Ras's Blog

เที่ยวอเมริกาใต้ ตอน เปรู มาชูปิกชู เรามาแล้ว 2/7

Posted on: May 11, 2014

เราบินจากกทม – อัมสเตอร์ดัม และได้พัก 1 คืนที่โรงแรมในสนามบินอัมสเตอร์ดัมเลย รุ่งเช้าถึงบินจาก อัมสเตอร์ดัม ไป ลิมา ประเทศเปรู นอนพักก่อนอีก 1 คืน เตรียมเที่ยวในวันต่อไป

 

31 มีนาคม

ยังไม่ทันได้สำรวจตัวเมืองลิมา ก็ต้องเดินทางออกไปกันซะแล้ว ตัวเมืองมีส่วนที่ทันสมัย มีพื้นที่ติดทะเล บางช่วงเป็นหน้าผา เห็นคนวิ่งออกกำลังกายตลอดแนววว วันนี้เรามุ่งไป HiLight ของเปรู ที่ใครๆ ก็ต้องไม่พลาด นั่นคือ กลุ่มลายเส้น Nazca Line ไปขึ้นเครื่องกันที่เมือง Pisco ที่เราพักทานข้าวกลางวันกันด้วย เดิมคิดว่า จะได้ย่อยก่อนขึ้นเครื่อง ปรากฎจากหร้านอาหารไปที่ขึ้นเครื่องบินเล็ก ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที ณ สนามบิน Aerodiana (www.aerodiana.com.pe) ทำทุกอย่างจำลองเหมือนกันลังจะขึ้นเครื่องบินจริงๆ เราได้เครื่องบินเล็กขนาด 12 ที่นั่งผู้โดยสาร แบ่งลูกทัวร์ออกเป็น 2 กลุ่มจ้า หมายเลข 1 – 12 ลำนึง 13-24 อีกลำนึง ส่วนไกด์คนไทยอีก 2 คน ขึ้นลำถัดไปอีกร่วมกับทัวร์อื่น

Nazca Line and The Ticket CR พี่กั้ง

Nazca Line and The Ticket CR พี่กั้ง

 

 

เมื่อแรกที่บินขึ้น เราก็ชมวิวกันด้วยความตื่นตาตื่นใจ ภูมิประเทศสวยงาม แปลกตา ทะเล ทะเลทราย ท้องฟ้า ลายเมฆ จนมาถึงบริเวณลายเส้นที่จะโฉบวนให้ดูกันข้างละครั้งถึงสองครั้ง แต่ลายแรกๆ โฉบวนให้ดูถึง 3 ครั้งแน่ะ ซ้ายที ขวาที ขอโทษนะคะ เริ่มมึน เริ่มมีอาการกันเป็นแถวๆๆ แม้จะตื่นเต้นเวลาเค้าบอกจุด บอกตำแหน่ง Under The Wing ก็ตาม ก็พยายามมองตามนะ เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ถ่ายภาพมามั่วๆ ก็เห็นบ้างไม่เห็นบ้างเช่นกัน แต่ที่แน่ๆ พี่สาวคนโตหลับตาสนิท นั่งนิ่งเชียววว แต่มือทำงานดีมากกก ระบายท้องตัวเองเป็นที่เรียบร้อย

ลายวาฬ ถูกตัดด้วยถนนเบย CR พี่ติ่ง

ลายวาฬ ถูกตัดด้วยถนนเบย CR พี่ติ่ง

 

 

ลายเด่นๆ ที่เห็นได้ชั้นคือ เจ้าตัว Astronaut หรือ มนุษย์อวกาศ แต่ดูยังไง เค้าก็ว่า E.T. น่าจะเหมาะกว่า นอนอยู่บนเขา เอียงนิดๆ เลยเห็นชัวร์ Manos (Hands) รูปมือของตัวอะไรสักอย่าง ก็ชัดดี อยู่ข้างๆ กับ Arbol (Tree) Condor ก็ว่าเห็น Humming Bird ยิ่งชัดใหญ่ Parrot ก็จัดเต็ม แต่ที่เจ็บใจคือ มีลายวาฬอยู่ตัดด้วยเส้นถนนด้วย ทำไมเราถึงไม่ขับไปตรงนั้น จะได้ลงไปดูลายเส้นว่าหน้าตามันเป็นยังไง เดิมเคยขับผ่านเพื่อไปขึ้นเครื่องบินอีกที่ที่แถวนั้นเลย แต่ใช้เวลาขับรถร่วม 6 ชั่วโมง เค้าเปิดสนามบินใหม่แถวนี้จากลิมามาแค่ 4 ชั่วโมงเลยมาที่นี่แทน แต่ผลก็คือ เราต้องบินไปกลับร่วม 1ชั่วโมง + 15 นาทีที่ำให้ทุกคนสลบเหมือดดดด ชั่งน้ำหนักเอาละกันค่ะ

 

ถามว่า ประทับใจไหม อืมม มันก็แปลกดีนะ แต่จะให้ขึ้นอึกครั้ง คงคิดหนักกกกกก

 

ว่าแล้วไปสลบกันต่อบนรถบัส มุ่งไป  Huayca China Oasis โอเอซิสที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง เป็นเมืองเล็กโอบล้อมด้วยสันทราย ทะเลทรายขนาดใหญ่ ใครมีเวลาขอให้มาเลย มาขับ 4WD มาเล่นบอร์ด แต่ที่ว่ามาเราไม่ได้ทำสักอย่าง ได้แค่เดินย่ำๆๆๆๆๆๆ ขึ้นไปเกือบถึงสันทรายสูงสุด ชมพระอาทิตย์ยามเย็นอย่างสงบสุข สวยนะ ได้บรรยากาศดี

Huayca China Oasis CR พี่กั้ง

Huayca China Oasis CR พี่กั้ง

แสงสุดท้าย ณ โอเอซิส CR พี่ติ่ง

แสงสุดท้าย ณ โอเอซิส CR พี่ติ่ง

 

 

อาหารเปรู ยังทานกันไม่ค่อยลงนัก น่าจะยังปรับตัว ปรับเวลากันไม่ค่อยได้ รสชาติเลยไม่ค่อยประทับใจ แต่ก็มีเมนูคล้ายยำให้ถูกปากกันบ้าง เรียกว่า เชบิเช่ เบื่อยังไง ก็ต้องกินเมนูนี้ช่วยเพิ่มรสชาติล่ะ

 

คืนนี้เราพักกันที่ โรงแรมกลางทะเลทราย ชื่อโรงแรม Las Dunas ประหนึ่งโอเอซิสกลางทะเลทรายเลยค่ะ ตัวบ้านเป็นสีขาว หลังคาน้ำเงิน หญ้าสีเขียวสด ต้นไม้ใหญ่และบึงน้ำ ห้องใหญ่กว้างขวาง มีถึง 3 เตียง แต่ก็นอนกันแค่ 2 คนนะคะ

 

1 เมษายน

 

มุ่งไปเกาะ Isla Ballestas เป็นเกาะที่มีสัตว์หลากหลายชนิด แต่มีการทำกิจการเก็บขี้นกกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ประมาณเดียวกับรังนกนางแอ่นเลยนะ เข้าไปใกล้ กลิ่นค่อนข้างชัดเลย ส่วนใหญ่เป็นกกาน้ำ กับ นกนางนวล นอกจากนี้ยังมีฝูงแมวน้ำขนาดใหญ่นอนอยู่ตามหาดหินและก้อนหิน ได้เห็นแม่ลูกแมวน้ำสอนว่ายน้ำกันด้วย น่ารักจริงๆ เจ้านกแพนกวินตัวเล็กหน้าตาคุ้นเคยก็มีกับเค้าด้วย แต่เหมือนจะหลงๆ เพราะมีน้อยมากกก เพื่อนๆ ยังมาไม่ถึง หรือไปกันบ้างแล้วก็ไม่รู้ ที่นี่ เรานิ่งเงียบเพื่อฟังเสียงเหล่าแมวน้ำกู่ร้องด้วย ส่งเสียงกันใหญ่เลย

Isla Ballestas

Isla Ballestas

Landing Pelicans CR พี่ปุ๊

Landing Pelicans CR พี่ปุ๊

แม่ลูกสอนว่ายน้ำ CR พี่ปุ๊

แม่ลูกสอนว่ายน้ำ CR พี่ปุ๊

แมวน้ำอาบแดด CR พี่ติ่ง

แมวน้ำอาบแดด CR พี่ติ่ง

 

 

แวะไปชมวิธีการทำเหล้าท้องถิ่น Pasco ที่นี่เค้านิยมกันมากกก เป็นส่วนผสมของค๊อกเทลหลายๆ ชนิดเลย ที่โรงแรมคืนแรกก็มีให้ลอง เป็น Welcome Drink แต่ไม่ได้ชิมแฮะ เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีองุ่นปลูกเพียบ ตัวโรงงานเหมือนจะรักษาความสะอาดอย่างยิ่งยวด แต่แมลงวันก็เพียบ ทางเข้าขนองุ่นก็ปกติ ชมโรงงานเสร็จก็มีให้ชิม ชิมกันไปหลายอยู่ แต่ไม่มีใครซื้อสักคน แหม วันแรก ใครจะแบกละคะะะะะ

 

ทำเวลารีบไป San Francisco Church and Convent ในตัวเมือง Lima กันอีกครั้งนึง โบสถ์นี้โดดเด่นด้วยห้องเก็บกระดูกใต้ดินที่มีจำนวนมากมายมหาศาลเนื่องจากเป็นโบสถ์แรกๆ และด้วยความเชื่อที่ว่า อยากใกล้ชิดพระเจ้าต้องเอามาฝังที่นี่ ปกติเราจะเห็นฝังเป็นคนแต่ละคน แต่ที่นี้รวมๆ กันไว้ แยกเป็นส่วนๆ ส่วนขา ส่วนแขน ส่วนศีรษะ แต่ปัจจุบันไม่รับเพิ่มแล้วววว แค่นี้ก็ไม่พอแล้ว จังหวะที่เราอยู่ห้องใต้ดิน ด้านบนก็มีเสียงร้องเพลงด้วย มันหวิววววดีแท้ ด้านบนก็สวยงามนะ โดยเฉพาะในส่วนห้องสมุดเก่าแก่ สวยมากกกกก เป็นราวเหล็ก ชั้นไม้ ภาพรวมดูเป็นสีขาวดำ เสียดายเค้าห้ามถ่ายรูป ลายกระเบื้องก็ดูคลาสิคมากกกก

 

ออกจากโบสถ์ก็ไปเดินเล่นที่จตรัส Plaza De Mayor ล้อมรอบด้วยตึกราชการ มีทหารเปลี่ยนเวรยามพอดี ก็แวบไปดู ไม่ได้อลังการมากขนาดนั้น จริงๆ มีถนน shopping ช่วงเดินไปทานข้าวที่ร้านอาหารจีนด้วย ก็ประมาณเยาวราชบ้านเรานั่นแหละ แต่เวลาน้อย ก็แค่มองๆ มื้อนี้กินได้ปกติบ้างแล้วล่ะ

Plaza De Amas, Lima, Peru CR พี่ติ่ง

Plaza De Amas, Lima, Peru CR พี่ติ่ง

โบสถ์หนึ่งใน Plaza De Amas, Lima, Peru CR พี่ติ่ง

โบสถ์หนึ่งใน Plaza De Amas, Lima, Peru CR พี่ติ่ง

 

 

2 เมษายน

 

ย้ายเมืองอีกแล้วจ้า คราวนี้ด้วยสายการบิน Peruvian มาถึงเมือง Cusco  ด้วยระดับความสูง 3000++ ก็โดนเตือนเรื่องแพ้ความสูงกันอีกเช่นเคย ให้ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ทำกิจกรรม ไปยื่นวีซ่าเข้าโบลิเวียกันก่อน ยื่นแป๊บเดียว แต่ต่อคิวรอเข้าห้องน้ำกันนานมากกก เข้ากันได้ไม่หมด แบบว่า พอทำเรื่องเสร็จปุ๊บ เค้าก็ไล่เรากลับปั๊บเลย

 

Temple of Sun โบสถ์ที่สวย มีซากกำแพงโบราณที่เอียงทำมุมกับพื้นโลกด้วย ด้านหลังเป็นสวนกุหลาบย่อมๆ เห็นวิวเมืองล้อมด้วยภูเขา

Temple of Sun, Cusco, Peru

Temple of Sun, Cusco, Peru

A View at Temple of Sun, Cusco, Peru

A View at Temple of Sun, Cusco, Peru

 

 

จากนั้น นั่งรถปุเลงๆ ไปทานข้าวกลางวัน ริมแม่น้ำ กลางหุบเขา พร้อมฟังดนตรี World Music จากชาวพื้นเมือง ได้ทานบุฟเฟ่เป็นเนื้ออัลปาก้า ขอบอกว่า เนื้อดิบอร่อยคับ หุหุ แล้วก็มีตัวอัลปาก้าตัวจริง เลี้ยงไว้เดินเล่นอยู่ด้านล่างด้วย เอ่อ…

 

เที่ยวชม หุบเขา Moray เป็นที่เพาะพันธ์ต้นไม้ให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมตามที่เค้าต้องการได้ ที่ต่ำอุณภูมิอุ่นๆ ที่สูงจะเย็นๆ มองดูเป็นทางวนๆ ดูมีระเบียบดีแท้

Moray CR พี่ติ่ง

Moray CR พี่ติ่ง

 

 

ไปเดินเล่นที่เหมืองเกลือกลางหุบเขา จอดให้ชมวิวมุมบนก่อน ลมแรงดี จากนั้นพาไปสถานที่จริง เดินลงไปประมาณ 500 เมตรได้ ไปตามแนวเหมืองเกลือที่ขุดเป็นร่องๆ ว่ากันว่า ทำเหมืองเกลือต่อเนื่องกันมาหลายพันปีแล้ว ยังคงทำต่อไปได้เรื่อยๆ มีแอบชิมน้ำที่เค้าปล่อยมาลง เออ มันเค็ม แบบว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ความสูง 3000 เมตรนะ แผ่นดินโลกนี้ ยุบ ยก เลื่อน กันสนุก ทำให้เกิดธรรมชาติที่น่าสนใจดีจริงๆ ขาออกจากเหมืองเกลือเราให้ชาวท้องถิ่นแม่ลูกติดรถออกมาด้วย จริงๆ ยังมีอีกหลายคนเลย แต่คนขับเหมือนให้รับแค่นี้ ถือว่าช่วยเหลือกันไป เพราะถ้าให้เดินออกมาที่ป้ายรถเองจะเดินกันอีกหลายกิโลเลยจ้า โอ๊ตเลยขอให้ช่วยกัน ใจเขาใจเรา

เหมืองเกลือ บริเวณหุบเขาศักดิ์สิทธิ

เหมืองเกลือ บริเวณหุบเขาศักดิ์สิทธิ

เด็กๆ เปรู CR พี่ติ่ง

เด็กๆ เปรู CR พี่ติ่ง

 

 

บึ่งรถไปเมือง โอเลย์เดย์ตัมโบย์ Olay Day Tumbo นครโบราณ เมืองแห่งการค้า หนึ่งในเส้นทางที่เดินผ่านบนเทือกเขาแอนทิส มีความเป็นเมือง มีโบราณสถาน เค้าว่า มองเข้ามาสามารถเห็นเป็นรูปอะไรสักอย่างได้ แหะๆ จำไม่ได้ มีจุดที่คอยบอกเวลาได้ในแต่ละช่วงของปี ทั้งหมด 3 ช่วง เป็นจุดเริ่มต้น Hiking สู่เส้นทางอินคาที่บางคนอยากเดินตาม แต่ตัวเรา ขอนั่งรถไฟไปจ้า

 

3 เมษายน

 

มาชูปิกชู อาณาจักรของชาวอินคา ยังไม่มีข้อสรุปใดๆที่ชัดเจนว่า ที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออะไร เป็นที่อยู่อาศัยปกติ เป็นที่พักผ่อนของบุคคลชั้นสูง เป็นสถานที่ประกอบบพิธีกรรม แต่ที่แน่ๆ มีลานกว้าง สำหรับประกอบพฺิธีกรรม มีที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบ มีตำแหน่งที่ช่วยระบุเวลาของแต่ละช่วงปี ยุคของอินคานั้น ไม่มีตัวอักษร ไม่มีการบันทึกใดๆ และมีช่วงอายุเพียง 600++ เท่านั้น เราน่ะหลงเข้าใจมาตลอดเลยว่า เป็นอารยธรรมเก่าแก่มากกกก นานกว่าจีน นานกว่าอียิปต์ นานกว่าเมโสโปเตเมีย

มาชูปิกชู

มาชูปิกชู

 

 

แต่ไม่เป็นไร อย่างไร ความขลังของสถานที่ก็ยังคงมี เราใช้เวลาอยู่ที่นี่กันครึ่งวันได้ เดินทางกันมาแต่เข้า แต่พอมาถึงจุดขึ้นรถบัส มานั่งทานเข้าวกลางวันช่วงสายใช้เวลานานกว่าที่คิด ไปเดินเล่นในโรงแรมรอ เจอนกฮัมมิ่งเบิร์ดเพียบเลย เค้าเอาน้ำหวานล่อเอาไว้  ทำให้กว่าจะได้ขึ้นรถบัสต่อขึ้นไปยังมาชูปิกชูก็ร่วมๆ เที่ยงแล้ว ขึ้นไปถึงก็เกือบบ่าย รถเที่ยวสุดท้ายที่จะต้องลงมาเพื่อให้ทันรอบรถไฟที่จองไว้ก็บังคับไว้ที่ 4 โมงกว่าๆ ซึ่งเราก็ใช้เวลาเดินกันอย่างคุ้มค่า แม้จะไม่ครบ แต่ก็ถือว่ารอบล่ะ แถมได้ทุกบรรยากาศ ทั้งฝนตก ฟ้าใส ฟ้าครึ้ม

Humming Bird ในโรงแรมแห่งหนึ่งแถวมาชูปิกชู

Humming Bird ในโรงแรมแห่งหนึ่งแถวมาชูปิกชู

 

 

เจ้าหน้าที่คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยมากกก ห้ามไม่ให้ไปยืน ไปนั่งใกล้ผา อย่ากระโดดให้เห็นเชียวนะ ริมผาเนี่ย มีการเลี้ยงเจ้าลามะ เจ้ากระต่ายหนูไว้ให้กินหญ้าเพื่อเป็นการดูและหญ้าไปในตัวด้วย เคยเห็นหลายๆคนถ่ายรูปวิวมาชูปิกชูพร้อมเจ้าลามะ แต่จังหวะเราไม่ได้

 

มื้อเย็น ไปทานกันที่เมืองก่อนขึ้นรถไฟกลับลงมา เป็นมื้อที่อร่อยมากกก ทั้งอาหารหลัก และ ขนมหวานเลย ฟินจ้าาาาา ที่นี่มีตลาดขายของที่ระลึกที่ใหญ่มากกกก คิดว่าจะไปเดินตลาดก่อนทานอาหารแต่ พอเรามานั่ง เค้าก็รีบเค้าไปทำ แล้วออกมาเสิร์ฟเลย แหะๆ เลยอดเดินตลาด รู้งี้เดินตั้งแต่เช้าก็ดี

บนรถไฟมุ่งสู่มาชูปิกชู CR พี่ติ่ง

บนรถไฟมุ่งสู่มาชูปิกชู CR พี่ติ่ง

อีกมุมหนึ่งของมาชูปิกชู CR พี่ติ่ง

อีกมุมหนึ่งของมาชูปิกชู CR พี่ติ่ง

 

 

 

4 เมษายน

ไปเดินชมตลาดในเมือง Cusco กันจ้าาาา เป็นตลาดใหญ่ คล้ายตลาดเชียงใหม่ มีโซนอาหาร และขายของที่ระลึกด้วย เดินออกมาก็เป็นจตุรัสย่อมๆ อีกเช่นเคย มุ่งตรงไปยังโบราณสถาน Sagsaywoman หรือเราเรียกง่ายๆ ว่า Sexy Woman สร้างอยู่บนนเนินสูงของตัวเมือง ถ้ามองมาจากข้างบน เหมือนช่วงนี้เป็นหัวเสือ ตัวเมืองเป็นตัวเมือง ยาวไปถึงหางเสือ มีัก้อนหินที่ตัดอย่างเรียบร้อย และขนาดหนักมากกก หนักขนาดที่สเปนไม่สามารถจะมาเอาไปสร้างอาคาร สร้างถนนได้ คือ ย้ายไม่ได้นั่นเอง ก็เลยยังคงมีให้เราเห็นจนปัจจุบัน

 

ที่นี่ มีคนขึ้นมา Present CD ขายด้วย โดยบอกว่า มีรูปพวกเราตามสถานที่ต่างๆ พร้อมกับข้อมูลของประเทศเปรูด้วย ใครชอบเก็บข้อมูลก็น่าจะสนใจ เข้าใจคิดนะ แต่รูปพวกเราคงมีไม่เยอะ และไม่สวยเท่าไหร่ เพราะเห็นตั้งแต่ที่สนามบินล่ะ มาถ่ายตอนนั้น ไม่สวยแน่

Cusco มุมสูง CR พี่ติ่ง

Cusco มุมสูง CR พี่ติ่ง

 

 

วันนี้เรานั่งรถกันมาราธอน มุ่งสู่เมืองปูโน ที่ความสูงระดับ 3800 เมตร เป็นวิวทุ่งหญิ้า ฝูงลามะ ภูเขาไฟ Active มากกว่า 30 ปีบ้าง น้อยกว่า 30 ปีบ้าง ที่ใช้เกณฑ์ 30 เพราะ ปากปล่องจะยังคงสีดำถ้ายังไม่เกิน 30 ปี หากเกินแล้ว ธรรมจะเริ่มมา วิวสวยดี แม้จะหลับไปเยอะอยู่

ทางรถไฟระหว่าง Cusco-Puno CR พี่ติ่ง

ทางรถไฟระหว่าง Cusco-Puno CR พี่ติ่ง

 

 

ผ่านเมืองเล็ก เมืองน้อย เมืองใหญ่ เมืองอุตสาหกรรม ถึงเมืองปูโนเย็นๆ ไปทานบุฟเฟ่พร้อมชมการแสดงท้องถิ่น แสดงดนตรีสด เพราะดีจัง เสียดายฟังไม่จบ เค้าก็พาไปแจ้งให้เดินเล่น แล้วก็กลับโรงแรมเองนะ

 

5 เมษายน

 

นั่งรถเครื่องคล้ายซาเล้ง มุ่งไปขึ้นเรือชมทะเลสาปติติกากา Titikaka ขึ้นไปชมวิถีชิวิวิตของชาวเกาะอูรอสที่อาศัยอยู่บนเกาะลอยน้ำทำจากต้นกกตั้งแต่ตัวเกาะยันตัวบ้าน เค้ามาอธิบายเป็นภาษาเค้าให้เราฟัง มีภาพประกอบเสร้าจสรรพประหนึ่งบ้านตุ๊กตา น่ารักดี มีทั้งเรือ มีตัวคนด้วย ตอนไปถึงฝนตก ก็เลยได้เข้าไปหลบในบ้านเค้าด้วย บุกบ้านกันเห็นๆ พอฝนซาก็เริ่มออกมาชมข้างนอก มีเรือให้ชม ทั้งๆที่เมื่อก่อนต้องเป็นหัวหน้าเผ่าถึงจะมี แต่ชิวิตจริง เดินทางก็ใช้เรือเครื่องแล้ววว

อูรอสจำลอง CR พี่กั้ง

อูรอสจำลอง CR พี่กั้ง

งานผ้าปักของชาวอูรอส CR พี่กั้ง

งานผ้าปักของชาวอูรอส CR พี่กั้ง

 

 

ขากลับฟ้าใสซะงั้น นั่งรถกันต่อไป มุ่งไปข้ามด่าน เปรู – โบลิเวีย ใช้เวลาที่ด่านโบลิเวียนานมากกก คิวยาววว ทำงานกันช้าด้วยแหละ มีพักเที่ยง  ส่วนเราก็หิ้วท้องไปทานข้าวกันที่เกาะสุริยันต์ Island of Sun ของทะเลสาปติติกากา ฝั่งโบลิเวีย ที่นี่สะกดด้วย Titicaca แอบบ่นหิวกันเล็กน้อย กับมื้อเที่ยงตอนร่วมบ่าย 4 ของโบลิเวีย (เวลาที่นี่เร็กว่าเปรู 1 ชี่วโมง) แต่อาหารกลับอร่อย รสชาติคล้ายจะคุ้นเคย ประมาณไก่รวน 555 มันสุดแสนอร่อยและหลากหลาย วิวที่สวย กับความขี้อายของภูเขา ที่โดนเมฆปกคลุมยอดเขาไว้

 

จากนั้นไปเดินขึ้นชมน้ำพุที่ใช้นวัตกรรมแบบไหนไม่แน่ใจ จึงดึงน้ำจากทะเลสาปมายังด้านบนของเกาะ ทำให้น้ำนี้กลายมาเป็นน้ำกินน้ำใช้ของชาวเกาะได้ รสชาติดีเลย หวานน แซวกันว่า คงเพราะแร่ธาติอุดมสมบูรณ์ กลิ่นขี้ลาอยู่เต็มละแวกนั้นนน หลายคนถอดใจไม่เดิน เราก็เอานะ ไหนๆ ก็มาแล้ว เดินขึ้นไป ทิ้งพี่กุ้งไว้ข้างล่างล่ะ ให้พักจากการเมาเรือซะหน่อย

 

มุ่งกลับไปที่ฝั่ง หาด Copacabana ไปชมโบสถ์ประจำเมือง มีรูปปั้นพระแม่มารีที่ปั้นโดยคนไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ เพราะไม่รู้จัก แว่วว่า ปั้นจากภาพในฝัน มีความศักดิ์สิทธิ คือ ช่วยทำให้คลื่นลมสงบ

 

รูปปั้นแกะสลัก

รูปปั้นแกะสลัก

ท่าเรือ ณ เมืองโคปาคาบานา โบลิเวีย

ท่าเรือ ณ เมืองโคปาคาบานา โบลิเวีย

เดินไปทานข้าว ร้านอาหารแนวๆ ข้าวสาร บรรยากาศดี ขากลับ เพื่อนร่วมห้องลืมหมวกเลยวิ่งกลับไปเอา แล้วจึงเดินกลับโรงแรม แต่แอบหลงทางกันเล็กน้อยๆ ให้พอตื่นเต้น สุดท้ายก็ถึงค้าาา ห้องนอนที่นี่ กว้าง เตียงก็ใหญ่มากกกก มีงานเลี้ยงงานดนตรีอยู่ข้างล่าง ขนาดเราอยู่ชั้นบนๆ ยังได้ยินแว่วๆ เลย วันนี้ใ้ห้คนแข็งแรงมานอนข้างบน คนอาจจะแพ้ความสูงนอนข้างล่าง กลายเป็นว่า นอนข้างล่างเสียงดังนะสิ ซวยไปนะคะ เหอ เหอ

 

ตอนต่อไป จะพาไปโบลิเวียค่ะ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: