Ras's Blog

ตามหาใบไม้แดง (เหรอ) ในเมืองเล็กๆ ของญี่ปุ่น ทากายาม่า ชิรากาว่าโกะ เยือนคานาซาว่าและเกียวโต กับ เพื่อนสาว UC 4-8 พ.ย. 58

Posted on: February 2, 2016

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ใบไม้สีแดงท่ามกลางฝนชุ่มฉ่ำ

ทริปนี้มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว จากทริปต่างจากหวัดที่เพื่อนจะมาเยี่ยมที่เมืองไทย ข้ามไปไต้หวัน กระโดดไปไกลถึงญี่ปุ่น เหอ เหอ เหอ ทำไปได้

จองตั๋วเครื่องบินกันแบบด่วนๆ ไม่เคยซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวแบบเดือนกว่าๆ มาก่อน ก็ได้งานนี้แหละ โชคดีช่วงนี้พอมีโปรโมชั่นให้ได้ใช้กัน

เราบินด้วยสายการบิน JAL  สุวรรณภูมิ – นาโงย่า 0.40 – 08.00, โอซาก้า – สุวรรณภูมิ 0.40 – 05.00 ในราคา  19,000 บาท

วันที่ 1 4/11/15 (2558)

ถึงสนามบิน Central Japan International Airport นั่งรถไฟต่อเข้าเมืองมาสถานีรถไฟนาโงย่า ณ จุดนัดหมาย ขอให้ซื้อแบบรถด่วนวิ่ง 30 นาทีนะ ตั๋ว 830 + 360 เยนจ้า จะได้สบายใจ ถึงเร็ว ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเปลี่ยนรถหรือไม่

เจอเพื่อน ณ จุดนัดหมาย ร้านกาแฟที่เพื่อนมาถึงก่อนและแจ้งจุดหมายไว้ จากนั้นก็ไปแลกตั๋วรถไฟ  Takayama-Hokuriku Area Pass เพิ่งออกพาสนี้มาเมื่อเดือนก.ค. ปีนี้เอง ราคา 13500 เยน ต้องซื้อจากเมืองไทย ราคาตอนนั้นคือ 3710 บาท จองที่นั่งได้ 4 ครั้ง ก็วางแผนกันดีๆ ใช้ได้ทั้งหมด 5 วัน รวมรถบัสตามเมืองเล็กเมืองน้อยที่รถไฟไปไม่ถึงด้วย ศึกษารายละเอียดได้ที่  http://touristpass.jp/en/takayama_hokuriku/

วันนี้เราจะมุ่งไปสู่ ทาคายาม่า 1 ในจุดหมายหลักของทริปนี้กันเลย ด้วยขบวน LTD. EXP (Wide View) Hida 7 10.48 – 13.11 ไปญี่ปุ่นทุกคนต้องได้ใช้บริการ http://www.hyperdia.com/en/ เพื่อดูตารางรถไฟ เชื่อถือได้สุดๆ วิวสองข้างทางสวยมาก ขอให้เลือกด้านซ้ายของขบวนนะ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แม้จะไม่เต็มที่แต่ก็ได้สีสัน ได้อารมณ์ล่ะ โดยเฉพาะวิวธรรมชาติ ภูเขาสลับสีกับแม่น้ำสายเล็กๆ ตื้นๆ ตัดกับฟ้าสีใส ถ่ายรูปไม่ได้ บันทึกไว้เป็นความทรงจำ

ถึงสถานีรถไฟเมืองทาคายาม่า ข้างๆ เป็นสถานีรถบัส ส่วนตรงข้ามก็คือโรงแรมของเรานั่นเอง  Country Hotel Takayama มี Family Mart อยู่ใต้โรงแรมเลย เช็คอินได้ตอนบ่ายแก่ๆ เพราะฉะนั้นก็ฝากกระเป๋าแล้วก็เข้าไปเดินเล่นในเมืองก่อนเลย แผนที่เอาจากโรงแรมได้เลย มีเกือบทุกภาษา ภษาไทยก็มี แต่ภาษาอังกฤษดูจะคุ้นเคยกว่ากับสถานที่ท่องเที่ยว

ตัวเมืองมีแม่น้ำไหลผ่าน จะมีสะพานข้ามแม่น้ำหลายสะพานมาก เดินข้ามมันทุกสะพาน ทั้งสีแดง สีเขียว เหล็ก สะพานปูน มีเส้นเมนสำหรับร้านค้าอยู่สองข้างทาง และ รูปปั้นเทศกาล Takayama Festival Floats เป็นเทศกาลขบวนแห่ที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้  ไปเดินเล่นบริเวณบ้านแบบโบราณสัญลักษณ์ของเมืองนี้ หรือ บ้านดำที่คนไทยรู้จักกัน เส้นนี้มีร้านขายของอยู่ในบ้านโบราณเพียบ ทั้งขนม เหล้าท้องถิ่น วัตถุดิบสำหรับทำมิตโซะซุป หน้าร้าน/บ้านมันจะมีสัญลักษณ์รูปต่างๆ เพื่อแยกแยะแต่ละหลัง ก็คล้ายมีบ้านเลขที่ มีบริการรถลากด้วยนะ มีทั้งรุ่นหนุ่มรุ่นเดอะให้บริการก็เลือกเอาตามใจชอบ เราอาศัย 2 ขา เลยไม่รู้ค่าบริการ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มุมประจำของนักวาดการ์ตูน หน้าตู้รถไฟใกล้คนขับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

รูปปั้นงานเทศกาลสำคัญของเมืองทากายาม่า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บนสะพานแดง ที่ไม่ใช่มุมยอดฮิต

ทากายาม่า มีชื่อมากเรื่องเนื้อ ฮิดะ เราเลยลองมันทุกแบบ ทั้งแบบทำสุกในร้าน แบบซาลาเปาใส่ไส้ แบบเป็นไม้ และแบบซูชิที่เป็นเนื้อสด ในราคา 2 คำ 900 เยน สาวกเนื้อทุกคนต้องทานค่ะ มันฟินมากกกกกกก ลองขนมด้วยหน้าตาคล้ายขนมข้าว เค็มมากกก สังเกตว่าอาหารที่นี่รสเค็มเป็นหลัก เดินไปเดินมาก็ 5 โมงกว่าละ แวะวัดใกล้โรงแรมที่มีตุ๊กตาลิงไม่มีหน้าแขวนอยู่ ดูจากรูปคือเยอะมากกก แต่จริงๆ ก็มุมเดียวของหน้าวัดนั่นแหละ ภายในก็มีต้นเมเปิ้ลสีแดงสดต้นใหญ่เคียงคู่กับเจดีย์วัดรอเป็นแบบอยู่ กลับโรงแรมไปเก็บข้าวเก็บของ พักผ่อนกันสักนิด ตกเย็นอากาศเริ่มเย็นขึ้น ตอนออกมาหาข้าวกินเลยต้องคว้าเสื้อมาเพิ่ม ข่าวว่า ตอนเดินกลับจากทานข้าวนี้เหลือ 9 องศาแล้วนะตอน 2 ุทุ่มกว่าๆ เนี่ย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ขนม น่าอร่อย แต่อย่างเค็ม!!

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ร้านขายข้าวปั้นเนื้อฮิดะยอดนิยม

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

กิจกรรมยามว่างของคนลากรถ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ป้ายบอกทางจ้า 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มุมหนึ่งในวัด กับต้นไม้แดง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตุ๊กตาลิงไม่มีหน้า 1 ในสัญลักษณ์ของเมืองทากายาม่า

มื้อกลางวัน กินง่ายๆ ในร้านแรกๆ ที่เจอ ใกล้สะพาน ไม่อร่อยเท่าไหร่ มื้อเย็น ไปลองร้านขายเนื้ออีก แต่สงสัยราคาไม่แพงพอ หรือ ย่างไม่เก่งเอง เลยไม่ประทับใจอีกละ

นอนกันค่ะ แต่ก็นั่งเมาท์กันอยู่นาน ตามประสาทริปเพื่อรวมตัวกัน ดีนะเพื่อนคนนี้สนใจเรื่องของประเทศไทย สนใจละครไทยด้วย เลยคุยกันได้สบายๆ สอนภาษาไทยไปในตัว

ที่พัก Country Hotel Takayama ห้อง 2 คน คืนละ 8600 เยน รวมอาหารเช้า

วันที่ 2 5/11/2015 (2558)

ตื่นเช้ามา ทานข้าวเช้าที่โรงแรมเลย รวมอยู่ในค่าโรงแรมแล้ว อาหารพอสมควรเลย เป้าหมายแรกคือ ตลาดเช้า Miyayawa เปิดตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง อารมณ์ชาวบ้านไปตั้งร้านขายของกันเอง มีตลาดแบนี้อยู่ 2 ที่ เลือกเอาละกันว่าจะไปที่ไหน ไม่น่าจะต่างกันมาก เมืองเล็กๆ ตลาดก็เล็กๆ ตาม ถ้าใครหวังจะไปหาอะไรกินตอนเช้าที่ตลาด เราว่า มีตัวเลือกไม่เยอะนะ แต่กินเล่นๆ กรุบๆกริบๆ พอโอเค เดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ วันนี้เราเดินไปทางซ้ายของแผนที่ ส่วนตัวเราชอบโซนนี้ สงบ มีอะไรให้ดูเยอะ ทั้งวัฒนธรรมและ ธรรมชาติ มุ่งสู่ Takayama Festival Float Exhibition Hall (Takayama Yatai Kaikan) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับ Sakurayama Hachimango Shrine ระหว่างทางจะผ่านโซนบ้านดำอีกโซน เป็นโซนบ้านส่วนตัว ต้องเสียค่าเข้าทุกหลัง ไม่ค่อยมีร้านอาหาร นั่นอาจเป็นเหตุผลที่โซนนี้ค่อนข้างสงบ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หน้าตาเหมือนลูกชิ้น แต่หยุ่นๆ กว่าเยอะ 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตุ๊กตาไม้สลัก ขำๆ ดี

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อีกหนึ่งมุมยอดนิยมในการ์ตูนญี่ปุ่น เดินสวนกันกับพระเอกนางเอก

ภายใน exhibition hall (820 เยน) ประกอบไปด้วย รถแห่รูปแบบต่างๆ ที่เป็นดาวเด่นหน่อยจะเก็บไว้ที่นี่ มี 4 คัน เป็นตุ๊กตากล, ตกแต่งในแบบต่างๆ เช่นขนจามรี กลอง ที่นี่มีห้องบรรยายวิดิทัศน์ให้ได้ชม มีบรรยายภาษาอังกฤษใต้ล่างนิดหน่อย ภาพช่วยให้คุณเข้าใจได้ ไปนั่งชมนะคะ จะได้เข้าใจเทศกาลมากขึ้น ที่นี่มีบริการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก รวมอยู่ในค่าเข้าแล้ว เก๊กกันดีๆ ละกัน จะได้เก็บเป็นที่ระลึกได้อย่างภาคภูมิใจ ออกจากอาคารนี้ อย่าลืมเข้าไปชมอาคารข้างๆ ด้วย จะมีสิ่งก่อสร้างในอดีตจำลองอยู่ในฮอล์ สวยดีเหมือนกัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หน้าบ้านเก่า ที่เราไม่เสียตังค์เข้าไปชม

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ทางเข้าสารพัดที่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

รถแห่ในพิพิธภัณฑ์ที่ใช้งานจริง

ข้างๆ จะมี Karakuri Museum แสดงหุ่นกลรูปแบบต่างๆ น่าสนใจนะ 600 เยน เทคนิคต่างๆ ทั้งโชว์แบบกายกรรม โหนราว เหวี่ยงตัวไปมา เปลี่ยนหน้ากาก เดินขึ้นไปบันได เสิร์ฟชา นอกจากนี้ยังมีหน้ากากสำหรับงานเทศกาลรูปแบบต่างๆแสดงอีกเพียบเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หุ่นกลแบบกายกรรม

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมืองจำลองในพิพิธภัณฑ์

อย่าลืมเดินขึ้นไปไหว้ศาลเจ้า Hahimango นะ ถ้ามีเวลาไปเดินชมป่า ชมใบไม้แดงได้ยิ่งดี เราเวลาน้อย เลยต้องผ่านไป กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม ซื้อข้าวปั้นจาก Family Mart ไว้เป็นมื้อกลางวันบนรถ Nohi Bus (รวมอยู่ใน Pass แล้ว) เดินทางจาก Takayama ไป Shirakawago สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ โดยการอีเมล์ไปที่ศูนย์บริการท่องเที่ยวให้ช่วยจองให้ได้ อันนี้บอกตามบางคนที่เค้าบอกมานะ แต่ของเราให้ที่พักช่วยจองให้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สวนป่าให้เดินเล่น

วิวระหว่างทางสวยนะ มองกันได้เพลินๆ เลย ออกเดินทางตอน 12.50 PM นั่งไป 1 ชั่วโมง รถคันที่เรานั่ง มีบริการ Wifi ด้วย

ถึงสถานีรถบัส เจอเพื่อนโจแอนที่เดินทางมาพร้อมกับโจแอนแต่ไม่ได้เที่ยวด้วยกันด้วย แปลกดีเนอะ เรื่องของเรื่องคือ โจแอนมาเพื่อเที่ยวกับเราไง แล้วเค้าขอตามมาด้วย เลยไม่ได้มาเที่ยวด้วยกัน แต่เราก็ชวนให้มาเที่ยวด้วยกันตอนอยู่ทีโอซาก้าเลยละกัน ก็ต้องตามมารยาทอ่ะนะ

หมู่บ้านนี้มีชื่อว่า Ogimachi, Shiragawa-go เป็นหมู่บ้านเล็กๆ โอบล้อมด้วยภูเขา มีลำธารน้ำเล็กๆ ไหลผ่าน บ้านแบบ Gassho house เอกลักษณ์ของบ้านในแถบนี้ บ้านมุงด้วยหญ้าชนิดหนึ่งที่จะต้องมีการซ่อมบำรุงอยู่ทุกๆ 2-3 ปี ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมแต่ละครั้งก็มีมูลค่าสูง สิ่งที่กลัวที่สุดอย่างหนึ่งคือ ไฟไหม้ มีถังดับเพลิง หรือ จุดอุปกรณ์ดับเพลิงค่อนข้างถี่เลย เป็นการป้องกันที่เห็นได้ชัด ความร่วมมือของคนในชุมชนสูงมากกกก บ้านแต่ละหลังที่เปิดให้เข้าชมก็มีความสมบูรณ์ มีจุดเด่นเรื่องวิว เรื่องราวที่ต่างกันๆไป แม้พอเข้าไปหลายๆ ที่ จะเริ่มคล้ายๆกันแล้วก็ตาม

เราไปเยือนหลายบ้าน ทุกบ้านก็มีตราปั๊มให้ได้เก็บเป็นที่ระลึกกัน เริ่มจาก Miyozenji Temple and house (300 เยน) ภายในมีส่วนของวัดอยู่ด้วย คือบริเวณทำวัตร ชั้นบนเก็บอุปกรณ์ทำกิจการต่างๆ มีถ่ายภาพฟรี 1 ภาพขนาดโปสการ์ด แล้วขายภาพใหญ่ในมูลค่า 1500 เยน ใครสนใจก็เชิญ แต่ก็มีถ่ายแบบนี้หลายบ้านอยู่นะ แต่ขึ้นอยู่กับวิวจากหน้าต่างด้วย ที่นี่ได้วิวใบไม้แดงตรงช่องหน้าต่าง

Kanda House (300 เยน) บ้านนี้ก็ใหญ่ 3 ชั้นครึ่ง มีชั้นลอย กิจการหลักคือการเลี้ยงตัวหนอนเพื่อผลิตเสื้อผ้า ยังไม่ได้ดื่มชาที่นี่ ซึ่งพลาดอย่างแรง ขอให้แวะดื่มชาที่นี่นะ นั่งชิวๆ บ้านหลังนี้เค้าบอกว่าเค้าป้องกันแผ่นดินไหวได้ด้วย ด้วยวิธีการผูก/ต่อไม้เสริมความแข็งแรง มีป้ายบอกรายละเอียด ชี้จุดเอาไว้

บ้านหลังสุดท้ายที่เราเลือกเข้าชมคือ Wada House เป็นบ้านมหาเศรษฐี เปิดให้เข้าชมส่วนหนึ่ง ยังมีพื้นที่ห้องชัดเจน เฟอร์นิเจอร์ยังคงอยู่ มี 2 ชั้นครึ่ง ให้เข้าแค่ 2 ชั้น ที่นี่ไม่มีน้ำชาบริการนะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หมู่บ้านในชิรากาว่าโกะ

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มุมหนึ่งจากชั้น 3 ของบ้าน

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มุมหนึ่งจากชั้น 2

จากนั้นเดินไปจุดชมวิว Shiroyama เดินขึ้นไปประมาณ 15 – 20 นาที ผ่านต้มไม้ใบไม้สีแดง สีเหลือง เดินไต่เขาขึ้นไปเรื่อยๆ ตามทางถนน ด้านบนมีลานจอดรถ และเป็นพื้นที่สวนหรือป่าด้วย เดินเข้าไปหาจุดถ่ายรูปกันตามใจชอบ เราขึ้นไปแสงเกือบหมดแล้ว ถ่ายรูปไม่ค่อยได้ เหอๆๆ กลับมาบ้านพักตอน 5 โมงกว่าๆ รีบหนีไปอาบน้ำก่อนเลยจะได้ไม่ต้องไปแย่งกับใครเขา สวมชุดยูกาตะออกไปทานข้าวเย็นที่ห้องรวม บรรยากาศการทานข้าวที่บ้านพัก Kanja ค่อนข้างเงียบและแอบอึดอัด ทุกคนต่างคนต่างกิน คงเป็นเพราะเป็นเอเชียกันหมด เจ้าบ้านก็ไม่ได้พูดเปิดแนะนำ เลยอึดอัดไปนิด แต่อาหารอร่อยนะ มีทั้งปลา ทั้งเนื้อ อิ่มมากกก อิ่มจนต้องออกไปเดินย่อย ลองสวมรองเท้าเกี๊ยะเดินด้วย ยากทีเดียว มีป้ายเตือนให้ระวังหมีด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จุดชมวิวยามไร้แสง

ซื้อโปสการ์ดลายวาดรูปบ้านต่างๆในชิรากาว่าโกะ แบ่งกับพี่ร่วมทริป ค่าแสตมป์ 70 เยน ส่งกลับบ้านด้วย ถึงจ้า ดีใจจัง ตัวห้องพักขนาดกะทัดรัด ปูที่นอน 3 ที่ก็เต็มห้อง กระเป๋ายังพอวาง เปิดบานประตูออกชมข้างนอกได้ มีระเบียงเล็กๆ เชื่อมต่อกับห้องข้างๆ ประตูเราล็อคได้ข้างนึง อีกข้างต้องให้คนอื่นล็อค อาจจะเสียวเล็กๆ ในความปลอดภัย เรียกได้ว่า ต่างคนต่างระแวงละกัน ประตูกระดาษากรอบไม้ คุยอะไร ทำอะไร กรนยังไง ได้ยินกันหมดจ้า ฟ้ามืด เห็นดาวชัดเจน สวยจริงๆ คืนหนึ่งในเมืองชิรากาวาโกะ สงบ นิ่ง ไร้หิมะ 555 (คือภาพจำของทุกคนจะต้องมีหิมะบนหลังคาและเต็มพื้นไง)

ที่พัก Kanjiya (Kanja) อยู่ท้ายๆ ของหมู่บ้านเลย คนละ 10,900 เยน รวมมื้อเย็นและมื้อเช้า

เช้านี้ต่อคิวกันอาบน้ำ แล้วไปทานข้าวเช้า ออกเดินเที่ยวรอบหมู่บ้าน มุ่งไปยังสะพานข้ามแม่น้ำที่เราเดินข้ามกันมาจากสถานีรถบัส ถ่ายรูป ถ่ายรูป ถ่ายรูป แล้วก็ไปเยี่ยมชม Outdoor Museum Gassho Folk Museum (600 yen) รวมเอาบ้านสไตล์ Gassho มาไว้ด้วยกันด้านหลังเป็นป่าใบไม้แดง มีทั้งส่วนหลังคาที่ทำเป็นที่พักชั่วคราวถ้าไฟไหม้บ้านไป แต่สงสัยว่า ปกติถ้าไหม้ส่วนหลังคาน่าจะไหม้ก่อนนะ เดินกันเพลินๆ เห็นใบไม้เปลี่ยนสีกันใกล้ๆ ได้เวลา พุ่งกลับที่พักไปคว้ากระเป๋ามาที่สถานีขึ้นรถเที่ยว 10.25 แบบทันเวลา ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง เดินทางถึง Kanazawa 11.50 น. แล้วเดินไปที่พัก Pongyi Guesthouse มีแอบมึนแยกบ้าง แต่ก็ไปถึงจนได้ เก็บกระเป๋า ขอแผนที่จากที่พักแล้วก็ไปหาข้าวกินกันแถวนั้นเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ทางเดินเข้าหมู่บ้าน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บ้านชั่วคราว

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เดินเล่นในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง

 

กลับไปสถานีรถไฟ ใช้บัตร one day pass 500 เยน ไป Oyama Jinja Shrine วัดที่มีประตูทางเข้าผสมหลายสัญชาติ ทั้งจีน ญี่ปุ่น โปรตุเกส เด่นที่กระจกสีแหละ ดูแปลกตาสำหรับญี่ปุ่น เข้าประตูนึงแล้วทะลุไปออกประตูหลัง ไปเจอกันปราสาทคานาซาว่า เดินไปหาทางเข้า เดินผ่านทางสวนก่อน มีที่พักทานน้ำชาชมสวนด้วย เราเดินผ่านมุ่งเข้าตัวปราสาทเลย ตัวปราสาทค่อนข้างเล็ก อยู่บนเนินเขา เดินเล่นรอบๆ แล้วก็เดินทะลุออกไปทางสวน Kenroku-en (310 เยน) เดินเล่นรอบๆ สวนสไตล์ญี่ปุ่น มีต้นสนพร้อมโครงไม้ป้องกันหิมะ ซึ่งเป็นจุดเด่นของสวนนี้ มีทางออกหลายทาง ใครวางแผนจะไปไหนต่อก็เลือกทางออกกันดีๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มุมหนึ่งในบริเวณทางไปปราสาทคานาซาว่า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลานกว้างแถวปราสาท

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สวนประจำเมือง

เราจะไป 21st Century Museum of Contempory Art เดินเล่นรอบนอก แวะศาลเจ้าเล็กๆ บริเวณนั้น น่าจะมีชื่อเสียงเรื่องความรัก มีรูปหัวใจสลักติดอยู๋ที่เสาเลย จากนั้น นั่งรถบัสต่อไป Higashi Chaya district ย่านเกอิชาย่านหนึ่งของเมืองนี้ ย่านนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดในนี้ แต่ก็ค่อนข้างเล็ก  ตามหา SHIMA บ้านเกอิชา ค่าเข้าชมคนละ 500 เยน เดินกันเองพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษแผ่นใหญ่ในมือ แวะชิมน้ำชมและขนมชุดละ 500 เยน ได้น้ำตาล 1 ก้อน ประดับด้วยลูกสน กับ ชุด 700 เยน ได้ข้าวปั้นสีชมพูก้อนเล็กๆ ใส้ถั่วแดง พร้อมกับชาถ้วยใหญ่ ก็ชิมอ่ะนะ ออกมาก็มืดละ เลยไม่ได้ชมการทำแผ่นทองคำประดับนู่นนี่เลย เดินออกไปถนนใหญ่ เลี้ยวซ้ายไปขึ้นรถเมล์กลับไป Omachi RL 16 นั่งกันยาวๆ คุ้มเลย ไปหาร้านทานข้าวในตลาดกัน ตัวตลาดปิดแล้ว แต่มีร้านอาหารเปิดเพียบ อาหารทะเล สด ใช้ได้เลย จัดหอยเม่นกันเต็มที่ เดินกลับมาที่พัก ระยะเดินได้ แวะไปที่สถานีรถไฟเพื่อไปหาที่ฝากกระเป๋า แต่คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องเลยกลับมาขอความช่วยเหลือจากที่พัก เค้าประสานให้เรียบร้อย บอกว่า ได้คุยกับเราด้วย แต่ไม่เข้าใจกัน อิอิ ลุงคนเดียวกัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ฉันคือเสาประตูวัด

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เค้าว่ากันว่า ฉันคือขนมในเทศกาลพิเศษ

 

ถึงที่พัก เค้าทำกิจกรรมร่วมกันอยู่ เขียนอักษรคันจิ สนุกสนานกันดี บรรยากาศที่พักที่นี่ช่างต่างกับที่ชิรากาว่าโกะอย่างหน้ามือหลังมือ เป็นกันเองมากๆ อย่างว่า Host แนะนำ พูดคุยตลอดเวลา ก็เลยสนุกสนานกันไป ที่พักน่ารัก สไตล์ Hostel เตียงนุ่ม ผ้าห่มอุ่น เสียอย่างเดียว เพื่อนร่วมห้องกรนจ้า นอนกันไม่ค่อยหลับเลย เหอๆๆๆ 1 เดียวที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมทริปเรา

ที่พัก Pongyi Guesthouse คืนละ 2800 เยนต่อคน ไม่มีอาหารเช้านะ

วันที่ 4 7/11/15

ตื่นกันเกือบ 7 โมง เก็บกระเป๋าไปฝากที่สถานีตรง Subway Hoketsu Kanazawa Station ในราคาใบละ 280 เยน ถ้าฝากตามล็อกเกอร์ทั่วไป กระเป๋าใหญ่ช่องละ 600 เยน นับว่าประหยัดกว่ามาก ใครสามารถก็ลองพยายามคุยดูนะ วันนี้เราจะไป Myoryuji Temple (Ninja Temple) (800 เยน) กัน เราถือว่า เป็นไฮไลท์สำหรับเมืองนี้เลย มีเป็นรอบๆ ให้ที่พักช่วยจองรอบไว้ก่อนจะดีมาก ไม่งั้นต้องมาต่อคิว ถ้าคนเยอะอาจจะหลุดไปอีกหลายรอบ ภายในห้ามถ่ายรูปนะ ถึงเวลา เค้าจะเรียกรวมตัวให้เค้าไปนั่งกันอยู่ในโถงของตัววัดพร้อมคำบรรยายภาษาญี่ปุ่น ส่วนชาวต่างชาติจะได้กระดาษภาษาอังกฤษพร้อมหมายเลขแต่ละที่กำกับไว้ เพื่อสื่อสารกันรู้เรื่องว่า มาจุดนี้ให้อ่านที่หมายเลขนี้นะ สนุกดีที่นี่ วัดกลายเป็นสวนสนุกเลย จริงๆ วัดนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นปราการป้องกันเมืองที่นึงเลย อารมณ์วัดเส้าหลินอะ มีห้องลับ มีกับดักต่างๆ ที่ใช้งานจริงๆ ไม่ใช่แค่โชว์ที่เราเคยเห็นๆ เพลินมากๆ ห้องบางห้อง มีทางออกเกิน 5 ทาง มีประตูที่เห็นจริงๆ 2 ทาง ที่เหลือก็ทางลับ บันไดระหว่างชั้นเป็นกระดาษ คนข้างใต้สามารถเห็นเงาได้เมื่อจุดเทียน และยังสามารถพุ่งอาวุธมาทำร้ายได้ด้วย  ประตูบานซ้ายเป็นบานจริง อีกบานเป็นบานหลอกเปิดไปป๊บหล่นลงไปชั้นล่างทันที และอื่นๆอีกมากมาย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่นี่ จากนั้นเดินไป Nishi Chaya District แหล่งเกอิชาที่เล็กที่สุดในเมืองนี้ เล็กจริงๆ และสงบมาก มีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ให้เข้าชมด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ทางเข้าวัดนินจา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ย่านเกอิชาที่เล็กที่สุดในคานาซาว่า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

งานดนตรีหน้าสถานีรถไฟ

 

จากนั้นเดินไปเรื่อยๆ เพราะรถบัสยังไม่มาจนถึงแหล่งเมือง แถบ Korinbo เป็นย่านธุรกิจการค้า แวะยูนิโคลกันซะงั้น shopping แบบขอ Vat คืนกันด้วย ใช้เวลานานเลย จากที่ชิวๆ เลยต้องเร่ง นั่งรถเมล์ไปกินข้าวที่ตลาด Omichi อีกเช่นเคย เจอเพื่อนโจแอนอีกแล้ว 555 โลกกลมจริงๆ คนเยอะมาก ผิดกับตอนกลางคืนเลย กินกันเร็วๆ ร้านไหนว่างที่สุด เข้าโลด โจแอนเลยต้องออกไปหาอะไรง่ายๆ ทางเอง เพราะที่นี่มีแต่อาหารสด เค้าขอโทษนะ แล้วก็เดินลิ่วๆ ไปเอากระเป๋า พุ่งไปขบวนรถไฟ หลับกันสบายๆ ยาวไปถึง โอซาก้า ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ เดินทางไปยังที่พักที่จองกับ Airbnb ชื่อ New World of Namba Osaka Convinient เจอเพื่อนโจแอนที่สถานีรถไฟที่ลงพอดีเลย เดินเข้าที่พักไปพร้อมๆ กัน

ตอนกลางคืนก็ไปเดินหาร้านกินพิซซ่าญี่ปุ่นกัน หิวแล้ว กินเหอะ แล้วก็เดินวนไปมาหาสะพาน หาป้ายกูลิโกะ แวะร้านที่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งแต่คนเยอะเกิน เลยไม่ได้อะไรกันมา กลับที่พักนอนกันเถอะ ดึกแล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วิวจากที่พักยามค่ำคืนในโอซาก้า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สถานที่ต้องไปเยือน ทำไมนะ

 

ที่พัก New World of Namba Osaka Convinient นอน 4 คน คนละ 1200 บาท

วันที่ 5 9/11/15

วันนี้เราจะไปลุยเกียวโตกันจ้า ตั้งใจจะไปชนบทของเกียวโต เพราะทุกคนเห็นใจว่าเราเคยไปเกียวโตแล้ว เลยให้ได้ไปที่ใหม่ๆบ้าง อย่างไรก็ตาม ฝนตกจ้า ฝนตกทั้งวันตั้งแต่โอซาก้า ยัน เกียวโตเลย เรามุ่งไปศาลาเจ้าจิ้งจอก Fushimi Inari ก่อนเลย แอบแวะสถานีเกียวโตเพื่อซื้อตั๋วรถเมล์ 1 วัน 500 เยนก่อน เดินทางด้วย JR ลงจากสถานีนี่ถึงเลย เดินกันไปเรื่อยๆ คนเที่ยวก็ยังมีเรื่อยๆ ก็มาแล้วเนอะ ยังไงก็ต้องเที่ยว เดินกางร่มกันตลอดทั้งวัน ถ่ายรูปเสาแดงกันเพลินๆ เกือบ 9 โมงก็มารอรถไฟ มุ่งสู่ Kifune หรือ Kibune ชานเมืองเกียวดต แวดล้อมด้วย วัดกลางป่า พร้อมสายน้ำ และป่า ที่นี่เป็นที่พักผ่อนยามหน้าร้อนของชาวเกียวโต

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ศาลเจ้าสูนัขจิ้งจอก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เดินตามเสาแดงๆ

เริ่มที่สถานี Tofukuji สถานีที่ 2 จากเกียวโต เรานั่ง Keihan Main Line Local ไปสถานี Demachiyanagi (270 เยน) จากนั้นขึ้น Eizan Electric Railway Kuama Line รอบ 10.27 (420 เยน) เพื่อไปลงสถานี Kibuneguchi ให้ดูแผนที่ที่สถานีรถไฟก่อน จะได้รู้ว่า ควรต้องเดินเที่ยวจนถึงไหน เราไม่ได้ดูเลยเดินไปไม่ไกลมาก ต่อรถบัสอีก 160 เยน ขากลับก็ตามนี้ย้อนกลับเลย จริงๆ ถ้ามีเวลาทั้งวัน ไปเที่ยวเมืองเล็กๆ ข้างกันได้อีก แนะนำให้ซื้อเป็น 1 day pass สำหรับเส้นทางนี้

จุดเด่นของที่นี่คือ วัด Kifune บันไดพร้อมโคมแดงสองข้างทาง ใบเซียมซีที่นี่ รับมาแล้วต้องเอาไปแช่น้ำนะ สักพักตัวอักษรจะขึ้น ถือเป็นกิมมิคที่น่ารักทีเดียว มีคนส่งให้เพื่อนช่วยแปล ออกมาค่อนข้างดี ทุกคนยกให้ว่าเป็นดวงของเรา ก็รับละ ของดีจะปฏิเสธทำไมเนอะ วันนี้ที่วัดมีพิธีแต่งงานด้วย มีผู้ร่วมเป็นสักขีพยานเพียบ ระหว่างทางก็มีวัดเล็กวัดน้อยอีก รวมทั้งร้านอาหาร ร้านชาที่เปิดบ้างไม่เปิดบ้าง ปกติจะเปิดหน้าร้อน ยังพอเห็นเก้าอี้วางกลางน้ำให้นั่งดื่มชาอยู่บ้าง เดินเลียบตามทางถนน และทางน้ำไปเรื่อยๆ ขวามือจะมีทางเดินข้ามเขาไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งมีที่แช่น้ำร้อน ถ้ามีเวลาเต็มวันจะดีมาก เดินได้สักพักเราก็เดินกลับ แม้ป่าจะสดชื่นเพียงใด ด้วยฝนตกตลอดหนักด้วย กอปรกับไม่รู้ว่าต้องเดินถึงไหนเลยกลับละกัน แต่จุดเด่นของที่อีกอย่างคือ การดูแสงไฟยามค่ำคืน ซึ่งจะมีในอีกอาทิตย์สองอาทิตย์ข้างหน้า ใครมีโอกาสมาเยือนก็เลือกจังหวะกันดีๆ ละกัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

จะชมวิวหรือนั่งพัก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เซียมซีล่องหน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ทุกทีเห็นแต่สีแดง คราวนี้สีเขียวจ้า

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นั่งดื่มชากลางน้ำเลย

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ทางเดินโคมไฟแดง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สถานที่ควรเที่ยวในฟูมิเนะ

มาถึงสถานีถึงจะเห็นสถานที่ท่องเที่ยวว่ายังไปไม่ถึงอีก 2 ที่ แต่ไม่เป็นไรเนอะ เท่าที่ได้ เดินทางกลับตามทางเดิมเลย แต่เราจะไปถึงแค่สถานี Demachiyanagi เพราะเราจะนั่งรถข้ามไปอีกฟากของโตเกียวเพื่อไปเที่ยวปราสาททอง แต่ขึ้นรถผิดฝั่งคร้าบ ดันมาเส้นทางสายปราชญ์ ปราสาทเงิน ดีนะรู้ตัวเร็ว เลยนั่งรถกลับไปใหม่ได้ เสียเวลาไปร่วมชั่วโมง ชื่อภาษาอังกฤษมันคล้ายกันอ่ะ ถ้าไม่ได้อยากมาสุดๆ แนะนำให้เที่ยวปราสาทเงินและละแวกนี้แทนนะ ไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมา แต่แผนนี่ จัดตามที่อยากไปใน 1 วัน

Kinkakuji วัดปราสาททองใบไม้เริ่มแดงแล้วจ้า แค่สวนรอบนอกก็ฟินพอแล้ว ปราสาทไม่ต้องเข้าก็ได้ 555 แต่ก็เข้าไปอยู่ดี ค่าเข้า 400 เยน คนก็ยังคงเยอะ สู้ฝันกันทั้งนั้น แต่ที่นี่ฝนเริ่มบางลงละ ถ่ายรูปคู่กับปราสาทยามฟ้าหม่น สมควรแก่เวลาก็นั่งรถเมล์ต่อไปยังวัดน้ำใส Kiyomizudera ด้วยรถเมล์ 205 ไปลงสถานีโตเกียว แล้วต่อด้วย 206 ไปวัดน้ำใส ลงป้าย Gojo-zaka เป็นทางเดินขึ้นที่เป็นทางถนนขึ้น ไม่ได้ผ่านร้านค้า ต้องเลยไปอีกป้ายจะได้เดินผ่านร้านค้า แต่อาจจะเสียเวลาหน่อยเพราะมัวแต่แวะนู่นนี่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สวนแดงๆ รอบปราสาททอง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ปราสาททอง ต้นแบบวังของโชกุนในอิคัวซัง

ไม่เคยเจอบรรยากาศวัดน้ำใสแบบนี้มาก่อน มืดครึ้มมากกกก ถ่ายรูปยังไม่ค่อยได้เลย นี่ 4 โมงกว่าๆ นะ จ่ายค่าเข้าไป 300 เยน แบบเข้าผ่านตัววัดด้วย มืดมากค่ะ แต่อากาศก็เย็นสบายดีจริงๆ คิวดื่มน้ำก็สั้นมาก ออกมาจากวัด 6 โมงกว่าๆ เดินเล่นต่อที่ถนนสายช็อปปิ้งที่ร้านส่วนใหญ่ปิดแล้ว จริงๆ ต้องเจอกับโจแอนและเพื่อน แต่ติดต่อกันไม่ได้ สัณญานโทรศัพท์ไม่ดีไปนานอยู่ ไวไฟที่พกติดตัวไว้ก็ใช้ไม่ได้ไปด้วย เลยคิดว่าคงต้องกลับไปเจอกันที่โอซาก้าเลยละกัน แต่แล้ว ก็บังเอิญเจอกันตรงหน้าทางเข้าร้านของสตูดิโอจิบลิ บังเอิญจริงๆ 2 สาวไปผจญกับรถติดอย่างหนักมา ขึ้นรถผิดฝั่งเช่นกัน รู้ตัวช้า พอขึ้นกลับถูกฝั่งเจอถนนที่มีอุบัติเหตุอีก ก็ต้องมาเที่ยวใหม่กันเองนะ เรานั่งรถไฟกลับเข้าโอซาก้ากันเถอะ คืนนี้เราต้องบินกลับแล้ว

เรากับเพื่อนแวะหาข้าวทานกันเร็วๆ แถวที่พักได้เป็นอาหารทะเลแนวซูชิ กลับที่พักอาบน้ำโดยไว ลากกระเป๋าไปรอรถไฟ ชิวๆๆ แต่เริ่มไม่ชิวเมื่อพี่เค้ารู้ตัวว่า ลืมโทรศัพท์ไว้ที่ที่พัก เลยให้รหัส วิธีเปิดเข้าไป วิ่งตัวปลิวไป ส่วนเราเฝ้ากระเป๋า แต่โทรศัพท์ดับ แล้วเค้าเปิดมาใหม่ หาไม่เจอ กลับมาหาเรา ตัดสินใจว่าให้กลับไปพร้อมกัน แล้วโบกรถแท็กซี่เอาละกัน เท่าไหร่ก็ยอม โอ้ววว เอาวิ่งก็วิ่ง จุกเลยทีเดียว ได้โทรศัพท์แล้ว มองหน้ากันว่า ลองวิ่งไหม อาจจะพอทันอีกรอบที่เลทกว่าเดิมนิดหน่อย สุดท้ายก็ทันจนได้ รถไฟนั่งยาวด้วยแหละ 1 ชั่วโมง ไม่ใช่รถของบัตรคันไซไง นั่งเจอาร์เข้าสนามบิน มันรถธรรมดา อ้อ มีแยกขบวนรถเป็นสองสายด้วยนะ แยกขบวนกันเห็นๆ เลย ดีนะ มีคนให้ถาม บอกไปสนามบิน เค้าก็บอกให้นั่งต่อไป

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หวานๆ กับคู๋รักชาวญี่ปุ่น

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วัดน้ำใสยามไร้แสง

Check – in ได้เรียบร้อย เข้าไปซื้อขนมอีกนิดหน่อย นั่งเขียนบันทึกรอชิวๆ รอบๆ คนไทยทั้งนั้น ทั้งสายการบิน JAL และ Air Asia ขึ้นเครื่องก็นอนหลับเป็นตาย  เป็นอันจบทริป ผจญหลายสภาพอากาศ ทั้งร้อน เย็น หนาว ฝน อาหารอร่อยบ้าง เฉยๆ บ้าง เจอใบไม้แดงน้อยบ้าง แดงมากบ้าง ก็ได้อีกอารมณ์นึง

ค่าใช้จ่าย 4 หมื่นกว่า ด้วยเรทญี่ปุ่น 30 บาท/100 เยน

ผู้ร่วมทริป ตนเอง เพื่อนชาวไทย และเพื่อนสิงคโปร์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: