Ras's Blog

ลำน้ำเข๊ก เราไม่เข็ด 25-26 กันยายน 2553

Posted on: September 27, 2010

ลำน้ำเข็ก แม่น้ำที่ได้ชื่อว่า ล่องแก่งได้สนุกสนานเป็นที่สุดสายหนึ่ง การมาแต่ละครั้ง คุณจะสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกันไป และนี่ คือเสน่ห์ของล่องแก่ง @ ลำน้ำเข็ก ที่เรา ไม่เข็ดดดดดดดดด

 

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ทิ้งช่วงห่างจากครั้งแรกไม่ต่ำกว่า 5 ปี แตกต่างกันทุกอย่าง เดือนนี้คือปลายกันยายน ฝนยังคงตกอยู่เรื่อยๆ วันที่เราล่องแก่งก็เช่นกัน

 

ฝ่าฝนจากที่พัก เม็ดฝนหนาๆ ปะทะกับผิวหน้า และแผ่นหลัง เหมือนทำสปาให้ก่อน แต่มันเจ็บนะะะะะะะะ หลบกันสุดชีวิตทีเดียว แต่นั่งอยู่บนกะบะอ่ะ จะไปหลบตรงไหนได้ ก็ต้องสู้กันไป เรียกได้ว่า เปียกกันตั้งแต่ยังไม่ได้ลงเลย

 

เราใช้บริการล่องแก่ง กับ มาร์คทัวร์ ทำประกันภัยให้เรียบร้อย สวมเสื้อชูชีพ หมวกใบเล็ก ไม้พาย อาวุธพร้อม ไปพร้อมกัน 2 ลำ สีเขียวและสีชมพู ระดับน้ำขณะเิิริ่มล่องอยู่ที่ 800 ล่องกันไปชิวๆ แ่ม่น้ำสีแดง คอยหลบต้นไม้เป็นระยะๆ ช่วงแรกๆ คำสั่ง หมอบ ถูกใช้บ่อยมาก พาย พาย พาย พาย พาย

 

นายหัวพี่เบิร์ด และ นายท้ายลุงรัตน์ ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ควบคู่ไปกับทีมพายอีก 6 ชีวิต ชาย 2 หญิง 4 มีแผนกจับเพื่อนอีก 2 คน จับกันแน่นมาก จับกันจนดึงเพื่อนงจากจุดพายมานั่งในเรือกันเลยทีเดียว แต่พอรู้จังหวะ ทุกอย่างก็เข้าที่ พายเรือไป ฝนตกไป คลื่นก็แรงพอควร

 

ผ่านแก่งต่างๆ มาเรื่อยๆ มีเพิ่มความสนุกสนานด้วยการหมุนเรือลงบ้างในบางแก่ง คล้ายเล่นเครื่องเล่นแกรมแคนยอน ตั้งแต่ แก่งท่าข้าม อยู่ระดับ 1 – 2 แก่งไทร มีต้นไทรโดดเด่นอยู่ แก่งปากยาว แก่งหินลาด แก่งเวฟยาว แก่งมรดกป่า ที่เอ่ยมาชิวๆ มาก ยังไม่รู้สึกอะไร แค่ซ้อมๆ เนื่องจากน้ำเยอะ ทำให้บางแก่งไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นแก่ง ไม่รู้ว่าเราผ่านแก่งด้วยเหรอ ที่เด่นมากๆ คือ แก่งสวนรัชมังคลา หรือ แก่งน้ำเดือด มองดูแล้วเหมือนนำ้สีเลือด เดือดปุดๆ อยู่ตรงหน้า ประหนึ่ง ถ้าเราหล่นใส่ จะต้องร้อนแน่ๆ เลย (แม้จะมีน้ำสาดเข้ามาในเรือตลอด และเรือผลุบหายไปในบางช่วง เราก็ยังคงคิดว่ามันน่าจะร้อนอยู่ดีแหละ) สวยมากๆ สำหรับแก่งนี้

 

ผ่านน้ำเดือดมาได้ เราก็มาปะกับแก่งซาน จุดนี้เราเห็นแล้วว่า น้ำมาจากไหนก็ไม่รู้เยอะมาก ไหลมารวมกัน เรือผ่านกันมา เค้าบอกว่า ระดับน้ำกลายเป็น 1200 แล้ว ว้าวววววว จริงดิ ขีดสุดแล้วนะนั่น สู้เว้ย พวกเราลุยต่อ แต่ระหว่างทาง มีเรือจอดรอกันอยู่หลายลำเลย แอบฝั่งไว้ก่อน ไม่แน่ใจว่ารออะไร ตอนหลังถึงรู้ว่า เค้าไม่ไปต่อกันแล้ว เรา ผู้ซึ่งไปต่อ ก็ลุยไปที่แก่งโสภาราม แก่งนี้ เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ต้องร่วมแรงร่วมใจกันมาก พายหนัก พายหนัก คือสิ่งที่คุณต้องทำ และเราทำ แต่่่……….

 

สิ่งที่ไม่คาดฝันก็คือ เรือลำหน้า ลำสีชมพู พายเท่าไหร่ ก็ไม่พ้น ทำให้เรา ลำเขียว พายไปทางร่องน้ำเดียวกัน ต้องพยายามหลบ ทั้งหัวและท้ายเรือ คัดท้ายกันอย่างเต็มที่ จนพายหัวหัก ต้องส่งพายอันใหม่ไปให้แทน แต่ก็ไม่ทัน เมื่อภาพสุดท้ายที่เรา ชาวเรือลำเขียวเห็นคือ ภาพเรือสีชมพูที่ยังมีผู้โดยสารหลงเหลืออยู่บางเอียงแนวดิ่งพุ่งมาคว่ำเรือลำสีเขียว เงียบกริบ………….. ไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีคืออยู่ใต้น้ำ เงียบ แต่ไม่สงบ ยังคงลอยคว้างอยู่ใต้น้ำ ทำได้แต่รอเวลาที่กระแสน้ำจะพาตัวขึ้นไปสู่ผิวน้ำ แล้วฮุบอากาศหายใจไว้ จนกว่าจะตั้งหลักกันได้

 

พาย ปล่อยไปตอนไหนไม่รู้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนความทรงจำหายไปประมาณ 2 วินาที

 

รอด รอด รอด ขึ้นมาจากน้ำ เิริ่มมองเห็นหัวผู้คนอีกสิบกว่าชีิวต พาตัวเองเข้าไปทางฝั่งและเกาะเกี่ยวยึดต้นไม้ ยึดใบไม้กันไว้ เริ่มนับจำนวนครบว่าครบไหม ปรากฏหายไปหนึ่งหนุ่ม ที่เข้าฝั่งไม่ทัน เลยต้องไปเผชิญกับน้ำอีกแก่งหนึ่ง หมดแรงอยู่ริมฝั่งนั่นเอง

 

มีปฏิบัติการพายเรือข้ามแม่น้ำด้วย เป็นรูปแบบที่ไม่เคยพายหรือเห็นมาก่อน ให้เรือตั้งลำ 45 องศาขนานกับแม่น้ำ แล้วพายด้วยความเร็ว จ้วง จ้วง จ้วง จ้วง แต่เนื่องจากเหลือพายอยู่ 3 อัน นายหัวเรือพายคนเดียว ลูกเรือพาย 2 คน ที่เหลือ ส่งสัญญาณให้กำลังใจ ไปรับเพื่อนกลับขึ้นเรือมาได้อีกหนึ่งคน ใจจริงมีคนอยากไปต่อ แต่สภาพเรือและสายน้ำไม่เอื้อแล้ว พายก็มีไม่ครบ ก็เลยต้องกลับกันไป

 

มุมมองจากเรือสีชมพู เค้าไม่รู้ตัวกันเลยว่า พายเรืออยู่กับที่ ทุกคนพายกันเต็มที่ มีเพื่อนคนหนึ่งทำพายหลุดมือไป ทำให้แรงพายน้อยลง จนในที่สุด นายหัวบอกว่า ถ้าโดดได้ โดดเลย (ถ้าเป็นลำเรา สั่งคำเดียว โดด ทุกคนโดดแน่ เพราะพี่เบิร์ดแกสั่งเฉียบขาด) หลายคนยังประมวลผลกับคำสั่งนั้นอยู่ เลยยังไม่ได้โดด สุดท้าย เรือก็คว่ำ ดังภาพที่ติดตา ชาวเรือสีเขียวทุกคน สิ่งหนึ่งที่แน่ใจคือ ทุกคนมีสติ ไม่ตีโพยตีพาย ไม่ส่งเสียงใดๆ ในยามวิกฤติ (อีกทีคือ ไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งเสียง เพราะทุกอย่างเกิดขึั้นเร็วมาก)

 

มีได้รับบาดเจ็บจากการโดนพายกระแทกไปหนึ่ง แผลสะกิดที่หน้าผากบ้าง แก้มบ้าง พี่จุ๋ม เจ้าหน้าที่ทัวร์เรือของเราเข้ามาดูแลรับผิดชอบอย่างเต็มที่

 

คุยกันไป คุยกันมา ได้ข้อสรุปว่า ถ้าล่ม ก็ต้องล่มด้วยกัน จะได้ประสบการณ์เดียวกันไง เหอ เหอ

ยังไงก็ตาม ลำสีเขียวเชื่อว่า ถ้าสีชมพูไม่มาล่มทับ เราต้องรอดดดดดดดดดดดดดด

 

ครั้งนี้เลยมีรูปถ่ายจากเจ้าหน้าที่ไม่ครบแก่ง ขาดจุด hi light ที่แก่งนางคอย ที่มีความต่างของชั้นหินอยู่ที่ 2 เมตร, แก่งยาว และสุดท้ายที่ป้ายผู้พิชิต เราจึงไปถ่ายกันเอง แบบผู้ไม่พิชิต แต่สนุกสนานเป็นที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม รูปที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าอยากได้ที่สุดคือ รูปเรือสีชมพู ทะยานขึ้นสูง และกำลังจะคว่ำทับเรือสีเขียวจ้า

 

หลายคน ในทริปนี้ รู้สึกเข็ดกับลำน้ำเข็ก แต่สำหรับเราและอีกหลายคนเช่นกัน แล้วเจอกันใหม่นะ โอกาสหน้า

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: