Ras's Blog

คำขอบคุณจากพี่ดี้ iamyoungdee.com

Posted on: February 12, 2009

จบคอนเสิร์ตแล้ว ไม่นึกว่าจะมีอัพเดทอีก แต่ก็มี เลยเอามาแปะไว้อ่านเล่นๆ

เมื่อวานหลังจากคอนเสิร์ตอารมณ์ดี้จบลง ฉันก็ยังงง ๆ อยู่ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นั่งรถกลับมาถึงโรงแรมสักภูเดือนตอนสักตีสี่กว่า นั่งคุยกับคุณรุ่งว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มาเล่าสู่กันฟัง ที่สำคัญคือ ฉันเหมือนเป็นคนที่อาภัพที่สุดในคอนเสิร์ต คือนอกจากจะไม่ได้ดู ไม่ได้สัมผัสระบบเสียงที่เยี่ยมที่สุดในประเทศไทยแล้ว ฉันยังเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ดื่มเบียร์เย็น ๆ ของโปรดในบรรยากาศแบบนั้น  ส่วนนักร้องคนอื่น ๆ พอร้องเสร็จ ทำงานเสร็จแล้ว เขาก็เปิดเบียร์จิบสบายใจ อิจฉาจริง ๆ

ก็เลยขอเปิดเบียร์จิบสักขวดสองขวด นั่งคุยกับเพื่อนรักที่สุดของฉัน คือภรรยาฉันเอง จนถึงสักหกโมงเช้า ค่อยนอน ตื่นอีกทีก็เกือบบ่ายโมง   เก็บข้าวเก็บของออกมาจากโรงแรมกันทั้งครอบครัว มากินข้าวที่ร้านลานลีลาร์ อาหารอร่อย ร้านน่ารักมาก แล้วก็ตรงดิ่งกลับบ้านเลย เพราะอาการเหมือนเจ็ทแล็ก  กว่าจะรู้สึกปกติได้ก็เข้าวันมาฆบูชานี่แล้ว

ฉันเพิ่งมีโอกาสได้เขียนบันทึกทบทวน ว่าเหตุการณ์เมื่อวานซืนนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง นั่งคิดวนไปวนมา ราวกับว่าผ่านเหตุการณ์อันยาวนานสักสามสี่วัน ทั้ง ๆ ที่เป็นเหตุการณ์เพียงไม่ถึงสิบชั่วโมง

คงไม่จำเป็นต้องบันทึกเรื่องราวในคอนเสิร์ต เพราะเดี๋ยวคงมีน้อง ๆ เขาเอาเทปที่บันทึก มาให้เก็บไว้ เพื่อให้โอกาสฉันเป็นคนได้ “ดู” บ้าง  มีหลายคนถามถึงดีวีดี  ฉันก็บอกว่า คุยกับน้อง ๆ ทีมงานยังดีแล้ว คิดว่า ไม่มีดีวีดีดีกว่า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแทบไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายอะไรเลย กล้องก็มาถ่ายบันทึกอยู่แล้ว พอวางขายก็แทบจะได้กำไรอย่างเดียวล้วน ๆ  แต่ฉันคิดว่า ฉันไม่สามารถอัดบรรยากาศ อากาศ ความสุข สนุกสนานของคนดูและคนเล่นใส่ลงไปในดีวีดีได้  ไม่อยากให้คนซื้อดีวีดีไป แล้วได้รับความรู้สึกแค่เห็นจากจอทีวีแล้วเข้าใจว่า มันสนุกแค่ที่เห็นในจอ   นี่เป็นความคิดที่ดูโง่ ๆ ของฉันแหละ  หวังว่าคราวหน้าฉันจะฉลาดกว่านี้

ฉันเป็นคนความรู้สึกช้า ยิ่งเรื่องที่น่าตื่นเต้น ยิ่งตื่นเต้นช้า ฉันแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมไม่ตื่นเต้นเอาเสียเลย ตอนที่คอนเสิร์ตดำเนินอยู่ ไม่ตื่นเต้นเลยตอนอยู่บนเวที สงสัยว่ามัวแต่จ้องดูว่า ทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่นดังที่ต้องการหรือไม่ คนดู คนเล่น คนทำงาน มีความสุขดีอยู่หรือไม่  ฉันเพิ่งจะมาตื่นเต้น หัวใจเต้นตึ้กตั้ก ก็ตอนที่กลับมาบ้านแล้ว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี่เอง ว่า นี่ฉันทำอะไรลงไป มีผลกับคนนับหมื่นอย่างไร ฉันได้รับเกียรติขนาดไหนทั้งที่ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าสนใจมากไปกว่านักแต่งเพลงคนหนึ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นที่เชิงเขาใหญ่ในวันที่ 7 นั้น ถึงแม้ว่าฉันจะวางแผนร่วมกับน้อง ๆ ทีมงานยังดี ว่ามันควรจะออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แต่พอมันเป็นอย่างที่วางแผนไว้จริง ๆ ก็แทบไม่อยากเชื่อว่ามันจะได้ดังใจขนาดนั้น  เพราะว่าก่อนหน้านั้น มันมีเรื่องราวต้องแก้ปัญหามากมาย หลายปัญหาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่หลายปัญหาก็เกิดจากความอ่อนแอทางปัญญาและจริยธรรมของหลาย ๆ คนที่เราต้องติดต่อด้วย

ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องติดหนี้บุญคุณใคร แต่งานคอนเสิร์ตนี้ ฉันติดหนี้บุญคุณ “ทางใจ” ผู้คนมากมาย 

ฉันติดหนี้บุญคุณ “เจ้าหญิง” ที่ทรงพระเมตตามาร่วมงานอย่างไม่ถือพระองค์ และประทับอยู่จนถึงเกือบสิบชั่วโมง ซึ่งไม่เคยได้ยินว่าเคยประทับในงานใดนานเท่านี้มาก่อน

ฉันติดหนี้บุญคุณคนดู ที่เป็นคนดูที่มีมาตรฐานสูง อย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในงานคอนเสิร์ตกลางแจ้งมาราธอนแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมีระเบียบ มารยาท แสดงถึงวุฒิภาวะสูงกว่านักการเมืองไทยส่วนใหญ่

ฉันติดหนี้บุญคุณผู้อุปถัมภ์รายการ ที่อุปถัมภ์ปัจจัยการเงิน โดยที่ไม่ได้ร้องขออะไรมากไปกว่า การมีเครื่องหมายการค้าไม่ใหญ่ไม่โต อยู่ร่วมในงาน กับบู๊ตเล็ก ๆ ไม่กี่บู๊ต  ที่จริงถือเป็นเกียรติของเราด้วยซ้ำที่มี “ตรา” ของเขามาประดับในงานของเรา  ขอเอ่ยถึงอีกครั้งหนึ่งว่า  มี สิงห์ คอร์เปอเรชั่น  เมืองไทยประกันชีวิต ธนาคารไทยพาณิชย์  มาม่า  ปตท. เซ็นทรัล  มาร์โคกรุ๊ป และ ทรูมิวสิค   ขอบอกว่าประทับใจในความมีน้ำใจทุกท่านจริง ๆ

ฉันติดหนี้บุญคุณนักร้องทุกคนที่มา เรื่องค่าตัวนั้นก็เรื่องปกติการทำธุรกิจ แต่ในแววตา และท่าทีในการทำงาน อาจจะมีจุกจิกเปลี่ยนนั่นนี่บ้าง แต่ก็เกิดจากการอยากให้เกิดสิ่งที่ดีแก่คนดู ฉันเห็นถึงความตั้งใจ

ฉันติดหนี้บุญคุณและทึ่งมาก ในความ “อึด” ของน้องรักสามคน ที่ยืนอยู่ตลอดบนเวทีเกือบสิบชั่วโมงนั่น มีช่วงพักเพียงนิดหน่อยเวลามีวงที่เล่นกันเอง เช่น นูโว โมเดิร์นด๊อก เท่านั้น  นอกนั้นยืนกันขาแข็ง แต่ใบหน้ายิ้ม ที่สำคัญคือ เสียงคอรัสที่ร้องออกมาอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งการซ้อมที่ต้องหนักกว่าคนอื่น ฉันจะจำน้องสามคนนี้ไว้  แพร ส้ม จุ๋ย

ฉันติดหนี้บุญคุณ ทีมเอ๊กซตร้า พร้อมวง 3 วง ที่นำทีมโดย นายบอย  ซึ่งขยันและเก่ง แก้ปัญหาให้ตลอดเมื่อเวลาเราต้องเปลี่ยนเพลงแล้วเปลี่ยนเพลงอีก พยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำตามทุกอย่าง โดยไม่แสดงอาการเบื่อหน่าย ซึ่งความจริงมันน่าเบื่อหน่ายมากนะ สำหรับคนที่ต้องโดนเปลี่ยนเพลงซ้อมบ่อย ๆ

ฉันติดหนี้บุญคุณพี่นิ่มสีฟ้า  ที่อาสาเป็นธุระช่วยดูแลการซ้อม และคุณภาพของการแสดง  พี่นิ่มละเอียดมากจนทำให้ฉันอาย อายจนบางทีไม่กล้าซ้อมร้องเพลงต่อหน้าแก  เพราะฉันมันร้องเพลงได้แค่กล้อมแกล้ม

ฉันติดหนี้บุญคุณ นายป๊อก กับนายโจ้ จาก Media Vision และ Audio Fusionที่ดูแลเรื่องระบบเสียงได้อย่างดีเกินที่คาดหมาย ทั้ง ๆ ที่เป็นคอนเสิร์ตร้อยพ่อพันแม่ โอกาสที่จะปรุงเสียงให้พอดีสำหรับแต่ละศิลปิน แต่ละวง เป็นเรื่องที่เซียนยังส่ายหน้า แต่นายก็ทำได้ดีเยี่ยม  ที่ฉันขนลุกที่สุดคือ พี่ติ๊ด โสฬส ปุณณกบุตร Sound Endineer ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่พูดน้อย พูดอะไรซื่อ ๆ บอกกับฉันว่า นี่เป็นคอนเสิร์ตที่ระบบเสียงดีที่สุดตั้งแต่ที่เขาเคยเห็นมา ซึ่งระบบเสียงเป็นสิ่งทีสำคัญที่สุดสำหรับการจัดคอนเสิร์ต

ฉันติดหนี้บุญคุณ นายซัน แห่ง Light Source ที่เคยทำงานด้วยกันมาหลายครั้งตั้งแต่สมัยคอนเสิร์ตของแกรมมี่ หรือเฉลียง ที่ต้องมาปวดหัวกับการจัดแสงคอนเสิร์ตร้อยพ่อพันแม่ ที่ไม่มีโอกาสได้ซ้อมอย่างจริงจังมากนัก เพราะคอนเสิร์ตมาราธอนนั้น ไม่อาจจะจัด blocking ได้อย่างชัดเจนได้ เนื่องจาก ศิลปินทุกคนก็มาแนวของตัวเอง จัดการแสงได้ยาก

ฉันติดหนี้บุญคุณ บอสใหญ่ของอินเด็กซ์  นายเมฆและนายหมอก ที่ยอมลงทุนสูงกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยที่รู้ว่า แม้จะต้องขายบัตรราคาแพงกว่าชาวบ้านให้คนเขาบ่น  ก็ยังไม่ได้กำไรอยู่ดี   แถมยังพอใจ ตื่นเต้น ที่ทำให้งานออกมาดีอย่างใจ ทำให้แขกของเราพอใจได้  ไม่สนใจเลยว่า จะกำไรนิดหน่อย เท่าทุน หรือจะขาดทุนนิดหน่อย  เออ นี่แหละนักธุรกิจสมัยใหม่ มองการณ์ไกล ทำธุรกิจบนความพอดี ความสุขของลูกค้า ไม่ใช่ตะกละตะกรามจะเอาแต่ได้เฉพาะหน้าไปเสียทุกเรื่อง

ฉันติดหนี้บุญคุณน้อง ๆ ทีมงานยังดี และอินเด็กซ์  ที่ทำงานกันหัวทิ่มหัวตำ ทั้ง ๆ ที่ยังใหม่กันทั้งทีมสำหรับการทำคอนเสิร์ต แล้วก็ต้องมาทำคอนเสิร์ตระดับช้างอาฟริกา ซึ่งแม้แต่มือเก๋าในวงการก็ยังไม่ค่อยกล้าที่จะทำ แต่อาศัยความตั้งใจ ความคิดสร้างสรรค์ และขยันสู้ตาย  จึงเกิดผลงานที่ได้ยินแต่เสียงชื่นชม

ฉันติดหนี้บุญคุณทีม สารวัตรทหาร ที่มาอำนวยความสะดวกให้กับคนดู อย่างทนเหน็ดทนเหนื่อยทนหนาว ทั้งรักษาความปลอดภัย ทั้งดูแลการจราจร โดยได้รับเบี้ยเลี้ยงตามอัตราและข้าวปลาอาหารอิ่มหนำ เท่านั้นเอง 

ฉันติดหนี้บุญคุณ แม่บ้าน ที่นั่งตากแดด จนถึงตากลม ตากน้ำค้าง คอยให้ความสะดวกผู้คนในการเข้าห้องน้ำ แล้วทำความสะอาด ให้ห้องน้ำสะอาดเอี่ยม และหอม อย่างไม่บ่น และยิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อให้ความประสงค์ของฉันที่ตั้งใจไว้ เกิดขึ้นได้จริง  แม่บ้านเหล่านั้นเหนื่อย แต่ฉันกลับได้หน้า

ฉันติดหนี้บุญคุณพระเจ้า ที่ส่งความกดอากาศสูงจากเมืองจีน มาลงที่บริเวณงานได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ  ขอบคุณพระเจ้าที่สร้างพื้นที่ ภูเขา และดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ให้งดงามเหมาะกับบรรยากาศสำหรับเจ้าของสถานที่ ไม่มีคุณค่าให้ขอบคุณและพูดถึง ที่แน่ ๆ คือ เราจะไม่มีการจัดคอนเสิร์ตที่ฟาร์มนี่อีกแล้ว

กลับมาบ้าน น้อง ๆ โทรมาให้เปิดคอมเม้นท์ใน http://www.iamyoungdee.com และใน Pantip.com ฉันนั่งอ่านที่คนดูที่ไปดูมาเขียนในกระทู้เอาไว้  ก็น้ำตาซึม  น้อง ๆ ทีมยังดี เขาก็บอกว่า น้ำตาไหล  เขาดีใจว่า สิ่งที่เราตั้งใจทำนั้น มีคนเห็น แขกของเรามีความสุขกับสิ่งที่เราจัดไว้ให้  เหนื่อยมามาก ๆ  ก็ยังไม่เหนื่อยมากพอที่จะน้ำตาไหลไม่ได้กำลังใจที่ได้มา เป็นสัญญาว่า ฉันจะต้องทำอะไรก็ได้สักอย่างเพื่อให้คนดูได้มีความสุข อีกไม่นานคงจะได้เหนื่อยแบบนี้อีก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Categories

%d bloggers like this: