Ras's Blog

กิจกรรมสุดโหด กับ The Peak พักสุดสบายที่ พริบตา เมืองปาย 22-25 ต.ค. 2553

Posted on: November 1, 2010

วิวจากจุดชมวิว ถ้ำน้ำบ่อผี

 

ทริปนี้ เกิดคำถามขึ้นในใจใครหลายๆ คน ฉัน (เรา) มาทำอะไรที่นี่ นับแต่เดินป่า ทางแคบ ชัน แฉะ ลื่น โรยตัวลงจากปากถ้ำน้ำบ่อผีความสูง 200 เมตรด้วยเชือกเส้นเดียว และปีนหน้าผาด้วยกำลังตัวเอง พร้อมอุปกรณ์ช่วยในระยะ 95 เมตร พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เราฝากชีวิตไว้กับพวกเค้า เดินเขากลับในเวลาเที่ยงคืนท่ามกลางทะเลหมอก อากาศเย็นๆ เสียงจิ้งหรีด จ๊กจั่น ลั่นทุ่งข้าวโพด คำตอบคือ ครั้งหนึ่ง (ครั้งเดียว) ในชีวิต สุดยอดจริงๆ

 

ที่มาของทริป ใครชวนใคร จับความได้ไม่แน่ชัด คาดว่า มาจากทางท๊อป พี่โจ ที่ได้ฟังกิจกรรมนี้จากออยที่ไปเห็นกับตา แต่ไม่ได้ลงจริง แล้วทีน่าก็นำมาขึ้น FB พี่กั้งเห็นเข้า แสดงความสนใจแล้วมาชวนพี่น้องให้ไปร่วมทริปนี้ ทุกคนรับรู้ว่า ต้องทำอะไรบ้างจากรายการของภูริ เสือ สิงห์ กระทิงเที่ยว แต่ไม่มีใครคิดว่าจะจริงงงงงงงงงงง ขนาดนั้น 555 แต่เราคิดนะ

 

เดินทางกันด้วยรถตู้ที่ขับได้ชวนปวดหัวมั่กๆ ถึงเชียงใหม่ร่วม 6 โมงครึ่ง ทานข้าวเช้าที่ร้านโจ๊ก สมเพชร สะกดอย่างนี้รึเปล่า ไม่แน่ใจ คนมาทานกันเช้ามั่กๆ อิ่มท้องแล้วก็มุ่งสู่ปาย ไปยังที่พัก พริบตา เจ้าของคือคู่สามีภรรยาที่แสนจะน่ารัก พี่โจและทีน่า ที่พักน่ารักมากๆ สร้างบ้านเป็นขั้นบันได หันหน้าไปทางทิศตะวันตกนั่งชมพระอาทิตย์ตกได้สบายๆ แ่ต่เราไม่ได้นั่งชมเลย ได้ดูแต่พระจันทร์ยามค่ำคืน เพราะกิจกกรมที่ทำดึงเวลาไปหมด พักผ่อนกันตามอัธยาศัย จากนั้นมานั่งทานข้าวกลางวันที่ออยซื้อมาให้ งานนี้ถ้าไม่ได้ออยสงสัยจะอดตาย ไม่มีฝ่ายเสบียง ปรบมมือพร้อมส่งเสียงเชียร์ให้อย่างแรงงงงง ขอบคุณมากนะ ออยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

ทีมงาน the peak มาถึง เพื่อเตรียมพร้อมสถานที่ฝึกซ้อม มีแอบบ่นเล็กน้อย ที่ sale ยอมให้มาฝึกที่นี่ จริงๆ เค้าทำที่ฝึกไว้แล้วที่ หมู่บ้านมูเเซอ อ.ปางมะผ้า ความสูงประมาณ 10 เมตร ทำที่ฝึกที่นี่ได้แค่ 5 เมตร ได้ฝึกขึ้น 2 รอบ ลง 2 รอบ มีคนแอบโกงฝึกรอบเดียวด้วยนะ ใครบ้าง สารภาพมาซะดีๆ แต่แค่นี้ก็หมดแรงแล้ว หลายๆ คนเริ่มคิด แล้วชั้นจะปีนขึ้นไหวไหมเนี่ยยยยยยยย แต่นะ ลงแล้ว ก็ต้องขึ้น ไม่งั้นก็ตั้งรกรากที่นั่นได้เลย ได้เลือดจากยางมะดู่กันคนละนิดละหน่อย ดูเหมือนได้เลือดกันจริงๆ เลย ไปอาบน้ำกันอีกรอบ เพื่อไปทานข้าวเย็นในเมืองปาย ร้านชาลี อร่อยดีนะ ได้เดินถนนคนเดินนิดหน่อย งานนี้ บอกว่าไปปาย แต่ไม่ได้เที่ยวเลย เห็นแต่จากภาพถ่ายของแก็งโป่ง หวาน ออย อีกบรรยากาศของผู้ร่วมรถตู้ เหมือนไม่ได้ไปด้วยกันเลย อิอิ

 

ีรุ่งเช้า ทีมงาน The Peak นัดเจอตีสี่ครึ่ง แต่จนทีมไปดูห้วยน้ำดังที่นัดกันตอนตีห้าออกไปแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แวว โทรไปสอบถามได้ความว่า หมอกลงจัดเลยต้องขับรถช้าๆ ออกมาตั้งแต่ตีสามแล้ว อืมมมมม กว่าจะได้ไปก็ร่วม 6 โมง มุ่งตรงไปหมู่บ้านมูเซอ ออกเดินขึ้นเขาเวลา 8 โมงเช้า แชะรูป ก่อนขึ้น ณ เวลานั้น เด็ดสุดคือ แชะรูปร่วมกันตอนกลับมาแล้วเวลา ตีสองจ้า เหอ เหอ เดินทางกลับถึงที่พัก พริบตา อันแสนสบาย ประมาณ ตีสี่ครึ่ง ชนวันเลย

 

ระหว่างทางขึ้นเขา ลื่นมาก เพราะฝนตกตอนกลางคืน มีเมฆอยู่ตลอด ก็ดีในแง่ที่ไม่ค่อยร้อน แต่ระวังล้ม ลื่น รองเท้าหลุดกันสุดๆ รองเท้าแต่ละคนดูมีสีสันกันมากๆ ไม่ว่าคุณจะเคยเป็นสีอะไรมาก่อน สุดท้ายแล้ว ทุกคนสีเดียวกัน สีดินโคลน ไม้เท้าไม้ไผ่ที่ชาวมูเซอ ได้ใช้กันจริงๆจังๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่ prop แต่สุดท้ายขาดไม่ได้เลย ไม้พลองของลูกเสือเนตรนารีต้องปรับปรุงอย่างแรงนะคะ ใช้งานไม่ได้ รองเท้าลูกเสือก้อไม่เหมาะ เพราะพี่กุ้งได้ใส่รองเท้าลูกเสือ กัดดดดดดดดสุดๆ  สงสัยลืมกัดก่อนใส่ ส่วนของตัวเอง หิ้วผ้าใบไปด้วย เลยสบายไปไม่ต้องซื้อใหม่ ซื้อกันใหม่ 4 คน ไม่เอากลับกันเลยสักคน เละมากกกกกกจริงๆ เดิผ่านไร่ข้าวโพด ทุ่มไมยราบ ทุ่งต้นอะไรก็ไม่รู้ สูงๆ เสียวงูอยู่เหมือนกัน เดินไป เดินมา มีแนวกั้นรั้วไม้ไผ่อีกต่างหาก ได้ความว่า ทำไว้เพื่อกั้นไม่ให้วัวเข้ามากินข้าวโพด เด็ดกว่านั้น ข้าวโพดปลูกไว้เพื่อกินกันเองและเลี้ยงสัตว์ ไม่ได้มีไว้ขายนะคะ โปรดทราบ เค้าาเศรษฐกิจพอเพียงกันจริงๆ อยู่ได้ด้วยตนเอง

 

ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงจุดหมาย นับว่าทำเวลาได้ดี แต่ทางทีมงานยังเตรียมอุปกรณ์ไม่พร้อม ก็ต้องนั่งรอกันไปก่อน มีให้ทานขนมปัง ไมโล กาแฟกันด้วย อิ่มหนำกันไปอีกรอบ มื้อเช้าตรู่ย่อยไปหมดแล้วเมื่อตอนเดินขึ้นมา อุปกรณ์เครืื่องใช้ จากไม้ไผ่ล้วนๆ ทั้งแก้วไม่ไผ่ ที่ิปิ้งขมปังสานไว้สำหรับวางขนมปัง จานใส่ก็คือกระบอกไม้ไผ่ผ่าซีก ตะเกียบ และที่ทาเนยก็เหลามาจากไม้ไผ่ เข้าใจคิด ใช้ของจากธรรมชาติ แต่ว่า อย่างนี้เรียกว่าตัดไม้ทำลายป่าหรือเปล่านะ ใช้ไปกี่ท่อนก้ไม่รู้  งานนี้ทุกคนได้เข้าห้องน้ำแบบธรรมชาติกันโดยถ้วนหน้า แหม ก็อยู่กันทั้งวัน ไม่เข้ายังไงไหว หามุมกันดีๆ ละกัน

 

จะบู พาไปจุดชมวิว และแสดงให้เห็นถึงที่มาของชื่อถ้ำบ่อน้ำผี ด้วยการโยนหินก้อนใหญ่ ก้อนกลาง ก้อนเล็ก ลงไปที่พื้นล้าง นับได้ 6 วินาทีทุกก้อน ก็จะได้้ยินเสียง ปัง คล้ายปืน คล้ายเสียงของหล่นน้ำ ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าข้างล่างเป็นน้ำ แต่จริงๆ แล้วเปิ็นดิน เป็นซากใบไม้ที่ทับถมกัน จากนั้นทุกคนก็รับรู้โดยทั่วกันว่า ถ้าจะลงให้เร็วที่สุด จะลงได้ภายในระยะเวลา 6 วินาที แต่ขอเป็น 30-45 นาทีตามคาดการณ์จะดีกว่าค่ะ

 

พร้อมลงคู่แรกร่วมๆ เที่ยง เริ่มจับคู่ที่ พี่ปุ้ย ทีมงาน The Peak พาสองหนุ่ม ท็อป และ บิ๊กที่ดูจะฟิตสุดลงไปก่อน เพื่อเอาถุงใส่เชือกห้อยลงไปก่อน 2 หนุ่มถ่ายรูปกันอย่างเิริงร่ามาก พี่ๆ ที่ยืนเชียร์จากอีกมุมผา ยืนลุ้นกันอยู่ คู่ที่ 2 จากทีน่ากับพี่โจ กลายเป็นพี่กั้งกะพี่กุ้ง เพราะทีน่าจะไปกับไปป์ ไปเจรจาต้าอ่วยกันไว้ตอนเตรียมตัว คู่ที่ 2 พี่กุ้งกับพี่กั้งไปกับขุน ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่สำหรับงานนี้ แต่เป็นมือเก๋ากับ ATV ข่าวว่า ขุนสปอยพี่กุ้งมั่กๆ ทั้งดันเชือก บีบ stop ส่วนพี่กั้งต้องทำเองหมด เอาน่า เพื่อพี่สาว แค่นี้ พี่กั้งยอมแหละ คู่ที่ 3 ทีน่า พี่โจ ไปกับไปป์ มีปลอบ ขู่ให้กำลังใจกันเล็กน้อยก่อนลง สุดท้ายทีน่าก็สู้ เยี่ยมมากกกกกก ปิดท้ายด้วย ตัวเราเอง ไปกับพี่หนุ่ย head ทีมนี้ จะว่าโชคดีหรือโชคร้ายดีล่ะ คือ พี่เค้าเก่งไง แต่เค้าก็ทำเวลาด้วย เร่งน่าดูเหมือนกัน กลายเป็นคู่ที่ลงเร็วที่สุดเลยมั้ง แต่ก็ได้รูปเยอะนะ อิอิ ต้องขอขอบคุณช่างภาพ พี่หนุ่ย และ กล้องจากพี่โจด้วยนะคะ ก่อนลงมีกรณีแย่งกล้องกันเล็กน้อย  เพราะพี่กั้งอยากได้ภาพจากข้างบนด้วย ก็เลยคิดจะให้กบไว้ถ่าย แต่อีกใจก็อยากได้กล้องไว้กับตัว พี่โจมาเป็นฮีโร่ช่วยแก่ปัญหานี้ไว้ได้ แม้สุดท้าย จะถ่ายระยะไกลจากกล้องพี่โจ้ไม่ค่อยได้ก็ตาม ลืมเดินตามไปถ่ายรูปตอนลง อย่างไรก็ดี โชคดีทริปนี้มีเพื่อนพี่หนุ่ย ชื่อพี่เอกไปด้วย เค้าถือกล้องตัวใหญ่มาถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย เลยขอให้ช่วยถ่ายให้ซะเลย กล้องเค้าซูมได้เยอะมากกกก ก็ฝากความหวังไว้ที่ทีน่ากะออยในการตามภาพละเจ้า งานนี้

 

เริ่มลงคู่แรกร่วมๆ เที่ยง คู่สุดท้ายลงตอน 5 โมงเย็นใช้เวลากันไป เกือบ 5 ชั่วโมงสำหรับขาลง ตอนที่เราลง สวนกับคู่แรกขึ้นด้วย มองไปเห็นกำลังไต่ขึ้นอยุ่เลย พี่หนุ่ยคว้ากล้องไปจะซูมถ่าย แต่มันเล็กมากกกกก เลยไม่ได้ถ่ายไว้ ขาลง ของเรา มีปํญหาอยู่เหมือนกัน ไม่สามารถลื่นไหลได้เท่าที่ใจพี่หนุ่ยอยากให้เป็น เพราะ stopper มันใหม่ บีบยากมากกกก กว่าจะยอมเลื่อน ไม่ต้องทำ stop ผูกเชือกให้หยุดเลย มันนิ่งสนิทจริงๆ ต้องใช้กำลังในการบีบ และอาศัยแรงดึงเชือกขึ้นเพื่อส่งให้มันไหลลงมา แม้จะทำจังหวะสวยๆ ได้ไม่นาน แต่ก็มีกะเค้าบ้างนะ มองไปรอบๆ หน้าผา  ท้องฟ้าใส มีหินรูปร่างต่างๆ ให้เห็นอยู่ประปราย มีก้อนหนึ่งคล้ายผู้หญิงตรงช่วงขาเรียว ข้างๆ เป็นตุ๊กแกขนาดยักษ์ ไปอยู่ข้างกันได้ไงเนี่ย ไม่มีความกลัวอยู่เลย คงเพราะสมาธิไปจดจ่อกับการบีบ stopper ดันเชือก และ ถ่ายรูปปปปปปปปปปป

 

3 คู่หลัง ทานข้าวกลางวันข้างบนกันไปเรียบร้อยเพราะรอนานมั่กๆ แล้วเพิ่งค้นพบว่า คนข้างล่างไม่ได้เอาตะเกียบลงไป แต่ถ้าเราไม่ได้ทานข้าวข้างบนกัน ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า มีตะเกียบให้เราด้วย มีติดตะเกียบลงไปให้ แต่คู่แรกเค้าเปิปด้วยปากกันไปแล้ว ที่น่าสงสารกว่าคือ พี่ปุ้ยทีมงาน ฝากอาหารไว้กับไปป์ คู่ที่ 3 ที่กว่าจะลงไปถึง พี่ปุ้ยก็ต้องขึ้นแล้ว แถมพอขึ้นไปก็ยังต้องคอยช่วยดึง ช่วยจัดการอีก จากช่างแซวผ่านวิทยสื่อสารเลยชักเงียบ 555 พี่หนุ่ยกะพี่ปุ้ย เค้าช่างแซวกันจริงๆ ยิ่งช่วงขุนยิ่งให้กำลังใจ (หรือกดดัน) กันใหญ่

 

เมื่อลงถถึงข้างล่าง เป็ฯบริเวณป่าหวาย มีหนามๆ เต็มไปหมด ใครลงไม่ดี มีสิทธิได้แผลเพิ่ม จากนั้นเราก็เดินไปอีกฟากหนึ่งของปล่อง เพื่อเตรียมตัวปีนขึ้นไปอีก 95 เมตร ไปถึง พี่กุ้งกับพี่กั้งเพิ่งจะเริ่มขึ้น ก้อได้ปะหน้ากันแป็บนึง ก่อนไปนั่งรอ นอนรอร่วมกันทีมที่ 3 และ 4 พี่หนุ่ยกะไปป์มีปรึกษากันว่าจะขึ้นยังไงดี ให้เร็ว ตอนแรกพี่หนุ่ยจะให้พาขึ้นไปให้หมด แล้วก้อเปลี่ยนใจเป็นให้ตามขึ้นไปเลย แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ทำ เห็นว่าจะทำให้คนข้างบนขึ้นยากกว่าเก่า สุดท้ายก็เลยได้แต่ร้องเพลงรอ คู่ที่ 2 ขึ้นไปตอน เกือบ 6 โมง ถึงประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ ครึ่ง ทีมที่ 3 ต่อเกือบ 3 ทุ่ม ปิดท้ายด้วยทีมที่ 4 4ทุ่มกว่า ใช้เวลาขึ้นเบ็ดเสร็จรวมๆ กัน 6 ชั่วโมง ลำดับการใช้เวลา (ตามความเข้าใจของตัวเอง) อันดับหนึ่ง พี่กุ้งกับพี่กั้ง เห็นว่ามีปัญหาเรื่องเชือกพันเยอะมาก เ้จ้าหน้าที่แก้ปัญหาได้ไม่ค่อยดี ทีมที่ 2 ทีน่ากับพี่โจ ด้วยเวลาน่าจะมาตรฐานอยู่ ชั่วโมงกว่าครึ่งได้ โดยมีนกแก้วพี่โจคอยให้จังหวะ ยก ก้าว ยืน และยังแมนๆ บอก ไปป์ staff ว่า จะให้พี่โจทำอะไร ยังไง ไปป์บอกมาเลย เพราะเจอปัญหาเชือกพันเหมือนกัน คาดว่าต่อเนื่องมากจากทีมที่ 2 ของเราเลยโชคดีหน่อย ไม่เจอปัญหานั่นแล้ว แต่เจอพี่หนุ่ยคอยกดดัน เอ้ย ให้กำลังใจให้ขึ้นไปพร้อมๆ กัน จังหวะเดียวกัน พี่คะ ความสูงต่างกันขนาด กบขึ้น 3 ครั้งได้เท่ากับพี่ครั้งเดียวเอง ให้เวลาหายใจ ชมวิวยามค่ำคืนกันบ้าง งานนี้ พี่หนุ่ยบอกผิดคอนเซป มันต้องมืดระหว่างทาง แต่ของเรามืดตั้งแต่ยังไม่ขึ้น

 

รออยู่ข้างล่าง ร่วม 4 ชั่วโมง ก่อกองไฟ ไล่ยุงไป 2 กองใหญ่ คุยนู่น คุยนี่ จนไมู่้รู้จะคุยอะไร เลยเงียบนอน มองฟ้าผ่านต้นไม้สูง ชิวๆ มืดดีจริงๆ ข้างใต้ แต่ก็ยังพอมองเห็น ดาวลอดต้นไม้บ้าง มีค้างคาวบินตัดหน้าให้เห็นบ้าง พี่กั้งมาเฉลยตอนหลังว่า มีกดดันพี่กุ้งว่า ต้องขึ้นนะ อยู่เฉยไม่ได้ ไม่งั้นกบไม่ได้ขึ้น กบมันรออยู่ข้างล่าง มืดๆ นะ อิอิ แบบว่า อาศัยแรงฮึดรักน้อง หรือ ไม่อยากห้อยต่องแต่งทั้งคืนก็ไม่รุ้ แม้จะร้องหารอกอยู่ตลอด สุดท้ายก็พาตัวเองขึ้นไปจนถึงที่ทีมงานจะให้ความช่วยเหลือได้ ตอนแรกคิดว่า ช่วงปีนผา ด้วยจังหวะ ยกมือขวาขึ้นพร้อมเท้าซ้าย แล้วยกขาขวามาให้เท่ากัน ยืดตัว ยืนขึ้น จะยากสุดแล้ว แต่ช่วง 5 เมตรสุดท้าย โหดกว่า ปลด safety ที่ขาไปเรียบร้อบ ทางดูเหมือนจะปีนได้ แต่ก้าวไม่ค่อยถึง สุดท้ายต้องเหยียบเท้าพี่หนุ่ยบ้าง เหยียบเข่าบ้าง ดันตัวขึ้นไป พี่หนุ่มกํอจับเชือกลากขึ้น แรงเยอะจริงๆคะพี่ งานนี้ ขึ้นไแล้วก็มีแปะมือ hi 5 กันด้วย ประหนึ่งว่า ทำสำเร็จ ก็ถ้าไม่ได้พี่ช่วย ก็คงค้างอยู่ตรงนั้นเหมือนกันคะ เข้าใจแล้วว่า ทำไม พี่หนุ่ยพาสาวเข้าป่า แล้วถึงมีสาวติดใจ หุหุ จริงๆ ก้คงหมายถึงทีมทุกคนเลยนั่นแหละ โดยเฉพาะพี่กุ้งกับทีน่าที่ได้รับความช่วยเหลือในการ ดึง ลากขึ้นมาด้วย

 

ขึ้นมาได้ก็มีเสียงปรบมือต้อนรับ พร้อมคำชมว่า ขึ้นเร็วใช้ได้ น่าจะไม่ถึงชั่วโมง แล้วยังมีแรงเดินไปที่จุดรอเลย คุยได้ด้วย เหนื่อยนะนั่น

 

ดื่มน้ำ เก็บอุปกรณ์ เดินลงเขากันด้วยบรรยากาศ สบายๆ ในคืนพระจันทร์เกือบเต็มดวง มีดวงดาวให้เห็น ท่ามกลางทะเลหมอก เสียงสัตว์ร้องเรไร ถึงหมู่บ้านมูเซอ ไปนั่งรอทีมงานเก็บของ check stock ทานข้าวไข่เจียว ยำปลากระป๋อง ตอนแรกนีกว่าชาวบ้านทำ มองเข้าไป อ้าว พี่หนุ่ยทำ แรงเหลือเฟือจริงๆ ยิ่งกว่า นั้น พี่เค้ายังเป็นคนขับรถกลับเข้าปายอีกร่วม 2 ชั่วโมงด้วย ต้องขับช้า เพราะมีหมอก แต่ผีมือการขับรถพี่หนุ่ยก็เล่นเอาพี่กุ้งปล่อยของเลยทีเีดียว ลงจากรถได้ วิ่งเข้าห้องไปเลย ตอนแรกนึกว่าจะต้องเคลียร์เงิน อาศัยว่าสนิทกันเลยค่อยโอนไปทีหลัง แต่ถ้าให้เคลียร์จริงก็มีมึนๆ นะ

 

งานนี้ตอบแทนเป็นสินน้ำใจกันไป ให้ทิปด้วยเงินจากบิ๊ก ท่าทางจะเป็นคนเดียวที่พกเงินเยอะอยู่ กะไปซื้ออะไรในป่าจ๊ะ ถึงห้อง อาบน้ำ สระผม โดดลงแช่น้ำร้อนที่ไม่ค่อยร้อนแล้วแป็บนึง นอนหลับเป็นตาย แต่ตอนเช้าก็ต้องลุกเพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพ ดีนะได้แช่น้ำร้อนตอนเ้ช้าอีกรอบ ค่อยสบายหน่อย ขึ้นไป อาหารเช้าพร้อมแล้ว ได้ออย service อีกเช่นกัน สมเป็น producer ดูแลทั่วถึงจริงๆ เห็นว่ารอจนถึง ตี 2 มีโทรไปถามที่บริษัทด้วย น่ารักจริงๆ

 

จากตอนแรก ว่าจะแวะเที่ยว สุดท้าย ทานข้าวเท่านั้น ที่เหลือ พุ่งตรงกลับกรุงเทพ นะ ก็ออกสายอะนะ ออกจากปาย เกือบ 11 โมง ถึงกรุงเทพ ถึงบ้าน ร่วมเที่ยงคืน ระหว่างทางเห็นน้ำเอ่อท่วมถนนแถวนครสวรรค์ด้วย รถต้องลุยมา ดีนะลุยได ทริปนี้ โหด มัน ฮาจริงๆ ขอบคุณสมาชิกร่วมทริปทุกคน ทั้งที่ร่วมผจญภัย และไปกันแบบชิวๆ พี่กุ้ง พี่กั้ง ทีน่า พี่โจ ท็อป บิ๊ก โป่ง หวาน และออย

 

ใครจะไปเที่ยวปาย นึกถึง พริบตา ที่พักสบาย มีออนเซ็นส่วนตัว

ใครชอบกิจกรรมลุยๆ แนะนำ The Peak ถ้ากิจกรรมโหดจริง คุณเจอทีมนี้แน่ พี่หนุ่ย พี่ปุ้ย และไปป์

 

22 – 25 ต.ค. 53

งบประมาณ กิจกรรม 6500 ทิป 1000 กองกลาง 2000 บาท ที่พัก (3คน 2คืน) 1700 บาทรวมเป็น 11200 บาท

 

ทางลาดชัน

 

ครึ่งทาง

 

ผ่านไร่ข้าวโพด

 

 

อุปกรณ์กินข้าว จุดทำกับข้าว

 

รวมตัว ณ จุดชมวิว ถ้ำน้ำบ่อผี ขาดทีน่า ยืนอยู่ข้างใน

 

 

โรยตัว ด้วยความสูง 200 เมตร

 

ล็อบบี้ที่ัพัก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: