Ras's Blog

ท้าความสูง เผชิญความหนาว เดินเมืองเก่า ตาลี่ ลี่เจียง แชงกรีล่า (จงเตี้ยน) 10-15 เมษายน 2015

Posted on: April 22, 2015

Cover1

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน CR Joon

กระเช้าพาขึ้นสู่ภูเขาหิมะมังกรหยก CR Joon

กระเช้าพาขึ้นสู่ภูเขาหิมะมังกรหยก CR Joon

การเดินทางของ 12 สาว กับทริปจีน รัฐยูนาน ตาลี่ ลี่เจียง แชงกรีล่า(จงเตี้ยน) สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของใครหลายๆ คน แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับบางคน แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เราไปด้วยกัน นั่งรถยาวๆ จากคุณหมิง สู่ตาลี่ ด้วยเวลากว่า 7 ชั่วโมงรวมกินเข้าว ปกติประมาณ 4-5 ชั่วโมง อดเดินเที่ยวเมืองเก่าตาลี่ตอนกลางคืน ไปทำเวลาตอนเย็นแบบสั้นๆ กันแทน  พักในเมืองเก่าลี่เจียง เดินเล่นในเมืองเก่าให้หายอยาก ท้าทายลมหนาว หิมะโปรยปรายบนภูเขาหิมะมังกรหยก กับความสูงจากระดับน้ำทะเลย 4000++ เยี่ยมเยือนเมืองแชงกรีล่าที่ถูกไฟไหม้ไป ด้วยเวลาเพียงแค่ 10 นาที รับแดด รับลม รับฟ้าใสกันเต็มที่ ณ หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน เป็นทริปที่หลากรสชาต หลายบรรยากาศ กับอาหารจีนที่รสชาดเค็มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อขึ้นที่สูง และห้องน้ำจีนที่ขึ้นชื่อ แต่ดีกว่าที่เคยเจอเยอะ มาติดตามการเดินทางของเราได้เลยค่ะ

10/04/2015 กทม – คุณหมิง – ตาลี่

เดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ที่มีเพียงวันละเที่ยว ถูกเปลี่ยนเวลาจาก 9 โมงกว่า ๆ มาเป็น 8 โมง ตื่นเช้ากันหน่อยนะ เดินทางช่วงเทศกาลกลัวคนแน่นเกิน เลยนัดกันแต่ไก่โห่ ผลคือ มีเวลาเอ้อระเหยลอยชายในสนามบินอย่างนาน กดรหัสรับกาแฟ รับขนม จากบริการมือถือแต่ละค่ายกันเพลินเลย อาหารบนเครื่องไม่ต้องกินแล้วมั่ง อิ่มแล้ว ขาไปสายการบิน บินนุ่มมาก ลงแทบไม่รู้ตัว ที่คุณหมิงเย็นกว่าที่คิด ตัวแทนทัวร์มารับพร้อมกับไกด์ชาวจีน เป็นผู้หญิงทั้งคู่จ้า 555 มีแต่ผู้หญิงจริงๆ คุณลู่ ตัวแทนทัวร์ คุยเก่งมาก น้องดิว ไกด์จำเป็น เรียนปีสุดท้าย เอกภาษาไทย อาจารย์บอกให้มาช่วยงาน น้องก็มาแบบงงๆ ทำเท่าที่ทำได้ พี่ไม่ว่าอะไร แค่บ่นทัวร์เท่านั้น มาเป็นกลุ่มเล็ก ไกด์ที่ควรจะมาหนีไปรับกลุ่มใหญ่ เลยเที่ยวคล้ายเที่ยวกันเอง ข้อมูลอ่านเอากันเองนะ ใช้สายตาและใจจดจำบรรยากาศละกัน แต่เรามี นุช บ่มีไกด์ของเราเป็นเมนในทริปนี้ นั่งรถบัส 30 ที่นั่ง นั่งกันสบายเลย มีเสียงเครื่องนำทางตลอดทาง โดยเฉพาะเวลารถติด ดังตลอด พูดว่าอะไร เดาว่า รถติด รถติด มั้ง

อาหารกลางวันมื้อแรก ห้องน้ำสวยมากกก พูดแบบนี้ รับรองทุกคนจำได้ อาหารก็ใช้ได้นะ โต๊ะจีน อัดกันไป 12 คน เสิร์ฟกันมาแบบไม่ยั้ง นั่งรถปุเลงๆ กันต่อ ผ่านถ้ำลอดระหว่างภูเขายาวๆ หลายช่วงอยู่ เค้าว่า รถติดเพราะทำถนนด้วย บางช่วงปิด แต่ไม่เห็นมีการดำเนินการใดๆ เลย ระหว่างทางถนนใหญ่มาก มีจุดแวะพักเป็นระยะๆ ค่อนข้างทันสมัย ห้องน้ำสบายๆ

อาหารเย็น แวะเมืองเล็กๆ ก่อนถึงตาลี่ เข้าใจว่า สร้างเพื่อเป็นจุดพักโดยเฉพาะ ร้านอาหาร โรงแรมเพียบ เมืองใหม่มากกก ร้านนี้เป็นที่แรกที่เจอ wifi ทุกคนกดกันใหญ่ อาหารก็อลังการเช่นเดิม เบียร์ 2 ขวด น้ำอัดลม 1 ขวด แต่สามารถแลกเบียร์ 2 ขวดกับน้ำอัดลมอีกขวดได้ ก็แลกบ้างไม่แลกบ้าง ตามแต่หนึ่งพี่ หนึ่งเพื่อนพี่จะดื่ม  เข้าพักกันที่ตาลี่ ณ โรงแรม Asia Star Hotel บรรยากาศโดยรอบอลังการดี แต่ห้องพักเฉยๆ ค่อนไปทางเก่า

11/04/2015 โรงถ่ายภาพยนตร์แปดเทพมังกรฟ้า ชะเง้อมองทะเลสาปเอ๋อไห่ เจดีย์สามองค์ ลี่เจียง

ไปเยี่ยมชมโรงถ่ายภาพยนตร์กันแต่เช้า ไม่มีใครรู้จักหรอกว่าเรื่องอะไร มีการแสดงประกอบฉากด้วย เหมือนเดินเล่นในเมืองย่อมๆ มีตลาด มีวัด มีพระราชวัง ที่นี่ เพื่อนสาว และ เพื่อนพี่ แปลงโฉมเป็นองค์หญิงกับพระพี่เลี้ยง เอ้ย องค์หญิง กับ มู่หลาน ภาคเพิ่งกลับมาจากรบ 555 ถ่ายรูปกันเพลินเลย แม่นางของเราแอ็คท่าอย่างเมามันส์ ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง

โรงถ่ายภาพยนตร์แปดเทพอสูร

โรงถ่ายภาพยนตร์แปดเทพอสูร

แม่นางเซียวเตี้ยน

แม่นางเซียวเตี้ยน

จามรีเจ้าถิ่น

จามรีเจ้าถิ่น

มุ่งไปเจดีย์สามองค์ ซึ่งหลายๆ ทัวร์หยุดแค่ด้านหน้าให้ถ่ายรูปเจดีย์สามองค์เป็นหลัก ไม่ได้เดินขึ้นไปแต่ละชั้นจนถึงวัดใหญ่ เราเลือกที่จะขึ้นโดยนั่งรถฟิ้วฟ้าววววประหนึ่งเครื่องเล่นในสวนสนุก แต่ใช้เวลาต่อคิวขาขึ้นนานมากกกก วัดก็ยิ่งใหญ่ สมกับเป็นวัดประจำเมืองที่กษัตริย์จะต้องเข้ามาทำพิธี มีการพลัดหลงกันเล็กน้อย กลุ่มเราคนขับไม่ยอมให้ลงหน้าวัด แต่ไปปล่อยจุดบนสุดเลย ขณะที่อีกกลุ่มลงตรงหน้าวัด ก็รอกันอยู่สักพักแหละ สุดท้ายก็เดินขึ้น ลง มาเจอกันจนได้ ที่นี่ มีกรรมวิธีการกราบไหว้ และเครื่องเซ่นหลายแบบ มีเจ้าหน้าที่คอยนำด้วย แต่เราไม่มี ก็เลยยืนดู และไหว้แบบไทยๆ ไปนั่นแล องค์พระ และ เหล่าเทพเยอะมากกกก มองลงไปก็เห็นทะเลสาบเอ๋อไห่แล้ว

น้องดิว ไกด์เราพร้อมกับตั๋วขึ้นรถด่วน เอ้ย รถไฟฟ้า

น้องดิว ไกด์เราพร้อมกับตั๋วขึ้นรถด่วน เอ้ย รถไฟฟ้า

พิธีกรรม

พิธีกรรม

เดินเหยียบฟ้า

เดินเหยียบฟ้า

หน้าวัด

หน้าวัด

เจดีย์สามองค์

เจดีย์สามองค์

เราเลือกที่จะข้ามทะเลสาบไปเพื่อไปเดินในเมืองเก่าตาลี่ ผ่านประตูเมืองเข้าไปแบบหนังจึนเลย มีคนแต่งชุด ทั้งแบบจีนโบราณ ไซอิ๋ว ตือป๊วยก๋าย และ แบบแฟนซีก็มี ชิมขนมกันหนุกหนาน ชีสทอด ก๋วยเตี๋ยว สมใจชาวแก๊งค์เขาล่ะ แวะทานข้าวเย็นเป็นอาหารไทยในเมืองลี่เจียง ที่แม้จะค่อนข้างอิ่มกับมื้อเที่ยงที่ค่อนข้างเลท แต่เพราะเป็นอาหารไทยจึงเจริญอาหารกันพอควร เจอกับคาราวานที่ขับรถเที่ยวกันเองด้วย มีตั้งแต่รุ่นคุณลุงคุณป้า จนวัยรุ่น ทั้งหมด 27 คัน สุดยอดดดด คนจัดการต้องแม่นมากกก ระหว่างทางก็เจออีกเป็นระยะๆ ที่เมืองลี่เจียง

หน้าประตู เมืองเก่าตาลี่

หน้าประตู เมืองเก่าตาลี่

 

เหล่าแฟนซีพักผ่อนอิริยาบถ CR Dowrai

เหล่าแฟนซีพักผ่อนอิริยาบถ CR Dowrai

ชีสทอด

ชีสทอด

ไม้ Selfie กับคู่รัก

ไม้ Selfie กับคู่รัก

เดินทางถึงลี่เจียงเย็นๆ เข้าพักที่โรงแรมที่เลือกกันไว้เอง อยู่ในเมืองเก่าเลย ขนกระเป๋าด้วยการจ้างรถรับจ้างเล็ก 2 เที่ยว เที่ยวละ 20 หยวน

เดินท่องลี่เจียงเมืองเก่ายามค่ำคืน อึกทึกครึกโครมมากกก มุมสงบก็พอมีอยู่บ้าง เป็นร้านค้า ร้านอาหารซะเป็นส่วนใหญ่ บ้านคนคงต้องเดินเข้าตรอกเข้าซอยหน่อย เดินกันไปแล้วก็คุยกันว่า พรุ่งนี้เย็นขอกินเองดีกว่า จะได้มาเดินเล่น เดินสำรวจกันได้อีก ยามที่ยังมีแสงพระอาทิตย์  ซื้ออ๊อกซิเจนกระป๋องไว้ด้วยนะ กระป๋องละ 20 หยวนจ้า บอกไว้เผื่อใครซื้อจะได้ไม่แพงไปกว่านี้  เดินวนกันไปวนกันมา ก็หลุดเป็น 2 กลุ่มอีกจนได้ แต่ก็ถึงโรงแรมกันโดยสวัสดิภาพ เก็บแผนที่กลับมาด้วย ชอบแผนที่สวยดี แต่ดูไม่ค่อยเป็นหรอก เดินไปเรื่อยๆ เหอๆๆ

ที่พัก Lijiang Hennuju Inn คืนละ 398 หยวน ได้ห้องสวีทมา 2 ห้อง เค้า upgrade ให้ เพราะห้องมีปัญหา หรือปล่อยให้ใครไปก็ไม่รู้ ที่เหลือก็ห้องปกติ สตาฟพาชมห้อง เราก็เดินตามไปดูกัน มีหลุดไปชั้น 2 หนึ่งห้อง ใช้วิธีโอน้อยออก ใครออกก่อนได้ห้องดีไป ยุติธรรมไหมล่ะ ผลคือ นุช น้ำ เจ ตุ๊ก ได้ห้องไปจ้า เราจำถูกเนอะ

ที่พักดีมากกกก มีอุปกรณ์ทุกอย่างที่ต้องการ มีแผ่นไฟฟ้ารองนอนด้วยนะ แต่โซนกลางอาจดูคับแคบไปนิดนึง ไม่เป็นไร ห้องนอนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง สตาฟกะกลางคืนพูดภาษาอังกฤษได้ ใจดีทำอาหารเช้าก่อนเวลาให้พวกเราด้วย เวลาปกติเค้าคือ 8.30 AM จ้า แต่เราต้องออกเดินทางตอน 6 โมงเข้าวันพรุ่งนี้

12/04/2015 ภูเขาหิมะมังกรหยก (I’m lost)   โชว์ Impression โดย จางอวี้โหมว   อุทยานน้ำหยก   เมืองโบราณซู่เหอ

ตื่นกันแต่เช้า กินเสบียงที่เตรียมกันไว้ แล้วก็ออกมากินไข่ต้ม ข้าวต้ม ที่เค้าเตรียมไว้ให้เราด้วย ดิวเข้ามารับเราออกไป ถึงจุดเริ่มต้นประมาณ 7 โมง ทุกคนเตรียมหนาวมาเต็มที่ และเตรียมพร้อมสำหรับฝนด้วย เพราะพยากรณ์อากาศบอกเอาไว้ เจอฝนตลอดเลย จากฝนกลายเป็นหิมะเมื่อขึ้นสู่ที่สูง คิวยาวนาน การเบียดกันของผู้คน สุดท้ายก็ต้องไปจบที่แถวเดียว ก่อนขึ้นรถ และก่อนขึ้นกระเช้าขนาด 8 คน หิมะโปรยปราย หิมะแรกของเรา ใช่ เที่ยวมาเยอะ แต่ไม่ค่อยเที่ยวหนาว ไม่เคยเจอหิมะตก อย่างมากก็หิมะที่อยู่ที่พื้น หิมะเทียมยังเจอมาแล้วเลย ที่ลานสกี อิอิ เราอินนะ แต่ดูเพื่อนๆ จะหนาวเกิน ขาไม่ค่อยก้าว ไม่ยอมเดินขึ้นไปกันเท่าไหร่ อย่างว่า ไม่เห็นวิวใดๆ เลย ขาวโพลนไปหมด คนก็เยอะ เสื้อแดงๆ ที่ให้เช่าจากด้านล่าง พี่จุ้นเช่าด้วย ดีแล้วค่า จะได้อุ่นๆ มีป้ายบอกความสูงอยู่ที่ 4506 เมตรจากระดับน้ำทะเล อุณหภูมิ 6 องศา แต่น่าจะ Feel like 0 นะ มีนกตัวเล็กๆ บิน เดิน สู้หิมะอยู่ด้วย

จุดลงรถบัส และ ขึ้นกระเช้า เราเจอเพื่อนที่หายไป ที่นี่

จุดลงรถบัส และ ขึ้นกระเช้า เราเจอเพื่อนที่หายไป ที่นี่

หิมะขาวโพลน

หิมะขาวโพลน

หิมะ-ดอกไม้-กระเช้า

หิมะ-ดอกไม้-กระเช้า

นกตัวน้อยสู้กับหิมะชมการแสดงกลางแจ้ง บริเวณภูเขาหิมะมังกรหยก

นกตัวน้อยสู้กับหิมะชมการแสดงกลางแจ้ง บริเวณภูเขาหิมะมังกรหยก

 

ที่นี่มีเรื่องตื่นเต้น คือ น้ำหายยยยยยย หายไปเข้าห้องน้ำแลัวไม่กลับมาอีกเลย ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เพื่อนชักแปลกใจ เดินไปตามกันตั้งแต่ 15 นาทีแรกแล้วมั้ง แล้วก็ผลัดกันออกไปตามเรื่อยๆ จนแถวแทบไม่เหลือให้ต่อ ผู้คนด้านล่างแทบไม่เหลือ ห้องน้ำไม่มีให้ไปเคาะ สาวไทย 11 คนพร้อมกันตะโกนเรียกชื่อน้ำเสียงดังลั่น รอบข้างถึงกับเงียบ ก้ยังไม่เจอ สุดท้ายตัดสินใจเดินเข้าไปข้างในเพราะข้างนอกไม่มีแล้ว แม้ไกด์จะบอกว่า ไม่น่าจะเข้าไปข้างในได้เพราะไม่มีตั๋ว เราขอให้ดิวอยู่รอด้านล่าง เผื่อเจอน้ำ ส่วนพวกเราก็ต่อคิวเข้าไปเรื่อยๆ หวังจะเจอน้ำเช่นกัน ระหว่างที่สู้กับการเบียดของนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ เราก็คอยชะเง้อมองหาน้ำกันต่อ ดิวเดินเข้ามาแล้วพร้อมข่าวดีที่ว่า น้ำโทรเข้าเครื่องมา แจ้งว่า รออยู่ด้านบนแล้ว น้ำเก่งเกินไปแล้วนะ เข้าไปข้างในได้อย่างไรทั้งที่ไม่มีตั๋ว ทุกคนโล่งอก แต่กว่าจะได้เจอกันอีกก็ร่วม 2 ชั่วโมงคิวยาวจริง และเราก็รอน้ำอยู่ข้างนอกกันเป็นชั่วโมงด้วย

เมื่อเจอตัว น้ำบอกว่า น้ำขึ้นกระเช้าไม่ได้เพราะไม่มีตั๋ว ขอให้ไกด์จีนที่รอลูกทัวร์อยู่โทรหาดิว โดยพูดภาษาจีนว่า ไท กั๋ว เหริน ฉันเป็นคนไทย แล้วก็ภาษามือให้ช่วยโทร โทรครั้งแรก ดิวยังไม่รับ ขอให้โทรอีกครั้ง ในที่สุดก็รับ ให้ดิวสื่อสารกับไกด์จีนที่ให้ความช่วยเหลือจนสำเร็จ และหยุดรออยู่ตรงนั้น  ด้วยความสงสัย เราจึงถามเพื่อนๆ ว่า ถ้าหลงจะทำยังไง ส่วนใหญ่บอกว่า ก็จะยืนรออยู่ข้างล่าง เหอๆๆๆ ถึงบอกว่า น้ำเก่งเกินไปแล้ว แม้เพื่อนจะกังวลกับการหายตัวไปของน้ำ แต่ก็เชื่อว่า น้ำเอาตัวรอดได้ ขอเพียงไม่ได้ไปเป็นลมที่ไหน  I’m Lost ประโยคนี้ กับท่าทีรีบเร่ง เป็นทางผ่าน เป็นใบเบิกทางให้เพื่อนเราเดินทางเข้าไปข้างใน ขึ้นรถบัส ต่อแถว ไปจนถึงจุดตรวจตั๋วแบบเข็มงวดก่อนขึ้นกระเช้าได้ สุดยอดจริงๆ

มีเวลาอยู่ด้านบนเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง ปกติไกด์จะไม่ขึ้นไปข้างบนด้วย แต่ดิวกลัวพวกเราหายอีก คราวนี้เลยตามติดเลย แล้วก็รีบลงมาดูโชว์ Impression กำกับโดย จางอวี้โหมว ท่ามกลางสายฝน พร้อมเสื้อกันฝนสีเขียวและสีน้ำเงินที่เค้าเตรียมไว้ให้ ช่วงท้ายๆ แล้วล่ะ ก็เข้ามดูพอได้บรรยากาศ ชอกการตีกลองหมู่นะ เสียงร้องก็ดังดีแท้ ไม่ได้ใช้ไมค์จ้า มี caption นะ แต่ดูสั้นกว่าบทบรรยายจริงเยอะเลย

ชมการแสดงกลางแจ้ง บริเวณภูเขาหิมะมังกรหยก

ชมการแสดงกลางแจ้ง บริเวณภูเขาหิมะมังกรหยก

ไปทานข้าวที่ร้านอาหารในอุทยานน้ำหยก อดีตเคยเป็นแหล่งน้ำ ต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นสนหลากหลายพันธ์ เดินเล่นก็คงสบายดี เค้าว่า มีวัดอยู๋ข้างบนแต่เราขึ้นไปไม่ถึงด้วยเวลาจำกัด ที่นี่แต่ละชั้นไม่ได้เรียง 1 2 3 เหมือนบ้านเรา แต่ชั้นล่างสุดเค้าจะบอกเลยว่ามีทั้งหมดกี่ชั้น คือ 3 2 1 ก็เป็นไอเดียที่ดีนะ เราเดินขึ้นไปถึงชั้น 2 จุดกังหันขนาดย่อม มองวิวธรรมชาติด้านล่างและทิวเขาระยะไกลก็สวยดี

เมืองซู่เหอ เป็นเมืองเก่า ที่กำลังบูรณะอยู่ ดูสงบและงียบกว่าตาลี่และลี่เจียง เหมือนของที่ขายก็จะราคาถูกกว่าด้วย เราได้นั่งรถม้าชมบรรยากาศโดยรอบ เก็บภาพรวมแต่เค้าไม่ยอมให้เราลงเมื่อเราร้องขอ บอกเราว่า ไกด์ชาวจีนที่เป็นไกด์ประจำเมืองลี่เจียงบอกไว้ว่า ให้ส่งที่เดิม   พอลงไปเราก็ไปต่อรอง ขอเวลามาเดินเล่นได้ 30 นาที ถ้าดิวคุยแต่แรกก็ได้เกือบชั่วโมงแล้ว ขอย้ำว่า เมืองนี้น่าเดินเล่นมากกกก เหมาะสำหรับนักช็อป และคนที่ชอบความสงบขึ้นอีกนิดในบรรยากาศเมืองเก่า ใครมีโอกาสมาอย่าพลาดแบบเรานะ

นั่งรถม้าชมเมืองโบราณซู่เหอ

นั่งรถม้าชมเมืองโบราณซู่เหอ

แวะสระมังกรดำด้วย คล้ายๆ สวนสาธารณะบ้านเรา แต่จุดเด่นคือ ถ้าอากาศดีสามารถมองเห็นภูเขาหิมะมังกรหยกได้จากที่นี่ พร้อมๆ กับสะพานข้ามสระน้ำ ก็จะสวนไปอีกแบบ แต่ฝนตกไง ฟ้าครึ้ม ไม่เห็นภูเขาใดๆ

กลับเมืองลี่เจียง เดินไปยังจุด Landmark กังหันน้ำ และป้ายที่แสดงว่าเป็นเมืองมรดกโลก มีดอกไม้ซากุระพันธ์ดอกซ้อน ดอกใหญ่เพียบเลย ทานข้าวในฟูดคอร์ด ภาษาใบ้กันใหญ่ ใครโชคดีนุชอยู๋ใกล้ก็มีคนช่วยสื่อสาร เดินเล่นในเมืองและช็อปกันต่อไป กลับไปอาบน้ำ สระผมนอนละจ้า

วันนี้ เพื่อนนอนกรนนะ ท่าจะเหนื่อย

13/04/2015 ลี่เจียง – แชงกรีล่า (จงเตี้ยน)

ออกเดินทางจากลี่เจียงกันแต่เช้า ราว 7 โมงได้ มุ่งตรงไปสู่จงเตี้ยน หรือแชงกรีล่า แวะชมโค้งแม่น้ำแยงซีเกียง ณ จุดแวะชมวิวที่ใหม่นะ ห้องน้ำวิวสวยมากกก มีบานพับและผ้าบังตาด้วย นั่งไปสักพักก็เห็นป้ายโค้งแรกแยงซีเกียง ต้องเป็นที่นี่สินะถึงจะเห็นชัดเหอๆ พลาดอีกตามเคย

วิวจากห้องน้ำ

วิวจากห้องน้ำ

แวะหุมเขาโตรกเสือกระโจน มีปัญหาเรื่องไม่มีเอกสารการซื้อตั๋วอยู๋ในมือ ส่งรูปมาทางมือถือไม่รับ ต้องให้ส่งมาให้ทางอีเมล์ เสียเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงได้ จากนั้นก็ไปเดินลงบันไดหลายร้อยขั้น ไปตามทางไต่ลงไปเรื่อยๆ เพื่อชมแม่น้ำแยงซีเกียงช่วงที่ลึกที่สุด แรงที่สุด และเป็นจุดที่อ้างว่า สมัยก่อนเป็นช่วงที่มีเสือกระโดดข้ามมาได้ด้วย ฝั่งตรงข้ามก็มีคนเดินอยู่ เห็นว่าเป็นเส้นทางการเดินสมัยก่อนที่มีช่องเจาะเดินลอดภูเขามาด้วย ที่นี่มีเสลี่ยงสำหรับขึ้นลงเองไม่ไหวด้วยนะ มีทั้งแบบเที่ยวเดียว และไปกลับ ดักคนข้างล่างด้วย คือว่า วันนี้เรามากันแบบชุดเต็มพร้อมลุยหนาวกันมากก ขนาดถอดออกกันบางชั้นแล้ว ก็ยังมีเหงื่อซึมๆ นะ วิวสวยดี คนก็เยอะมากกก ถ่ายรูปแบบไม่มีคนนี่ยากจริงๆ  แต่เส้นทางขึ้นลงก็ทำไว้หลายทางนะ จัดเป็นระเบียบดี ไปทานเข้ากันต่อ ก็โดนอัดเข้าห้องอีกตามเคย ที่นี่ มีขายชาข้าวด้วย มีเหยื่อโดนไปบ้าง ก็หอมดีนะ

หุบเขาตรอกเสือกระโจน

หุบเขาตรอกเสือกระโจน

ช่วงที่แคบที่สุดของช่องเขา ลึกที่สุดของแม่น้ำ ก้อนหินที่อ้างว่าเป็นจุดที่เสือกระโจนข้ามฝั่งมา

ช่วงที่แคบที่สุดของช่องเขา ลึกที่สุดของแม่น้ำ ก้อนหินที่อ้างว่าเป็นจุดที่เสือกระโจนข้ามฝั่งมา

เสลี่ยงงงง ใครสนใจใช่บริการได้

เสลี่ยงงงง ใครสนใจใช่บริการได้

ไปถึงแชงกรีล่า รีบพุ่งไปหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงินก่อนเลย แวะรับไกด์ระหว่างทาง แต่มีอุบัติเหตุ รถตกถนนขวางอยู่บ้าง เสียเวลาไปอีกพักนึง ให้เราลุ้นกลัวเข้าไปไม่ทันก่อนเวลาปิด ปิดเวลา 16.00 น. แต่สามารถอยู่ได้จนถึง 17.30 น. คนโล่งมากกก เห็นว่า ไม่ค่อยนิยมขึ้นกันหน้านี้เพราะหิมะน้อย  เดินเล่นกันชิวๆ แดดดีมากกก แสงสวยยยยยย และหนาวมากกกกกก ลมแรงงงงง หน้าแดงกันเป็นแถบๆๆ ขึ้นมาถึงปุ๊บ ทุกคนวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนเลย อดทนกันมานาน 555  วิวทิวเขาล้อมรอบสลับซับซ้อนมีทั้งแบบหิมะโปรยปราย และ เป็นสีเขียวล้วน อยากจะเดินต่อไปเรื่อยๆ จัง แต่เกรงว่าจะกลับมาไม่ทัน ถ่ายรูปกันให้หนำใจ มีแอบออกนอกเส้นทางไปย่ำหิมะกันด้วย ฟินสุโค่ยเลยค่า สำหรับที่นี่

วิวบนหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน

วิวบนหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน

แสงและเงา กับเสื้อที่เด่นมากหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน Cross

แสงและเงา กับเสื้อที่เด่นมากหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน Cross

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน Cross

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน Cross

ที่พักเราได้ upgrade จากทัวร์เป็นโรงแรม 5 ดาว เพื่อเป็นการขอโทษที่ไม่สามารถจัดหาไกด์ที่ให้ข้อมูลได้ ทานข้าวเย็นในโรงแรม ป๊ะกับทัวร์คนไทยที่นี่ จากนั้น พาเราไปชมการแสดงทิเบตที่คงแสดงกันมาสักพักแล้ว สำหรับคนที่มาทานข้าวที่นี่ด้วย เรามาทัน 3 การแสดงสุดท้าย คือ การร้องเพลงโดยท่านผู้เฒ่า ถ้าร้องแบบไม่ใช้ไมค์น่าจะอินกว่านี้ สลับกับการพูดเชิญชวน เฮฮาของพิธีกร การเต้นรำกระโดดไปมาโดยนักแสดงชาย กระโดดได้เท่มากกก หมุนรอบเสาไม้อยู๋กี่สิบรอบเนี่ย ระหว่างนั้นก็มีคนเดินมาขายรูปคนที่ได้ถ่ายรูปไว้ เพื่อนแอบเล็งหนุ่มไว้ด้วย 555 เค้าเสิร์ฟขนม และเครื่องดื่มเป็นนมกับเหล้าด้วยนะ มีคนเดื่มอยู่ 2 คน แต่ก็เท่ากับดื่มแทนทุกคนเลย 2 เมรี ส่วนขนมแข็งมากกก ว่าจะชิม ยังเคี้ยวไม่ได้เลย แต่หินผงๆ รสคล้ายข้าว เหมือนเคยกินแฮะ กลับที่พักมาพักผ่อนกันจ้า

ที่พัก Jinsha Interanational Hotel

14/04/2015  ลี่เจียง วัดลามะ ซงจ้านหลินชื่อ คุณหมิง

ตื่นมาทานอาหารเช้าโรงแรม ออกเดินทางสู่วัดซงจ้านหลินชื่อ ซึ่งต้องเดินทางเข้าเขตเมืองเก่า ไปซื้อตั๋วเปลี่ยนรถเป็นรถของเค้าเพื่อเข้าไปข้างใน เดินเข้าไปชมทั่วบริเวณวัดแบบไวๆ เข้าไปไหว้พระในศาลา พระกำลังจำวัดกันอยู่ด้วยกว่า 100 รูป เราก็เข้าไปกันแบบสงบเสงี่ยมโดยให้ไกด์ท้องถิ่นนำ น้องไกด์คนนี้น่ารักดี สื่อสารไม่ได้ แต่เค้าก็พาไปเต็มที่ และคอยเตือนนู่นนี่ตลอดเวลา มีครั้งนึง ตอนนั่งกระเช้าขึ้นหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน ให้บอกเมว่า ใช้อ๊อกซิเจนด้วย เพราะเห็นว่าเม ปากคล้ำๆ เอ่อ คือ คล้ำตลอดเวลานั่นแหละค่ะ คนนี้  เค้าว่ากันว่า วัดที่นี่คล้ายพระราชวังโปตาลาของทิเบต เป็นที่รู้จักกันในนาม โปตาน้อย มองไปเห็นหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงินอยู่ลิบๆ  เช้านี้มีเมฆ ฝนลงนิดหน่อย ก่อนจะกลับฟ้าถึงเปิด มีวงล้อให้ถือเชือกหมุนๆๆ กันหลายคนเลย

วัดซงจ้างหลิน

วัดซงจ้างหลิน

 

หมุนๆๆ คือ สวดมนต์นั่นเอง

หมุนๆๆ คือ สวดมนต์นั่นเอง

 

พุ่งไปสู่วัดต้าฝอในเขตเมืองเก่าแชงการีลา เพื่อไปหมุนกงล้อมนตราทองคำขนาดใหญ่ที่ว่ากันว่าต้องใช้คนเป็น 10 คนเพื่อให้หมุนได้ แต่ว่า ปิดซ่อมค่ะ เลยไม่ได้เดินขึ้นไป อีกทั้งให้เวลาอยู่ที่นี่แค่ 10 นาที ห้าาาา ไหงงั้นล่ะ ยังไม่ทันได้เดินรอบเมืองเลย แต่มีคนซ๊อปปิ้งได้นะ ดิวเค้าว่า ต้องไป check-in ล่วงหน้า 2 ชั่วโมง เอ่อ น้องคะ เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า เค้ายืนยันว่า คุณลู่บอกเค้ามาอย่างนี้ เราก็งงๆ แต่ขึ้นรถกันมาแล้วก็เลยตามเลย ไปถึงสนามบิน ก็ยังเช็คอินไม่ได้ตามคาดดด แงงงงง เวลาเดินเที่ยวเล่นในเมืองแชงกรีลาของช้านนนนนนนนน แต่ก็มีคนช็อปปิ้งของในสนามบินได้เพิ่มเติม พี่สาวเราเอง ขนไรกลับมาเยอะแยะนิงานนี้ ไหนว่า ไปจีนไม่ค่อยมีอะไรให้ซื้อไง

 

วัดต้าฝอ กับกงล้อมนตราที่ซ่อมอยู่

วัดต้าฝอ กับกงล้อมนตราที่ซ่อมอยู่

แม่นางชาวฮั่นกับรองเท้าผ้าใบ

แม่นางชาวฮั่นกับรองเท้าผ้าใบ

จะกี่นาทีก็ shop ได้

จะกี่นาทีก็ shop ได้

นั่งเครื่องบินภายใน MU ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ลมแรงมากก เครื่องสั่นเกือบตลอดเวลา แถบตอนลงก็ลงได้แรงมากกก ไม่ตื่นก็ต้องตื่นล่ะงานนี้ มีคนปล่อยของด้วย

หิวโซไปตามๆ กัน ไปนั่งทานสุกี้เห็ดจานเด็ดตอน บ่าย 3 ได้ โหยกันมากกก แถมยังต้องรอให้เห็ดสุก ห้ามกินก่อนจนกว่าจะได้เวลาอีก หม้อแรก เห็ดหน้าตาแปลกๆ จึงหมดด้วยความรวดเร็ว หม้อสอง เริ่มเหมือนสุกี้บ้านเรา มีเนื้อ มีผักมาผสมบ้าง หม้อสามใส่เส้นใส่ผัก หม้อนี่กินไม่ไหวแล้ว แค่ชิมเส้นพอ อิ่มมากกกกกก

จากนั้นก็โดนต้อนไปเข้าร้านที่ได้สัมปทานจากรัฐบาลมา ร้านขายสมุนไพรเสริมสุขภาพ, สมุนไพรแช่เท้า, ยานวด และบัวหิมะ กดดันกันมากกก แถมยังว่าที่ไม่ซื้อของอีก เหอๆ ก็ไม่สนใจอ่ะ ร้านต่อมา ร้านขายชา เฮฮากันมากร้านนี้ น้องคนขายเป็นน้องผู้ชาย ยังพูดไม่ค่อยชัด แก้คำพูดน้องเค้ากันสนุกสนาน มีชาขาดคนดูแลด้วย นะ แปลงมาจาก ขาดธาตุเหล็ก อย่างฮาอ่ะ ถ้ายืนยันเป็นมุกว่า ทานชานี้แล้วไม่ขาดคนดูแลได้นี่คงเฮฮากันน่าดู อธิบายให้น้องเค้าฟังด้วย ไม่รู้เข้าใจรึเปล่า ที่ขำคือ ดิวบอกว่า หนูฟังคนบรรยายไม่ออกค่ะ แต่ฟังพวกพี่ออก พวกพี่เก่งจังฟังเค้าออกด้วย ดื่มชากันไปหลายถ้วย ซ์้อกันมาคนละกระป๋องสองกระป๋อง ต่อรองเป็น 1 แถม 1 เชื่อว่า คงเป็นราคาปกติของเค้านั่นแหละ

เข้าโรงแรม Long Way Hotel มีดรามาเรื่องที่ทานข้าวกันเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่า หมายถึงที่ไหน คุณลู่แจ้งว่าอยู่แถวโรงแรมเดินไปได้ แต่ดิวเข้าใจว่า เป็นอีกที่ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งด้วย สรุปคือ ตลาดใกล้โรงแรมจ้า ปล่อยตัวน้องกลับไป หลังจากกดดันไปว่า ถ้าพี่ไม่โอเค น้องต้องพาพี่ไปทานเข้าที่อื่นค่ะ (เพื่อนๆ บอก รู้แล้ว ใครคือผู้จัดการตัวจริงของบ้าน พี่สาวคนโต) เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าน้องมีสอบหลังจากส่งเรากลับ  เลือกร้านข้างทาง สั่งกินกันชิวๆ แต่เหมือนจะไม่ค่อยอิ่มกัน อาจจะกลัวท้องเสียบ้าง ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ เดินตลาดนัด เห็นของแล้วก็เหมือนบ้านเรา ทำท่าจะหยิบแล้วก็ เอ้ ที่บ้านก็มีนี่นา

15/04/2015  คุณหมิง วัดหยวนทง กรุงเทพ

ออกเดินทางกันแต่เช้ากว่าเวลาที่น้องนัด เพราะกลัวจะไม่มีเวลาเดินในวัดหยวนทง วัดใหญ่ในคุณหมิง ไปแต่เช้านี่ดีนะ แสงดี คนน้อย วัดนี้ยังสงบ ค่อนข้างใหญ่ มีศาลากลางน้ำ หยอดเหรียญทำบุญ ได้ขนมกลับมาเป็นคู่ด้วย

วัดหยวนทง ณ คุณหมิงแสงเทียนยามเช้า

วัดหยวนทง ณ คุณหมิงแสงเทียนยามเช้า

แสงเทียนยามเช้า

แสงเทียนยามเช้า

กลับกรุงเทพด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ขึ้นจากคุณหมิง สนามบินที่เที่ยวบินต่างชาติยังน้อย เน้นไปทางจุดเชื่อมต่อเมืองต่างๆ มากกว่า ถึงกรุงเทพเร็วกว่าเวลาเกือบ 40 นาที น้องเพื่อนมารับด้วย พากันออกไปจากสนามบินให้ได้ก่อน ส่วนเราที่บ้านมารับก็สบายไป

ทริปนี้เป็นทริปที่ความสวยงามของบ้านเมืองและธรรมชาติกินกันไม่ลง แต่ใจเราเอนเอียงไปทางธรรมชาติซะมากกว่า กับหิมะแรกที่เพิ่งจะเคยเจอ ในระดับความสูงจากน้ำทะเล 4506 เมตร และ แดดใสๆ ลมแรงบนยอดเขาที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 3960 เมตร ไม่มีแพ้ความสูงจ้า ความเมื่อยอาจมีบ้าง แต่ก็ไม่ชัดเท่าที่เคยเจอ เพื่อนรวมทริปที่พร้อมจะเฮฮา และ ลุยกันเท่าที่ร่างกายแต่ละคนจะเอื้อเฟื้อ เดินตามจังหวะของตัวเองกันไป อ๊อกซิเจน มีไว้ก็ดี สำหรับคนที่อาจจะแพ้ง่ายๆ ความสูงไม่เท่าไหร่ แต่เจอกระเช้าเหวี่ยงนี้ บางคนมึนเลย จังหวะการขึ้นลง/เข้าออกกระเช้าก็เป็นอะไรที่สนุกมากก คุณต้องพร้อมที่จะเข้าและออกให้ทัน ประหนึ่งฝึกทหารเลย การขึ้นลงพร้อมส่งเสียงเร่งตัวเอง สนุกดีนะ อาหารจีนยิ่งขึ้นสูง ยิ่งเค็ม ระบบรับรสแทบเสีย  ห้องน้ำดีกว่าที่คิดเยอะ เพราะเคยเจอแบบจีนแท้มามาก ที่นี่เลยไม่ใช่ปัญหา

อยากซ่อมอะไรไหม อยากเดินในเมืองแชงกรีล่าเมืองเก่าให้นานกว่านี้ จะมาหมุนกงมนตรายักษ์ และเลยไปเต๋อชิ่งต่อ ฤดูใบไม้ผลิซักปีคงจะได้เจอกัน เหอ เหอ ไจ้เจี้ยน สำหรับตอนนี้

ทริปนี้จับฉลากเพื่อนร่วมห้องทั้งหมด 4 ครั้ง เราจับได้คนเดิม 2 ครั้งตลอดเลย เพราะฉะนั้น ทริปนี้ได้นอนกับหญิงและน้ำเท่านั้นจ้า

ดำเนินการโดย เอเจนท์ไทย ทริปดีดี ที่รับทำกลุ่มเล็กให้เราได้ เลือกโปรแกรม ระบุที่เที่ยว เปลี่ยนโรงแรมตามใจเราที่เมืองเก่าลี่เจียง

ค่าใช้จ่าย ประมาณ 38,000 บาท

ค่าทัวร์คนละ  22,400 บาท ไม่รวมตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ และโรงแรม 2 คืน

สายการบินแอร์เอเขีย คิดช้าไปหน่อย เลยได้ราคาไม่ค่อยดีมากกก แต่โชคดีที่มีโปรน้ำหนักกระเป๋าเที่ยวละ 99 บาทด้วย ค่าอาหารขาไปคนละประมาณ 120 บาท ค่าตั๋วไปกลับ 11,837 บาท

ค่าโรงแรมที่ลี่เจียง  จองผ่าน agoda ได้ 5 ห้อง 2 คืน 18733.22 บาท จองผ่าน Booking.com 1 ห้อง 2 คืน 795 หยวน

เงินกองกลาง สำหรับค่าทิปไกด์ และ คนขับ และจุกจิกอื่นๆ คนละ 200 หยวน

 

อ๊อกซิเจน อุปกรณ์จำเป็นสำหรับใครหลายคน ซื้อจากตลาดได้นะ ราคา 20 หยวน

อ๊อกซิเจน อุปกรณ์จำเป็นสำหรับใครหลายคน ซื้อจากตลาดได้นะ ราคา 20 หยวน

INFO by Nam: สีเงินต่อได้20หยวนดีสุดค่ะ. ไม่มีกลิ่นช่วยได้จริง. สีน้ำเงิน20หยวน. มีกลิ่นแปลกๆ ก็พอช่วยได้แต่ไม่ดีเท่าสีเงิน
กระบอกขาวไฮโซ แพงสุด100หยวน ความแพงทำให้รู้สึกว่าเป็นออกซิเจนบริสุทธิ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: