Ras's Blog

อุโมงค์เหมือง ลำคลองงู เฉพาะถ้ำนกนางแอ่น 5-6 มี.ค. 59

Posted on: March 14, 2016

18

ทริปนี้เกิดขึ้นจากตุ๋มมาเปรยไว้ถึงถ้ำอุโมงค์เหมืองที่กำลังจะไปสำรวจครั้งหนึ่ง และได้มาบอกเล่าเมื่อสำรวจไปแล้ว มากระตุ้นต่อมอยากเที่ยวของพี่สาวให้จัดเถอะ อยากจัดก็จัดสิคะ สุดท้ายก็ไม่พ้นเราที่ตบโปรแกรมให้และเริ่มชวนกัน ทริปนี้จึงเกิดขึ้น เป็นการรวมมิตรที่เที่ยวใหม่อย่างอุโมงค์เหมือง และ ถ้ำนกนางแอ่นแห่งลำคลองงูไว้ด้วยกัน จริงๆ ที่ลำคลองงูจะมีถ้ำที่เข้าได้อยู่ 2 ถ้า อีกถ้ำคือ ถ้าเสาหินที่ครั้งนี้เราขอตัดไปก่อนเพราะโหดเกิน เหลือไว้แค่ถ้ำนกนางแอ่นให้ยังพอมีสีสัน ผจญภัยอยู่ กับทริป 2 วัน 1 คืน นอนบ้านพักจ้า

เช้าวันที่ 5 มีนาคม เวลา 7 โมงนิดๆ เราก็ออกเดินทางจากกรุงเทพ แวะทานข้าวเช้ากันให้อิ่มท้อง ตรงเข้าเมืองกาญจน์ แล้วก็แวะกินโรตีมะพร้าวที่หน้าน้ำตกไทรโยคน้อย ต่อด้วยอาหารกลางวัน เอ่อ นี่ทริปกินรึเที่ยวคะเนี่ยะ กว่าจะถึงจุดหมายแรกก็ร่วมบ่ายกว่าๆ ต้องรอรถที่จุดขึ้นรถ ณ ตำบลสหกรณ์นิคม ทองผาภูมิ รอรถกันอีกพักใหญ่ถ่ายรูปเล่นกันไปเพลินๆ รถกะบะพร้อมไม้รองนั่งกับพื้น และ หมวกเพื่อความปลอดภัยก็พร้อมให้เราได้เริ่มออกเดินทาง ระหว่างทาง ทำถนนจ้า ฝุ่นตลบอบอวล ถึงจุดชมวิว แวะชมวิวที่เต็มไปด้วยหมอกจากไฟป่า สักการะกรมหลวงชุมพร และเข้าห้องน้ำเป็นจุดสุดท้าย

01

ลุยเข้าไปยังเหมืองแร่เก่า ที่ปิดทำการมา10 กว่าปีแล้ว เป็นเหมืองแร่ดีบุกและตะกั่ว ระหว่างทางเต็มไปด้วยไม้ล้ม ทั้งไผ่ ทั้งไม้ใหญ่ ต้องลงไปเคลียร์ทางกันเป็นระยะ อันนี้เป็นกิจกรรมเสริมต้องจ่ายตังค์เพิ่มไหมน้า 555 ยังไงก็ตามเจอแบบนี้ก็บ่งบอกได้ว่า อาทิตย์นี้เราเป็นกลุ่มแรกที่ได้เข้ามาจริงๆ แรงงานเด็ก หญิง ชาย คนสูงวัย พร้อม  จุดแรก กองไม้ไผ่ จุดต่อไปไม้ใหญ่ล้ม ยังคงไหม้อยู่เลยนะ อีกสักแป๊บก็เจอไผ่อีกรอบ พอถึงหน้าปากถ้ำอุโมงค์ ไอเย็นลอยมาปะทะทันที และมีน้ำใสไหลออกมาด้วย  เราเข้าถ้ำย้อนจากด้านหลัง ถนนทางเข้าทำที่กั้นล็อคประตู กันคนเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ด้วย มีหมายเลขกำกับเป็นระยะ ตั้งแต่ 13 ย้อนไป ระยะ 2 กม กว่าๆ บรรยากาศสงบ เงียบ เย็นยะเยีอก มีความชื้นสูง จนทำให้เกิดเป็นทางน้ำ มีการเกิดหินงอกหินย้อยด้วย

0.11.11.202

ภายในอุโมงค์ยังคงมีอุปกรณ์การทำเหมืองอยู่ ทั้งท่อช่วยส่งอากาศไปยังด้านล่าง จุดรับแร่ให้รถใหญ่เข้ามารับได้ มองไปมีช่องทั้งซ้ายขาวตลอดทาง เจาะกันเต็มที่ แต่เราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้นะ มองได้เท่านั้น เดินขึ้นเดินลงจากรถกะบะอยู่เกือบ 10 รอบได้ จุดที่เค้าไม่ได้จอดก็ขอให้เค้าจอดด้วย เป็นทริปที่โอ้เอ้กันใช้ได้ รถมีไฟสปอร์ตไลท์ต่อไว้ให้คอยส่งจุดต่างๆ ด้วย เด็กๆ แย่งกันถือใหญ่ สนุกสนานกันโดยถ้วนทั่ว กับโลกในอุโมงค์เหมือง โลกที่แตกต่าง โลกที่ไม่เคยจินตนาการถึง เราอยู่กันเพียงไม่กี่ชั่วโมง ความสนุกยังคงมีอยู่ แต่คนที่ต้องทำงานกันกว่า 10 ชั่วโมงคงไม่ใช่อารมณ์นี้แน่นอน

03044.2

ออกไปจุดสุดทาง เป็นทางเข้าอย่างเป็นทางการ มีป้าย ดร.ผล กลีบบัว เจ้าของเหมืองคนแรก ข้างๆ เป็นศาลเพียงตา ขับไปจอดที่จุดซ่อมบำรุงรถ และเหมือนจะเป็นที่พักคนงานด้วย มองเห็นเขาที่เราเพิ่งทะลุเข้ามา และที่กำลังจะไปทะลุผ่านอีกที่หนึ่ง ที่นี่ตัดเข้าไปด้วยระยะแค่ 500 เมตร ค่อนข้างแห้ง แต่ก็ยังคงเย็นอยู่เช่นเคย เห็นว่า จุดนี้สามารถเดินขึ้นไปชมวิวได้ด้วย แต่สำหรับกลุ่มเรา เย็นแล้ว เลยออกไปเลยดีกว่า(ไม่ได้ตัดสินใจเองนะ) วนรถกลับมาจนเจอที่เราเข้าเมื่อครั้งแรก

4.1

ยังคงต้องแหวกทางกันอีก เมื่อเจอไม้ล้ม ช่วยกันหมุนๆๆๆ จนไม้ไปอยู่ข้างทาง ต่อมาก็เจออีกจุด จนเจ้าหน้าที่เองยังร้องว่า เจออีกแล้ว คราวนี้ ลากไม่ไหว คิดว่าจะลุยข้ามเลยไหม แต่ท้วงกันเยอะ สุดท้ายคนขับเลยตัดสินใจขับอ้อมลงข้างถนนที่เต็มไปด้วยทราย ล้อฟรีอยู่พักใหญ่ จนป้าสมหญิงลงมากำกับรถก็ผ่านไปได้ มีแซวกันว่า ถ้าป้าสมหญิงขับแต่แรกคงผ่านมาได้นานแล้ว 555 สำหรับทริปนี้สอบราคามาว่า คิด 300 บาทต่อหัวนะ ถ้ามากันหลายคนก็คงคุ้มเค้าอยู่ แต่ถ้ามากันน้อยนี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน

4.305

คืนนี้เราพักกันในตัวเมืองทองผาภูมิ บ้านดินรีสอร์ท ที่พักทั่วๆ ไป ทานมื้อเย็นแนวส้มตำ ไก่ย่างในตัวเมืองจ้า เดินย่อยรอบๆ มองฟ้า มองดาวกันไป พักผ่อนเอาแรง

6 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตื่นเช้ามาทานข้าวต้ม ข่าวว่าเมื่อเช้ามีคนตื่นมาดูทางช้างเผือก แต่ก็ไม่เห็น เราบอกไว้แล้วว่า ถ้าเห็นค่อยมาเรียกนะ เลยหลับสบาย 555 ช่วงเช้าเราจะเที่ยวฆ่าเวลากันจ้า ไปเดินเล่นตลาดในทองผาภูมิ ลงไปเดินริมน้ำแควน้อย น้ำใสดีมากกก พายคายัคได้นะ ไปไหว้พระวัดท่าขนุนโดยการเดินข้ามสะพานไม้ ไปเต๊ะถ่ายรูปกันอีกสักหน่อย ที่นี่มีต้นไม้ดอกสีชมพูเป็นทิวแถว วางศาลาไม้เป็นแนวเดียวกัน สวยมากกก มันคือต้นอะไร ว่ากันว่า คือต้นประดู่ วิววัดบนหน้าผา ดูสวยงามเมื่ออยู่ข้างล่าง ไกด์บอกว่า ดูสวยจากข้างล่าง ถ้าขึ้นไปด้านบนจะมองเห็นเป็นวิวหมู่บ้าน แต่มีไฟป่าไง ก็คงมัวๆ ขาวๆ ตอนแรกว่าจะขึ้นบันได 200 กว่าขั้นเป็นการวอร์มด้วย แต่สุดท้ายก็เก็บแรงดีกว่า 555

06070809

ทานข้าวเที่ยงเอาแรงกันอีกรอบ ร้านนี้เป็นร้านข้างทางเจอเรากลุ่มเดียวเหมือนปิดร้านเลย รอคิวกันนาน คงไม่ค่อยคุ้นกับการทำอาหารให้กับคนพร้อมๆ กัน แถมสั่งไม่เหมือนกันด้วย นั่งรถยาวๆ ต่อเข้าไปอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ป่าโดยรอบบริเวณนี้ค่อนข้างเขียวชอุ่ม ผิดกับตอนเข้าเหมือง ถึงร่วมบ่ายโมงครึ่ง น่าเสียดายที่เราไม่สามารถมาตั้งแต่เช้าได้ จะได้กลับถึงบ้านสบายๆ พอมาถึงก็รู็ว่า คนเยอะมาก ขนาดต้องแบ่งๆ กันไปทั้ง 2 ถ้ำ เราเตรียมตัวเปลี่ยนชุดให้พร้อม ถุงมือ ถุงกันน้ำ กล้อง ไม่รู้ว่าพี่เข็มมีแบตชุดเดียว ผลคือ แบตหมดกลางทางจ้า น่าเสียดายจริงๆ แต่ยังดีที่หมดตอนจุดสุดท้ายแล้ว ตราประทับลำคลองงูทำอันใหม่มาแล้วนะ ชัดดีเป็นรูปถ้ำเสาหิน

ออกเดินทาง 12 คน เจ้าหน้าที่ร่วมกลุ่ม 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่ 1 อาสาอีก 2 คน โอม ก้อง และ เอ๋ (แอบหน้าตาน่ารักนะ) อาสายังละอ่อนเรียนกันอยู่เลย เดินผ่านป่าไผ่ในช่วงแรกๆ เด็กน้อย 2คน โอเปิ้ลกับออสตินฉลุยมาก เพราะไปกับเจ้าหน้าที่ และ ไกด์เรา ยกข้ามก้อนหินกันตัวปลิวเลย แต่กับโอเปิ้ลก็จูงกันไปนะ ส่วนคุณพ่อ คุณแม่ให้ตามหลัง คุณยาย (ป้าสมหญิง)ก็ลุย ไม่ต้องให้ใครช่วย บอก เหนื่อยก็พัก ไปก่อนเลย ส่วนแม่แอ้ เรียกลูกชายตลอด จากอัพดูน้อง ดูยายตอนแรกๆ ก็ต้องมาอยู่กับแม่ตลอดทริป แม่แอ้บอกว่า แกล้งอ่อนแอให้ลูกชายทำหน้าที่เป็นสุภาพบุรุษ  จริงเหรอคะ!!! พี่กุ้งพาตัวไปได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ก็เก็บแผลเป็นที่ระลึกอีกเช่นเคย ลื่นพรวด ช้ำช่วงขาเป็นวงใหญ่มาก ส่วนพี่โจอี้ก็มีลื่น เสียงดังทีเดียว ไม่ได้ลื่นคนเดียว เป็นจังหวะที่ออสตินอยู่ด้วย ลื่นมาทั้งคู่ แต่ปลอดภัยกันดี เรากะเพื่อนก็เดินกันชิวๆ มองหลานบ้าง มองข้างหลังบ้าง ไม่ให้ขาดช่วงกันเกินไป กับการเดินป่าใส่ชูชีพ โดดน้ำเย็นเชียบครั้งที่สอง สัปดาห์ที่สองของการเปิดให้ท่องเที่ยวของฤดูกาล

9.1

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เดินลุยป่าไผ่มาแล้ว ก็จะมาถึงถ้ำทะลุมิติ ต้องมุดลอดถ้ำมืดกันแป๊บนึง ก้องจุดไฟแช๊กให้แสงไฟลางๆ โผล่ออกมาก็เจอถ้ำน้ำตกที่โดนสั่งห้ามเข้าไปแล้ว ปากถ้ำใหญ่อลังการ เราเดินกันต่อไปจุดกระโดดน้ำจุดแรก ระยะประมาณ 4 เมตร น้ำดูตื้นขึ้นนะ ตูม น้ำเย็นเชี๊ยบบบบ สมาชิกทริปนี้ โดดน้ำกับไม่โดดน้ำ ครึ่งๆ กันเลย ชาวโดดคือ 3 ก อ้อม พี่โจอี้ พี่เข็มและพี่แอ้ ที่เราชักชวนให้มาโดดด้วยกันเพราะยังไม่สูงมากกกกก แค่ทางมาโดดมันท้าทายหน่อยเท่านั้นเอง นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้โอเปิ้ล หลานที่บอกว่า ชอบโดดน้ำ ไม่ยอมมาโดดซะงั้น ลอยละล่องกันไปตามน้ำ จนติดหิน แล้วก็พยายามลอยกันต่อไป ต่อกันเป็นรถไฟสำเร็จ แต่ไม่ไปจ้า ต้องอาศัยแรงแม่รี่ลากกกก 555 สนุก และวุ่นวายกันดีช่วงนี้ รูปก็อยากถ่าย ลอยก็อยากลอย ถ่ายรูปรวมกันหน้าปากถ้ำถ้ำหนึ่ง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เข้าถ้ำนี้ก็ไปเกาะเชือกให้ได้บรรยากาศกันนิดนึง โอเปิ้ลลอยตัว เกาะหลังน้องเอ๋ อาสาไปเรียบร้อย เราก็ตามไป ตั้งใจจะไปถ่ายรูปให้แต่ย้อนแสงจ้า ภาพก็เลยมืด แต่ก็ดูได้อารมณ์ดีนะ พ่อเข็มได้ทำหน้าที่คุณพ่อบ้าง เมื่อต้องอุ้มออสตินมาด้วย ป้าสมหญิงลอยมาอย่างชิวๆ พี่โจอี้เอียงซ้ายไปนิดต้องยันหินออกมา เงยมองบนกันบ้างนะ ถ้ำนี้ก็สวย ลายหิน แสงเงาสวยดี ปลายถ้ำนี้ จะมีจุดที่นิยมถ่ายรูปกัน เราก็ถ่ายซ้ำรอบที่สอง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

10

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ต่อจากนี้ก็ถึงทางเดินแพะ เดินย่องๆ กันไปด้วยความระมัดระวัง หินก็แหลม มดดำก็เยอะ กัดเจ็บด้วยนะ ถุงมือได้ใช้ประโยชน์กันเต็มที่ ออสตินขี่หลังเอ๋เลยคราวนี้ แต่มาแอบถามทีหลัง หลานบอกอยากเดินเองมากกว่า ลุยกันไปถึงถ้ำสุดท้าย มีหินงูใหญ่ และ เอเลี่ยนต้อนรับเราอยู่ และจุดกระโดดที่สูงที่สุดของทริป ณ 7 เมตรได้ ทางไปไม่น่ากลัว โอเปิ้ลเลยนั่งรอร่วมกระโดดด้วยอย่างภาคภูมิ เรากระโดดพร้อมส่งเสียง เจ้าหน้าที่บอก เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ทำให้คนอื่นตื่นเต้น แหมๆ ขอนิดนึงสิ พี่กั้งกระโดดน้ำกระจายมากกกก โอเปิ้ลโดดก็กระจายเหมือนกัน ดูจะผิดท่าไปนิด มีบ่นเจ็บพุง ว่ายลอยตัวกันออกมา หงายหลังมองถ้ำ มองบนกันอีกครั้ง จนถึงจุดขึ้นและเดินลุยกลับตัดเข้าทางเข้าในระยะที่สั้นกว่าเดิม มีน้ำแข็ง น้ำอัดลมและขนมวางรอไว้อยู่ตรงศาลา  หนุ่มน้อยของเราขอเครื่องดื่มและขนมไปบริการพี่เจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องเอ่ย น่ารักจริงๆ และช่วยกันบริการทุกคนจนครบ เอ๋ต้องเดินกลับเข้าไปดูเพราะกลุ่มพี่เข็มพี่แอ้ป้าสมหญิงหายไปนาน ปรากฏก้องเดินไปผิดทาง คงติดใจอยากเริ่มใหม่อีกรอบ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

กลับไปที่อุทยานรีบอาบน้ำกันด้วยความรวดเร็ว ออกเดินทางตอน 1 ทุ่ม แวะทานข้าวที่ร้านอาหารตรงสะพานข้าม ณ ทองผาภูมิ อร่อยมากก และ หิวด้วยแหละ ออกจากร้านเกือบ 3 ทุ่ม นั่งรถ นอนหลับกันไป ถึงบ้าน เที่ยงคืนครึ่ง พักผ่อนกันให้เต็มที่ หลังจากสนุกสนานกันมาแบบสุดๆ ทริปนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ หลังจากอากั้งย้ำหนักย้ำหนาว่านี่คือ ทริปอากบ เพราะคราวที่แล้วไปห้วยขาแข้งเข้าใจว่าเป็นทริปอากั้ง แล้วเด็กๆบ่นกันอุบ  ปรากฏคราวนี้เด็กๆ ชอบนะ แต่แม่แอ้บอกว่า ไม่มาอีกแล้ว ส่วนอัพบอก ใครจะมากับผม เราพยายามบิ้วให้มาเก็บ 2 ถ้ำของลำคลองงู 555 คราวหน้าจะเป็นทริปอากุ้งละ อีกหน่อยต้องใช้ทริปอาอ้อมปะเนี่ย

ทริปนี้รวบรวมสมาชิกกันด้วยความยากลำบาก สมาชิกที่เคยลุยๆ ด้วยกันติดนู่นติดนี่กันหมด ได้หน้าใหม่มาเป็นส่วนใหญ่ รวมมิตรตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ จนถึงคุณยาย(ป้า)วัย 72 ปีรึเปล่า ขออภัยถ้าอายุผิดค่ะ รวบรวมได้สมาชิก 13 คน แต่ต้องสละเรือแแบบกะทันหันเพราะป่วยไปอีก 1 คน จึงเหลือ 12 คน กับรถตู้ 2 คัน ค่าทริปก็เลยต้องเพิ่มกันมาอีก เบ็ดเสร็จแล้วคือ 3700+(6000/11=545) ค่ะ นั่งสบายก็จ่ายกันนิดนะคะ ปกติ 3200 บาท สำหรับ รถตู้ 8-9 คน

ขอบอกว่า เสียดายแทนคนที่อยากมาแต่ไม่ได้มา และ ขอแนะนำสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบนี้นะ เป็นทริปที่ไม่หนักจนเกินไป กับ 2 บรรยากาศที่แตกต่าง อุโมงค์เหมือง และ ถ้ำนกนางแอ่น กาญจนบุรี  คิดว่า คงได้มาทองผาภูมิอีกแน่ๆ ไปเจอถ้ำน่าสนใจอีกถ้ำแล้ว ถ้ำพุเชะจ้า

งานนี้เราไม่ได้ติดต่อเองนะ ผ่านตุ๋มทั้งหมด หุหุ ทริปลำบากทีไร รักสบายทุกที

เครดิตภาพถ่าย พี่เข็ม พี่กั้ง ตุ๋ม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: