Ras's Blog

ฮอกไกโด เที่ยวเอง กินเอง หลงเอง จ่ายเอง ^^

Posted on: August 20, 2012

01

ทริปนี้เริ่มต้นจากการพูดคุยกันของ 5 สาว เพื่อนร่วมสถาบัน ที่ร้านอาหารแ่ห่งหนึ่ง นำมาซึ่งการบังคับเก็บตังค์ทุกเดือนเป็นเวลาเืกือบปีครึ่ง จึงได้ฤกษ์เดินทางกันในวันที่ 14 กค – 22 กค 2555 ซื้อตั๋วเครื่องบินตั้งแต่้ต้นปี แบบไร้โปรโมชั่นใดๆ T T ฮอกไกโด หน้าร้อนนนนนนนน อากาศสบายๆ ได้เจอครบหมดทุกหน้า ทั้งร้อนแดด ลมฝน หนาวเย็น ทริปหน้าเราจะไปไหนกันดีเพื่อนๆ  สมาชิกดั้งเดิม 5 คน ห้อยติ่งมาอีก 2 จ้า

 

วันที่ 1 ซัปโปโร. เที่ยวในเมือง นอนซัปโปโร

ออกจากกทมตอนกลางคืนด้วยสายการบินเกาหลี แวะที่โซล บินต่อมาลงซัปโปโร ที่สนามบินซัปโปโร มี Royce World ด้วย แต่เรายังต้องไปอีกยาว เลยไม่ได้แวะซื้อ ไม่แม้แต่จะแวะชม เหอ เหอ ถ้ากลับทางซัปโปโรได้ก็กลับนะ เราจัดทริปแบบสวนทางอ่ะ

 

เที่ยว เที่ยวรอบเมือง ตึกรัฐสภา, หอนาฬิกา และสวนโอดาริ จะบอกว่า ตามแผนต้องเที่ยวตามนี้ แต่มัวแต่ไปจองที่นั่งรถไฟ เลยเวลาน้อยไปจ้า ไม่ได้เดิน

เดินทาง ระยะเดินได้ ถ้านั่ง Subway ก็สาย Namboku Line ลงสถานี Sapporo

อาหาร มื้อเย็นเนื้อย่าง ร้านที่ Jimmy เจ้าของ Hostel ที่เราพักแนะนำ เป็นบุฟเฟ่ห์ในเมืองจ้า ชื่อร้าน Gyukaku

 

ค่าใช้จ่าย

ค่ารถ JR เข้าตัวเมืองซัปโปโร 1040 เยน

ค่าตั๋วรถไฟ 1 วัน 500 เยน

02

ที่พัก Jimmyz Backpacker

 

03

 

 

วันที่ 2 ซัปโปโร นอนซัปโปโร

เที่ยว เที่ยวรอบเมือง

ช่วงเ้ช้า จุดชมวิวเนินเขา Sapporohitsuji ที่นี่วิวสวยดี เหมาะแก่การมาชมวิวเป็นที่สุด แถมมีทุ่งลาเวนเดอร์ให้ได้ชม และตัดกิ่งไปได้ด้วย จ่ายเป็นค่าบริจาค ที่นี่ยังตื่นเต้นกับลาเวนเดอร์อยู่ แต่พอไปเรื่อยๆ มันก็ดอกไม้ธรรมดาข้างทางนี่เอง นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toho ลงสถานี Fukumizu สุดสาย ขึ้นรถบัสเบอร์ 84 สุดสายจ้า

 

ช่างสาย Shiroikoibito Park คนไทยเรียกกันว่า พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต ข้างในไม่ได้มีแค่เรื่องช็อคโกแลต มีทั้งของเล่นหลากหลายรุ่น การตกแต่งหลากหลายสไตล์ เครื่องเล่นแผ่นเสียงสะสม เจ้านางฟ้า สัตว์ทะเลตัวจ้อยแห่งท้องทะเลฮอกไกโด ที่มีให้ชมตามสถานที่ท่องเที่ยว  นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงสถานี Miyanozawa ขึ้นมาแล้วสามารถเดินไปได้ กลางวันทานข้าวที่ ร้านอาหารตรงต้ามพิพิธภัณฑ์เป็นสนามฝึกซ้อมฟุตบอล อร่อยดี  ข้างในก็อย่าลืมกินขนมนะ โดยเฉพาะ ขนมเค้ก อร่อยมากกก ฟองดูก็โอเค เพียงแต่ผลไม้ที่มีให้จิ้มมันไม่ค่อยเหมือนบ้านเรา

 

ช่วงบ่ายแก่ๆ ไปต่อที่ Sapporo Beer นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toho ลงสถานี Higashikuyakusho เดินได้อยู่ แต่เรานั่งรถบัสละกัน แหะ แหะ  ที่นี่เป็นแหล่งทานเนื้อย่าง เนื้อเจงกีสข่านแหล่งใหญ่เลย แต่เราทานแล้วเมื่อวานในเมือง เลยแค่มาชมบรรยากาศ เข้าชมพิพิธภัณฑ์ซัปโปโรเบียร์ มีให้ชิมแก้วละ 200 เยนด้วย ตอนเย็นกลับเข้าตัวเมือง แวะทานราเมงที่ Jimmy แนะนำอีกเช่นเคย ชื่อร้าน Sumire เป็นร้านให้กดตู้ จานใหญ่มาก กินไม่หมดสักคน นั่งเรียงกันเป็นตับ ขากลับที่พักเดินผ่านร้านตีเบสบอลด้วยเครื่องยิงย่าน Suzukino ก็เลยโดนไป 2000 เยน 60 ลูก (การ์ดใบละ 1000 เยน 3 เกม เกมละ 20 ลูก)

 

ค่าใช้จ่าย

ค่าตั๋วรถไฟ Subway 1 วัน 500 เยน

ค่าตั๋วรถเมล์ไปจุดชมวิว 400 เยน

ค่าเข้าจุดชมวิว 500 เยน

ค่าอาหารกลางวัน 4600 เยน สำหรับ 7 คน

ค่าเข้าโรงงานชีอกดกแล็ต 600 เยน

ค่าขนม 4290 เยน สำหรับ 7 คน เกือบเท่าค่าอาหารเลย แหะ แหะ

ค่าเข้า Sapporo Beer Museum

ค่ารถเมล์ไป-กลับ Sapporo Beer เที่ยวละ 200 เยน

 

04

05

06

Sapporo Beer Museum

 

07

Map for Food in Sapporo

 

08

Place to bat Baseball

 

 

วันที่ 3 โอตารุ นอนซัปโปโร

เที่ยวในโอตารุ เดินไปตามเส้นทาง แวะได้ตั้งแต่ต้นทาง ไม่จำเป็นต้องมุ่งไปพิพิธใดๆ เพราะทุกที่คือร้านขายของหมดเลย ที่นี่เราไปเยือนห้องเย็นด้วยตามประสาคนไม่ชอบเที่ยวหน้าหนาวแต่อยากทดลองความเย็น ข้างๆ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีมีร้านขายโทโทโร่อยู่ ใครเป็นแฟน เชิญไปอุดหนุนได้

เดินทาง ซื้อ โอตารุ one day pass มูลค่า1500 เยนมีทั้ง subway ในSapporo และรถไฟไปกลับ

อาหารเช้า ง่ายๆจากร้านสะดวกซื้อ

อาหารกลางวัน ลองอาหารทะเลแบบจิ้มให้เค้าทำให้ ระหว่างที่เดินในโอตารุนั่นแหละ อีกร้านที่แนะนำคือ ร้านขนม LeTao

อาหารเย็น แยกย้ายกันไป เราไปกินราเมงที่ตึกesta แหล่งรวมราเมงรอบฮอกไกโด ที่อร่อยคือข้าวหมูคาราเกะ 555 หน้าตาคล้ายๆนะ

09

คลองโอตารุ

 

 

วันที่ 4 ฟูราโนะ บิเอะ นอน bibaushi

ออกเดินทางด้วยรถไฟสายปกติด้วยเที่ยวเช้า แต่จริงๆ ช่วงที่ไปเค้ามีสาย ซัปโปโร – ฟูราโนะ ที่เป็นเที่ยวตรง แต่มันออกช้ากว่า เวลาเที่ยวหายไปชั่วโมงนึงเลยยอมตื่นเช้าจ้า แล้วก็ตรงไป Farm Tomita อันโด่งดัง ก็กว้างจริงๆ นั่นแหละ กอปรกับดูแผนที่ไม่ดี กว่าจะไปถึงจุดถ่ายรูปทุ่งรุ้ง 7 สี ก็เหลือเวลานิดเดียวแล้ว เร่งสปีดกันแทบแย่  จากนั้นกลับไปที่สถานีรถไฟด้วยรถไฟหวานเย็น Norrokko เพื่อไปขึ้น Twinkle Bus เที่ยวในฟูราโนะ ขอแนะนำว่า ไม่แนะนำอย่างแรง เอาเวลาไปเที่ยวฟาร์มดอกไม้อื่นๆ ดีกว่า แต่ร้านขายของในแมกไม้ก็น่าเดินเล่นจริงๆ นั่นแหละ เพียงแต่ ถ้าให้หาทางไปเองก้ไม่ค่อยคุ้มน่ะ

 

ใช้เวลาในรถบัสถึงสี่โมงเย็น ก็กลับมาที่สถานี เดินทางต่อไปที่พัก ลงสถานี Bibaushi เดินไปไม่ถึง 3 นาทีก็ถึงที่พัก แวะขี่จักรยานเล่นยามเย็น บรรยากาศดีมากๆ เย็นสบาย เสียดายนิดเดียว ขี่ไปถึงฟาร์มที่หมายตาว่าจะเข้าไป เขาก็ปิดแล้ว ปิดตอน 6 โมงเย็นจ้า มัวแต่แวะถ่ายรูปเล่นกันอยู่ เหอ เหอ อาหารเย็นวันนี้ จัดโดยที่ผัก มื้ออาหารแบบสุขภาพมากๆ เต็มไปด้วยผักสดๆ

 

ค่าใช้จ่าย

รถแท็กซี่ (รถตู้นั่นเอง) ไป ฟาร์มโทมิตะ 4120 เยน สำหรับ 7 คน

Twinkle Bus Furano 1000 เยน

ค่ารถจักรยานไฟฟ้า ชั่วโมงละ 500 เยน

10

11

12

Tomorrow Accm at Bibaushi

 

 

วันที่ 5 บิเอะ อะซาฮิคาว่า นอนซัปโปโร

ตั้งใจว่า จะมาเที่ยวเล่นในบิเอะกัน จึงออกมาแต่เข้า ปรากฏร้านส่วนใหญ่ยังไม่เปิด มีแค่จุดชมวิวให้ขึ้นไปชม มองมาเหมือนบ้านตุ๊กตา ไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ แม้แต่รถยนต์วิ่งอยู่ยังไม่มีเลย อีกอย่าง เราจะมานั่ง Twinkle Bus ใน บิเอะ สาย Patchwork ไม่ไปสาย Paronama เพราะเราพักอยู่แถบนั้น(ยังไม่เข็ด) ผลคือ รถจอดจุดที่มีร้านขายของ แต่ไม่ยักจอดตรง Seven Star Hill ผ่านต้นไม้ที่เป็นจุดสังเกตตรงไหนก็ขึ้นบรรยายาเอา เอ่อออออ  ก็อาจจะสบายๆ สำหรับคนไม่มีรถโดยสาร ไม่ขี่จักรยาน แต่ขอแนะนำว่า ถ้ายังมีแรง ขี่จักรยานสักครึ่งวัน มุ่งไปที่จุดเดียวก็ได้นะ ทานเข้าง่ายๆ แถวสถานี แอบตกรถไฟเที่ยวที่ตั้งใจ เลยไปถึง Asahikawa สายไปไปหน่อย ต้องนั่งรถบัสต่อไปสวนสัตว์ Ashiyama อีกเกือบๆ 45 นาทีได้ สวนสัตว์นี้น่ารักมากกกก อย่าพลาดดดดดดดด ให้เวลาสัก 3 ชั่วโมงนะ จะได้เดินได้เรื่อยๆ สบายๆ กลับเข้าซัปโปโร หาอะไรกินง่ายๆ

 

ค่าใช้จ่าย

Twinkle Bus สาย Patchwork 500 เยน

ค่ารถเมล์ไปสวนสัตว์ Ashiyama เที่ยวละ 400 เยน

ค่าเข้าขมสวนสัตว์ Ashiyama 800 เยน

13

จุดชมวิวระหว่างนั่ง Twinkle Bus

 

14

 

 

วันที่ 6 โนโบริเบ็ทสุ โทย่า เลค นอน toya lake

เดินทางด้วยรถไฟ ใช้บัตรเบ่งกันต่อไป แวะที่ Norboribetsu โดยฝากกระเป๋าไว้ที่สถานีใบละ 400 เยนจ้า มีตู้หยอดด้วย แต่ก็ดูละกันว่าขนาดกระเป๋าเป็นไง ของกลุ่มเราใบใหญ่ ฝากเลยคุ้มกว่าจ้า แต่เตือนไว้ว่า จากรถไฟต้องเดินข้ามสะพานมาที่ตัวสถานี เพราะฉะนั้น ต้องยกกระเป๋าขึ้น-ลงบันไดนะ เหอ เหอ

 

ที่นี่ มีขายตั๋วรถไป – กลับนะ อย่าลืมซื้อล่ะ แอบแวะลงกลางทาง แล้วขึ้นใหม่ได้ 555 ทำมาแล้ว

ไปเดินเล่นใน หุบเขานรก Hell Valley หรือ Jigokudani เดินไปเรื่อยๆ มีหลงบ้าง อะไรบ้าง ชอบสุดตรงไปนั่งแช่น้ำร้อนที่ลำธารน้ำร้อนนั่นแล เดินสัก 2 – 3 ชั่วโมง ก็กลับมากินข้าวในถนนสายหลัก เดินเลือกกันโลด ก่อนนั่งรถกลับไปทางสถานีเพื่อแวะเที่ยวหมู่บ้านนินจา Edo World สนุกดีนะ มีโชว์ให้ดูหลากหลาย มีบ้านแบบต่างๆ ให้เข้าไปเล่น ไปชม ซื้อตั๋วจาก Tourist Information มีส่วนลดนะ ใช้บัตร Hokkaido Rail Pass ก้มีส่วนลด แต่ได้ลดน้อยกว่านิดนึง เลยซื้อเลย ที่นี่ มีแปะป้ายด้วยว่า มี Staff พูดภาษาอังกฤษแล้ว 555

 

อกจากนี้ มีฟาร์มหมี ซึ่งอยู่แถวเมือง และ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่อยู่แถวสถานีรถไฟให้เลือกเที่ยวด้วยจ้า เราเอาที่เดียวพอแล้ว จะกลับไปพักผ่อน ใช้ facility โรงแรมที่ Toya Lake กัน ไปแช่น้ำร้อน อาหารเย็นวันนี้ บุปเฟ่ห์โรงแรม อ้อ เด็กๆมาทัศนศึกษากันเพียบเลย เจอตลอดดดด สัก 2 ทุ่ม 45 นาที ก็ลงไปชมดอกไม้ไฟที่ริมทะเลสา่บด้วย ยิ่งใหญ่ อลังการกว่าที่คิด สวยจ้า สวย ดูไปพร้อมกับใส่ชุดยูกาตะด้วย แบบว่า ดูเสร็จแล้วจะไปแช่เลยไง เครื่องใช้ที่จัดไว้ให้ก็ใช้กันเต็มที่จ้า ไปเปลือยหมู่กัน หลายๆ ถามว่า ไม่อายเหรอ ก็อายนะ แต่แหม ไปทั้งที แล้วพอแช่ ไปเรื่อยๆ ก็ได้อยู่ ไม่มีใครมานั่งจ้องคุณหรอก นอกจากคุณจะจ้องกันเอง อิอิ

 

วันนี้เพื่อนๆ พี่ๆ มี เซอร์ไพรส์วันเกิดให้ด้วย น่ารักกันจริงๆ ที่นี่หาเค้กกันไม่ได้เลยต้องใช้ขนมแทน พร้อมกับเทียนลาเวนเดอร์ที่มีมูลค่าสูงมาก

 

ค่าใช้จ่าย

ค่ารถไป – กลับ สถานีรถไฟ Noboribetsu และ Noboribetsu Onsen 600 เยน

ค่าเข้าชมหมู่บ้านนินจา 2500 เยน

ค่ารถเมล์ถึงป้ายโรงแรม เที่ยวละ 370 เยน

15

16

17

 

วันที่ 7 Toya Lake, Hakodate นอน Hakodate 

ตื่นเช้ามาก็ลงไปแช่น้ำร้อนกันอีกรอบ ก่อนไปทานมื้ือเช้าของโรงแรม นั่งรถบัสกลับไปที่สถานีรถไฟ ต่อไป Hakodate ถึงเที่ยงๆ จ้า เดินไปที่พักสบายฯ เดินกลับมากินข้ากลางวันในตลาดเข้า อาหารสดมากกกกก มีคนบอกว่า แม้แต่คนญี่ปุ่นก็มาฮอกไกโดเพื่อกินอาหารทะเลสดๆ ว้าวววว ตอนบ่ายตั้งใจไปเที่ยวสวน Onuma แต่มีเพื่อนลืมตั่วรถไฟไว้ที่พัก วิ่งกลับไปเอาแล้วกลับมาไม่ทัน ลืมไปว่า ซื้อตั๋วเฉพาะเที่ยวก็ไม่แพงนะ แหะ แหะ ขอโทษ ไม่เป็นไร ก็เปลี่ยนแผนมาเดินเล่นในตัวเมือง

 

ถามศูนย์ข้อมูล ได้ข้อมูลมาว่า มี 3 โซนที่ควรไป คือ ป้อม 5 แฉก, โซนโกดังเก่า, และ รอบ Motomachi วันนี้เราจะไปกันที่ โซนโกดังอิฐแดง Kanemori และ รอบ Motomachi จ้า แต่ไปหลงกะเพื่อนคนนึงที่ไปรษณีย์เก่าซะก่อน กว่าจะตามหากันเจอก ก็ไปถึงรอบ Motomachi แล้ว ก็เลย ข้ามโกดังเก่าไปเลย แหม เสียดายจัง รอบๆ Motomachi ก็เป็นทางเดินตลอดแนว มีแผนที่ชัดเจน ไม่หลงง่ายๆ ชมวิวเมืองไปด้วยในตัว โบสถ์รัสเซีย, โบสถ์กรีกออร์ธอด็อกซ์, หอประชุมเขต Hakodate และ สวน Motomachi เดิมเป็นค่ายทหาร  มื้อเย็น ไปทานง่ายๆ แบบอิ่มท้องมากๆ ที่ ร้าน Hamberger Lucky Piero Bay area honten มีทั้ง แฮมเบอเกอร์หอยเชลล์, เจงกีสข่าน, ไส้ไก่ทอด อร่อยมากกก ไม่แพงด้วย ขอสารภาพว่า เลี่ยงจากอาหารฝรั่งเศสที่มีคนแนะนำมาเป็นร้านที่หนังสือแนะนำ

 

ช่วงค่ำๆ เดินขึ้นเนินไปอีกรอบ เพื่อไปขึ้นกระเช้า ณ Sunroku Ropeway ไป ภูเขา Hakodate ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นที่สุดนับแต่มา ก็เดินขึ้นเนินกันไป ต้องเดินนะ รถสาธารณะไม่มี นอกจากคุณจะเรียกแท็กซี่ จากนั้นก็ขึ้นกระเช้าไปที่หอชมวิว ใจกล้า ไปขึ้นชั้นสูงสุดที่ไม่ได้อยุ่ในหลังคาอีก และก็ได้วิวสมใจนะ มีใช้ไฟฉายจากกล้องมาส่องที่หน้าเพื่อถ่ายรูปให้เป็นที่ฮือฮาของบรรดาชาวญี่ปุ่นทั้งหลายด้วย มีเทคโนโลยีอยู่กับตัวก็ใช้ให้เป็นประโยชน์  จากนั้นก็เดินกลับที่ัพัก เย็นๆ กันไป

 

ค่าใช้จ่าย

ค่ารถเมล์ถป้ายโรงแรมถึงสถานี เที่ยวละ 370 เยน

ค่าขึ้น Ropeway ไป – กลับ 1,150 เยน บังคับไปกลับนะ ไม่งั้นจะกลับยังไงล่ะ เหอ เหอ

18

19

20

21

22

 

วันที่ 8 Hakodate นอน Hakodate

รุ่งเช้า นั่งรถไฟไปสวน Onuma กันจ้า คล้ายๆ สวนสาธารณะ แต่มีขนาดใหญ่มากกก ทางเดินทอดสะพาน มีเกาะเล็กเกาะน้อย เดินตามทางดิน อุดมด้วยต้นไม้ เดินเล่นเพลินๆ พอได้อารมณ์ ก็กลับกัน แต่ก็ตกรถไฟที่หมายตาอยู่ดี ที่นี่ เจอนักเรียนอนุบาล กระเป๋าเหลือง หมวกเหลือง กำลังข้ามถนน ชูมือกันสุดแขนเลย น่ารักมากกก แวบไปขี่จักรยานเล่นฆ่าเวลา กลับไปที่ฮาโกดาเตะ แล้วลุยต่อไปที่ ป้อมดาว 5 แฉก หรือ Goryokaku ขึ้นรถ Tram มุ่งหน้า Yunokawa ประมาณ 15 นาที ลงป้ายสถานี Goryakaku Koenmae แล้วเดินต่ออีก 10 นาที แต่เราตั้งใจจะแวะไปทานสปาเก็ตตี้ที่ร้าน Pastaria กันก่อน เลยมายืนตั้งหลัก หน้าตางงๆ กัน เจอน้องคนไทย มาเรียนทหารกะเพื่อนต่างวัยที่มาร่วมฝึกด้วยกัน เข้ามาช่วยแล้วก็พาเดินแบบหลงๆ ไปส่งถึงร้านเลย น่ารักมากกกก ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ อยู่ในซอยที่แบบว่า โอเค ดูในแผนที่สีเทาๆ มัน คือซอยนะ สู้ๆ ขอให้หากันเจอ

 

จากนั้นก็เดินไปขึ้นหอคอยชมวิว เห็นสวนเป็น 5 แฉก เต็มบ้าง ไม่เต็มบ้าง ลงไปเดินเล่นในสวน กลิ้งไปมากันสักพัก ก่อนจะกลับไปเดินเล่นแถวโกดัง ช่วงนี้ มีหลุดจากเพื่อนๆ บ้าง แต่ไม่เป็นไร ก็ตามกลับไปที่โกดัง กว่าจะถึงก็ร่วม 6 โมง มีเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ก็จะปิดแล้ว ก็เลยรีบเร่งเดินๆ กันนิดๆ มี shopping กันด้วย เวลาน้อย ยังไม่วาย ที่นี่เป็นต้นแบบของ Asiatique บ้านเรานั่นเอง 555

 

ที่นี่ ของที่ระลึก จะทำเป็นรูปดาว 5 แฉกนะ ด้วยขนมแบบเดียวกันกับเมืองอื่นๆ แต่ที่กระดาษจะทำเป็นรูปดาว จริงๆ แต่ละที่เค้าพยามทำ package ตามเืมืองของตัวเอง ที่ Asahikawa ก็เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่โอตารุ ก็เป็นรูปกระดิ่ง เครื่องแก้ว

 

วันนี้ แยกทานเข้าเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มเราไปนั่งทานที่ Hakodate Beer อาหารฝรั่ง มีเพลงฟัง Chill Chill เป็นแนว Jazz ดิสนีย์ทั้งนั้น ร้านนี้ ขนมปัง Stick เค้าอร่อยดี

 

ค่าใช้จ่าย

ค่ารถจักรยาน 400 เยน

ค่ารถ Tram เที่ยวละ 240 เยน

ค่าหอชมวิว 840 เยน

23

24

25

 

วันที่ 9 Hakodate บินกลับกทม

 เราไปเดินเล่นที่ตลาดเช้า แบบลุยเข้าไปช่วงตลาดเลย มีอาหารมาลงอยู่บ้าง นั่งกินอาหารสดๆ กันเป็นครั้งสุดท้าย ขอแจมด้วยปลาย่างอีกหนึ่งตัว ที่ร้านที่มีนักการ์ตูนเคยมานั่งกินด้วย ลายเส้นการ์ตูนคุ้นตาอยู่ ได้ชิมหอยตัวละ 300 และ 500 เยน ติดใจ เลยซื้อติดไปให้เพื่อนที่ไม่ได้มาด้วยกันกินด้วย กลับไป Check Out ขึ้นรถมุ่งสู่สนามบิน แต่ขอบอกว่า กลับเส้นนี้ ไม่ต้องรีบออกนักก็ได้ เผื่อเวลาสัก 2 ชั่วโมงก็พอ สนามบินมันเล็ก อ้อ มีขายของกินทุกอย่างที่ซื้อมาระหว่างทาง ราคา เท่ากัน เพราะฉะนั้น ไม่ต้องแบกมาก็ได้ ยกเว้น ช็อคโกแลตจาก Le Tao ที่รู้สึกว่า ซื้อจากร้านจะสดกว่าจ้า  บินกลับกทม แวะเกาหลีอีกเช่นเคย Shopping กันกระหน่ำ เพราะมี Sale ที่สนามบิน เชื่อมะ มี Sale ที่สนามบิน สุดยอดจริงๆ เกาหลี

 

เอา เที่ยวญี่ปุ่น จบด้วยเกาหลีได้ไงเนี่ย แต่มีเพื่อนบอกว่า ซื้อครีมกระปุกมาแบบโง่ๆ ราคา 300 บาท มาเจอขายที่ห้าง 1200 บาท แทบกรี๊ด

26

ค่าใช้จ่าย

รถกลับสนามบิน เที่ยวละ 400 เยน

 

 

ที่พัก

 

Jimmy Backpackers 3 คืน คืนละ 2950 เยนต่อคน http://www.jimmyzbp.com/english/

ที่นี่ เจ้าของน่ารักมาก พูดภาษาอังกฤษคล่อง ข้อมูลแน่น ช่วยหาให้ด้วย ถ้าสงสัยอะไร สะอาด ใกล้แหล่งกิน Suzukino เป็นที่พักที่จุคนได้แค่ 10 คน เท่านั้น มี 2 ห้อง เป็นห้องรวม จุได้ 6 คน และ ห้องหญิง 4 คน มีห้องน้ำ 2 ห้องจ้า แบ่งเป็นห้องชาย กะ ห้องหญิง มีไมโครเวฟ กาต้มน้ำ ชา กาแฟ ไว้คอยบริการ ที่สำคัญ ฝากกระเป๋าได้นะ

 

Deainosato Tomorrow 1 คืน คืนละ 8400 เยนต่อคน รวมอาหารเช้าและเย็น http://www.biei-tomorrow.jp/english.htm

ที่นี่ เจ้าของพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แต่คุณลุงก็อธิบายทุกอย่างในบ้าน ให้เราเข้าใจด้วยภาษากาย ที่พักน่ารักมากกกก ห้องสบาย บรรยากาศเยี่ยม มีเปียโนไว้ให้เล่นบริเวณห้องอาหาร เหมือนบ้านมากกว่า จุได้หลายคนกว่าที่คิด ถ้านับไม่ผิดมีประมาณ 7 – 8 ห้องได้ ใกล้ร้านเช่าจักรยาน ที่เก๋คือ ที่พัก อยู่สุดถนนตัดเลย เลยไป ไม่มีถนนแล้ว อิอิ อาหารอาจจะไม่่ค่อยโอเคสำหรับคนชอบกินเนื้อ แต่ 1 คืน ก็รับได้นะ กับบรรยากาศที่ได้มา

 

วิธีการจองกับที่นี่ สามารถเขียนอีเมล์ได้นะ แต่ให้เวลาเค้าตอบหน่อย ต้องไปให้คนช่วยอ่าน ช่วยตอบจ้า

 

Jimmy Backpackers อีก 1 คืน คืนละ 2950 เยน

 

Toya Sun Palace Hotel 1 คืน คืนละ 11,700 เยนต่อคน รวมอาหารเช้าและเย็น เป็นห้อง No Smoking Room นะ Toya Lakehttp://karakami-kankou.jp/en/sp/

ที่นี่ โรงแรมใหญ่ แต่พนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เอาเหอะ ช่วยเหลือตัวเองก็ได้ ถ้าใครทนกลิ่นบุหรี่ไม่ได้ต้องยอมจ่ายนะ เพราะห้องที่สูบบุหรี่ได้นี่ เค้าสูบกันจริงจังมากกก เห็นมาแล้ว เปิดประตูทิ้งไว้ นั่งในห้อง แล้วสูบกันฉุยเลย

 

จริงๆ แล้ว มี Flow Rider ให้เล่นด้วย แต่ว่า ตอนเราไปยังไม่เปิดให้บริการ กำลังซ่อมอยู่ เซ็งเลยยยย

 

บ่อน้ำร้อน ก็โอเคแหละ เป็นบ่อหลายๆ แบบ มีข้างนอกด้วย อุปกรณ์เครื่องอาบน้ำมีให้พร้อม

 

Puppytail Pension 2 คืน คืนละ 4200 เยนต่อคน http://www.tabi-hokkaido.co.jp/puppytail/english/index.html

ที่นี่เป็นอีก 1 ที่ ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ได้ข้อสรุปมาว่า ที่พักไหน ที่ติดต่อโดยผ่านเว็บกลาง คือ บริการรับจอง ที่นั่น พูดไม่ได้จ้า แต่บรรยากาศเป็นอังกฤษมาก ตกแต่งน่ารัก ดอกไม้เต็มไปหมดเลย แถมใกล้สถานีแบบสุดๆ

รวมเป็น 40,300 เยน คิดเป็นเงินไทยด้วยเรท 0.39 เป็น 15,717 บาท อยู่ในงบ เย้

 

การเดินทาง

ตรวจสอบเส้นทางรถไฟ www.hyperdia.com เชื่อถือได้สุดๆ

บินสายการบินเกาหลี กทม-ซัปโปโร ฮาโกดาเตะ-กทม แวะโซลทั้งขาไปและกลับ 26000 บาท

Hokkaido rail pass 5 วัน 19500เยน เริ่มใช้วันเดินทางไปฟูราโนะ

Otaru one day pass 1500 เยน subway และ รถไฟ

ตั๋ว Subway 1 วัน วันละ 500 เยน วันเสาร์-อาทิตย์ 800 เยน วันธรรมดา

Twinkkle Bus Furano 1000 เยน

Twinkle Bus Patchwork 500 เยน

ค่าเช่าจักรยานไฟฟ้า ที่ Bibaushi 1 ชั่วโมง 500 เยน

ค่าเช่าจักรยานที่ Onuma, Hakodate 400 เยน

ค่ารถเมล์ตามระยะทาง สังเกตดูว่า เราขึ้นป้ายหมายเลขอะไร ดูที่น่าจอ เมื่อถึงป้ายที่เราลงก็ให้ดูราคา เค้าจะมีที่หยอดให้แลกเงินได้ จากนั้น เราก็ต้องหยอดให้พอดีนะ

วิธีการขึ้นรถเมล์ คือ ขึ้นตรงกลาง แล้วหยิบตั๋วที่จะยื่นออกมาเก็บไว้ พอจะลง แล้วค่อยจ่ายเงินจ้า

 

แหล่งข้อมูล

Toursit Infomation ของทุกๆ เมือง แวะไปเถอะค่ะ ไม่ผิดหวัง เค้าช่วยเต็มที่

หนังสือ ต๊อก ต๊อก ต๊อก ฮอกไกโด เที่ยวสบายๆ สไตล์คนญี่ปุ่น

เว็บสำหรับตารางเวลารถไฟ www.hyperdia.com

เว็บไซต์ต่างๆ search หาไปเถอะ ข้อมูลเพียบ

 

เครดิตรูป เพื่อนส้มจ้า

เครดิตแผนเที่ยว เพื่อนปุ้ยจ้า

 

6 Responses to "ฮอกไกโด เที่ยวเอง กินเอง หลงเอง จ่ายเอง ^^"

ขอบคุณกับข้อมูลนะค่ะ คือสนใจอยากเก็บตังค์ไปแบบแบคแพ็คไปกันเอง สองสามคนเหมือนกันค่ะ แต่มีบางคนแบบโอ้ย ไปที่นี่ภาษาอังกฤษใช้ไม่ได้ ไปกับทัวร์ดีกว่าwไม่ลำบาก เราก็แบบอยากแค่ไปดูเที่ยวถ่ายรูปที่อยากไปอ่ะ เลยต้องหาข้อมูลลบคำสบประมาทให้ จนมาเจอเวปคุณขอบคุณมากเลยค่ะ อยากขอเมล์ได้ใหมค่ะไว้สอบถามข้อมูลค่ะ

ขอบคุณนะค้ะ อธิบายละเอียดมาก😀

ข้อมูลละเอียดดีครับ ขอบคุณครับ

ขอบคุณมากค่า bookmark ไว้แล้ว🙂

หนูๆน่ารักทุกคน ลุงจะไปกันเองเหมือนกันกลางเดือน กค.นี้ 555

ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีๆแบบนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: