันอุบกับอาหารที่โบลิเวีย Land ของโบลิเวีย แวะมาทักทาย ต้อนรับ และให้ของที่ระลึกด้วย เป็นกระเป๋าผ้าแบบชาวเขาบ้านเรา แต่มีติดเครื่องดนตรีบ้าง ลามะบ้าง แล้วแต่แบบ ของเรา พี่สาวหยิบเปลี่ยนไปทันที ไม่มีขอให้ยุ่งยาก

 

โรงแรมที่เมืองลาปาส wifi ดีมากกก อาจจะทิ้งทวนให้ก่อนที่เราจะเริ่มเข้าสู่แดนสนธยาในอีกวันสองวัน

 

7 เมษายน

เช้านี้ เที่ยวแพะเมืองผีของลาปาส Valley De Laluna แต่ใหญ่ และหนาแน่น พร้อมต้นตะบองเพชรหลากหลายพันธ์ ถ้ามีเวลาได้เดินดูรอบๆ ฟังบรรยาย คงอิ่มเอมมากกกก สำหรับครั้งนี้เราเน้นถ่ายรูปค่าาา หามุมกันเข้าไป  จากนั้นมุ่งไปสนามบิน กับสายการบิน Amazonas บินภายในสู่ Uyuni จุดมุ่งหมายสำคัญอีกที่นึงของทริปนี้ ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ถึงเมืองนี้เวลา 14.15 น. เดินไปนั่งรถ 4 WD 1 ใน 7 คันที่จะอยู๋กับคุณไปตลอดทริปที่นี่ คันละ 3-4 คน เราได้คันที่ 6 สมาชิก 4 คน คือ 3 ก และ 1 อ (1 ก ชื่อจริงก็ได้อยู๋นะ) ไปแวะตลาดให้ได้ซ์้อเสบียงที่ต้องการ เพราะจากนี้จะไม่มีร้านค้าอีกแล้วววว เมืองนี้น่ารักนะ มีมุมคล้าย New England ด้วย เป็นจตุรัสเล็กๆ กลางเมือง ท่ามกลางต้นไม้เปลี่ยนสี

Valley De La Luna, Lapaz, Bolivia

Valley De La Luna, Lapaz, Bolivia

 

Our Jeep CR พี่กั้ง

Our Jeep CR พี่กั้ง

 

 

แวะไปถ่ายรูปเล่นกันที่สุสานรถไฟ หรือ รถไฟสายแรก ขบวนแรกที่ทำขึ้นมาเพื่อเข้ามายังโบลิเวีย โดยชาวสเปน ตอนแรกก็คิด อะไร ให้มาดูซากรถไฟ แต่พอมาถึง ก็หามุมถ่ายรูปกันได้อย่างสนุกสนาน เท่ๆ กันทั้งนั้น ฟ้าใส ทรายสุดลูกตา มี Subject มีภาพ graffiti ก็สุดยอดเลย

สุสานรถไฟ CR พี่กั้ง

สุสานรถไฟ CR พี่กั้ง

 

 

จากนั้นพุ่งไปยังโรงแรมใกล้ทะเลเกลือทำจากเกลือแห่งแรกของทริปนี้ คือ Cristal Samana เข้าปุ๊บออกปั็บ เพื่อไปดูแสงเย็นกับเทะเลเกลือเป็นครั้งแรก สุดประทับใจ

แสงยามเย็นของทะเลเกลือ CR พี่ปุ๊

แสงยามเย็นของทะเลเกลือ CR พี่ปุ๊

 

 

แถมตกกลางคืนยังออกมาลิ้มลองอากาศหนาวๆ ลมแรงๆ ชมทางช้างเผือกที่ไม่ได้มองเห็นมานานนนนมากกกกกก (เคยเห็นตอนไหนน้าาาา) ได้ฟังบรรยายวิชาการว่าด้วยเรื่องดวงดาวจากท่านโอ๊ต และไปก่อกวน เอ้ย ไปขอวิ่งผ่านกล้องกับเหล่าพี่ๆ เล่นกล้องทั้งหลายที่ถ่ายรูปอย่างสงบกันอีกมุมหนึ่ง ได้เล่นไฟ วาดไฟฉายกันด้วย สนุกดี

แสงยามค่ำคืนกลางทะเลเกลือ CR พี่ปุ๊

แสงยามค่ำคืนกลางทะเลเกลือ CR พี่ปุ๊

 

 

 

8 เมษายน

ตลอดเส้นทางของวันนี้ ถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่คิดว่าจะได้ไปเจอ และ เป็นมุมมหาชน มุมดึงดูดใจที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันใดเมื่อได้เห็นบรรยากาศและวิวของที่นี่ กับทะเลเกลือ แห่ง Uyuni วันนี้ขอบรรยายกันด้วยภาพล้วนๆ เลยค่ะ

 

ทัั้งทะเลเกลือแบบแห้งๆ ทะเลเกลือแบบยังมีน้ำให้เห็นเงาสะท้อน เคาะใต้ทะเลเกลือให้เห็นว่าข้างใต้มีผลึก มีแร่ธาตุอะไรอยู่บ้าง นอกจากนี้เรายังแวะจุดที่เคยเป็นโรงแรมกลางทะเลเกลือแต่ถูกสั่งปิดไปแล้ว เพราะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ มีป้ายสัญลักษณ์ที่ทำไว้ช่วงที่มีการแข่งรถด้วย

ทะเลเกลือแบบมีน้ำ CR พี่ปุ๊

ทะเลเกลือแบบมีน้ำ CR พี่ปุ๊

ทะเลเกลือแห้งสนิท CR พี่ติ่ง

ทะเลเกลือแห้งสนิท CR พี่ติ่ง

Dakar Bolivia

Dakar Bolivia

 

 

อีกทั้งเดินไปชมถ้ำที่มีศพบูชายันต์ ณ หมู่บ้าน  Coquesa แบบ มีทุกฐานันดรเลย ผ่านทุ่งคีนัว พืชสุดแสนจะมีคุณค่า ทานกันทุกวันในรูปแบบซุป เจ้าลามะฝูงเบ้อเร้อที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ เกาะปลา หรือPescado Island ที่มองไกลๆ คล้ายเป็นรูปปลา บนเกาะเต็มไปด้วยต้นตะบองเพชรชนาดใหญ่ สูงกว่าเราทั้งนั้น อายุไม่ต่ำกว่าพันปี บางต้นก็ตายแล้วเห็นเนื้อในเป็นแผ่นไม้ที่เอามาทำประตูโรงแรมด้วย เกาะปลาสวยมากกกก เสียดายมีเวลาน้อย เพราะจะต้องไปต่อ รีบปีนขึ้นปีลงภายในเวลา 30 นาที เล่นเอาหอบแฮกกันเลยทีเดียว แวะเที่ยวตอนเย็นเป็นเวลาที่ดีจ้า แสงสวย ปิดท้ายด้วย ถ้ำหินงอกหินย้อยที่เกิดมาจากลาวาภูเขาไฟ แต่เป็นสีขาวแฮะ ต้องสวมหมวกกันน็อคกันหัวกระแทก แบ่งเป็น 2 กลุ่ม เห็นว่ากลุ่มแรกชนกันโครมคราม เราอยู่กลุ่ม 2 เดินกันตัวปลิวเลย

ทุ่งคินัว ทางเดินไปชมถ้ำมัมมี่ CR พี่ติ่ง

ทุ่งคินัว ทางเดินไปชมถ้ำมัมมี่ CR พี่ติ่ง

ใต้ทะเลเกลือ CR พี่กั้ง

ใต้ทะเลเกลือ CR พี่กั้ง

เกาะปลา

เกาะปลา

 

ภูเขาไฟ Tunupa

ภูเขาไฟ Tunupa

 

วันนี้ถ่ายรูปเล่นกันเยอะมาก ไกด์ท้องถิ่นเอาของเล่นมาให้ถ่ายคู่กับทะเลาทรายขาวเพียบ ทั้งเทพเจ้า ไดโนเสาร์ บรูซลี ถ้วยก๋วยเตี่ยว กระดิ่งกลอง … ถ่ายกันสนุกสนานเลยสำหรับคนชอบแอ๊คท่าทั้งหลาย แต่สำหรับช่างภาพที่ชอบถ่ายวิวแล้ว คงบอกว่า พวกนี่มันทำอารายกานนน

บูชาเทพเจ้า CR พี่กั้ง

บูชาเทพเจ้า CR พี่กั้ง

 

 

ที่นี่ วันนี้ หลายๆ คนเริ่มออกอากาศแพ้ความสูง เนื่องจากหยุดยากันแล้ว เพราะทานกันมาเรื่อยๆ จนขึ้นมาถึงเกือบ 5000 เมตร แต่ไม่ค่ะ คนแพ้ก็ยังคงแพ้ หนึ่งในนั้นคือพี่สาวคนโต แพ้ซะไม่เหลือดีเลย เหอ เหอ ส่วนเราไม่เป็นอะไร ยังคงโดด อย่างสะใจ ถ่ายรูปอย่างเมามัน

 

9 เมษายน

เดินไปชมกับโบราณสถานใกล้โรงแรม จากนั้นลุยกันต่อในทะเลเกลือ แต่สีไม่ค่อยขาวล่ะ ค่อนไปทางดำ มุ่งสู่ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟอีกต่างหาก เจอปะการังลาวาเป็นสวนๆ เลย ปีนป่ายกันไป ระวังด้วยนะ มันบาดดดดดดดมากกก ปุเลงๆ ต่อไปก็เป็นกองหินรูปร่างแปลกตาอีกเช่นกัน เราแวะนั่งทานข้าวกลางวันกันที่นี่ ตั้งโต๊ะกันกลางแดด นั่งสู้แดดบ้าง กางร่มบ้าง หนีไปหลบใต้หินบ้างตามอัธยาศัย แต่ขอบอกว่า เค้ามีไวน์เสิร์ฟด้วยค่ะ สุดยอดดดดด

หินปะการังภูเขาไฟ

หินปะการังภูเขาไฟ

เหล่าช่างภาพ กำลังชมวิวภูเขาไฟที่ยัง Active

เหล่าช่างภาพ กำลังชมวิวภูเขาไฟที่ยัง Active

 

 

อิ่มแล้วก็ไปเดินสำรวจเล่นกับนายโอ๊ต  จริงๆ คือ ฆ่าเวลารอเค้าเก็บโต๊ะนั่นแหละ เจอหินรูปแปลกตาเยอะ ทั้งรูปสัตว์ รูปสถานที่จำลอง และ ไลเคนสีเขียวสดที่เรียกร้องความสนใจจากช่างภาพได้เป็นอย่างดี

กลางทะเลทรายโบลิเวีย CR พี่ติ่ง

กลางทะเลทรายโบลิเวีย CR พี่ติ่ง

 

 

ต่อจากนั้น ก็เปลี่ยนบรรยากาศมาชม Lagoon กันบ้าง Lagoon ที่ 1 ฟลามิงโก้อยู่ใกล้มากกก ไม่กลัวคนเลย ขนาดไล่เพื่อจะให้บิน ยังไม่ค่อยจะยอมไป รอบๆ เป็นเกลืออีกเช่นเคย บางส่วนก็ยวบๆ ด้วย เล่นเอารองเท้าเละเลย Lagoon ที่ 2 มีป้ายห้ามสารพัด สรุปคือ มันเป็นพิษจ้า แต่ฟลามิงโก้กินดื่มได้ Lagoon ที่ 3 ที่นี่ไม่มีฟลามิงโก้เลย เพราะไม่มีอาหารมั้ง แต่รูปร่างสวยดี คล้ายรูปหัวใจ ลมแรงมากกกกกกกกกก ลงไปแทบปลิว ฟลามิงโกที่นี่ ดูไม่ค่อยอลังการ สีค่อนข้างซีด ไม่ใช่พันธ์ที่มีสีชมพูจัดๆ พี่ภาบอก ต้องไปแอฟริกา ค่ะ พี่ภา สักวันค่ะ สักวัน

ฟลามิงโก้

ฟลามิงโก้

ที่พักคืนนี่ มีเชฟคอยให้บริการด้วย เค้าอบขนมปังสำหรับมื้อเช้า แต่เราก็ขอกินกันทุกคน อร่อยมากกกกก อาหารอร่อยดี ไม่มี Wifi นะคะ แหม มีที่พักให้ก็ดีเลิศแล้วค้า

 

10 เมษายน

เมื่อคืนหน้าวววมากกกกก เครื่องทำความร้อนก็ทำงานถึงแค่ 4 ทุ่ม เราก็ต้องลุกมาใส่อุปกรณ์เพิ่ม ตะลุยกันต่อที่ระดับความสูง 4 – 5 พันเมตรจากน้ำทะเล จุดแรกคือ ต้นไม้รูปหิน เกิดจากแรงลม ส่วนฐานค่อยๆ คอดไปเรื่อยๆ คาดว่า อีกพันๆ ปีอาจโค่นได้ (อันนี้พูดเองจ้า) หินอื่นๆ ก็รูปร่างแตกต่างกันไป เห็นฝรั่งไปปีนถ่ายรูปกันใหญ่ เราก็ได้แต่มองงง มันสูงอ่ะ ปีนยังไงฟะ ข่าววว่าตอนนี้ 0 องศา ลมแรง เย็นแต่แดดจัดดดดด

 

มุ่งสู่ Red Lagoon ที่สมควรจะเป็นไฮไลท์ของเหล่าฟลามิงโก้นับหมื่นๆ ตัว แต่ปีนี้ เดือนนี้ มันบินไหนกันหมดดด เหลืออยู่หลักพันละมั้ง แต่ตัว Lagoon ก็เป็นสีแดงดีน้า เกิดจากแร่ธาติ ตัดกับสีเกลือรอบๆ ได้ สวยงามอยู่

Red Lagoon พี่ติ่ง

Red Lagoon พี่ติ่ง

ฝูงฟลามิงโก้  Laguna Colorada ทะเลสาปแดง  CR พี่ติ่ง

ฝูงฟลามิงโก้ Laguna Colorada ทะเลสาปแดง CR พี่ติ่ง

CR พี่ติ่ง

CR พี่ติ่ง

 

 

บ่อน้ำพุร้อน Sol De Manana ไอพุ่งออกมา สร้างความตื่นเต้นให้ทุกคน กอปรกับลมแรง เล่นถ่ายรูปเหมือนเมืองลับแลได้เลย กลิ่นกำมะถันเด่นชัดมากกก อ้อ ระวังกล้อง แว่นเป็นคราบนะคร้าบบบ ให้รีบเช็ดซะ ก่อนจะเช็ดไม่ออก มีบ่อโคลนเดือดด้วย

 

ลืมเล่าไป ตลอดช่วงที่อยู่ Uyuni ห้องน้ำจะค่อนข้างน้อย พึ่งห้องน้ำธรรมชาติกันค่อนข้างบ่อยค้าาาาา หุหุ

 

แวะไปแช่น้ำร้อนที่ระดับความสูง 4,000 เมตรกันค้า เก๋ไก๋กิ๊บกิ้ว ยากนักที่จะทำ แช่ไปมองวิวเจ้าฟลามิงโก้ 1 ตัวไป พร้อมกับท้องฟ้ากว้าง และทะเลทราย มีสมาชิกลงกันอยู่ 4 คน ได้แก่ โอ๊ต ตี่ พี่สาว และตนเอง ค่าบริการ 6 โบลิวินอส (สะกดถูกไหมนี่) โอ๊ตว่า นี่เป็นจำนวนคนที่ลงเยอะที่สุดแล้วว แต่คงเพราะก่อนหน้านี้มีเวลาน้อย และ หนาวกว่านี้ด้วยมั้ง น้ำอุ่นๆ ไม่ได้ร้อนมากกก แต่ก็สบาย ขำดี เพราะคนข้างบนก็เสื้อหนาวเต็มยศ พวกข้างล่างก็เสื้อตัว กางเกงตัว แต่ฝรั่งใส่บิกินนี่นะ

 

ทานข้าวกันที่พักแช่น้ำนั่นแหละ เป็นแฮมเบอร์เกอร์จ้า พอกลุ่มทานเสร็จปุ๊บ คนขับรถก็มาทานกัน เร็วมากกกก เราเดินไปเข้าห้องน้ำกลับมา เค้าเก็บเสร็จแล้วอ่ะ

 

วันนี้ยังมีอีก 1 Lagoon คือ ลากูนสีเขียว มองดูนึกว่าเป็นน้ำแข็ง แต่เป็นน้ำค้าาา มีเกลือลอยอยู่เป็นริ้วๆ สวยมากกกกกก แต่ก็เป็นพิษอีกแล้ว คราวนี้เห็นว่าเป็นสารหนูนะ เราจะโบกมือลาโบลิเวียกันแล้วนะ ต้องไปข้ามแดนแล้ว ปั็มๆ ยื่นเอกสาร 2 โต๊ะ เป็นอันจบพิธี แต่ต้องเปลี่ยนรถนะคร้าบบบบ คราวนี้เป็นรถใหญ่ขนคน และ รถขนของพร้อมคนอีกนิดหน่อย คราวนี้ 3 ก 1 อ อีกเช่นเคย แต่เป็นพี่แอ๊นจ้า อะไรที่มาจากโบลิเวียนี่ ชิลีจะระวังมากกกกก รถยังไม่ให้ข้ามมาเลยยยย วิ่งกันไปอีกสักพักเลยนะ กว่าจะไปถึงด่านเข้าเมืองของชิลิ ณ เหมือง Atacama เป็นเมืองที่โทมินจุน แห่ง You Who Came From The Star กล่าวไว้ว่า เป็นที่ที่ดูดาวได้สวยที่สุดในโลก และเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังต่างดาวอีกหลายเรื่องเพราะภูมิประเทศที่แปลกกก เท่าที่ดูจากโปสเตอร์ก็คล้ายๆ กับ ที่ Uyuni นะ แต่เนื่องจากคำบอกเล่าของโทมินจุน เราอยากไปปปปปปปปป 5555

along the way in desert CR พี่ติ่ง

along the way in desert CR พี่ติ่ง

Green Lagoon CR พี่ติ่ง

Green Lagoon CR พี่ติ่ง

 

 

เดินเล่นใน Atacama พร้อมแลกเงินเป็นเปโซชิลีกัน เมืองน่ารักมากกก เจริญ มีร้านอาหารเยอะอยู่ เป็น Hub ใหญ่สำหรับคนชอบท่องเที่ยวแนวนี้เลย ใครมีโอกาสช่วยเที่ยวที่นี่แล้วมาเล่าให้้ฟังด้วยนะคะะะะะ  จากเมืองนี้ เรามุ่งไปสนามบินที่ห่างออกไปชั่วโมงกว่าๆ เพื่อขึ้นเครื่องบิน สายการบิน Sky Airline ดูมีปัญหาในการ Check in บ้าง เรื่องน้ำหนัก และความล่าช้าในการทำงาน บินไปเกือบ 2 ชั่วโมง ก็ถึง ซันดิอาโก เมืองหลวงของประเทศชิลิ นั่งรถแท็กซี่มาที่โรงแรม Ibis Hotel ซึ่งอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน และ Bus Terminal มากกกก คึกคักจริงๆ บริเวณนี้ แต่นอนจ้านอนน จาเที่ยงเคืนแล้ว ยังไม่ได้เข้าห้องเลย

 

ติดตามตอนต่อไปนะคะ กับเที่ยวในชิลี

เราบินจากกทม – อัมสเตอร์ดัม และได้พัก 1 คืนที่โรงแรมในสนามบินอัมสเตอร์ดัมเลย รุ่งเช้าถึงบินจาก อัมสเตอร์ดัม ไป ลิมา ประเทศเปรู นอนพักก่อนอีก 1 คืน เตรียมเที่ยวในวันต่อไป

 

31 มีนาคม

ยังไม่ทันได้สำรวจตัวเมืองลิมา ก็ต้องเดินทางออกไปกันซะแล้ว ตัวเมืองมีส่วนที่ทันสมัย มีพื้นที่ติดทะเล บางช่วงเป็นหน้าผา เห็นคนวิ่งออกกำลังกายตลอดแนววว วันนี้เรามุ่งไป HiLight ของเปรู ที่ใครๆ ก็ต้องไม่พลาด นั่นคือ กลุ่มลายเส้น Nazca Line ไปขึ้นเครื่องกันที่เมือง Pisco ที่เราพักทานข้าวกลางวันกันด้วย เดิมคิดว่า จะได้ย่อยก่อนขึ้นเครื่อง ปรากฎจากหร้านอาหารไปที่ขึ้นเครื่องบินเล็ก ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที ณ สนามบิน Aerodiana (www.aerodiana.com.pe) ทำทุกอย่างจำลองเหมือนกันลังจะขึ้นเครื่องบินจริงๆ เราได้เครื่องบินเล็กขนาด 12 ที่นั่งผู้โดยสาร แบ่งลูกทัวร์ออกเป็น 2 กลุ่มจ้า หมายเลข 1 – 12 ลำนึง 13-24 อีกลำนึง ส่วนไกด์คนไทยอีก 2 คน ขึ้นลำถัดไปอีกร่วมกับทัวร์อื่น

Nazca Line and The Ticket CR พี่กั้ง

Nazca Line and The Ticket CR พี่กั้ง

 

 

เมื่อแรกที่บินขึ้น เราก็ชมวิวกันด้วยความตื่นตาตื่นใจ ภูมิประเทศสวยงาม แปลกตา ทะเล ทะเลทราย ท้องฟ้า ลายเมฆ จนมาถึงบริเวณลายเส้นที่จะโฉบวนให้ดูกันข้างละครั้งถึงสองครั้ง แต่ลายแรกๆ โฉบวนให้ดูถึง 3 ครั้งแน่ะ ซ้ายที ขวาที ขอโทษนะคะ เริ่มมึน เริ่มมีอาการกันเป็นแถวๆๆ แม้จะตื่นเต้นเวลาเค้าบอกจุด บอกตำแหน่ง Under The Wing ก็ตาม ก็พยายามมองตามนะ เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ถ่ายภาพมามั่วๆ ก็เห็นบ้างไม่เห็นบ้างเช่นกัน แต่ที่แน่ๆ พี่สาวคนโตหลับตาสนิท นั่งนิ่งเชียววว แต่มือทำงานดีมากกก ระบายท้องตัวเองเป็นที่เรียบร้อย

ลายวาฬ ถูกตัดด้วยถนนเบย CR พี่ติ่ง

ลายวาฬ ถูกตัดด้วยถนนเบย CR พี่ติ่ง

 

 

ลายเด่นๆ ที่เห็นได้ชั้นคือ เจ้าตัว Astronaut หรือ มนุษย์อวกาศ แต่ดูยังไง เค้าก็ว่า E.T. น่าจะเหมาะกว่า นอนอยู่บนเขา เอียงนิดๆ เลยเห็นชัวร์ Manos (Hands) รูปมือของตัวอะไรสักอย่าง ก็ชัดดี อยู่ข้างๆ กับ Arbol (Tree) Condor ก็ว่าเห็น Humming Bird ยิ่งชัดใหญ่ Parrot ก็จัดเต็ม แต่ที่เจ็บใจคือ มีลายวาฬอยู่ตัดด้วยเส้นถนนด้วย ทำไมเราถึงไม่ขับไปตรงนั้น จะได้ลงไปดูลายเส้นว่าหน้าตามันเป็นยังไง เดิมเคยขับผ่านเพื่อไปขึ้นเครื่องบินอีกที่ที่แถวนั้นเลย แต่ใช้เวลาขับรถร่วม 6 ชั่วโมง เค้าเปิดสนามบินใหม่แถวนี้จากลิมามาแค่ 4 ชั่วโมงเลยมาที่นี่แทน แต่ผลก็คือ เราต้องบินไปกลับร่วม 1ชั่วโมง + 15 นาทีที่ำให้ทุกคนสลบเหมือดดดด ชั่งน้ำหนักเอาละกันค่ะ

 

ถามว่า ประทับใจไหม อืมม มันก็แปลกดีนะ แต่จะให้ขึ้นอึกครั้ง คงคิดหนักกกกกก

 

ว่าแล้วไปสลบกันต่อบนรถบัส มุ่งไป  Huayca China Oasis โอเอซิสที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง เป็นเมืองเล็กโอบล้อมด้วยสันทราย ทะเลทรายขนาดใหญ่ ใครมีเวลาขอให้มาเลย มาขับ 4WD มาเล่นบอร์ด แต่ที่ว่ามาเราไม่ได้ทำสักอย่าง ได้แค่เดินย่ำๆๆๆๆๆๆ ขึ้นไปเกือบถึงสันทรายสูงสุด ชมพระอาทิตย์ยามเย็นอย่างสงบสุข สวยนะ ได้บรรยากาศดี

Huayca China Oasis CR พี่กั้ง

Huayca China Oasis CR พี่กั้ง

แสงสุดท้าย ณ โอเอซิส CR พี่ติ่ง

แสงสุดท้าย ณ โอเอซิส CR พี่ติ่ง

 

 

อาหารเปรู ยังทานกันไม่ค่อยลงนัก น่าจะยังปรับตัว ปรับเวลากันไม่ค่อยได้ รสชาติเลยไม่ค่อยประทับใจ แต่ก็มีเมนูคล้ายยำให้ถูกปากกันบ้าง เรียกว่า เชบิเช่ เบื่อยังไง ก็ต้องกินเมนูนี้ช่วยเพิ่มรสชาติล่ะ

 

คืนนี้เราพักกันที่ โรงแรมกลางทะเลทราย ชื่อโรงแรม Las Dunas ประหนึ่งโอเอซิสกลางทะเลทรายเลยค่ะ ตัวบ้านเป็นสีขาว หลังคาน้ำเงิน หญ้าสีเขียวสด ต้นไม้ใหญ่และบึงน้ำ ห้องใหญ่กว้างขวาง มีถึง 3 เตียง แต่ก็นอนกันแค่ 2 คนนะคะ

 

1 เมษายน

 

มุ่งไปเกาะ Isla Ballestas เป็นเกาะที่มีสัตว์หลากหลายชนิด แต่มีการทำกิจการเก็บขี้นกกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ประมาณเดียวกับรังนกนางแอ่นเลยนะ เข้าไปใกล้ กลิ่นค่อนข้างชัดเลย ส่วนใหญ่เป็นกกาน้ำ กับ นกนางนวล นอกจากนี้ยังมีฝูงแมวน้ำขนาดใหญ่นอนอยู่ตามหาดหินและก้อนหิน ได้เห็นแม่ลูกแมวน้ำสอนว่ายน้ำกันด้วย น่ารักจริงๆ เจ้านกแพนกวินตัวเล็กหน้าตาคุ้นเคยก็มีกับเค้าด้วย แต่เหมือนจะหลงๆ เพราะมีน้อยมากกก เพื่อนๆ ยังมาไม่ถึง หรือไปกันบ้างแล้วก็ไม่รู้ ที่นี่ เรานิ่งเงียบเพื่อฟังเสียงเหล่าแมวน้ำกู่ร้องด้วย ส่งเสียงกันใหญ่เลย

Isla Ballestas

Isla Ballestas

Landing Pelicans CR พี่ปุ๊

Landing Pelicans CR พี่ปุ๊

แม่ลูกสอนว่ายน้ำ CR พี่ปุ๊

แม่ลูกสอนว่ายน้ำ CR พี่ปุ๊

แมวน้ำอาบแดด CR พี่ติ่ง

แมวน้ำอาบแดด CR พี่ติ่ง

 

 

แวะไปชมวิธีการทำเหล้าท้องถิ่น Pasco ที่นี่เค้านิยมกันมากกก เป็นส่วนผสมของค๊อกเทลหลายๆ ชนิดเลย ที่โรงแรมคืนแรกก็มีให้ลอง เป็น Welcome Drink แต่ไม่ได้ชิมแฮะ เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีองุ่นปลูกเพียบ ตัวโรงงานเหมือนจะรักษาความสะอาดอย่างยิ่งยวด แต่แมลงวันก็เพียบ ทางเข้าขนองุ่นก็ปกติ ชมโรงงานเสร็จก็มีให้ชิม ชิมกันไปหลายอยู่ แต่ไม่มีใครซื้อสักคน แหม วันแรก ใครจะแบกละคะะะะะ

 

ทำเวลารีบไป San Francisco Church and Convent ในตัวเมือง Lima กันอีกครั้งนึง โบสถ์นี้โดดเด่นด้วยห้องเก็บกระดูกใต้ดินที่มีจำนวนมากมายมหาศาลเนื่องจากเป็นโบสถ์แรกๆ และด้วยความเชื่อที่ว่า อยากใกล้ชิดพระเจ้าต้องเอามาฝังที่นี่ ปกติเราจะเห็นฝังเป็นคนแต่ละคน แต่ที่นี้รวมๆ กันไว้ แยกเป็นส่วนๆ ส่วนขา ส่วนแขน ส่วนศีรษะ แต่ปัจจุบันไม่รับเพิ่มแล้วววว แค่นี้ก็ไม่พอแล้ว จังหวะที่เราอยู่ห้องใต้ดิน ด้านบนก็มีเสียงร้องเพลงด้วย มันหวิววววดีแท้ ด้านบนก็สวยงามนะ โดยเฉพาะในส่วนห้องสมุดเก่าแก่ สวยมากกกกก เป็นราวเหล็ก ชั้นไม้ ภาพรวมดูเป็นสีขาวดำ เสียดายเค้าห้ามถ่ายรูป ลายกระเบื้องก็ดูคลาสิคมากกกก

 

ออกจากโบสถ์ก็ไปเดินเล่นที่จตรัส Plaza De Mayor ล้อมรอบด้วยตึกราชการ มีทหารเปลี่ยนเวรยามพอดี ก็แวบไปดู ไม่ได้อลังการมากขนาดนั้น จริงๆ มีถนน shopping ช่วงเดินไปทานข้าวที่ร้านอาหารจีนด้วย ก็ประมาณเยาวราชบ้านเรานั่นแหละ แต่เวลาน้อย ก็แค่มองๆ มื้อนี้กินได้ปกติบ้างแล้วล่ะ

Plaza De Amas, Lima, Peru CR พี่ติ่ง

Plaza De Amas, Lima, Peru CR พี่ติ่ง

โบสถ์หนึ่งใน Plaza De Amas, Lima, Peru CR พี่ติ่ง

โบสถ์หนึ่งใน Plaza De Amas, Lima, Peru CR พี่ติ่ง

 

 

2 เมษายน

 

ย้ายเมืองอีกแล้วจ้า คราวนี้ด้วยสายการบิน Peruvian มาถึงเมือง Cusco  ด้วยระดับความสูง 3000++ ก็โดนเตือนเรื่องแพ้ความสูงกันอีกเช่นเคย ให้ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ทำกิจกรรม ไปยื่นวีซ่าเข้าโบลิเวียกันก่อน ยื่นแป๊บเดียว แต่ต่อคิวรอเข้าห้องน้ำกันนานมากกก เข้ากันได้ไม่หมด แบบว่า พอทำเรื่องเสร็จปุ๊บ เค้าก็ไล่เรากลับปั๊บเลย

 

Temple of Sun โบสถ์ที่สวย มีซากกำแพงโบราณที่เอียงทำมุมกับพื้นโลกด้วย ด้านหลังเป็นสวนกุหลาบย่อมๆ เห็นวิวเมืองล้อมด้วยภูเขา

Temple of Sun, Cusco, Peru

Temple of Sun, Cusco, Peru

A View at Temple of Sun, Cusco, Peru

A View at Temple of Sun, Cusco, Peru

 

 

จากนั้น นั่งรถปุเลงๆ ไปทานข้าวกลางวัน ริมแม่น้ำ กลางหุบเขา พร้อมฟังดนตรี World Music จากชาวพื้นเมือง ได้ทานบุฟเฟ่เป็นเนื้ออัลปาก้า ขอบอกว่า เนื้อดิบอร่อยคับ หุหุ แล้วก็มีตัวอัลปาก้าตัวจริง เลี้ยงไว้เดินเล่นอยู่ด้านล่างด้วย เอ่อ…

 

เที่ยวชม หุบเขา Moray เป็นที่เพาะพันธ์ต้นไม้ให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมตามที่เค้าต้องการได้ ที่ต่ำอุณภูมิอุ่นๆ ที่สูงจะเย็นๆ มองดูเป็นทางวนๆ ดูมีระเบียบดีแท้

Moray CR พี่ติ่ง

Moray CR พี่ติ่ง

 

 

ไปเดินเล่นที่เหมืองเกลือกลางหุบเขา จอดให้ชมวิวมุมบนก่อน ลมแรงดี จากนั้นพาไปสถานที่จริง เดินลงไปประมาณ 500 เมตรได้ ไปตามแนวเหมืองเกลือที่ขุดเป็นร่องๆ ว่ากันว่า ทำเหมืองเกลือต่อเนื่องกันมาหลายพันปีแล้ว ยังคงทำต่อไปได้เรื่อยๆ มีแอบชิมน้ำที่เค้าปล่อยมาลง เออ มันเค็ม แบบว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ความสูง 3000 เมตรนะ แผ่นดินโลกนี้ ยุบ ยก เลื่อน กันสนุก ทำให้เกิดธรรมชาติที่น่าสนใจดีจริงๆ ขาออกจากเหมืองเกลือเราให้ชาวท้องถิ่นแม่ลูกติดรถออกมาด้วย จริงๆ ยังมีอีกหลายคนเลย แต่คนขับเหมือนให้รับแค่นี้ ถือว่าช่วยเหลือกันไป เพราะถ้าให้เดินออกมาที่ป้ายรถเองจะเดินกันอีกหลายกิโลเลยจ้า โอ๊ตเลยขอให้ช่วยกัน ใจเขาใจเรา

เหมืองเกลือ บริเวณหุบเขาศักดิ์สิทธิ

เหมืองเกลือ บริเวณหุบเขาศักดิ์สิทธิ

เด็กๆ เปรู CR พี่ติ่ง

เด็กๆ เปรู CR พี่ติ่ง

 

 

บึ่งรถไปเมือง โอเลย์เดย์ตัมโบย์ Olay Day Tumbo นครโบราณ เมืองแห่งการค้า หนึ่งในเส้นทางที่เดินผ่านบนเทือกเขาแอนทิส มีความเป็นเมือง มีโบราณสถาน เค้าว่า มองเข้ามาสามารถเห็นเป็นรูปอะไรสักอย่างได้ แหะๆ จำไม่ได้ มีจุดที่คอยบอกเวลาได้ในแต่ละช่วงของปี ทั้งหมด 3 ช่วง เป็นจุดเริ่มต้น Hiking สู่เส้นทางอินคาที่บางคนอยากเดินตาม แต่ตัวเรา ขอนั่งรถไฟไปจ้า

 

3 เมษายน

 

มาชูปิกชู อาณาจักรของชาวอินคา ยังไม่มีข้อสรุปใดๆที่ชัดเจนว่า ที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออะไร เป็นที่อยู่อาศัยปกติ เป็นที่พักผ่อนของบุคคลชั้นสูง เป็นสถานที่ประกอบบพิธีกรรม แต่ที่แน่ๆ มีลานกว้าง สำหรับประกอบพฺิธีกรรม มีที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบ มีตำแหน่งที่ช่วยระบุเวลาของแต่ละช่วงปี ยุคของอินคานั้น ไม่มีตัวอักษร ไม่มีการบันทึกใดๆ และมีช่วงอายุเพียง 600++ เท่านั้น เราน่ะหลงเข้าใจมาตลอดเลยว่า เป็นอารยธรรมเก่าแก่มากกกก นานกว่าจีน นานกว่าอียิปต์ นานกว่าเมโสโปเตเมีย

มาชูปิกชู

มาชูปิกชู

 

 

แต่ไม่เป็นไร อย่างไร ความขลังของสถานที่ก็ยังคงมี เราใช้เวลาอยู่ที่นี่กันครึ่งวันได้ เดินทางกันมาแต่เข้า แต่พอมาถึงจุดขึ้นรถบัส มานั่งทานเข้าวกลางวันช่วงสายใช้เวลานานกว่าที่คิด ไปเดินเล่นในโรงแรมรอ เจอนกฮัมมิ่งเบิร์ดเพียบเลย เค้าเอาน้ำหวานล่อเอาไว้  ทำให้กว่าจะได้ขึ้นรถบัสต่อขึ้นไปยังมาชูปิกชูก็ร่วมๆ เที่ยงแล้ว ขึ้นไปถึงก็เกือบบ่าย รถเที่ยวสุดท้ายที่จะต้องลงมาเพื่อให้ทันรอบรถไฟที่จองไว้ก็บังคับไว้ที่ 4 โมงกว่าๆ ซึ่งเราก็ใช้เวลาเดินกันอย่างคุ้มค่า แม้จะไม่ครบ แต่ก็ถือว่ารอบล่ะ แถมได้ทุกบรรยากาศ ทั้งฝนตก ฟ้าใส ฟ้าครึ้ม

Humming Bird ในโรงแรมแห่งหนึ่งแถวมาชูปิกชู

Humming Bird ในโรงแรมแห่งหนึ่งแถวมาชูปิกชู

 

 

เจ้าหน้าที่คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยมากกก ห้ามไม่ให้ไปยืน ไปนั่งใกล้ผา อย่ากระโดดให้เห็นเชียวนะ ริมผาเนี่ย มีการเลี้ยงเจ้าลามะ เจ้ากระต่ายหนูไว้ให้กินหญ้าเพื่อเป็นการดูและหญ้าไปในตัวด้วย เคยเห็นหลายๆคนถ่ายรูปวิวมาชูปิกชูพร้อมเจ้าลามะ แต่จังหวะเราไม่ได้

 

มื้อเย็น ไปทานกันที่เมืองก่อนขึ้นรถไฟกลับลงมา เป็นมื้อที่อร่อยมากกก ทั้งอาหารหลัก และ ขนมหวานเลย ฟินจ้าาาาา ที่นี่มีตลาดขายของที่ระลึกที่ใหญ่มากกกก คิดว่าจะไปเดินตลาดก่อนทานอาหารแต่ พอเรามานั่ง เค้าก็รีบเค้าไปทำ แล้วออกมาเสิร์ฟเลย แหะๆ เลยอดเดินตลาด รู้งี้เดินตั้งแต่เช้าก็ดี

บนรถไฟมุ่งสู่มาชูปิกชู CR พี่ติ่ง

บนรถไฟมุ่งสู่มาชูปิกชู CR พี่ติ่ง

อีกมุมหนึ่งของมาชูปิกชู CR พี่ติ่ง

อีกมุมหนึ่งของมาชูปิกชู CR พี่ติ่ง

 

 

 

4 เมษายน

ไปเดินชมตลาดในเมือง Cusco กันจ้าาาา เป็นตลาดใหญ่ คล้ายตลาดเชียงใหม่ มีโซนอาหาร และขายของที่ระลึกด้วย เดินออกมาก็เป็นจตุรัสย่อมๆ อีกเช่นเคย มุ่งตรงไปยังโบราณสถาน Sagsaywoman หรือเราเรียกง่ายๆ ว่า Sexy Woman สร้างอยู่บนนเนินสูงของตัวเมือง ถ้ามองมาจากข้างบน เหมือนช่วงนี้เป็นหัวเสือ ตัวเมืองเป็นตัวเมือง ยาวไปถึงหางเสือ มีัก้อนหินที่ตัดอย่างเรียบร้อย และขนาดหนักมากกก หนักขนาดที่สเปนไม่สามารถจะมาเอาไปสร้างอาคาร สร้างถนนได้ คือ ย้ายไม่ได้นั่นเอง ก็เลยยังคงมีให้เราเห็นจนปัจจุบัน

 

ที่นี่ มีคนขึ้นมา Present CD ขายด้วย โดยบอกว่า มีรูปพวกเราตามสถานที่ต่างๆ พร้อมกับข้อมูลของประเทศเปรูด้วย ใครชอบเก็บข้อมูลก็น่าจะสนใจ เข้าใจคิดนะ แต่รูปพวกเราคงมีไม่เยอะ และไม่สวยเท่าไหร่ เพราะเห็นตั้งแต่ที่สนามบินล่ะ มาถ่ายตอนนั้น ไม่สวยแน่

Cusco มุมสูง CR พี่ติ่ง

Cusco มุมสูง CR พี่ติ่ง

 

 

วันนี้เรานั่งรถกันมาราธอน มุ่งสู่เมืองปูโน ที่ความสูงระดับ 3800 เมตร เป็นวิวทุ่งหญิ้า ฝูงลามะ ภูเขาไฟ Active มากกว่า 30 ปีบ้าง น้อยกว่า 30 ปีบ้าง ที่ใช้เกณฑ์ 30 เพราะ ปากปล่องจะยังคงสีดำถ้ายังไม่เกิน 30 ปี หากเกินแล้ว ธรรมจะเริ่มมา วิวสวยดี แม้จะหลับไปเยอะอยู่

ทางรถไฟระหว่าง Cusco-Puno CR พี่ติ่ง

ทางรถไฟระหว่าง Cusco-Puno CR พี่ติ่ง

 

 

ผ่านเมืองเล็ก เมืองน้อย เมืองใหญ่ เมืองอุตสาหกรรม ถึงเมืองปูโนเย็นๆ ไปทานบุฟเฟ่พร้อมชมการแสดงท้องถิ่น แสดงดนตรีสด เพราะดีจัง เสียดายฟังไม่จบ เค้าก็พาไปแจ้งให้เดินเล่น แล้วก็กลับโรงแรมเองนะ

 

5 เมษายน

 

นั่งรถเครื่องคล้ายซาเล้ง มุ่งไปขึ้นเรือชมทะเลสาปติติกากา Titikaka ขึ้นไปชมวิถีชิวิวิตของชาวเกาะอูรอสที่อาศัยอยู่บนเกาะลอยน้ำทำจากต้นกกตั้งแต่ตัวเกาะยันตัวบ้าน เค้ามาอธิบายเป็นภาษาเค้าให้เราฟัง มีภาพประกอบเสร้าจสรรพประหนึ่งบ้านตุ๊กตา น่ารักดี มีทั้งเรือ มีตัวคนด้วย ตอนไปถึงฝนตก ก็เลยได้เข้าไปหลบในบ้านเค้าด้วย บุกบ้านกันเห็นๆ พอฝนซาก็เริ่มออกมาชมข้างนอก มีเรือให้ชม ทั้งๆที่เมื่อก่อนต้องเป็นหัวหน้าเผ่าถึงจะมี แต่ชิวิตจริง เดินทางก็ใช้เรือเครื่องแล้ววว

อูรอสจำลอง CR พี่กั้ง

อูรอสจำลอง CR พี่กั้ง

งานผ้าปักของชาวอูรอส CR พี่กั้ง

งานผ้าปักของชาวอูรอส CR พี่กั้ง

 

 

ขากลับฟ้าใสซะงั้น นั่งรถกันต่อไป มุ่งไปข้ามด่าน เปรู – โบลิเวีย ใช้เวลาที่ด่านโบลิเวียนานมากกก คิวยาววว ทำงานกันช้าด้วยแหละ มีพักเที่ยง  ส่วนเราก็หิ้วท้องไปทานข้าวกันที่เกาะสุริยันต์ Island of Sun ของทะเลสาปติติกากา ฝั่งโบลิเวีย ที่นี่สะกดด้วย Titicaca แอบบ่นหิวกันเล็กน้อย กับมื้อเที่ยงตอนร่วมบ่าย 4 ของโบลิเวีย (เวลาที่นี่เร็กว่าเปรู 1 ชี่วโมง) แต่อาหารกลับอร่อย รสชาติคล้ายจะคุ้นเคย ประมาณไก่รวน 555 มันสุดแสนอร่อยและหลากหลาย วิวที่สวย กับความขี้อายของภูเขา ที่โดนเมฆปกคลุมยอดเขาไว้

 

จากนั้นไปเดินขึ้นชมน้ำพุที่ใช้นวัตกรรมแบบไหนไม่แน่ใจ จึงดึงน้ำจากทะเลสาปมายังด้านบนของเกาะ ทำให้น้ำนี้กลายมาเป็นน้ำกินน้ำใช้ของชาวเกาะได้ รสชาติดีเลย หวานน แซวกันว่า คงเพราะแร่ธาติอุดมสมบูรณ์ กลิ่นขี้ลาอยู่เต็มละแวกนั้นนน หลายคนถอดใจไม่เดิน เราก็เอานะ ไหนๆ ก็มาแล้ว เดินขึ้นไป ทิ้งพี่กุ้งไว้ข้างล่างล่ะ ให้พักจากการเมาเรือซะหน่อย

 

มุ่งกลับไปที่ฝั่ง หาด Copacabana ไปชมโบสถ์ประจำเมือง มีรูปปั้นพระแม่มารีที่ปั้นโดยคนไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ เพราะไม่รู้จัก แว่วว่า ปั้นจากภาพในฝัน มีความศักดิ์สิทธิ คือ ช่วยทำให้คลื่นลมสงบ

 

รูปปั้นแกะสลัก

รูปปั้นแกะสลัก

ท่าเรือ ณ เมืองโคปาคาบานา โบลิเวีย

ท่าเรือ ณ เมืองโคปาคาบานา โบลิเวีย

เดินไปทานข้าว ร้านอาหารแนวๆ ข้าวสาร บรรยากาศดี ขากลับ เพื่อนร่วมห้องลืมหมวกเลยวิ่งกลับไปเอา แล้วจึงเดินกลับโรงแรม แต่แอบหลงทางกันเล็กน้อยๆ ให้พอตื่นเต้น สุดท้ายก็ถึงค้าาา ห้องนอนที่นี่ กว้าง เตียงก็ใหญ่มากกกก มีงานเลี้ยงงานดนตรีอยู่ข้างล่าง ขนาดเราอยู่ชั้นบนๆ ยังได้ยินแว่วๆ เลย วันนี้ใ้ห้คนแข็งแรงมานอนข้างบน คนอาจจะแพ้ความสูงนอนข้างล่าง กลายเป็นว่า นอนข้างล่างเสียงดังนะสิ ซวยไปนะคะ เหอ เหอ

 

ตอนต่อไป จะพาไปโบลิเวียค่ะ

 



Categories